เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,920,831 Views

  • 27,171 Comments

  • 28,078 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    67,100

    Overall
    3,920,831

ตอนที่ 111 : ภาค 2 ตอนที่ 37 ชายพเนจร ผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34987
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1081 ครั้ง
    13 มี.ค. 61

ดยุกโควถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

“หากนี่เป็นหนทางที่ไม่อาจถอยหลังกลับได้ เช่นนั้นข้าก็จะขอเข้าร่วมศึกนี้”

 

เมื่อได้ยินคำพูดของดยุกโคว ทุกคนนั้นก็เหมือนปลดห่วงได้ไปเปราะหนึ่ง ขาของพวกเขานั้นได้ยื่นเข้ามาในสงครามเป็นตายนี้แล้ว สถานะของพวกเขาก็ไม่ต่างไปจากดยุกโคว

 

หากดยุกวิลเลมได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ มีหรือที่คนโหดเหี้ยมอย่างเขาจะปล่อยให้คนของดยุกโควไว้เป็นหอกข้างแคร่

 

“เช่นนั้นแล้วทุกคนมีความคิดเห็นอย่างไรกับศึกในครั้งนี้” ดยุกโควเอ่ยถาม

 

ในตอนนั้นเองหญิงสาวผู้มีรูปร่างสะโอดสะองค์ที่แต่เดิมนั้นนั่งเงียบก็ได้เอ่ยขึ้น

 

เธอคือไข่มุกมรกต ลูซี่หนึ่งในอัศวินโต๊ะกลม

 

“ศึกในครั้งนี้ตัดสินกันที่เกมรุกและเกมรับ ในเรื่องของการตั้งรับฝั่งเราต้องรีบเกณฑ์กำลังคนเพื่อทำการสร้างมหาวงเวทย์ต้านทัพของศัตรู ส่วนในเรื่องของบุกจู่โจมนั้นผลสุดท้ายอาจจะต้องวัดกันที่อำนาจของจอมเวทย์และผู้ใช้ภูษาวิญญาณ” ลูซี่เอ่ยเรียบๆ อย่างไร้อารมณ์

 

ในตอนนั้นเองชายผู้มีผมสีแดงเพลิงก็เอ่ยขึ้น

 

“ถูกต้อง ในตอนนี้ทุกท่านที่อยู่ที่นี้ล้วนเป็นผู้ที่มีพลังเวทย์ขอบเขตขั้นจอมเวทย์ พวกท่านเป็นผู้นำของเมืองต่างๆ และเป็นตัวตนระดับสูงของอาณาจักร จอมเวทย์ฝั่งเรานั้นมีทั้งหมด 44 คน แน่นอนว่าจำนวนที่มากกว่าฝ่ายตรงข้าม” น้ำเสียงอันน่าเกรงขามถูกเอ่ยออกมา

 

เขาคือหมาป่าแดง แคสเปี้ยน ผู้เป็นหนึ่งในอัศวินโต๊ะกลม

 

แคสเปี้ยนเอ่ยต่อ “แม้ว่าฝั่งเราจะได้เปรียบในเรื่องของจำนวนจอมเวทย์ แต่ทว่าฝ่ายนั้นกลับมีผู้ใช้ภูษาวิญญาณถึงสี่คน ผู้ที่สามารถปลุกพลังของอาวุธวิญญาณให้ตื่นขึ้นได้นั้นยอมมีอำนาจพลังเวทย์ที่เหนือกว่าผู้ใช้เวทมนต์ทั่วไป สมาชิกของกลุ่มอัศวินโต๊ะกลมจึงเป็นจุดสำคัญของการศึกในครั้งนี้”

 

“ถูกอย่างที่เจ้าว่า แม้จะได้เปรียบในเรื่องจำนวนของจอมเวทย์ แต่ในเรื่องของผู้ใช้ภูษาเวทย์นั้นก็ไม่อาจมองข้ามได้ สมาชิกของกลุ่มอัศวินโต๊ะกลมส่วนใหญ่นั้นอยู่ในขอบเขตจอมเวทย์สองวงเวทย์ เมื่อเทียบพลังภูษาเวทย์ของแต่ละคนแล้วพลังนั้นแทบจะไม่ต่างกันมาก หากนับในจำนวนที่เท่ากัน นั่นนับว่าสูสี แต่ทว่า...” อัสลานปิดเปลือกตาลงและถอนหายใจ “ผู้ใช้ภูษาวิญญาณทางฝ่ายดยุกโควนั้นมีมากกว่าทางเราอยู่หนึ่งคน นี่จึงนับว่าเป็นเรื่องที่น่าหนักใจ”

