ตอนที่ 430 : ประสบการณ์การดูหนังในโรงภาพยนตร์ที่อินเดียครั้งแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 536
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    26 มี.ค. 61

#ซุบซิบกับสะใภ้อินเดีย
เมื่อเย็นวานเป็นครั้งแรกที่อีห่านได้ดูหนังในโรงภาพยนตร์ที่ประเทศอินเดีย พอดีอีหมีอยากดู จูแมนจี้ สามมิติ อีห่านเองก็อยากสัมผัสว่าบรรยากาศมันแตกต่างจากโรงภาพยนตร์บ้านเรายังไง อีหมีจองตั๋วที่โรงภาพยนตร์ในห้างสรรพสินค้าแถวบ้าน

เราไปถึงก่อนเวลาเล็กน้อย อันดับแรกก็ต้องเอาตั๋วให้พนักงานหน้าทางเข้าดู...ผ่านการค้นตัวกับตรวจกระเป๋า (ที่อินเดียจะเข้มงวดเรื่องการตรวจค้นร่างกายกับวัตถุอันตรายกว่าบ้านเรามาก เพราะมันมีก่อการร้ายเกิดขึ้นบ่อยในบางช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน เข้าห้างสรรพสินค้า หรือ โรงภาพยนตร์ ก็ต้องได้รับการตรวจอย่างเข้มงวด อีห่านชอบนะ จะตรวจก็ให้มันจริงจังไม่ใช่แบบไทยเอากระบอกไฟฉายตวัดผ่านๆทั้งที่ยังไม่ทันเปิดกระเป๋า แถมสายตายังมองไปทางอื่น ตรวจเพื่อ!)

(ต่อจากนี้เป็นบรรยากาศในโรงภาพยนตร์หนึ่งในบังกาลอร์ อย่าเหมารวมว่าจะเหมือนกันหมดทุกที่นะคะ)
.....................................................

พอเข้าไปด้านในก็จะเจอโซฟานั่งรอเป็นจุดๆ โซนขายกาแฟ
ชา และ เบอร์เกอร์ อีกด้านเป็นเคาน์เตอร์ขายขนมกับเครื่องดื่ม อีห่านเลือก Butter Popcorn เพราะชอบรสนี้ที่สุด เวลาดูหนังในโรงภาพยนตร์ที่ไทยก็ต้องรสนี้เท่านั้น (แต่ผิดหวังตรงที่มันจืดกว่าที่คิด แต่ก็ซัดไปครึ่ง)

ภายในโรงภาพยนตร์ค่อนข้างแคบกว่าที่ไทย เราเดินเข้าจากด้านซ้ายหลังสุดเพราะมีทางเข้าเดียว ไม่เหมือนที่ไทยที่มีสองด้าน จากนั้นก็เดินอ้อมไปตรงหน้าจอฉาย เพื่อกลับขึ้นบันไดไปยังที่นั่งที่จองไว้ คือ ขวาสุด หลังสุด แถวสุดท้าย (ถ้าอยากเข้าห้องน้ำกลางครันก็ต้องเฉิดฉายหน่อยนะ 555+ เดินผ่านหน้าจอที่มีคนนับร้อยกำลังดู 555+)

ที่นั่งขนาดอีหมีเลือกแบบพรีเมียม ขนาดไซส์ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากที่นั่งปกติ แค่อยู่สูงกว่า แต่แคบและนั่งติดๆกัน ไม่มีโซฟาแบบที่ไทยในโรงภาพยนตร์ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ใจอีห่านแอบคิดถึงที่นั่งแบบโซฟาสองคนมาก เพราะปกติอีห่านจะเลือกที่นั่งโซฟาตลอดเวลาดูคนเดียวหรือดูกับอีหมีก็ตาม จ่ายแพงไม่ว่าขอนั่งแบบสบายๆเหยียดแข้งขาอะไรงี้

