เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,913,844 Views

  • 27,139 Comments

  • 28,060 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    60,113

    Overall
    3,913,844

ตอนที่ 126 : ภาค 2 ตอนที่ 52 สั่งสอนบ่มเพาะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18597
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1305 ครั้ง
    12 เม.ย. 61

ด้วยสัมผัสพลังที่ลึกล้ำ กลุ่มดารานั้นไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว

 

กลิ่นอายของเมอร์ลินนั้นนั้นทำให้พวกเขารู้สึกหนักอึ้งราวกับมีภูเขากดทับไว้ที่กลางอก กระแสลมพัดผ่านร่างจะเย็นยะเยือก

 

เมอร์ลินรับรู้ถึงความอึดอัดของต้นกล้าน้อยๆ ของเขา เขาจึงพยายามที่จะควบคุมพลังต้นไม้ธาตุลมให้มากขึ้น

 

สายลมกลายเป็นพัดอ่อนลง อุณภูมิเริ่มสูงขึ้นตามลำดับจนรู้สึกอบอุ่น

 

วงเวทย์บ่มเพาะลงหนึ่งขับเคลื่อนอักขระธาตุไฟภายในจักรวาลหัวใจ คลื่นความร้อนค่อยๆ ยับยั้งไอเย็นจากอักขระธาตุน้ำแข็งจากต้นไม้ธาตุลม สายลมจึงอุ่นลงจนทำให้บรรยากาศเกือบจะกลับมาปกติ

 

แม้ว่าเมอร์ลินจะสามารถยับยั้งอักขระธาตุน้ำแข็งได้ แต่เขาก็ยังไม่สามารถควบคุมพลังธาตุลมที่แผ่ออกมาในตอนนี้ได้อย่างสมบูรณ์

 

“คงจะต้องใช้เวลาอีกสักพัก” เมอร์ลินคิดในใจก่อนจะกลับมาสนใจกับต้นกล้าของเขาอีกครั้ง

 

สีหน้าของเมอร์ลินในยามนี้สงบนิ่งเป็นพิเศษ ดวงตาเปิดเผยความลึกล้ำเยียบเย็นไร้ความรู้สึกใด

 

“นับจากวันนี้ พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องฝึกแบบเดิมอีกต่อไป” เมอร์ลินพูดเสียงเบา แต่เสียงนั้นกลับถูกส่งผ่านสายลมจนดังก้องกังวาลในหัวของคนทั้งสิบสอง

 

การกลับมาในครั้งนี้ตัวตนของเมอร์ลินนั้นสูงส่งมากยิ่งขึ้น ทุกๆ การแสดงออกนั้นกลายเป็นลึกล้ำเกินหยั่ง

 

เมื่อพวกเขาได้ทราบถึงพลังส่วนหนึ่งของเมอร์ลินบ้างแล้ว เมอร์ลินจึงตัดสินใจเปิดเผยพลังบางส่วนนั้นให้เห็นอย่างเต็มตา

 

เพียงแค่พลังบางส่วนนี้ก็สามารถกดดันให้คนทั้งสิบสองเคารพและปฏิบัติต่อเขาอย่างว่าง่ายยิ่งกว่าเดิม

 

สกูตั้มทำท่าจะเอ่ยปาก แต่เขากลับไม่กล้า ในยามนี้คนทั้งหมดราวกับถูกแช่แข็งไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว

 

แม้ว่าพวกเขาจะเคยพบกับตัวตนในขอบเขตจอมเวทย์มาบ้าง แต่กลิ่นอายที่เมอร์ลินแผ่ออกมานั้นทำให้พวกเขาถึงกับสั่นสะท้าน

 

“หัวหน้าจะต้องไม่ใช่จอมเวทย์ระดับธรรมดา เขาอาจจะเป็นจอมเวทย์สองวงเวทย์หรือเหนือกว่านั้น” สกูตั้มอดที่จะคิดในใจไม่ได้ แววตาปรากฏความตื่นเต้นและเคารพ

