เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,908,876 Views

  • 27,108 Comments

  • 28,057 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    55,145

    Overall
    3,908,876

ตอนที่ 131 : ภาค 2 ตอนที่ 57 ค่ายกลโจมตี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18698
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1468 ครั้ง
    22 เม.ย. 61

เมื่อได้ยินคำพูดของเมอร์ลิน สมาชิกของกลุ่มดาราก็ตกใจเป็นอย่างมาก

 

เมอร์ลินไม่ได้ปล่อยให้พวกเขาสงสัยได้นาน

 

มือน้อยสะบัดออกไปอย่างไม่ใส่ใจ

 

เบื้องหน้าพลันไอเวทย์ธาตุมืดที่ควบแน่นกับความว่างเปล่า พื้นดินปรากฏหลุมมิติขนาดใหญ่เกือบสามเมตรในชั่วพริบตา

 

ไม่จำเป็นต้องร่ายเวทย์

 

ไม่จำเป็นต้องสร้างวงเวทย์

 

ไม่จำเป็นต้องสร้างอักขระ

 

ตัวตนของผู้เชี่ยวชาญธาตุมืดสามารถสร้างมิติเคลื่อนย้ายได้อย่างใจปรารถนา แม้ว่ามันจะไม่ถูกสร้างด้วยความเร็วเพียงชั่ววินาที แต่ด้วยความเร็วเพียงแค่นี้ก็นับว่าไม่อาจดูแคลนได้

 

หัวใจของกลุ่มดารากลายเป็นเต้นระทึก

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเมนซ่าผู้เป็นหนอนหนังสือได้ทำการบอกเล่าเรื่องเกี่ยวกับเวทมนต์ที่เป็นความรู้รอบตัวแก่สมาชิกของกลุ่มดารา

 

ความรอบรู้ของเขานั้นไม่ด้อยไปกว่าอาจารย์ในโรงเรียนเวทย์ ในอดีตหากพูดถึงเรื่องของทฤษฎี เมนซ่านั้นเป็นบุคคลที่ไม่น้อยหน้าใคร แต่น่าเสียดายในโลกแห่งนี้นั้นไม่ได้ยอมรับในนักวิชาการมากนัก

 

หากต้องการเป็นผู้ยิ่งใหญ่ คนผู้นั้นจำเป็นจะต้องมีกำลังเข้าสู้

 

การที่ได้แต่คิดและพูดอย่างเดียว แต่ไม่ลงมือทำ โลกนี้ล้วนไม่ยอมรับ

 

เช่นเดียวกัน

 

เมนซ่าได้แบ่งปันถึงความรู้รอบตัวเกี่ยวกับเวทมนต์ เรื่องของผู้เชี่ยวชาญธาตุก็เป็นหนึ่งในหัวข้อเหล่านี้เช่นเดียวกัน

 

ควรรู้ไว้ว่าผู้ใช้เวทมนต์ ผู้ใช้อักขระ ผู้ใช้ออร่าเวทย์ ผู้ใช้ภูษาวิญญาณ และผู้เชี่ยวชาญพลังธาตุ

 

ยกเว้นผู้ใช้เวทมนต์ แต่ละตัวตนนั้นมีลักษณะที่โดดเด่นแตกต่างกัน

 

สำหรับผู้ใช้อักขระ พวกเขานั้นเป็นตัวตนที่ไม่จำเป็นต้องร่ายเวทย์ เพียงใช้หนึ่งอักขระก็สามารถสร้างวงเวทย์หรือบทเวทย์ที่น่าตื่นตะลึงได้แล้ว

 

ผู้ใช้ออร่าเวทย์ ตัวตนที่ใช้พลังของร่างกายทำให้เป็นพลังทำลายล้าง ตัวตนของพวกเขานั้นเฉกเช่นสัตว์อสูร เลือดเนื้อของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยพลังเวทย์ พวกเขานั้นไม่จำเป็นต้องร่ายพลังเวทย์ออกมาก็สามารถสร้างการโจมตีที่น่าหวาดกลัวได้แล้ว

 

โดยส่วนใหญ่ผู้ใช้ออร่าเวทย์จะไม่ใส่ใจกับการสร้างวงเวทย์บ่มเพาะมากนัก ขอเพียงร่างกายบรรจุพลังเวทย์ได้มากพอ เรื่องของวงเวทย์บ่มเพาะนั้นจึงเป็นเรื่องที่ไม่ต้องใส่ใจ