ระหว่างรอจูแมนจี้ฉาย ก็มีหนังตัวอย่างแบบบ้านเรา แต่ที่นี่คือมีตัวอย่างหนังอินเดียเป็นส่วนมาก สมมติ 15 เรื่อง มีหนังอินเดีย 14 เรื่อง มีหนังฝรั่งโผล่มาเรื่องเดียว 5555+ มันบ่งบอกได้เป็นอย่างดีถึงอุตสาหกรรมภาพยนตร์บ้านเขาเติบโตกว่าไทยมาก

มีโฆษณาโผล่มา 1 ชิ้นเท่าที่จำได้ เพราะตัวเอก คือ อมิตาป บาจัน (ผัวอีห่านเบอร์ 2) (เบอร์ 1 คือ ชารุค ข่าน) เกี่ยวกับโทรทัศน์รุ่นใหม่ประมาณว่าสามารถดูภาพถ่ายจากมือถือ (ถ้าจำไม่ผิด) แล้วปรับภาพขยายจากหน้าจอมือถือไปยังโทรทัศน์ ซูมเข้าซูมออกได้โดยใช้ปลายนิ้วอะไรงี้

พอจูแมนจี้ใกล้ฉาย ก็ต้องยืนตรงเคารพแบบบ้านเรา ต่างกันแค่บ้านเราเป็นเพลงสรรเสริญพระบารมี ที่อินเดียเป็นเพลงชาติ ซึ่งอีห่านก็ยืนตรงเคารพด้วยมรรยาทอันพึงควรกระทำ ที่ไทยทำแบบไหน ที่อินเดียก็ทำแบบนั้น อีห่านเห็นคนอินเดียในโรงภาพยนตร์ยืนตรงกันนิ่งมาก ถือว่าเขารักและเคารพความเป็นชาติพันธุ์ของเขาดีจริงๆ

ไม่นานไฟในโรงภาพยนตร์ก็ดับ...จูแมนจี้ก็เริ่มฉาย

คราวนี้แหละ...ที่อีห่านได้เห็นถึงความแตกต่างเบาๆของบรรยากาศในโรงภาพยนตร์ที่อินเดีย ว่าต่างจากที่ไทยยังไง

1. ผู้คนในโรงภาพยนตร์แม่งไม่เงียบกันเลย 5555+ แบบพูดคุยกันพึมพำตลอดเวลา คือ แต่ละคนไม่ได้ส่งเสียงดังหรอก แต่คุยกันเบาๆ พอหลายๆคนทำเข้า มันก็แบบฮึมฮัมไปทั่วเคล้าเสียงหนังที่ฉาย

2. ที่นี่ไม่ค่อยแยแสเรื่องมรรยาทการใช้มือถือระหว่างดูหนัง ผู้หญิงอินเดียที่นั่งข้างอีห่าน นางคอยหยิบมือถือที่เปิดแสงหน้าจอสว่างจ้าประหนึ่งดวงอาทิตย์ที่สาดแสงให้ความอบอุ่นไปทั่วระบบสุริยะจักรวาล ซึ่งกูเป็นดาวพุธที่โคจรใกล้นางที่สุด พอนางเปิดดูข้อความทีแสงก็สว่างวาบเข้าตาที แล้วนางไม่ลดแสงด้วยนะ นางชอบแบบจ้าๆ 555+ แล้วเปิดดูบ่อยมากกกกก มีครั้งหนึ่งโทรศัพท์นางเข้าจ้า เสียงนี่กระหึ่มโรงภาพยนตร์เลย นางก็รับคุยแบบชิลๆ