 

สกูตั้มนั้นเกิดในตระกูลขุนนาง ผู้นำตระกูลของเขาเป็นจอมเวทย์ของอาณาจักร เพียงแต่ผู้นำของเขานั้นเป็นเพียงจอมเวทย์หนึ่งวงเวทย์ธรรมดาเท่านั้น แม้จะเป็นจอมเวทย์ธรรมดาแต่ทว่าภายในอาณาจักรแห่งนี้นั้นนับว่ามีจอมเวทย์ไม่มากนัก

 

เมื่อนำเอาพลังของผู้นำตระกูลมาเปรียบเทียบกับหัวหน้าของเขา สกูตั้มจึงรู้สึกอย่างแน่ชัดแล้วว่าหัวหน้าตัวน้อยนั้นมีพลังที่เหนือกว่าผู้นำตระกูลของเขาอย่างแน่นอน กลิ่นอายที่ไม่ธรรมดานั้นเปิดเผยความรู้สึกในการรับรู้ของเขาได้อย่างชัดแจ้ง

 

หลังจากเมอร์ลินพูดจบ กลุ่มดารานั้นก็เปิดเผยความยินดีบนใบหน้า

 

พวกเขานั้นดีใจเป็นอย่างมากที่ไม่ต้องฝึกกว่าวิ่งที่ทรหดและน่าเบื่อหน่ายแบบนี้อีกต่อไป ตลอดหลายวันมานี้นับตั้งแต่ที่พวกเขาได้รับการเปิดชีพจร เมอร์ลินก็ได้สั่งให้พวกเขาเพิ่มรอบการวิ่ง ในที่สุดการฝึกฝนที่ทรหดและจำเจก็สิ้นสุด นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาดีใจ

 

กลุ่มดาราอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

 

“วันนี้พวกเจ้าทั้งหมดจะฝึกการนั่งสมาธิเพื่อค้นหาเส้นพลังภายในร่างกาย เส้นพลังนี้มันได้ปรากฏในตอนที่ข้าเปิดจุดชีพจรให้พวกเจ้า จากนี้ไปจะไม่มีการฝึกใดๆ จนกว่าพวกเจ้าจะค้นหาเส้นพลังเจอ” เมอร์ลินเอ่ยช้าๆ แต่ทรงพลัง

 

ใบหน้าของกลุ่มดารานั้นเต็มไปด้วยความสงสัย

 

ทำไมพวกเขาต้องฝึกนั่งสมาธิ?

 

ทำไมพวกเขาต้องค้นหาเส้นพลังภายในร่าง?

 

ทุกคนนั้นต่างงงงวย ไม่มีใครมองเห็นความคิดของเมอร์ลิน

 

“การจะเป็นผู้ใช้ออร่าเวทย์ได้ พวกเจ้าต้องเข้าใจการเคลื่อนไหวของพลังเวทย์ภายในร่างกายของพวกเจ้าให้ได้” เมอร์ลินกวาดตามองกลุ่มดาราทุกคนและเอ่ยต่อ “การใช้พลังเวทย์ของผู้ใช้ออร่าเวทย์นั้นเหมือนกับการใช้พลังเวทย์ของสัตว์อสูร พวกเขาเป็นผู้ใช้เวทมนต์ที่ไม่จำเป็นต้องร่ายเวทย์ ความเร็วในการใช้เวทมนต์ของพวกเขาจึงรวดเร็วกว่าผู้ใช้บทลัดเวทย์”

 

“เส้นทางในการต่อสู้ เพียงไม่กี่วินาทีก็สามารถตัดสินความเป็นตายได้ จุดอ่อนที่สำคัญที่สุดของผู้ใช้เวทมนต์แบบร่ายเวทย์คือช่วงเวลาในการร่ายเวทย์ แม้ผู้ใช้เวทมนต์แบบร่ายเวทย์จะใช้เวทมนต์ได้อย่างรุนแรงกว่า แต่ผู้ใช้ออร่าเวทย์นั้นสามารถจัดการผู้ใช้เวทมนต์แบบร่ายเวทย์ได้ในขณะที่ร่ายเวทย์ได้”

