WANGYUAN's DREAM | KAIYUAN [END]

ตอนที่ 24 : Special ๕ - หวังหยวนโดนขโมย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 581
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    18 ก.ย. 59


王源的梦想

#ความฝันของหวังหยวน

 


 

Special


 

 

Talked by Wang Junkai

คุณคิดว่าคนเราจะสามารถรำคาญญาติงี่เง่าของตัวเองได้มากขนาดไหน


 

 

บางทีคุณอาจจะโชคดีที่ญาติของคุณไม่ได้งี่เง่าแบบนั้น เพราะบังเอิญว่าเขาทำตัวน่ารัก และเป็นมิตรกับคุณ ไม่พยายามทำให้คุณดูตกต่ำเพื่อทำให้ตัวเองดูงี่เง่าน้อยลง

 


 

แต่ผมไม่ได้โชคดีแบบนั้น....

 


 

และผมก็รำคาญญาติของผมเอามากๆด้วย

 

 

 

ซ่งเวยหลงเป็นญาติห่างๆของผมเอง อันที่จริงพ่อแม่เราทั้งคู่ไม่ได้เป็นญาติห่างกันอะไรหรอกครับ พวกเขาออกจะเป็นพี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียวกันดีเสียด้วยซ้ำ มีแต่ผมกับเขานี่แหละ ที่ตกลงกันว่าเราจะเป็นเพียงแค่ญาติห่างๆกันเท่านั้น และจะไม่มีทางญาติดีกันเด็ดขาด

ผมเกลียดเขามาตั้งแต่ผมจำความได้ เราอายุเท่ากันเลยมักจะโดนจับให้มาอยู่ด้วยกันบ่อยๆโดยที่ผู้ใหญ่คิดกันไปเองว่าเราจะมีความสุขที่ได้เล่นกับเพื่อนวัยเดียวกัน แต่ความจริงแล้วมันกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น เราเกลียดขี้หน้ากัน และทะเลาะกันมาตลอดตั้งแต่ยังเล็ก จนกระทั่งอายุประมาณเจ็ดขวบ และเจ็ดขวบนี่แหละครับที่เราเริ่มเกลียดกันอย่างจริงๆจังๆ ผมจำได้ว่าผมชกเข้าที่ตาขวาเขาเพราะเขาเอาแต่ล้อเลียนผมที่ผมเตี้ยกว่าเขาและชอบพูดอะไรโบราณๆ(อันนี้มันช่วยไม่ได้จริงๆ)


เวลาที่เขามาบ้านผม เขามักจะมาแย่งไม่ก็ทำลายอะไรก็ตามที่ผมรัก อย่างเช่นดึงปลั๊กทีวีตอนที่ผมกำลังดูการ์ตูนอยู่ เอาปากกาเมจิกมาละเลงบนซีดีเกมแผ่นโปรดของผม แย่งผมกินขนม ฟ้องแม่ว่าผมแอบซื้อของเล่นอะไรกลับมาบ้านบ้าง หนักที่สุดเลยคือยึดเอารองเท้าที่ผมได้มาเป็นของขวัญวันเกิดไปใส่เองหน้าตาเฉยเพียงเพราะแค่เขาใส่มันได้พอดีกว่าผม

เขาเป็นเด็กประเภทที่ผู้ใหญ่ส่วนมากจะชื่นชมเพราะเขาพูดเก่ง และกล้าแสดงออก ในขนาดที่ผมเงียบกว่าเขา ไม่ค่อยงอแง และชอบลงมือทำมากกว่า เพราะอย่างนั้นทุกครั้งที่มีเรื่องอะไรเขามักจะเป็นฝ่ายถูกโอ๋มากกว่าผม ซึ่งผมก็ไม่ได้อิจฉาอะไรหรอกครับเพราะยิ่งเขาแหกปากร้องไห้บ่อยมากขึ้นเท่าไหร่เขาก็ยิ่งดูงี่เง่าในสายตาผมมากขึ้นเท่านั้น

 

หลังจากเหตุการณ์ตอนเจ็ดขวบที่ผมชกเขา(และเขาก็ชกผมกลับที่แก้มซ้าย) เราก็โดนจับแยกกันอย่างถาวรอยู่หลายปี จนกลับมาเจอกันอีกครั้งตอนที่เราเรียนมัธยมต้นกันแล้ว ครั้งแรกที่ผมได้เจอเขา(อีกครั้ง) ผมดีใจมากๆที่เรายังคงเหมือนเดิมคือยังเกลียดขี้หน้ากันอยู่ แต่มันก็ไม่เชิงเหมือนเดิมทั้งหมดเสียทีเดียวหรอกครับ เพราะเมื่อเราโตเราก็เริ่มใช้เหตุผลในการเกลียดกันมากขึ้น และไม่คิดที่จะแสดงออกโดยใช้ความรุนแรงเหมือนอย่างแต่ก่อนแล้ว

 

ผมคิดว่าเราจะอยู่กันได้อย่างสันติ คืออยู่ในที่ของใครของมัน ผมไม่ไปยุ่งวุ่นวายกับเขา และเขาก็จะได้ไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายกับผม

 

แต่ในที่สุดผมก็ดวงตกอีกจนได้ เมื่อเขากลายเป็นดาราดังในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา ทำให้เขาโดนจับมาอยู่ในกิจกรรมเดียวกับผมตอนม.ปลายปีสามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แถมระยะนี้เขายังมายุ่งวุ่นวายกับคนของผมอีก คุณอาจจะมองว่าผมแค่ขี้หวงเกินไป แต่เดี๋ยวถ้าคุณรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง คุณจะไม่พูดว่าผมขี้หวงเกินไปแน่ๆ

 


