เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,914,350 Views

  • 27,141 Comments

  • 28,061 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    60,619

    Overall
    3,914,350

ตอนที่ 14 : ปรุงยา (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53667
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1067 ครั้ง
    8 พ.ย. 60

ทันทีที่เมอร์ลินเข้าไปนั่งลง ณ จุดกึ่งกลางของวงเวทย์ เขาโบกไม้กายสิทธิ์เคลื่อนผ่านอากาศครั้งหนึ่ง

 

กระบวนการทำงานของวงเวทย์ก็เริ่มทำงาน เส้นแสงหลากสีโคจรอย่างมีประสิทธิภาพ อำนาจพลังเวทย์ค่อยๆ ก่อตัวและเผยแผ่อำนาจ

 

กระแสพลังเวทย์กลายเป็นหนาแน่นและค่อยๆ ขยายใหญ่ พลังเวทย์จำนวนหนึ่งเริ่มที่จะหลั่งไหลเข้ามาในร่างของเมอร์ลิน

 

พลังจากแสงของดวงอาทิตย์ช่วยเพิ่มพลังให้แก่เขามากกว่าการดูดซับพลังเวทย์แบบปกติเกือบเท่าตัว

 

เวลาผ่านไป 3 วัน ในที่สุดเมอร์ลินก็สัมผัสได้ถึงแกนพลังปราณใหม่ภายในร่าง เสาแกนปราณต้นที่ 7 กำลังถูกสร้างขึ้น กลิ่นอายของอันทรงพลังแผ่ออกมาจากร่างของเขาราวกับคลื่นที่ถาโถม

 

อากาศที่อยู่รอบๆ นั้นบังเกิดเสียงดังหึ่งๆ ดังอย่างต่อเนื่อง

 

การสร้างพื้นฐานการรวบรวมปราณนั้น ผู้ฝึกตนจะต้องรวบรวมพลังปราณเซียนเพื่อสร้างเสาแห่งปราณภายในร่างให้ได้ทั้งหมด 9 ต้น

 

เมื่อสามารถสร้างมันโดยสมบูรณ์แล้ว ลำดับต่อไปผู้ฝึกตนจะต้องสร้างฐานแห่งปราณขึ้นทับซ้อนบนเสาทั้ง 9 ต้นนี้

 

 

หากคนผู้นั้นสามารถสร้างฐานแห่งปราณได้สำเร็จเขาผู้นั้นก็จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ก่อลำต้นผู้หนึ่ง เสาแกนปราณทั้ง 9 ต้นจึงเปรียบเสมือนการลงเสาเข็มในการฝึกตนนั่นเอง

 

ซู่ ...

 

ในตอนนั้นเองร่างกายของเมอร์ลินก็เกิดการเปลี่ยนแปลง

 

ในช่วงสำคัญนี้ผิวหนังของเขาก็เริ่มที่จะเหี่ยวแห้ง น้ำในร่างกายค่อยๆ เหิดระเหยออกมา ความรู้สึกภายในกำลังลุ่มร้อนราวกับเลือดในร่างกายกำลังเดือดพล่าน

 

พลันควันไอน้ำก็ปรากฎออกมาจากทุกรูขุมขน ร่างกายของเขาค่อยๆ ซูบผอมลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งในยามนี้ตัวเขานั้นซูบผอมเหลือเพียงแต่กระดูก ไขมันใต้ผิวหนังถูกสกัดกลั่นจนระเหย

 

อ่า ...

 

เมอร์ลินปลดปล่อยเสียงออกมาอย่างไม่ตั้งใจเมื่อมาถึงจุดๆ หนึ่ง ควันไอน้ำที่ระเหยออกมาพลันก่อตัวอีกครั้ง คราวนี้พวกมันรวมตัวกันดังก้อนเมฆ

 

พริบตาเมอร์ลินก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของเขานั้นได้สัมผัสกับหยดน้ำ หยดน้ำที่เหมือนกับสายฝนกำลังตกลงมาโดนตัวเขา ผิวหนังที่เคยเหี่ยวแห้งจนย่นเหลือแต่กระดูกก็ค่อยๆ กลับมาเต่งตึงขั้นอีกครั้งหนึ่ง

 

ร่างกายของเขากำลังค่อยๆ ฟื้นฟูขึ้นเรื่อยๆ

 

ฮ่อง!

