เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,921,858 Views

  • 27,175 Comments

  • 28,080 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    68,127

    Overall
    3,921,858

ตอนที่ 116 : ภาค 2 ตอนที่ 42 เสือที่ไม่คำราม ไม่ใช่เสือที่ไม่ดุร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38205
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1104 ครั้ง
    23 มี.ค. 61

สีหน้าของเอมิเรียวิตกกังวลเป็นอย่างมาก

 

เสียง วัง วัง วัง! ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งท้องฟ้า  ผู้คุมกฎที่เป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวทั้งสามเคลื่อนที่ด้วยความเร็วอันน่าหวาดกลัวกำลังตรงมาทางนี้อย่างรวดเร็ว

 

เสียงของเสื้อคลุมกระพือไปกับอากาศสร้างความหวาดหวั่นให้กับผู้ฟัง อีกเพียงไม่กี่อึดใจแน่นอนว่าผู้คุมกฎทั้งสามย่อมต้องมาถึงที่นี่เป็นแน่

 

“เพราะการสร้างกุญแจมิติทำให้ผู้คุมกฎตื่นตระหนก” เอมิเรียกล่าวอย่างไม่สบายใจ “เมอร์ลินน้อยรีบไปแล้วเข้าผู้คุมกฎกำลังจะมาถึงแล้ว”

 

เมอร์ลินหันหลังกลับและพยักหน้าอย่างเงียบงัน

 

“แล้วเจอกันใหม่นะพี่สาว”

 

กล่าวจบร่างของเด็กน้อยก็พุ่งเข้าสู่ประตูมิติอักขระในทันที 

 

เมอร์ลินจมหายเข้าไปในมิติสีดำที่ราวกับผิวน้ำ เมื่อร่างของเขาจมหายไปทั้งร่าง ประตูมิติอักขระก็ม้วนตัวเข้าหากันและหายวับไปกับความว่างเปล่า

 

เอมิเรียรีบยกแท่งผลึกของเธอขึ้นมาและเคลื่อนอักขระเวทย์หลากหลายวิถีเข้าไปจนแท่งผลึกนั้นเปล่งแสงกลายเป็นพลังรูปวงแหวน คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกระหน่ำพลั่งพลู

 

โซ่ศักดิ์สิทธิ์สีฟ้าใสพุ่งออกมาจากวงแหวน สร้างแรงกดดันออกมาอย่างมหาศาล

 

“จงมา สิงโตขนม่วง!” เอมิเรียระเบิดเสียงลั่น

 

โซ่ศักดิ์สิทธิ์สีฟ้าใสพุ่งออกไปตวัดรัดร่างของสิงโตขนม่วงจนเกิดเสียงระเบิดออกมาเป็นชุดๆ

 

สิงโตขนม่วงถูกโซ่ศักดิ์สิทธิ์สีฟ้าบีบรัดและถูกดึงเข้าไปในวงแหวน

 

พลังเวทย์พลุ่งพล่านเคลื่อนไหวไปมา อากาศถูกทำให้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง วงแหวนปลดปล่อยคลื่นพลังออกมาจากช่องว่างในอากาศ

 

พริบตาวงแหวนก็หดเล็กลงและกลายเป็นแท่งผลึกดังเดิม สิ่งที่ต่างไปจากตอนแรกคือภายในแท่งผลึกนั้นปรากฏสัญลักษณ์ของสิงโตหางม่วง

 

ทันทีที่กระบวนการของเอมิเรียเสร็จสิ้น ผู้สูงศักดิ์ทั้งสามก็ปรากฏล่องลอยอยู่กลางอากาศ เสื้อคลุมของผู้คุมกฎกระพือไปตามสายลม ปล่อยปลดอำนาจกดขี่ที่เหนือธรรมดา

 

เอมิเรียเก็บแท่งผลึกและทำความเคารพสามผู้สูงศักดิ์อย่างนอบน้อม แม้ว่าเธอจะเกิดในตระกูลที่มีชื่อ แต่เมื่อพบผู้คุมกฎ เธอก็ไม่อาจจะทำตัวหยิ่งผยองได้

 