เริ่มแรก...เขาหอบกระเป๋าเสื้อผ้าของเขามาที่บ้านผมหลังจากที่รู้ว่าผมอยู่บ้านข้างหวังหยวน พร้อมกับบอกว่าเขาจะมาขออาศัยอยู่ที่นี่สักประมาณหนึ่งเดือนเพราะที่บ้านเขาไม่มีใครอยู่เลยสักคน(ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติของบ้านเขาเลยล่ะ) และช่วงนี้ผู้จัดการส่วนตัวของเขาก็ขอลาพักร้อน

แน่นอนว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรหรอกครับ ปัญหาใหญ่จริงๆก็คือเขายื่นคำขาดที่จะขอแชร์ห้องกับผม และด้วยเหตุผลบลาๆๆที่เขาอ้างกับแม่ผมไป ทำให้แม่ผมเห็นดีเห็นงามกับเขาไปด้วยชนิดที่ผมไม่สามารถคัดค้านอะไรได้เลย ด้วยเหตุนั้นนั่นแหละครับทำให้เขาต้องไปโรงเรียนและกลับบ้านพร้อมกับผมและหวังหยวน นอกจากนั้นเขายังทำให้ผมไม่ได้ปีนไปที่ห้องหวังหยวนมาราวๆสองอาทิตย์แล้วด้วย และผมก็อึดอัดจนแทบจะระเบิดตายอยู่แล้ว!

 


ต่อมา...เขาก็ทำให้ไอ้เริ่มแรกนั่นก็กลายเป็นเรื่องเด็กๆไปเลย เพราะเขาเริ่มพยายามที่จะขโมยหวังหยวนไปจากผม ด้วยการยึดเอาหวังหยวนไปเป็นคู่ซ้อมเต้นรำจนกว่านักเต้นรำที่เราจ้างเอาไว้จะมา ซึ่งก็อีกเป็นเดือน เขารู้อยู่แล้วว่าอย่างไรผมก็ต้องคัดค้าน เขาเลยตัดหน้าผมด้วยการไปขออนุญาตอาจารย์ที่ปรึกษากิจกรรม และอาจารย์ก็อนุญาตให้เขาทำแบบนั้นได้เพราะหวังหยวนมีหน้าที่แค่ซื้อของเข้าชมรมเท่านั้น

 


โอเค...ผมเสียให้เขาไปสองแต้ม แต่ที่แย่มันไม่ได้มีแค่นั้น

 


เมื่ออาทิตย์ก่อนสายของผมรายงานมาว่าเขาถือใบเอกสารคำร้องขอเข้าชมรมล่าช้าไปที่ชมรมทำอาหาร ทำให้เกิดข่าวฮือฮาแพร่สะพัดไปทั่วโรงเรียนอย่างรวดเร็ว เพราะก่อนหน้านี้เขาไม่มีท่าทีว่าจะสนใจชมรมไหนเลยด้วยซ้ำ ใครถามเขาก็เอาแต่ตอบว่าเขาทำงานหนักคงไม่มีเวลาเข้าร่วมชมรมอะไร แต่อยู่ดีๆเขาก็เกิดมีเวลาว่างเข้าร่วมชมรมทำอาหารขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 


แล้วผมก็เสียให้เขาไปอีกหนึ่งแต้ม รวมเป็นสาม แต่ผมสาบานได้ว่ามันไม่ใช่ส่วนที่แย่ที่สุดเลยจริงๆ


 

ตอนนี้เวยหลงอยู่ในทุกๆที่ที่หวังหยวนอยู่ เขาพยายามแทรกผม ทำทุกอย่างที่ผมควรจะทำ มานั่งเฝ้าหวังหยวนที่ลานกีฬาบาส(ทั้งๆที่เขาลงกีฬาเทนนิส) เข้ามาในห้องเรียนผมทุกๆช่วงพัก และมารอหวังหยวนกลับบ้านทุกเย็น ผมที่เป็นประธานนักเรียนดันบังเอิญมีงานแทบทุกพักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็เลยกลายเป็นผมซะเองที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง

ผมรู้ว่าหวังหยวนเข้าใจว่าผมรู้สึกยังไง และผมก็รู้ด้วยว่าเขาไม่ไปกับไอ้บ้านั่นง่ายๆแน่ เพียงแต่อยู่ๆไอ้ประโยคที่เขาว่ากันว่า ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก มันก็เริ่มผุดขึ้นมาในหัวผม ทำให้ผมรู้สึกหวั่นๆใจ ก่อนหน้านี้หวังหยวนดูมีท่าทีรำคาญเวยหลงนิดหน่อย ซึ่งผมสบายใจมากที่เห็นเขาเป็นแบบนั้น แต่เขาก็ดันเป็นพวกใจดีกับทุกคนแล้วก็ค่อนข้างมองโลกในแง่ดี ยิ่งนานวันเข้าไอ้ท่าทีรำคาญของเขาก็เริ่มหายไป(นี่แหละครับที่ทำผมกลัว)

 


ดูอย่างตอนนี้สิครับ ชมรมทำอาหารมาออกบูธที่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกับมหาลัยหญิงล้วน ครั้งนี้คนดูคึกคักหนาตาเป็นพิเศษเพราะชมรมทำอาหารมีดารามาออกบูธด้วย ผู้หญิงมากหน้าหลายตาทั้งผู้ใหญ่ เด็ก และวัยรุ่นต่างแวะเวียนเข้ามาซื้ออาหารและขอถ่ายรูปพ่อดาราดังกันอย่างไม่ขาดสาย

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เขาก็ยังไม่วายที่จะตามติดหวังหยวนเหมือนวิญญาณโง่ๆ จะหยิบจับอะไรก็รีบปรี่เข้าไปช่วย ผมเห็นหวังหยวนหัวเราะเขาพร้อมกับบอกว่าไม่เป็นไร เขาไม่ได้เป็นง่อยอยู่หลายครั้ง แต่เวยหลงก็เพียงแค่ยิ้มตอบแล้วบอกว่าให้เขาช่วยจะดีกว่า แล้วหวังหยวนก็ไม่ได้มีท่าทีรำคาญเลยแม้แต่นิด! เหอะ...ผมล่ะอยากจะเข้าไปแหวกอกเวยหลง แล้วก็ด่ากราดเขาสักยกจริงๆ ถ้าผมไม่ได้กำลังติดแหงกอยู่ในชุดมาสคอตก๊องแก๊งนี่ และคอยแจกใบปลิวอยู่ล่ะก็นะ

