เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,923,709 Views

  • 27,175 Comments

  • 28,091 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    69,978

    Overall
    3,923,709

ตอนที่ 136 : ภาค 2 ตอนที่ 62 มุมมองของสกูตั้ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18392
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1226 ครั้ง
    2 พ.ค. 61

ข้าชื่อสกูตั้ม เป็นบุตรคนที่ 4 ของเอิร์ลแห่งวินยอร์ก สืบเชื้อสายของตระกูลวินเลส ตระกูลขุนนางอันเก่าแก่

 

วินเลส ทรีส เอิร์ลแห่งวินยอร์ก บิดาของข้านั้นแม้จะเป็นขุนนางที่ได้รับการแต่งตั้งโดยการสืบเชื้อสาย แต่ตัวตนของเขานั้นก็แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก บิดาของเขาคือจอมเวทย์ผู้หนึ่ง

 

ตัวตนที่เป็นหนึ่งในจอมเวทย์ไม่กี่สิบของอาณาจักร สืบทอดเชื้อสายอันน่าภาคภูมิใจเป็นอัศวินที่แข็งแกร่งของอาณาจักร

 

เมืองวินยอร์กนั้นตั้งอยู่ห่างจากเมืองหลวงไปไม่ไกลนัก หากใช้รถม้าเดินทาง ใช้เวลาประมาณครึ่งวันก็สามารถถึงเมืองวินยอร์กได้แล้ว

 

ข้ามีพี่น้องร่วมกันอยู่ 5 คน ข้าเป็นบุตรคนที่ 4

 

ภายใต้ร่มเงาของตระกูลวินเลส ตระกูลขุนนางที่เก่าแก่ ตระกูลนั้นได้ให้กำเนิดบุตรหลานอันน่าภาคภูมิสืบต่อมาทุกรุ่น

 

แม้ว่าตระกูลวินเลสจะไม่ใช่ตระกูลที่มีพลังขีดจำกัดสายเลือด แต่พวกเขาก็สามารถบ่มเพาะผู้ใช้เวทมนต์ที่แข็งแกร่งขึ้นมาได้

 

พี่ชายคนโตของข้าเป็นนักรบเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ อายุไม่ถึงสามสิบก็ได้แต่งตั้งเป็นอัศวิน ถือยศบารอน ปกครองเมืองๆ หนึ่ง

 

พี่ชายคนรองและพี่ชายคนที่สามก็มีความสามารถที่เยี่ยมยอด พวกเขาเข้าศึกษาที่โรงเรียนเวทย์อารากอน ตอนอายุยี่สิบห้า พวกเขาก็สามารถบรรลุขอบเขตนักรบเวทย์ได้แล้ว

 

กระทั่งน้องสาวคนเล็ก เธอก็ยังเป็นอัจฉริยะเกิดมาถือครองทวิธาตุ อายุเพียงสิบเจ็ดปีก็กลายเป็นนักเวทย์ระดับห้าได้แล้ว อีกเพียงไม่กี่ก้าวเธอก็จะข้ามขอบเขตของนักรบเวทย์ กลายเป็นนักรบเวทย์ที่อายุไม่ถึงยี่สิบปี

 

ส่วนตัวข้านั้น ปีนี้ก็อายุย่างยี่สิบสามแล้ว ยังเป็นเพียงนักเวทย์ระดับ 3 พรสวรรค์ต้อยต่ำ ถูกน้องสาวคนเล็กแซงหน้า สร้างความอับอายให้แก่ตระกูลเป็นอย่างมาก

 

ข้าใช้ชีวิตอยู่ในตระกูลวินเลสด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม บวกกับรูปร่างอันอ้วนอวบของข้า ยิ่งไม่มีสง่าราศีของอัศวินเลยสักนิด

 

แม้ว่าข้าจะทุ่มกำลังฝึกฝนเท่าไหร่ แต่ก็เหมือนสวรรค์จะไม่เป็นใจ

 

มุ่งพยายามเท่าไหร่ ผลลัพธ์กลับไม่ได้ดังหวัง

 

ทรัพยากรบ่มเพาะมากมายนั้นศูนย์เปล่า ยิ่งทุ่มไปเท่าไหร่ก็เหมือนกับโยนก้อนดินเหนียวลงไปในน้ำทะเล

 

