ตอนที่ 513 : (ตำนานเทพ) ศิวลึงค์ (Lingam)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 272
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    14 พ.ย. 61

วันนี้จะมาเล่าเรื่องศิวลึงค์ค่ะ สาระความรู้มาสักอาทิตย์ละครั้งสองครั้งนะคะ หวังว่าคงไม่เบื่อกันเนอะ การเป็นสะใภ้อินเดียก็แบบนี้แหละ ต้องรู้เรื่องอินเดียให้เยอะที่สุด 
..............
ศิวลึงค์

พระศิวะนั้นมีสัญลักษณ์แทนตัวเอง คือ ศิวลึงค์ (Lingam) ลักษณะเหมือนอวัยวะเพศชาย ถือเป็นจุดกำเนิดของจักรวาล และ สรรพสิ่ง หากขาดอวัยวะเพศชายก็จะไม่มีการกำเนิดสิ่งต่างๆในโลก ซึ่งศิวลึงค์มักปรากฏพร้อมโยนี (Yoni) สัญลักษณ์ของพระแม่ปารวตี ลักษณะเหมือนอวัยวะเพศหญิง แสดงถึงความเป็นสองในหนึ่งเดียวที่แยกออกจากกันไม่ได้ของบุรุษและสตรี มักสร้างไว้บูชาตามเทวสถานต่างๆทั่วไป

บางตำนานเล่าว่าพระพรหมปรึกษากับพระวิษณุ ว่า...ท่านเป็นผู้สร้างโลก ส่วนพระวิษณุเป็นผู้รักษาโลก ใครควรใหญ่สุด พระพรหมบอกท่านเกิดก่อน แต่พระวิษณุบอกพระพรหมเกิดจากสะดือของท่าน โต้เถียงดังไปจนถึงหูพระศิวะ ทำให้พระศิวะเนรมิตแท่งไฟขนาดใหญ่ปลายหนึ่งพุ่งขึ้นไปในอากาศ ปลายหนึ่งดำลงลึกใต้ดิน ให้ทั้งคู่หายอดของมัน พระพรหมแปลงร่างเป็นหงส์บินขึ้นฟ้าหายอด พระวิษณุแปลงเป็นหมูป่าขุดดินหายอดเช่นกัน แต่ไม่มีใครหาได้ พระศิวะตัดสินว่าพระพรหมผิดที่หาเรื่องทะเลาะจึงสั่งให้ไภรวะ (Bhairava) ปางหนึ่งของพระศิวะ ตัดเศียรที่ 5 ของพระพรหมเสีย และ ให้เสาไฟแท่งใหญ่นั้นเปรียบดั่งศิวลึงค์ให้ผู้คนบูชา

บางตำนานเล่าว่าพระศิวะกับพระแม่ปาวรตีเคยร่วมเสพความสุขกับด้วยกันกลางที่แจ้ง บังเอิญเหล่าทวยเทพมาเข้าเฝ้าแล้วเห็นเข้าจึงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างไม่ยำเกรงมหาเทพ พระศิวะพิโรธประกาศว่าภายภาคหน้าศิวลึงค์ของพระองค์จะเป็นที่เคารพบูชาโดยทั่วไป เหล่ามนุษย์หรือเทวดาที่ให้ความเคารพจะพบแต่ความสุขความสำเร็จ ซึ่งถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์นั้นก็เป็นจริงในกาลต่อมา

บางตำนานเล่าว่าพระศิวะตั้งใจประทานรูปสัญลักษณ์แทนตัวให้เหล่าสาวกในเคารพสักการะในงานบูชาตรีมูรติ (Trimurti) ซึ่งจะมี 3 เทพ ได้แก่ พระศิวะ พระวิษณุ และ พระพรหม โดยพระพรหมปรากฎในรูป 4 พักตร์ 4 กร พระวิษณุปรากฏในรูป 1 พักตร์ 2 กร ส่วนพระศิวะปรากฏในรูปอวัยวะเพศชายแทน เหล่าสาวกจึงได้สร้างศิวลึงค์แทนตัวพระศิวะตามที่ได้เห็น

ศิวลึงค์มีทั้งจากการสร้างโดยมนุษย์และเกิดเองตามธรรมชาติ โดยเชื่อว่าศิวลึงค์มีเนตรแห่งศิวะล้อมอยู่ 1,000 เนตร หรือที่เรียกว่า ท้าวพันตา ที่สามารถเห็นได้โดยรอบและอวยพรผู้มาสักการะ โดยเฉพาะศิวลึงก์ที่กำเนิดตามธรรมชาติ เชื่อว่าเกิดจากอำนาจบันดาลของเทพจึงมีพลังงานเหนือธรรมชาติ โดยอำนาจของศิวลึงก์นั้นเชื่อว่าสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยเรื้อรังได้ สามารถทำให้พ้นความยากจนข้นแค้น ป้องกันภูตผี ป้องกันมนตร์ดำ เมื่อสิ้นอายุขัยก็จะไปอยู่กับพระศิวะไม่ตกสู่อบายภูมิหรือตกนรก