 

“นาย.....โอเคนะ” เสี่ยวตี้ เพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งของผมที่อยู่ในชมรมทำอาหารด้วยเอ่ยขึ้น พร้อมกับทำทีมายืนแจกใบปลิวข้างๆผม “แบบว่านายไม่ร้อนใช่ไหม”

“ก็ร้อนนะ...แต่ไม่เป็นไรหรอก” ผมตอบผ่านหัวมาสคอต

“นายทำแบบนี้จะดีเหรอ ให้ฉันไปบอกหวังหยวนให้เอาไหมว่านายมาด้วย จะได้ไม่ต้องมาแอบใส่ไอ้ชุดมาสคอตสะเหล่อๆนี่ ใบปลิวใกล้แจกหมดแล้วด้วย” เสี่ยวตี้พูด

“ฉันไม่เป็นไรจริงๆ นายห้ามไปบอกหวังหยวนว่าฉันแอบมาเด็ดขาดเลยนะ” ผมบอกเขา

และใช่ครับผมแอบมาจริงๆ ถ้าให้พูดตามตรงชมรมทำอาหารไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับผมเลยแม้แต่นิด ถึงผมจะอ้างว่าตัวเองเป็นประธานนักเรียนก็เถอะ แต่เอาจริงๆผมก็ไม่มีอำนาจอะไรในการควบคุมชมรมของคนอื่นอยู่ดี น่าเสียดายนะครับที่ตำแหน่งประธานนักเรียนไม่ได้ยิ่งใหญ่อย่างที่เป็นจักรพรรดิ ไม่อย่างนั้นผมคงสั่งเนรเทศญาติงี่เง่าของผมไปแล้ว

“นายนี่จริงๆเลย! ไม่เห็นหรือไงว่าไอ้ดารานั่นมันทำคะแนนนำไปกี่แต้มแล้วน่ะ” เสี่ยวตี้บ่นอย่ามีน้ำโห “ถ้าขืนนายยังเอาแต่ยืนสังเกตการณ์อยู่ในชุดมาสคอต ไม่โผล่หน้าไปทำอะไรสักอย่างละก็ ทังหยวนของนายจะต้องโดนเขมือบไปทั้งลูกแน่!

ผมขบกรามแน่น ผมรู้ว่าที่เสี่ยวตี้พูดน่ะมันจริงแค่ไหน แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

“แต่ฉันไม่ใช่คนในชมรมนายนะ จะไปจุ้นจ้านได้ยังไงล่ะ” ผมพูด

“โธ่เอ๊ย ไม่ใช่แล้วยังไงเล่า!” เสี่ยวตี้ดึงใบปลิวที่เหลืออยู่แค่ไม่กี่ชุดไปจากมือผม “นายเลิกกลัวว่ามันจะไม่ถูกต้องได้ไหมเนี่ย นายถ่อมาถึงตรงนี้แล้ว นายแหกกฎไปแล้วประธานนักเรียน นายไม่ต้องห่วงเรื่องอาจารย์ชมรมฉันหรอกน่า เขาหนีเข้าโรงหนังไปแล้ว ไม่มานั่งเฝ้าอยู่แถวนี้หรอก”

“แต่.....”

“ฟังนะ....ฉันไม่ชอบเวยหลง เพราะเขาชอบมาแย่งเพื่อนไปจากฉัน เขาแย่งเอาหวังหยวนไปเป็นบัดดี้ ชอบทำอะไรเกินหน้าเกินตา นายไม่รู้หรอกว่าตอนนี้คนทั้งชมรมลือกันใหญ่เลยว่าเขากำลังจีบหวังหยวนอยู่ โอเค! ก็อาจจะจีบจริงๆ แต่นายจะปล่อยไว้เฉยๆงี้อ่ะนะ...”

“....”

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายกับหวังหยวนไปถึงขั้นไหนกันแล้ว แต่ที่แน่ๆมันคงไม่ใช่ง่อยๆแน่เพราะไม่อย่างนั้นนายคงไม่ถ่อมาทำอะไรสะเหล่อๆเหมือนอย่างที่ทำอยู่ตอนนี้ แล้วถ้านายทำได้ถึงขนาดนี้แล้ว นายไม่คิดที่จะแย่งคนของนายคืนมาบ้างเลยเหรอ ฉันอยู่ทีมนายนะเว้ยประธาน!

“ฉัน..........ทำได้เหรอ”

“ให้ตายเถอะ ฉันไม่คิดเลยว่านายจะซื่อบื้อได้ถึงขนาดนี้! ก็ต้องทำได้น่ะสิ!

