เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,930,122 Views

  • 27,197 Comments

  • 28,100 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    76,391

    Overall
    3,930,122

ตอนที่ 121 : ภาค 2 ตอนที่ 47 บ่มเพาะต้นกล้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19740
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1106 ครั้ง
    2 เม.ย. 61

ทุกคนต่างรีบเร่งไปยังจุดนัดหมาย

 

เมื่อไปถึงเมอร์ลินที่นั่งปิดตารออยู่ก็ลืมตาขึ้น

 

เมอร์ลินกวาดตามองครั้งหนึ่งและเอ่ย

 

“ดูเหมือนจะมีคนได้รับบาดเจ็บ”

 

เด็กน้อยเหลือบตามองเห็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง

 

สภาพของสกูตั้นและอูซ่านั้นน่าจะหนักสุด พวกเขาทั้งสองนั้นโดนสัตว์ร้ายกระแทกอย่างรุนแรง และยังมีอีกหลายคนที่โดนลูกหลงพลังของหมูป่ากระหายเลือด ใบหน้าซีดขาว ขยับทีหนึ่งก็รู้สึกถึงความเจ็บปวด

 

เมื่อได้เห็นท่าทีที่เย็นชาของเมอร์ลินมองลงมา หลายคนก็เกิดอารมณ์ไม่พอใจเล็กๆ ภายในจิตใจ

 

แม้ว่าอยากจะพูดออกมาแค่ไหน แต่ทว่าพวกเขาก็ไม่มีความกล้าที่จะทำมัน

 

อารมณ์ของเมอร์ลินนั้นเย็นชา รักษาระยะห่างจากผู้คน

 

แน่นอนว่ากลุ่มดารานั้นยากจะเข้าถึงจิตใจของเด็กน้อย

 

ตัวตนของเมอร์ลินนั้นสูงส่งและน่าหวาดกลัว ความร้ายกาจของเด็กน้อยได้ถูกประทับตราตรึงไว้ในหัวใจของทุกคน

 

ยามใดที่พวกเขาเผลอไปสบกับดวงตาสีดำที่ราวกับไร้ก้นบึ้งนั้น จิตใจของพวกเขาก็เหมือนพบกับความน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด ทั่วร่างกลายเป็นหนาวเย็นสั่นสะท้านอย่างไม่ทันตั้งตัว

 

หลังจากที่เงียบอยู่นาน เมอร์ลินก็เริ่มพูดอีกครั้ง

 

“ข้าได้เห็นฝีมือของพวกเจ้าแล้ว หากจะเรียกว่าไร้ฝีมือก็นับว่าไม่เกินไปนัก”

 

คำพูดของเมอร์ลินนั้นราวกับคมมีดทิ่มแทงหัวใจ ภายในใจของคนทั้ง 12 เกิดความรู้สึกเจ็บปวดแต่ก็ไม่มีความกล้าที่เอ่ยแย้ง

 

หัวหน้าของพวกเขานั้นนับว่าเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง หากมองลงมาที่พวกเขา ความจริงที่แสนเจ็บปวดนี้ก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องเท็จ

 

สกูตั้มมองไปที่หัวหน้าตัวน้อย

 

เด็กคนนี้เป็นเพียงเด็กอายุไม่กี่ขวบ แต่สามารถเป็นถึงนักรบเวทย์ได้ ความก้าวหน้าเช่นนี้ทำให้ผู้คนประหลาดใจอย่างแท้จริง

 

สกูตั้มที่เกิดมาอย่างเพียบพร้อมในตระกูลสูงศักดิ์ ตระกูลของเขานั้นสูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมากเพื่อเขา แต่ทว่าเขากลับมีการบ่มเพาะที่ต้อยต่ำ สายตาคมมองไปยังเด็กน้อย เขานั้นทั้งอิจฉาทั้งนับถือในคราวเดียวกัน

 

“พวกเจ้าหลายคนนั้นไร้ฝีมือ ไร้ความกล้า นั่นคือสิ่งที่พวกเจ้าเป็นในตอนนี้”

 

ยิ่งเมอร์ลินเปิดปาก คำพูดของเขาก็ยิ่งเสียดแทงหัวใจของกลุ่มดารา

 