ตระกูลได้สูญเสียความเชื่อมั่นในตัวข้า ภายในเวลาไม่กี่ปีข้าก็ได้กลายเป็นผู้ถูกทอดทิ้งโดยสมบูรณ์

 

ตระกูลไม่ใส่ใจดูแลข้าอีกต่อไป แม้ข้าจะอยู่ในปราสาท ตัวตนของข้าก็เหมือนกับหุ่นไล่กา แม้แต่บิดาก็ไม่ได้ชายตามอง

 

เมื่อได้ยินข่าวเรื่องของสงคราม ข่าวลืออีกด้านหนึ่งของท่านเอริกผู้เป็นวีรบุรุษในใจของข้าปรากฏ

 

ข้าจึงตัดสินใจเข้าร่วมสงคราม

 

อย่างที่รู้กัน แนวทางในการบ่มเพาะพลังเวทย์นั้นสามารถแบ่งออกเป็นได้สองแนวทาง หนึ่งคือการเพิ่มพูนความรู้ในศาสตร์เวทมนต์ สองคือการฝึกฝนการต่อสู้

 

หากสามารถทำหนึ่งในสองอย่างนี้ได้ การควบรวมพลังเวทย์ให้เกิดเป็นวงเวทย์บ่มเพาะก็สามารถผ่านไปได้

 

เมื่อข้าไม่สามารถเพิ่มพูนศาสตร์ความรู้ได้มากพอ การต่อสู้จึงเป็นทางเลือกสุดท้ายของข้าให้พัฒนาไปได้มากกว่านี้

 

ข้าไม่ได้อยากใช้ชีวิตอยู่กับความอับอาย ข้าไม่อยากเป็นคนไร้ค่า

 

หากข้าเข้าร่วมสงคราม ท่านพ่อคงชายตามองมาที่ข้าบ้าง

 

เมื่อตัดสินใจเข้าร่วมสงคราม ไม่คาดว่าโชคชะตาของข้าได้ดลบันดาลให้มีหัวหน้าเป็นเด็กน้อย

 

ทันทีที่ได้รู้ข่าว ภายในใจของข้านั้นรู้สึกหดหู่เป็นอย่างมาก 

 

แม้ว่าเด็กน้อยคนนี้จะเป็นนักรบเวทย์ เขาคนนั้นคงเป็นเด็กน้อยที่เกิดในตระกูลดีๆ สักแห่ง มีทรัพยากรบ่มเพาะที่มากมาย จึงทำให้อายุเพียงแค่นี้บ่มเพาะได้ถึงนักรบเวทย์

 

แน่นอนว่าบุตรหลานตระกูลใหญ่โต ไม่แคล้วคงถูกจัดไปอยู่ในตำแหน่งที่สบายๆ ไม่ต้องออกแรงเสียให้มาก

 

แต่ตัวข้านั้นมีเป้าหมายในการฝึกฝนตนเอง ข้าจึงรู้สึกไม่สบอารมณ์กับมันเป็นอย่างมาก

 

วันต่อมา หัวหน้าตัวน้อยก็ได้เปิดเผยอำนาจเล็กๆ ของเขา

 

เขาเป็นผู้ใช้เวทย์มิติ! 

 

เรื่องนี้ทำให้ข้าและคนอื่นๆ ตกใจเป็นอย่างมาก

 

เด็กน้อยนั้นสุดจะเย็นชา การแสดงออกของเขานั้นราวกับภูเขาน้ำแข็งที่ตั้งตระหง่าน ฝีมือในการต่อสู้ของเขาไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เพียงการกระโดดเล็กๆ ก็สามารถสยบสัตว์อสูรระดับ 4 ได้แล้ว

 

พวกเราทุกคนก็ได้แต่อึ้งตะลึงงัน

 

เหตุการณ์ในวันนั้น ข้าได้ของรางวัลเป็นจิตเวทย์ระดับ 4

 

แม้ว่าข้าจะเคยพบกับจิตเวทย์ระดับ 4 มาก่อน แต่มันก็น้อยนักที่จะนำออกมาได้ สำหรับตระกูลของข้านั้น แม้จะเป็นตระกูลที่ร่ำรวย แต่การทุ่มเททรัพยากรให้แก่คนอย่างข้านั้นเหมือนการเอาดินไปละลายในแม่น้ำ

 

