Fic.Got7 >> ข้ามภพมาวาดรัก [ MarkBam ]

ตอนที่ 44 : บทที่ 43 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 956
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 95 ครั้ง
    30 มิ.ย. 62



บทที่ 43




        "เลิกพยายามโดยไร้ประโยชน์ซะเถอะนะถิงเอ๋อร์....แล้วอยู่ในที่ๆเจ้าควรจะอยู่ซะ อย่าได้คิดดิ้นรนเข้าไปหาความตายอีกเลยนะ...ถือว่านี่เป็นคำเตือนในฐานะพี่สาวคนหนึ่งของเจ้าเป็นครั้งสุดท้ายก็แล้วกันนะ"   

       "หึหึ....พี่สาวเช่นนั้นหรือ?? อย่างท่านที่ดีพร้อมไปทุกอย่างเนี่ย เห็นคนอย่างข้าเป็นน้องสาวด้วยเช่นนั้นหรือช่างน่าขันนัก....ในขณะที่ท่านได้มีพร้อมทุกอย่างทั้งความรักและทรัพย์สิน แต่ข้าที่ท่านเรียกว่าน้องกลับไม่มีสิ่งใดเลยแม้แต่อย่างเดียว!!"     สองขาเรียวสวยหยุดยืนนิ่ง เพื่อรอฟังว่าอีกคนจะพูดสิ่งใดต่ออีก แต่นางกลับนิ่งแบมแบมจึงเป็นผู้เอ่ยต่อแทน

       "เจ้าพูดเช่นนี้ไม่พอใจสิ่งใดเช่นนั้นหรือ?? หากว่าพูดกันตามจริงแล้วพวกเจ้าแม่ลูกไม่สิทธิ์ที่จะเรียกร้องหาความเป็นธรรมใดๆทั้งสิ้นในจวนสกุลหลี่แห่งนี้ เพราะแรกเริ่มแม่ของเจ้าคือผู้ผิดที่คิดปีนเตียงท่านพ่อซึ่งนั่นมันก็น่ารังเกียจมากพออยู่ ต่อมาก็มีเจ้าเป็นผู้สานต่อความน่ารังเกียจนั่นอีกครา ด้วยการปล่อยให้ความอิจฉาริษยาเข้าครอบงำจิตใจจนกล้าที่จะลงมือสังหารได้แม้กระทั้งพี่สาวร่วมบิดาของเจ้าเช่นนี้"       

      นางอายุเพียงแค่นี้แต่กลับกล้าที่จะลงมือสังหารและสั่งการให้คนวางยาพิษฆ่าคนได้เช่นนี้  นางต้องถูกปลูกฝังความคิดมาเช่นไรกันแน่ ถึงได้มีจิตใจที่เหี้ยมโหดได้ถึงเพียงนี้

      "แล้วอย่างไร!! หากทุกคนไม่ลำเอียงมอบความรักให้แต่เจ้าข้าก็คงไม่ต้องมาทำอะไรโง่ๆเช่นนี้หรอก!! ทุกอย่างมันเป็นเพราะเจ้า!!"       ยิ่งพูดก็เหมือนกับว่าแบมแบมกำลังสาดน้ำลงไปบนทรายร้อน ที่ไม่ว่านางจะพยายามสาดน้ำไปมากแค่ไหนสุดท้ายมันก็ถูกทรายนั้นทำให้เหือดแห้งไปอย่างไร้ซึ่งความหมายอยู่ดี

     "หากเจ้าอยากจะคิดเช่นนั้นข้าเองก็คงจะห้ามอันใดเจ้ามิได้.....แต่จงอย่าลืมสิ้นคำเตือนของข้า...."      สองขาเรียวสวยย่างกรายพาร่างระหงเดินตรงเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าของถิงถิง

