เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,938,979 Views

  • 27,227 Comments

  • 28,117 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    85,248

    Overall
    3,938,979

ตอนที่ 12 : ดวงตาเลเมเกทัน (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52715
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1020 ครั้ง
    7 พ.ย. 60

เมอร์ลินในตอนนี้เหมือนถูกโยนลงเหวลึก มันราวกับว่าเขาได้ถูกตัดสินความตายไปเรียบร้อยแล้ว

 

ยิ่งเมอร์ลินเข้าใกล้หินรูปดวงตาสัตว์ประหลาดเหล่านี้ก็ยิ่งเกรี้ยวกราดมากขึ้น พวกมันเผยเจตนาฆ่าออกมาอย่างรุนแรง

 

“ในเมื่อไม่มีทางเลือกแล้ว ข้าก็ไม่จำเป็นต้องพิจารณาอะไรอีกต่อไป”

 

เมอร์ลินจ้องไปที่หินรูปดวงตาด้วยสายตาที่มุ่ง ในวินาทีนั้นเองเขาก็ทะยานตัวพุ่งไปคว้าจับหินประหลาดก้อนนั้นอย่างรวดเร็ว

 

นี่เป็นการกระทำที่บ้าบิ่นเป็นอย่างมาก เขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าหินก้อนนั้นจะมีอันตรายซ่อนอยู่หรือไม่ แต่ด้วยสถานการณ์ที่คับขัน เขาจึงต้องตัดสินใจที่จะทำมัน

 

แม้ไม่รู้ว่ามันจะสามารถทำให้เขามีชีวิตรอดได้หรือไม่ แต่มันก็เป็นตัวเลือกเดียวในตอนนี้ เขาต้องการเดิมพันชีวิตไว้กับหินรูปร่างประหลาดก้อนนี้

 

ทันทีที่มือของเมอร์ลินได้สัมผัสกับหินรูปดวงตา แสงสีทองก็พลันส่องสว่างออกมาอย่างเจิดจ้า แสงนี้เต็มไปด้วยความโชติช่วง กลิ่นอายพลังศักดิ์สิทธิ์จำนวนมาแผ่พุ่งออกมาจากแสงนี้

 

หินรูปร่างประหลาดนั้นพลันหายไปในพริบตา วินาทีแห่งความเป็นตายคลื่นพลังอันโปร่งใสก็บังเกิดขึ้น แรงกดดันพลังเวทย์มหาศาลแผ่ขยายออกไปกลืนกินท้องท้องฟ้าและปฐพี ท้องฟ้าทั้งหมดถูกย้อมไปด้วยสีทอง

 

ซูม!

 

คลื่นพลังประหลาดกระจายออกไปโดยรอบ มันกำลังเคลื่อนผ่านทะลุทะลวงทุกสรรพสิ่งที่อยู่บริเวณนั้นและแผ่ขยายออกไปเรื่อยๆ ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด

 

สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจมากที่สุดก็คือทุกบริเวณที่คลื่นพลังนี้เคลื่อนผ่าน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนหยุดนิ่ง มันดูราวกับทุกสิ่งเบื้องหน้านี้เป็นแค่ภาพวาดภาพหนึ่งที่ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้

 

อำนาจของคลื่นพลังนี้ทั้งทรงพลังและแข็งแกร่ง มันปราบปรามทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า

 

สายตาของเมอร์ลินเห็นภาพเบื้องหน้านี้อย่างชัดเจน

 

ทั้งมนุษย์ยักษ์ร่างทองที่กำลังร่ายวงเวทย์โจมตี กระทั่งลำแสงทำลายล้างที่กำลังโรมรันจะพุ่งจู่โจมเข้ามา ทุกสรรพสิ่งนั้นล้วนหยุดนิ่ง แม้แต่ฝุ่นดินที่กระจายฟุ้งก็ไม่อาจขยับเขยื้อนได้ สถานที่แห่งนี้ล้วนกลายเป็นความเงียบและทุกสิ่งนั้นสงบนิ่ง

 

*** อาร์ส ... พอ ... ลิ ... น่า ***

 

ทันใดนั้นเองเสียงประหลาดที่โบราณและเก่าแก่ก็ดังขึ้นในหัวของเขา เสียงนี้เป็นเสียงที่ดังกึกก้องราวกับว่าสามารถได้ยินไปถึงสวรรค์และใต้พิภพ