 

จบคำพูดของอัสลาน ทุกคนต่างมองหน้ากันและพูดคุยกันอย่างเงียบๆ

 

เป็นที่รู้กันว่าจอมเวทย์ส่วนใหญ่นั้นอยู่ในขอบเขตหนึ่งวงเวทย์ น้อยคนนักที่จะก่อสร้างวงเวทย์บ่มเพาะวงที่สองได้ นั่นเป็นเพราะพวกเขานั้นขาดทรัพยากรในการบ่มเพาะ

 

จิตเวทย์ระดับ 5 แม้จะมีราคาที่แพงแต่ก็ยังสามารถหาซื้อได้ ผู้ที่ร่ำรวยสามารถใช้จ่ายซื้อหาเพื่อบ่มเพาะอัจฉริยะของตระกูลให้ไปถึงขอบเขตจอมเวทย์ได้ แม้จะเป็นแค่จอมเวทย์หนึ่งวงเวทย์ แต่ตระกูลที่ปรากฏจอมเวทย์ขึ้นมานั้นนับว่ามีค่าเป็นอย่างมาก

 

จิตเวทย์ระดับ 6 ขึ้นไปนั้นไม่ใช่สิ่งของที่จะนำมาซื้อขาย ควรรู้ไว้ว่าสัตว์อสูรระดับ 6 นั้นร้ายกาจและหายากเพียงใด แม้จะมีตัวตนระดับสูงอย่างจอมเวทย์ไปจัดการ แต่พวกเขาเหล่านั้นย่อมไม่นำมันมาขายอย่างแน่นอน แม้แต่ตระกูลที่ร่ำรวยหรือชนชั้นสูงก็ไม่อาจหาซื้อได้ ดังนั้นแล้วผู้ที่จะไปถึงขั้นบ่มเพาะสองวงเวทย์ได้นั้นจึงต้องเป็นผู้ที่มีฝีมืออย่างแท้จริง

 

ในกลุ่มอัศวินโต๊ะกลมจึงล้วนเป็นจอมเวทย์สองวงเวทย์และเป็นผู้ใช้ภูษาวิญญาณแทบทั้งสิ้น พลังของพวกเขานั้นไม่ต่างกันมาก มีเพียงความเหลื่อมล้ำในด้านของฝีมือการต่อสู้เพียงเท่านั้นที่แสดงถึงความชัดเจน

 

 

 

“หากปีเตอร์ยังอยู่ล่ะก็ ...” ลูซี่กล่าวพรึมพรำกับตนเองอย่างเงียบๆ ทันทีที่คิดถึงเพื่อนเก่าที่ตายไป ลูซี่ก็ปลดปล่อยกลิ่นอายที่หดหู่ออกมา

 

แคสเปี้ยนที่อยู่ใกล้เมื่อได้ยินคำพูดของลูซี่ เขาก็ส่ายศีรษะไปมา ในใจมีความคิดที่เห็นด้วย

 

ศึกในครั้งนี้ฝั่งของดยุกโควเสียเปรียบในด้านของผู้ใช้ภูษาเวทย์ ถ้าหาก “เหยี่ยวเหลือง ปีเตอร์” ผู้ที่ซึ่งเป็นศิษย์คนหนึ่งของเอริกไม่ได้ตายไปกับภารกิจในครั้งนั้น ความเป็นไปได้ในการชนะศึกในนี้อาจมีโอกาสที่เพิ่มสูงขึ้น

 

“ทุกท่านอย่าพึงสูญเสียความหวัง มันก็ไม่แน่เสมอไปที่ฝั่งเราจะเสียเปรียบ” นกฮูกฟ้า อัสลานเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

           

“อย่างไร? ท่านอัสลาน” หมาป่าแดงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

 

อัสลานอมยิ้มและเอ่ย

           

“นั่นก็เพราะว่าข้าในตอนนี้ได้ทะลวงเข้าสู่ระดับ 3 ของขั้นจอมเวทย์เรียบร้อยแล้ว วงเวทย์บ่มเพาะที่สามของข้าได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อสองปีก่อน บัดนี้มันมั่นคงเพียงพอที่จะกำราบผู้ใช้ภูษาวิญญาณได้พร้อมๆ กันถึงสองคน”

