[Fic] Promise สัญญารักบ้านไร่ [Louis Tomlinson]

ตอนที่ 4 : Promise #4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ธ.ค. 59




Promise #4



......................................................................................



~ Don’t promise that you’re gonna write

Don’t promise that you’ll call

Just promise that you won’t forget we had it all ~


ฟางข้าวขี่จักรยานไปตามถนนเล็กๆ บรรยากาศธรรมชาติในไร่องุ่นทำให้เธอมีรอยยิ้ม ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปสู่ความสุขในวัยเด็กอีกครั้ง และตอนนี้เธอกำลังทำงานแรกที่ลูเซียสรับคำสั่งจากพี่ชายใหญ่มาอีกที คือการมาเก็บจดหมายบริเวณตู้ไปรษณีย์หน้าไร่ ซึ่งลูเซียสบอกให้เธอมาคนเดียว เพราะตู้ไปรษณีย์อยู่ไม่ห่างจากป้ายที่เธอแอบเซลฟี่เมื่อวาน


หญิงสาวฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี จนกระทั่งถึงทางแยกเข้าสู่ถนนใหญ่ ขณะที่เธอกำลังเลี้ยวรถจักรยานนั่นเอง ร่างบางก็เกือบจะชนเข้ากับชายคนหนึ่ง เนื่องจากเขาเดินถือเอกสารมาด้วยความเร่งรีบ


“เฮ้ย!”เขาร้องขึ้นมาด้วยความตกใจ พอๆกับที่ฝ่ายหญิงสาวหยุดรถในระยะล้อประทับบนขากางเกง


“ว้าย!!! เอ่อ...คุณคะ ฉันขอโทษนะ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?”เธอรีบลงจากจักรยาน และไปช่วยเขาเก็บเอกสารที่กระจัดกระจาย

“ผมโอเค แค่ตกใจนิดหน่อย”


“ไม่เป็นไรก็ดีแล้วค่ะ ยังไงฉันก็ขอโทษจริงๆนะคะ”ฟางข้าวส่งเอกสารชุดสุดท้ายแล้วส่งคืนให้ ทว่าชายหนุ่มกลับเอาแต่จ้องหน้าเธอ


“คุณคะ! นี่เอกสาร...”เธอเรียกอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันจะจบประโยค อีกฝ่ายกลับถามขึ้น

“น้องฟางข้าวใช่ไหมครับ?”


ดวงตากลมโตจ้องใบหน้าคมตาปริบๆ ฟางข้างนึกไม่ออกเลยว่าผู้ชายคนนี้คือใคร จนกระทั่งเขายอมแนะนำตัวพร้อมกับรอยยิ้มที่เรียกว่ามันคุ้นตานัก


“ผม เซน มาลิค ...”


“อ่า... พี่ชายเล็ก!”ฟางข้าวทำหน้าถึงบางอ้อ เธอลืมเขาไปได้อย่างไรกัน ร่างบางกระโดดเข้าหาอ้อมแขนของหนุ่มลูกครึ่งโดยไม่รีรอ อีกฝ่ายอุ้มตัวเธอเอาไว้ก่อนจะจับหมุนไปรอบเหมือนครั้งที่ยังเป็นเด็กน้อยผมเปีย


เซน มาลิคคนนี้เป็นลูกครึ่งอังกฤษ-ปากีสถาน ครอบครัวของเขาทำไร่องุ่นอยู่ข้างไร่ LADY เมื่อครั้งวัยเยาว์ เซนก็แวะมาเล่นกับเธอ และพี่ชายใหญ่อยู่บ่อยๆ


“ท่าทางยังดูแสบๆซนๆไม่เปลี่ยนเลย แต่ว่าความสวยนี่เพิ่มขึ้นเยอะ”เขาพูด

“พี่ชายเล็กก็ชมเกินไปแล้ว”

“แต่มันเรื่องจริงนะ”


“ปากหวานแบบนี้ แฟนหลงแย่แล้วมั้งคะ”ฟางข้าวฉีกยิ้ม อีกฝ่ายดูหล่อขึ้นมากเมื่อเทียบกับสมัยเด็ก ความเป็นเอเชีย และยุโรปผสมผสานกันได้อย่างลงตัว จนไม่น่ารอดการจับจองตัวจากสาวๆ