 

“ผู้ใช้ออร่าเวทย์นั้นสามารถตัดสินความเป็นตายได้ในชั่วพริบตา ดังนั้นแล้วแก่นแท้ของผู้ใช้ออร่าเวทย์คือความเร็วในการใช้เวทย์ สัตว์อสูรบางตัวนั้นสามารถฆ่าคนไม่แม้แต่จะขยับตัว พวกมันสามารถส่งไอเวทย์สังหาร หรือเวทย์พิษลอบสังหารเหยื่อได้ ผู้ที่เป็นเหยื่อบางคนนั้นแทบจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองนั้นตายไปแล้ว”

 

“ดังนั้นนับตั้งแต่วันนี้ไป พวกเขาจะต้องค้นหาเส้นพลังที่ขับเคลื่อนพลังเวทย์บนร่างกายของพวกเจ้าให้เจอ”

 

เมอร์ลินอธิบายอย่างเนิบๆ ทุกคำกล่าวนั้นล้วนชัดแจ้ง สามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องเอ่ยถามเพิ่มเติม

 

เมอร์ลินเลี่ยงที่จะพูดว่าเส้นพลังนั้นคือเส้นลมปราณ นั่นเพราะเขาไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงในชีวิตก่อน การพูดถึงลมปราณนั้นเป็นเรื่องที่ยากสำหรับคนในดินแดนแห่งนี้จะเข้าใจ ดังนั้นแล้วเขาจึงใช้ความเข้าใจอีกวิถีหนึ่งอธิบายในวิธีที่ง่ายจะเข้าใจได้

 

เมื่อจบคำพูดของเมอร์ลิน กลุ่มดาราก็ปฏิบัติตามโดยดี

 

คนทั้งสิบสองทำการนั่งสมาธิ ณ ที่นั้น

 

เมอร์ลินหลับตาลงและเริ่มทำความเข้าใจพลังของอักขระ คาดว่าคงอีกหลายวันกว่าเขาจะสามารถควบคุมพลังของต้นไม้ธาตุลมได้อย่างสมบูรณ์

 

การนั่งสมาธินั้นหาใช่สิ่งที่ง่ายดายสำหรับคนของดินแดนแห่งนี้ กลุ่มดาราทั้งสิบสอง พวกเขาทั้งหมดทำการนั่งสมาธิด้วยความยากลำบาก เมื่อหลับตาได้ไม่ถึงห้านาทีจิตใจก็เริ่มฟุ้งซ่าน พวกเขาไม่สามารถอยู่นิ่งๆ เป็นเวลานานเช่นนี้ได้ นี่คือการฝึกที่พวกเขาไม่คุ้นเคย

 

นับตั้งแต่เกิดมาพวกเขาพึ่งเคยฝึกแบบวิธีการนี้ การที่จะให้นั่งนิ่งๆ ทั้งวันนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้แน่นอนสำหรับพวกเขา แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเมอร์ลิน พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะไม่ปฏิบัติตาม

 

แม้เมอร์ลินจะเก็บพลังไว้บ้างแล้ว แต่แรงกดดันภายในใจของพวกเขายังคงอยู่ นี่จึงเป็นเหตุผลที่กลุ่มดาราต้องทนลำบากนั่งนิ่งๆ ต่อไป 

 

ควรรู้ไว้ว่าสำหรับดินแดนแห่งนี้ การที่สั่งให้ทำตัวนิ่งๆ หรือกักบริเวณไว้ที่ใดที่หนึ่งนั้นคือการทำโทษ ผู้ที่เป็นพ่อแม่หลายคนใช้วิธีนี้ทำโทษลูกๆ ของพวกเขา แต่บัดนี้วิธีการทำโทษของดินแดนนี้กลับกลายเป็นการฝึกฝนของกลุ่มดารา

