[Fic] Promise สัญญารักบ้านไร่ [Louis Tomlinson]

ตอนที่ 6 : Promise #5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ม.ค. 60



Promise #5


  .................................................................  


เอี๊ยดดดดดดดด!!! 

ครั้งที่สองของวันแล้วที่ฟางข้าวเกือบจะขี่จักรยานชนคนอื่น ดวงตาคู่นั้นปรายมองเธอก่อนจะกระตุกยิ้ม


“ขอโทษค่ะ”


“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่คุณกำลังจะไปไหน ทำไมดูรีบร้อนจัง”เขายิงคำถามพร้อมกับยกแก้วไวน์จรดริมฝีปากสวย นัยน์ตาสีมรกตมองเธอราวกับจะกลืนกิน

...ให้ตายเถอะ...ลูกแก้วสีเขียวคู่นั้นมันเหมือนกับมีแรงดึงดูด...


“ฉันจะไปที่คอกม้าน่ะค่ะ”


“ไปทำอะไรครับ”อีกฝ่ายเลิกคิ้วสูง


“ให้อาหารม้าค่ะ”


“อ๋อ...คุณคงเป็นคุณฟางข้าวสินะ”


“ใช่ค่ะ”


“ผม แฮร์รี่ สไตล์ส ผู้ดูแลโรงบ่มไวน์ และตำแหน่งมือขวาของบอส”เธอคงจะเออๆออๆจับมือทักทายไปตามมารยาท ถ้าหากไม่ได้ยินประโยคสุดท้าย


“มือขวางั้นหรอคะ”เธอถามย้ำ ขณะที่แฮร์รี่ยกมือเธอขึ้นจรดริมฝีปากไปอย่างหน้าตาเฉย มันคงเป็นวัฒนธรรมฝรั่งนั่นแหละมั้ง เธอเองก็ไม่ค่อยรู้อะไรพวกนี้


“ใช่”


“งั้นคุณช่วยพาฉันไปพบบอสของคุณหน่อยได้ไหม”ฟางข้าวยิ้มให้ แววตาของเธออ้อนวอนเขาเสียเต็มประดา


“เห็นทีจะไม่ได้นะคนสวย เพราะบอสยุ่งมากนะช่วงนี้”เขาวางมือลงบนผมเธอ อีกทั้งยังลูบวนไป แววตาที่จ้องมอง มันทำให้เธอรู้สึกเริ่มกลัวเขานิดๆแล้วล่ะ


“งั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ”เธอเดินผ่านเขาไป และชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงจากอีกคนที่ตะโกนตามมา

“บอสจับตามองคุณอยู่ตลอด แต่คุณแค่ไม่เห็นเขาเอง”


“ไหนคุณบอกว่าบอสยุ่งไงคะ”ฟางข้าวหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง


“ยุ่งของเขา อาจจะเป็นเรื่องของคุณก็ได้นะ”


“หมายความว่ายังไงคะ”


“ผมก็หมายความตามที่ผมบอกนั่นแหละ”แฮร์รี่ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันหน้าไปทางเชิงเขา เมื่อเห็นหนึ่งบุรุษกำลังเดินลงมาจากที่นั่น


“นายไปไหนมาเลียม!”


“ไม่ใช่เรื่องของไอ้ขี้เมาอย่างนายแฮร์รี่ สไตล์ส”อีกฝ่ายตอบกลับมา และคำพูดของเขาก็ดูยั่วโทสะแฮร์รี่เสียเหลือเกิน

“แต่ถ้าเป็นเรื่องไม่ชอบมาพากลแบบนี้ ฉันก็ต้องยุ่งว่ะ”


“ฉันก็แค่ไปหาของป่า”เขายักไหล่


“ของป่าที่ว่าในไร่มะลิหรอวะ?”แฮร์รี่ถาม ขณะที่เลียมยังคงแสดงทีท่าไม่รู้เรื่อง

“พูดอะไรของนาย?”