 

แต่ก็มีผู้ใช้ออร่าเวทย์บางคงที่พยายามจะบ่มเพาะทั้งร่างกายและวงเวทย์บ่มเพาะ น่าเสียดายที่วิธีนี้ไม่ประสบผลสำเร็จมากนัก การบ่มเพาะสองสายนั้นทำให้ความเร็วในการบ่มเพาะล่าช้า มนุษย์นั้นมีจุดอ่อนอยู่ที่อายุขัย หลายคนยังไม่สามารถบ่มเพาะจนถึงขอบเขตจอมเวทย์ก็ชิงตายไปเสียก่อนแล้ว

 

ดังนั้นแล้วการบ่มเพาะทั้งร่างกายและวงเวทย์จึงไม่เป็นที่นิยมของผู้ใช้ออร่าเวทย์มากนัก

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัวตนของกลุ่มดารานั้นก็ได้เป็นข้อยกเว้น ทันทีที่เมอร์ลินได้เปิดจุดชีพจรของพวกเขารวมทั้งการใช้ค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อย จุดอ่อนในการบ่มเพาะเหล่านี้ก็ล้วนถูกขนาดสิ้น

 

การที่กลุ่มดาราได้พบกับเมอร์ลินจึงถือว่าเป็นโชคที่ดี

 

ผู้ใช้ภูษาวิญญาณคือศาสตร์ศาสตร์หนึ่งของผู้ใช้เวทมนต์ เงื่อนไขของผู้ใช้ภูษาวิญญาณนั้นค่อนข้างที่จะซับซ้อนและเป็นไปได้ยาก

 

การที่จะใช้พลังของผู้ใช้ภูษาวิญญาณได้นั้นจำเป็นต้องมีสองสิ่ง หนึ่งคืออาวุธวิญญาณที่มีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งสิงสู่อยู่ และสองคือสิ่งของชนิดหนึ่งที่เรียกว่าดวงตายมทูต สิ่งที่จะปลุกอาวุธวิญญาณให้ตื่นขึ้นได้

 

เมื่ออาวุธวิญญาณตื่นขึ้น อำนาจจิตวิญญาณที่สิงสู่อยู่ในอาวุธวิญญาณก็จะมอบพลังอันมหาศาลให้แก่ผู้ครอบครอง จิตวิญญาณนั้นอาจเปลี่ยนรูปลักษณ์ของผู้ครอบครองหรือเปลี่ยนตนเองให้เป็นอาวุธที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นก็ได้

 

ศาสตร์ของวิญญาณนั้นนับว่าร้ายกาจเป็นอย่างมาก ในอาณาจักรอารากอนผู้ที่จะสามารถดำรงตำแหน่งอัศวินโต๊ะกลมได้ คนผู้นั้นต้องผ่านเงื่อนไขการเป็นผู้ใช้ภูษาวิญญาณเสียก่อนถึงจะสามารถเป็นอัศวินโต๊ะกลมแห่งอารากอนได้

 

ไม่ใช่ว่าทุกๆ อาณาจักรจะมีตัวตนอย่างผู้ใช้ภูษาวิญญาณ อย่างเช่นอาณาจักรไบแซนไทน์ เสาหลักของอาณาจักรนั้นก็เป็นผู้ใช้ออร่าเวทย์ระดับสูงแทบทั้งสิ้น ตัวตนของพวกเขานั้นสามารถห่ำหันกับผู้ใช้ภูษาวิญญาณได้อย่างไม่มีใครยอมใคร

 

ทุกๆ ตัวตนในดินแดนแห่งนี้ล้วนมีตัวตนที่ร้ายกาจซ่อนอยู่เสมอ หากสามารถบรรลุถึงขีดสุดของศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่ง วิชาความรู้ของศาสตร์นั้นย่อมไม่เป็นรองเหนือศาสตร์ใด

 

มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่สามารถเรียกได้ว่าอยู่เหนือผู้คนอย่างแท้จริง

 