     "หากเจ้ายังไม่ยอมหยุด....ข้าจะเป็นผู้หยุดเจ้าเองและเมื่อวันนั้นมาถึงพวกเจ้าแม่ลูกจะไม่มีเหลือแม้เพียงเศษเสี้ยวของลมหายใจ"       ดวงตาสีนิลของคนตรงหน้าอยู่ๆก็แดงฉานขึ้นมาราวกับปีศาจกระหายเลือด บรรยากาศรอบกายอยู่ๆก็เริ่มอึดอัดและหนาวเย็นราวกับว่าอากาศภายในห้องนี้กำลังจะหมดไป   พวกนางแม่ลูกเริ่มหวาดกลัวต่อคนที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้า จนแข้งขาอ่อนทรุดลงกับพื้น

      "นะ.....นังปีศาจ!!...เจ้ามันเป็นนังปีศาจ!!"     ถิงถิงระล่ำระลักออกมาด้วยความหวาดกลัว  น้ำตาของนางไหลอาบเต็มสองข้างแก้ม ในขณะที่ปากของนางก็ยังเอ่ยคำเดิมซ้ำๆราวกับคนขาดสติ ซึ่งต่างจากอนุหลิงเหมยที่ชิงหมดสติไปก่อนหน้านี้แล้ว

    "นี่คือคำเตือนครั้งสุดท้ายที่ข้าจะให้เจ้าแล้วนะ.....เจ้ายังเด็กนักถิงเอ๋อร์หากว่าต้องมาถูกฆ่าตายในวันนี้ไปก็น่าเสียดาย....."      แบมแบมค่อยๆย่อกายลงตรงหน้าร่างที่สั่นเทาของถิงถิงช้าๆ มือเย็นชืดยืนออกไปลูบหัวเด็กน้อยที่กำลังหลงทางอยู่ในความหวาดกลัวต่อแววตาคู่นี้อยู่

     "เป็นเด็กดีแล้วเชื่อฟังข้านะถิงถิง....ไม่เช่นนั้นหนอนหมื่นพิษที่อยู่ในกายของเจ้ากับอนุหลิงเหมยมันอาจจะอยากกัดกินร่างกายของพวกเจ้าแม่ลูกให้เจ็บปวดทรมานเล่นๆข้าก็ไม่รู้ด้วยนะ"

      "จะ...เจ้าหมายความว่าอย่างไร??"    

     "ก็หมายความว่า....น้ำชาที่พวกเจ้าแม่ลูกดื่มมาจากเรือนใหญ่มันมีหนอนพิษอยู่น่ะสิ"      นิ้วเรียวสวยค่อยๆกรีดไปตามผิวกายของอนุหลิงเหมยที่นอนสลบอยู่ช้าๆ แต่นั้นก็สร้างความเจ็บปวดให้กับคนที่แม้จะสิ้นสติอยู่ กลับฟื้นขึ้นมานอนดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

    "กรี๊ดดดด!! เอามันออกไป!! กรี๊ดดด!!"

     "ท่านแม่!! ท่านแม่เป็นอันใดไปเจ้าคะ!! ฮือ~ท่านแม่!!"      นางรีบตะเกียกตะกายไปประครองกอดร่างของมารดานางที่กำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่เอาไว้แน่น

    "แม่ของเจ้าไม่เป็นไรหรอกหน่า....นางก็เพียงแค่ถูกหนอนหมื่นพิษของข้าเกาะติดกระดูกและพวกมันจะกัดกินโลหิตในกายของแม่เจ้าเรื่อยๆก็เท่านั้น ไม่เกินสิบสองชั่วยามแม่ของเจ้าก็คงจักต้องสิ้นใจตายหากว่าข้าไม่สั่งให้พวกมันหยุด...."  

     "คุณหนูเจ้าคะ...จวนที่จะได้เวลาแล้วเจ้าค่ะ"     เจินหรงที่ยืนคุมม่านพลังที่นางสร้างขึ้นมาเพื่อกันไม่ให้พวกบ่าวที่อยู่ในเขตเรือนของอนุหลิงเหมยได้ยินเสียงพูดคุยระหว่างกันหนี่ว์กับสองแม่ลูกนั่นเข้า อยู่ๆนางก็เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าใกล้ได้เวลาที่องค์ชายสามส่งเทียบมานัดหมายเอาไว้แล้ว