ถึงพลังอักขระขั้นสีเขียวกับพลังอักขระขั้นสีฟ้าจะห่างกันแค่เพียงหนึ่งขั้น แต่หนึ่งขั้นนั้นก็เป็นช่องว่างขนาดใหญ่สำหรับพลังอักขระ มีคนของเผ่าเทพไม่รู้กี่ล้านคนที่ไม่สามารถเข้าถึงขอบเขตอักขระขั้นสีเขียวได้  แม้ผู้คุมกฎจะมีจำนวนนับพัน แต่พวกเขาก็เป็นจำนวนพันของเศษส่วนล้าน

 

ต่อให้เป็นคุณหนูหรือคุณชายตระกูลไหน เมื่อพบผู้คุมกฎก็ยังต้องเกรงใจพวกเขาอยู่หลายส่วน ควรรู้ไว้ว่าต่ำกว่าวอร์ลอร์ดแล้วก็มีผู้คุมกฎที่เป็นผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง

 

“พบผู้คุมกฎ” เอมิเรียยิ้มและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สดใส ในใจปรากฏความตื่นเต้นออกมาอย่างห้ามไม่ได้

 

“อืม” ผู้คุมกฎคนหนึ่งคำรามเสียงต่ำ ดวงตาหรี่ลงจ้องมองเอมิเรีย

 

แม้จะเป็นแค่เสียงคำรามเล็กๆ แต่สำหรับคนธรรมดาแล้ว เสียงนั้นสามารถเขย่าหัวใจของผู้คนได้ อำนาจอันแข็งแกร่งที่มองไม่เห็นแผ่ออกมาจากพวกเขา

 

“เจ้าพบสิ่งผิดปกติแถวนี้หรือไม่?” ผู้คุมกฎคนหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น แววตามีความสงสัย

 

“ตอบผู้คุมกฎ ข้าพึ่งต่อสู้กับสิงโตขนม่วง ไม่นานมานี้ข้าสามารถสยบมันได้และเก็บมันมาเป็นสัตว์ฝึกได้แล้ว แถวนี้... นอกจากข้าแล้วไม่มีผู้อื่น” เอมิเรียเอ่ยอย่างฉะฉาน พร้อมกับหัวใจที่เต้นรัว เธอแบมือและนำแท่งผลึกที่ผนึกสิงโตขนม่วงออกมาแสดงให้ผู้คุมกฎดู

 

ผู้คุมกฎทั้งสามกวาดตามองพื้นที่รอบๆ พบพื้นดินหลายแห่งปรากฏร่องรอยของการต่อสู้

 

เมื่อกวาดตามองไปยังเอมิเรียอีกครั้ง พวกเขาพบกับสัญลักษณ์ตระกูลของหญิงสาว ผู้สูงศักดิ์ทั้งสามคำรามออกมาเบาๆ

 

เมื่อรู้ว่าหญิงสาวเป็นคนของตระกูลอัสคาเทล แน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่กล้าที่จะหาเรื่อง

 

ตระกูลอัสคาเทลนั้นมีความเกี่ยวข้องกับวอร์ลอร์ดผู้ยิ่งใหญ่ มิหนำซ้ำยังเป็นตระกูลที่เคยมีบรรพบุรุษเป็นเทพนักบุญ ตัวตนของตระกูลอัสคาเทลจึงมีอำนาจที่น่าเกรงขามไม่น้อย

 

ผู้คุมกฎทั้งสามนั้นทราบความจริงในเรื่องนี้ดี แน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่กล้าที่จะยั่วยุสัตว์ร้ายอย่างตระกูลอัสคาเทล ความผิดปกติของมิติที่เกิดขึ้นเมื่อครู่จึงปล่อยผ่านไป

 

ผู้คุมกฎคนหนึ่งเหลือบตามองแท่งผลึกที่อยู่ในมือเอมิเรีย

 

“เมื่อสามารถจับสัตว์อสูรมาฝึกได้แล้ว เช่นนั้นก็รีบกลับไปรายงานกับสาขานักฝึกสัตว์ได้แล้ว” ผู้คุมกฎคนนั้นเอ่ยอย่างเย็นชา ใบหน้าปรากฏอารมณ์ที่ราบเรียบไร้ความรู้สึก

 

“ข้าทราบแล้ว” เอมิเรียเอ่ย

 

