เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,922,300 Views

  • 27,175 Comments

  • 28,083 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    68,569

    Overall
    3,922,300

ตอนที่ 104 : ภาค 2 ตอนที่ 30 ข้อมูลของเอริก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38318
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1142 ครั้ง
    27 ก.พ. 61

            เมื่อได้ยินคำถามใบหน้าของอัสลานก็เต็มไปด้วยความสงสัย

 

“ท่านอาจารย์ไม่เคยพูดถึงเจ้าเลยแม้แต่น้อย” ชายชราเอ่ยอย่างใจเย็น พร้อมกับลูบเครายาวขาวของตัวเอง

 

            เมอร์ลินมองอัสลานและวิเคราะห์

 

            เอริกไม่ได้แพร่งพายเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเขาออกไป กระทั่งอัสลานผู้เป็นศิษย์เขาก็ยังไม่ได้บอกกล่าว

 

            ความลับนี้คงมีไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้

 

            เมอร์ลินพยักหน้ากับตัวเองเล็กๆ ก่อนจะตัดสินใจบางอย่าง

 

            “ท่านคิดยังไงกับการที่เอริกถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ” เมอร์ลินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยไร้อารมณ์

 

            การแสดงออกของเขานั้นแตกต่างกับเด็กวัยทั่วอย่างสิ้นเชิง

 

            อัสลานมองเมอร์ลินด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ดวงตานั้นจ้องมองเมอร์ลินอย่างล้ำลึก คำถามมากมายเกิดขึ้นภายในหัวของเขา

 

            ฝีมือของเมอร์ลินนั้นไม่ธรรมดา พลังระดับนักรบเวทย์สามวงเวทย์และการบ่มเพาะต้นอ่อนธาตุลมนั้นไม่ใช่สิ่งสามัญทั่วไป มิหนำซ้ำในอดีตเด็กคนนี้ยังเคยถูกเอริกยอมรับให้ทำเรื่องสำคัญ

 

            ตัวตนของเด็กคนนี้นั้นเป็นปริศนา อัสลานไม่สามารถมองเห็นเบื้องหลังของเมอร์ลิน

 

            การที่ถูกเอ่ยถามเรื่องการกบฏของเอริกนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา คำตอบของเขาอาจจะนำสู่เส้นทางที่อันตรายก็เป็นได้

 

            อัสลานครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง จนในที่สุดเขาก็เอ่ยตอบ

 

            “ข้านั้นเป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ แน่นอนว่าข้าย่อมไม่เชื่อว่าเขาเป็นกบฏ” อัสลานเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น แววตาไม่มีคำว่าล้อเล่นหรือบิดเบือนซ่อนเร้นใดๆ

 

            เมื่อเห็นดังนั้นเมอร์ลินก็ยิ้มออกมาและแสดงท่าทางที่พึงพอใจ

 

            “หากเป็นเช่นนั้น ข้าจะเผยความลับอย่างหนึ่งให้ท่านได้รู้” เมอร์หรี่ตาลงและมองไปยังอัสลาน “ข้านั้นคือผู้ที่มีสายเลือดของตระกูลดราก้อนเอส”

 

            ทันทีที่เมอร์ลินเอ่ยจบ อัสลานก็เหมือนมีสายฟ้าฟาดเข้าที่ตรงศีรษะ

 

            “เป็นไปได้ยังไงกัน?

 

            “สายเลือดของตระกูลดราก้อนเอส”

 

            ชายชราเบิกตากว้างและมองเมอร์ลินด้วยสายตาที่ยากจะเชื่อ เขาตกใจเป็นอย่างมาก

 

            อัสลลานถึงกับกลืนน้ำลานลำบากเมื่อได้รู้ความจริงในเรื่องนี้

 

            “เพื่อเป็นการแสดงความจริงใจ ข้าจึงเปิดเผยความลับนี้ ท่านสามารถเชื่อใจได้ว่าข้าไม่มีวันทรยศเอริกผู้เป็นตาของข้าอย่างแน่นอน”