เมอร์ลินสูดลมหายใจเข้าลึกและเอ่ยต่อ

“ในเมื่อตอนนี้พวกเจ้าได้เข้ามาเป็นสมาชิกของกลุ่มดาราแล้ว จงเปลี่ยนแปลงตัวเอง จงเป็นหัวใจของพวกเจ้าให้เป็นผู้กล้า เปลี่ยนพลังให้เป็นผู้เข้มแข็ง นับตั้งแต่บัดนี้ไป ... ข้าจะทำให้พวกเจ้าเปลี่ยนไปเอง” เมอร์ลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ คำพูดของเขานั้นได้เข้าไปเขย่าหัวใจของกลุ่มดารา

 

คนทั้ง 12 คนเมื่อได้ยินคำพูดของเมอร์ลิน ภายในใจก็เกิดความรู้สึกฮึกเหิมอย่างห้ามไม่ได้ จิตวิญญาณของพวกเขากำลังร่ำร้องอย่างตื่นเต้น

 

ตัวตนของเมอร์ลินเป็นเช่นไรตอนนี้พวกเขาก็ได้ประจักษ์แก่สายตาแล้ว

 

ปีศาจอัจฉริยะเช่นเด็กคนนี้ถึงกับรับปากจะฝึกฝนพวกเขา ภายในใจก็อดรู้สึกยินดีไม่ได้

 

เหตุผลของหลายคนที่เข้าร่วมสงคราม ส่วนใหญ่นั้นต้องการที่จะพัฒนาฝีมือ การได้รับรางวัลนั้นคือผลพลอยได้ แม้บางคนที่มองเห็นเงินทองเป็นหลัก แต่เมื่อมีฝีมือเพิ่มขึ้นเขานั้นก็ย่อมต้องยินดี

 

หากได้รับการสั่งจากปีศาจอัจฉริยะเช่นหัวหน้าตัวน้อยของพวกเขา นั่นนับว่าเป็นโชคที่ดีมหาศาลสำหรับพวกเขาแล้ว

 

เมอร์ลินเหลือบตามองไปยังคนเจ็บอีกครั้งหนึ่ง ในมือก็เรียกขวดน้ำยาสีแดงออกมาจากแหวนเวทย์

 

เมื่อสะบัดมือครั้งหนึ่ง น้ำยาจำนวนหนึ่งก็ลอยไปสู่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ

 

“คนที่บาดเจ็บจงดื่มน้ำยาเหล่านี้ซะ”

 

แม้ว่าเมอร์ลินจะเอ่ยคำพูดอย่างเย็นชา แต่หัวใจของเขาก็ยังมีความเมตตากับกลุ่มคนเหล่านี้

 

“ดื่มมัน ...” เมอร์ลินเอ่ย

 

สกูตั้มนั้นลังเลที่จะดื่ม เขาไม่แน่ใจว่าน้ำยาชนิดนี้เป็นน้ำยาประเภทไหนกัน เขาไม่เคยเห็นน้ำยาแบบนี้มาก่อน

 

เมื่อยกขวดน้ำยาขึ้นมาดู

 

ภายในขวดน้ำยาสีแดงดูเหมือนจะมีบางสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ ประกายแสงสีทองเล็กๆ กระพริบอย่างไหววูบ เคลื่อนไหวไปรอบตัวยา

 

ไม่เพียงสกูตั้ม คนอื่นๆ ที่ได้รับน้ำยาก็อดที่จะแปลกใจกับน้ำยาชนิดนี้เช่นเดียวกัน

 

การกินยา แน่นอนว่าไม่สามารถกินสุ่มสี่สุ่มห้าได้ หากยานั้นเป็นพิษพวกเขาไม่ต้องตายตกไปหรอกหรือ?

 

หลายคนมองน้ำยาขวดนั้นด้วยความไม่แน่ใจ แต่เป็นสกูตั้มที่ตัดสินใจกระดกมันลงคอ

 

อึก.. อึก..

 

ทันที่น้ำยาผ่านลงลำคอ ความรุ่นร้อนของตัวก็ไหลผ่านและแผ่กระกายไปทั่วร่าง

 

บนร่างของสกูตั้มเกิดอาการผิดปกติ!

 

ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความทรมาน เส้นเลือดบนหน้าผากผุดออกมาเป็นเส้นๆ

 

“หรือว่านี่คือยาพิษ!