 

จบคำพูดของอัสลาน รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าของทุกคน แววตาของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยแสงแห่งความหวัง ทุกคนภายในห้องต่างยินดีในความสำเร็จของอัสลาน ทุกคนต่างพากันแสดงความยินดีต่อชายชราหนวดขาวผู้นี้

 

แม้จะเสียเปรียบเรื่องกำลังคนของผู้ใช้ภูษาวิญญาณ แต่ฝั่งของดยุกโควกลับได้เปรียบในเรื่องพลังการต่อสู้ อย่างที่ทราบกันดีว่าการเพิ่มระดับของพลังเวทย์นั้นหาใช่เรื่องง่าย ยิ่งผู้ที่เข้าสู่ขอบเขตขั้นจอมเวทย์แล้วด้วย แต่ละระดับของขั้นจอมเวทย์นั้นจะมีช่องว่างระยะห่างของพลังค่อนข้างมาก

 

ผู้ที่พึ่งจะบรรลุในขั้นจอมเวทย์เป็นจอมเวทย์หนึ่งวงเวทย์ เมื่อเทียบกับจอมเวทย์สองวงเวทย์ พวกเขานั้นมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างระดับชั้น จอมเวทย์สองวงเวทย์นั้นสามารถกดขี่จอมเวทย์หนึ่งวงเวทย์ได้อย่างง่ายดาย

 

แน่นอนว่าอัสลานผู้เป็นจอมเวทย์สามวงเวทย์ในตอนนี้ย่อมสามารถกวาดผ่านจอมเวทย์สองวงเวทย์ได้อย่างง่ายดาย แม้จะเป็นผู้ใช้ภูษาวิญญาณเขาก็สามารถรับมือได้ถึงสองสามคนได้ในเวลาเดียวกัน

 

การมีตัวตนของอัสลานจึงสร้างความได้เปรียบให้กับฝั่งของดยุกโควอย่างเห็นได้ชัด

 

ในยามนี้ทั้งอาณาจักรอารากอน นอกจากเอริกที่อยู่ในระดับ 5 ซึ่งเป็นขั้นสูงสุด และผู้พิทักษ์ซึ่งอยู่ในขั้นมหาจอมเวทย์ อัสลานจึงนับเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในขณะนี้

 

“อย่าพึ่งดีใจกันไป ถึงแม้ข้าจะเป็นจอมเวทย์สามวงเวทย์ แต่ข้าก็ไม่ใช่ท่านเอริกที่สามารถใช้กำลังเพียงคนเดียวชนะคนทั้งกองทัพได้ ระยะเวลา 6 เดือนนั้นถือว่าสั้นมากสำหรับสงครามในครั้งนี้ ยามนี้เราต้องเร่งหารือจัดเตรียมกำลังพลเพื่อเตรียมรับศึกที่จะมาถึง” อัสลานเอ่ย

 

“ถูกของท่านอัสลาน พวกเราจะต้องเร่งจัดเตรียมกำลังพลให้เร็วที่สุดเพื่อเคลื่อนทัพไปที่ที่ราบฟาเตสโต” มาควิสผู้นำตระกูลคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

 

“ในตอนนี้นอกจากเรื่องของศึกภายในที่ต้องกังวลแล้ว ยังมีศึกภายนอกที่ต้องรับมืออีก อาณาจักรน้อยใหญ่รอบข้างเหล่านี้ ในยามนี้ล้วนไม่น่าไว้วางใจ อีกทั้งตอนนี้ทั้งท่านเอริกและผู้พิทักษ์ต่างหายตัวไปด้วยกันทั้งคู่ สถานการณ์ภาพรวมของอาณาจักรนับว่าน่าเป็นห่วง” ดยุกแห่งโบฟอร์ดเอ่ยขึ้นอย่างเคร่งขรึม

 

“ข้าพึ่งได้ข่าวมาว่า เมื่อไม่กี่วันมานี้อาณาจักรดัชชีกับโบฮีเมียได้ปะทะกัน เหตุเพราะการลุกล้ำของโบฮีเมีย และข้าก็ได้ยินมาว่าผู้พิทักษ์ของทั้งสองอาณาจักรได้ต่อสู้กัน”

 