“อย่าคิดว่ามึงทำอะไรแล้วกูไม่รู้”อีกฝ่ายพูดออกไป ซึ่งทำให้ฟางข้าวมองแฮร์รี่ด้วยความตกใจ คำพูดของเขามันดูรุนแรงราวกับกบฏแผ่นดินอะไรทำนองนั้น


“มึงรู้แล้วยังไง มึงทำอะไรกูได้”เลียมตอบกลับด้วยวาจาที่หยาบคายไม่ต่างกัน


“ไอ้เชี่ยเลียม!”แฮร์รี่ก้าวทีเดียวถึงอีกคน มือหนากระชากคอเสื้อของเลียมเอาไว้แน่น


“เอาเลยสิ ต่อยมาเลย”ดวงตาสีน้ำตาลมองอย่างท้าทาย


“ไม่! เพราะมือของกูไม่อยากเปื้อนเลือดชั่วๆของคนแบบมึง!”ร่างสูงผลักอีกคนจนเซ เขาลืมไปเสียสนิทเกือบจะพลั้งสร้างความทะเลาะวิวาทในไร่เข้าให้แล้ว


“ใจเย็นๆนะคะ”ฟางข้าววางมือลงบนต้นแขนประดับรอยสักของแฮร์รี่ ทว่าเธอกลับถูกเขาเหวี่ยงกระเด็นด้วยอารมณ์โทสะ

“ไม่ใช่เรื่องของคุณ! ”


ก้นเธอคงจ้ำเบ้าระบมแน่ๆ ถ้าร่างกายของเธอไม่ถูกรับโดยหนุ่มผมบลอนด์


“ขอบคุณค่ะ”หญิงสาวหันไปกล่าวกับผู้มาเยือน


“คุณไม่เป็นไรนะ?”ไนออลถาม


“ค่ะ แต่คุณรีบห้ามพวกเขาก่อนเถอะค่ะ”


“อืม”



ไนออลเดินตรงเข้ามายืนระหว่างชายหนุ่มสองคน ดวงตาสองคู่ยังคงประสานกันด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง คนหนึ่งคือเพื่อนรัก อีกคนก็หัวหน้าคนงานที่เขารู้จักดี

“ถ้าพวกนายไม่เลิกทะเลาะกัน ฉันคงต้องรายงานเรื่องนี้ให้บอสรับรู้”


“นายอย่ามาขู่ฉันให้ยากไนออล”แฮร์รี่พูดขึ้น ขณะที่สายตาไม่ละจากฝ่ายตรงข้าม


“ฉันไม่ได้ขู่ว่ะเพื่อน เพราะรอบนี้ฉันตั้งใจเอาจริง”หนุ่มผมบลอนด์ยืนกอดอกด้วยทีท่าสบายๆ


“อย่าเพิ่มเรื่องปวดหัวให้บอสเลยครับ ผมจะคิดซะว่า อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมาก็แล้วกัน”เลียมเอ่ยปากอย่างสุภาพกับไนออล ตรงข้ามกับแฮร์รี่ที่เขายังเลือกจะไม่ปล่อยเลียมไปง่ายๆ


“มึงกลัวล่ะสิ”


“เอาน่าแฮร์รี่...”ไนออลรีบห้ามคนที่กำลังหัวร้อน ปกติแฮร์รี่จะเป็นผู้ชายสายนิ่งดูเหมือนไม่ค่อยรับรู้อะไร แต่ในความนิ่งนั้น เขากำลังเก็บข้อมูลทุกการเคลื่อนไหวได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนเลยล่ะ


“คุณเลียมมีอะไรก็ไปทำเถอะครับ”หนุ่มไอริชเลือกที่จะบอกกับเลียมแบบนั้น เพราะหากเลียมยังยืนอยู่ตรงนี้ คงมีศึกขึ้นกลางไร่เลดี้เป็นแน่




หลังจากที่เลียมเดินออกไปไม่นานนัก แฮร์รี่เองก็ส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่าย

“ปล่อยเสือเข้าป่าแท้ๆนะไนออล”


“จะจับเสือเป็นๆ มันต้องใจเย็นหน่อยดิเพื่อน!”ไนออลตอบกลับ ก่อนจะหันหน้ามาหาฟางข้าว เธอกำลังแสดงสีหน้าไม่เข้าใจกับสิ่งรอบกาย


“ผม ไนออล ฮอแรน ตำแหน่งผู้จัดการ และมือซ้ายของบอส” หนุ่มไอริชยื่นมือไปรอ เขาเพิ่งได้พบกับฟางข้าวอย่างเป็นทางการก็วันนี้ เธอช่างดูน่ารักเสียจริง ไม่แปลกเลยที่ลูอิสจะแสดงทีท่าหวงเป็นพิเศษ

“ฉันฟางข้าวค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ แล้วเมื่อกี้...”