 

            “ตาอย่างนั้นหรือ? หรือว่าท่านอาจารย์เจอลูกสาวของท่านแล้ว”

 

            “ท่านนั้นกล่าวไม่ผิด เอริกได้เจอกับท่านแม่ของข้าแล้ว”

 

            “เช่นนั้นแม่ของเจ้า...” อัสลานเอ่ยด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้การมีตัวตนที่เกี่ยวข้องกับเอริกย่อมเป็นเรื่องที่น่ากังวล

 

            ยังไม่ทันจบคำเมอร์ลินก็เอ่ยแทรกขึ้น

 

            “เรื่องนั้นท่านไม่ต้องเป็นกังวล ตอนนี้แม่ของข้านั้นปลอดภัยดี ผู้ที่รู้ความลับนี้มีไม่มาก ทุกคนนั้นสามารถไว้ใจได้” เมอร์ลินหยุดครู่หนึ่งและเอ่ยต่อ “จริงๆ แล้วเรื่องที่ข้าต้องการจะถามท่าน นั่นคือเรื่องของท่านตาของข้ามากกว่า เกี่ยวกับข่าวการเป็นกบฏของวีรบุรุษแห่งอารากอน ท่านทราบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด”

 

            เมอร์ลินไม่ต้องการให้การสนทนานี้ยืดเยื้อ เขารีบรวบรัดมุ่งสู่ประเด็นสำคัญในทันที

 

            ทันทีที่ได้ยินคำถามของเมอร์ลิน อัสลานก็ถึงกับต้องชะงัก ใบหน้าของเขานั้นมืดมนลง แววตาปรากฏอารมณ์ที่ซับซ้อน ผ่านไปครู่หนึ่งเขาจึงเอ่ย

 

            “เรื่องที่ท่านอาจารย์ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ ... จริงๆ แล้ว ข้าเอง ... ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”

 

            อัสลานปรากฏความลังเลอย่างเห็นได้ชัด การแสดงออกของเขานั้นทำให้เมอร์ลินหัวใจเต้นระรัว

 

            อัสลานผู้เป็นศิษย์รักของเอริก เป็นบุคคลหนึ่งที่เอริกให้ความไว้วางใน แต่เขากลับมีความลังเล

 

            “หลักฐานที่ข้าได้รับมา ข่าวลือที่ถูกเผยแพร่ออกไปนั้นมีส่วนที่เป็นความจริงอยู่มาก”

 

            จบคำพูดของอัสลาน วูบหนึ่งเมอร์ลินรู้สึกเหมือนฟ้าผ่าบนร่าง มือทั้งสองชาอย่างไร้ความรู้สึกเป็นผลกระทบมาจากจิตใจ

 

            มันเป็นไปได้หรือ?

 

            เอริกนั้นเป็นกบฏจริงหรือ?

 

            เขาทำแบบนั้นไปทำไมกัน?

 

            ในหัวของเมอร์ลินปรากฏคำถามขึ้นอย่างมากมาย

 

            “ท่านคิดจริงๆ หรือว่าท่านตาของข้าเป็นกบฏตามข่าวลือ?” เมอร์ลินมองไปยังอัสลานเพื่อหาคำตอบ

 

            “เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่แน่ใจ มันเป็นเรื่องที่ยากจะเชื่อว่าอาจารย์นั้นจะก่อกบฏ ข้าไม่ได้พบกับอาจารย์มาหลายปี ที่ผ่านมาพวกเราติดต่อกันทางจดหมายเท่านั้น ข้าจึงไม่รู้ความตื้นลึกหนาบางในเรื่องนี้” อัสลานกล่าวอย่างจริงจัง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่ที่เอริกรับอาเธอร์เป็นลูกศิษย์ เขานั้นไม่ได้พบกับเอริกอีกเลย

 

            เมอร์ลินมองอย่างไม่เชื่อและเอ่ย

 