 

เมื่อเสียงนั้นสิ้นสุดลง เหล่ามนุษย์ยักษ์ร่างทองที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศก็พลันสลายและกลายเป็นละอองสีทอง พวกมันถูกทำให้สลายตัวแล้วตัวเล่า

 

ละอองสีทองเหล่านั้นหมุนวนราวกับพายุ

 

ในตอนนั้นเองพายุสีทองนั้นก็พุ่งไปที่เมอร์ลินเป็นจุดเดียว

 

พายุสีทองที่น่าสะพรึงนี้พุ่งเข้าสู่ดวงตาข้างขวาของเมอร์ลิน 

 

เมอร์ลินไม่สามารถขยับตัวได้ ความเจ็บปวดที่ดวงตานั้นแผ่กระจายไปทั่วทั้งร่างสร้างความทรมานอย่างแสนสาหัสให้แต่เขา มันคือความเจ็บปวดที่ไม่สามารถบรรยาออกมาได้

 

เด็กน้อยพยายามที่จะหลับตาแต่มันก็ไม่สามารถทำได้ เขาต้องยินยอมรับความเจ็บปวดนี้อย่างไม่มีทางเลือก

 

อ๊ากกกก

 

เมอร์ลินส่งเสียงร้องที่แสนเจ็บปวดให้คำรามอยู่ในใจ

 

ในตอนนั้นเองร่างกายของเขาก็เริ่มขยับได้ ด้วยความเจ็บปวดที่สะสมมาจึงทำให้เขาแสดงออกซึ่งความเจ็บปวด ร่างของเขานั้นดิ้นจนทุรนทุรายไปมา กระทั่งพลัดตกลงมาจากบนยอดสุดของเสาหินโบราณ

 

ตุบ!

 

แม้จะพลัดตกลงมาจากเสาหินแต่เมอร์ลินก็ยังโชคดีที่มีพลังปราณเซียนห่อหุ้มร่างของเขาเอาไว้ เขาจึงไม่ได้รับบาดเจ็บมากมายเหมือนคนทั่วไป แต่นั่นก็ใช่ว่าเขาจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด

 

ความเจ็บจากการตกลงมาจากที่สูงนี้ยังไม่เท่ากับอาการเจ็บปวดของดวงตา มันเป็นความเจ็บปวดที่ยากจะบรรยายออกมา

 

มนุษย์ยักษ์ร่างทองทั้ง 103 ตัว ถูกย่อยสลายกลายเป็นละอองฝุ่นสีทองพุ่งเข้าสู่ดวงตาข้างขวาของเขา

 

เมอร์ลินไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เหตุการณ์นี้จะจบสิ้น เพราะละอองฝุ่นสีทองนั้นยังคงพุ่งเข้าสู่ดวงตาข้างขวาของเขาอย่างต่อเนื่อง เขาต้องได้รับความเจ็บปวดนี้ไปเรื่อยๆ

 

แม้จะทำจิตใจให้ชินยอมรับกับความเจ็บปวดนี้แต่มันก็ไม่สามารถทำได้อย่างง่ายดาย

 

เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ในที่สุดละอองสีทองทั้งหมดก็พุ่งเขาสู่ดวงตาข้างขวาของเขาจนหมดสิ้น

 

ทันใดนั้นเองก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นอีกครั้ง

 

เมื่อดวงตาข้างขวาของเขาปรากฎแสงสีทองส่องเรืองรองออกมาอย่างโชติช่วง

 

พลังที่อยู่ภายในดวงตาข้างขวาของเขานั้นแล่นเข้าสู่สมองของเขาอย่างรวดเร็ว

 

ความรู้จำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาราวกับน้ำป่าที่ไหลหลาก ภูมิปัญญามากมายนั้นมีมากจนเกินไป มันมากจนทำให้เขาเกือบที่จะไม่อาจทนรับกับมันได้

 

เมอร์ลินใช้มือของเขาระดมทุบตีศีรษะอย่างรุนแรง แต่ทว่ามันกลับไม่ทำให้อะไรดีขึ้น

 

ต่อจากความเจ็บปวดจากดวงตาเขายังต้องมาทนกับความเจ็บปวดภายในสมอง

 

เด็กน้อยดิ้นอย่างทุรนทุรายเพราะอาการปวดศีรษะของเขา

 