 

มีหลายคนที่ทนไม่ไหวจนต้องแอบลืมตาและขยับเคลื่อนไหว

 

“จงนั่งให้นิ่งและใช้ใจรับรู้ถึงพลังเวทย์ภายในร่าง” เมอร์ลินเอ่ยทั้งๆ ที่เปลือกตาปิดอยู่ แม้ไม่ลืมตาแต่เขากลับสามารถสัมผัสได้ถึงการกระเพื่อมของพลังเวทย์บริเวณโดยรับ

 

สัมผัสเวทย์ของเขาจึงกลายเป็นสัมผัสที่หกสำหรับเมอร์ลิน แถมมันยังเป็นสัมผัสที่แหลมคมเป็นอย่างมากอีกด้วย

 

หมดเวลาของวัน คนทั้งสิบสองนั้นยังไม่มีใครเลยที่สามารถค้นหาสิ่งที่เรียกว่าเส้นพลังได้

 

วันต่อๆ มาการฝึกนี้ก็ยังดำเนินไปเรื่อยๆ จนเวลาล่วงผ่านไปเกือบหนึ่งอาทิตย์ในที่สุดคนแรกที่สามารถสัมผัสกับเส้นพลังได้ก็คือเมนซ่า ชายที่แต่เดิมเป็นผู้มีรูปร่างซูบผอมท่าทางอมโรค ตั้งแต่เขาทำการทะลวงชีพจร ร่างกายของเขาก็ดูดีขึ้น แม้จะยังคงมีรูปร่างที่ผอมแต่ก็ไม่มีท่าทางที่อมโรคอีกต่อไป

 

ผ่านไปเกือบสองอาทิตย์ ในที่สุดคนทั้งสิบสองก็สามารถรับรู้ถึงเส้นพลังภายในร่างได้ มีบางครั้งที่เมอร์ลินแอบช่วยเหลือส่งพลังเข้าสู่ร่างและหลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็สามารถสัมผัสกับพลังเวทย์ภายในร่างได้อย่างสมบูรณ์

 

หลังจากสามารถสัมผัสกับเส้นพลังได้คนทั้งสิบสองนั้นเผยแววตาที่เป็นประกาย พวกเขานั้นสามารถรับรู้และมองเห็นจักรวาลหัวใจของพวกเขาได้

 

ควรรู้ไว้ว่าผู้ที่สามารถมองเห็นจักรวาลหัวใจของตนเองนั้นจะต้องมีพลังเวทย์ในขอบเขตนักรบเวทย์ขึ้นไป แต่กลุ่มดาราในตอนนี้ พวกเขาบางคนนั้นยังเป็นนักเวทย์และผู้ใช้เวทย์ด้วยซ้ำแต่กลับสามารถมองเห็นจักรวาลหัวใจภายในร่างได้ มิหนำซ้ำพวกเขายังเข้าใจการเคลื่อนไหวของพลังเวทย์ที่เคลื่อนผ่านจุดชีพจรทั้ง 12 จุด ภายในร่างได้เป็นอย่างดี

 

แม้จะกินเวลาไปถึงสองอาทิตย์ แต่เมอร์ลินก็พึงพอใจรับได้

 

“เมื่อพวกเจ้าทุกคนสามารถสัมผัสได้ถึงเส้นพลังได้แล้ว ต่อจากนี้ทุกๆ วัน ไม่ว่าพวกเจ้าจะติดภารกิจอะไร พวกเจ้าจะต้องโคจรพลังให้ได้อย่างน้อยวันละสิบรอบ พวกเจ้าต้องทำให้ร่างกายพร้อมที่จะรับพลังที่เพิ่มขึ้นเสียก่อน หลังจากที่รากฐานของพวกเจ้ามั่นคงข้าจะเปิดจุดชีพจรจุดต่อไปให้พวกเจ้า”