 

พลังปราณเซียนกระเพื่อมและสาดกระจายออกมาจนกลายเป็นละลอกคลื่นแผ่ออกไปราว 50 เมตร

 

ต้นไม้ทุกต้นบริเวณนั้นล้วนเกิดการสั่นไหว พลังปราณเซียนแผ่ขยายและครอบคลุมทั่วทุกด้าน

 

ภายในจุดตันเถียนกำลังก่อเกิดแสงหนึ่งภายในเปล่งประกายแสงออกมาอย่างเจิดจ้า

 

ขอบเขตทะเลปราณนั้นปรากฏเสาต้นต้นหนึ่งพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เสาที่เต็มไปด้วยอำนาจแห่งปราณแผ่กลิ่นอายที่ทรงพลังออกมา

 

เสาแห่งปราณต้นที่ 7 ได้ถูกสร้างขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

 

เมอร์ลินสัมผัสได้ว่าภายในทะเลปราณของเขานั้นได้สร้างเสาต้นที่ 7 ได้อย่างสมบูรณ์

 

เมื่อเขาลืมตาเขา สัมผัสแรกที่เขาได้พบคือความสดชื่น ผิวพรรณของเขานั้นเปล่งประกายและเจิดจ้ากว่าเดิม ร่างกายของเขานั้นได้ผลัดเปลี่ยนเข้าสู่ขอบเขตของระดับ 7 ของการรวบรวมปราณอย่างแท้จริงแล้ว

 

การเข้าสู่ระดับ 7 ของการรวบรวมปราณได้ด้วยวัย 9 ขวบปีนั้นเป็นการบ่มเพาะที่น่าสะพรึงกลัว แน่นอนว่าเขาไม่สามารถทำเช่นนี้ได้ในอดีต แต่เมื่อเขาได้อยู่ในโลกนี้มันกลับต่างออกไป

 

เมื่อได้เข้าสู่ระดับ 7 ของการรวบรวมปราณเรียบร้อยแล้ว ผลของมันคือเขาจะได้รับความสามารถที่เกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะทำได้ นั่นก็คือเขานั้นไม่จำเป็นต้องดื่มกินสิ่งของใดๆ อีกต่อไปจนจวบสิ้นอายุขัย

 

ขอเพียงมีน้ำไม่กี่หยดก็สามารถสร้างความสดชื่นให้แก่เขาได้แล้ว ตราบใดที่เขายังมีพลังปราณเซียนเขาก็สามารถกลั่นมันให้กลายมาเป็นพลังชีวิตเพื่ออยู่รอดได้แล้ว 

 

ดั่งที่คนธรรมดาพูดว่า "เซียนมักจะดูดซับไอดินกลิ่นฟ้าโดยไม่จำเป็นต้องดื่มกิน"

 

เมอร์ลินทำการปรับสมดุลพลังของเขาให้เข้าที่สักพักหนึ่ง

 

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเมอร์ลินก็ใช้ไม้กายสิทธิ์โบกสะบัดไปยังวงเวทย์ซับซ้อน

 

ในทันใดนั้นเองอำนาจของพลังอักขระที่เขาได้วาดไว้ก็หายไป  

 

ไม้กายสิทธิ์!

 

แหวนเวทย์!

 

เหตุใดเขาถึงมีสิ่งของเหล่านี้ ใช่ว่าเขาอยู่ในฐานะผู้รับใช้ที่ยากจนไม่ใช่หรือ?

 

ไม้กายสิทธิ์นั้นเป็นที่นิยมของผู้ใช้เวทมนต์ที่เป็นนักปรุงยา ไม้ประเภทนี้ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ในการต่อสู้ เพราะคุณสมบัติของมันคือการส่งเสริมพลังเวทย์ให้ก่อเกิดเป็นรูปร่าง

 

มันไม่เหมือนกับไม้เท้าเวทย์ที่สามารถประจุพลังเวทย์ที่ทรงพลังลงในไม้เท้าได้ คุณลักษณะของไม้เท้าเวทย์จึงเป็นการเพิ่มพูนพลังเวทย์ที่ปล่อยออกไป ไม้เท้าเวทย์จึงเป็นอาวุธที่เหมาะสมกับการใช้ต่อสู้ ซึ่งต่างจากไม้กายสิทธิ์ที่นิยมนำมาใช้ในการวาดวงเวทย์โดยเฉพาะ 