เวลาผ่านไปเกือบ 1 ชั่วโมง เหตุการณ์ประหลาดเหล่านั้นก็หยุดลง

 

เมอร์ลินในตอนนี้กำลังนั่งอยู่ในท่าขัดสมาธิ เขากำลังจัดเรียงและปรับสมดุลความรู้ในสมองของเขา

 

เมื่อสติของเขากลับมาปัญญาของเขาก็เปิดกว้างขึ้น เขาสามารถรับรู้และเข้าใจสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า

 

เมื่อเขาคิดถึงเรื่องของเขาวงกต ความรู้เกี่ยวกับเขาวงกตก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขา

 

วงกตแห่งนี้คือสถานที่ลับของมหาจักรพรรดิโซโลมอน มันเป็นสถานที่กักเก็บสิ่งที่เรียกว่า เลเมเกทัน” (Lemageton) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ "กุญแจปัญญาแห่งโซโลมอน"

 

มนุษย์ยักษ์ร่างทองทั้ง 103 ตัว นั้นคือ ปีศาจ 72 ตน และภูตอากาศ 31 ตน พวกมันคือผู้รับใช้ของมหาจักรพรรดิโซโลมอน แน่นอนว่าหินรูปร่างประหลาดคล้ายดวงตาก้อนนั้นคือ เลเมเกทัน

 

เลเมเกทันคือกุญแจปัญญาที่ถูกปิดผนึกมาช้านาน กุญแจที่เก็บกักความรู้ในพื้นพิภพ กุญแจที่ซึ่งมีพลังอันยิ่งใหญ่มหาศาลซ่อนอยู่ และภายในเลเมเกทันนี้ประกอบไปด้วยมหาเวทย์ทั้ง 5 บทด้วยกัน ซึ่งประกอบไปด้วย

 

บทที่ 1 อาร์สพอลิน่า

บทที่ 2 อาร์สโกเอเทีย

บทที่ 3 อาร์สทิวร์เกียโกเอเทีย

บทที่ 4 อาร์สอัลมาเดล

บทที่ 5 อาร์สนอทอเรีย

 

ความรู้อันมหาศาลที่อยู่ในหัวของเมอร์ลินในตอนนี้มันคือความสามารถของมหาเวทย์บทแรก อาร์สพอลิน่า

 

มหาเวทย์บทแรกได้ถูกเปิดออก สารานุกรมความรู้ได้ถูกบรรจุไว้ในสมองของเมอร์ลิน

 

ความสามารถของมหาเวทย์บทนี้คือ การบันดาลความรู้ที่ผู้สร้างได้กักเก็บไว้ให้กับผู้ใช้ เขานั้นสามารถรับความรู้ในทุกสิ่งที่อยู่ในพิภพแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นภาษา อักขระอักษร สิ่งของ หรือแม้กระทั้งความหมายของวงเวทย์แต่ละวง

 

เพียงแค่เขาคิดถึงมันความรู้ที่เขาต้องการรู้ก็จะแล่นเข้ามาในสมองของเขา สิ่งนี้เปรียบเสมือนกับสารานุกรมความรู้หรือห้องสมุดในหัวของเขานั่นเอง

 

แต่มันก็ยังมีข้อจำกัดหนึ่งซ่อนอยู่

 

นั่นก็คือความรู้ที่ได้รับมานั้นจะไม่รวมถึงวิธีการหรือขั้นตอนในการเรียนรู้

 

มันเปรียบเสมือนว่าเขาจะได้รับความรู้เพียงแต่ชื่อ ความหมาย หรือประโยชน์ของสิ่งเหล่านั้นเท่านั้น มันไม่ได้มีความสามารถที่จะทำให้ผู้ครอบครองสามารถเรียนรู้และใช้เวทมนต์ได้ทั้งหมดในโลก

 

แต่มันก็ยังเป็นตัวช่วยอย่างดีในการให้ผู้ครอบครองได้ทำความเข้าใจและเรียนรู้เวทมนต์ให้ได้ง่ายขึ้น

 

เมอร์ลินเลื่อนสายตาของเขามองไปยังข้อความบนเสาหิน

 

ในตอนนี้สมองของเขานั้นสามารถอ่านข้อความภาษาโบราณบนนั้นได้

 