“แล้วผลเป็นอย่างไร?” ผู้สูงศักดิ์คนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้

 

“อย่างที่ทราบกันว่าผู้พิทักษ์แห่งดัชชีนั้นเป็นมหาจอมเวทย์ที่แข็งแกร่งที่สุดใน 5 อาณาจักรใหญ่ การปะทะของทั้งสองผู้พิทักษ์นั้น ผลออกมาไม่ผิดจากที่คาดเดานัก”

 

“ผู้พิทักษ์แห่งโบฮีเมียได้พ่ายแพ้ไปตามคาด การปะทะในครั้งนี้ข้าทราบมาว่า เหตุเกิดมาจากผู้พิทักษ์แห่งโบฮีเมียนั้นได้ทะลวงเข้าสู่ระดับ 2 ของขั้นมหาจอมเวทย์เทียบเท่ากับตัวตนของผู้พิทักษ์แห่งดัชชี ผู้พิทักษ์แห่งโบฮีเมียจึงถือโอกาสนี้ท้าทาย ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่น่าเสียดายที่เป็นเขาเองที่พ่ายแพ้ ผู้พิทักษ์แห่งดัชชีนั้นแข็งแกร่งเกินไป”

 

“การพ่ายแพ้ของผู้พิทักษ์โบฮีเมียในครั้งนี้ อาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกได้ว่าผู้พิทักษ์ดัชชีนั้นก็สามารถทะลวงเข้าสู่อีกระดับเช่นเดียวกัน ไม่แน่ว่าเขาอาจจะบ่มเพาะวงเวทย์ที่สามได้แล้ว จนกลายเป็นระดับ 3 ของขั้นมหาจอมเวทย์”

 

ทันทีที่กล่าวจบทั้งห้องก็เกิดเสียงพูดคุยที่อื้ออึง ทุกคนนั้นต่างตกใจและวิจารณ์ในเรื่องนี้ต่างๆ นาๆ แน่นอนว่าเรื่องนี้อาจทำให้ทั้งสองอาณาจักรไม่ยุ่งเกี่ยวกับอาณาจักรอารากอนไปสักพัก

 

แต่นั่นก็ยังไม่น่าไว้วางใจ เพราะยังมีอีกสองอาณาจักรใหญ่ที่เป็นอาณาจักรข้างเคียงอย่างเนเปิลล์และไบแซนไทน์จ้องอยู่ มิหนำซ้ำยังมีอาณาจักรเล็กๆ ที่มองหาผลประโยชน์จากเหตุการณ์นี้

 

ว่ากันว่าเมื่อหลายสิบปีก่อนนั้นในตอนที่เอริกปะทะกับผู้พิทักษ์ของอาณาจักรไบแซนไทน์จนทำให้เอริกสูญเสียลูกและเมียของเขา เอริกได้กลับไปแก้แค้นผู้พิทักษ์ไบแซนไทน์อีกครั้งหนึ่ง ในครั้งนั้นเอริกถึงกับบุกเดี่ยวเข้าไปในอาณาจักรไบแซนไทน์

 

หลังจากนั้นก็เกิดการต่อสู้ระหว่างทั้งสองผู้ยิ่งใหญ่ก็เริ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง จนในที่สุดทั้งสองก็ได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ และดูเหมือนว่าทางฝั่งผู้พิทักษ์ไบแซนไทน์จะได้รับบาดเจ็บหนักกว่าเอริก แม้เอริกจะยังไม่ได้เข้าสู่ขอบเขตมหาจอมเวทย์แต่พลังของเขาก็เพียงพอที่จะต่อสู้กับตัวตนอย่างมหาจอมเวทย์ได้

 

นั่นเป็นเพราะเอริกได้ปลดปล่อยพลังขีดจำกัดสายเลือดของตระกูลดราก้อนเอส ทำให้เขานั้นมีพลังเทียบเท่ามหาจอมเวทย์ การต่อสู้นั้นทำให้ผู้พิทักษ์แห่งไบแซนไทน์เจ็บหนัก และตั้งแต่นั้นมาอาณาจักรไบแซนไทน์ก็ไม่มีท่าทีที่จะรุกรานอารากอนอีก

 

แต่ใครจะรู้ว่า  น้ำในทะเลสาบนั้นยิ่งนิ่งยิ่งน่ากลัว

 

ไบแซนไทน์อาจจะใช้โอกาสในครั้งนี้เอาคืนก็เป็นได้

 