“ก็อยากจะให้แฟนหลงอยู่นะ แต่ติดที่ยังไม่มีน่ะสิ”เซนพูดด้วยท่าทีสบาย


“โกหกหรือเปล่าคะ พี่ชายเล็กออกจะหล่อขนาดนี้”เธอตอบกลับอย่างไม่เชื่อสายตา


“ไปค้นดูที่ไร่กับพี่ไหมล่ะ บางทีนะ...”เซนโน้มหน้าลงเฉียดแก้มเนียน ก่อนจะเอ่ยกระซิบ

“ตอนนี้พระพรหมอาจจะเหวี่ยงว่าที่แฟนมายืนตรงหน้าพี่แล้วก็ได้”


“โถ่...พี่ชายเล็กแกล้งฟางอีกแล้วนะคะ”แก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อ ใบหน้าของเธอรู้สึกร้อนผ่าว แม้ความเป็นจริงอากาศบริเวณนี้ออกจะเย็นสบายเสียด้วยซ้ำ


“ฮ่าๆๆ”ชายหนุ่มหัวเราะ เขาไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่ได้ยอมรับเช่นกัน


“ว่าแต่น้องฟางกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันครับ”


“เมื่อวานนี้เองค่ะ พี่ชายเล็กไปหาพี่ชายใหญ่ด้วยกันไหมคะ ตั้งแต่มาถึงฟางยังไม่เจอตัวเลย”


“งั้นหรอ?”เซนเลิกคิ้ว นัยน์ตาสีน้ำตาลปรายมองป้ายชื่อไร่ด้วยแววตาจริงจัง แต่ฟางข้าวไม่ทันสังเกตเห็นมัน

“ไว้มีโอกาสพี่เข้าไปหาแน่...”


“เอ่อ...ซีเรียสจัง ถ้าพี่ชายเล็กไม่ว่างจริงๆก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”เธอยิ้มแห้งๆ แม้ว่าจะไม่ทันรับรู้ด้วยสายตา แต่น้ำเสียงที่เย็นชากว่าเคยก็ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจ พี่ชายเล็กอาจจะงานยุ่ง แต่เธอก็ยังจะชวนเขาไปมาหาสู่เหมือนเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วอีก


“พี่ไม่ได้ซีเรียสนะ น้ำเสียงพี่เป็นแบบนี้เอง”เซนกลับมายิ้มให้ดั่งเคย มือหนาวางลงบนกลุ่มผมนุ่มของฟางข้าว เขาคงเผลอหลุดความเป็นตัวเองออกไปอีกแล้วสินะ


นานแค่ไหนกันที่เขาไม่ได้เข้าไปเหยียบไร่ LADY ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์สายใยพี่น้อง หรือแม้กระทั่งเพื่อนรักมันถูกตัดขาดจนหมดสิ้น


...ไม่มีหรอก...ความเป็นมิตรกับคนที่ชื่อลูอิส ทอมลินสัน...

...มีแต่ความสัมพันธ์ที่เรียกว่า ศัตรูหมายเลขหนึ่ง เท่านั้น...


“น้องฟาง...”เซนเรียก

“คะ?”เธอสบตากับเขา คิ้วสวยขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย

“ไปทานเค้กองุ่นที่ไร่พี่ไหม?”


“ถ้าเป็นวันนี้คงไม่ได้หรอกค่ะ”ฟางข้าวส่ายหน้า เธอเพิ่งทำงานวันแรก หากขาดงานไปมันคงจะไม่ดีแน่ๆ

“หืม? เสียดายจัง”


“ถ้าเป็นวันอื่นได้ไหมคะ”


“งั้นแล้วแต่น้องฟางสะดวกเลยครับ โทรมาหาพี่ได้เสมอ”เซนส่งนามบัตรให้เธอ ฟางข้าวจึงรีบรับมาโดยไม่ลังเล

“แล้วฟางจะโทรหาอีกทีนะคะ อยากไปเที่ยวไร่ของพี่ชายเล็กเหมือนกัน”


“ยินดีต้อนรับเสมอครับ”เขายิ้มรับก่อนจะเดินจากไป







...................................................







ฟางข้าวขี่จักรยานกลับเข้ามาในไร่ด้วยท่าทางร่าเริงกว่าตอนแรก ลูอิสหรี่ตาลงมองอย่างสงสัย ซึ่งเธอก็ขี่ผ่านเขาที่ยืนรอรับจดหมายไปอย่างหน้าตาเฉย


“อารมณ์ดีจังนะแม่คุณ!”ลูอิสทักเสียงดัง ทำให้ฟางข้าวจอดรถลง ก่อนจะหันกลับมามอง

“ไม่ยักรู้ว่าคุณยืนอยู่ตรงนั้น...”