ข้อความเหล่านี้กล่าวถึงความเป็นมาของเลเมเกทัน มันกล่าวถึงมหาเวทย์ทั้ง 5 บทของเลเมเกทัน แต่ทว่าข้อความเหล่านี้ค่อนข้างบันทึกด้วยความหยาบ เขาจึงไม่สามารถเข้าใจเนื้อความได้ทั้งหมด มีเพียงข้อความของบทแรก อาร์สพอลิน่าเท่านั้นที่เขาสามารถเข้าใจมันได้

 

ข้อความโดยรวมนั้นกล่าวถึงปีศาจและภูตอากาศทั้ง 103 ตน ที่ต้องรอคอยการเปิดผนึกออกมา โดยที่ผู้ที่จะสามารถเปิดผนึกได้นั้นจะต้องเป็นผู้ที่ถือครองเลเมเกทันเท่านั้น

 

นั่นหมายความว่าเมอร์ลินนั้นเป็นผู้เดียวที่จะสามารถปลดผนึกมหาเวทย์เหล่านี้ได้

 

ผ่านไประยะเวลาหนึ่งเมอร์ลินก็ได้ทำการสงบจิตใจของเขาอีกครั้งหนึ่ง

 

ทันทีที่เขาหลับตาทุกสิ่งรอบกายของเขาก็พลันพังทลายเสื่อมสลายเป็นเถ้าธุลี ทั้งมนุษย์หินยักษ์และเขาวงกตต่างสูญหายกลายเป็นละอองจนหมดสิ้น

 

ในตอนนี้เสมือนว่ามิตินี้ได้พังทลายลง ร่างกายของเมอร์ลินที่เคยถูกทุบตีอย่างสะบักสะบอมก็กลับหายดีเป็นปลิดทิ้งราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น

 

นั่นหมายความว่าอำนาจของสถานที่แห่งนี้ล้วนถูกสร้างภาพมายา

 

เมื่อเมอร์ลินลืมตาเขาก็ได้พบกับภาพของผืนป่าเช่นเดิม แสงแดดที่ส่องตกลงมาทำให้เขาทราบว่ามันไม่ใช่เวลาคืนอีกต่อไป

 

เขาไม่รู้ว่าเขาใช้เวลาไปกับมิตินั้นนานเท่าใด

 

เมอร์ลินทำการรวบรวมสติของเขาอยู่ครู่หนึ่งแล้วเดินทางกลับที่พัก

 

การหายไปของเขาทั้งคืนนั้นอาจถูกอาเธอร์ตำหนิ เขาจึงต้องรีบกลับไปทำหน้าที่ของเขา

 

เมอร์ลินกลับมาถึงห้องพักเป็นไปตามคาด เขาถูกเจ้าเด็กอาเธอร์ทุบตีด่าว่าเสียยกใหญ่

 

เมอร์ลินพึ่งรู้ตัวว่าเขานั้นได้หายตัวไปถึง 3 วัน

 

เมื่อเขาถูกเด็กน้อยอาเธอร์ลงโทษจนสาสมแก่ความผิดเรียบร้อยแล้ว เจ้านายของเขาก็กลับมาอยู่ในอารมณ์ปกติดังเดิม

 

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้สร้างความไม่พอใจให้แก่เมอร์ลิน มันเป็นเพียงแค่การแสดงละครฉากหนึ่งที่เขาต้องทำเพียงเท่านั้น การลงโทษโดยการทุบตีของเด็กน้อยอาเธอร์นั้นไม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้แก่เขา

 

ผู้ที่อยู่ในระดับ 5 ของการรวบรวมปราณนั้นมีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาทั่วไปอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่เล็กน้อยสำหรับเขา

 

แม้อาเธอร์จะเป็นลูกขุนนางใหญ่ที่มีอารมณ์ดุร้ายเอาแต่ใจ แต่อีกด้านหนึ่งเด็กคนนี้ก็ส่วนหนึ่งที่ดีอยู่ไม่น้อย ข้อดีของเขาคือเมื่อเวลาผ่านไปความดุร้ายของเขาก็หายไป และเขาก็ลืมเลือนเรื่องต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

 

อาเธอร์นั้นเป็นคนที่โกรธง่ายหายเร็ว

 

เหตุการณ์ในชีวิตประจำวันของเมอร์ลินจึงกลับมาปกติดังเดิม

 