แต่กระนั้นเมื่อหลายปีที่ผ่านมาอาณาจักรอารากอนได้ทำการจับมือเป็นพันธมิตรกับอาณาจักรเนเปิลล์ได้สำเร็จ อาณาจักรเนเปิลล์เป็นอาณาจักรที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้รักสงบ ด้วยการคงอยู่ของเนเปิลล์ นั่นจึงการจะยับยั้งการเคลื่อนไหวของไบแซนไทน์ได้

 

แต่ใครจะรู้เล่าว่ามิตรที่แท้จริงนั้นจะใช่ศัตรูที่ตัวมาหรือปล่าว

 

            การคงอยู่ในเส้นทางของอำนาจนั้นไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูที่ถาวร ตราบใดที่มีผลประโยชน์มาหลอกล่อ ไม่ว่าสถานการณ์ใดก็ไม่น่าไว้วางใจทั้งสิ้น

 

การประชุมดำเนินไปอย่างยาวนาน จนในที่สุดก็ได้ข้อสรุปออกมา นั่นก็คือให้เกณฑ์ผู้คนที่จงรักภักดีต่อดยุกโควและผู้ที่เชื่อมั่นในเอริก วีรบุรุษแห่งอารากอน ให้เข้าร่วมกับศึกในครั้งนี้

 

ทั้งนี้ยังให้มีการเผยแพร่ข่าวเรื่องข้อสงสัยในการใส่ร้ายของเอริกและพฤติกรรมของดยุกวิลเลมให้กระจายออกไปอีกด้วย ทั้งหมดนี้เพื่อปลุกระดมความเชื่อมั่นให้กับฝั่งของดยุกโคว

 

ผลจากที่ประชุมได้ข้อสรุปที่มีความเห็นตรงกัน การดำเนินงานจึงเริ่มขึ้น

 

ก่อนจะถึงพิธีเดสซิ่งวันเดอร์ ในช่วงหกเดือนนี้ย่อมเป็นช่วงของสงครามทางการเมือง หากนักการเมืองคนไหนได้ใจของประชาชนไป นั่นจึงเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่านักการเมืองคนนั้นประสบความสำเร็จในสงครามครั้งนี้ไปกว่าครึ่งแล้ว

 

หลังจากที่ซามัวเที่ยวในเมืองทั้งวันอย่างสมใจ เมอร์ลินก็ได้ยึดร่างของเขาคืน

 

ความสัมพันธ์ของอาเธอร์และซามัวนั้นได้ก้าวไปอีกก้าวหนึ่ง นี่เป็นเรื่องที่เมอร์ลินไม่อาจห้ามได้

 

การแสดงออกของพวกเขาทั้งสองเปลี่ยนไปราวกับเป็นคู่รัก ทันทีที่ต้องแยกจากกัน แน่นอนว่าพวกเขานั้นอาลัยอาวรณ์กันอย่างยิ่ง

 

ทันทีที่เมอร์ลินยึดร่างคืน ซามัวก็บอกกับเมอร์ลินว่าจะขอตัวไปทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ ที่เทือกเขาไร้ทัดทานสักพัก นั่นหมายความว่าช่วงนี้เธอจะไม่ปรากฏตัวอยู่ภายในร่างของเมอร์ลิน

 

เมอร์ลินนั้นสนใจสงครามที่จะเกิดขึ้น พิธีเดสซิ่งวันเดอร์นั้นย่อมเป็นสงครามที่นองเลือด

 

“สงครามนี้เกี่ยวพันธ์กับเรื่องของเอริกจึงไม่เข้าร่วมไม่ได้ การฝึกฝนของข้านั้นอยู่ในระดับจอมเวทย์หนึ่งวงเวทย์หากจะปะทะกับเหล่าผู้ใช้ภูษาวิญญาณนั้นนับน้อยเกินไป พลังที่ได้รับมาจากซามัวนั้นยังมีเหลืออยู่อย่างเหลือเฟือ ต้องรีบบ่มเพาะวงเวทย์วงต่อไป”

 

กล่าวจบร่างของเมอร์ลินก็พุ่งออกไปราวกับแสงของดาวตกที่เส้นขอบฟ้า ทุกๆ ก้าวที่เขาย่ำลงไปบนอากาศนั้นปรากฏดวงจันทร์ขึ้นมา เพียงก้าวหนึ่งก้าวร่างก็พุ่งออกไปนับแปดร้อยเมตร พริบตาร่างของเขาก็หายไปจากสายตา