มันหลายปีผ่านมาแล้ว ที่ข้าไม่ได้รับทรัพยากรบ่มเพาะดีๆ แบบนี้

 

วันแรกของการฝึกฝนคือการวิ่งที่แสนจะโหดร้ายและสุดจะอันตราย

 

พวกเราทั้งสิบสองคนผ่านการทดสอบนี้อย่างยากลำบาก การฝึกเป็นไปอย่างโหดร้าย

 

แต่ในวันหนึ่งนั้นเอง หัวหน้าตัวน้อยได้ประกาศมอบรางวันให้กับพวกเรา

 

หัวหน้าได้มอบมันให้กับข้าเป็นคนแรก

 

เขาได้ทำบางอย่างกับร่างกายของข้า หัวหน้าเรียกมันว่าการเปิดจุดชีพจร

 

ในตอนแรกข้านั้นไม่เข้าใจ แต่ทันทีที่หัวหน้าอธิบายว่ามันเป็นการบ่มเพาะสู่ผู้ใช้ออร่าเวทย์  หัวใจของข้าก็เบิกบานเป็นอย่างมาก

 

นับตั้งแต่วันนั้น ข้าก็ไม่ใช่ผู้ใช้เวทมนต์ธรรมดาอีกต่อไป ร่างกายของข้าพัฒนามากขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก

 

ต่อมาหัวหน้าได้ให้ฝึกค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อยและบทเวทย์รวบรวมสรรพสิ่ง พลังของข้าและคนที่เหลือก็เพิ่มพูนขึ้นด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ

 

ความลับในตัวของหัวหน้าตัวน้อยนั้นค่อยๆ เปิดเผยออกมาที่ละอย่าง นอกจากเขาจะเป็นผู้ใช้เวทย์มิติแล้ว เขาก็ยังเป็นผู้ใช้อักขระ แถมยังไม่ใช่ผู้ใช้อักขระธรรมดา เขานั้นเป็นถึงผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว

 

ตัวตนของผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวน่าตื่นตะลึงเพียงใด ใครบ้างจะไม่รู้ กระทั่งผู้พิทักษ์อาณาจักรก็ยังต้องไว้หน้าพวกเขาส่วนหนึ่ง

 

ไม่ต้องเอ่ยถึงตระกูลวินเลสของข้า ตัวตนของตระกูลขุนนางอันเก่าแก่ของข้านั้นคงเป็นได้เพียงมดปลวกในสายตาของเด็กน้อย

 

และในวันหนึ่งนั้นเอง บนยอดเขาอันไกลลิบก็เกิดเสียงระเบิดตูมตาม กลิ่นอายพลังเวทย์ที่แข็งแกร่งแผ่กระกายออกมาทั่วทิศทาง

 

แม้แต่พวกข้าที่ยืนดูอยู่ห่างไกล ก็ยังสามารถสัมผัสถึงมันได้ ในวันนั้นเองข้าก็ได้รู้ว่าพลังที่แท้จริงของหัวหน้านั้นอยู่ในขอบเขตจอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่ และแน่นอนว่าเขานั้นไม่ใช่จอมเวทย์ธรรมดาที่มีเพียงหนึ่งวงเวทย์

 

เขานั้นอาจจะเป็นจอมเวทย์สองวงเวทย์หรือมากกว่านั้น ไม่น้อยกว่านี้อย่างแน่นอน

 

หลังจากผ่านวันนั้นไปความเคารพในตัวหัวหน้าตัวน้อยพุ่งไปถึงขีดสูงสุด ดวงตาของกลุ่มดาราทุกคนที่มองหัวหน้านั้นเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น

 

ผ่านไปหลายเดือน หัวหน้าได้มอบบทเวทย์ต่างๆ มากมายให้ฝึกฝน และหนึ่งในบทเวทย์เหล่านั้นได้มีบทเวทย์ที่ทรงพลังที่เหมาะสำหรับแต่ละคนด้วย

 

ตัวข้านั้นถนัดในการใช้โล่ ด้วยร่างกายอันใหญ่อวบอั๋นของข้านั้น เมื่อข้าได้ใช้โล่ มันทำให้ข้ารู้สึกทรงพลังยิ่งขึ้น

 

หัวหน้าได้มอบบทเวทย์โล่เทพีแห่งสงครามให้กับข้า

 