     "ถึงเวลาแล้วหรือ?? เช่นนั้นก็ไปกันเถิดเดี๋ยวองค์ชายน้อยกับพี่อี้จักรอนาน....ส่วนเจ้าหากคิดได้เมื่อใดก็ให้มาบอกข้าว่าเจ้าจะยอมเป็นเด็กดีของข้าหรือว่า...เจ้าอยากจะเอาชีวิตข้าอีกก็ย่อมได้แต่เจ้าก็ต้องเตรียมใจให้พร้อมที่จะเห็นแม่ของเจ้าสิ้นชีพไปในอีกสิบสองชั่วยามต่อจากนี้ด้วยก็แล้วกัน"   

    แบมแบมพูดเพียงแค่นั้นก่อนที่จะก้าวเดินออกไปจากเรือนของอนุหลิงเหมยไป   เพื่อที่จะได้ไปเข้าเฝ้าองค์ชายน้อยมู่เจี่ยนผิงที่พระตำหนักรับรองตามที่องค์ชายสามได้ตกลงเอาไว้

     
       "เชิญท่านหญิงกันหนี่ว์ขึ้นรถม้าได้เลยขอรับ"     องครักษ์หนุ่มเอ่ยกับแบมแบมด้วยท่าทางนอบน้อม 

       นางเพียงยิ้มรับก่อนที่จะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถม้า ซึ่งเจินหรงเองก็ตามขึ้นมาติดๆ ไม่นานรถม้าที่มีตราสัญลักษณ์ประจำกายขององค์ชายสามก็เคลื่อนตัวออกไปจากหน้าจวนสกุลหลี่   แบมแบมใช้เวลาเดินทางอยู่บนรถม้าราวๆหนึ่งชั่วยามก็มาถึงพระตำหนักรับรองขององค์ชายสิบสามและขณะทูตจากหนานเยว่

        เมื่อประตูรถม้าเปิดออกก็พบว่าองค์ชายสามและโหย่วเจียนได้มายืนรออยู่ก่อนแล้ว   โหย่วเจียนเมื่อเห็นดังนั้นจึงยื่นมือออกมาให้น้องสาวผู้เป็นที่รักได้จับและก้าวลงจากรถม้าอย่างปลอดภัย โดยที่ไม่รู้เลยว่าการกระทำนั้นได้สร้างความไม่พอใจให้ชายผู้มากยศที่สุดในที่นี่เข้าเสียแล้ว


        เป็นเพียงแค่พี่ชายของนางแท้ๆกล้าดีอย่างไรถึงได้มาแย่งจับมือของนางก่อนเปิ่นหวางที่เป็นถึงว่าที่สวามีของนางกัน!!


    "ถวายพระพรเพคะองค์ชายสาม"    ร่างระหงย่อกายลงถวายพระพรองค์ชายสามด้วยท่วงท่างดงามและอ่อนหวาน จนทำให้องค์ชายสามอดที่จะมองนางผู้เป็นที่รักด้วยสายตาเคลิบเคลิ้มไม่ได้

    "อย่ามากพิธีไปเลยหนี่ว์เอ๋อร์...มาเถิดพี่จักพาเจ้าเข้าไปพบเจี่ยนเอ๋อร์ที่เก๋งบัว"      ว่าแล้วองค์ชายสามก็รีบปรี่เข้ามาฉวยมือน้อยๆของนางมากุมเอาไว้แน่น   ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปอย่างช้าๆราวกับว่าไม่อยากให้ถึงที่หมาย โดยที่มีขบวนเสด็จขององค์ชายสามเดินมาอยู่ห่างๆ

    "มีเรื่องใดกังวลใจหรือเพคะพี่อี้??"