“.......ตอนนี้.....เลยอ่ะนะ”

“ก็เออดิ!” เสี่ยวตี้ตบเข้าที่ชุดมาสคอตผมอย่างแรงจนผมเซไปข้างหน้า “จะรออะไรอยู่ล่ะ เขาขโมยหวังหยวนไปจากนายนะ ไปเอาคนของนายคืนมาให้ได้สิ! อย่าทำให้ฉันเสียใจที่อยู่ทีมนายก็แล้วกัน”

End talked by Wang Junkai

 

 

 


 

 

 

การออกบูธของชมรมสนุกกว่าที่ผมจินตนาการเอาไว้มาก เพราะก่อนหน้านี้ผมคิดว่ามันคงจะกร่อย และอาหารก็คงไม่มีทางขายออก เนื่องจากฝีมือทำอาหารของผมค่อนข้างจะห่วยแตก ซึ่งเรื่องนี้มันก็ช่วยไม่ได้จริงๆเพราะผมดันเป็นพวกถนัดกินมากกว่าทำ แต่ทว่าวันนี้มันก็ออกมาได้ไม่เลวเลยทีเดียว อาจจะเพราะมีเวยหลงมาด้วยเลยทำให้ผู้คนในวันนี้ดูคึกคักและหนาตามากเป็นพิเศษ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังคอยช่วยผมหยิบจับและปรุงอะไรต่อมิอะไรสารพัดอยู่ตลอด อาหารของผมก็เลยออกมายอดเยี่ยมได้อย่างไม่น่าเชื่อ


พูดถึงเวยหลง...บอกตรงๆว่าก่อนหน้านี้ผมไม่ค่อยโอเคกับเขาเท่าไหร่ แบบว่าเขามักจะทำอะไรแบบที่เอาแต่ใจตัวเองและวางอำนาจ เหมือนว่าเขาเป็นดาราดังแล้วจะต้องได้รับสิทธิพิเศษเหนือคนอื่นๆอะไรอย่างนั้น แต่หลังจากที่เขาบอกกับผมว่าเขาจะแย่งผมมาจากหวังจุนไค เขาก็เริ่มทำตัวแปลกไป เขาจู้จี้กับผมมากขึ้น(อันนี้ผมไม่แน่ใจว่ามันคือข้อดีหรือข้อเสียแฮะ) พยายามพูดคุยกับผม อืม...อันนี้ก็ไม่แย่ ยิ้มมากขึ้น หัวเราะบ่อยขึ้น และคอยตามติดผมเป็นเงา

ผมดูออกว่าเขาพยายามที่จะทำให้ผมรู้สึกดีกับเขาจริงๆ ซึ่งอันที่จริงผมก็รู้สึกดีนะ คืออย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ดูไม่น่าคุยด้วยเลยสักนิดเหมือนอย่างสองอาทิตย์ก่อน แต่ผมก็รู้สึกได้ว่าเขาก็กำลังพยายามทำอย่างที่เคยพูดไว้ไปด้วย คือพยายามแทรกกลางระหว่างผมกับจุนไค

ทีแรกมันก็น่ารำคาญนิดๆนั่นล่ะครับ เพราะเขาเข้ามาแทรกทุกกิจกรรมของผมเลยจริงๆ ไม่ว่าผมจะหยิบจับอะไร จะทำอะไรหรืออยากได้อะไร แต่พอนานวันเข้าผมก็เริ่มขำที่เขาทำแบบนั้น และเริ่มคิดว่าการมีเขาเป็นเพื่อนอีกคนมันก็ไม่ได้แย่สักเท่าไหร่

 

“อันนี้เป็นขนมนะครับ ลองเอาไปชิมดูก่อนได้นะครับคุณน้า ถ้าคุณน้าสนใจเรามีจำหน่ายอยู่ทางด้านนู้นเลยครับ” เวยหลงพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะผายมือไปยังเค้าท์เตอร์ที่ตั้งอยู่ห่างจากจุดที่เรายืนอยู่ประมาณยี่สิบเมตร

ผมกับเวยหลงกำลังทำหน้าที่ยืนแจกขนมให้กับคนที่สนใจอยากจะลองชิมก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ เราสวมชุดพ่อครัวสีขาว และมีหมวกสีขาวอยู่บนหัว ที่อกข้างซ้ายมีเข็มกลัดชื่อของเราเหมือนเป็นป้ายชื่อของพ่อครัวจริงๆ

“ป้าขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมจ๊ะพ่อหนุ่ม ป้าชอบละครที่พ่อหนุ่มเล่นมากๆเลย ตัวจริงก็หล่อมากเสียด้วย” คุณป้าคนนั้นพูดขึ้น ก่อนหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าถือ เวยหลงยิ้มหวานก่อนจะพยักหน้าตกลง

หลังจากที่คนป้าคนแรกเริ่มถ่ายรูป ทุกคนก็เริ่มกรูเข้าไปขอถ่ายรูปเวยหลงกันยกใหญ่ จนหน่วยรักษาความปลอดภัยของห้างจะต้องมาช่วยห้ามและกันคนออกให้ เวยหลงเดินหอบแฮ่กๆเข้ามาหาผม เขาดึงหมวกบนหัวออกก่อนจะเอามันมาพัดที่หน้าแทนแม้มันจะดูไม่ได้ช่วยอะไรเลยก็ตาม

“ไงล่ะนาย สบายเลยดิ” เขาถามผม พลางยืนมือมาพัดหน้าให้ผมบ้าง

ผมส่ายหน้าเป็นเชิงบอกเขาว่าผมไม่ร้อนก่อนจะตอบ “ฉันสบายมาก ส่วนพวกฮอตๆอย่างนายก็ต้องทำใจว่ะเพื่อน”

เวยหลงหัวเราะนิดหน่อย ตอนนี้เรามายืนหลบกันอยู่ที่หลังเสาใหญ่ๆสักต้นแทนเพื่อเป็นการเลี่ยงสายตาผู้คน และมอบหน้าที่ถือถาดขนมให้กับเพื่อนที่อยู่กะถัดไป ผมก้มลงมองขนมสองสามชิ้นที่วางอยู่ในถาดของผม(มันคือขนมที่ผมแจกไม่หมด)

“ฉันกินได้ไหมเนี่ย” ผมถาม แม้ในใจผมจะตอบตัวเองไปว่า กินได้แน่นอน! ตั้งแต่ที่ผมเริ่มมองมันแล้วก็ตาม

เวยหลงมองซ้ายมองขวา “เอาเลย พวกเขาคงไม่ว่าอะไรหรอกมั้ง”

