ตอนที่ 509 : (ตำนานเทพ) พระศิวะ (Shiva)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 250
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    14 พ.ย. 61

#ซุบซิบกับสะใภ้อินเดีย
วันนี้อีห่านจะมาพูดเรื่องตำนานเทพบ้าง การเป็นสะใภ้อินเดียที่มีสามีนับถือศาสนาฮินดู ต่อให้คุณไม่ได้เปลี่ยนศาสนาตาม (เพราะศาสนาพุทธมีรากเดียวกับศาสนาฮินดูที่แตกแขนงมาจากศาสนาพรหมณ์) แต่ก็ควรรู้เอาไว้บ้าง จะได้เป็นภูมิความรู้เวลาไปอยู่อินเดียนะจ๊ะ ออ...อีห่านเป็นคนที่เคารพในทุกศาสนา ฉะนั้นอีห่านจะไม่มอง ว่า...การเคารพนับถือเทพเจ้าใดๆ คือ ความงมงาย ตราบใดที่คนผู้นั้นไม่นำความเชื่อของตัวเองไปทำร้ายหรือเบียดเบียนผู้อื่น ฉะนั้นไม่ว่าคุณนับถือศาสนาใดๆก็ตาม คำนิยามที่ว่า ศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี ก็ควรรวมถึงการให้เกียรติผู้อื่นด้วยเช่นกัน
.......................
พระศิวะ (Shiva) มหาเทพหนึ่งในตรีมูรติ (Trimurti) ซึ่งตรีมูรติ คือ 3 มหาเทพในศาสนาฮินดู อันได้แก่ พระศิวะ , พระวิษณุ , พระพรหม เรื่องตรีมูรติจะกล่าวถึงในภายภาคหน้า ตอนนี้เอาแค่เรื่องพระศิวะก่อน

พระศิวะนี่คนไทยจะเรียก ว่า...พระอิศวร (Ishvara) มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า ความเป็นใหญ่ ตามพจนานุกรมบอก ว่า...คำนี้มักถูกสมาสในคำลงท้ายคำไทยต่างๆ โดยแผลงเป็น เอศวร เช่น นเรศวร ราเมศวร หรือจะใช้ย่อเป็น อิศร ก็ได้

กำเนิดของพระศิวะมีตำนานตามยุค ที่โดดเด่น คือ

1. ยุคพระเวท (Vedic period) กล่าวว่า พระพรหมมีเหงื่อตามหน้าและร่างกายจึงเกิดความรำคาญจึงได้เอากิ่งไม้เล็กๆขูดที่คิ้ว กิ่งไม้นั้นได้บาดเข้ากับคิ้วพระพรหมทำให้เลือดหยดลงมาบนกองเพลิงที่ใช้ขณะบำเพ็ญภาวนา เกิดเป็นเทพบุตรรูปงาม เทพบุตรผู้นั้นร้องไห้ขอให้พระพรหมประทานนาม พระพรหมเลยประทานนามให้ 8 นาม คือ ภพ , สรรพ , ปศุบดี , อุครเทพ , มหาเทพ , รุทระ , อิศาน และ อะศะนิ ซึ่งผู้คนนิยมเรียก พระรุทระ (Rudra) ที่แปลว่า ร้องไห้ มากกว่านามอื่นๆ ถือเป็นเทพแห่งการทำลายล้างความชั่วร้าย โดยมีพระพรหมเป็นเทพแห่งการสร้างความดีขึ้นมาใหม่

2. ยุคมหากาพย์มหาภารตะ (Mahabharata period) กล่าวว่า พระศิวะจุติออกมาจากหน้าผากของพระพรหม เท่ากับว่า พระศิวะเป็นโอรสองค์หนึ่งของพระพรหม

พระศิวะมีชายาเอก คือ พระแม่ปารวตี (Parvati) มีโอรสเด่นชัด 2 องค์ คือ พระขันธกุมาร (Kartikeya) และ พระพิฆเนศ (Ganesha) (บ้างก็ว่ามีโอรสอีกองค์ คือ อันธกะ (Andhaka) แต่เป็นอสูร และ ธิดาอีกองค์ คือ อโศกสุนทรี (Ashok sundari)) ชายารอง คือ พระแม่คงคา (Ganges) มีธิดาด้วยกัน คือ พระแม่มนสาเทวี (Manasa) และ ชายาองค์ที่ 3 คือ พระนางสนธยา (Sandhya) ธิดาของพระพรหม ซึ่งพระศิวะประทับอยู่บนเขาไกรลาศ (Kailash) อันเป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาล

ลักษณะของพระศิวะมักปรากฏในรูปชายหนุ่ม ผิวพรรณขาว (บ้างก็ว่าสีแดง และ สีดำ) นุ่งห่มหนังเสือแบบฤาษี สวมสังวาลย์ด้วยสร้อยเมล็ดรุทรักษะ (Rudraksha) และ มีงูเห่าคล้องคอ ซึ่งงูเห่านี้บ้างก็ว่า คือ วาสุกี (Vasuki) พญานาคน้องชายของพญาอนันตนาคราชที่ไปเป็นแท่นบรรทมให้พระวิษณุนั่นเอง คอของพระศิวะเป็นสีดำอันเกิดจากการดื่มพิษครั้งที่กวนเกษียรสมุทร พระศิวะมีผมยาวและม้วนมวยผมไว้ด้านบน ซึ่งมีพระแม่คงคาอันเป็นชายารองสถิตอยู่ด้านบนคอยพ่นสายน้ำออกมาตลอดเวลา มีพระจันทร์อันได้มาจากการกวนเกษียรสมุทรเป็นปิ่น มีดวงเนตรที่ 3 กลางหน้าผาก ปกติแล้วเนตรที่ 3 จะปิดอยู่เสมอ และ จะเปิดเมื่อพระศิวะพิโรธ อันจะเกิดไฟบรรลัยกัลป์เผาผลาญโลกได้

มีอาวุธประจำกายที่ปรากฏเสมอ คือ ตรีศูล (Trishula) หรือ สามง่าม โดยมีกลองบัณเฑาะว์ (Damaru) คล้องเอาไว้

มีพาหนะ คือ โคนนทิ (Nandi) เป็นวัวเผือกเพศผู้

พระศิวะเป็นมหาเทพผู้มีฤทธานุภาพ มีความเป็นอมตะ หากสาวกผู้ใดเคารพและภักดีก็จะประทานพร คอยขับไล่สิ่งชั่วร้าย ทำให้เกิดความดีงามอันเป็นศิริมงคล เชื่อว่าผู้ใดมีความทุกข์แล้วสักการะบูชาพระศิวะจะพ้นทุกข์เหล่านั้น นอกจากนี้พระศิวะยังเป็นเจ้าแห่งภูตผี บางครั้งชอบไปบำเพ็ญตบะอยู่ตามสุสานและมีภูตผีเป็นบริวาร นำเถ้าถ่านในกองฟอนที่เผาศพมาทาผิวกาย

พระศิวะมีท่าร่ายรำประจำตัว เรียกว่า นาฏราช (Nataraja) ซึ่งต่อมาท่าร่ายรำนี้ได้กลายเป็นต้นแบบของการร่ายรำต่างๆมาจนถึงปัจจุบัน

บทสวดบูชาพระศิวะฉบับย่อ คือ “โอม นะมัส ศิวายะ” (Om Namah Shivaya) < จริงๆออกเสียงว่า โอม นะมัส ชีวายา

การบูชาพระศิวะ

1.โต๊ะบูชาควรเป็นลายไม้ ดำ แดง (ไม่ควรมีสีทอง เพราะพระศิวะชอบความสมถะ ไม่ชอบความหรูหรา) จากนั้นปูโต๊ะบูชาด้วยผ้าสีขาว แดง หรือ ลายหนังเสือโคร่ง (เทียม) (สามารถวางเทวรูปของเทพอื่นๆด้วยกันได้)

2.บูชาด้วยผลไม้ ไม่เปรี้ยวจัด หวานจัด (ถวายทั้งลูกไม่ต้องปอกเปลือก) , ขนมรสหวาน (ห้ามถวายอาหารคาว หรือ ขนมที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์และไข่) , ธัญพืช , เครื่องเทศ , น้ำสะอาด , นมสดรสจืดหรือหวาน , ดอกไม้ จำพวกดาวเรือง กุหลาบ บัว ดอกไม้ป่า , กำยานกลิ่นไม้หอม กลิ่นดอกไม้ กลิ่นสมุนไพร



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

945 ความคิดเห็น