    "เจ้าดูออกเช่นนั้นหรือ...ว่าพี่กำลังมีเรื่องกังใจอยู่"     

    "สีหน้าของพระองค์ดูไม่ค่อยดี เรียวคิ้วของพระองค์ก็ขมวดเข้าหากันเสียขนาดนี้จะมิให้น้องรู้ได้อย่างไรกันเพคะ....หากว่าพี่อี้มีสิ่งใดรบกวนจิตใจพระองค์สามารถพูดมันกับน้องได้นะเพคะ"    

     ไม่พูดเปล่านิ้วเรียวสวยจิ้มไปที่ตรงกลางหว่างคิ้วเข้มขององค์ชายสาม ก่อนที่นิ้วเรียวสวยจะค่อยๆนวดวนไปวนมาเบาๆเพื่อหวังให้ชายคนรักรู้สึกคลายกังวลและสบายใจขึ้นมาเพียงสักนิดก็ยังดี โดยที่นางลืมสิ้นไปแล้วว่ายามนี้นางหาได้อยู่กับองค์ชายสามตามลำพังไม่.....

    "พี่ทำให้เจ้ากังวลใจเช่นนั้นหรือ??"      

    "มิได้เพคะ...น้องเพียงแค่อยากช่วยให้พี่อี้คลายกังวลบ้างก็เพียงเท่านั้นเพคะ"     นางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับว่าต้องการให้องค์ชายสามได้ยินแค่เพียงผู้เดียว

     "เช่นนั้น.....หากว่าเจ้ามีเวลาได้อยู่กับเจี่ยนเอ๋อร์ตามลำพังเจ้าพอจะช่วยพี่จับสังเกตได้หรือไม่ว่าผู้ใดมีจิตมุ่งร้ายต่อเจี่ยนเอ๋อร์บ้าง"      องค์ชายสามเองก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาด้วยไม่แพ้กัน

     "มิใช่เรื่องใหญ่นิเพคะ....พระองค์ก็น่าจะรู้ว่าเรื่องเพียงแค่นี้น้องทำได้สบายมากเพคะ"       แม้จะรู้ว่าพลังยุทธของนางอยู่ในระดับไหนแต่องค์ชายสามก็ยังอดที่จะเป็นห่วงนางไม่ได้อยู่ดี  

      หากว่าวันนี้ไม่ติดประชุมวางแผนรับมือกับเหล่านักฆ่าที่องค์รัชทายาทแคว้นหนานเยว่กำลังส่งมาเป็นชุดที่สองนี้ล่ะก็.....พระองค์จะไม่มีทางปล่อยนางไว้ในที่อันตรายเช่นนี้แน่ ถึงแม้จะมีไจ้ฟ่านคอยคุ้มกันนางอยู่ห่างๆอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่อุ่นใจเท่ากับพระองค์ได้คอยดูแลนางด้วยองค์เอง

     "เลิกกังวลเถิดเพคะ....เรื่องของที่นี่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของน้องเถิดนะเพคะ พระองค์อย่าทรงห่วงไปเลย น้องจะปกป้ององค์ชายน้อยเอาไว้เองเพคะ"
       

       นี่นางไม่รู้จริงๆหรือว่านางแกล้งไม่รู้กันแน่....ว่าผู้ที่เปิ่งหวางห่วงแท้จริงแล้วคือผู้ใด


      100% ☘ ต่อให้แล้วนะ


           "หากเจ้าพูดเช่นนั้นพี่เองก็วางใจ"    องค์ชายสามแสร้งพูดเพื่อที่จะให้นางรู้สึกสบายใจ หากแต่ในใจของพระองค์จริงๆแล้วนั่นก็ยังคงรู้สึกเป็นห่วงนางอยู่มิคลาย

              "ปากพระองค์ก็บอกว่าวางใจน้องแต่ใบหน้าของพระองค์ก็ยังคงมิคลายกังวลเลยนะเพคะ"      นางพูดเพียงแค่นั้น ก่อนจะก้าวเดินห่างออกไปจากองค์ชายสามมากขึ้นเรื่อยๆ 
 

                     หากไม่ไว้ใจกันตั้งแต่แรกแล้วจะมาขอให้เราช่วยทำไมล่ะ!!