กิจวัตรประจำวันของเมอร์ลินนั้นไม่มีอะไรมาก เมื่อถึงเวลาเปิดภาคเรียนเขาแค่ทำหน้าที่คนรับใช้ที่ดี การเตรียมน้ำให้อาบ จัดเตรียมเสื้อผ้าและหาอาหารให้อาเธอร์หาใช่เรื่องยากที่เขาจะทำ

 

ทั้งนี้เขายังสามารถใช้ฐานะของผู้รับใช้ตระกูลอารากอนเข้าออกโรงเรียนวอเดอร์เซี่ยนได้อย่างสะดวกสบาย ฐานะของเขาจึงดีกว่าคนทั่วไปอยู่ส่วนหนึ่ง

 

สิ่งเหล่านี้คือวิถีชีวิตที่เขาปรารถนาในยามนี้

 

การทำตัวให้เป็นคนธรรมดาเพื่อหลีกเลี่ยงผู้ฝึกตนขั้นผลิดอก การใช้ชีวิตเรียบง่ายนั้นทำให้เขาปลอดภัย

 

ในฐานะของคนรับใช้นั้นก็ทำให้เขานั้นมีเวลาว่างเยอะเป็นพิเศษ เพราะเจ้านายของเขาต้องเข้าเรียนในคาบเรียน ในช่วงเวลาว่างทั้งหมดนั้นเขาจึงใช้มันไปกับการบ่มเพาะพลังรวบรวมปราณ

 

เวลาผ่านไปเกือบสองปี

 

เมอร์ลินในตอนนี้ได้ปลีกวิเวกมาบ่มเพาะอยู่กลางผืนป่าหลังโรงเรียน

 

ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่อาเธอร์มีอายุครบ 12 ปี และเขากำลังเข้าทดสอบเป็นผู้ใช้เวทย์

 

ในการทดสอบผู้ใช้เวทย์จะต้องใช้เวลาเตรียมตัวและทดสอบเป็นเวลานาน โดยการทดสอบผู้ที่เข้าทดสอบจะต้องผ่านอุปสรรคเพื่อนำเอา "หินตราเวทย์" กลับมา โดยที่หินตราเวทย์ที่ได้มานั้นผู้ใช้เวทมนต์จะสามารถนำหินตราเวทย์มาผนึกกับร่างกายให้เป็นผ้าคลุมเวทย์ได้

 

ที่เมอร์ลินไม่ได้ติดตามอาเธอร์ไปนั่นเป็นเพราะว่าสถานที่ทดสอบนั้นเป็นดินแดนลับอีกมิติหนึ่ง

 

หากผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไข เขาก็จะไม่สามารถเข้าร่วมการเข้าทดสอบได้

 

ผ้าคลุมเวทย์นับว่าเป็นอุปกรเวทมนต์อันหนึ่งที่สามารถเพิ่มพลังเวทย์ให้ผู้ใช้ได้

 

ยามที่เรียกใช้ผ้าคลุมเวทย์ ร่างกายจะมีปฏิกิริยาเร่งเร้าพลังเวทย์ภายในร่างกายให้เพิ่มมากขึ้น

 

หากเกิดการต่อสู้ระหว่างผู้ใช้เวทมนต์ ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไร้ซึ่งผ้าคลุมเวทย์ ฝ่ายนั้นก็จะตกเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบโดยทันที ผ้าคลุมเวทย์จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญต่อผู้ใช้เวทมนต์เป็นอย่างมาก 

 

ทั้งนี้ผ้าคลุมเวทย์ยังมีคุณสมบัติที่สามารถใช้บ่งบอกพลังเวทย์ในแต่ละระดับขั้นได้อีกอีกด้วย

 

โดยที่แต่ผู้ใช้เวทย์แต่ละขั้นนั้นจะมีสีของผ้าคลุมเวทย์ที่ต่างกัน สีของผ้าคลุมนั้นจะเปลี่ยนไปตามออร่าพลังเวทย์ของผู้ใช้ ทั้งนี้โดยปกติผู้ที่อยู่ในขั้นผู้ใช้เวทย์จะมีออร่าพลังเวทย์ปรากฎเป็นสีแดง

 

แต่ละผ้าคลุมนั้นจะมีลวดลายที่แตกต่างกันไปตามลักษณะของผู้ใช้

 

หากเป็นผู้ใช้เวทมนต์ขั้นสูง คนผู้นั้นก็จะสามารถรวมร่างกับผ้าคลุมเวทย์ จนทำให้ผ้าคุมเวทย์นั้นกลายเป็นออร่าเสริมพลังเวทย์ให้กับผู้ใช้ได้อีกด้วย