 

เมอร์ลินมาปรากฏตัว ณ เทือกเขาแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างไกลในเขตพื้นที่ของอาณาจักรอารากอน

 

ภายในเทือกเขานี้มียอดเขาที่สูงมากมายทะลุพ้นกลุ่มเมฆ สายลมพัดผ่านเทือกเขาอย่างรุนแรง เต็มไปด้วยความหนาวเย็นที่จับไปถึงกระดูก

 

แน่นอนว่าที่แห่งนี้ไม่มีมนุษย์คนไหนกล้าอาศัยอยู่

 

เมอร์ลินต้องการปิดด่านฝึกตนที่นี่ ตอนนี้เขามีพลังเวทย์ที่บรรจุในจักรวาลหัวใจที่มากพอแล้ว พวกมันเพียงพอที่จะกลั่นเป็นวงเวทย์บ่มเพาะวงต่อไป

 

สิ่งที่ขาดไปคือความรู้ในศาสตร์ของเวทมนต์ที่จะทำให้พลังเวทย์เหล่านั้นควบแน่นเป็นวงเวทย์บ่มเพาะ

 

การประลองศิษย์หลักนั้นทำให้เมอร์ลินได้มองเห็นศาสตร์ความรู้ใหม่ๆ ที่เขาไม่เคยเจอ และทุกศาสตร์เหล่านั้นล้วนถูกเขาบันทึกไว้ในดวงตาเลเมเกทันไว้หมดแล้ว

 

ในตอนนี้หากเมอร์ลินทำการวิเคราะห์และกลั่นศาสตร์เหล่านั้นออกมา แน่นอนว่าพลังความรู้ของศาสตร์เวทมนต์ของเขาจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

 

ดังเช่น “สัมผัสแห่งสายลม” ที่เมอร์ลินได้ทำความเข้าใจในระหว่างการต่อสู้จนฝึกสำเร็จ

 

ความเร็วในการเรียนรู้ของเขานั้นได้รับอิทธิพลมาจากพลังของดวงตาเลเมเกทัน นั่นจึงทำให้เขามีความเข้าใจในศาสตร์ของเวทมนต์ที่สูงมาก

 

เหตุที่เมอร์ลินมาปิดด่านฝึกฝนที่เทือกเขาที่มีสายลมที่รุนแรงแห่งนี้นั่นก็เพราะเขาต้องการเพิ่มพูนความรู้ในศาสตร์ของเวทมนต์ธาตุลมให้สูงขึ้นไปอีก

 

การบ่มเพาะพืชพันธุ์พลังธาตุนั้นสามารถบ่มเพาะให้เติบโตขึ้นได้เรื่อยๆ

 

เริ่มจากการบ่มเพาะ “ต้นอ่อน” ไปเป็น “ต้นกล้า” ต่อมาก็พัฒนาไปเป็น “ต้นไม้” ต้นหนึ่ง

 

การบ่มเพาะพืชพันธุ์พลังธาตุไปถึงระดับ “ต้นไม้” นั้นคือว่าเป็นระดับเริ่มต้นอย่างแท้จริง ระดับ “ต้นอ่อน” กับ “ต้นกล้า” นั้นไม่นับว่าเป็นอันใด

 

ผู้เชี่ยวชาญจะต้องทำการบ่มเพาะต้นไม้ของต้นให้เติบโตจนมีอายุที่สูงขึ้น เมื่อมีพลังธาตุที่เพิ่มขึ้นต้นไม้ก็มีอายุที่สูงขึ้น จากหนึ่งปีเป็นร้อยปี จากร้อยปีเป็นพันปี จากพันปีเป็นหมื่นปี จนไปถึงสูงสุดที่ล้านปี

 

พลังธาตุนั้นไม่เหมือนกับพลังเวทย์ พลังธาตุนั้นคือพลังธรรมชาติโดยตรงที่ไม่จำเป็นต้องหยิบยืม ดังนั้นแล้วพลังธาตุจึงเป็นพลังที่มีใช้อย่างไม่มีวันหมด ด้วยเหตุนี้นี่เองผู้เชี่ยวชาญพลังธาตุจึงเป็นตัวตนที่ร้ายกาจเป็นอย่างมากในโลกแห่งนี้