             "โธ่~ หนี่เอ๋อร์..."     องค์ชายสามรีบเดินตามร่างระหงของหญิงคนรักไปติดๆ ใจจริงพระองค์พระก็อยากจะดึงนางเข้ามากอดเอาไว้เพื่องอนง้อ ดังเช่นที่พระองค์มักจะทำเสมอยามที่พระองค์ถูกนางเมินเฉยเช่นวันนี้   แต่ก่อนที่พระองค์จะได้พูดหรือทำสิ่งใดต่อ เสียงขององค์ชายน้อยจากแคว้นหนานเยว่ก็ตะโกนขึ้นมาขัดเสียก่อน

              "ท่านหญิง!! ท่านหญิงมาหาเปิ่นหวางแล้วจริงๆด้วย"       องค์ชายน้อยจากแคว้นหนานเยว่รีบวิ่งมาดึงมือน้อยๆของนางมากุมเอาไว้ด้วยความดีใจ

            "หม่อมฉันหลี่กันหนี่ว์ถวายพระพรองค์ชายสิบสามเพคะ"     แบมแบมย่อกายลงเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพคนตรงหน้า

           "อย่ามากพิธีไปเลยท่านหญิง...มาเถิดเปิ่นหวางให้แม่นมเตรียมน้ำชาชั้นดีจากแคว้นหนานเยว่ของเราเอาไว้ให้ท่านหญิงได้ลองชิมด้วยแหละ" 


     ไม่พูดเปล่าองค์ชายน้อยยังรีบจูงมือของนางพาไปนั่งลงบนเบาะที่เก๋งบัว ก่อนที่จะรีบจัดแจ้งรินน้ำชาให้นางได้ลองดื่ม 


         โดยที่องค์ชายน้อยลืมไปเสียสนิดเลยว่ายังมีชายผู้มากยศคนหนึ่งกำลังนั่งยกถ้วยน้ำชาที่นางกำนัลบรรจงรินให้อยู่ขึ้นมาดื่มเพื่อดับอารมณ์ขุ่นมัวมีอยู่แก้วแล้วแก้วเล่า


      "ลองดื่มสิท่านหญิง!!"


           "ขอบพระทัยเพคะ"      แบมแบมเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนที่จะยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาลองดมกลิ่นหอมของชาดูก็พบว่า น้ำชานี้มีกลิ่นหอมคล้ายผลไม้สุข ยามที่ได้กลิ่นก็อดที่จะทำให้นางรู้สึกเคลิบเคลิ้มได้ไม่น้อย 

           "น้ำชาในถ้วยนี้คือ...ชาเถี่ยกวนอินใช่หรือไม่เพคะ"     

           "เอิ่ม~เปิ่นหวางก็ไม่รู้หรอก....แม่นม!! ชื่อชาที่ท่านหญิงเอ่ยมาเมื่อครู่นี้ถูกหรือไม่??"       องค์ชายน้อยหันไปถามกับแม่นมส่วนพระองค์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

           "เป็นเช่นนั้นเพคะ....ชาเถี่ยกวนอินถือว่าเป็นชาที่หายากและล้ำค่าที่สุดในแคว้นหนานเยว่ของเราเลยล่ะเจ้าคะ ท่านหญิงทราบได้อย่างไรหรือเจ้าคะว่าน้ำชาถ้วยนี้คือ เถี่ยกวนอิน??"      

         อ่า~ จะบอกมั้ยล่ะว่ารู้มาจากโลกอนาคตน่ะ  เพราะเค้าก็เพิ่งจะรู้นะเนี่ยแหละว่าเถี่ยกวนอินในยุคนี้คือของล้ำค่า    คิดๆไปแล้วก็อยากจะขอบคุณชมรมน้ำชาที่ยองแจมันลากเค้าไปเข้าร่วมซะจริง  ก็เพราะชมรมนั้นนั่นแหละก็เลยทำให้เค้าพอที่จะมีความรู้เรื่องน้ำชาและวิธีชงชาเอาไว้ประดับสมองอยู่ไม่น้อย