 

เมื่อเห็นอาการของสกูตั้ม ทอรัสที่ได้รับน้ำยามาด้วยเช่นกันก็เอ่ยอย่างตกใจ ในมือจับขวดน้ำยาอย่างสั่นไหว

 

หัวหน้าตัวน้อยของพวกเขาต้องการให้พวกเขาดื่มยาพิษ?

 

ผ่านไปไม่กี่อึดใจ ร่างของสกูตั้มก็เกิดเสียงดังแกร๊กๆ ออกมา

 

เสียงนี้ทำให้ผู้คนหวาดกลัว

 

หลายส่วนนั้นทำให้พวกเขาคิดว่าน้ำยาที่อยู่ในมือนั้นคือยาพิษแน่ชัดแล้ว

 

ทอรัสต้องการโยนน้ำยาขวดนี้ทิ้ง แต่ทว่าเมอร์ลินกลับเอ่ยเสียงเย็นขึ้นมาก่อน

 

“หากเจ้าทิ้งน้ำยาขวดนั้น เจ้าจะต้องเสียใจ” น้ำเสียงที่ราบเฉยของเมอร์ลิน นั้นกำลังเขย่าหัวใจของทอรัสจนสั่นสะท้าน

 

“นี่ไม่หมายความว่าหากข้าทิ้งน้ำยา เขาจะลงมือฆ่าข้าเองด้วยมือหรอกหรือ?” ทอรัสคิดในใจอย่างหวาดกลัว

 

ภายในใจของทุกคนเมอร์ลินนั้นเป็นตัวตนที่ลึกเกินหยั่ง ไม่ว่าจะเป็นการกระทำใดก็ไม่มีใครเข้าใจความคิดของเขา

 

แต่ในทันใดนั้นเอง

 

เพล้ง!

 

ขวดยาในมือของสกูตั้มก็เกิดหยุดมือ ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความทรมาน ภายในร่างกายของเขากำลังเกิดความเปลี่ยนแปลง จุดที่กระดูกซี่โครงหักนั้นเกิดความเจ็บปวดที่ยากจะอธิบาย 

 

กระดูกหลายแห่งที่หักหรือบอบช้ำทวีความเจ็บปวดอย่างรุนแรง

 

แต่ทว่าไม่นานนักสีหน้าของสกูตั้มก็เริ่มดีขึ้น จากใบหน้าที่ขาวซีดกลายเป็นเปล่งปลั่ง ผิวหนังที่บอบช้ำกลายเป็นฟื้นฟูสภาพ

 

ประสิทธิภาพที่แท้จริงของน้ำยากำลังแสดงผลออกมา

 

ถูกต้องแล้ว! น้ำยาขวดนั้นคือน้ำยาคุณสมบัติแฝง

 

น้ำยาที่ถูกปรุงขึ้นมาโดยผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวเช่นเมอร์ลิน

 

น้ำยาสีแดงเหล่านี้คือน้ำยารักษาอาการบาดเจ็บ มันคือน้ำยามหัศจรรย์ที่ใช้การกลั่นจากธาตุไม้และธาตุแสงเป็นหลัก คุณสมบัติของมันนั้นช่วยให้ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้เป็นอย่างดี

 

คุณภาพของมันเทียบเท่ากับมหาเวทย์รักษาระดับสูงได้

 

น้ำยาชนิดนี้ถูกผลิตออกมาในจำนวนไม่มากนักและร้านเสื้อคลุมสีฟ้าก็นำมาจำหน่ายในจำนวนไม่มากเช่นเดียวกัน

 

ภายในหนึ่งเดือน ร้านเสื้อคลุมสีฟ้าจะนำออกมาประมูล 1-2 ขวดเท่านั้น แน่นอนว่าน้ำยาที่เทียบเท่ากับมหาเวทย์รักษาบทหนึ่งนั้นมีมูลค่าจำนวนไม่น้อย เมื่อเดือนที่แล้วเขาได้ข่าวว่าอาณาจักรดัชชีได้ประมูลน้ำยาขวดนี้ในราคา 100 ล้านเซนี่เลยทีเดียว

 

มหาเวทย์รักษาบทหนึ่งนั้นจำเป็นต้องใช้นักบวชระดับสูงเพื่อร่ายเวทย์ อีกทั้งยังต้องใช้เวลาและพลังเวทย์จำนวนมากในการร่าย แต่ทว่าน้ำยาชนิดนี้กลับทำลายกฎเกณฑ์ทั้งหมดที่มี เพียงแค่ดื่มมันเข้าไปคุณสมบัติในการรักษาก็สามารถเทียบเท่าได้กับมหาเวทย์รักษาบทหนึ่งแล้ว