 

อาชีพนักปรุงยานั้นมีไม่มากนัก ไม้กายสิทธิ์จึงไม่เป็นที่นิยมนักในหมู่ผู้ใช้เวทมนต์สักเท่าไหร่

 

แต่กระนั้นมันก็ยังมีราคาที่แพงอยู่พอสมควร เพราะส่วนประกอบของมันจะต้องทำมาจากจิตเวทย์ของสัตว์อสูรบางชนิดที่สามารถเป็นตัวสื่อนำพลังเวทย์ได้

 

หากไม่นับไม้กายสิทธิ์แล้วเขายังมีแหวนเวทย์ซึ่งมีราคาแพงอีกอย่างหนึ่งอีกด้วย คนรับใช้ผู้หนึ่งสามารถหาสิ่งของเหล่านี้มาได้อย่างไร

 

ย้อนกลับไป 2 ปีก่อนหน้านี้อีกครั้งหนึ่ง

 

หลังจากที่เมอร์ลินได้ครอบครองดวงตาเลเมเกทัน เขาก็ยังคงทำตัวเป็นผู้รับใช้ของอาเธอร์เช่นเดิม เขายังคงใช้ชีวิตที่เรียบง่ายไม่สะดุดตา

 

ก่อนหน้านี้เขาได้รับความรู้ในเรื่องของจิตเวทย์จากสัตว์อสูร ของสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สามารถเพิ่มพลังเวทย์ให้แก่มนุษย์ได้ แต่กระนั้นมันก็ยังมีราคาที่แพงเป็นอย่างมาก

 

ในฐานะคนรับใช้จนๆ เช่นเมอร์ลิน แน่นอนว่าไม่อาจแตะต้องของสิ่งนั้นได้

 

เมอร์ลินได้ทำการพิจารณาถึงสภาพทางการเงินของเขาและกำลังคิดทำบางสิ่ง

 

เมอร์ลินพบว่าตั้งแต่เขาครอบครองเลเมเกทันนั้น การเรียนรู้มหาเวทย์บทที่ 1 นั้นทำให้เขาก็ได้รับความสามารถพิเศษ 3 อย่างด้วยกัน อย่างแรกคือการจดจำทุกสิ่งได้โดยการมองเพียงครั้งเดียว เพียงหนึ่งการมองเขาก็บันทึกสิ่งต่างๆ ที่เขาเห็นเข้าสู่สมองได้แล้ว

 

อย่างที่สองคือ การสังเกตดวงตาของเขานั้นได้พัฒนาในเรื่องของความแม่นยำเป็นอย่างมาก เขาสามารถค้นหาจุดอ่อนจุดแข็งของทุกสิ่งด้วยเพียงการมอง

 

อย่างสุดท้ายนั่นก็คือ สารานุกรมความรู้อย่างที่รู้กันว่าเลเมเกทันนั้นได้มอบความรู้อันมหาศาลที่อยู่ในโลกนี้ให้แก่เขา เขาสามารถใช้งานมันได้แค่เพียงนึกถึงสิ่งที่ต้องการรู้ ห้องสมุดความรู้ภายในสมองของเขาก็จะเปิดออกและให้ข้อมูลแก่เขา

 

เมื่อเขาได้เปิดโลกกว้างโดยการอาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้ เขาก็ได้รับรู้ว่าผู้ใช้อักขระนั้นเปรียบดั่งพระเจ้าของเหล่าพ่อค้า

 

ความแข็งแกร่งของผู้ใช้อักขระนั้นไม่ใช่เพียงเพราะการมีพลังต่อสู้หรือมีการใช้เวทย์ที่เหนือกว่าคนทั่วไป แต่อำนาจที่แท้จริงของผู้ใช้อักขระนั้นคือตัวตนของพวกเขา

 

ผู้ใช้อักขระผู้หนึ่งนั้นสามารถเรียกใช้งานได้แม้กระทั่งผู้เป็นจอมเวทย์

 