 

เนื่องจากการทดสอบของอาเธอร์นั้นใช้เวลานาน นั่นจึงเป็นโอกาสที่เมอร์ลินจะทำการปลีกวิเวกเพื่อทะลวงระดับ 7 ของการรวบรวมปราณของเขา

 

เมอร์ลินนั้นได้ติดอยู่ในระดับ 6 ของการรวบรวมปราณมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ช่วงเวลาที่อยู่คอขวดนั้นจึงเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับเขา เขาจึงต้องการเวลาและสถานที่ที่เหมาะสมในการทะลวงคอขวดของการฝึกตน

 

การที่บรรลุครึ่งก้าวของขอบเขตระดับ 7 ของการรวบรวมปราณในวัย 9 ขวบนั้น หากเป็นในอดีตเมื่อมีคนทราบถึงข่าวนี้อาจทำให้ผู้คนเหล่านั้นตาลุกเป็นไฟแทบเผาไหม้ตัวเองจนตายอย่างแน่นอน

 

เมื่ออาเธอร์ได้ออกเดินทางไปทำการทดสอบแล้ว เมอร์ลินจึงมุ่งหน้าไปที่ป่าด้านหลังโรงเรียนในทันที เขานั้นต้องการปลีกวิเวกหาสถานที่สงบเพื่อทำการทะลวงคอขวดนี้

 

แม้พลังเวทย์ที่กลั่นออกมาให้เป็นพลังปราณเซียนจะมีความบริสุทธิ์เป็นอย่างมาก จนความบริสุทธิ์นั้นทำให้การทะลวงคอขวดเป็นเรื่องที่ง่ายดาย แต่ทว่าคอขวดก็ยังคงเป็นคอขวด การทะลวงนั้นจึงต้องการสถานที่สงบและทำสมาธิได้ดี

 

เมอร์ลินตัดสินใจเลือกสถานที่หนึ่งกลางใจป่า เขาจัดการดึงเอาไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาแล้วโบกสะบัดมันอย่างคล่องแคล่ว ไม่นานนักอักขระเวทย์สีฟ้าปรากฏขึ้นรอบตัวของเขา มันมีลักษณะเป็นวงกลมและมีรัศมีรอบตัวราว 5 เมตร 

 

อักขระเวทย์!

 

เมอร์ลินเรียนรู้เวทมนต์ได้อย่างไรกัน?

 

ในตอนนั้นเขาเคยบอกว่าจะไม่ยอมเรียนเวทมนต์จนกว่าจะบรรลุขั้นก่อลำต้นได้?

 

ไม่น่าเชื่อว่าภายในสองปีมานี้ เขานั้นได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้อักขระเวทย์ไปเรียบร้อยแล้ว 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.02K ครั้ง

73 ความคิดเห็น

  1. #24564 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 17:07

    Thank you

    #24564
    0
  2. #23559 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 14:40