บทเวทย์นี้ทรงพลังเป็นอย่างมาก พลังของมันสามารถคุกคามคู่ต่อสู้ที่มีพลังเหนือกว่าข้าได้หนึ่งระดับ

 

ในตอนนั้นพลังบ่มเพาะของข้าอยู่ที่ขอบเขตนักรบเวทย์สองวงเวทย์ เมื่อใช้บทเวทย์นี้ออกมา โล่เทพีแห่งสงครามนั้นปะทุพลังออกมาได้เทียบเท่ากับนักรบเวทย์สามวงเวทย์

 

ความสามารถนี้ทำให้ข้ารู้สึกภาคภูมิใจตัวเองเป็นอย่างมาก

 

ตัวตนของข้าไม่ใช่หุ่นไล่กาดังเช่นอดีตอีกต่อไป

 

จนในที่สุดการทดสอบสุดท้ายก็มาถึง หัวหน้าได้ให้พวกข้าต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับ 6 ตัวตนที่มีพลังเทียบเท่ากับจอมเวทย์

 

ทุกคนนั้นก็ได้แต่ขวัญผวาเมื่อคิดถึงมัน ภายในใจของทุกคนเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย

 

ถึงแม้ว่าพวกเรากลุ่มดาราจะมีการพัฒนาที่ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก แต่มันก็ไม่ใช่การพัฒนาที่จะสามารถคุกคามขอบเขตจอมเวทย์ได้

 

พวกเราฝึกฝนกันอย่างหนัก ทั้งฝึกการสร้างอักขระ การฝึกเคลื่อนไหว ฝึกรูปแบบการเคลื่อนย้าย และคิดค้นหาวิธีที่จะเพิ่มพลังต่อสู้ให้มากขึ้น

 

ในตอนนั้นเอง เมนซ่า ชายหนุ่มที่มีร่างกายผอมแห้ง ชายผู้เปรียบได้กับมันสมองของกลุ่มดารา

 

ความสามารถของเขานั้นปราดเปรื่องเป็นอย่างมาก ในที่สุดเขาก็สามารถคิดค้นวิธีการเพิ่มอำนาจในการต่อสู้ในช่วงเวลาสั้นๆ ได้

 

เมนซ่าใช้ค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อยในการดำเนินการ เขาเสนอความคิดในการใช้จิตเวทย์ที่เหลืออยู่ภายใต้ค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อยปะทุพลังเวทย์อันมหาศาลออกมาชั่วขณะ

 

หัวหน้าตัวน้อยได้มอบจิตเวทย์ระดับ 5 มาเป็นจำนวนมาก พวกเขาเคยขอหัวหน้าเพิ่มเติมมาสองครั้งแล้ว และในครั้งสุดท้ายนั้นจิตเวทย์ยังเหลืออยู่อีกหลายสิบก้อน

 

พลังเวทย์ในจิตเวทย์ หากไม่ทำการดูดซับ ค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อยนั้นสามารถใช้พลังของมันปะทุออกมาเป็นพลังต่อสู้ในระยะเวลาสั้นๆ ได้

 

เมื่อทำการทดลองอยู่หลายครั้ง ความเชื่อมั่นของพวกเขาก็กลับมา

 

ในตอนนั้นเอง พวกเขามีความเชื่อมั่นว่า “ต่อให้เป็นจอมเวทย์ก็สามารถเอาชนะได้”

 

ความมั่นใจกลับมาอีกครั้ง ในที่สุดก็ถึงวันทดสอบ

 

หัวหน้าได้พาพวกเรามาที่ปล่องภูเขาไฟ

 

มันเป็นที่อยู่ของเบร็อคฟ่า!

 

เมื่อได้ทราบในครั้งแรกพวกเขาก็ตกใจเป็นอย่างมาก แต่เมื่อได้ต่อสู้แล้วพวกเขาก็สามารถเอาชนะมันมาได้ มิหนำซ้ำพวกเขานั้นยังไม่ได้ใช้ไพ่ลับของพวกเขาออกมาเสียด้วยซ้ำ

 

เหตุการณ์นั้นเหมือนจะดี แต่แล้วภายใต้ปล่องภูเขาไฟก็มีสัตว์อสูรอีกตัวโผล่ขึ้นมา

 

มันคือสัตว์อสูรระดับ 7

 

เพียงแค่มันแผ่พลังเวทย์กดดันออกมา พวกเขาที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของอำนาจอักขระก็ยังรู้สึกอึดอัดจนแทบจะขาดใจให้ได้