สิ้นคำ ร่างของผู้คุมกฎทั้งสามก็กลายเป็นเส้นแสงและหายไปกับเส้นขอบฟ้า ทั้งไว้เพียงเอมิเรียที่เอาแต่ทอดถอนหายใจ ผ่อนคลายอารมณ์ตื่นเต้น

 

“เมอร์ลินน้อย หวังว่าพวกเราจะได้เจอกันอีก”

 

เอมิเรียมองไปยังเส้นของฟ้า ปลดปล่อยอารมณ์ไปกับความรู้สึกของเธอ

 

ด้านเมอร์ลิน

 

ประตูมิติแหวกอากาศที่ว่างเปล่า ปรากฏเป็นช่องว่างผลักดันร่างของเมอร์ลินออกมา

 

เมอร์ลินปรากฎตัวที่ช่องเขาที่เขาจากมาอีกครั้ง ร่างกายไม่ได้รับอันตรายใดๆ จากการเคลื่อนย้าย

 

“การไปเกาะลอยฟ้าบาบิโลนครั้งนี้ ข้าได้ประโยชน์กลับมาไม่น้อย” เมอร์ลินมองตราสัญลักษณ์ตระกูลอัสคาเทลด้วยดวงตาที่เป็นประกาย

 

ศาสตร์อักขระของเผ่าเทพนั้นลึกล้ำเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าซักวันหนึ่งเขาจะต้องกลับไปที่นั่นให้ได้

 

ข่าวการประกาศสงครามระหว่างดยุกวิลเลมกับดยุกโควถูกกระจายออกไปทั่วทั้งอาณาจักร เหล่าผู้คนเริ่มระส่ำระสาย พวกเขานั้นเป็นห่วงความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของพวกเขา

 

แน่นอนว่าผู้คนในแถบที่ราบฟาเตสโตก็ต่างพากันอพยพเป็นการด่วน หากพูดถึงสงครามนั่นย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดาสามัญ มันไม่ใช่การประลองหรือพิธีกรรมที่เป็นเรื่องล้อเล่น ผลกระทบจากสงครามนั้นร้ายกาจต่อทุกสิ่ง

 

สำหรับดินแดนแห่งนี้สงครามของเหล่าผู้ใช้เวทย์นั้นล้วนมีความน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง มิหนำซ้ำสงครามในครั้งนี้ยังมีเหล่าจอมเวทย์และกลุ่มอัศวินโต๊ะกลมที่แบ่งขั้วเป็นสองฝ่ายเข้าห้ำหั่นกันด้วย นั่นย่อมไม่เป็นที่ปลอดภัยต่อเหล่าประชาชนที่อยู่ใกล้บริเวณนั้น

 

แม้ที่ราบฟาเตสโตจะเป็นสถานที่รกร้างเพื่อใช้ทำพิธีเดสซิ่งวันเดอร์มาตั้งแต่โบราณ แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป น้อยครั้งนักที่อาณาจักรจะเปิดใช้พิธีกรรมนี้ ซึ่งนั่นทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่เงียบสงบมาหลายร้อยปี ผู้คนจึงมาตั้งรกรากที่นี่กันมากขึ้น

 

แต่เมื่อพิธีเดสซิ่งวันเดอร์ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง สถานที่แห่งนี้จึงไม่ใช่สถานที่ที่เงียบสงบอีกต่อไป

 

เมอร์ลินได้กลับเข้าไปในเมืองหลวงอารากอนอีกครั้ง แต่แล้วจู่ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นภายในแหวนประจำตระกูลดราก้อนเอส

 

เมอร์ลินเพ่งจิตเข้าไปในแหวนทันที

 

ทันใดนั้นเขาก็พบว่าจุดที่บ่งบอกสถานะของสายเลือดดราก้อนเอสนั้นผิดปกติ

 

“พลังชีวิตของเอริกกำลังเพิ่มขึ้น” เมอร์ลินเอ่ยออกมาอย่างตกใจ

 

ดวงแสงประจำตัวของเอริกกำลังขยายใหญ่ขึ้น หลังจากที่เคยหดลดลงมาตลอด

 

