ตอนที่ 447 : (รีวิวหนังอินเดีย) Pad Man

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 989
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    27 เม.ย. 61

#ซุบซิบกับสะใภ้อินเดีย
***รีวิว*** Pad Man 
หลายเดือนก่อนอีห่านเคยอ่านข่าวของ "อรุณาจาลาม มูรูกานันธัม" (Arunachalam Muruganantham) หนุ่มอินเดียจากรัฐทมิฬนาฑู ผู้คิดค้นทำผ้าอนามัยราคาถูกให้ผู้หญิงอินเดียได้ใช้ โดยมีแรงบันดาลใจมาจากการที่เขาได้เห็นภรรยาของตัวเองใช้เศษผ้าสกปรกๆในการซับเลือดประจำเดือน ซึ่งผ้าอนามัยที่ขายตามร้านค้ามักมีราคาแพง ทำให้ภรรยาของเขาและผู้หญิงในครอบครัวยากจนไม่มีเงินซื้อ เขาเกิดความสงสัยว่าทำไมผ้าอนามัยแผ่นหนึ่งถึงมีราคาถึง 5-10 รูปี (2.5-5 บาท) ทั้งๆที่วัตถุดิบทำมาจากฝ้าย 10 กรัม ซึ่งมีราคาเพียง 0.1 รูปี (ครึ่งสตางค์) เท่านั้น เลยพยายามคิดค้นทำผ้าอนามัยดีๆและมีราคาถูกให้ภรรยาได้ใช้ แต่กลับโดนภรรยาและแม่แท้ๆทอดทิ้ง ด้วยเห็นว่าเขาวิปริต หมกหมุ่นอยู่กับเรื่องของประจำเดือนที่ถือเป็นของสกปรก รวมถึงผู้คนในชุมชนก็ประณามและรังเกียจเลยขับไล่เขาออกไป แต่เขาก็ไม่ย้อท้อพยายามค้นคว้าอยู่หลายปีจนทำเครื่องมือและเครื่องจักรสำเร็จ

ซึ่งเครื่องจักรของเขาได้รับรางวัลชนะเลิศสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยมจาก Indian Institute of Technology และเริ่มมีสื่อชื่อดังอย่าง BBC มาสัมภาษณ์ โดยไทม์ แมกกาซีน ยกย่องให้อรุณาจาลาม มูรูกานันธัม เป็น 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลของโลก จากการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยให้ผู้หญิงหลายล้านคนมีสุขภาพดีขึ้น เนื้อข่าวระบุอีกว่าเมื่อเขาประสบความสำเร็จ ในภายหลัง เมีย แม่ ก็กลับมาหาเขา และ ผู้คนในชุมชนก็ยอมรับในตัวเขา

..........................................

อีห่านต้องขอบอกก่อน ว่า...ประเทศอินเดียส่วนใหญ่ยังเป็นสังคมปิด มีความเชื่อมากมายที่ฝังแน่นเสมือนรากหยั่งลึกลงไปในผืนดินจนยากจะแปรเปลี่ยนง่ายๆ อย่างความเชื่อเรื่องประจำเดือนในสังคมอินเดียก็เหมือนความเชื่อในสังคมไทยสมัยอดีตและปัจจุบันที่ถือว่าประจำเดือนเป็นสิ่งสกปรกและน่ารังเกียจ

บางสังคมของอินเดียผู้หญิงที่เป็นประจำเดือนจะถูกห้ามเข้าวัดวาอาราม ห้ามเข้าครัว ห้ามนั่งร่วมกับผู้อื่น แม้แต่ห้ามทำพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา ในประเทศอินเดียที่มีคนจนค่อนข้างมากนั้นทำให้ผ้าอนามัยกลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยขนาดรัฐบาลอินเดียเก็บภาษีผ้าอนามัยจนคนประท้วงออกข่าวดังเลยทีเดียว เนื่องจากผ้าอนามัยมีราคาสูง ทำให้ผู้หญิงอินเดียที่ฐานะยากจนไม่สามารถเอาเงินมาซื้อใช้ได้ (ประมาณว่า เงิน 100-200 รูปี เพื่อซื้อผ้าอนามัยใช้แต่ละเดือนแล้วก็ทิ้งไป เอามาซื้ออาหารประทังชีวิตดีกว่า) อย่างองค์กร She Says เคยระบุว่าปัจจุบันมีผู้หญิงอินเดียใช้ผ้าอนามัยเพียง 12% เท่านั้น ที่เหลือใช้วัสดุธรรมชาติแทนผ้าอนามัย เช่น ทราย ข้าวเปลือก ขี้เถ้า เศษฟาง เศษผ้า แกลบ ใบไม้แห้ง หรือ พลาสติก ซึ่งไม่สะอาด เป็นผลให้ผู้หญิงอินเดียจำนวนมากติดเชื้อในช่องคลอด

..........................................