 

เมอร์ลินไม่ต้องการที่จะผลิตน้ำยาชนิดนี้ให้แพร่หลายนัก เพราะหากน้ำยาชนิดนี้ตกไปอยู่ในมือของผู้ที่จะเป็นศัตรูของเขาในภายภาคหน้า ไม่แน่ว่าน้ำยาของเขานั้นจะเป็นสิ่งที่ฆ่าเขาเอง

 

เหตุที่เมอร์ลินผลิตมันออกมาจำหน่าย นั่นเพราะเขาต้องการสร้างชื่อเสียงของร้านเสื้อคลุมสีฟ้าให้เพิ่มขึ้นเท่านั้น ความจริงแล้วเขานั้นมีน้ำยาชนิดนี้อยู่มากมายในแหวนเวทย์

 

หลังจากที่ทนทรมานอยู่ช่วงหนึ่ง สกูตั้มก็ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมา

 

สีหน้าของเขากลายเป็นแจ่มใสมากขึ้น เมื่อขยับร่างกายก็รู้สึกกระปี้กระเป่าเหมือนพึ่งตื่นนอนใหม่ๆ อาการบาดเจ็บทั้งหมดถูกรักษาให้หายอย่างปลิดทิ้ง

 

“ขอบคุณหัวหน้า” สกูตั้มโค้งเคารพเมอร์ลินและเอ่ยขอบคุณด้วยน้ำเสียงที่ยินดี      

 

คนที่เหลือนั้นต่างมองอย่างตื่นตะลึง

 

นี่คือน้ำยาวิเศษ

 

“น้ำยาขวดนี้สามารถรักษาอาการบาดเจ็บของสกูตั้นได้ มิหนำซ้ำรอยบอบช้ำบนร่างยังหายอย่างไม่น่าเชื่อ”

 

ไลลากล่าวอย่างตกใจ เธอมองขวดน้ำยาและร่างของสกูตั้นไปมาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

 

สกูตั้นยิ้มเล็กๆ และหันไปบอกสมาชิกคนอื่นๆ

 

“หากพวกเจ้าต้องการหายจากอาการบาดเจ็บ จงดื่มมัน”

 

เมื่อได้ยินคำพูดของสกูตั้น พวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะดื่มอีกต่อไป

 

ภายในเวลาไม่นานบาดแผลทั้งหมดที่ได้รับจากการต่อสู้ก็หายไปอย่างไม่น่าเชื่อ

 

คนทั้ง 12 ต่างตื่นตะลึงในความวิเศษของยาชนิดนี้ แน่นอนว่ามันไม่ใช่ยาสามัญที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป แต่หัวหน้าของพวกเขากลับนำมาให้พวกเขาอย่างไม่คิดอะไร

 

ความใจกว้างของหัวหน้าตัวน้อยนั้นทำให้พวกเขาเกิดความรู้สึกเลื่อมใส

 

“วันนี้สมควรพอแค่นี้ ข้าจะให้พวกเจ้าลาญาติพี่น้อง เพราะต่อจากนี้จะเป็นการฝึกที่กินเวลาเป็นเวลานาน จงเตรียมตัวและเตรียมใจของพวกเจ้าให้พร้อม ภายใน 5 เดือนต่อจากนี้ ข้าจะฝึกพวกเจ้าให้มีฝีมือมากขึ้นและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสงคราม” เมอร์ลินหยุดครู่หนึ่งและเอ่ยต่อ “วันพรุ่งนี้เจอกันที่เดิม เวลาเดิม” 

 

กล่าวจบเมอร์ลินก็ลุกขึ้นและสะบัดมือน้อยออกไปครั้งหนึ่ง

 

เวิง!