            “เป็นไปได้ยังไงกัน ข้าจำได้เมื่อปีก่อน ก่อนที่ท่านตาจะจากไป ท่านได้บอกว่ากลุ่มอัศวินโต๊ะกลมนั้นได้ทำการเรียกประชุมเรื่องเร่งด่วน ซึ่งเป็นท่านเองที่ส่งสัญญาณเรียกท่านตาให้เข้าร่วมประชุม” เมอร์ลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความสงสัย

 

            อัสลานครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะเอ่ย

 

            “อ่า ... เรื่องในครั้งนั้นนั่นเอง เมื่อปีก่อนมีการเรียกประชุมกลุ่มอัศวินโต๊ะกลมทุกคนอย่างเร่งด่วน ข้าได้รับคำสั่งให้เรียกท่านอาจารย์ที่มีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษามาเข้าร่วมประชุม แต่ทว่าการประชุมนั้นได้ถูกยกเลิกไป เหตุเพราะปัญหานั้นถูกขจัดไปเรียบร้อยแล้ว”

 

            “แต่ถึงอย่างนั้น ในตอนนั้นข้าก็ไม่ได้พบท่านอาจารย์ เขาไม่ได้ปรากฏตัวในการเรียกประชุมในครั้งนั้น”

 

            อัสลานเอ่ยและอธิบายด้วยความจริงใจ

 

            เมื่อคำถามในใจเกี่ยวกับตัวตนของเด็กน้อยได้ถูกขจัดไป อัสลานก็เพิ่มความสำคัญกับเด็กน้อยมากขึ้น

 

            “เมื่อการประชุมถูกยกเลิก เหตุได้ท่านตาถึงไม่ไปพบท่านเพื่อถามไถ่ในเรื่องนี้ เขามีเรื่องอะไรถึงได้หายตัวไปแบบนั้น” เมอร์ลินวิเคราะห์

 

            อัสลานก็กำลังคิดตามกับคำพูดของเด็กน้อย ก่อนจะแสดงท่าทีที่นึกขึ้นได้และเอ่ย

 

            “จริงสิ ในตอนนั้นก็มีสิ่งหนึ่งที่น่าสงสัยอยู่เหมือนกัน” อัสลานทำหน้าครุ่นคิดและเอ่ยต่อ “ทั้งข้า แคสเปี้ยน และลูซี่ พวกเราทั้งสามต่างเป็นสมาชิกของกลุ่มอัศวินโต๊ะกลมและเป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ด้วยเช่นกัน การประชุมในครั้งนั้นพวกเราต่างก็ไม่มีใครได้พบกับท่านอาจารย์ ทั้งๆ ที่มอร์กริมเป็นคนบอกเองว่าท่านอาจารย์ได้มาถึงสถานที่นัดหมายแล้ว พวกเขาทั้งสองนั้นได้ไปถึงจุดนัดหมายก่อนข้า แต่พวกเขากลับไม่พบท่านอาจารย์” อัสลานเอ่ยอย่างสงสัย

 

            ในตอนนั้นเขาไม่ได้เอะใจในเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย เมื่อมาคิดถึงในตอนนี้ จุดนี้จึงเป็นจุดที่น่าสงสัยเป็นอย่างมาก

 

            “ข้าหวังว่ามันจะไม่เป็นอย่างที่ข้าคิด” อัสลานกล่าวอย่างหนักใจกับข้อสันนิษฐานของเขา

 

            “ท่านกำลังคิดอะไรอยู่?” เมอร์ลินอดที่จะถามออกมาไม่ได้เมื่อเห็นท่าทีของอัสลาน

 

            “เมอร์ลินเจ้าทราบหรือไม่ว่ากลุ่มอัศวินโต๊ะกลมซึ่งถือเป็นเสาหลักของอาณาจักรนั้นมีสมาชิกอยู่แปดคน” อัสลานเริ่มเกริ่นเรื่องที่หนักใจของเขาให้เมอร์ลินฟัง

 

            “อืม” เมอร์ลินพยักหน้าและคำรามเสียงต่ำออกมา

 