“นายดูไม่มั่นใจเลยนะ” ผมหัวเราะ แต่ก็หยิบขนมเข้าปาก

เวยหลงหัวเราะตามผม “ฉันช่วยนายถือถาดดีกว่า”

เขาพยายามจะยื้อแย่งถาดในมือผมไปถือไว้ ผมพยายามจะปฏิเสธเขา แต่การที่มีขนมอัดแน่นอยู่เต็มปาก ก็ดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเอ่ยคำปฏิเสธออกมา เรายื้อแย่งถาดกันอยู่พักใหญ่ จนในที่สุดผมก็เป็นฝ่ายแพ้ไป

“นายทำแบบนี้อีกแล้วนะ” ผมทำเป็นมุ่ยหน้าใส่เขา

วันนี้เขาพยายามจะแย่งผมหยิบจับทุกสิ่งทุกอย่างเลย เขาบอกผมว่าเขาอยากจะช่วย แม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างล้างแตงกวา เขายังเข้ามาแย่งผมทำเหมือนมันเป็นอาวุธชีวภาพร้ายแรงที่น่ากลัวว่าผมจะเผลอซุ่มซ่ามทำมันแตกคามืออะไรทำนองนั้น ผมปฏิเสธความช่วยเหลือจากเขาไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เห็นได้ชัดเลยว่าเขาไม่ค่อยสนใจนัก

“แค่ถาดนายยังจะช่วยฉันถืออีกเหรอเนี่ย มันเบากว่าเส้นผมฉันซะอีก อีกหน่อยนายไม่มาช่วยฉันเคี้ยวขนมเลยล่ะ!” ผมพูดประชดเขา

“ช่วยเคี้ยวเหรอ ได้สิ” เวยหลงหัวเราะร่วน

“ฉันประชดโว้ย” ผมกลอกตา “นายไม่ต้องช่วยฉันทุกอย่างก็ได้ ฉันไม่ได้เป็นง่อยนะขอย้ำอีกทีเหอะ

“ฉันก็ไม่ได้บอกว่านายเป็นง่อยสักหน่อย” เขาก้มหน้ามองถาด “ฉันก็แค่อยากจะช่วย”

“....”

ผมเงียบ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกครับที่เวยหลงพยายามจะทำแบบนี้ เขาพยายามจะทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อให้ผมรู้สึกดีกับเขา ที่ผ่านมา...ผมได้แต่ทำตีมึนแล้วมองว่ามันเป็นเรื่องปกติ และพยายามไม่คิดอะไร แม้ผมจะนึกสงสัยอยู่หลายครั้งก็ตามที

“....เวยหลง”

“หืม...” เขาขานรับในลำคอ

“นาย....เอาจริงดิที่จะทำแบบนี้น่ะ” ผมถาม “แบบที่...............นายเคยพูดไว้...ตอนเราเต้นรำกัน”

เวยหลงนิ่งไป เขาถอนหายใจออกมานิดหน่อย ก่อนจะวางถาดเปล่าๆพิงไว้กับเสาตรงนั้น แล้วคลายยิ้มให้ผมบางๆ

“เอาจริงๆนะ....ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” เวยหลงตอบ “ตอนแรกฉันก็กะจะทำไปงั้น แกล้งให้หวังจุนไคปวดสมองเล่นๆ ทรมานเขา ทำให้เขาอยากจะบ้าตาย สะใจจะตายไป”

ผมขำหึในลำคอ

“แต่พอทำไปได้สักพัก......” เวยหลงมองผมด้วยสายตาจริงจัง “ฉันว่าฉันก็เริ่มมีความสุขขึ้นมาจริงๆแล้ว”

“.....” ผมนิ่งไป และเริ่มอยากจะเขกหัวตัวเองที่ดันไปถามอะไรแบบนี้เข้า เพราะครั้งนี้เขาดูจริงจังกว่าทุกครั้งที่เขาเคยพูดหยอดผมตามปกติเสียอีก และผมก็ชักจะไม่ตลกแล้วด้วย

“นายทำแบบนี้ได้บ่อยไหม” เขาคล้ายกับจะเอ่ยถามผม “ทำให้คนอื่นมีความสุขเวลาพูดคุยกับนาย อยากจะยิ้มตามเวลามองนายยิ้ม อยากจะดูแลนายถึงจะนายจะไม่ได้ต้องการให้ดูแลก็ตาม อยากเป็นคนที่ทำให้นายหัวเราะได้...”

“ฉ....ฉันไปทำแบบนั้นได้เมื่อไหร่กัน นายเลอะเทอะใหญ่แล้วนะเนี่ย” ผมทำหัวเราะกลบเกลื่อน แต่มันก็ช่วยกลบเกลื่อนอะไรไม่ได้เลยจริงๆ

เวยหลงหัวเราะออกมานิดหน่อย “นายทำให้ฉันอิจฉาหวังจุนไคมากเลยรู้ตัวไหม”

“.....”

“นายรู้จักกับจุนไคได้ไม่นาน แต่เขากลับทำให้นายรู้สึกดีแบบนั้นด้วยได้ เขาทำได้ยังไงกันนะ”

เขาพูด พร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น เวยหลงยกมือขึ้นมาราวกับจะสัมผัสแก้มผม แต่เขากลับแค่เช็ดเศษขนมที่มุมปากให้ผมแทน

“แล้วฉันจะทำแบบนั้นได้หรือเปล่า นายไม่คิดบ้างเหรอว่าอาจจะเป็นฉันก็ได้ที่พร้อมจะดูแลนายจริงๆ อาจจะเป็นฉันก็ได้ที่เหมาะกับนายมากกว่าเขา”

“....” ผมตัวแข็งทื่อไปหมด ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองควรจะพูดอะไรออกไป ผมแค่อยากจะถามว่าเขาเอาจริงใช่ไหม เพราะผมไม่อยากให้เขาใช้ผมเพื่อเล่นสงครามประสาทกับหวังจุนไค แล้วผมก็ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นกับเขาเลยด้วย ผมหวังว่าเขาจะตอบคำถามผมสั้นๆ และผมก็จะได้ตอบเขากลับไปสั้นๆด้วยเช่นกัน แต่ไหงมันดันยาวมาจนถึงตรงนี้ได้ล่ะเนี่ย!