 

ในช่วงเวลานั้น ข้าไม่อยากคิดเลยว่าหากไม่มีอำนาจอักขระของหัวหน้าแล้ว กลุ่มดาราทั้งสิบสองคนคงจะสิ้นชื่อเพียงแค่แรงกดดันของสัตว์อสูรตัวนี้

 

แต่ไม่คาดว่าเมื่อหัวหน้าตัวน้อยนั้นได้ลงมือ เพียงการโจมตีไม่กี่ทีก็สามารถสยบมันลงได้

 

ทุกๆ การเคลื่อนไหวของหัวหน้านั้นเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง

 

พลังทำลายมหาศาลสามารถกวาดผ่านสัตว์อสูรตัวนั้นได้ในไม่กี่อึดใจ

 

ข้าในตอนนั้นเมื่อเห็นการต่อสู้ของหัวหน้าก็ทำให้ใจเต้นตูมตาม ภายใจในลึกๆ รู้สึกภาคภูมิอย่างอดไม่ได้

 

“มันเป็นโชคดีแค่ไหน ที่ทำให้ข้าได้มาเจอหัวหน้าแบบนี้”

 

แม้จะเรียกขานว่าหัวหน้า ทุกๆ การกระทำของหัวหน้านั้นทำให้พวกเขาความรู้สึกเหมือนกับศิษย์อาจารย์ เด็กน้อยทั้งเพิ่มการบ่มเพาะและถอดทอดความรู้มากมาย

 

การแสดงออกของทุกคนนั้นเปลี่ยนไป ภายในใจเต็มไปด้วยความเคารพและเลื่อมใส

 

หลังจากกลับมาจากการทดสอบ

 

หัวหน้าได้เอ่ยถาม

 

“พวกเจ้ายินดีติดตามรับใช้ข้าหรือไม่?

 

หัวหน้าใช้สายตาของเขากวาดมองใบหน้าของทุกคนอย่างพิจารณา

 

 “ขอรับท่านหัวหน้า” ข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง ในชีวิตของข้านั้นไม่เคยมั่นใจอะไรเท่านี้มาก่อน เมื่อหัวหน้าเปลี่ยนคนไร้ค่าอย่างข้าให้กลายเป็นดวงดาว ข้าก็จะไม่มีวันทรยศเขาอย่างแน่นอน

 

สมาชิกกลุ่มดาราที่เหลือก็ตอบเช่นเดียวกันกับข้า

 

“ข้าหมายถึงติดตามข้า ... ตลอดไป ... แม้สงครามจะจบสิ้นแล้วก็ตาม ...” น้ำเสียงที่ราบเรียบนั้นทำให้จิตใจของข้าปรากฏความตื่นเต้น

 

หัวใจของข้านั้นเต้นรัว ภายในใจมีความรู้สึกยินดีอย่างท่วมท้น

 

ข้าก็ไม่รู้ว่าคนอื่นคิดเช่นเดียวกับข้าหรือไม่ แต่ข้านั้นดีใจ ดีใจเป็นอย่างมากที่จะได้ติดตามคนที่ยิ่งใหญ่แบบนี้

 

โลกนั้นเงียบลง ไม่มีใครเอ่ยคำใดออกมา

 

ทุกคนนั้นกำลังครุ่นคิดอยู่กับตัวเอง

 

“ข้าจะไม่ฝืนใจพวกเจ้า การฝึกนี้หาใช่บุญคุณที่ต้องทดแทน แต่มันเป็นเพียงหน้าที่หนึ่งของข้า หากไม่ต้องการติดตามข้าต่อไป หลังจบสงครามพวกเจ้าสามารถออกไปใช้ชีวิตได้ตามเดิม ข้าจะไม่ใช้บุญคุณหรือการข่มขู่เหนี่ยวรั้งเอาไว้”

 

ข้าไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยออกมาไปแน่

 

ขาของข้ารีบก้าวออกไปข้างหน้า แต่ดูเหมือนว่าข้าจะช้ากว่าอีกคน

 

เป็นเมนซ่าที่ก้าวออกไปได้รวดเร็วกว่าข้า เสียงอันแหบแห้งอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาเอ่ยออกมา

 