 

เบื้องหน้าปรากฏวงเวทย์เคลื่อนย้ายมิติขนาดใหญ่

 

มือน้อยขยับอีกครั้งหนึ่ง อักขระพิกัดนำทางก็พุ่งเข้าสู่ใจกลางของวงเวทย์ ระเบิดแสงสีดำพุ่งออกมา

 

“ไปได้แล้ว” เมอร์ลินเอ่ยอย่างเย็นชา สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย

 

คนทั้ง 12 เดินเข้าสู่วงเวทย์เคลื่อนย้ายมิติตามคำสั่ง ทันทีที่จมหายเข้าไปในลำแสงสีดำ พวกเขาก็ถูกเคลื่อนย้ายไปยังจุดเดิมที่เป็นประตูเมืองทิศเหนือ

 

เมอร์ลินนั้นไม่ได้กลับมาด้วย

 

พวกเขานั้นยังไม่รีบแยกย้าย แต่กลับชวนกันพูดคุยกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้

 

หัวข้อที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือเรื่องของหัวหน้าตัวน้อยของพวกเขานั่นเอง

 

วันรุ่งขึ้นทุกคนมากันครบถ้วนและตรงเวลา

 

เมอร์ลินไม่พูดอะไรให้มากความ เขาใช้วงเวทย์เคลื่อนย้ายนำลูกน้องของเขาไปยังสถานที่ที่จะฝึกฝนในทันที

 

เมอร์ลินนำคนทั้งหมดมาโผล่ยังป่าแห่งหนึ่ง

 

เมื่อพวกเขามาถึงก็พบกับบ้านต้นไม้ขนาดใหญ่ ภายในตัวบ้านนั้นกว้างขวางเพียงพอสำหรับคนทั้งหมด

 

บ้านต้นไม้หลังนี้เมอร์ลินได้สร้างมันขึ้นมาจากการใช้พลังของอักขระ

 

การใช้อักขระที่บรรจุวงเวทย์ธาตุไม้นั้นสามารถช่วยอำนวยความสะดวกในการสร้างที่พักอาศัยได้เป็นอย่างมาก ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีให้กับสารานุกรมเลเมเกทันที่มอบความรู้ในการเรียนรู้วงเวทย์ทั้งหมดให้กับเมอร์ลิน

 

เมอร์ลินใช้อักขระที่มีคุณสมบัติธาตุไม้มาเร่งเร้าการเจริญเติบโตของต้นไม้ต้นหนึ่ง และใช้พลังปราณเซียนปรับแต่งรูปร่างจนเกิดเป็นบ้านต้นไม้ที่แบ่งเป็นห้องๆ ได้นั่นเอง

 

ด้วยตัวตนของผู้ใช้อักขระ ข้อจำกัดว่ามนุษย์คนหนึ่งสามารถใช้ได้แค่หนึ่งหรือสองธาตุนั้นจึงหมดไป

 

หากเป็นผู้ใช้อักขระคนหนึ่ง พวกเขาเหล่านั้นสามารถใช้งานอักขระที่บรรจุวงเวทย์แต่ละธาตุได้หลากหลายอยู่แล้ว

 

“นำข้าวของของพวกเจ้าไปเก็บให้เรียบร้อย เสร็จแล้วให้ลงมารวมกันข้างล่าง” สั่งการเสร็จเมอร์ลินก็เดินไปใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งและนั่งลงใต้ต้นไม้ต้นนั้น

 

“นั่นเขากำลังทำอะไร?”

 

“ข้าเองก็ไม่รู้”

 

“รีบเอาของไปเก็บเถอะ พวกเราควรรีบมารวมกันตามที่หัวหน้าสั่งได้แล้ว”

 

จากนั้นทุกคนก็ปฏิบัติตามคำสั่งของเมอร์ลิน พวกเขานำข้าวของไปเก็บบนบ้านต้นไม้

 

ข้าวของที่พวกเขานำมานั้นเต็มไปด้วยของกินและของใช้ การฝึกฝนภายในห้าเดือนนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อย่างแน่นอน ทุกคนจึงเตรียมตัวกันมาอย่างเต็มที่

 

บันไดทางขึ้นบ้านต้นไม้นั้นทำมาจากเถาวัลย์ขนาดใหญ่ที่ขดเลี้ยวพันรอบบ้านต้นไม้ไปสู่ที่สูง

 

เมื่อขึ้นไป กลุ่มดาราก็ได้พบกับห้องโล่งกว้าง บ้านหลังนี้ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเลยแม้แต่น้อย มันเป็นเพียงห้องกว้างที่สามารถจุคนได้มากกว่ายี่สิบกว่าคนเพียงเท่านั้น

 