 

“เส้นพลังที่ข้าให้พวกเจ้าฝึกนั้นคือเส้นทางที่พลังเวทย์ภายในร่างกายเคลื่อนผ่าน หากพวกเจ้าค้นพบมันและทำการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าข้าจะไม่ทะลวงชีพจรให้พวกเจ้า หากมีวาสนาในการฝึกฝนพวกเจ้าก็จะสามารถทะลวงได้ด้วยตนเอง จากจุดชีพจรทั้ง 108 จุด ในตอนนี้พวกเจ้าได้ทะลวงไปแล้วถึง 12 จุด แม้ว่าพวกเจ้าในตอนนี้หลายคนจะเป็นเพียงนักเวทย์แต่พลังการต่อสู้ของพวกเจ้าจะสูงส่งกว่าเท่าที่เห็น ไม่แน่ว่านักเวทย์เช่นพวกเจ้าอาจสามารถรับมือกับนักรบเวทย์ได้ในระดับหนึ่ง”

 

พูดถึงตอนนี้หลายคนต่างมองหน้ากัน ภายในใจเกิดความฮึกเหิมตื่นเต้นอย่างอดไม่ได้

 

“เส้นทางของผู้ใช้ออร่าเวทย์นั้นยังอีกยาวไกล เมื่อพวกเจ้าฝึกสำเร็จ แก่นแท้ของร่างกายของพวกเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้น ตัวตนของพวกเจ้าจะแข็งแกร่งเหมือนดั่งสัตว์อสูร พวกเจ้าจะมีพลังเปรียบดั่งสัตว์อสูรที่ร้ายกาจตัวหนึ่ง สามารถต่อสู้ข้ามขีดจำกัดระดับชั้นของพลังเวทย์ได้”

 

เมอร์ลินอธิบายตามตรง สิ่งที่เขาพูดออกไปนั้นคือความรู้ที่เขาสั่งสะสมและปรับเปลี่ยนวิธีการบรรยายเพื่อให้คนทั้งสิบสองเข้าใจได้ง่าย ผู้ฝึกวิถียุทธ์นั้นสามารถเพิ่มพลังการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว น่าเสียได้ที่วิธีฝึกตนกับวิธียุทธ์นั้นเป็นแยกที่เป็นคู่ขนาน ไม่สามารถบรรจบกันได้ ไม่เช่นนั้นแล้วหากเมอร์ลินฝึกฝนวิถียุทธ์ ไม่แน่ว่าตอนนี้เมอร์ลินอาจจะก้าวล้ำผู้ใช้เวทมนต์ระดับมหาจอมเวทย์ไปแล้วก็ได้

 

เมอร์ลินสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วดึงสิ่งหนึ่งออกมาจากแหวนเวทย์

 

แท่งผลึกก้อนหนึ่งพลันพุ่งออกมาและตกไปอยู่ในฝ่ามือน้อย

 

ทันทีที่เมอร์ลินขยับมือเพียงเล็กน้อย แท่งผลึกก้อนนั้นก็ลอยไปยังเบื้องหน้าของกลุ่มดารา

 

เมอร์ลินอมยิ้มและเอ่ย

 

“นี่คือบทเวทย์รวบรวมสรรพสิ่ง มันคือบทเวทย์ระดับสูง ซึ่งสามารถทำให้ผู้ฝึกสามารถรวบรวมพลังเวทย์จากรอบกายได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ดังนั้นแล้วเมื่อฝึกบทเวทย์นี้สำเร็จ พลังเวทย์ของพวกเจ้าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การบ่มเพาะของพวกเจ้าจะไม่ต้อยต่ำเหมือนเช่นตอนนี้ต่อไป” เมอร์ลินกล่าวเสียงเย็น

 