“ฉันชักอยากจะเอาชนะเขาให้ได้จริงๆขึ้นมาแล้วสิ” เขาพูด นิ้วโป้งของเขาเริ่มเกลี่ยไปตามริมฝีปากล่างผมเบาๆ “เมื่อไหร่สายตาของนายจะมองฉันเปลี่ยนไปบ้าง เมื่อไหร่นายจะมองฉันอย่างที่มองหวังจุนไค เมื่อไหร่นายจะให้โอกาสฉัน”

“....”

“นายว่า......ฉันจะโชคดีได้รับโอกาสแบบนั้นบ้างไหม”

 

 

“ได้แน่...” ใครสักคนพูดขึ้น “ถ้านายแปลงร่างเป็นหมูป่าได้เมื่อไหร่ นายก็เอาโอกาสนั้นไปได้เลย”

ผมและเวยหลงหันไปทางเจ้าของเสียงนั้น มันดังมาจากมาสคอสปิกาจูตัวใหญ่ที่เข้ามายืนอยู่ข้างๆผมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ แล้วจากนั้นผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองลอยได้...

 

 

 


 

 

 

ผมถูกปิกาจูลักพาตัว หลังจากเขาพูดจบเขาก็อุ้มผมขึ้น(ได้ยังไงก็ไม่รู้) แล้วพาผมวิ่ง ตาของผมลายไปหมด ผมพยายามโฟกัสว่าเขากำลังจะพาผมไปที่ไหน แต่ภาพที่ผมเห็นกลับเป็นแค่พื้นที่เขย่าไปมา สับสน และเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ ผมหวีดร้องให้เขา(ปิกาจูตัวนั้น)ปล่อยผม แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจเสียงเรียกร้องของผมเลย หรือว่าผมต้องพูดภาษาปิกาจูเขาถึงจะฟังผมรู้เรื่องวะเนี่ย!


“ปล่อยฉันลง!” ผมร้องลั่น “ฉันจะอ้วกแล้วได้โปรดเถอะ!

ไม่นานนักปิกาจูก็ยอมวางผมลง แล้วผมก็หอบหายใจหนักหน่วงเหมือนเป็นคนวิ่งเสียเอง ทันทีที่เท้าของผมแตะพื้น ผมก็เอามือชันเข่าไว้ พยายามสูดหายใจเข้าลึกๆและมองไปรอบๆ แล้วผมก็พบว่าเขาพาผมวิ่งออกมาที่ลานจอดรถ ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเวยหลงได้วิ่งตามมาไหม แต่ดูจากรูปการณ์แล้วผมเดาว่าเขาคงตามมาไม่ทันแล้วแน่ๆ

“ทำอะไรของนายเนี่ย ไอ้ปิกาจู!” ผมตวาด “ฉันเกือบอ้วกแล้วนายรู้หรือเปล่า เป็นโรคหรือไง อยู่ดีๆก็มาพาคนอื่นเขาวิ่งไปด้วยแบบนี้ แล้วนายเป็นใครกันวะเนี่ย!

ปิกาจูไม่ได้ตอบอะไรผม เขาขยับตัวดุกดิกเหมือนกำลังพยายามทำอะไรสักอย่าง เขาคงไม่ได้กำลังเตรียมจะช็อตไฟฟ้าแสนโวลต์ใส่ผมอยู่หรอกใช่ไหม

“ตอบสิ! นายเป็นใคร!

จากนั้นปิกาจูก็ถอดหัวออก แล้วมาสคอตก็กลายร่างเป็นหวังจุนไคในสภาพเหงื่อโทรมไปทั้งตัวจนผมของเขาลู่ติดไปตามใบหน้า เขาเอามือสาวผมขึ้นอย่างรีบๆจนมันไม่เป็นทรง แต่ผมสาบานได้ว่ามันไม่ได้ทำให้เขาดูขี้เหร่เลย เขาหอบหายใจนิดหน่อย และเขาก็ดูกำลังหงุดหงิดได้ที่เลยด้วย

“ฉันต่างหากที่ต้องถามว่านายทำบ้าอะไร” จุนไคถามผมกลับ เหมือนกับเขาไม่ได้ใส่ใจคำด่าทอที่เหลือของผม “จะให้ฉันเป็นบ้าตายให้ได้ใช่ไหมหวังหยวน”

“อ...อะไร” ผมหลุดพูดออกมา ผมไม่ได้ตั้งใจว่าตัวเองจะพูดคำนี้ออกมาหรอกครับ แต่พอเห็นว่าจุนไคโมโหมากๆ ผมก็ตะกุกตะกักจนสมองประมวลผลไม่ทัน

จุนไคสบถกับตัวเองด้วยความหงุดหงิด เขาถอดชุดมาสคอตออกจนตอนนี้เขาเหลือเพียงแค่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวกับกางเกงยีนส์สีซีดๆ

“นาย......มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเนี่ย” ผมถามเขา(หลังจากกู้สติคืนมาได้แล้ว) “นายโดดเรียนมาเหรอ แล้วมาเป็นมาสคอตได้ยังไงกัน”

“นั่นมันไม่สำคัญหรอกน่า” เขามองผม ก่อนจะยืนคร่อมผมโดยเอาข้างหนึ่งยันกำแพงไว้ “สำคัญที่ฉันเห็นอะไรต่างหาก ทำไมนายไม่รู้จักหลีกเลี่ยงมันบ้างหา! ดูไม่ออกหรือไงว่ามันพยายามจะทำอะไรน่ะ”

“แต่ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” ผมพูดเสียงเบา

“นายไม่แต่มันทำ ก็มีค่าเท่ากันนั่นแหละน่า!” เขาก้มหน้าลงนิดหน่อย “ฉันหึงจนจะบ้าตายอยู่แล้วนะหวังหยวน นายจะรอให้ฉันคลั่งตายก่อนหรือไงกัน”

“....”