            “ครึ่งหนึ่งของอัศวินโต๊ะกลมนั้นล้วนเป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์” อัสลานขมวดคิ้วเข้าหากันและเอ่ยต่อ “ข้า ลูซี่ แคสเปี้ยน และปีเตอร์ พวกเราต่างก็เป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ พวกเราได้รับเกียรติให้เป็นสมาชิกของกลุ่มอัศวินโต๊ะกลม เป็นเสาหลักของอาณาจักรอารากอน กล่าวตามตรงภายในกลุ่มอัศวินโต๊ะกลมนั้น บ่อยครั้งที่พวกเรามีความเห็นไม่ตรงกัน หลายๆ ครั้งความเห็นของพวกเรามักจะแบ่งออกเป็นสองฝั่งอยู่เสมอ แน่นอนว่าครึ่งหนึ่งนั้นเป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์”

 

            “จนบ่อยครั้งที่พวกเราถูกกล่าวหาว่าเป็นขุมอำนาจของท่านอาจารย์ แต่กระนั้นพวกเราอัศวินโต๊ะกลมก็ไม่ได้แสดงความขัดแย้งออกมาอย่างเปิดเผย อย่างน้อยๆ พวกเขาก็ยังให้ความเกรงใจต่อท่านอาจารย์และท่านผู้พิทักษ์อยู่บ้าง”

 

            “จนครั้งหนึ่งที่พวกเราส่วนหนึ่งถูกส่งให้ไปทำภารกิจนอกอาณาจักร ปีเตอร์ ฟรีซ และทัมนุส รับหน้าที่ออกไปทำภารกิจในครั้งนี้”

 

“แต่ในครั้งนั้นนั่นเอง ปีเตอร์ผู้เป็นสหายของข้าก็ได้จบชีวิตลงกับภารกิจนี้ ส่วนอีกสองคนที่เหลือนั้นสามารถรอดชีวิตกลับมาได้ แต่พวกเขาก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน”

 

พอเล่ามาถึงตรงนี้อัสลานก็ทอดถอนหายใจออกมา

 

“นี่เป็นครั้งแรกที่ทำให้ข้าอดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่าทำไมปีเตอร์ถึงตาย แล้วทำไมอีกสองคนนั้นถึงได้มีชีวิตรอด ทั้งๆ ที่ในตอนนั้นฝีมือของปีเตอร์ก็เหนือว่าพวกเขาทั้งสองคนเป็นอย่างมาก ข้าเล่มมาถึงตอนนี้เจ้าคงพอที่จะเดาออกแล้วใช่ไหมว่าข้ากำลังคิดอะไรอยู่” อัสลานมองเมอร์ลินอย่างจริงจังและเอ่ย

 

เมอร์ลินครุ่นคิดอย่างจริงจัง ข้อมูลของอัสลานนั้นเป็นประโยชน์ไม่น้อย

 

การแสดงออกของเขานั้นอยู่ในสายตาของอัสลาน ท่าทางที่ดูจริงจังนั้นผิดกับภาพลักษณ์ของเด็กน้อยเป็นอย่างมาก

 

แม้ว่าตรงหน้าเขาจะเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง แต่อัสลานกลับรู้สึกว่ากำลังพูดคุยกับผู้ที่มีวัยวุฒิเท่าเทียมกัน

 

นี่เป็นความคิดบ้ามากๆ อัสลานส่ายศีรษะไปมากับความคิดนี้

 

“หากเป็นอย่างที่ท่านพูด ท่านตาไม่ใช่คนที่ชื่นชอบในลาภยศ คนของตระกูลดราก้อนเอสแต่ละคนล้วนพิทักษ์ปกป้องอาณาจักรมานับหลายรุ่น มีเหตุผลใดที่ทำให้เขาถึงกับต้องลงมือต่อสู้กับผู้พิทักษ์ ทั้งๆ ที่เขาเองก็รู้ดีว่าหากอาณาจักรขาดผู้พิทักษ์ นั่นหมายถึงความพินาศของอาณาจักร” เมอร์ลินอธิบายที่สิ่งเขาคิดออกมาให้อัสลานฟัง