“หึ!”ลูอิสทิ้งตัวพิงเสาไม้ ขณะที่มือของเขากอดอกอยู่

“อ๋อ... สงสัยเตี้ยจนฉันมองไม่เห็น”


“พูดเหมือนตัวเองสูงนักหนา”ลูอิสย่างสามขุมเข้ามาหาหญิงสาวที่กำลังแสดงสีหน้าทองไม่รู้ร้อน


“ผมขอเตือนคุณอีกหนึ่งข้อ อายุผมมันพอๆกับพี่ชายใหญ่ของคุณ เคารพกันบ้างก็ดี!”คำเตือนจากอีกฝ่ายทำให้ฟางข้าวอ้าปากค้าง สีหน้าจริงจังของเขาตอนนี้มันช่างน่ากลัว


ลูอิสหยิบจดหมายทั้งหมดออกจากตะกร้าหน้ารถ เขาเตรียมจะก้าวเดินขึ้นไปบนเรือนพัสดุ

“เดี๋ยวๆ”เธอทิ้งจักรยาน แล้วเดินตรงมารั้งแขน นัยน์ตาสีฟ้าครามสบกับเธออีกครั้ง ฟางข้าวจึงฉีกยิ้มให้ ลูกอ้อนถูกขุดขึ้นมาเพื่อขอความเมตตา

“พรุ่งนี้ฉันขออนุญาตไปกินเค้กนะ”


“ที่ไหน?”ลูอิสขมวดคิ้ว


“ที่ไร่พี่ชายเล็ก แต่คุณคงไม่รู้จักเขาหรอก ยังไงก็...ฝากไปขออนุญาตพี่ชายใหญ่ด้วยนะ”


คำตอบของเธอ ทำเอาลูอิสแทบยกมือกุมขมับ นี่ฟางข้าวไปเจอกับเซนมาแล้วงั้นหรอ เขาไม่น่าปล่อยเธอให้คลาดสายตาเลยจริงๆ

“ผมตอบให้เลยว่า บอสคงไม่อนุญาต”


“คุณรู้ได้ไง ในเมื่อพี่ชายใหญ่กับพี่ชายเล็ก...”ฟางข้าวไม่ทันได้อธิบายเหตุผลจนจบประโยค เธอก็ถูกเขาแทรกขึ้นมา

“ผมยืนยันคำเดิม บอสไม่อนุญาตแน่นอน”


“คุณมันงี่เง่าไม่มีเหตุผล ฉันจะไปขอพี่ชายใหญ่ด้วยตนเอง!”


“เชิญ! ถ้าคุณคิดว่าจะพบกับบอสได้ง่ายๆเหมือนแต่ก่อน”ลูอิสจ้องเธอตาไม่กระพริบ ฟางข้าวยังคงเอาแต่ใจเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน มีแต่จะเพิ่มขึ้นเสียด้วย


“หมายความว่ายังไง?”


“หมายความว่าบอสยุ่งมาก”


“บ้าเอ้ย! คุณนี่มัน...”เธอชี้หน้าเขา


“เอาเวลาที่ชี้หน้าผมไปให้อาหารม้าได้แล้ว ก่อนที่คุณจะไม่ได้พักกลางวัน”ดวงตากลมโตก้มมองนาฬิกาข้อมือ และพบว่ามันเลทมามากทีเดียว เธอจึงหันกลับมาคว้าจักรยานขี่ต่ออย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง สองล้อมุ่งหน้าตรงไปยังคอกม้า


“ขี่ดีๆล่ะ อย่าเผลอเอาหน้าไปแนบดิน”


“คุณมันไม่เคยมีความน่าเคารพเอาซะเลย!!!”ฟางข้าวตะโกนลั่น เธอไม่สนใจใครหน้าไหนที่มองมาทั้งนั้นอีกแล้ว


เจ้าของไร่ Lady มองแผ่นหลังเล็กที่เริ่มห่างสายตาไปเรื่อยๆ ขณะที่ในหัวของเขาก็คิดเกี่ยวกับเรื่องในอดีต ซึ่งมันผ่านมาหลายปี แต่เขารู้ดีว่าเซนไม่เคยลืม


.................................................................


[โปรดติดตามตอนต่อไป]


7 ความคิดเห็น