           "พอดีข้าพอที่จะรู้เรื่องของชาอยู่บ้างนะเจ้าค่ะท่านแม่นม  ว่ากันว่าชาหนานเยว่เถี่ยกวนอินมีประวัติความเป็นมายาวนาน ได้รับสมญานามว่าเป็นราชาแห่งชา น้ำชาเป็นสีเหลืองทอง รสชาติหวานบริสุทธิ์ หวานหอมกรุ่นติดลิ้น ไม่ว่าจะชงถึงเจ็ดครั้งก็จะยังคงได้กลิ่นหอมอยู่เช่นเดิม"

         "ท่านหญิงช่างมีความรู้กว้างขวางยิ่งนัก นมขอนับถือด้วยใจจริงเลยเจ้าคะ"

         "ท่านแม่นมก็กล่าวเยินยอข้าน้อยเกินไปแล้วเจ้าคะ....เราเป็นหญิงหากจะเรียนรู้เรื่องพวกนี้ไว้บ้างก็หาได้มีสิ่งใดเสียไม่นิเจ้าคะ"     แบมแบมเอ่ยออกไปตามที่ใจคิด

          "อะแฮ่ม!!..."       องค์ชายสามแสร้งกระแอมออกมาเบาๆเพื่อเรียกร้องความสนใจจากหญิงคนรักที่เอาแต่สนใจพูดคุยเรื่องชากับแม่นมขององค์ชายน้อยจากแคว้นหนานเยว่ จนละเลยมิหันมาสนใจพระองค์เลยแม้แต่น้อย

        "องค์ชายสามคอแห้งหรือพะยะค่ะ....มาๆเดี๋ยวเปิ่นหวางจะรินน้ำชาให้นะพะยะค่ะ"      องค์ชายน้อยจำต้องออกห่างจากกลิ่นหอมของท่านหญิงที่พระองค์ชื่นชอบเพื่อที่จะมารินน้ำชาให้ แต่ก็ถูกองค์ชายสามห้ามเอาไว้เสียก่อน

         "เจ้านั่งลงเถิดเจี่ยนเอ๋อร์.....ท่านหญิงเจ้าจะช่วยรินน้ำชาให้เปิ่นหวางได้หรือไม่??"      แหม~ใช้น้ำเสียงเช่นนี้พระองค์คงจะไม่ต้องการให้หม่อมฉันปฏิเสธได้เลยสินะเพคะ   


             อืม!! ยอมรับเลยก็ได้ว่าแพ้แล้วเจ้าคะ!! แพ้ใบหน้าอ้อนๆกับแววตาใสซื่อเช่นนี้ของพี่อี้จริงๆ


      "หากพระองค์กระหายน้ำไยไม่รินน้ำชาดื่มเองเล่าเพคะ....ไม่เห็นจำเป็นต้องรอจนหอแห้งเช่นนี้เลย"      ถึงปากจะพูดไปแบบนั้นแต่มือเรียวสวยของนางก็ยังคงจัดแจงรินน้ำชาลงในถ้วยให้องค์ชายสาม แถมนางยังยกส่งถ้วยน้ำชานั้นส่งให้จนถึงมือขององค์ชายสาม ใบหน้าหวานของนางแย้มยิ้มออกมาจนทำให้พระองค์อดที่จะยิ้มตามด้วยความรู้สึกสุขล้นไปด้วยเสียไม่ได้  

      บรรยากาศที่กำลังทำท่าว่าจะหวานชื่นดุจน้ำผึ้งพระจันทร์ขององค์ชายสามและแบมแบมกลับมีอันต้องถูกหยุดลง  เมื่อจู่ๆองค์ชายน้อยที่กำลังนอนหนุนตักสูดดมกลิ่นหอมของนางอยู่ก็เอ่ยขึ้น.....