 

เมอร์ลินนั่งลงบนยอดเขา เขากำลังนั่งสมาธิสงบอารมณ์ เหยียดตัวตรงเหมือนดั่งปลายดาบ สายลมที่รุนแรงผ่านร่างของเขาจนรับรู้ในทุกๆ สัมผัส

 

เมื่อใดที่สายลมกระทบกับร่างของเมอร์ลิน สมาธิก็จะทำให้เกิดปัญญานับไม่ถ้วนออกมารับรู้ เขาเพียงจับหนึ่งปัญญามาวิเคราะห์เพิ่มพูน รับรู้ในศาสตร์มากมายที่ธรรมชาติสรรสร้าง

 

เมอร์ลินนั่งหลับตาสงบนิ่งไม่เคลื่อนไหว บนร่างกายมีกลิ่นอายที่สงบราวกับธรรมชาติหลอมรวมอยู่ในตัว

 

แต่ทันใดนั้นเองเมอร์ลินก็รับรู้ถึงบางสิ่งที่มีอำนาจสูงส่งเคลื่อนผ่าน แม้จะเป็นการเคลื่อนผ่านในระยะหนึ่งกิโลเมตร ภายใต้สมาธิอันล้ำเลิศของเมอร์ลินก็ทำให้เขาสามารถรับรู้ได้

 

“นี่มันกลิ่นอายของอำนาจพลังอักขระ!” เมอร์ลินเปิดเปลือกตาขึ้น

 

ในตอนนั้นเองร่างของเขาก็หายไปจากจุดนั้นทันที

 

เมอร์ลินกำลังติดตามอำนาจพลังอักขระนั้นไป

 

“อำนาจนี้อยู่ขั้นสีเขียว” เมอร์ลินเอ่ยพรึมพรำเสียงต่ำและพุ่งตัวออกไปอย่างต่อเนื่อง

 

เมอร์ลินใช้อำนาจพลังของดวงตาเลเมเกทันตรวจจับอำนาจอักขระขั้นสีเขียวที่เคลื่อนไหว ไม่นานเขาก็ได้พบกับชายชราผู้หนึ่ง

 

เมอร์ลินทำการใช้พลังรอยสักเถาวัลย์ปกปิดพลังของตัวเองไว้ และใช้พลังของต้นไม้ธาตุลมกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ทำให้ชายชราคนนั้นไม่สามารถรับรู้ตัวตนของเขาได้

 

“หรือตาแก่คนนี้คือชายพเนจร หนึ่งในผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวที่เขาล่ำลือกัน” เมอร์ลินแอบคิดในใจ สายตาจับจ้องชายชราผู้นั้นทุกฝีก้าว