 

“จริงอย่างที่เจ้าว่า ไม่มีเหตุผลเลยที่ท่านอาจารย์จะต้องทำเช่นนั้น” อัสลานกล่าวเสริม

 

“เอะ! ... เดี๋ยวก่อน ในตอนนั้นท่านทราบหรือไม่ว่าเรื่องที่จะต้องประชุมเร่งด่วนนั้นคืออะไร”

 

หลังจากที่เมอร์ลินเอ่ยออกมา อัสลานก็เปิดเผยสีหน้าที่ลำบากใจ

 

“หากจะเอ่ยถึงเรื่องนี้ เจ้าควรรู้ไว้ว่าเรื่องนี้นอกจากกลุ่มอัศวินโต๊ะกลมแล้ว คนนอกไม่อาจมีสิทธิ์รับรู้ได้ แต่ถ้าเรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้วข้าก็จะบอกกับเจ้า เหตุที่มีการเรียกประชุมด่วนในครั้งนั้น ก็คือ ...” อัสลานหยุดและถอนหายใจออกมา “กษัตริย์อารากอนทรงประชวรเป็นโรคไข้ผลึก”

 

ใบหน้าของอัสลานเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด

 

“อย่างที่ทราบกันว่าโรคไข้ผลึกนั้นเป็นโรคที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก ผู้เป็นโรคนี้ยากที่จะรักษา แม้แต่นักเวทย์หรือหมอหลวงของราชวังก็จนปัญญา แม้จะมีข่าวว่าหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งเคยมีผู้ที่แอบอ้างว่าเป็นผู้ใช้อักขระของอาณาจักรสามารถรักษาโรคนี้ได้ แต่เมื่อพวกเราทราบเรื่อง พวกเราก็ส่งคนออกไปสำรวจที่หมู่บ้านนั้น แต่กลับพบว่าหมู่บ้านนั้นได้ถูกทำลายไปเรียบร้อยแล้ว พวกเราไม่ทราบว่าเป็นฝีมือของใคร”

 

“พวกเรานั้นก็ได้แต่ครุ่นคิดว่ากษัตริย์ทรงป่วยเป็นโรคนี้ได้อย่างไร ทั้งที่ในวังน่าจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด และที่น่าแปลกไปยิ่งกว่านั้นก็คือ มีเพียงกษัตริย์เท่านั้นที่ติดโรคนี้ นั่นหมายความว่าพระองค์ต้องถูกวางยาอย่างแน่นอน”

 

“การสืบเรื่องที่กษัตริย์ประชวรเพราะโรคไข้ผลึกนั้นจนป่านนี้แล้วก็ยังไม่ได้เรื่อง พวกเราไม่พบเบาะแสหรือหลักฐานใดๆ และในตอนนั้นภารกิจเร่งด่วนของพวกเราก็คือการหาทางรักษากษัตริย์ให้หายจากโรคนี้โดยเร็วเพื่อความมั่นคงของอาณาจักร แต่แล้วพวกเราก็หาผู้ใช้อักขระคนนั้นไม่เจอแต่อย่างใด สิ่งที่พวกเราพบมีเพียงแต่รูปสลักที่อยู่กลางหมู่บ้านเท่านั้น แต่ยังถือว่ามีโชคที่ดี ฟรีซสามารถพบยาที่ชาวบ้านหลงเหลือไว้ ในครั้งนั้นกษัตริย์จึงรอดมาได้ และการประชุมด่วนจึงถูกยกเลิกไปด้วยเหตุนี้”

 

เมอร์ลินฟังและวิเคราะห์ตามด้วยใบหน้าที่เยือกเย็นไร้อารมณ์

 

อัสลานมองเด็กน้อยและเอ่ยต่อ

 

“แม้กษัตริย์จะหายจากโรคไข้ผลึก แต่ในระหว่างพระองค์ทรงประชวร พระองค์ก็ได้รับโรคแทรกซ้อน โรคเหล่านั้นบั่นทอนร่างกายของกษัตริย์เป็นอย่างมาก จนในที่สุดก็เกิดข่าวร้ายที่พวกเรารับรู้ในวันนี้”