“ข้ายินดีติดตามท่าน เดิมข้านั้นด้อยความสามารถ ข้าเป็นผู้ใช้เวทมนต์ที่อยู่แค่ขอบเขตผู้ใช้เวทย์ ในชีวิตนี้ข้าคิดว่าพลังเวทย์ของข้าต่อให้ฝึกฝนจนแก่ชราก็ไปได้ถึงสุดก็แค่ขั้นนักเวทย์ แต่เมื่อท่านปรากฏตัวช่วยเหลือ ท่านทำให้ข้าเข้าครอบครองพลังที่ข้าไม่อาจจะคิดฝันถึง ยิ่งการใช้พลังในขอบเขตจอมเวทย์ด้วยแล้ว หากไม่ได้พบท่าน ข้านั้นคงไม่อาจจะคิดฝันถึง ในเมื่อท่านทำให้ข้าพัฒนาขึ้นมาได้ขนาดนี้ การครอบครองพลังขอบเขตนักรบเวทย์นั้นทำให้ครอบครัวของข้าต้องรู้สึกภาคภูมิใจในตัวข้า เมื่อติดตามท่านแล้ว ข้าเชื่อว่าท่านจะทำให้ข้าพัฒนาไปได้มากกว่านี้อย่างแน่นอน”

 

ว่าแล้วเมนซ่าก็นั่งลงและชันเข่าในท่าแสดงความเคารพราวกับอัศวินผู้ทรงเกียรติ ดวงตามองไปยังหัวหน้าด้วยความเคารพเป็นที่สุด

 

ข้าไม่ยอมแพ้เจ้าหลอกเมนซ่า

 

ตัวข้านั้นรีบออกไปนั่งชันเข่าเช่นเดียวกับเมนซ่า

 

“ข้าเองก็เต็มใจที่จะติดตามท่าน ชีวิตนี้ข้าต่อไปนี้ข้าขอมอบให้ท่าน”

 

หลังจากจบคำพูดของข้าคนอื่นๆ ก็รีบทำตามอย่างมั่นใจ

 

ไม่มีใครที่มีความคิดแปลกแยก ต่อจากนี้พวกเราทุกคนนั้นยินดีที่จะติดตามหัวหน้าตัวน้อย

 

เพียงเวลาไม่นานทุกก็ได้สดุดีต่อหัวหน้าตัวน้อย

 

ใครจะเชื่อว่าผู้ใหญ่ทั้งสิบสองคนจะยอมคุกเข่าสดุดีแสดงความเคารพต่อเด็กน้อยที่เยาว์วัยกว่าอย่างเต็มใจ มิหนำซ้ำดวงตาของทุกคนยังเปี่ยมล้นด้วยความภักดี

 

“ดี ... หากเป็นเช่นนั้น ข้าจะให้พวกเจ้าทำพันธะสัญญาผู้รับใช้กับข้า” หัวหน้าตัวน้อยเผยรอยยิ้ม

 

“บอกไว้ก่อนว่าเมื่อทำพันธะสัญญานี้แล้ว หากผู้ใดหักหลังข้าพันธะสัญญาจะทำการกัดกินวิญญาณของเจ้าจนตายตกอย่างทรมาน พวกเจ้านั้นยังยินดีที่จะรับใช้ข้าอีกหรือไม่?”

 

“พวกข้ายินดี” ข้าและทุกคนนั้นตอบอย่างไม่ลังเล

 

ภายในใจนั้นรู้สึกตื่นเต้นอย่างห้ามไม่ได้

 

การทำพันธะสัญญานั้นสามารถทำได้เฉพาะผู้ที่ใช้อักขระเวทย์เท่านั้น พิธีกรรมนี้จะต้องใช้เลือดเป็นสื่อร่วมตกลงพันธะ พันธะนี้จะทำการยึดเหนี่ยววิญญาณของคนผู้นั้นไว้ หากผิดสัญญาวงเวทย์พันธะก็จะทำการเก็บเกี่ยววิญญาณนั้นเข้ามาอยู่ในวงเวทย์พันธะทันที

 

เมื่อกลายเป็นร่างที่ไร้วิญญาณ จะอยู่ก็เหมือนตาย แม้ร่างกายเน่าสลาย แต่วิญญาณก็จะยังคงทุกข์ทรมานกักขังอยู่ภายในวงเวทย์พันธะ

 