แต่ถึงจะอย่างนั้นการเป็นผู้ใช้ภูษาวิญญาณก็เป็นที่ยอมรับของผู้คนว่าพวกเขานั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ว่ากันว่าศาสตร์ของผู้ใช้ภูษาวิญญาณนี้ได้รับมาจากหนึ่งในดินแดนต้องห้ามของโลก

 

“ดินแดนพิภพวิญญาณ”

 

สถานที่ที่มนุษย์ไม่อาจย่างกลาย ว่ากันว่ามีเพียงคนตายเท่านั้นที่สามารถเข้าไปในดินแดนนั้นได้

 

ดินแดนพิภพวิญญาณนั้นเต็มไปด้วยวิญญาณและภูตผี ว่ากันว่าผู้ที่ปกครองดินแดนพิภพวิญญาณนั้นพวกเขาเรียกตนเองว่า “พ่อมดหรือแม่มด” ตัวตนที่เชี่ยวชาญการใช้ศาสตร์วิญญาณ การใช้พลังภูษาวิญญาณนั้นเป็นหนึ่งในศาสตร์ความรู้ของดินแดนพิภพวิญญาณเท่านั้น

 

และสุดท้าย

 

ผู้เชี่ยวชาญพลังธาตุ

 

หนึ่งในตัวตนระดับสูงที่ไม่จำเป็นต้องใช้การร่ายเวทย์ ไม่จำเป็นต้องใช้อักขระ ไม่จำเป็นต้องใช้วงเวทย์ หรือแม้กระทั่งพลังเวทย์

 

ว่ากันว่าตัวตนของผู้เชี่ยวชาญพลังธาตุนั้น เมื่อสามารถบ่มเพาะพืชพันธุ์พลังธาตุขึ้นมาได้ การใช้งานธาตุนั้นๆ จะขึ้นอยู่กับต้นอ่อนที่บ่มเพาะโดยตรง พลังของพืชพันธุ์พลังธาตุนั้นคือตัวตนของพลังธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ มีคนเคยกล่าวว่าผู้ที่สามารถบ่มเพาะต้นไม้พลังธาตุให้มีอายุนับหมื่นนับแสนปีได้ คนผู้นั้นสามารถเปลี่ยนส่วนหนึ่งของโลกได้ตามใจนึก

 

เมอร์ลินในตอนนี้มีต้นไม้ธาตุลมอายุสิบปีและต้นอ่อนธาตุมืด เพียงแค่พลังธาตุเล็กๆ เหล่านี้ก็สามารถสร้างอำนาจอันน่าตื่นตะลึงจะทำให้ผู้คนหวาดผวาได้แล้ว

 

ส่วนความสามารถของพลังขีดจำกัดสายเลือดนั้นคล้ายคลึงกับผู้ใช้ออร่าเวทย์และผู้เชี่ยวชาญพลังธาตุ ด้วยศักยภาพอันเข้มข้นของสายเลือด ทำให้สายเลือดของตระกูลนั้นๆ มีจุดเด่นเหนือมนุษย์ทั่วไป

 

กลับมาที่กลุ่มดารา

 

พวกเขาไม่ได้ตื่นตะลึงให้นาน

 

การที่เมอร์ลินสามารถสร้างบ่อหลุมมิติขึ้นมาได้ดั่งใจ เหตุผลเพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้พวกเขาคาดเดาได้แล้วว่าเมอร์ลินนั้นคือ “ผู้เชี่ยวชาญพลังธาตุมืด”

 

นอกจากจะเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว หัวหน้าของพวกเขายังเป็นผู้เชี่ยวชาญพลังธาตุอีก ตัวตนของเมอร์ลินในสายตาของกลุ่มดาราจึงถูกยกระดับขึ้นไปอีกอย่างยิ่งยวด

 

“เข้าไปกันได้แล้ว” เมอร์ลินเอ่ยเนิบๆ น้ำเสียงแฝงไว้ซึ่งความเย็นชา

 

กลุ่มดาราไม่ได้ถือสากับความเย็นชาของเด็กน้อย สายตาของพวกเขาแต่ละคนมองไปที่เมอร์ลินด้วยความเคารพ

 

เพียงไม่กี่อึดใจ ร่างของคนทั้งสิบสามคนก็ปรากฏยังสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่สามารถคาดเดาพิกัดได้

 