     "นี่ๆท่านหญิง....ถ้าหากว่าเปิ่นหวางต้องกลับหนานเยว่ท่านหญิงจะไปกับเปิ่นหวางได้หรือไม่"   

     "พระองค์อยากให้หม่อมฉันกลับไปด้วยหรือเพคะ??"      แบมแบมเอ่ยถามด้วยความสงสัย

     "อืม!! เปิ่นหวางชอบกลิ่นหอมนี้ของท่านหญิงเพราะมันทำให้เปิ่นหวางรู้สึกดี....เปิ่นหวางเลยอยากให้ท่านหญิงไปด้วย เปิ่นหวางคิดว่านะ ถ้าหากเสด็จพี่หยงฟู่ได้กลิ่นหอมๆนี้ของท่านหญิงเสด็จพี่หยงฟู่จะต้องทรงหายจากพระอาการประชวรแน่ๆเปิ่นหวางเชื่ออย่างนั้น"   

      ก็อยากจะบอกอยู่หรอกนะว่าอย่าถือสาคำพูดของเด็กเพียงแต่ว่าคำๆนี้มันอาจจะใช้ไม่ได้กับองค์ชายสามที่รักและหวงว่าที่พระชายาของตนมากยิ่งกว่าสิ่งใด

         "เจี่ยนเอ๋อร์สิ่งที่เจ้าพูดออกมาเมื่อครู่เปิ่นหวางจะถือว่าไม่เคยได้ยินอะไรทั้งนั้น....เพราะไม่ว่าจะใครน่าไหนเปิ่นหวางก็จะไม่ยอมให้มาพาตัวว่าที่พระชายาของเปิ่นหวางออกไปจากแคว้นต้วนอี้ได้อย่างเด็ดขาด....หากยังกล้าที่จะดึงดันพานางออกไปเปิ่นหวางจะเด็ดหัวของมันผู้นั้นทิ้งซะ!!"     

         องค์ชายสามพูดทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้น ก่อนที่พระองค์จะกระแทกถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะจนมันแหลกละเอียด ร่างสูงขององค์ชายสามลุกขึ้นยืนและเดินออกไปจากเก๋งบัวโดยที่ไม่แม้แต่จะอยู่ให้ผู้ใดได้กล่าวคำลา 

           "องค์ชายสามรอกระหม่อมด้วยพะยะค่ะ!!"     โหย่วเจียนเมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงรีบโค้งตัวลาองค์ชายน้อยจากแคว้นหนานเยว่ แล้วรีบพุ่งตัวออกตามองค์ชายสามผู้เป็นนายเหนือหัวไปอย่างเร่งรีบ   

            เมื่อทุกอย่างเข้าสู่สภาวะปกติแบมแบมจึงหันมาพูดกับองค์ชายน้อย ที่ตอนนี้แทบจะเป็นหนึ่งเดียวกันกับแม่นมไปด้วยความหวาดกลัวไปเสียแล้ว

           "องค์ชายสิบสาม....อย่าทรงหวาดกลัวไปเลยเพคะ...ที่องค์ชายสามทรงตรัดออกไปเช่นนั้นพระองค์อาจจะมิได้ตั้งพระทัยก็ได้เพคะ"      แบมแบมพยายามพูดปลอบ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าคนอย่างองค์ชายสามจะไม่มีทางพูดเล่นในเรื่องเช่นนี้เป็นแน่

         "แต่เปิ่นหวางเชื่อว่าองค์ชายสามทรงตั้งพระทัยตรัดเช่นนั้นจริงๆ......เพราะแววตาขององค์ชายสามคล้ายกับเสด็จพี่หยงฟู่ที่เคยตรัดเอาไว้ว่าพระองค์จะฆ่าเปิ่นหวาง"

       "องค์ชายน้อยทรงตรัดสิ่งใดออกมากันเพคะ!!"      แม่นมขององค์ชายน้อยรีบถลาเข้ามาห้ามไม่ให้องค์ชายน้อยพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไปมากกว่านี้


             "เปิ่นหวางพูดความจริง....เสด็จพี่รังเกียจเปิ่นหวาง....เสด็จพี่อยากจะฆ่าเปิ่นหวาง"   


          องค์ชายน้อยเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าเศร้าหมอง แม้จะเป็นเพียงเด็กแต่พระองค์ก็รู้อะไรเป็นอะไร พระองค์ทรงรู้มาตลอดว่าผู้ที่พยายามส่งนักฆ่ามาลอบสังหารพระองค์นั่นก็คือ.....เสด็จพี่มู่ หยงฟู่