เมอร์ลินตัดสินใจมอบตำราบทเวทย์รวบรวมสรรพสิ่งให้กับกลุ่มดารา ตำราเวทย์นี้เขาได้มาจากร้านหนังสือโบราณแห่งหนึ่งที่เมืองอารากอน มันเป็นตำราเพียงไม่กี่เล่มที่เมอร์ลินใช้เงินซื้อมา มิหนำซ้ำมันยังเป็นตำราที่ไม่สมบูรณ์อีกด้วย มีข้อความบางส่วนที่ขาดหายไป แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเมอร์ลิน

 

ภายใต้อำนาจของดวงตาเลเมเกทันนั้นเขาสามารถใช้ความรู้ปะติดปะต่อความเข้าใจขึ้นมาใหม่ได้ เมอร์ลินใช้เงินซื้อตำราเวทย์เล่มนี้ 5,000 ไดมอน แม้ว่ามันจะเป็นตำราที่ไม่สมบูรณ์ แต่มูลค่าของมันนั้นไม่ด้อยไปเลยแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นเงินจำนวนนี้ก็ไม่ได้ทำให้เป๋าเงินของเขากระทบกระเทือน

 

เมอร์ลินใช้อำนาจของเลเมเกทันบันทึกไว้และสร้างความเข้าใจขึ้นมาใหม่ ครั้งหนึ่งเขาเคยประยุกต์ใช้วงเวทย์บ่มเพาะตามวิถีในตำราในตอนที่อยู่ในขอบเขตรวบรวมปราณ

 

เมอร์ลินสร้างวงเวทย์ซับซ้อนหลายวงและกลั่นพลังสุริยันต์จันทราให้กลายเป็นพลังเวทย์อันเข้มข้น แม้พลังเวทย์นั้นจะไม่เข้มข้นเท่ากับสถานที่ที่อยู่ในหอคอยมหาเวทย์หรือเทือกเขาไร้ทัดทาน แต่มันก็ยังเป็นพลังเวทย์ที่เหนือธรรมดาทั่วไป

 

ครั้งนี้เมอร์ลินได้นำแท่งผลึกที่สำหรับใช้บันทึกจุดหมายของการใช้เวทย์มิติมาเป็นบรรจุภัณฑ์ เขานำความรู้ของตำราบวกกับศาสตร์ที่เขาทำความเข้าใจอย่างสมบูรณ์บรรจุไว้ในแท่งผลึกนี้

 

แท่งผลึกนี้สามารถใช้ได้เช่นเดียวกับการใช้แหวนเวทย์ เพียงแค่ผู้ใช้เวทมนต์ใส่พลังเวทย์เข้าไป ศาสตร์ความรู้ก็จะแล่นเข้าไปในหัวอย่างฉับพลัน ผู้ใช้จะสามารถจดจำตำราเล่มนี้ได้ทุกข้อความ เพียงแค่ต้องลำบากทำความเข้าใจเท่านั้น คนผู้นั้นก็จะสามารถใช้งานมันได้อย่างสมบูรณ์

 

แท่งผลึกนี้มีอายุการใช้งานได้แค่ 20 ครั้งเท่านั้น

 

หนึ่งครั้งต่อคนหนึ่งคน กลุ่มดารามีทั้งหมดสิบสองคน ดังนั้นแล้วแท่งผลึกนี้ก็จะหลงเหลือความรู้ไว้ใช้งานกับคนอื่นๆ ได้แค่ 8 ครั้งเท่านั้น เมื่อแท่งผลึกถูกใช้งานครบขีดจำกัด แท่งผลึกนั้นก็จะสลายเป็นละอองธาตุทันที

 

ศาสตร์อักขระแห่งการสรรค์สร้างแม้จะลึกล้ำแต่ก็ยังมีขีดจำกัดของมัน เช่นเดียวกับผู้สร้างม่านพลังป้องกันเมือง หากเพียงผลึกตั้งต้นนั้นหมดพลัง ม่านพลังที่ปกป้องนั้นก็จะพังทลายลงมาทันที