ตอนที่อีห่านเห็นชื่อหนังเรื่องนี้ตอนมาประเทศอินเดียเมื่อเดือน ธ.ค. ตอนนั้นประหลาดใจมาก รู้สึกว่าพล็อตคล้ายข่าวที่เคยอ่าน จนไปอ่านข้อมูลของหนังก่อนเข้าฉายก็พบว่าหนังเรื่อง Pad Man สร้างจากเรื่องจริงของ อรุณาจาลาม มูรูกานันธัม นั่นเอง ตอนนั้นอีห่านนึกอยากดูมากกกกกก อยากรู้ว่ามันจะถูกสร้างออกมาได้น่าดูขนาดไหน ซึ่งหนังเรื่องนี้ได้นักแสดงชื่อดัง อย่าง Akshay Kumar มาแสดงเป็น อรุณาจาลาม มูรูกานันธัม ในชื่อของ 'Lakshmikant Chauhan' หากใครจำได้ Akshay Kumar เคยรับบท เป็น Keshav พระเอกในภาพยนตร์เรื่อง Toilet ภาพยนตร์อินเดียที่สร้างจากเรื่องจริงเกี่ยวกับห้องน้ำในประเทศอินเดียซึ่งโด่งดังมากในปีที่แล้วด้วย ตอนแรกหนังเรื่อง Pad Man มีกำหนดเข้าฉาย 26 ม.ค. 61 อีห่านนี่ตั้งหน้าตั้งตารอเลย แต่ไปๆมาๆกลับเลื่อนฉายเป็นวันที่ 9 ก.พ. 61 ซึ่งก็คือเมื่อวาน แน่นอนอีห่านไม่พลาดให้สามีรีบจองตั๋วแล้วไปดูด้วยกัน

เนื้อหาของภาพยนตร์เรื่อง Pad Man เหมือนกับเนื้อข่าวที่ทุกคนได้อ่านในข้างต้นนั่นล่ะ อีห่านก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเป็นการสปอยไหม เพราะมันมาจากเรื่องจริงส่วนใหญ่เลย แต่มันกลับแทรกซึมไปด้วยความรักของพระเอกที่มีต่อภรรยามาก มากจนทำให้คนเป็นภรรยาหรือผู้หญิงที่ได้ดูอาจรู้สึกอยากฆ่าหมกผัวหรือแฟนตัวเองแล้วเอาผู้ชายคนนี้มาเป็นผัวแทน 55555+