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.081K ครั้ง

176 ความคิดเห็น

  1. #24350 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 14:04
    ทั้งศึกในศึกนอก เราชอบภาคนี้นะ
    #24350
    0
  2. #22784 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 19:39
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #22784
    0
  3. #22460 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 11:27
    ขอบคุณครับ
    #22460
    0
  4. #22211 QueenOfMars (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 14:43
    เมอร์ลินสู้ๆ
    #22211
    0
  5. #21875 #DESTINY# (@MarkTC) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 00:22
    สนุกมาก
    #21875
    0
  6. #21874 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 09:44
    ขอบคุณค่ะ
    #21874
    0
  7. #21873 dana_lippy (@dana_lippy) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 22:32
    ขอบคุณค่ะ อีกนิดเมอร์ลิน
    #21873
    0
  8. #19460 cutehell (@cutehell) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 02:10
    ถ้าคนๆหนึ่งมีพลังถึงขนาดกวาดล้างทั้งกองทัพได้ สงครามไม่น่าออกมาในรูปแบบนี้ มันจะทำให้ไม่มีสมดุล ถ้าคนๆหนึ่งฆ่าได้ทั้งกองทัพจะมีการจัดกองทัพพวกทหารเลวมารวมตัวทำไม มันน่าจะเป็นในรูปแบบคล้ายๆLLSมากกว่า ที่พวกปราณก่อกำเนินก็จะสู้กับพวกปราณก่อกำเนินไม่ลงมายุ่งกับพวกทหารเลว ปล่อยทหารเลวสู้กันไป แล้วเรื่องครองบัลลังก็เหมือนกัน พวกระดับสูงมันไม่น่าจะมาสนใจของพวกนี้หรอก สู้ไปก็ไม่คุ้ม ได้เงินมาก็หาซื้อผลึกเวทไม่ได้ มันน่าจะสู้กันเพื่อทรัพยากรมากกว่า หรือแย่งชิงสมบัติกัน จะมาสนใจประเทศทำไม มันไปกลางเมืองร่ายเวทบทเดียวก็ตายหมดเมืองละ
    #19460
    4
    • #19460-3 m-cloud (@m-cloud) (จากตอนที่ 111)
      14 มีนาคม 2561 / 22:58
      แม้ แม่ทัพเก่งแค่ไหน ยังไงก็ยังต้องมีพลทหาร งั้นประเทศเรามีพลทหารทำไม แม่ทัพก็ยิงปืนยิงระเบิดเป็น มันต้องมีระบบปกครองและแบ่งงานด้วยไงครับ มันเดียวเนื่องหลายไปอย่าง ถ้าจะว่า ไม่เอาพลทหาร ยังไงมันก็บังคับให้ต้องมีอยู่ดี คุณ สร้างประเทศ คนเดียว อยู่คนเดียวมันเรียกประเทศไหมหละ ลองคิดดู
      #19460-3
    • #19460-4 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 111)
      18 กรกฎาคม 2561 / 14:05
      เออ น่าคิดนะ
      #19460-4
  9. #19279 SKNdragon (@skndragon) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 07:39
    555+ ขำชื่อตอน
    #19279
    0
  10. #18579 AjummA. (@praewwa99) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 11:45
    ค้างงงงงงงงงงงง ฮือออออออ
    #18579
    0
  11. #18538 อ้วนจัง เพชรเอง (@ppptoa) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 14:03
    ค้างมากก(ก.ล้านตัว)
    #18538
    0
  12. #18449 seobabyz (@seobabyz) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 23:42
    ค้างมากกกกมาต่อเร็วววว
    #18449
    0
  13. #18447 CrAzy_Se@L (@crazy-seal-555) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 21:24
    ค้างงงงงงงงง เดวจะต้องมีคนที่ใช้ปราณในโลกนี้โผล่ออกมาชัวร์
    #18447
    0
  14. #18445 Leyette (@poppodza) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 17:21
    สูดยวดเลย
    #18445
    0
  15. #18443 102044 (@102044) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 16:02
    เมอร์ลินเทพมากกกฉากต่อสู้บนท้องฟ้าทำให้นึกถึงอนิเมะเรื่องบรีชทันทีทันใด!!!^O^
    =???=
    #18443
    0
  16. #18442 chaWhann (@chaWhann) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 12:40
    ค้างเลยยย ฟฟฟฟฟฟ
    #18442
    0
  17. #18440 Memor (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 04:27
    เมอร์ลินกลายเป็นนักไตรเวทย์ศาสตร์ที่มีเปลวเพลิงที่แท้จริงซะละ ไปตามเสี่ยวเอี่ยนกะจารย์ด่วน
    #18440
    0
  18. #18437 rinn st (@sneaker075) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 20:43
    ขออีกตอนต้อนรับปีใหม่ก่อนหายยาวน้า~ สนุกมากค่ะไรต์
    #18437
    0
  19. #18436 Away2016 (@Away2016) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 13:16
    จะเทพไปไหนเมอร์ลิน(แต่ก็ชอบนะ)
    #18436
    0
  20. #18435 สูรย์ (@chamoisee) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 12:26
    เลยชื่อปีเตอร์ใช่ไหมอ่ะ555
    #18435
    0
  21. #18433 Hanseik Yulong (@1theone) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 23:25
    ใช้ทุกอย่างหมดก็อกเลยนะ
    #18433
    0
  22. #18432 phairatw (@phairatw) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 23:24
    ขอบคุณครับ
    #18432
    0
  23. #18431 Ggggib (@123ggg) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 22:30
    ขอบคุณค่ะ
    #18431
    0
  24. #18429 hamnoy5503 (@hamnoy5503) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 21:40
    คุ่มกับที่รอคอยมาก ขอบคุณคราบ
    #18429
    0
  25. #18428 Fhai Cotton (@fhai1995) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 21:36
    เมอร์ลินยั๊วะแล้ว 555 คือชื่อตอนแบบว่า ตอนอ่านถึงกับร้อง ฮะ! กะจั้วน้อย
    #18428
    0