มีเพียงเมอร์ลินเท่านั้นที่รู้ว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ใด แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยใดๆ ออกมา เพราะจุดประสงค์ของการมาที่นี่คือใช้เป็นสถานที่ฝึกฝนเท่านั้น

 

เมื่อเมอร์ลินไม่บอกกลุ่มดาราก็ไม่กล้าที่จะถาม พวกเขานั้นต่างเชื่อมั่นในตัวของหัวหน้าตัวน้อยเป็นอย่างยิ่ง

 

 

เมอร์ลินและคนทั้งสิบสองคนปรากฏตัว ณ ยอดเขาแห่งหนึ่ง

 

กวาดตามองออกไป สถานที่แห่งนี้ล้วนเป็นไปด้วยทุ่งหญ้าที่โล่งกว้าง เหมาะสำหรับการฝึกสอนของเมอร์ลินเป็นอย่างยิ่ง

 

เมอร์ลินก้าวออกมาด้านหน้าและมองกลุ่มดาราที่ยืนเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ

 

สูดลมหายใจเข้าลึกครั้งหนึ่งและเอ่ย

 

“ค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อย เป็นวิชาค่ายกลที่ข้าคิดค้นมาจากการเรียงตัวของกลุ่มดาว ดวงดาวหนึ่งดวงเปล่งแสงนั่นนับว่ามีพลังอำนาจอยู่ในตัว แต่เมื่อดวงดาวหนึ่งกลุ่มเรียงตัว กลุ่มดาวกลุ่มหนึ่งนั้นนับว่ามีอำนาจมหาศาล”

 

“จากหนึ่งสู่สิบสอง จากสิบสองสู่หนึ่ง หมุนเวียนเคลื่อนย้าย เปลี่ยนแปลงเข้าสู่สมดุล”

 

น้ำเสียงของเมอร์ลินดังก้องเข้าไปในหัวของกลุ่มดารา

 

เมื่อใช้สมาธิตั้งใจฟัง ทุกอย่างก็กลายเป็นกระจ่างใส

 

กลุ่มดารานั้นเริ่มที่จะคุ้นเคยกับค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อยบ้างแล้ว ทันทีที่ได้ฟังเมอร์ลินบรรยาย พวกเขาทั้งหลายก็ต่างเข้าใจในเนื้อความไปหลายส่วน

 

“การใช้งานค่ายกลดาราเคลื่อนดาราคล้อยนั้นหากจะว่าง่ายก็ง่าย หากจะว่ายากก็ยาก จุดสำคัญอยู่ที่ความสมดุลและความสามัคคีของพวกเจ้า”

 

“การใช้เวทย์ประสานกับการใช้ค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อย นั้นมีความเหมือนและความต่างอยู่ในจุดๆ เดียวกัน การใช้เวทย์ประสานนั้นจำเป็นจะต้องใช้คนจำนวนมากในการร่ายเวทย์ เวทย์ที่ออกมาจึงทรงพลังเพราะการร่ายเวทย์ของคนหลายคน”

 

“จุดที่ค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อยนั้นเหมือนกับการใช้เวทย์ประสานก็คือการใช้คนจำนวนที่มากกว่าหนึ่ง เพียงแต่การใช้ค่ายกลนั้นไม่จำเป็นต้องร่ายเวทย์ไปพร้อมๆ กัน”

 

เมอร์ลินหลับตาและเอ่ย

 

“เพียงหนึ่งนั้นก็เพียงพอ”

 

“การใช้ค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อยนั้นต้องการการร่ายเวทย์เพียงหนึ่งคน เมื่อพวกเจ้าอยู่ในสภาวะของค่ายกลแล้ว พลังเวทย์ของพวกเจ้าทั้งสิบสองนั้นก็จะเหมือนกับคนคนเดียว นี่คือความหมายของหนึ่งคือสิบสอง สิบสองคือหนึ่งเดียว”

 

“บทเวทย์บทหนึ่งหากต้องการใช้ออกมาจำเป็นต้องจ่ายพลังเวทย์ในจำนวนที่มากพอ ความรุนแรงของบทเวทย์แต่ละบทนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณพลังเวทย์ที่จ่ายออกไป การใช้ค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อยนั้นสามารถทำให้บทเวทย์ของพวกเจ้าได้รับพลังเวทย์ไปเป็นจำนวนมากได้ ดังนั้นแล้วบทเวทย์ที่ปลดปล่อยออกมาย่อมเหนือล้ำยากหยั่งถึง”