นี่ไม่ได้หมายความว่าเอริกนั้นปลอดภัย เขาได้รอดพ้นจากสถานการณ์ที่เลวร้ายได้แล้ว

 

เมอร์ลินครุ่นคิดในใจอย่างหนัก เขากำลังวิเคราะห์ถึงการเพิ่มขึ้นของพลังชีวิตของเอริก

 

“แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม การที่พลังชีวิตของเอริกเพิ่มขึ้น นั่นก็หมายความว่าเขานั้นยังคงมีชีวิตอยู่และกำลังฟื้นฟูตัวเองอยู่ที่ไหนสักแห่ง” เมอร์ลินวิเคราะห์

 

หัวใจของเมอร์ลินกลายเป็นชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น ห่วงในใจถูกปลดออกมาได้เปราะหนึ่ง

 

ขอเพียงเอริกปลอดภัย นั่นก็ทำให้เขาหมดความกังวลไปไม่น้อย

 

เวลาผ่านไปไม่กี่วัน ฝั่งดยุกโควก็ประกาศรับสมัครทหารอาสา เนื่องจากทหารของอาณาจักรนั้นถูกแบ่งเป็นสอง พวกเขายังต้องให้ทหารบางส่วนทำหน้าที่ประจำชายแดนเอาไว้

 

การประกาศรับสมัครนี้ถูกทำโดยนามส่วนตัวของดยุกโคว ด้วยพวกเขากำลังรวบรวมคนที่เชื่อมั่นในเอริก วีรบุรุษแห่งอารากอน

 

ข่าวแผนการของดยุกวิลเลมถูกคนของดยุกโควได้ประกาศออกไป เรื่องนี้ทำให้ทั้งแผ่นดินนั้นสั่นสะเทือน หลายคนเชื่อและหลายคนก็ไม่เชื่อ แต่อย่างไรเสียผู้ที่มีใจแก่เอริกก็สนับสนุนความคิดของฝั่งดยุกโคว

 

ความคิดของประชาชนถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง สงครามเริ่มก่อตัวและบังเกิดขึ้นอย่างแท้จริง

 

เมอร์ลินเมื่อได้วางใจในความปลอดภัยของเอริกแล้ว ปัญหาหนึ่งที่เขาต้องจัดการคือแผนการของดยุกวิลเลม

 

แน่นอนว่าแม้แต่เด็กน้อยก็มองออกว่าดยุกวิลเลมนั้นกระหายในอำนาจมากขนาดไหน แปดในสิบส่วนเมอร์ลินนั้นเชื่อว่าเรื่องของเอริกจะต้องเกี่ยวพันกับดยุกวิลเลมอย่างแน่นอน

 

เช่นนั้นแล้วเขาจึงไม่อาจปล่อยให้คนชั่วได้ใจ ยังไงเสียแผนการของดยุกวิลเลมจะต้องถูกล้มล้าง เมอร์ลินไม่มีทางปล่อยให้แผนการของดยุกวิลเลมสำเร็จอย่างแน่นอน

 

อีกหนึ่งเหตุผลในการกระโดดเข้าร่วมของเมอร์ลินในครั้งนี้ก็คือ สายเลือดแห่งดราก้อนเอส

 

หลายต่อหลายยุคของอาณาจักรอารากอน บรรพบุรุษของร่างนี้ได้ปกป้องอาณาจักรแห่งนี้มาหลายสมัย กระทั่งในยุคของเอริก เขาก็ยังเป็นตัวตนที่เป็นปราการ ปกป้องอาณาจักรตามที่ได้สืบทอดมาอย่างเต็มความสามารถ

 

เมอร์ลินเป็นหนี้เจ้าของร่างนี้ เมื่อสายเลือดของร่างนี้ได้สืบทอดเจตจำนงในลักษณะนี้ เขาก็จึงต้องตอบแทนบุญคุณ

 

เมอร์ลินตั้งมั่นไว้ในใจ ว่าเขาจะต้องปกป้องอาณาจักรแห่งนี้

 

เด็กน้อยเดินเข้าไปยังสถานที่รับสมัครทหารอาสา

 

เขาต้องการจะไปสมัครเป็นทหารอาสา!