เนื่องจากหลายคนในกลุ่มดารานั้นมาจากครอบครัวที่มีฐานะธรรมดา แม้บางคนจะเกิดในตระกูลขุนนาง แต่การครอบครองแหวนเวทย์วงหนึ่งนั้นนับได้ว่าลำบากไม่น้อย

 

ข้าวของทั้งหมดของพวกเขาส่วนใหญ่จึงแบกกันมาเอง นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่พวกเขาต้องการเข้าร่วมสงคราม เพราะพวกเขาไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง ไม่มีทั้งอำนาจ การเข้าร่วมสงครามคือการเสี่ยงโชคของพวกเขา พวกเขาส่วนมากคิดเช่นนั้น

 

เมื่อทุกคนมารวมตัวยังเบื้องล่าง

 

พวกเขายืนเรียงแถวตามลำดับของตนดังเช่นก่อนหน้านี้ ดาราที่หนึ่งถึงสิบสองนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง พวกเขานั้นไม่กล้าที่จะขัดคำสั่งของหัวหน้าตัวน้อย

 

เมอร์ลินที่นั่งหลับตา รอบตัวนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความสงบ

 

เมื่อรับรู้ว่าคนทั้ง 12 มาถึงแล้ว เขาก็เริ่มเอ่ยปากทั้งๆ ที่หลับตาอยู่แบบนั้น

 

“การใช้เวทมนต์ แม้จะก่อให้เกิดความสะดวกในการใช้ แต่นั่นก็ต้องแลกมาด้วยพลังเวทย์ภายในร่างกาย เมื่อใช้พลังเวทย์ในร่างจนถึงขีดจำกัดแล้ว ร่างกายจะเกิดอาการอ่อนเพลียเป็นอย่างมาก แม้จะใช้น้ำยาฟื้นฟูเวทย์คอยเติมเต็ม แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งอาการเหนื่อยล้าได้ ดังนั้นแล้วสิ่งที่พวกเจ้าต้องฝึกในวันนี้ก็คือการฝึกพื้นฐานของร่างกายให้มีความอดทนต่อการใช้เวทย์”

 

เมอร์ลินเปิดเปลือกตาขึ้นและเอ่ยต่อ

 

“หน่วยของเราได้รับมอบหมายหน้าที่ใช้การใช้เวทย์ประสาน การประสานเวทย์สำหรับคนทั้งสิบสองคนนั้น จะต้องร่ายบทเวทย์ในระยะเวลาที่ยาวนาน หากไม่มีความอดทนของร่างกายที่อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมแล้ว ในขั้นตอนสำคัญการประสานเวทย์นั้นก็อาจล้มเหลวได้ ดังนั้นแล้ววันนี้พวกเจ้าจะต้องทำการวิ่ง กระโดด ว่ายน้ำ และดำน้ำ ตามเวลาที่ข้ากำหนด”

มือน้อยชี้ออกไปยังภูเขาลูกหนึ่งที่มองเห็นจากจุดนี้

 

“เอาล่ะ พวกเจ้าเห็นเขาลูกนั้นหรือไม่ พวกเจ้าจะต้องไปที่นั่นแล้วนำธงที่ข้าปักไว้กลับมา จงนำมันกลับมาก่อนพระอาทิตย์ตกของวันนี้ หากทำไม่สำเร็จวันนี้พวกเจ้าจะไม่ได้รับอนุญาตให้กินข้าว” เมอร์ลินหยุดคิดครู่หนึ่งและเอ่ยต่อ

 

“อ้อ! ... อีกอย่างหนึ่ง เส้นทางนี้จะต้องวิ่งเป็นทางตรงเท่านั้น ข้าไม่อนุญาตให้พวกเจ้าใช้เส้นทางที่ลัดเลาะอ้อมผ่าน ในเส้นทางตรงเส้นนี้จะมีทะเลสาบขวางกั้นอยู่ พวกเจ้าจะต้องว่ายน้ำข้ามไปและจงระวังพวกสัตว์ร้ายหรือสัตว์อสูรที่อยู่แถวนั้นด้วย แม้ว่าพวกมันจะไม่อยู่ในระดับที่สูงนัก แต่หากมันได้ต่อสู้ในถิ่นของมัน พลังการต่อสู้ของมันก็อาจจะอยู่ในระดับที่พวกเจ้าจินตนาการไม่ไหว ... ไปกันได้แล้ว” กล่าวจบเด็กน้อยก็ค่อยๆ หลับตาลง