มือน้อยของหัวหน้าโบกสะบัดไม่กี่ครั้ง วงเวทย์ซับซ้อนก็ปรากฏเบื้องหน้า

 

วงเวทย์มากมายปรากฏลอยกลางอากาศอย่างตื่นตา

 

สมาชิกกลุ่มดาราทั้งสิบสองคนต่างตื่นตะลึงในความสามารถของหัวหน้าตัวน้อยเป็นอย่างมาก ใช่ว่าใครก็สามารถทำเช่นนี้ได้ แม้แต่ผู้ใช้เวทย์ที่พวกเขาเคยพบก็ไม่สามารถสร้างวงเวทย์อย่างง่ายดายและรวดเร็วเช่นนี้ได้เช่นกัน

 

ไม่นานวงเวทย์เหล่านั้นก็ค่อยๆ รวมตัวกันเป็นวงเวทย์ซับซ้อน หัวหน้าตัวน้อยใช้เล็บจิกนิ้วมือจนได้เลือดและดีดเลือดหยดนั้นลงไปในวงเวทย์ พลันวงเวทย์นั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลง

 

รัศมีแดงฉานส่องสว่างเจิดจรัสขึ้น ก่อเกิดเป็นสัญลักษณ์รูปดวงตาสีแดง

 

“ผู้ที่จะทำพันธะสัญญา จงกรีดเลือดแล้วหยดไปที่วงเวทย์” นำเสียงที่เย็นชาของหัวหน้าเอ่ยออกมาอย่างไม่เจาะจงผู้ใด

 

ข้านั้นรีบก้าวแสดงตัวออกไปเป็นคนแรก ใช้ฟันกัดนิ้วตัวเองจนเลือดไหลออกมาและหยดลงไปในวงเวทย์

 

ทันใดนั้นเองแสงสีแดงก็พุ่งขึ้นจนกลืนกินมือข้างนั้นของข้า ภายในร่างเกิดความรู้สึกที่หลากหลายซับซ้อนเกิดขึ้นไปพร้อมๆ กันอย่างอธิบายออกมาไม่ได้

 

ไม่นานนักแสงสีแดงก็จางลง สัญลักษณ์รูปตายังคงลอยอยู่กลางวงเวทย์เช่นเดิม

 

เมื่อข้าชักมือกลับมา หลังมือของข้าก็ปรากฏสัญลักษณ์รูปดวงตาสีแดง มันเหมือนกับสัญลักษณ์ที่ลอยอยู่กลางวงเวทย์พันธะสัญญา

 

มันคือสัญลักษณ์ของหัวหน้าตัวน้อย

 

ผู้ที่มีสัญลักษณ์นี้คือผู้รับใช้ของหัวหน้า หากผู้ใดทำการทรยศ มันผู้นั้นจะต้องเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส วิญญาณจะถูกกักขังอยู่ในวงเวทย์พันธะสัญญา

 

ไม่นานนักพิธีการทำพันธะสัญญารับใช้ก็เสร็จสิ้น

 

หลังจากที่เงียบไปสักพักหนึ่ง หัวหน้าตัวน้อยได้เอ่ยขึ้น

 

“ในเมื่อตอนนี้พวกเจ้าทุกคนเป็นผู้รับใช้ข้าแล้ว ข้าก็จะเชื่อมั่นในความภักดีของพวกเจ้า และต่อจากนี้ไปข้าจะเปิดเผยความลับของข้าให้พวกเจ้าได้รับรู้”

 

หัวใจของข้านั้นเต้นอย่างโครมคราม

 

ความลับของหัวหน้าอย่างนั้นหรือ?

 

แน่นอนว่าทุกอย่างของหัวหน้าตัวน้อยนั้นราวกับภาพมายา แม้จะอยู่ด้วยกันมาเกือบครึ่งปีแต่พวกข้าก็มองเห็นความลับของหัวหน้าได้เพียงแค่เสี้ยวหนึ่งเท่านั้น

 

เมื่อหัวหน้าต้องการเปิดเผยความลับ แน่นอนว่าข้านั้นอดที่จะตื่นเต้นเป็นอย่างมากไม่ได้

 


...........................