หากผู้ใช้อักขระผู้หนึ่งถูกรบกวน ผู้ใช้อักขระผู้นั้นอาจชักจูงเหล่าจอมเวทย์หรือแม้กระทั่งมหาจอมเวทย์เพื่อสะสางปัญหา ทุกตัวตนนั้นล้วนต้องการสร้างความพึงพอใจแก่พวกเขา

 

นั่นจึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้คนต่างเกรงกลัวและไม่กล้าที่จะยั่วยุผู้ใช้อักขระ

 

หากกล่าวถึงเรื่องการเงินของผู้ใช้อักขระนั้น แทบจะเรียกได้ว่าผู้ใช้อักขระนั้นเป็นเทพแห่งทรัพย์ผู้หนึ่ง

 

นั่นเพราะยุทธภัณฑ์ที่ทำการลงอักขระแต่ละชิ้นนั้นมีมูลค่าที่สูงเป็นอย่างมาก มันไม่ใช่สินค้าที่จะสามารถผลิตได้ทั่วไป ยกตัวอย่างเช่นแหวนเวทย์ที่ใช้บรรจุสิ่งของ ผู้ที่จะสามารถครอบครองแหวนเวทย์แต่ละวงได้นั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นผู้ร่ำรวยผู้หนึ่ง เพราะมูลค่าของแหวนเวทย์แต่ละวงนั้นทั้งแพงและหายาก

 

นับว่าเป็นโชคดีที่เมอร์ลินได้ครอบครองดวงตาเลเมเกทัน ความรู้ในเรื่องของอักขระเวทย์ที่อยู่ภายในดวงตานั้นได้บรรดาลให้เขาเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นผู้ใช้อักขระโดยอัตโนมัติ

 

เมอร์ลินได้ใช้เวลาว่างของเขาส่วนหนึ่งไปกับการหาความรู้เพิ่มเติมที่ห้องสมุดของโรงเรียน และแน่นอนว่าในฐานะผู้ติดตามของอาเธอร์ เขานั้นได้รับสิทธิ์ให้เข้าไปได้ เพียงแต่เข้านั้นสามารถเข้าไปได้แค่ชั้นแรกของห้องสมุดเท่านั้น หนังสือในชั้นแรกนั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นความรู้พื้นฐานทั้งสิ้น แต่ทว่านั่นก็เพียงพอสำหรับข้อมูลที่เขาต้องการ

 

เมอร์ลินทำการอ่านหนังสือแทบทุกเล่มในห้องสมุดชั้นแรกนี้ หนังสือส่วนใหญ่เป็นหนังสือที่เกี่ยวเนื่องจากความรู้พื้นฐานซึ่งจะไม่ปรากฏหนังสือที่สอนเกี่ยวกับบทเวทย์ระดับสูง

 

ด้วยความสามารถของเลเมเกทันเพียงกวาดตามองผ่านหนังสือ เขาก็สามารถจดจำเนื้อหาทั้งหมดของหนังสือแต่ละเล่มได้แล้ว มันสามารถเรียกได้ว่าหนังสือที่มีอยู่ในห้องสมุดชั้นแรกนับพันๆ เล่มได้ผ่านสายตาของเขาหมดแล้ว

 

ในตอนนั้นเองเขาก็ได้พบกับหนังสือบทเวทย์พื้นฐานเล่มหนึ่งที่กล่าวถึงการใช้เวทย์โดยไม่จำเป็นต้องใช้พลังเวทย์ในร่างกาย

 

ดวงตาของเมอร์ลินนั้นราวกับมีประกายไฟลุกโชน สือเล่มนี้มีประโยชน์อย่างมากสำหรับเขา

 

เนื้อหาของหนังสือนั้นกล่าวถึงการชักนำเวทย์ให้ผ่านสิ่งที่เป็นสื่อกลางแล้วปลดปล่อยมันออกมา โดยที่ไม่ได้ทำการกักเก็บพลังเวทย์นี้ไว้ ซึ่งสิ่งนี้นั้นเป็นจุดประกายในการใช้ไม้กายสิทธิ์ของเขา

 

การที่ร่างกายไม่กักเก็บพลังเวทย์ทำให้เขาไม่สามารถใช้เวทย์ได้

 