 

หากเขาต้องการที่จะเข้าร่วมสงคราม เพียงตัวตนของอดีตกลุ่มเหยี่ยว นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะรับรองฐานะของเขาเพื่อเข้ากับฝั่งของดยุกโคว มิหนำซ้ำเขายังเป็นเพื่อนกับอาเธอร์ ด้วยความจริงในข้อนี้ ดยุกโควย่อมไม่ปฏิเสธเขาอย่างแน่นอน

 

แต่การไปสมัครเป็นทหารอาสา การกระทำนี้ช่างเป็นเรื่องที่เหลวไหลเป็นอย่างมาก แต่ทว่าเมอร์ลินนั้นกลับมีเหตุผลอยู่ภายในใจ เขานั้นได้คิดอย่างรอบคอบแล้ว

 

“แม้ข้าจะสำนึกบุญคุณของร่างนี้ แต่ในฐานะของผู้ฝึกตน ข้าก็ไม่สามารถปกป้องอาณาจักรแห่งนี้ได้ตลอดไป เช่นนั้นแล้วจึงต้องสร้างและทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้กับอาณาจักรนี้ไว้” เมอร์ลินตัดสินใจอย่างแน่แนว เขากำลังจะทำอะไรบางอย่างในสถานที่รับสมัครทหารอาสา

 

ร่างเล็กในเสื้อผ้านักผจญภัยและสวมใส่เสื้อคลุมธรรมดาสวมทับ ศีรษะถูกคลุมด้วยฮู๊ดของเสื้อคลุมปกปิดใบหน้าอย่างมิดชิด ดูกลายเป็นบุคคลที่ลึกลับที่ยากจะเข้าถึง

 

เมื่อไปถึงสถานที่รับสมัครทหารอาสา เมอร์ลินก็ได้พบผู้คนมากมายต้องการที่จะเข้าร่วมสงครามในครั้งนี้ ผู้คนส่วนหนึ่งพวกเขามาเพราะค่าจ้าง ชื่อเสียงและรางวัล อีกส่วนหนึ่งพวกเขามาเพื่ออุดมการณ์ พวกเขามาเพื่อแสดงเจตจำนงต่อวีรบุรุษแห่งอารากอน วีรบุรุษที่พวกเขานับถือ

 

ไม่ว่าพวกเขาจะมาด้วยเหตุผลใด ทุกคนนั้นต่างก็เต็มใจที่จะเข้าร่วมการต่อสู้

 

จุดประสงค์ของสงครามนี้คือพิธีเดสซิ่งวันเดอร์ พิธีที่ใช้ตัดสินตัวตนผู้ทรงอำนาจของอาณาจักร พิธีที่ตัดสินโดยการปลิดชีพผู้นำของฝ่ายตรงข้าม

 

ทหารอาสาเหล่านี้เป็นเพียงเบี้ยที่ใช้ต้านทานหรือตั้งรับ ส่วนการบุกทะลวงหรือเปิดเกมรุกมักจะเป็นหน้าที่ของตัวตนระดับสูงเสียมากกว่า

 

หากพวกเขาสามารถรักษาชีวิตของตัวเองเอาไว้ได้ เมื่อจบสงครามแน่นอนว่าพวกเขาจะต้องได้รับรางวัลและชื่อเสียง ดีไม่ดีดยุกที่เป็นผู้ชนะอาจจะแต่งตั้งให้เป็นขุนนางเมืองปกครองเมืองใดเมืองหนึ่งก็เป็นได้

 

สถานที่รับสมัครนั้นเปิดเป็นลานกว้าง มีโต๊ะตั้งเรียงกันสิบกว่าตัวเพื่อรองรับผู้เข้าร่วมสงคราม

 

การเข้าร่วมสงครามในครั้งนี้ไม่ได้บังคับทหารทั้งหมดให้เข้าร่วม การรับสมัครนี้จึงเปิดรับทั้งทหารของอาณาจักรและบุคคลทั่วไป

 

แต่กระนั้นก็ยังมีเกณฑ์ในการรับสมัครอยู่ นั่นก็คือผู้ที่จะเข้าร่วมจะต้องเป็นผู้มีพลังเวทย์อย่างน้อยตั้งแต่ระดับขั้นผู้ใช้เวทย์ขึ้นไป แต่ดูเหมือนว่าผู้สมัครส่วนใหญ่นั้นจะอยู่ในระดับขั้นนักเวทย์เป็นส่วนมาก จะมีบ้างที่มีผู้ใช้เวทย์เข้ามาสมัคร แต่บางคนนั้นก็ถูกปัดตกไปเพราะยังมีฝีมือที่ไม่เพียงพอ