..........................................
คำเตือน...มีการสปอย ถ้าไม่อยากโดนสปอยก็ไม่ต้องอ่านต่อจากนี้นะจ๊ะ
..........................................
เรื่องเริ่มจาก Lakshmikant แต่งงานกับ Gayatri ทั้งคู่เป็นสามีภรรยาที่รักกันมาก และ อาศัยอยู่กับแม่และน้องสาวในชุมชนแห่งหนึ่งที่ยังไม่เจริญนัก ทุกๆเช้า Lakshmikant ผู้เป็นสามีจะขี่จักรยานไปทำงาน โดยมี Gayatri ผู้เป็นภรรยาคอยออกมาส่งที่หน้าบ้าน คอยจัดเสื้อเขายัดใส่กางเกง เอาอาหารใส่ปิ่นโตให้ ส่วนสามีก็เก่งเรื่องการประดิษฐ์สร้างสรรค์เป็นทุนเดิม เวลาให้ภรรยาซ้อนท้ายจักรยาน ภรรยาเจ็บก้นนั่งไม่สบายก็ประดิษฐ์เก้าอี้มาติดท้ายจักรยานให้ เห็นภรรยาหั่นหอมตอนทำกับข้าวน้ำตาไหลก็ทำเครื่องมือช่วยหั่นหอมให้ เรียกว่าต่างฝ่ายต่างปรนนิบัติกันและกันเป็นอย่างดี จนวันหนึ่งเขาได้เห็นภรรยาที่ควรจะนั่งกินข้าวร่วมกันในครอบครัวกลับแยกตัวออกไปกินข้าวคนเดียวเพียงเพราะเธอเป็นประจำเดือน เธอต้องนอนนอกชานไม่สามารถนอนร่วมกับเขาได้ แม้แต่อยู่ใกล้ๆกันก็ไม่ได้ เพราะแม่ไม่อนุญาตเนื่องจากเป็นความเชื่อที่ผู้คนในสังคมทำกัน และจนเมื่อเขาเห็นว่าภรรยาได้ใช้เศษผ้าเก่าๆมาซับเลือดประจำเดือนแทนผ้าอนามัยที่มีราคาแพง เขาก็ทนไม่ได้ต้องไปซื้อผ้าอนามัยมาให้เธอใช้ แต่เธอก็ไม่ยอมรับมันเพราะราคาที่สูงเกินไป เขาเริ่มสังเกตเห็นปัญหา ทั้งที่ฝ้ายมีราคาถูก ผ้าฝ้ายก็มีราคาถูก แต่ผ้าอนามัยกลับมีราคาแพงจนภรรยาเขาไม่สามารถซื้อมาใช้ได้ ทำให้เขาลองซื้อฝ้าย ซื้อผ้ามาทำผ้าอนามัยให้ภรรยาเขาลองใช้ในแต่ละเดือน ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะท้ายที่สุดภรรยาของเขาก็หันกลับมาใช้เศษผ้าเหมือนเดิมเพราะผ้าอนามัยที่เขาทำมันซึมซับได้ไม่ดีพอ เขาจึงเริ่มพยายามมากขึ้น ขณะที่ครอบครัวและผู้คนรอบข้างในชุมชนเริ่มมองเขาเป็นตัวประหลาดมากขึ้นทุกที

เขาลองทำผ้าอนามัยด้วยวิธีใหม่ ลองเอามาใส่กางเกงในผู้หญิงที่ซื้อมาโดยเฉพาะแล้วสวมใส่เอง จากนั้นก็วานเพื่อนที่ทำงานร้านชำแหละเนื้อสัตว์ให้เอาเลือดแพะใส่ในยางในลูกฟุตบอลเปรียบเสมือนมดลูกเทียม ต่อสายยางเชื่อมไปที่ผ้าอนามัยที่เขาแปะไว้กับกางเกงในที่สวม จากนั้นก็ห้อยไว้ข้างเอว คอยบีบเป็นระยะๆเพื่อให้เลือดไหลไปที่ผ้าอนามัยวัดความซึมซับขณะเดิน วิ่ง หรือแม้แต่ขี่จักรยานคันโปรดที่เขาชอบให้ภรรยาซ้อนท้าย เรื่องเกิดความพีคตรงนี้นี่แหละ เมื่อเขาขี่จักรยานไปพลางบีบมดลูกเทียมไปพลาง เลือดก็เปื้อนเปรอะกางเกงเขาเพราะผ้าอนามัยที่เขาทำซึมซับได้ไม่ดีพอ ท่ามกลางสายตาผู้คนในชุมชนตอนนั้น เขากระโดดลงไปในแม่น้ำเพื่อชำระคราบเลือด โดยมีผู้คนมากมายยืนประณามสาปแช่งเขาอยู่ตรงท่าน้ำ ซึ่งมันไม่ได้ทำให้เขาเจ็บปวดมากเท่ากับสายตาของผู้เป็นภรรยาที่กำลังมองเขาจากกลุ่มผู้คนเหล่านั้นด้วย