ศาสตร์นี้จึงทำให้ความหวังในการใช้เวทย์เกิดขึ้น การเขียนอักขระเวทย์ง่ายๆ นั้นไม่จำเป็นต้องใช้พลังเวทย์ที่มากมาย วิธีการนี้จึงเหมาะสมกับเมอร์ลินเป็นอย่างมาก

 

เมื่อคิดได้ดังนั้นเมอร์ลินจึงได้ทำการหยิบยืมเงินของอาเธอร์มาก้อนหนึ่ง แน่นอนว่าเขาได้ถูกเจ้าเด็กอาเธอร์ด่าว่าอยู่พักหนึ่ง แต่ก็นับว่าเจ้าเด็กคนนี้ยังมีน้ำใจ สุดท้ายแล้วอาเธอร์ก็ให้เมอร์ลินหยิบยืมเงิน

 

เมอร์ลินใช้เงินจำนวนนั้นไปกับการซื้อไม้กายสิทธิ์และสมุนไพรคุณภาพต่ำจำนวนหนึ่ง

 

ก้าวแรกของการเป็นผู้ใช้อักขระของเมอร์ลินนั้นคือการปรุงยา ซึ่งการปรุงยานั้นเป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของผู้ใช้อักขระ ที่เขาเลือกที่จะปรุงยานั้นเป็นเพราะในอดีตครั้งหนึ่งเขาเคยปลีกวิเวกไปเป็นหมอธรรมดาคนหนึ่ง เขาจึงมีความรู้ในการปรุงยาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเท่ากับผู้ที่เอาจริงเอาจังกับการเดินทางในสายอาชีพนี้

 

เมอร์ลินซื้อต้นบูลเฮิร์บ เรดเฮิร์บ และเยโร่เฮิร์บมาจำนวนหนึ่ง

 

ช่วงเวลานั้นเขาได้ฝึกการใช้ไม้เท้ากายสิทธิ์จนชินมือ การลองผิดลองถูกในการวาดอักขระเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุดเมอร์ลินก็สามารถรังสรรค์อักขระพื้นฐานอย่างอักขระธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ มืด และแสง ให้ปรากฏเป็นวงเวทย์ออกมาได้

 

เมอร์ลินได้ใช้ศาสตร์ความรู้ของสารานุกรมความรู้เลเมเกทันและการค้นคว้าในห้องสมุดโรงเรียนวอเดอร์เซี่ยนนำมาประยุกต์ใช้ จนสามารถนำมันมาใช้สร้างวงเวทย์สังเคราะห์ในการปรุงยาได้

 

แต่นั่นก็ใช่ว่าเมอร์ลินจะสามารถทำสำเร็จภายในครั้งเดียว เขานั้นต้องอาศัยความพยายามนับครั้งไม่ถ้วนในการปรุงยา จนในที่สุดเขาก็ทำมันได้สำเร็จ

 

เมอร์ลินวาดอักขระแต่ละวงออกมากลางอากาศจำนวนหลายวง แน่นอนว่าเขาหมดเวลากับการฝึกฝนการวาดอักขระไปหลายเดือนจึงสามารถทำเช่นนี้ได้

 

แม้ว่าจะสามารถวาดอักขระเวทย์ได้มากมายแต่มันก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง เนื่องจากพลังเวทย์ที่ใช้อักขระเป็นพลังเวทย์ที่หยิบยืมมาจากภายนอก นั่นจึงทำให้อักขระที่เขาวาดออกมาไม่สามารถคงอยู่ได้นานนัก

 

ในที่สุดหนทางแห่งการปรุงยาในดินแดนนี้ของเขาก็เริ่มขึ้น เด็กน้อยผู้สวมใส่เสื้อผ้ามอซอเริ่มตวัดปลายไม้กายสิทธิ์ไปมาได้อย่างคล่องแคล่ว

 

อักขระเวทย์สีฟ้าตัวแล้วตัวเล่าก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ

 

เมื่ออักขระเวทย์สามารถคงรูปได้ พริบตามันก็กลายเป็นวงเวทย์วงหนึ่ง

 

วงเวทย์เหล่านั้นไม่ได้มีความซับซ้อนมากนัก แต่เพียงเท่านี้ก็เพียงพอต่อความต้องการของเด็กน้อยแล้ว