 

เด็กน้อยในชุดคลุมลึกลับเข้าไปในแถวที่รับสมัครเฉกเช่นบุคคลธรรมดา กลิ่นอายที่สูงศักดิ์ของเขาถูกปิดบังอย่างมิดชิดโดยพลังของรอยสลักรูปเถาวัลย์ หากไม่ใช่มหาจอมเวทย์ระดับสูงย่อมไม่สามารถตรวจจับพลังที่แท้จริงของเขาได้อย่างแน่นอน

 

ตัวตนของเมอร์ลินในยามนี้ดูธรรมดายิ่ง พลังเวทย์ของเขาถูกกดเอาไว้อย่างไม่มีทางเล็ดลอดออกมาได้

 

เมอร์ลินกวาดสายตามองดูไปรอบๆ

 

ไม่น่าเชื่อว่าเหล่าผู้ใช้เวทมนต์น้อยใหญ่และเหล่าทหารซึ่งมีพลังเวทย์อยู่พอตัว พวกเขาจะตัดสินใจมาสมัครเข้าร่วมสงครามนี้จำนวนมากมากขนาดนี้

 

แถวรับสมัครทหารอาสานั้นมีหลายแถว แต่ละแถวนั้นก็ยาวจนสุดจนเต็มทั้งลานกว้าง

 

เมื่อมองไปเบื้องหน้าเมอร์ลินพบว่าการสมัครนั้นมีการวัดระดับพลังเวทย์และยังมีการทดสอบการใช้เวทย์อีกด้วย เสียงของผู้ใช้เวทมนต์กำลังร่ายคาถาดั่งกระหึ่มไปทั่วทั้งสนาม

 

บอลเวทย์มากมายถูกปล่อยออกมาเพื่อทดสอบฝีมือคนแล้วคนเล่า การทดสอบเป็นไปอย่างเข้มข้นเพื่อคนหาทหารอาสาที่มีคุณภาพ

 

แน่นอนว่าทดสอบเล็กๆ เหล่านี้ ไม่นับว่าเป็นอันใดในสายตาของเด็กน้อย

 

การต่อแถวใช้เวลาไปเกือบครึ่งวัน ในที่สุดก็มาถึงคิวของเมอร์ลิน

 

ดูเหมือนว่าตั้งแต่ที่เมอร์ลินเข้ามาต่อแถวรับสมัคร ตัวของเขานั้นได้กลายเป็นจุดที่สนใจของผู้คนเป็นอย่างมากโดยไม่รู้ตัว นั่นเพราะผู้มาสมัครเข้าร่วมสงครามในครั้งนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ใหญ่หรืออยู่ในวัยที่เป็นวัยรุ่นแทบทั้งสิ้น

 

แต่ทว่ารูปร่างและลักษณะของเมอร์ลินในตอนนี้นั้นอยู่ในร่างเด็กสิบขวบ เด็กสิบขวบที่ใจกล้าจะมาสมัครเป็นทหารอาสาเข้าร่วมสงคราม แน่นอนว่าทุกคนต่างคิดว่านี่คือการล้อเล่นของเด็กน้อย

 

จะมีที่ไหนที่รับเด็กสิบขวบมาเป็นทหารอาสา?

 

จะมีที่ไหนที่รับเด็กสิบขวบมาเข้าร่วมสงคราม?