“สองคนนั่นไม่ลงรอยกันแบบนี้แหละ คุณอย่าใส่ใจเลย”


“ค่ะ”






หญิงสาวเดินตรงเข้าไปยังคอกม้าเพื่อทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จ ขณะเดียวกัน ไนออลเองก็เดินตามทุกฝีก้าวจนร่างบางแปลกใจ


“คุณไนออลไม่ไปทำงานของตัวเองหรอคะ?”คำถามของเธอทำให้คนฟังหัวเราะร่วน


“นี่แหละครับงานของผม”


“เดินตามฉันแบบนี้น่ะหรอคะ”ฟางข้าวเลิกคิ้ว


“ผมต้องรอคุณให้อาหารม้า และพาคุณไปยังโรงเลี้ยงน่ะ”


“อ๋อ...”เธอพยักหน้า






........................






ไนออลและฟางข้าวเดินคุยกันเรื่อยเปื่อยจนถึงโรงเลี้ยง ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยคนงานมากมาย ทว่าเสียงพูดคุยมันกลับดูเบากว่าทุกทีจนไนออลถึงกับขมวดคิ้ว


“บรรยากาศวันนี้ไม่ค่อยครึกครื้นเลยนะ”เขาพูดขึ้นมาลอยๆ


“ยังไงหรอคะ?”ฟางข้าวมองหน้า เธอเองเพิ่งเคยมาวันแรก เลยไม่รู้ว่าบรรยากาศจริงๆแล้วมันเป็นยังไงกันแน่


“มันต้องมีอะไรแน่”ดวงตาสีฟ้ากวาดมองจนกระทั่งสะดุดเข้ากับโต๊ะตัวยาวหน้าห้องรับประทานอาหารของเจ้านาย


ปกติลูอิสจะอยู่แต่ในห้องส่วนตัว แต่วันนี้เขากลับมานั่งทานแบบธรรมดาร่วมกับคนงาน มิน่าล่ะ รัศมีความกลัวถึงแผ่ออกจากทุกคนในที่นี้


ไนออลส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ ก็รู้นะว่าเจ้านายอยากทำตัวกลมกลืน แต่การมานั่งแบบนี้เหมือนยิ่งเด่นกว่าเดิม เพราะโต๊ะตัวยาวที่นั่งได้เกือบ 7-8 คน กลับมีเจ้านายของเขานั่งอยู่เพียงลำพัง นั่นแหละ... ใครจะใจกล้าร่วมโต๊ะอาหารกับเจ้าของไร่


“ไงลูเซียส! นั่งด้วยคนได้ใช่ไหม?”บอดี้การ์ดมือซ้ายแกล้งหยอกเจ้านาย ลูอิสเงยหน้ามองไนออลก่อนจะไล่ไปยังหญิงสาวที่ยืนขนาบข้างด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ เธออยากจะนั่งที่อื่น ทว่าโรงเลี้ยงตอนนี้มันก็ว่างอยู่แค่โต๊ะนี้เท่านั้น


“ที่ว่างตั้งมากมาย ตามสบายเถอะ”ลูอิสพูดแค่นั้น


“โอเค... ขอบคุณมาก”ไนออลลากเก้าอี้ทันที ขณะที่ฟางข้าวหันหลังให้

“แล้วคุณจะไปไหน?”


“นั่นสิ”ครั้งนี้ไนออลเห็นด้วยกับเจ้านาย


“ก็จะไปรับข้าวมากินไง”หญิงสาวชี้มือไปยังแถวของคนงานที่กำลังรอรับมื้อกลางวัน


สำหรับไร่องุ่นเลดี้ คนงานธรรมดาทุกคนจะต้องแถวรับอาหารกลางวัน ทว่าผู้ที่เป็นเจ้าของไร่ หรือมีตำแหน่งผู้จัดการ รวมไปทั้งระดับหัวหน้า แม่ครัวจะจัดสำรับข้าวไว้ให้พร้อมสรรพโดยไม่ต้องรอต่อแถว