 

เมอร์ลินใช้พลังปราณเซียนของเขาบังคับให้สมุนไพรจำนวนหนึ่งลอยขึ้นกลางอากาศ

 

ทันใดนั้นเองเขาก็บังคับวงเวทย์แต่ละวงให้เคลื่อนที่สลับกันไปมา โดยใช้ไม้กายสิทธิ์แตะลากไปยังทิศทางที่เขาต้องการ

 

เมื่อวงเวทย์แต่ละวงถูกวางในตำแหน่งที่ถูกต้อง

 

 

สมุนไพรจำนวนหนึ่งก็ถูกชักนำเข้าสู่จุดศูนย์กลาง ในตอนนั้นเองกระบวนการของวงเวทย์แต่ละวงเริ่มทำงาน

 

เมอร์ลินพยายามทำการถ่ายพลังเวทย์เข้าไปที่วงเวทย์อย่างต่อเนื่อง เส้นแสงของวงเวทย์พลันสว่างวาบขึ้นมา

 

เส้นแสงเหล่านั้นหมุนวนกันอย่างมีระบบ กระบวนการทำงานของวงเวทย์เชื่อมต่อและทำงานอย่างต่อเนื่อง ลำแสงหลากสีพุ่งออกมาจากวงเวทย์เหล่านั้น กลายเป็นลำแสงพลังงานที่ตัดผ่านสมุนไพร

 

เมอร์ลินเป็นผู้กำหนดการทำงานของลำแสงเหล่านั้น สมุนไพรจำนวนนั้นถูกลำแสงหลากสีตัดผ่านไปมา และทุกครั้งที่ลำแสงสัมผัสกับสมุนไพร สภาพของสมุนไพรก็เกิดการเปลี่ยนแปลง

 

บางครั้งมันขยายใหญ่ขึ้น บางครั้งมันหดเล็กลง บางครั้งมันก็สลายเป็นผุยผง แต่สุดท้ายพวกมันเหล่านั้นก็รวมตัวกลับมาเป็นเช่นเดิม

 

กระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเหล่า สิ่งที่เขากำลังทำในขณะนี้ เหล่านักปรุงยาเรียกมันว่าการสกัดสมุนไพร

 

จนในที่สุดเมอร์ลินก็ดำเนินมาถึงขั้นตอนสุดท้ายคือการกลั่นสมุนไพร

 

ลำแสงหลากสีพลันพุ่งมาบรรจบรวมกัน ณ จุดเดียว

 

ผลจากลำแสงทั้ง 6 ธาตุทำให้สมุนไพรที่ละเอียดเป็นผงนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นของเหลวจำนวนหนึ่ง

 

ของเหลวนั้นค่อยๆ ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายเท่า

 

จากผงละเอียดที่มีจำนวนเท่าหัวแม่มือพลันขยายเป็นของเหลวที่มีจำนวนหนึ่งเท่ากำปั้น

 

เมื่อสิ้นสุดขั้นตอนการกลั่น วงเวทย์ทั้งหลายก็สลายหายไป

 

หลงเหลือเพียงของเหลวจำนวนหนึ่งที่ลอยอยู่กลางอากาศเท่านั้น

 

เมอร์ลินเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพึ่งพอใจ พร้อมทั้งสะบัดปลายนิ้วบังคับให้ของเหลวนั้นพุ่งเข้าสู่ปากขวดจำนวนหนึ่งที่เขาเตรียมไว้

 

มือน้อยๆ นั้นหยิบขวดน้ำยาขวดหนึ่งขึ้นมาดูอย่างพึงพอใจ

 

เมอร์ลินใช้ดวงตาเลเมเกทันตรวจสอบคุณสมบัติของยาของเขาทันที

 

ในตอนนั้นเองเขาได้ทราบว่าน้ำยาที่อยู่ในมือของเขานั้นมันถูกเรียกว่า น้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ระดับสูงที่มีคุณสมบัติแฝง

 

น้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ระดับสูง! แถมยังเป็นน้ำยาเพิ่มเวทย์ที่มีคุณสมบัติแฝงอีกด้วย

 

น้ำยาขวดนี้นอกจากจะสามารถเติมเต็มพลังเวทย์ให้ฟื้นคืนกลับมาแล้ว มันยังมีคุณสมบัติในการลดระยะความเร็วในการร่ายเวทย์อีกด้วย

 

เป็นไปได้ยังไงกัน? สมุนไพรระดับต่ำสามารถผลิตออกมาเป็นน้ำยาระดับสูงได้?