 

เพียงแค่คิด นี่ก็เป็นเรื่องตลกที่ไม่น่าจะจริงจังมากพอแล้ว

 

“เจ้าเด็กน้อย ไปซะ! ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น”  เจ้าหน้าที่ที่รับสมัครมองอย่างเหนือกว่าและกล่าวออกมาอย่างเหยียดหยาม แววตาดูไม่แยแสต่อเด็กน้อยผู้นี้เลยแม้แต่น้อย

 

วันนี้ทั้งวันเขาต้องต้อนรับคนจำนวนมากซ้ำไปซ้ำมาจนอยู่ในอารมณ์ที่ไม่ดีเท่าไหร่ และยิ่งมาเห็นเด็กคนนี้ต่อแถวสมัครเข้าร่วมสงครามด้วยแล้ว นั่นยิ่งทำให้อารมณ์ของเขาฉุนเฉียวและหงุดหงิดเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

 

เมอร์ลินยังคงรักษาอารมณ์อย่างสงบ ไม่ถือสาพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่คนนี้

 

“พวกท่านกำลังรับสมัครผู้ใช้เวทมนต์ฝีมือดีไม่ใช่หรือ?” เด็กน้อยเอ่ยโต้แย้งด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

 

การแสดงออกของเด็กน้อยนั้นราวกับภูเขาน้ำแข็งก้อนหนึ่ง ไม่เพียงไม่ถือสา แต่ยังไม่คิดที่จะกระทำตอบโต้ด้วยวิธีที่รุนแรง

 

เจ้าหน้าที่คนนั้นมองเมอร์ลินหยามเหยียดและเอ่ย

 

“ใช่แล้ว! เหอะ ... นี่เจ้ากำลังจะบอกว่าเจ้าเป็นผู้ใช้เวทมนต์ฝีมือดีอย่างนั้นหรอ” เจ้าหน้าที่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูแคลน

 

“ถูกต้องแล้ว ฝีมือของข้านั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี” เมอร์ลินอมยิ้มและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูราบเรียบไม่สั่นไหว

 

การแสดงออกของเมอร์ลินนั้นเยือกเย็นเหนือสิ่งอื่นใด เมื่อมีฝีมือที่สูงขึ้นบุคลิกของเขาจึงลึกล้ำมากยิ่งขึ้น แต่ทว่าในสายตาของคนนอก เด็กน้อยคนนี้ช่างดูเย่อหยิ่งและจองหอง การแสดงออกของเขานั้นสามารถยั่วยุอารมณ์ผู้คนได้ดีเป็นอย่างมาก

 

เมื่อได้ยินคำพูดที่หยิ่งยโสของเด็กน้อย เจ้าหน้าที่ผู้รับสมัครก็ปะทุอารมณ์โกรธขึ้นมา

 

เด็กคนนี้กำลังทำให้เขาเสียเวลา

 

“ข้าไม่มีอารมณ์ที่จะมาล้อเล่นกับเจ้า ไปซะเจ้าหนู ก่อนที่ข้าจะโยนเจ้าออกไปด้วยตัวของข้าเอง” เจ้าหน้าที่ผู้รับสมัครกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ น้ำเสียงดูหงุดหงิดเป็นอย่างมาก

 

เจ้าหน้าที่คนนี้ควรรู้ไว้ว่า “เสือที่ไม่ได้ส่งเสียงขู่คำราม ไม่ใช่เสือที่ไม่ดุร้าย”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.104K ครั้ง