ในมหากาพย์รามายณะ (Ramayana) หรือ รามเกียรติ์ กล่าวถึงอสูรตรีปุระได้ระรานสร้างความเดือดร้อนบนโลก พระวิษณุจึงต้องมาปราบแต่ไม่สามารถทำอันตรายตรีปุระที่เอาศิวลึงค์ทูนไว้เหนือศีรษะได้ จึงต้องใช้กลลวงไปเอาศิวลึงค์มาก่อนจึงสังหารได้ จึงเชื่อว่าศิวลึงค์มีอำนาจในการรักษาชีวิตจากอาวุธด้วย

นอกจากนี้ยังแบ่งประเภทศิวลึงค์ได้อีก 
1. ศิวลึงค์แบบเคลื่อนที่ได้ แบบรูปเคารพตามบ้านเรือน
2. ศิวลึงค์แบบเคลื่อนที่ไม่ได้ แบบถาวรที่ทำไว้ในเทวสถาน

ในคัมภีร์อินเดียโบราณบอกถึงวัสดุที่ใช้ในการทำศิวลึงค์ด้วย
1. มริยมลึงค์ สร้างจากดิน และ เป็นดินที่นำมาจากยอดเขาหรือริมแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ นำมาผสมกับมวลสารบางอย่าง เช่น แร่ปรอท ผงไม้จันทน์ เนย นม แป้งสาลี จากนั้นก็ปั้นขึ้นรูปและนำไปเผาให้แข็ง
2. โลหชะลึงค์ ทำจากโลหะ ผู้ทำต้องมีความเชี่ยวชาญในการเล่นแร่แปรธาตุ 8 ชนิด คือ ทองคำ เงิน ทองแดง เหล็ก ตะกั่ว ดีบุก โลหะทำระฆัง และ ทองเหลือง เมื่อใช้โลหะเหล่านี้ทำจะส่งผลให้เกิดอานุภาพป้องกันอันตราย และ เกิดโชคลาภ
3. รัตนชะลึงค์ ทำจากอัญมณี 7 ชนิด คือ กัลปังหา แก้วไพฑูรย์ แก้วผลึก มรกต บุษราคัม มุก และ นิล เมื่อใช้อัญมณีทั้ง 7 ชนิดนี้จะได้อานุภาพมากกว่าโลหชะลึงค์ เพราะเชื่อว่าอัญมณีเหล่านี้มีพลังจักรวาล
4. ทารุชลึงค์ ทำจากไม้มงคลต่างๆ เช่น ไม้สมี ไม้มธูก ไม้กรรณิการ์ ไม้มะเดื่อ ไม้ขนุน ไม้พุทรา ไม้มะตูม ฯลฯ เชื่อว่าไม้มงคลเหล่านี้มีเทพสถิตทำให้มีอานุภาพ ศิวลึงค์แบบนี้เป็นที่แพร่หลายเพราะหาง่ายและราคาถูก
5. ไศลชะลึงค์ ทำจากหินศิลา นิยมใช้หินภูเขาไฟสีดำหรือสีเทา แต่ชาวอินเดียเหนือมักใช้หินอ่อนสีขาว
6. กษณิกลึงค์ สร้างจากทราย ข้าวสุก ถั่ว งา มูลวัว ดินริมตลิ่ง เมล็ดรุทรักษะ (Rudraksha) ผงจันทน์ หญ้าบางชนิด มักจัดทำตามบางโอกาสแล้วจะทิ้งลงไปในแม่น้ำ เพื่อให้สัญลักษณ์ของพระศิวะได้กลับไปรวมเป็นหนึ่งกับพระศิวะ

ผู้ศรัทธาชาวฮินดูมักจะนำน้ำนมรดลงศิวลึงค์แล้วค่อยล้างด้วยน้ำสะอาด จากนั้นนำผงโรลิ (Roli) สีแดง (คล้ายผงซินดูร์ (Sindoor)) เจิมศิวลึงค์ ซึ่งบนศิวลึงค์มักแต้มเส้น 3 เส้นไว้ด้วย เรียกว่า ตรีปุณทร (Tripundra) หน่วยงานธุรกิจในอินเดียมักนำศิวลึงค์มาเป็นสัญลักษณ์ทางการค้า เชื่อว่าตราแห่งเกียรติยศทำให้องค์กรมีความเจริญ ดูน่าเกรงขาม และ มีอำนาจเหนือคู่แข่ง




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

947 ความคิดเห็น