ไนออลได้อธิบายให้เธอฟังแล้ว แต่เขาไม่ได้บอกฟางข้าวอีกเรื่องหนึ่งที่ว่า เธอเองก็ไม่ต้องไปเข้าแถวแบบนั้นเช่นกัน


“นั่งลงแล้วตักข้าวในโถนั่นซะ คุณต้องทานที่นี่กับผมทุกวัน”ลูอิสส่งสายตาไปยังโถข้าวสีเงินที่วางอยู่ขวามือ ตั้งแต่วันนี้เขาสั่งแม่ครัวไว้แล้วว่าเขาขอสำรับเพิ่มอีกหนึ่งชุดเผื่อหญิงสาว


“อูยยยยย ทุกวันกับลูเซียสซะด้วย”ไนออลลากเสียงล้อเลียนเจ้านาย


“ปากว่างนักก็กินข้าวไปซะไนออล”


“แรงงงงงง!!!”หนุ่มไอริชหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะตักข้าวเข้าปาก เขาเองก็หิวจนไส้จะขาดแล้ว




ฟางข้าวทิ้งตัวลงนั่งข้างไนออล เธอจัดการตักข้าวใส่จานตัวเอง กลางวันวันนี้มีแกงส้ม ผัดผักรวมมิตร และไข่เจียว หญิงสาวมองกับข้าวตรงหน้าแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอคงจะกินได้แค่ไข่เจียวสินะ เพราะเธอไม่ชอบกินผักเอาซะเลย



“กินแห้งๆแบบนั้นอร่อยหรอ?”ลูอิสถาม เขาชำเลืองมองสาวน้อยอยู่เป็นระยะ และก็พบว่าฟางข้าวเอาแต่กินข้าวกับไข่เจียวเท่านั้น


“เรื่องของฉัน!”เธอตอบเขา แววตาดูไม่เป็นมิตรเท่าไหร่


“นี่คุณ! รู้จักมิตรภาพบ้างไหม ผมถามดีๆนะเนี่ย”ลูอิสพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขืนปล่อยให้อีกฝ่ายเอาแต่ใจตัวเองบ่อยๆมันคงไม่ดี และคำพูดของลูอิสก็เรียกให้หญิงสาวได้สติ มันก็จริงนะ เธอไม่ชอบเขา แต่ตอนนี้เขาแค่ถามเธอธรรมดาๆเอง


“เอ่อ...ขอโทษ... ฉันไม่ชอบกินผักน่ะ”ฟางข้าวพูดปกติ


“ไว้ผมจะบอกแม่ครัวให้ก็แล้วกัน แต่หัดกินบ้างมันก็ดี ร่างกายจะได้ไม่ขาดสารอาหาร ดูอย่างไนออลสิ...”ลูอิสส่งสายตาไปยังหนุ่มไอริชที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดการอาหารราวกับอดมาหลายมื้อ


“อ้าว บอ...ลูเซียส!”ไนออลแทบอยากจะตบปากตัวเอง เขาเกือบหลุดปากออกไปแล้วสินะ

“ทำไมพาดพิงกันแบบนี้”


“ฉันแค่ยกตัวอย่างดีๆให้ฟางข้าวดู นายควรจะดีใจนะ”ฟางข้าวหลุดยิ้มเมื่อเห็นสองคนกำลังเย้าแหย่กัน


บรรยากาศผ่อนคลายแบบนี้ ทำให้อารมณ์มันพาไป เมื่อลูอิสและฟางข้าวเผลอหันมาสบตาส่งยิ้มให้กันไปชั่วครู่ แต่เพียงเสี้ยวนาที ทั้งสองจึงพากันหุบยิ้มแล้วกินข้าวต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


ฟางข้าวกำลังคิดไม่ตก เวลาลูเซียสยิ้มและแกล้งแหย่คนอื่นก็ดูน่ารักดี


ขณะที่ลูอิสเองก็กำลังคิดว่า นี่จะเป็นครั้งแรกที่หญิงสาวยิ้มให้กับผู้ชายที่ชื่อลูเซียสหรือเปล่านะ



.............................................................


[โปรดติดตามตอนต่อไป]


7 ความคิดเห็น