ปัจจุบันกลุ่มลับถึงภาค 3 ตอนที่ 73

 ติดต่อ เพจเซียนจอมเวทย์

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.226K ครั้ง

45 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 02:59

    สุดยอดเลยค่ะ
    #26004
    0
  2. #25793 Peerada1648 (@Peerada1648) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 08:28
    ตื่นเต้นแทนเลยอ่ะ
    #25793
    0
  3. #23644 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 21:06
    จับทำพันธสัญญาแบบนี้ ก็สบายใจหายห่วงเรื่องจะโดนทรยศภายหลัง
    #23644
    0
  4. #23309 sunisaaiw1992 (@sunisaaiw1992) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 00:53
    กรี๊ดๆๆ เท่ส์มากกก
    #23309
    0
  5. #23284 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 01:27
    ทำสัญญาแล้ว เดอะแก๊งเท่มาก 5555
    #23284
    0
  6. #22937 aun-aom (@aun-aom) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 09:26
    รอการเปิดเผยความลับด้วยคนค่า~~~ ถึงคนอ่านจะรู้หมดแล้วก็ตาม5555 ชอบเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ!!
    #22937
    0
  7. #22933 QueenOfMars (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 09:14
    จะตีพิมพ์เป็นเล่มหรือเปล่าคะ?
    #22933
    0
  8. #22917 Wisteria❀ (@PayunChan) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 12:20
    อมก ลุ้นมาก ค้างเหลือเกินเจ้าค่ะ
    #22917
    0
  9. #22915 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 11:49
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #22915
    0
  10. #22914 nungnuput (@nungnuput) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 11:03
    พวกเค้าจะไม่ช็อคตายใช่มั้ย ถ้ารู้ความจริงทั้งหมด&#128514;&#128514;&#128514;
    #22914
    0
  11. #22913 เงาทิศตะวันออก (@1249900328295) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 10:25
    รู้สึกค้างๆอ่ะ ขอบคุณครับ
    #22913
    0
  12. #22912 DARCH (@tentenkids) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 09:27
    ขอบคุณครับ อยากรู้ความลับอย่างไวๆ เลยครับ
    #22912
    0
  13. วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 23:52
    อยากอ่านต่อเเล้ว รุสึกน็อคกลางอากาศ
    #22906
    0
  14. #22905 KavinJitaboun (@KavinJitaboun) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 23:45
    ไรท์มาต่อเถอะน้าาา ค้างงงง
    #22905
    0
  15. #22904 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 22:28
    อยากอ่านต่อมากเลยท่านนนย
    #22904
    0
  16. #22903 Benzbenzzz (@Benzbenzzz) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 22:10
    ค้างงง TT
    #22903
    0
  17. #22902 K17099 (@17099) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 21:48
    ทั้งสั้นทั้งค้าง อัพวันละสองตอนเลยได้ป่าว กลุ่มลับไปไกลมาก ใครจะมาเม้นบอก"เข้ากลุ่มลับสิ"อย่ามาเม้น ผมจน =_=
    #22902
    1
    • #22902-1 K17099 (@17099) (จากตอนที่ 136)
      2 พฤษภาคม 2561 / 21:53
      ค่าเน็ตก็พยายามใช้เน็ตราคาถูกๆความเร็วอืดๆละ ไรต์ไม่ต้องสนใจผมก็ได้ ยังไงก็จะรออ่านต่อไปเหมือนเดิม บ่นเฉยๆครับ~
      #22902-1
  18. #22900 dlsomc (@dlsomc) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 18:41
    I'm your...
    #22900
    0
  19. #22898 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 17:34
    ค้างมากกกก ฮรืออออ
    #22898
    0
  20. #22897 ทาสของเหมียว (@iiizo) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 16:44
    ตัดตอนกันได้ลงคอ
    #22897
    0
  21. #22895 1stSEBASTAIN (@1stSEBASTAIN) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 15:34
    เป็นการตัดจบที่โหดร้ายที่สุดในสามโลก
    #22895
    0
  22. #22894 MaNop Oulue (@nopsaran00) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 15:24
    ค้างงงงงงงงงเลยยยย ลงไงเนี่ย!!!
    #22894
    0
  23. #22893 ESTKUNG17 (@ESTKUNG17) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 15:19
    ค้างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    #22893
    0
  24. #22891 mild25Time (@mild25Time) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 14:55
    ไรท์!! ค้างเกินไปแล้วววววววววว
    #22891
    0
  25. #22889 _victory_88 (@varinthon) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 14:34
    ค้างงงงงง
    #22889
    0