 

“บอกตามตรงข้านั้นมืดแปดด้าน ข้าไม่สามารถคาดเดาเหตุผลได้เลยว่าทำไมท่านอาจารย์ถึงจะต้องต่อสู้กับท่านผู้พิทักษ์จนถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ” อัสลานกล่าวด้วยสีหน้าที่ย่ำแย่ แท้จริงแล้วเขานั้นเป็นผู้หนึ่งที่นับถือเอริกอาจารย์ของเขาเป็นอย่างมาก แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เขาไม่สามารถทำการใดๆ ได้เลย ภายในใจของเขามีแต่ความลังเล

 

ไม่รู้ว่าเรื่องไหนจริงหรือเท็จและไม่เข้าใจการกระทำของเอริกผู้เป็นอาจารย์

 

“ท่านเชื่อใจตัวท่านตาของเข้าหรือไม่?” เมอร์ลินเอ่ยถาม ใบหน้าที่เย็นชาของเขาทำให้เปล่งรัศมีที่สูงส่งออกมา

 

“ข้าเชื่อ ... ข้าเชื่อในตัวของท่านอาจารย์ ข้าเชื่อว่าเขานั้นจะต้องไม่ใช่กบฏอย่างแน่นอน” อัสลานสบตากับเมอร์ลินและกล่าวถ้อยคำที่แสดงความจริงใจออกมา

 

แววตาที่มุ่งมั่นนั้นทำให้เมอร์ลินรับรู้ว่าอัสลานนั้นไม่ได้โกหก

 

“ข้าเชื่อว่าท่านตามองคนไม่ผิด ข้าเองก็จะสืบหาความจริงในเรื่องนี้ให้ได้” เมอร์ลินเอ่ยอย่างเชื่อมั่น ดวงตาเปล่งประกายจนอัสลานรับรู้ในเจตจำนงของเขา

 

“จบเรื่องแล้ว ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปส่งท่านที่วังตามสัญญา” กล่าวจบเมอร์ลินก็โบกสะบัดมือไปครั้งหนึ่ง อำนาจอักขระที่เป็นม่านพลังนั้นก็พลันหายไป

 

มือน้อยยื่นออกไปเบื้องหน้า อักขระหลากหลายวิถีก็ปรากฏพลั่งพรายออกมาเป็นเส้นสาย ควบคุมกระบี่ยักษ์จนพุ่งออกมาไปกลายเป็นแสงราวกับดาวตกหายลับไปกับเส้นขอบฟ้า

 

เมอร์ลินไปส่งอัสลานที่พระราชวังตามสัญญา จากนั้นเขาก็แยกตัวหายไปกับกระบี่ยักษ์ของเขา

 

อัสลานมองร่างของเมอร์ลินที่หายไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน

 

ไม่น่าเชื่อ เด็กน้อยที่มีวัยเพียงเท่านี้กลับมีพลังและกลิ่นอายที่ยิ่งใหญ่เกินตัว

 

แม้ร่างกายจะเป็นเด็กน้อยแต่กลิ่นอายของเขากลับให้ความรู้สึกราวกับผู้สูงส่งผู้หนึ่ง

 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฝีมือและปัญญา เด็กคนนี้ก็เหนือล้ำกว่าผู้ใด

 

ด้วยตัวตนของอัสลานเขาสามารถสัมผัสได้ว่าที่ผ่านมาเมอร์ลินนั้นยังไม่ได้แสดงพลังออกมาอย่างเต็มที่

 

ข่าวลือที่ว่าเมอร์ลินนั้นเคยไปถล่มตระกูลเซอร์เตสที่เป็นตระกูลของตนเองเพียงคนเดียว มิหนำซ้ำยังปะมือกับฟรีซนั้นน่าจะเป็นเรื่องจริง

 

