ตอนที่ 303 : เรื่องควรรู้ก่อนวันแต่งงานแบบอินเดีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 985
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    14 พ.ค. 60

#ซุบซิบกับสะใภ้อินเดีย
วันพรุ่งนี้ 20 เม.ย. จะถึงวันครบรอบแต่งงาน 1 ปี ของอีห่านแว้ว กรี๊ดดด!!! ตื่นเต้นแปบ (สามีก็ไม่ได้อยู่ไทยตอนนี้จะตื่นเต้นเพื่อ!!!) ก็แหม....รู้สึกเหมือนเพิ่งแต่งงานหมาดๆ 555+

บางคนอาจคิดว่า อะไร้! แต่งงานมาแค่ 1 ปี ทำมาสั่งสอนฉันเหรอยะ ค่ะ!...แต่งงานครบ 1 ปี แต่รวมกับที่คบหาสามีตั้งแต่เป็นแฟนจนแต่งงานนี่ 7 ปีแล้วค่ะ นานจนรู้สึกว่าพอจะแนะนำเทคนิคเล็กๆน้อยๆบางอย่างให้คู่รักใหม่ๆได้บ้างไม่มากก็น้อยเนอะ

เทคนิคการประคองชีวิตรักทางไกลให้ยืนยาว สิ่งสำคัญที่ควรมี คือ

1. ความเชื่อใจ / นี่อันดับหนึ่งเลย โดยเฉพาะรักทางไกล ที่นานๆเจอคนรักสักที หากคนรักของคุณไม่ได้มีพฤติกรรมนอกลู่นอกทางชัดเจนก็ไม่ต้องไปจับผิดโทรหา หรือ เปิดกล้องทั้งวี่ทั้งวัน ปล่อยๆเขาไปบ้าง เพราะต่อให้เขานอกใจหรือไม่นอกใจ คุณอยู่ไกลขนาดนั้นจะไปรู้ไปเห็นไปตามเฝ้าเขาตลอดเวลาไม่ได้ ต่อให้เขาบอกไม่มีอะไร คุณก็ไม่มีทางรู้อยู่ดี เพราะเรื่องนอกใจนี่ต่อให้อยู่ใกล้กัน ประเทศเดียวกัน หรือ บ้านข้างๆกัน ถ้าคนมันคิดไม่ซื่อยังไงมันก็นอกใจได้ค่ะ ทำใจสบายๆดีกว่า (ปล่อยวางได้ แต่ก็ไม่ใช่ละเลยนะ เช็คเป็นบางครั้งบางคราวไป)

2. ความอดทน / ยิ่งคนที่เพิ่งคบกันใหม่ๆ การได้ใช้เวลาอยู่กับคนรักนานๆเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น แต่ในเมื่อคนรักอยู่ไกลจนไม่สามารถมาพบปะตัวเป็นๆได้บ่อยๆเหมือนคู่ที่เขาคบกันในไทย ความอดทนของเราต้องสูงพอค่ะ อดทนที่จะไม่อิจฉาชาวบ้าน ลด ละ เลิกเอาชีวิตคู่อื่นๆมาตัดสินหรือเปรียบเทียบคู่ตัวเอง ว่าทำไมฉันไม่ได้ใช้เวลาวันวาเลนไทน์กับแฟนเหมือนคนนั้น ทำไมฉันไม่ได้ฉลองวันเกิด ปีใหม่ ครบรอบแต่งงาน บลาๆๆ กับคนรักเหมือนเพื่อน เหมือนคนนั้นคนนี้ หากในวันนั้นคนรักของเรายังจำวันสำคัญได้ สำหรับอีห่านแค่โทรมาอวยพร หรือ ส่งของขวัญนิดๆหน่อยๆมาก็มีความสุขแล้ว ความอดทนนั้นเป็นสิ่งที่จะท้าทายตัวเองว่าเราสามารถสะกดกลั้นสิ่งยั่วยุรอบข้างได้มากน้อยแค่ไหน คนที่เขาเจอหน้ากันทุกวัน อยู่ด้วยกันในวันพิเศษทุกครั้งแต่ไม่ซื่อสัตย์ก็มีเยอะไป หากคู่รักของคุณมีคุณสมบัติดีและรักเดียวใจเดียวก็ลองปล่อยวางบ้างค่ะ การรอคอยมักให้ผลช้า แต่ผลตอบแทนของมันมักให้ความหอมหวานและคุ้มค่าเสมอ

หลักๆสองข้อแค่นี้ค่ะ....