317 ความคิดเห็น

  1. #24892 jamela jam (@jamela) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 01:14
    เริ่มสนุกตรงเกาะบาบิโลน มันทำให้รู้สึกว่าเนื้อเรื่องน่าติดตามมากขึ้น เหมือนจะมีเรื่องสนุกๆเพิ่มมากขึ้น
    #24892
    0
  2. #24364 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 08:00
    จริงๆ มันก็ไม่เนียนนะ จะมีเด็ก 10 ขวบสักกี่คนที่เก่งขนาดนี้ แค่นี้คนก็โยงไปหาเมอลินได้ง่ายมากๆเลยอ่ะ แต่ถ้าคนแต่งแต่งไม่ให้รุ้ ไม่ให้สงสัย มันก้แไม่รู้ไม่สงสัยอ่ะเนอะ 555 ถ้าเป็นนี่จะปลอมเป็นคนแก่สัก 40 ไม่เป็นจุดเด่น เนียนๆ โฮ่โฮ่ๆ
    #24364
    0
  3. #24035 pick-17 (@pick-17) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 19:27
    เพิ่มเนื้อหาไปต่อนี่เอง น่าติดตามๆ
    #24035
    0
  4. #22862 mirror image (@abnormality) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 02:35
    แหน่ะ ก็มาแบบนี้ใครเขาจะรู้ล่ะ มาแบบนี้ตลอดก็โดนเหยียดทั้งเรื่อง ก็ยังไม่จำแล้วทำอีก คนเราอะเนอะ
    #22862
    0
  5. #22810 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 16:47
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #22810
    0
  6. #22465 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 13:21
    ปิดพลังมิดขนาดนี้ เข้าใจผิดก็ไม่แปลก
    #22465
    0
  7. #22223 QueenOfMars (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 19:27
    ไรต์สู้ๆนะคะ
    #22223
    0
  8. #21977 aonkiki (@aonkiki) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 23:00
    รอออออออ
    #21977
    0
  9. #21967 potatorays (@potatorays) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 15:06
    ^_^ ความสนุกพึ่งกำลังจะเรื่ม
    #21967
    0
  10. #21966 Eak Man (@rt100) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 14:16
    เติมจุดอ่อนจุดแข็งได้หมดเลยเชื่อมเนื้อเรื่องวางจุดเดินเรื่องได้หลายตอนเลย เก่งครับ รีไรค์รอบนี้ยิ่งอ่านยิ่งสนุก
    #21966
    0
  11. #21964 Polsilp Pumprasert (@markymar) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 04:56
    หลังจากแวะเติมทรูมา ก็เข้าเนื้อเรื่องหลัก คิดถึงกลุ่ม 12 ดารา ขอบคุณครับไร้ท์
    มาต่อไวๆนะครับ สนุกมาก
    #21964
    0
  12. #21963 Smile_D.O (@smile_noii) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 01:08
    สงครามจะมาแล้ววววว
    #21963
    0
  13. #21962 Drasaren (@drasaren) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 19:56
    ขอบคุณค่ะ
    #21962
    0
  14. #21960 Hell Tricker (@chaiyo13696) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 16:05
    ค้างงงงงง
    #21960
    0
  15. #21959 ModenGrif (@ModenGrif) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 15:09
    บางทีก็เบื่อไม่ชอบให้ใครดูถูกเเต่ดันซ่อนพลัง ควายเรียกพี่ เปิดเผยพลังไปดรื่องหลายๆเรื่องคงจบง่ายเเล้ว เเถมใครจะดึงตัวหรือมีปัญหา ก็ใช้ตำเเหน่งเจ้าของร้านเสื้อคลุมไปดิ ไม่สมเหตุสมผล ถามจริง ใครมันจะโง่ได้ขนาดนี้ เเถม คนดูถูกเรื่องอายุก็ไม่ตอบอายุจริงเเล้วมาโกรธ เหอะๆ
    #21959
    0
  16. #21958 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 12:47
    ต่อด่วนๆคะไรท์
    #21958
    0
  17. #21957 SATANGnaphatsorn (@SATANGnaphatsorn) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 12:05
    ค้างมาอีกแล้ววววตัดจบได้บับ นี่กรูต้องรออีก2วันใช่มั้ย อะแง้งงงงงงงงงงง
    #21957
    0
  18. #21956 Slayer Extream (@MammotSX) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 10:56
    เนื้อหาเพิ่มขึ้นเยอะเลยหลังรีไรต์จริงๆแล้วตอนนี้สงครามมันใกล้จบแล้วนิ 5555
    #21956
    0
  19. #21955 chalita01 (@timmyna) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 10:45
    ขอบคุณค่า
    #21955
    0
  20. #21954 MrNew2 (@MrNew2) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 03:46
    ข้ามปีแล้วนะครับ
    #21954
    0
  21. #21953 MrNew2 (@MrNew2) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 03:46
    ข้ามปีแล้วนะ
    #21953
    0
  22. #20168 omzazg (@omzazg) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 14:20
    อ่านอยู่ดีๆทำไมมันล๊อก
    #20168
    0
  23. #20165 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 11:56
    ตกลงเอริกตายหรอคะ ไม่อยากให้ตายเลยอ่ะ TT__TT
    #20165
    0
  24. #20137 PanatdaJ (@PanatdaJ) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 20:39
    รออยู่คร้าาาา
    #20137
    0
  25. #20047 DevilFlower (@WassaysSaengnoo) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 17:17
    ยังรอยุนะค่ะะะพ
    #20047
    0