 

เมอร์ลินทำความเข้าใจกับน้ำยาขวดนี้ในระยะเวลาหนึ่ง

 

ในที่สุดเขาก็ได้ข้อสรุปให้กับตัวเองว่า เหตุที่เขาสามารถผลิตน้ำยาระดับสูงจากสมุนไพรระดับต่ำได้ นั่นอาจเป็นเพราะพลังของการใช้อักขระเวทย์

 

อย่างที่ทราบกันว่าพลังของผู้ใช้อักขระนั้นสามารถเพิ่มคุณสมบัติของของสิ่งหนึ่งได้ ไม่เว้นแม้แต่สมุนไพร ลำแสงต่างๆ เหล่านั้นสามารถเพิ่มพูนหรือเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของสมุนไพรได้

 

การกลั่นสมุนไพรระดับต่ำโดยใช้อักขระเวทย์จึงมีความเป็นไปได้ว่ามันจะสามารถสร้างน้ำยาที่มีคุณสมบัติที่ดีกว่าขึ้นมาได้

 

ช่างน่าอัศจรรย์ใจ!

 

ความสามารถของผู้ใช้อักขระนั้นช่างน่าสะพรึงเป็นอย่างยิ่ง ไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยที่เหล่าผู้คนในดินแดนแห่งนี้จะยกย่องผู้ใช้อักขระให้เป็นตัวตนที่พิเศษกว่าผู้ใด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.067K ครั้ง

72 ความคิดเห็น

  1. #26989 Nn-Ninoi (@Nn-Ninoi) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:51
    บรรยายน่าเบื่ออ่ะ เนื้อเรื่องต้นึๆที่อ่านมาเรื่อยเปื่อยมาก แต่ก็ยังหวังว่าเนื้อเรื่องต่อจากนี้จะดำเนินได้ดีขึ้น
    #26989
    0
  2. #26469 pingowow (@pingwowo) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 12:04
    น้ำเยอะมาก เหมือนเขียนวนไปวนมา
    ยิ่งตรงอธิบายอักขระเวทย์ อธิบายสามสี่รอบได้ - -
    #26469
    0
  3. #26309 🍥 Mo Chi 🍉 (@--Shadow--) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 21:45
    เดี๋ยวทรัพยากรก็ตามมา
    #26309
    0
  4. #26133 (@dew1232) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 21:57

    รวยและ

    #26133
    0
  5. #25933 mybas2 (@mybas) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 12:22
    น้ำเยอะเกินความจำเป็นนะครับ ทำให้ไม่น่าติดตามอย่างที่ควรจะเป็นเพราะตอนหลังๆนั้นจะสนุก
    #25933
    0
  6. #25736 Peerada1648 (@Peerada1648) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 10:45
    อาเธอร์ก็น่ารักดีนะ อาเธอร์มีน้ำใจด้วยแถมยังไม่แกล้งรุนแรง
    #25736
    0
  7. #24941 0814406471 (@0814406471) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 20:02
    เนี้ยหาเยอะการ ยิ่งอ่านยิ่งปวดหัว แต่เนื้อเรื่องดีมากครับ
    #24941
    0
  8. #24782 jamela jam (@jamela) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 16:02
    เราว่าไรท์อัดข้อมูลลงในเนื้อหามากเกินไปอ่ะ ทำให้ไม่น่าติดตามเท่าไหร่ อยากให้เพิ่มสีสันในการแต่งบ้าง บทพูดก็ไม่มีเลยในหลายๆตอนมานี้ ลองพิจารณาดูนะ เราว่าเนื้อหามันใช้ได้ แต่การบรรยายยังไม่น่าติดตาม
    #24782
    0
  9. #24728 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 08:38
    อาเธอร์ทำไมไม่เป็นผู้หญิงแว้
    #24728
    0
  10. #24727 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 08:37
    รวยๆๆๆ
    #24727
    0
  11. #24569 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 17:42