 

“การใช้เวทย์ประสานนั้นไม่สามารถหลอมรวมพลังเวทย์ได้เต็มร้อย ตรงกันข้ามกับการใช้ค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อย ไม่ว่าหนึ่งในพวกเจ้าจะร่ายเวทย์อะไรออกมา เพียงหนึ่งคนนั้นเท่ากับสิบสองคน”

 

ฟังจนจบคำพูดของเมอร์ลิน สายตาของกลุ่มดาราก็เปล่งประกายความรู้แจ้ง

 

ชั่วพริบตาพวกเขาทั้งหมดก็สามารถเข้าใจศาสตร์อันลึกล้ำของค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อย

 

เมอร์ลินจ้องมองการแสดงออกของแต่ละคน เขาผงกศีรษะเล็กๆ อย่างพึงพอใจ

 

“ไม่เสียแรงที่ตลอดสี่เดือนที่ผ่านมา เข้าได้บ่มเพาะพวกเขาขึ้นมาได้ถึงขนาดนี้” เมอร์ลินคิดในใจ

 

“การใช้ค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อยในการต่อสู้นั้นมีเงื่อนไขเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือก่อนใช้งานบทเวทย์ ผู้ที่ร่ายบทเวทย์นั้นจะต้องเขียนอักขระประจำตัวของพวกเจ้าออกมาเสียก่อน”

 

“มันคือการยืนยันตำแหน่งของค่ายกลที่จะส่งผ่านพลังเวทย์ไปให้คนผู้นั้น ยิ่งพวกเจ้าสามารถเขียนอักขระเวทย์ได้รวดเร็วเท่าไหร่ การแสดงบทเวทย์ออกมาก็จะเป็นผลดีมากขึ้นเท่านั้น”

 

“จำนวนพลังเวทย์ของค่ายกลนั้นขึ้นอยู่กับการบ่มเพาะของพวกเจ้าทั้งสิบสอง ผู้ที่เขียนอักขระเวทย์ออกมาจะเป็นผู้ที่กำหนดจำนวนพลังเวทย์ที่จ่ายออกไป บทเวทย์บทนั้นจะใช้พลังมากน้อยเพียงนั้นทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ใช้อักขระเวทย์”

 

เมอร์ลินหยุดเอ่ยไปครู่หนึ่ง บรรยายเต็มไปด้วยความสงบ

 

กลุ่มดาราหลายคนกำลังกลั่นความรู้ที่ได้รับมา แม้ว่านี่จะเป็นสิ่งที่ง่ายต่อการเข้าใจ แต่พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะละเลยรายละเอียดปลีกย่อย

 

มาถึงจุดนี้ คนทั้งสิบสองต้องการเป็นตัวตนที่สูงส่ง พวกเขาในตอนนี้ไม่ใช่ผู้ใช้เวทมนต์ธรรมดาอีกต่อไป

 

ทัศนคติของพวกเขาสูงส่งมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และจากการทำสมาธิโคจรพลังเวทย์ในจุดชีพจรในร่างกาย พวกเขาก็ยิ่งมีพลังสมาธิที่เพิ่มขึ้น ความรอบคอบและการตัดสินใจของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นไปอีกด้วย

 

ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง

 

เมอร์ลินนั้นปล่อยให้กลุ่มดาราทำความเข้าใจ พวกเขานั้นกลายเป็นเงียบสงบ พลังสมาธิมากมายแผ่ออกมาอย่างไม่รู้ตัว

 

ยิ่งติดตามเมอร์ลินนานขึ้นเท่าไหร่ กลุ่มดาราก็มีความสงบเยือกเย็นมากยิ่งขึ้น

 

ในที่สุดเมอร์ลินก็เริ่มเปิดปากพูด

 

“เอาล่ะ เริ่มทำการทดสอบการใช้ค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อยในการต่อสู้ได้แล้ว”

 

สายตาที่เยียบเย็นของเมอร์ลินมองไปยังสกอตั้ม

 

“เริ่มที่เจ้า”

 

“ขอรับ หัวหน้า” สกูตั้มเอ่ยตอบรับ

 