“หรือจะต้องให้ฉันขาดใจตายไปเอง ให้ตายเถอะ! วันนี้ฉันเห็นมันแตะตัวนายทั้งวัน เข้าใกล้นายตลอดเวลา แถมมันยังมาพูดอะไรแบบนั้นอีก ไอ้....” เขาทุบกำแพงระบายอารมณ์ไปครั้งจนผมเผลอสะดุ้งโหยง “ฉันเกลียดที่มันพยายามจะทำอะไรแบบนั้น มันพยายามจะขโมยนายไปจากฉัน แกล้งให้ฉันสติแตกเล่น แล้วฉันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ”

“เฮ้....ไม่เอาน่า ใจเย็นๆก่อนตกลงไหม” ผมกอดเขา จริงๆแล้วผมไม่รู้หรอกครับว่าเวลานี้ผมควรจะทำอะไรผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ากอดเขาแล้วเขาจะเย็นลงไหม ผมรู้แค่ว่าตัวเองควรทำอะไรสักอย่าง

แล้วเขาก็เงียบไป แต่ขณะเดียวกันหัวใจเขาก็เริ่มกลับมาเต้นในจังหวะปกติ

“ฉันรู้ว่าเขาพยายามจะทำอะไร” ผมพูดพร้อมกับลูบหลังเขา “แล้วฉันก็ไม่สนด้วย”

“ฉันก็แค่กลัวว่าจะเสียนายให้มัน หลายครั้งที่ฉันเคยแพ้มัน แต่ถ้าเอาทั้งหมดนั่นมารวมกันฉันยังไม่กลัวเท่าตอนนี้เลย ฉันรู้ว่านายไม่เปลี่ยนใจง่ายๆหรอก แต่ฉัน....ก็อดรู้สึกกลัวไม่ได้อยู่ดี”

“อย่าโง่ไปหน่อยเลยน่า” ผมบอก “ถ้าไม่ใช่นายใครหน้าไหนฉันก็ไม่สนใจทั้งนั้นแหละ”

จุนไคเงียบไปอยู่นานมากๆ แต่หลังจากนั้นเขาก็พูดขึ้น และน้ำเสียงของเขาก็ฟังดูอารมณ์ดีขึ้นมากแล้ว

“นี่นายกำลังง้อฉันใช่ไหม”

ผมรีบดันเขาออก “ใช่ นายหึงแล้วน่ารำคาญ”

“น่ารำคาญฉันก็จะหึง” จุนไคเลิกคิ้วกวนๆใส่ผม แต่แล้วเขาก็ยกมือขึ้นมาจับที่ข้างแก้มผม “นายเป็นของฉันนะ เห็นคนอื่นมายุ่งหย่ามแล้วจะให้ทำเฉยก็คงไม่ไหว ฉันแทบจะห้ามตัวเองไม่ให้เข้าไปอัดหน้ามันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”

สายตาเขาจริงจังขึ้น

“ฉันรู้ว่ามันไม่มีเหตุผล แต่ฉันไม่พอใจอ่ะ จริงๆนี่ก็น่าจะเป็นเหตุผลที่ดีได้แล้วนะ”

“เหอะ นายนี่มัน...”

“ฉันต้องทำยังไงมันถึงจะเลิกยุ่งกับนาย...” เขาพูด “ไม่สิ...ฉันจะต้องทำยังไงมันถึงจะเลิกยุ่งกับเรา”

“.....”

“เราต้องแต่งงานกันไหมมันถึงจะรู้ว่าควรจะไสหัวไป”

“ตลก! ไปแต่งกับปิกาจูนู่นนายอ่ะ” ผมทำเป็นบ่นเขาไปเรื่อยเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกร้อนวูบวาบบนใบหน้า

“ฉันกำลังซีเรียสอยู่นะ” จุนไคมุ่ยหน้า “ยังไงฉันก็จะทำให้มันเลิกยุ่งกับนายให้ได้”

“แล้วนายจะทำยังไง”

“เหอะน่า...” จุนไคบอกปัด “ไว้เป็นหน้าที่ฉันเอง ส่วนนายน่ะ...”

เขาโน้มตัวมาพูดที่ข้างหูผม

“ถ้าฉันจัดการเรื่องเวยหลงเสร็จเมื่อไหร่ นายเตรียมถูกฉันคิดบัญชีได้เลย”

“....”

 

 

 


 

 

 

Special Side By Wang JunKai

สิบนาทีมาแล้วที่ผมเอาแต่ขบคิดถึงวิธีการที่จะกำจัดเวยหลงให้ออกห่างจากคนของผม และรีบหอบข้าวของของเขากลับบ้านตัวเองไปซะ ด้วยความที่ผมและเขาเคยมีคดีร่วมกันมาเนินนาน ผมก็เลยรู้ดีว่าถ้าผมลงมือทำอะไรแบบตรงๆ และผลีผลามเกินไปล่ะก็ คนอย่างไอ้หมอนั่นต้องไม่ยอมแพ้ผมง่ายๆแน่ ของแบบนี้เลยต้องไตร่ตรองให้ดี มีการวางแผน และทำงานกันเป็นทีม

เดิมทีตอนนี้มีแค่เสี่ยวตี้ก็ดูจะไม่เพียงพอสักเท่าไหร่ ลำพังตัวเสี่ยวตี้เองคงกันเวยหลงให้ออกห่างจากหวังหยวนไม่ได้มากนัก(ฟังจากที่เขาเคยพูดๆมาแล้วน่ะนะครับ) เพราะอย่างนั้นล่ะครับผมถึงต้องการกำลังเสริมพิเศษ