 

เมื่อได้รับคำสั่ง คนทั้งสิบสองคนจึงรีบวิ่งตะบึงออกไปในทันที

 

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี้ย ทำไมข้าต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย”

 

เสียงกร่นด่าหัวหน้าตัวน้อยของพวกเข้าดังไปตลอดทาง แม้จะมีความไม่พอใจสักแค่ไหน แต่พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะไม่ทำตาม

 

เมื่อวิ่งมาถึงระยะหนึ่งก็เป็นอย่างที่หัวหน้าตัวน้อยได้กล่าวไว้ พวกเขาได้พบกับสัตว์อสูรระหว่างทางจำนวนไม่น้อย แต่โชคดีที่สัตว์อสูรเหล่านั้นอยู่ในระดับต่ำ พวกเขาจึงจัดการได้พวกมันอย่างไม่ยาก

 

แต่การจัดการกับสัตว์อสูรเหล่านั้นทำให้เสียเวลาไปจำนวนไม่น้อย

 

หัวหน้าตัวน้อยได้กำหนดเวลาในการเดินทาง หากพวกเขาไม่กลับมากก่อนอาทิตย์ตกดิน พวกเขาจะถูกลงโทษโดยการงดอาหาร

 

ร่างกายที่ใช้พลังงานมาทั้งวัน หากโดนลงโทษให้งดอาหาร แน่นอนว่ามันต้องทรมานเป็นอย่างมาก

เมื่อกลุ่มดาราออกไปได้สักพักหนึ่ง เมอร์ลินก็ลืมตาขึ้น

 

“หวังว่าพวกเขาจะสามารถเพิ่มศักยภาพของตัวเองได้” เมอร์ลินมองไปยังภูเขาลูกนั้นด้วยอารมณ์ที่ล้ำลึก

 

“เพื่อไม่ให้เสียเวลา ข้าควรศึกษาศาสตร์แห่งเวทมนต์เพิ่มเติม การกลั่นวงเวทย์วงที่สามยังขาดพวกมันอยู่ไม่น้อย”

 

เมอร์ลินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายเขาก็นำของสิ่งหนึ่งออกมาจากแหวนเวทย์

 

ของเหลวสีดำพุ่งออกมาและลอยอยู่บนมือของเมอร์ลิน

 

“ของเหลวนี้ข้าได้มาจากการประลองศิษย์หลัก ในตอนนั้นข้าสามารถรับรู้ได้ว่ามันคืออาวุธที่สร้างมาจากอักขระเวทย์ ข้าจึงเก็บส่วนหนึ่งของมันมา”

 

เมอร์ลินใช้จิตรับรู้เพ่งไปยังของเหลวสีดำหยดนั้น

 

“หวังว่าศาสตร์อักขระนี้จะสามารถช่วยให้ข้าก่อสร้างวงเวทย์ที่สามขึ้นมาได้”

 

เดิมทีแล้วดวงตาของเมอร์ลินนั้นเป็นสีน้ำเงิน แต่เมื่อเขาใช้พลังในการเปลี่ยนรูปลักษณ์ ดวงตาสีน้ำเงินจึงกลายเป็นสีดำ

 

ดวงตาที่ดำที่ดูราวกับไร้ก้นบึ้งของเมอร์ลินนั้นเพ่งไปยังของเหลวสีดำ ในตอนนั้นเองดวงตาเลเมเกทันของเมอร์ลินก็ตอบสนองกับจิตรับรู้ของเขา

 

ในส่วนลึกของดวงตาข้างขวาเกิดจุดสีทองค่อยๆ ส่องประกายออกมา

 

จุดสีทองนั้นค่อยๆ ขยายขึ้นๆ จนกระทั่งดวงตาข้างขวาทั้งลูกกลายเป็นสีทอง

 

ทันทีที่อำนาจของดวงตาเลเมเกทันถูกเปิดขึ้น ทุกสิ่งพลันรู้แจ้ง

 

ความลับของของเหลวสีดำต่างพลั่งพลูออกมาราวกับแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวกราด อักขระเวทย์หลายร้อยวิถีหลั่งไหลออกมาราวกับทางช้างเผือก

 

ดวงตาเลเมเกทันรับรู้และคัดลอก

 

“ที่แท้ของเหลวสีดำนั้นสร้างมาจากพลังอักขระขั้นสีเขียว!