ทันทีที่สกูตั้มรับคำ กลุ่มดาราทั้งสิบสองคนก็เริ่มเคลื่อนไหวทันที พวกเขานั้นเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งประจำตัวอย่างรวดเร็ว

 

ไม่จำเป็นต้องสั่งการ คนทั้งสิบสองก็ปฏิบัติราวกับรู้ใจกัน

 

สกูตั้มเริ่มเขียนอักขระเวทย์ประจำตัวของเขา นิ้วใหญ่เคลื่อนผ่านอากาศ สัญลักษณ์อักขระเวทย์ค่อยๆ ปรากฏออกมา

 

เมอร์ลินเหยียบย่ำพื้นดินไปด้านหน้าก้าวหนึ่ง ใต้ฝ่าเท้าก็ปรากฏร่างเงาของดวงจันทร์ ร่างเล็กพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับแสงของดวงจันทร์

 

ล่องลอยอยู่เหนือนภา สายตาจับจ้องเบื้องล่างอย่างเยียบเย็น

 

เมื่อเห็นอักขระเวทย์ประจำตัวของสกูตั้มปรากฏ

 

“ยังเชื่องช้าเกินไป”

 

เมอร์ลินเอ่ยเสียงเบาอยู่กลางท้องฟ้า แต่ทว่าเสียงของเขากลับผ่านไปกับสายลมดังในหูของคนทั้งสิบสองอย่างชัดเจน

 

คำพูดนี้กระทบจิตใจของสกูตั้ม แต่เพียงไม่นานเขาก็สามารถปรับอารมณ์ของเขาได้

 

การตำหนิของเด็กน้อยนั้นทำให้หัวใจของคนทั้งสิบสองนั้นสั่นสะท้าน

 

พวกเขาตั้งปณิธานในใจ ว่าหลังจากนี้จะตั้งใจฝึกฝนการเขียนอักขระเวทย์ประจำตัวให้เชี่ยวชาญกว่านี้

 

ติเพื่อก่อ

 

เพียงคำตำหนิหนึ่งคำของหัวหน้าตัวน้อยนั้นได้สร้างแรงพลักดันให้กับพวกเขาเป็นอย่างมาก

 

เมื่อสกูตั้มเขียนอักขระเวทย์ประจำตัวเรียบร้อยแล้ว ตัวเขาที่อยู่ด้านหน้าขบวนของค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อยก็เริ่มร่ายเวทย์

 

แน่นอนว่าเวทย์ที่เขาร่ายของมานั้นก็คือ

 

“บทเวทย์โล่เทพีแห่งสงคราม”

 

ทันใดนั้นเองอากาศทั้งหมดก็กลายเป็นสั่นสะเทือน พลังเวทย์ไหลเวียนในอากาศเบื้องหน้านั้นหยุดนิ่งลง ให้ความรู้สึกราวกับจมอยู่ในบึงโคลน พลังเวทย์ผสานกันเป็นโล่สีโปร่งใสทรงกลมขนาดสามฟุต

 

เกิดเสียงหวีดร้องของสายลม โล่ทรงกลมนั้นก็ขนาดขึ้นไปเรื่อยๆ

 

จากสามฟุตเป็นสิบเมตร

 

จากสิบเมตรเป็นสามสิบเมตร

 

จนกระทั่งโล่นั้นได้ขยายไปถึงห้าสิบเมตร!

 

หลายคนมองหน้ากันรู้สึกตกใจในพลังมหาศาลอย่างอ้าปากค้าง

 

โล่ขนาดห้าสิบเมตร!  ขนาดของมันนั้นเทียบเท่ากับคฤหาสน์ที่ใหญ่โตหลังหนึ่ง

 

โล่เทพีแห่งสงครามปรากฏ แสงสีเงินเปล่งประกายออกมาอย่างสลัว

 

ความแข็งแกร่งของมันนั้นเทียบได้เท่ากับพลังของขอบเขตจอมเวทย์

 

“พลังของมันแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก” สกูตั้มเอ่ยออกมาอย่างตกใจ

 

บทเวทย์บทนี้เขานั้นสามารถสร้างโล่เทพีแห่งสงครามออกมาได้ในขนาดสี่ถึงห้าเมตรเท่านั้น แต่ในตอนนี้เขากลับสร้างโล่ที่มีขนาดห้าสิบเมตรขึ้นมา ภายในใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกปั่นป่วนและตื่นเต้น

 

ใบหน้าของหลายคนปรากฏความยินดีและฮึกเหิม

 

“ข้าไม่คิดเลยว่าพลังของค่ายกลจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้ พลังของมันนั้นเทียบเท่าได้กับจอมเวทย์!”