อีห่านคิดในใจ...อีดอกกกก! อยากกระโดดเตะก็กลัวไปโดนลูกนางที่นั่งข้างๆ

ด้วยความที่อีห่านนั่งอยู่หลังสุด สูงสุด ก็จะเห็นว่าผู้คนในโรงเปิดมือถือดูข้อความเป็นระยะ บางคนแสงสว่างจ้าก็รีบลดแสง แต่ส่วนใหญ่จะลดแสงขณะดูข้อความก็ไม่ได้แยงตามากมายนัก แต่คนนั้นทำที คนนี้ทำที คนละมุมกัน เหมือนแสงหิ่งห้อยกะพริบไปมาจากตรงนั้นตรงนี้ 5555+

3. คนที่นี่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อหนังดีมาก เวลาอีห่านดูหนังตลกในโรงภาพยนตร์ที่ไทยจะเห็นคนไทยหัวเราะกันคิกคัก เบาๆจากมุมนั้นมุมนี้ นานๆจะเจอแบบฮาครืนทั้งโรงที แต่ที่อินเดียนี่ หนังตลกคือหัวเราะจริงๆจังๆ แบบฮาครืนทั้งโรงตลอดเวลา ตัวละครปล่อยมุกอะไรเบาๆก็หัวเราะแล้ว ดูมีสีสันดีมากๆ

4. อย่างที่เคยได้ยินได้ฟังว่าการดูหนังที่อินเดียจะมีการพักครึ่ง พอหนังฉายไปครึ่งเรื่องก็จะหยุด ไฟในโรงภาพยนตร์ก็จะเปิดให้ผู้คนได้ลุกออกไปเข้าห้องน้ำ ได้ออกไปซื้อขนมนมเนยหรือเครื่องดื่ม ได้ยืดเส้นยืดสายอะไรงี้ ประมาณ 10-15 นาที ก็จะกลับมาฉายต่อ อีห่านเลยถือโอกาสพาอีหมีตามผู้คนออกไปเข้าห้องน้ำ เพราะเริ่มปวดฉี่ ถ้าให้ไประหว่างดูหนังคงไม่กล้าเฉิดฉายต่อหน้าผู้คนนับร้อย 5555+

ความอินดี้อยู่ตรงที่ หลังจากหนังเริ่มกลับมาฉาย อีห่านกับอีหมีก็ดูหนังต่อไปได้สักสิบนาที ก็มีพนักงานจากเคาน์เตอร์ด้านนอกยกขนมกับเครื่องดื่มมาให้คนๆหนึ่ง ตอนนั้นเองมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งหน้าอีห่านเยื้องออกไปทางด้านซ้ายนิดหน่อยกวักมือเรียกพนักงานคนนั้น พนักงานก็เข้ามาถามถึงความต้องการ เขาก็ตอบเป็นภาษาฮินดีพร้อมชี้ไปที่เสาข้างๆทางเดิน

ตอนนั้นอีห่านยังไม่รู้หรอกว่าเขาคุยอะไรกัน จนเมื่อพนักงานคนนั้นรับคำสั่งพลางเดินอ้อมไปยังหน้าโรงภาพยนตร์ บอกกับพนักงานดูแลในโรงภาพยนตร์อีกคนนั่นล่ะ ไม่เกินห้าวินาที ไฟตรงเสาแต่ละต้นริมทางเดินสองฟากของโรงภาพยนตร์จึงได้ดับลง

เย็ดดดด!!!

พวกมึงลืมปิดไฟ!!!

แบบนี้ก็ได้เหรอวะ 5555+ ชิลเกินไปแล้ววว

....................................
สรุป หนังสนุกดี ขนาดอีห่านภาษาอังกฤษอ่อนด้อย อ่านซับไตเติ้ลเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างยังสัมผัสได้ถึงความเจ๋งของหนัง ภาพสวย แอคติ้งของตัวละครในทีมดี จนบางทีเดอะร็อคดูดร็อปไปเลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

919 ความคิดเห็น

  1. #750 A-Effemine (@A-Effemine) (จากตอนที่ 430)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 12:11
    ชอบตรงดาวพุธเนี่ยแหละ ฮา
    #750
    0