 

ดวงตาของเมอร์ลินสว่างวาบปรากฏความเข้าใจบางอย่าง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.106K ครั้ง

31 ความคิดเห็น

  1. #24694 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 20:30

    Thank you

    #24694
    0
  2. #22819 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 08:07
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #22819
    0
  3. #22475 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 18:08
    ขอบคุณครับ
    #22475
    0
  4. #22229 QueenOfMars (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 20:10
    สนุกมากค่ะ
    #22229
    0
  5. #22195 ChonladaSakula (@ChonladaSakula) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 10:16
    รอเสมอนะคะ~
    #22195
    0
  6. #22192 tossaponggwp (@tossaponggwp) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 23:48
    Ddddddddd
    #22192
    0
  7. #22174 pintitiya (@pintitiya) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 12:28
    ขอบคุณค่ะ
    #22174
    0
  8. #22158 nonocong (@nonocong) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 20:59
    รอตั้งนาน น้ำตาไหลเลย มาแต่งแล้วสินะ
    #22158
    0
  9. #22155 Worada Ray (@wai69770689) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 17:18
    ขอบคุณค๊า  เราชอบอ่านนะ 
    ใครไม่ชอบอย่าเข้ามาอ่านสิ
    #22155
    0
  10. #22152 ตรงกันข้าม (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 10:53
    นิยายกากๆ
    #22152
    3
    • #22152-1 Songtam Songsung (@panfa_natee) (จากตอนที่ 121)
      3 เมษายน 2561 / 13:06
      คุณว่ามันกาก แต่คุณอ่านถึงตอนนี้ได้ คุณว่าคุณเป็นยังไงอะ? อย่าทำตัวเป็นสวะสังคมเลยเด็กน้อย ไม่พอใจก็ไม่ต้องอ่าน เขาไม่ได้ขอให้คุณอ่าน
      #22152-1
    • #22152-3 GodArcher (@GodArcher) (จากตอนที่ 121)
      22 เมษายน 2561 / 17:28
      -สิกากเด็กน้อย
      #22152-3
  11. #22149 Ahe215 (@Ahe215) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 05:04
    ขอบคุณค่ะ
    #22149
    0
  12. #22148 มงคล วัฒนาวรสกุล (@mooleang) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 02:05
    ขอบคุณครับไรท์
    #22148
    0
  13. #22147 K17099 (@17099) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 01:03
    รอฉากบู๊~
    #22147
    0
  14. #22146 Pitta-Blue (@Pitta-Blue) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 21:58
    ขอบคุณค่ะ
    #22146
    0
  15. #22145 J.luis (@pvpnspleng) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 20:18
    สนุกมากกกกกก
    #22145
    0
  16. #22144 คุโรซากิโมโตริ (@queendark) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 15:29
    สนุกและลุ้นทุกตอนเลยค่ะ
    #22144
    0
  17. #22143 dana_lippy (@dana_lippy) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 14:56
    รอค่ะ ขอบคุณค่ะ
    #22143
    0
  18. #22142 Away2016 (@Away2016) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 14:53
    น่าจะแตกต่างจากเดิมเล็กน้อย
    #22142
    0
  19. #22141 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 14:44
    รออ่านนะคะ
    #22141
    0
  20. #22137 #DESTINY# (@MarkTC) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 12:44
    รอครับๆ
    #22137
    0
  21. #22136 Jane Fu (@samangik) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 12:30
    รีไรใหม่ สนุกกว่าเดิมมากๆไม่ผิดหวัง
    #22136
    0
  22. #22135 Death is Justice (@sayrum1234) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 11:03
    สนุกมากครับ
    #22135
    0
  23. #22134 potatorays (@potatorays) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 11:00
    น้ำเพื่มมาเยอะเลย..ขอพิเศษเนื้อมั้งนะไรท์...อิ่มน้ำแล้ว
    #22134
    0
  24. #22133 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 10:44
    รู้สึกว่าหลังจากรีไรท์แล้ว ซับซ้อนขึ้นมากกว่าเดิมมากๆ สนุกมากคะ
    #22133
    0
  25. #22132 oKisSaTen123 (@OoKAWAIoO) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 10:33
    ขอบคุณค่ะ
    #22132
    0