คิดได้อย่างนั้นผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจะต่อสายหาปลายสายที่ผมกำลังนึกถึงอยู่ตอนนี้ รอสัญญาณไม่นานนักเขาก็กดรับสาย


“เฮ้...ขาแดนซ์นายไม่มาโรงเรียนจะเป็นเดือนแล้วนะเพื่อน ลืมชื่อเพื่อนในห้องไปหมดแล้วหรือยัง” ผมหัวเราะหน่อยๆเมื่อปลายสายตอบกลับมาอย่างกวนประสาท “ถ้าเรื่องที่บริษัทพอลงตัวแล้วก็เชิญเสด็จมาโรงเรียนหน่อยเหอะว่ะ”

ปลายสายเอ่ยถามเหตุผลจากผม

“มีเรื่องให้ช่วยนิดหน่อย...เรื่องหวังหยวน เกี่ยวกับญาติงี่เง่าของฉันโดยตรงเลยล่ะ” ผมคลายยิ้มออกมาเมื่อปลายสายรับปากว่าจะช่วยอย่างกระตือรือร้น “เยี่ยมไปเลย...”

ผมยืดแขนข้างหนึ่งขึ้นเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ


“อาฮะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้...”




talk: เมื่อได้ออกทะเลกันแล้ว ก็ออกกันไปให้สุดค่ะ to be continued นะคะ เลิ้บ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

471 ความคิดเห็น

  1. #405 Kaiyuan 888 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 12:54
    ท่านเชียนจะมาล๊าวววว กรี๊ดดแปบบ ออกนอกหน้ามากกก5555
    #405
    0
  2. #321 MyJINU (@Gk_BF) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 04:04
    ขาแดนซ์ ท่านเชียนแน่ๆ งือออ มายังไงอ่ะ ข้ามภาพมาด้วยกันหรือเกิดใหม่ ถ้าเกิเใหม่ละรู้จักหวังหยวนได้ยังไงง
    #321
    0
  3. #265 สายสวย (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 23:21
    ขอตอนต่อไปค่ะ พลีสสสสสส สนุกมากเลยค่ะ ชอบมากกกกกกก 😍😍😍😍
    #265
    0
  4. #264 Tfboys_fan1739 (@Tfboys_fan1739) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 19:01
    อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย สนุกกกก  
    เซียนชี อิส คัมมิ่งงงง 55555555555555
    #264
    0
  5. #263 Tfboys_fan1739 (@Tfboys_fan1739) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 19:00
    อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย สนุกกกก  
    เซียนชี อิส คัมมิ่งงงง 55555555555555
    #263
    0
  6. #262 miyamimi (@jirapatn) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 10:24
    เชียนซีใช่มั้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กรี๊ดดดดดดดดดดดด
    #262
    0
  7. #260 Chattriyaporn (@percabeth) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 20:42
    ขาแดนนนนนนนซ์!! อมกกกกกกกก องค์ชายเชียนซีของบ่าวจะออกโรงแล้วววววว จะลงไปดิ้นให้ได้เลยค่ะฮือออออ ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ าฟาฟฟฟฟฟ
    #260
    0
  8. #259 FD1827 (@fernvipclub) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 10:44
    ท่านเชียนจะออกโรงแล้ว หวังหยวนต้องดีใจแน่เลยที่เห็นท่านเชียน ><
    #259
    0
  9. #258 panda o_o (@juscha) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 10:27
    ขาแดนซ์คือท่านเชียนใช่ม้ายยยย ไม่ชอบเว่ยหลงเล้ย นิสัยไม่ดี ไม่ปลื้มแรงงงงง
    #258
    0
  10. #257 jom_tam (@jom_tam) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 09:59
    แอร๊ายยย ลุ้นๆๆ อยากรู้ว่าเหล่าหวังจะทำยังไงต่อไป แล้วคนที่จะมาช่วยนี่ จะใช่เชียรศรีไหมนะ
    #257
    0
  11. #256 Pea_nell (@pennello) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 09:59
    โอ้ยชอบบมากกก เชียนซีแน่ๆเลย ตอนนี้คือน่ารัก น่ารักบั่บน่ารักจริงๆ เป็นตอนที่แทบจะไม่ได้ทำอะไรอีกตอนแต่ก็น่ารัก ฮืออ มาต่อเร็วๆ นะคะ สู้ๆ ค่ะ
    #256
    0
  12. #255 mmiilldd (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 08:30
    เชียนซีใช่มั้ยยยยยยยยยยยยยย
    #255
    0
  13. #254 lovetfboysforever (@nigysung) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 08:19
    เชียรจะมาแล้สินะะะะ กรี้ดดดด
    #254
    0
  14. #253 520 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 01:44
    เขินมากม้ากดกกดดดดกกกกกกก ชอบเก้อตอนหึงมากค่ะ! -//////////-
    #253
    0
  15. #252 little sai43 (@2543saiza) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 01:26
    กลายเป็นตาแก่ขี้บ่นไปซะได้เนอะเก้อ หึงน้องหยวนได้น่ารักมากก ชอบอ่ะ รึกภาพออกเลยไรต์ อ้อขนแดนซ์ที่ว่าคือเซียนใช่มั้ยอ๊ากกกก มาแล้วๆ รอต่อไปคะ
    #252
    0
  16. #251 มี้หยวน (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 01:21
    จุนไคหึงได้น่ารักมาก แบกน้องหยวนวิ่ง 555 และใครคือ ขาแดนซ์นะ จะใช่เชียนชีไหม ลุ้นมาก รอตอนต่อไปนะ
    #251
    0
  17. #250 Smile in Shadow (@nisakorn310742) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 01:06
    ขาแดนซ์ เซียนชีใช่มั้ยยยยยย >< มาต่อไวๆนะคะ อยากอ่านต่อแล้วววว
    #250
    0