 

ในโลกนี้ไม่มีสิ่งที่สมบูรณ์แบบ หากไร้ซึ่งพลังงานหล่อเลี้ยงก็ย่อมต้องแตกดับไป

 

ด้วยการเปิดจุดชีพจรจึงทำให้การรับรู้ของกลุ่มดารานั้นเปิดกว้าง ไม่เพียงแค่ประสาทการสัมผัสทั้งห้าเท่านั้น ทางด้านความคิดก็ถูกเปิดขยายขึ้นให้มีการรับรู้ได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน อีกทั้งบวกกับการฝึกฝนทำสมาธิที่ยอดเยี่ยม

 

ทั้งหมดนี้จึงทำให้พวกเขาสามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจเวทย์บทนี้ได้ในเวลาเพียงหนึ่งวัน ความเร็วในการเรียนรู้นั้นเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแท่งผลึกที่เมอร์ลินให้มาทำการฝังความรู้เข้าไปในสมอง จึงทำให้พวกเขาสามารถทำความเข้าใจได้ง่าย

 

ว่ากันว่าการอ่านของมนุษย์นั้นจะสามารถจดจำสิ่งที่เห็นได้มากที่สุดเพียงเจ็ดในสิบส่วนเท่านั้น แม้จะเป็นอัจฉิระก็ไม่สามารถจดจำข้อมูลจำนวนมากได้ทั้งหมด หากเพียงแต่งแท่งผลึกนี้สามารถทำลายขีดจำกัดนี้ได้ มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่กลุ่มดาราจะสามารถทำความเข้าใจบทเวทย์ระดับสูงได้ในระยะเวลาเพียงหนึ่งวัน

 

เมื่อเริ่มเข้าใจกลุ่มดาราก็เริ่มฝึกฝน ทุกคนทำการร่ายเวทย์รวบรวมสรรพสิ่งและทำสมาธิรวบรวมพลังเวทย์

 

การฝึกฝนของเมอร์ลินนั้นสร้างความปิติยินดีให้กับพวกเขาเป็นอย่างยิ่ง ใครจะคิดว่าเมื่อเข้าร่วมกับหัวหน้าที่เป็นเด็กน้อยจะสามารถมีโชคที่ดีได้ขนาดนี้

 

ทุกคนนั้นต่างยิ้มแย้มและหัวเราะในใจ

 

แม้แต่คนที่ยิ้มยากที่สุดก็อดที่จะเผยรอยยิ้มที่ยินดีออกมาไม่ได้

 

วันต่อมาหลังจากที่เรียนรู้เวทย์รวบรวมสรรพสิ่งและทดลองฝึกฝนเรียบร้อยแล้ว

 

เมอร์ลินได้เรียกทุกคนให้มารวมตัวอีกครั้ง

 

มือน้อยสะบัดวาดผ่านอากาศไปครั้งหนึ่ง พลังอักขระแผนออกไปเป็นวงกว้าง วงเวทย์วงหนึ่งก็ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่าฉับพลัน

 

ทันทีที่วงเวทย์ปรากฏ อากาศนั้นก็เกิดการสั่นสะเทือน แสงสีเขียวเคลื่อนไหวไปตามรูปร่างของวงเวทย์อย่างทรงพลัง ทำให้คนที่ดูอยู่รู้สึกสั่นสะท้าน

 

อำนาจที่สร้างจากพลังอักขระขั้นสีเขียวหาใช่สิ่งสามัญ

 

วงเวทย์ขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนถูกสร้างออกมาอย่างรวดเร็ว คลื่นพลังเวทย์ที่แผ่ออกมานั้นสั่นสะเทือนไปทั้งชั้นบรรยากาศ ลักษณะเด่นคือกลางวงเวทย์มีรูปดาวหกแหกขนาดใหญ่ประจำอยู่ มันถูกทับซ้อนไปด้วยวงเวทย์ขนาดเล็กจำนวน 12 วง ณ จุดตัดผ่านของดาวหกแฉก