ในที่สุดภรรยา แม่ และ น้องสาวของเขาก็ทนไม่ไหว เพราะได้รับความอับอายและจากเขาไป เช่นเดียวกับผู้คนในชุมชนที่รุมประณามเขา แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่ย่อท้อยังคงพยายามคิดค้นการทำผ้าอนามัยต่อไป เขาเริ่มประดิษฐ์เครื่องมือและเครื่องจักรสำหรับทำผ้าอนามัย โดยได้รับความช่วยเหลือจาก Pari ผู้หญิงคนหนึ่งที่เห็นคุณค่าในสิ่งที่เขาทำ เธอคอยเป็นกำลังใจให้เขา พาเขาไปประกวดจนได้รางวัลเครื่องจักร คอยเอาผ้าอนามัยที่เขาผลิตไปลองขายให้ผู้หญิงในชุมชน ซึ่งเธอสามารถเข้าถึงผู้หญิงด้วยกันได้ดีกว่าผู้ชายอย่างเขา และ ยังชักชวนให้ผู้หญิงหลายคนมาช่วยทำงานผลิตผ้าอนามัยจนเกิดรายได้ในชุมชน จนเริ่มมีสื่อต่างๆมาสัมภาษณ์ เขาได้รับรางวัล จนสามารถไปพูดบนเวทีที่สหรัฐอเมริกา ตรงฉากๆนี้อีห่านน้ำตาซึมไม่รู้ตัว มันเหมือนเราเห็นความพยายามของเขา เราสู้ไปกับเขาท่ามกลางอุปสรรคมากมาย พอเห็นเขาได้ยืนอยู่บนจุดแห่งความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับมันทำให้เราแบบ ตื้นตันจนบอกไม่ถูก มีคำๆหนึ่งที่เขาพูดยังตราตรึงใจอีห่าน "Big man, Strong man not making country strong. Woman strong, Mother strong, Sister strong Then country strong." มันเป็นถ้อยคำที่แบบยกย่องผู้หญิงมาก แน่นอนว่าตอนหลังภรรยาของเขา แม่ และน้องสาวของเขา ที่เห็นเขาประสบความสำเร็จก็กลับมาหาแบบเนื้อข่าวจริง โดยที่ Pari ได้ยอมถอยห่างจากไปเอง

ภาพยนตร์เรื่องนี้มันดีมาก มันทำให้อีห่านรู้สึกแบบดีอะ ขณะพิมพ์อยู่ตอนนี้ยังอิ่มเอมอยู่เลย ขนาดสามีอีห่านไม่ชอบหนังแนวชีวิตแต่ยังชมว่าเป็นหนังที่ดีมากเรื่องหนึ่ง คะแนนอีห่านให้เลย 9.5/10 ตัดไปตรงหมั่นไส้อีเมีย อีแม่ อีน้องนี่ล่ะ แหมมมมมมม...พอเห็นผัว เห็นลูก เห็นพี่ได้ดีนี่รี่กลับมาเชียว นิสัย!!! (อคติส่วนตัวมาก 55555+)

สำหรับอีห่าน Gayatri คือ ผู้เป็นแรงบันดาลใจของ Lakshmikant แต่ Pari คือ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Lakshmikant

คนไทยคนไหนที่อยู่อินเดียตอนนี้ ไปดูเถอะ...หนังดีมาก ขนาดเป็นภาษาฮินดีนะ ไม่มีซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษ ยังเข้าใจเลย แบบภาพ สีหน้า ท่าทาง อารมณ์มันสื่อชัดเจนมาก แล้วแบบมีจังหวะตลก ให้ได้ขำเป็นระยะๆ เพลงก็เพราะ ภาพนี่สวยมาก วิวทิวทัศน์นี่แบบเธอเอ้ย สุดยอดดดดดด! ขนาดอีห่านอยู่อินเดียแม่งยังอยากไปเที่ยวอินเดียเลย เอ๊ะ...ยังไง! 55555+ นี่ถ้ามีพากย์ไทยหรือหนังได้เข้าไทยยังไงคงต้องไปดูอีกแน่นอน จะซื้อแผ่นเก็บด้วย ประทับใจมากอะ...ยิ่งความรักที่ Lakshmikant มีต่อ Gayatri นะ โอ้โห...สูงส่ง ทุ่มเท จนอยากจิกผัวที่นั่งดูข้างๆให้เอา Lakshmikant เป็นแบบอย่าง! 55555+ #padman #indianmovie #indiamovie #indian #india#movie #หนังอินเดีย #อินเดีย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

947 ความคิดเห็น

  1. #781 GladToSee (@GladToSee) (จากตอนที่ 447)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 14:27
    แบบอิเมียนี่ไม่เท่าไหร่ แต่แม่อ่ะ คนเป็นแม่แม่มทิ้งลูกพอลูกได้ดีนี่รี่กับมาเชียว
    #781
    0
  2. #778 mana_ai (@mana_ai) (จากตอนที่ 447)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 12:39
    อ่านสปอยแล้ว ไม่ชอบตรงที่เมีย แม่ น้องกลับมา หลังจากที่เขาประสบความสำเร็จแล้ว ฟิลลิ่งแบบ...โอ๊ยยย ชะนีหน้าเงินเอ๊ยยย pariที่อยู่ช่วยมาตลอดก็ดีเกิน ถอยซะงั้น
    #778
    0