สมแล้วที่เป็นสายเลือดของตระกูลดราก้อนเอส

 

สมแล้วที่เป็นหลานของเอริก วีรบุรุษแห่งอารากอน

 

อัสลานทอดถอนหายใจอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะเดินเข้าไปในประตูปราสาทราชวังด้วยใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้ม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.142K ครั้ง

414 ความคิดเห็น

  1. #26991 AikoLovemovie (@AikoLovemovie) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:20

    ชื่อเหมือนนาร์เรียมาก

    #26991
    0
  2. #26954 Gamde (@Gamde) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:05
    สงสารชาวบ้าน อุดส่ารอดจากโรคมาได้ ต้องมาตายเพราะพวกเห็นแก่ลาภยศ
    #26954
    0
  3. #26800 Niranam01 (@Niranam01) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 22:38
    ห้ะพระราชาตายยังยิ้มรึ
    #26800
    0
  4. #24344 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 03:22
    โห่ หมู่บ้าน แงงง
    #24344
    0
  5. #23631 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 14:21
    สงสารหมู่บ้านนั้น เห้อออ
    #23631
    0
  6. #23260 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 20:32
    โถ่หมู่บ้านที่เมอร์ลินอุตส่าห์ไปกอบกู้ไว้
    #23260
    0
  7. #22676 Freedom Pen (@nataphnog) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 21:32
    ถึงร่างกายจะเป็นเด็ก แต่จิตวิญญาณเป็นตาแก่55555
    #22676
    0
  8. #22451 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 02:45
    มันแหม่งๆนะนั่น
    #22451
    0
  9. #21948 J.luis (@pvpnspleng) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 22:29
    ตอนนี้เพลงอินโทรโคนันเเล่นเข้ามาในหัวตั้งเเต่เมอร์ลินเริ่มซักอัสลานเเล้ว
    #21948
    0
  10. #21849 Xecond (@Xecond) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 23:07
    โห ยิ้มตอนนี้อันตรายแท้ใครเห้นนี้นึกได้เลยว่า-เป็นคนวางยา5555
    #21849
    0
  11. #21828 _Late_ (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 15:45
    อัสลานยิ้มนี่คิดอะไรกับเมอร์ลินอ๊ะป่าวว
    #21828
    0
  12. #21753 catoblivious (@catoblivious) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 07:59
    ชอบเรื่องนี้มากเลยยย สนุกค่ะ รออยู่น๊าาา
    #21753
    0
  13. #21749 #DESTINY# (@MarkTC) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:53
    รอๆๆๆๆ
    #21749
    0
  14. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:22
    ขอบคุณค่ะ
    #21747
    0
  15. #21746 annaaa (@anna_anna) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:09
    รออออออ
    #21746
    0
  16. #21745 LitalyyDelilah (@LitalyyDelilah) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:22
    สนุกมากค่ะ
    #21745
    0
  17. #21744 ทาสของเหมียว (@iiizo) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:55
    ขอบคุณมากค่ะ สนุกมาก
    #21744
    0
  18. #21743 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:23
    หนุกมากกกกก
    #21743
    0
  19. #21741 dana_lippy (@dana_lippy) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:41
    เริ่มละ กลิ่นตุๆจากอัสลาน
    #21741
    0
  20. #21740 lnsertw56 (@lnsertw56) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:03
    ค้างอ่าาาาาาาา
    #21740
    0
  21. #20163 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 06:36
    น่าจะฆ่าล้างทั้งตระกูลเหลือแต่พ่อบ้าน
    #20163
    0
  22. #20130 PaJth (@Payare2559) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 13:36
    แกสิทรพี ทรพีตาต่ำทั้งตระกูล
    #20130
    0
  23. #17571 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 21:44
    หว่ายยยยยยยยยย 55555 เตรียมตัวพ่ายแพ้
    #17571
    0
  24. #17292 Rounddiii (@Rounddiii) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 00:21
    ค้างอ่าาา
    #17292
    0
  25. #17283 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 22:52
    งงอะดิ อิ อิ
    #17283
    0