ถามว่าก่อนวันแต่งงานบ่าวสาวที่แต่งงานแบบฮินดู คืออะไร อยากรู้ไหมล่ะ.... แต่น แตน แต้นนนนน นั่นก็คือ

1. ห้ามเจอหน้ากัน 1 วัน 1 คืน (ทำทั้งบ่าวสาว) / ตามธรรมเนียม คือ ห้ามเจอหน้ากันค่ะ ส่งข้อความได้อะไรได้ แต่สำหรับอีห่านกับสามี คือ ไม่ส่งแม้กระทั่งรูป หรือ เปิดกล้องด้วย

2. ห้ามกินเนื้อสัตว์ เป็นมังสวิรัติ 1 วัน (ทำทั้งบ่าวสาว) / กินอาหารมังสวิรัติมื้อเช้า-เย็น (ห้ามโกงไปกินมื้อดึกนะยะ มังสวิรัติทุกมื้อในวันนี้) กินแค่ผัก ผลไม้ ขนม(ที่ไม่ผสมไข่และเนื้อสัตว์เจือปน) นม น้ำผลไม้ น้ำเปล่า

3. ห้ามออกไปข้างนอก (ทำทั้งบ่าวสาว) / อย่าออกไปเดินเล่น กินลมชมวิวข้างนอก ตามธรรมเนียมให้เก็บตัวในห้อง ในที่พัก

4. เพ้นท์เฮนน่า (ทำแค่เจ้าสาว) / อันนี้ตอนแรกอีห่านตื่นเต้นมากกก อยากทำๆๆๆ แต่พอทำจริงๆ เย็ดดดด.....โคตรทรมานเลย คือ ต้องเพ้นท์ แขน 2 ข้าง ขา 2 ข้าง แล้วแบบว่า ระหว่างเพ้นท์ต้องยกแขนขาไว้ไง ห้ามไปโดนอะไรเลยเดี๋ยวเลอะ กว่าจะเพ้นท์เสร็จ 1 แขนใช้เวลา 15-25 นาที เห็นจะได้ รวมๆแล้วเกือบ 2 ช.ม. พอเสร็จแขนข้างนึงก็เอาลงไม่ได้ ยกไว้อย่างนั้นเพราะมันแห้งช้า จากนั้นก็เพ้นท์อีกแขนต่อ ยกแขน 2 ข้างไปเรื่อยๆ จากนั้นก็เพ้นท์ขา กว่าจะครบก็แหกแข้งแหกขาลอยกลางอากาศเมื่อยไปตามระเบียบ ตอนทำนี่แนะนำให้สวมชุดสบายๆ อย่างอีห่าน คือ สวมชุดกระโปรงสั้นประมาณเข่า แล้วแขนกุด มันจะได้ไม่เลอะเทอะ แล้วควรสระผมกับอาบน้ำให้เรียบร้อยก่อนนะ เพราะว่าทำแล้วห้ามโดนน้ำอย่างต่ำ 4 ช.ม. บางพื้นที่ห้ามโดนน้ำเป็นวันเป็นคืนเลย

ออ...การทำเฮนน่าถ้าให้สีติดทน พอมันเริ่มแห้งเป็นสะเก็ดก็เอาน้ำมะนาว+น้ำตาลมาทาๆให้ทั่ว ไอ้ตอนนี้ล่ะพวกเธอเอ้ย นอกจากเมื่อย ยังเหนียวเหนอะหนะ ยิ่งตอนเฮนน่าแห้งนะ โอ้โห เดินไปไหนนี่ร่วงกราวตามพื้น ตอนไปเอาเฮนน่าที่ตกสะเก็ดออกนี่ยิ่งลำบากใหญ่ เลอะเทอะเปรอะเปื้อนพื้นไปหมด (ควรไปแกะๆลูบๆในห้องน้ำ จริงๆเขาห้ามแกะนะ ให้ลูบๆแรงๆเอา)

แรกๆสีจะออกแดงๆไม่ชัดมาก แต่พอเวลาผ่านไปสัก 6 ช.ม.+ สีจะเข้มขึ้นเป็นสีแดงอมน้ำตาล ที่สำคัญ...ตามธรรมเนียมเขาว่ากันว่า ยิ่งสีเฮนน่าติดผิวกายเข้มมากเท่าไร แม่ผัวจะรักมากเท่านั้นนะยะ 555555+

ปล. สีเฮนน่าจะติดผิวเราไปราวๆ 7 วัน ช่วงทำแรกๆนี่จะสวยอยู่ แต่พอเข้าวันหลังๆที่เฮนน่าเริ่มลอกเริ่มจางจะดูเลอะเทอะกระดำกระด่างมากมาย เพราะสีมันจะเริ่มขาดๆหายๆไม่เป็นลายแล้ว

เอาแค่นี้ก่อนพอ หวังว่าจะได้ความรู้บ้างนะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

947 ความคิดเห็น