    Thank you

    #24569
    0
  12. #24316 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 13:04
    อาเธอร์น่ารักนะ แบบนางยังเด็กอ่ะปากร้ายขี้โวยวายตามประสาเด็กที่โดนตามใจคนหนึ่ง แต่โดยรวมแล้วเมอร์ลินก็เป็นคนสนิท นอกจากการฝึกฝนแล้วอยากให้โฟกัสชีวิตส่วนอื่นบ้าง หรือไม่ก็เปลี่ยนชื่อเรื่องไปเลย"ว่าด้วยการฝึกฝนของเมอร์ลิน" เพราะเนื้อเรื่องจนถึงตอนนี้ไม่มีอะไรเลยจริงๆนอกจากฝึกฝน
    #24316
    0
  13. #23945 DekNoD555 (@DekNoD555) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 19:46

    ตอนปรุงยา มา4บรรทัดสุดท้าย

    อธิบายปากกาซะหลายหลายแผ่นกระดาษa4เลย บางทีแค่ได้รู้ชื่อ กับใช้ทำอะไรได้ก็พอ ไม่ต้องอธิบายกระบวนการ ตั่งแต่การผลิตยันส่งออกหรอก ใส่น้ำน้อยหน่อย (เปรียบเทียบ)

    #23945
    1
    • #23945-1 tata6759 (@tata6759) (จากตอนที่ 14)
      10 กรกฎาคม 2561 / 09:53
      คิดเหมือนกันเลย
      #23945-1
  14. #23561 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 14:54

    แบบนี้ก็ไม่ลำบากเรื่องเงินทองแล้ว

    #23561
    0
  15. #23303 Genesiz_q (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 18:10
    คือจะไม่มีบทพูดทั้งเรื่องเลยหรอ
    #23303
    0
  16. #23211 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 01:13
    จะที่ไหนๆสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิตมากที่สุดก็คือ เงิน เนอะ 55555 หาตังๆ
    #23211
    0
  17. #22812 นักอ่านไง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 19:51
    อ่านรอบสองก็ยังขมวดคิ้วกับการลดความเร็วการร่าย

    มันคือโลกที่ต้องร่ายเวทด้วยปากตัวเอง ไม่ใช่เกมที่มีหลอดร่าย

    ไม่รู้จะร่ายไวขึ้นได้ยังไง กินยาแล้วปากขยับไวขึ้นหรอ
    #22812
    1
  18. #22154 LoliGuard (@LoliGuard) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 15:50
    มีทั้งเทควานโดและอาชามิส จะมาทุกอาชีพเลยรึเปล่า
    #22154
    1
    • #22154-1 Kyohe (@takanokyohe) (จากตอนที่ 14)
      4 เมษายน 2561 / 06:54
      อาชามิส คืออะไรหรอคะ
      #22154-1
  19. #21778 Conflagration (@leafre-algorithm) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 03:24
    ขอบคุณครับ
    #21778
    0
  20. #21309 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 21:33
    ขอบคุณครับ
    #21309
    0
  21. #21101 1stSEBASTAIN (@1stSEBASTAIN) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 09:22
    หน่วยเงิน เซนี มี เรด บลู เยลโล่ ต่อไปคงเอาไปขายที่ มอร็อค ไม่ก็พรอนเทร่าเเน่ๆ
    #21101
    0
  22. #20458 poiice222 (@poiice222) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 20:14
    ยังมีประโยคที่ดูงงๆ นิดหน่อยนะ ตรงที่บอกว่า ลดระยะความเร็วในการร่าย น่าจะเปลี่ยนเป็น ลดเวลาหรือลดระยะเวลาในการร่ายจะเข้าใจง่ายกว่านะ อ่านตอนแรกก็งงว่ามันทำให้ร่ายได้เร็วขี้นหรือช้าลงกันแน่
    #20458
    0
  23. #20372 Avista (@babellzcalypso) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 21:18
    สนุกกกกกกแง่มมาต่อไวๆเด้อ
    #20372
    0
  24. #20371 คุโรซากิโมโตริ (@queendark) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 17:19
    ค้างอ่ะไรท์
    #20371
    0
  25. #20369 f4g7t2r (@f4g7t2r) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 16:06
    อยากอ่านต่อแล้ววว
    #20369
    0