 

สายตาทั้งสิบสองมองวงเวทย์วงนั้นอย่างตื่นตะลึง

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.305K ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #24700 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 21:52

    Thank you

    #24700
    0
  2. #23277 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 00:00
    ปั๊มเวลให้ลูกศิษย์รัวๆ
    #23277
    0
  3. #22918 QueenOfMars (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 12:57
    สนุกมากค่าา
    #22918
    0
  4. #22837 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 11:56
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #22837
    0
  5. #22638 X Z e e n ♕ (@l3efore) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 00:43
    ซามัวหายไปไหนอ่ะ หมดบทละเหรอ อยู่ดีๆก็ไม่ถูกกล่าวถึง555
    #22638
    0
  6. #22481 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 22:32
    สนุกมากครับ
    #22481
    0
  7. #22393 Reviewhomnoii (@Reviewhomnoii) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 11:25
    ขอบคุณมากครับไรท์ &#128513;&#128513;&#128513;
    #22393
    0
  8. #22368 F9tiss (@F9tiss) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 21:10
    สนุกมาก ขอบคุณค่ะ
    #22368
    0
  9. #22366 ทาสของเหมียว (@iiizo) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 19:45
    สนุกมาก
    #22366
    0
  10. #22365 เงาทิศตะวันออก (@1249900328295) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 19:00
    ขอบคุณครับ
    #22365
    0
  11. #22364 siney (@asakurayo2004) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 18:22
    เริ่มต้นค่ายกล 12 ดาราสินะ
    #22364
    0
  12. #22363 puntira577 (@puntira577) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 17:50
    ขอบคุณค่ะ&#10084;&#10084;
    #22363
    0
  13. #22361 aomsunday9 (@aomsunday9) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 11:16
    สนุกมากๆรอนะคะไรท์
    #22361
    0
  14. #22360 Aka1i (@sorawit12342) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 08:33
    มาต่อเรวๆนะ
    #22360
    0
  15. #22359 0934405495aomam (@0934405495aomam) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 07:58
    ชอบมากๆ
    #22359
    0
  16. #22358 วีรบุรุษทมิฬ (@manoy_) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 07:48
    สนุกมาก มาต่อเร็วๆนะ ค้างวงง
    #22358
    0
  17. #22356 dfrdz007 (@dfrdz007) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 07:18
    thank you
    #22356
    0
  18. วันที่ 13 เมษายน 2561 / 06:57
    ขอบคุณค้าสนุกมากเลย
    #22355
    0
  19. #22354 oiltipomsomsuay (@oiltipomsomsuay) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 04:17
    รอๆๆๆๆค่ะ
    #22354
    0
  20. #22353 ni_ky (@ni_ky) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 00:32
    ขอบคุณนะคะ สนุกมากกก แต่ว่ามันสั้นไปมั้ยหนิ ฮือออ อ่านจบเร็วมากก
    #22353
    1
  21. #22352 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 00:13
    ขอบคุณครับ
    #22352
    0
  22. วันที่ 13 เมษายน 2561 / 00:09
    อ้าวจบเเล้วหรอ //ทำไมไวจังงงง
    #22351
    0
  23. #22349 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 00:03
    กะลังเพลินเลย งืออออ รอนะคะ
    #22349
    0
  24. #22348 Gyosakamoto (@Gyosakamoto) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 23:51
    รีบเขียนนะคะ รอๆๆๆ
    #22348
    0
  25. #22347 ติ่งตัวเล็กๆ (@teddybair) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 23:38
    สายตาทั้งหลายมองข้อความนั้นอย่างตื่นตะลึง อ้าว จบตอนแล้วหรอ &#128514;&#128514;
    #22347
    0