 

กลุ่มดารากล่าวออกมาอย่างภาคภูมิใจ ภายในใจรู้สึกดีใจเป็นล้นพ้น

 

“ทดสอบโจมตี”

 

เสียงที่เยียบเย็นถูกส่งออกมากลางอากาศ

 

กลุ่มดาราเปลี่ยนอารมณ์อย่างฉับพลัน ความตื่นเต้นเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม

 

ใบหน้าของสกูตั้มนั้นดูจริงจังมากยิ่งขึ้น

 

มือขวาของเขายื่นออกไปเป็นการควบคุมโล่  เมื่อสะบัดไปด้านซ้ายโล่มหึมาก็ขยับตาม เมื่อขยับไปในทิศทางไหน โล่นั้นก็เคลื่อนไหวได้ดั่งใจ

 

ทุกครั้งที่โล่เทพีแห่งสงครามเคลื่อนตัวจะเกิดแรงดันลมมหาศาลเคลื่อนผ่าน เสียงหวีดหวิวของสายลมนั้นถึงกับทำให้ผู้คนรู้สึกขนลุก

 

ทันใดเองแววตาของสกูตั้มก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว มือขวาถูกยกขึ้น กำปั้นงุ้มลงด้านล่าง

 

“โจมตี”

 

ครืน!

 

โล่มหึมานั้นถูกยกขึ้นกลางอากาศ ด้านหน้าของโล่หันลงเบื้องล่าง

 

ทันทีที่สกูตั้มชกหมัดลงพื้นดิน โล่มหึมาก็พุ่งลงมายังเบื้องล่าง

 

ตูม!

 

เกิดคลื่นกระเพื่อมอย่างน่าหวาดจนยากจะพรรณนา ม้วนพัดไปทั้งสี่ด้านแปดทิศ

 

คลื่นพลังทำลายล้างได้แผ่ขยายออกไป ยอดเขาสั่นสะเทือน ผืนดินแยกออกปรากฏหลุมยักษ์ ก้อนหินกระจัดกระจายยุ่งเหยิง ฝุ่นควันฟุ้งในอากาศอย่างวุ่นวาย

 

ด้วยอำนาจของคลื่นพลังนี้ กลุ่มดาราที่อยู่ใกล้นั้นโดนผลกระทบโดยตรง

 

คลื่นกระแทกซัดม้วนสมาชิกกลุ่มดาราจนแตกกระบวนทัพไปคนละทิศละทาง

 

เมอร์ลินที่ยืนอยู่ด้านบนได้แต่ส่ายศีรษะไปมา

 

“การควบคุมพลังของพวกเจ้านั้นยังนับว่าอ่อนด้อย เมื่อมีพลังที่มหาศาลอยู่ในมือ สิ่งสำคัญที่สุดคือการควบคุมพลัง ไปฝึกมาให้พร้อม ข้าให้เวลาพวกเจ้าอีกหนึ่งเดือน หลังจากนั้นจะเป็นการทดสอบ”

 

“วันนี้ในเดือนหน้า พวกเจ้าทั้งสิบสองคนต้องล้มสัตว์อสูรระดับ 6 ลงให้ได้”

 

เมอร์ลินเอ่ยไม่กี่คำร่างของเขาก็กระพริบและจางหายไป

 

ก่อนหน้านี้พวกได้บอกกลุ่มดาราล่วงหน้าแล้วว่าให้เตรียมตัวและเตรียมเสบียงให้พร้อม

 

เมอร์ลินทิ้งคนทั้งสิบสองคนให้อยู่บนยอดเขา เขาทิ้งให้คนเหล่านี้ฝึกฝนด้วยตนเอง

 

ก่อนจะถึงวันที่จะเกิดสงคราม ยังมีอีกหลายสิ่งที่เขาต้องไปทำ

 

เมื่อได้ยินคำพูดของเมอร์ลิน กลุ่มดาราทั้งหมดก็กลายเป็นหน้าซีด

 