    สุดยอด เรียนรู้อักขระเวทย์มนต์แล้ว

    #23559
    0
  3. #23209 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 01:01
    โอ๊ะ ตอนนี้เหมือนจะเริ่มเปลี่ยนใหม่ใช่มั้ยคะ จำแบบเก่าไม่ค่อยได้ซะด้วยสิ แต่อ่านแล้วไม่รู้สึกขัดแย้งอะไรนะคะ คิดว่าน่าจะลื่นไหลขึ้นกว่าของเดิม
    #23209
    0
  4. #22386 KavinJitaboun (@KavinJitaboun) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 20:52
    อยากให้ไรท์เพี่มบทสนทนาอ่ะ มันมีแต่คำอธิบาย แต่อ่านก็สนุกมากถ้ามีบทพูดเข้ามาจะยิ่งทำให้มีความสนุกไปอีกระดับเลย
    #22386
    0
  5. #22322 srawutfluk (@srawutfluk) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 23:54
    มาอ่านอีกรอบ ดูยังไงก็ปูเนื้ออาเธอร์ให้ดูเป็นคนดีไม่ขึ้นอ่ะ
    #22322
    0
  6. #21307 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 16:14
    เทพเลยยนย
    #21307
    0
  7. #20814 PRODIGIES (@PRODIGIES) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 01:16
    เปลี่ยนบทำด้รับเเรร์ไอเท็ม ชอบเเบบนี้มาก เเบบเก่าเปิดเผยตัวเร็วเกินไป
    #20814
    0
  8. #20421 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 13:31
    อ้าววว
    #20421
    0
  9. #20357 Avista (@babellzcalypso) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 19:51
    ขอบคุณจ้าาา
    #20357
    0
  10. #20354 kittybeanz (@kittybeanz) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 17:23
    รอตอนต่อไปค่ะ รีไรท์หรือไม่รีไรท์สำหรับเราสนุกทั้ง 2 อย่างเลยค่ะ
    #20354
    0
  11. #20351 ole.จัง (@somluxsee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 14:06
    จริงๆอยากได้ตอนใหม่อะ
    #20351
    0
  12. #20350 Faded-Girl (@nuufunction) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 13:29
    ทุบทีด่าว่า >>> ทุบตีด่าว่า
    #20350
    1
  13. #20349 Linlij (@Linlij) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 13:15
    โอ้ยเขินน ทำไมเวลาอ่านเมอร์ลินแล้วเขิน นี่เรียกว่าตกหลุกรักใช่มั้ยยยย >///<
    #20349
    0
  14. #20347 Avista (@babellzcalypso) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 12:05
    แง่มอ่านไม่ได้อะ
    #20347
    0
  15. #17846 Taew Warangkana (@jaetaew) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 14:33
    ระยะเวลา. งงมากค่ะ. หรือเราอ่านข้าม ตอนแรก. พระเอก. 7ขวบ. อาเธอร์ แก่กว่า2ปี.
    เข้าเรียน ปีกว่าๆ. นี่พระเอกอายุ. 10ปี. อาเธอร์. 12. ปี. ??
    #17846
    2
    • #17846-1 JomMuD (@JomMuD) (จากตอนที่ 12)
      20 ธันวาคม 2559 / 23:32
      ใช่ๆ งงเลย
      #17846-1
    • #17846-2 Chutipon-juntap (@Chutipon-juntap) (จากตอนที่ 12)
      15 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:57
      ไรน์ แม่งมั่ง
      #17846-2
  16. #17364 Potatoray (@Potatoray) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 23:24
    ขอบคุณครับ
    #17364
    0
  17. #14751 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 01:28
    ชอบบบบบ
    #14751
    0
  18. #12495 -บุรุษไร้เงา- (@cojack) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 09:29
    เมอร์ลิน LUK +999 เรื่องน่าติดตามครับ แม้คำผิดจะเยอะไปบ้าง อายุก็เหมือนจะข้ามเดี๋ยว 7 ขวบ ผ่านปีกว่า เป็น 10 ขวบ เป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ที่ตกหล่น ติดตามต่อไปครับ ว่าจะเป็นยังไง
    #12495
    0
  19. #9892 arua (@arua) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 15:06
    ใข่เลยคิดเหมืนกัน
    #9892
    0
  20. #7357 TaMeKabTaNa (@teukyteuky) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 23:49
    จากประสบการณ์ของเรานะ อ่านแล้วเรานึกถึง (ซีรี่ย์)Merlin+(นิยายแปลจีน)I Shell Seal Heaven+(เกมMMORPG)Ragnarog+(การ์ตูนญี่ปุ่น)The Labyrinth of Magi
    #7357
    0
  21. #7139 slzyzero (@sliiz) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 17:48
    ติดตามครับ
    #7139
    0
  22. #6628 cussendo (@cussendo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 18:21
    แล้วอาเธอร์ก็เป็น กษัตริ เมอร์ลินก็เป็นพ่อมดในตำนาน สักพักอาร์ตะได้ดาบเอกคาริเบอร์ ปะครับ
    #6628
    0
  23. #6248 ปอมเป (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 22:39
    ขอบคุณมากจ้า
    #6248
    0
  24. #6077 เอิน ราชบุตร (@nawoyz) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 22:35
    โครงเรื่องมาแบบ ดราก้อนบอล ตัวเองโหดแล้ว เจอโหดกว่า แน่นอน... มาถึงก็เทพทรูเลย
    #6077
    0
  25. #5639 เหมยหว่านหรู (@chitosemaru) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 13:14
    แบบว่าผ่านไปหนึ่งปีนี่จาก 7 ขวบไปเป็น 8 ขวบไม่ใช่เหรอทำไมเป็น สิบ ละ
    #5639
    0