       "เอ่อ....เช่นนั้นหม่อมฉันว่าพวกเราไปเล่นลูกหนังกันดีหรือไม่เพคะ??"      แบมแบมเอ่ยชวนเมื่อเห็นว่าองค์ชายน้อยเริ่มมีใบหน้าที่เศร้าหมอง ดวงตาเริ่มฉ่ำวาวคล้ายกับว่าน้ำตากำลังจะไหล หากปล่อยไว้เช่นนี้มีหวังองค์ชายน้อยจากแคว้นหนานเยว่คงได้เป่าปี่กลางสวนดอกไม้แห่งนี้เป็นแน่     

        "ท่านหญิงเล่นลูกหนังเป็นด้วยหรือ??"      องค์ชายน้อยรีบเอ่ยถามด้วยใบหน้าและแววตาตื่นเต้น

        "เล่นเป็นสิเพคะ....เพียงแต่ว่าเรื่องต้องเป็นความลับห้ามบอกให้ผู้เรื่องนี้นะเพคะ"       แสร้งทำเป็นพูดให้เสียงเบาลง      แหม....เค้าล่ะไม่อยากจะคุยแต่ก็ขอคุยหน่อยเถอะ ว่าก่อนที่เค้าจะมาที่ภพนี้น่ะเค้าเองก็เป็นถึงนักฟุตบอลของมหาลัยเลยนะจะบอกให้

      "มันเป็นความลับเช่นนั้นหรือท่านหญิง??"       องค์ชายน้อยก็พลอยพูดให้เสียงเบาลงตามไปด้วย

     "เพคะมันเป็นความลับ"

     "ได้ๆเช่นนั้นท่านหญิงรอเปิ่นหวางอยู่ที่นี่อย่าเพิ่งไปไหนนะเดี๋ยวเปิ่นหวางมา!!"     เมื่อพูดจบองค์ชายน้อยก็รีบวิ่งออกไปจากลานบัวพร้อมกับแม่นมและเหล่านางกำนัล แบมแบมมองภาพเหล่านั้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เด็กน้อยวัยกำลังสดใสเช่นนี้กลับถูกความคิดชั่วร้ายของผู้ใหญ่ที่อยู่รอบข้างทำให้มัวหมอง   


       "งดงามอย่างผีเสื้อ......"




ในที่สุดก็ได้เวลามาแต่งต่อให้ซะที
ไหนๆก็ไหนๆแล้วช่วยกันเม้นให้เค้าหน่อยสิอย่าเอาแต่อ่านอย่างเดียว
แต่ก็อย่างว่าแหละพูดไปก็เท่านั้นเพราะสุดท้ายก็ไม่ยอมเม้นให้กันอยู่ดี


อิมเมจ องค์ชายสิบสาม มู่ เจี่ยนผิง
                      

      

        



             
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 95 ครั้ง

458 ความคิดเห็น

  1. #430 Angels Tent Tent (@tent_6969) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 22:30
    ความรู้สึกเริ่มกลัวน้องขึ้นมาเเล้วสิ..แหมพี่อี้ก็หวงเเร็งแรงนะเพค่ะ...รอต่อไปค่ะสู้ๆ
    #430
    0
  2. #429 แฟนบอยตัวน้อย (@Skypoppy) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 06:47
    พี่อี้เวลาหึงแล้วแอบน่ากลัวอ่ะ!!
    #429
    0
  3. #428 narissarasanjo1 (@narissarasanjo1) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 05:24
    ชอบมากๆๆๆ
    #428
    0
  4. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. #426 Jiberita (@Jiberita) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 09:57
    ถิงเอ๋อร์จะหยุดไหม
    #426
    0
  6. #425 แฟนบอยตัวน้อย (@Skypoppy) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 05:54

    มาต่อเร็วๆนะครับ
    #425
    0
  7. #424 Ammttha? (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 00:21

    แค่นี้คนน้องทำได้สบายอยู่แล้วท่านพี่อย่าห่วงง

    #424
    0
  8. #423 aeayzii (@aeayzii) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 22:06

    สู้ๆๆจ้ารออ่านอยู่นะค่ะ
    #423
    0