“ทดสอบ”

 

การทดสอบของหัวหน้าคือต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับ 6

 

สัตว์อสูรที่มีพลังเทียบเท่ากับขอบเขตจอมเวทย์

 

หัวใจของพวกเขาทุกคนพลันเต้นรัว รู้สึกทั้งตื่นเต้นและหวาดกลัวไปพร้อมๆ กัน

 

ในชีวิตนี้พวกเขาแทบจะไม่เคยคิดฝันเลยด้วยซ้ำว่าจะต่อสู้กับขอบเขตจอมเวทย์

 

การฝึกของหัวหน้าตัวน้อยนั้นโหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.468K ครั้ง

29 ความคิดเห็น

  1. #24705 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 23:06

    Thank you

    #24705
    0
  2. #23641 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 20:33
    โหดไปนิด แต่ผลลัพธ์ที่ทุกคนได้รับก็คุ้มนะ
    #23641
    0
  3. #23281 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 00:47
    รายละเอียดการฝึกฝนพวกดาราคือแน่นขึ้นเยอะ อ่านแล้วโว้วว้าวมากค่ะ
    #23281
    0
  4. #22927 QueenOfMars (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 16:30
    คิดถึงซามัวจังเลยย
    #22927
    0
  5. #22865 Karishma99 (@Karishma99) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 12:58
    ขอบคุณค่ะ
    #22865
    0
  6. #22847 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 15:49
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #22847
    0
  7. #22682 MisterPaul (@MisterPaul) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 09:25
    เอาอี้กกกก
    #22682
    0
  8. #22681 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 19:26
    เอาอีกกกก สนุก
    #22681
    0
  9. #22678 เงาทิศตะวันออก (@1249900328295) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 07:51
    ขอบคุณครับ
    #22678
    0
  10. #22677 Away2016 (@Away2016) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 21:37
    ให้สู้กะตัวเมีย บริการพิเศษจากหัวหน้า
    #22677
    0
  11. #22674 monkey-bill (@monkey-bill) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 17:46
    สนุกมากครับ
    #22674
    0
  12. วันที่ 22 เมษายน 2561 / 16:00
    สนุกกกก ขออีก
    #22673
    0
  13. #22671 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 14:24
    สนุกมากครับ
    #22671
    0
  14. #22670 Smile_D.O (@smile_noii) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 13:52
    สู้กับเมอร์ลินเป็นอันจบคอส 555
    #22670
    0
  15. #22668 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 13:35
    รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    #22668
    0
  16. #22667 MarsWell (@spit) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 13:03
    สู้กับเมอร์ลินหรือป่าวนะ
    #22667
    0
  17. #22666 K17099 (@17099) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 12:49
    ซามัวหายไปนานเลย คิดถึง~
    #22666
    0
  18. #22665 catoblivious (@catoblivious) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 12:46
    อยากอ่านต่อแล้ววว สนุกมากเลยค่ะ
    #22665
    0
  19. #22664 DARCH (@tentenkids) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 12:45
    สนุกมากๆๆๆ เลยครับ
    #22664
    0
  20. #22663 .C F. (@clarefasai) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 12:22
    ชอบความรู้สึกนี้มากๆๆชอบเรื่องนี้ชอบดาราชอบปู่เอริกชอบเกรเทลชอบอันเกรีย(รึป่าว)สดุท้าย...

    ชอบหนูเมอร์ลินที่สุดในโลก!!!
    #22663
    0
  21. #22662 Dark in Heart (@bugsbunne) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 12:21
    กินยาแรง ๆ จะได้ผลดี
    #22662
    0
  22. #22661 CNK3544jinNoir (@CNK3544jinNoir) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 11:54
    พอรีไรท์ใหม่แล้วรู้สึกว่าอ่านแล้วฮึกเหิมกว่าเดิม...อยากให้ถึงช่วงสงครามซะแล้วสิ แต่อีกนาน...&#128514;
    #22661
    0
  23. #22660 sniper244 (@sniper244) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 11:52
    รอนะคะไรท์
    #22660
    0
  24. #22659 nangatasila_123 (@nangatasila_123) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 11:52
    เอาอีกกกกก แงงงงงงง~
    #22659
    0
  25. #22658 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 11:48
    สนุกมากกกกก
    #22658
    0