เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,916,322 Views

  • 27,144 Comments

  • 28,074 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    62,591

    Overall
    3,916,322

ตอนที่ 18 : ดันเจี้ยนลึกลับ (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51337
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1046 ครั้ง
    9 พ.ย. 60

กลับมาปัจจุบัน 

 

หลังจากที่เมอร์ลินได้สำเร็จการทะลวงระดับ 7 ของการรวบรวมปราณเรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินทางออกจากป่ากลับสู่ที่พักทันที 

 

หลายวันต่อมาพลังระดับ 7 ของการรวบรวมปราณก็เริ่มเสถียรและใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ พลังปราณเซียนภายในร่างไหลเวียนราวกับธารน้ำจนสร้างความคุ้นชินให้กับเมอร์ลิน

 

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเขายังคงแวะเวียนไปที่ร้านของมาตินอยู่เสมอ ในครั้งแรกที่เปิดขายน้ำยาเพิ่มพลังเวทย์ ผู้คนจำนวนมากได้ให้ความสนใจกับสินค้าตัวนี้ และหนึ่งในนั้นก็คือคนของศาสนจักรแห่งแสง พวกเขาได้ซื้อมันในราคา 400,000 เซนี่ ทันทีที่พวกเขาได้ทดลองใช้ พวกเขาก็ได้รับประสิทธิภาพที่น่าพึงพอใจ

 

พวกเขาใช้มันในการลดระยะเวลาการร่ายเวทย์รักษาระดับสูง ซึ่งแต่เดิมพวกเขาต้องทำการสวดร่ายคาถาถึง 1 ชั่วโมง แต่หลังจากที่พวกเขาได้ใช้น้ำยานี้แล้วระยะเวลาของการร่ายคาถาก็ถูกลดลงมาเหลือเพียง 40 นาทีเท่านั้น มันลดระยะเวลาการร่ายเวทย์ไปถึง 1 ใน 3 ตามที่ได้กล่าวอ้าง

 

เมื่อข่าวการทดสอบสรรพคุณของน้ำยาชนิดนี้ถูกเผยแพร่ออกไป โลกทั้งโลกกลายเป็นสั่นสะท้าน ผู้คนต่างล่ำลือเกี่ยวกับหัวข้อนี้ ข่าวน้ำยาที่มีสรรพคุณลดระยะเวลาการร่ายเวทย์ได้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งแผ่นดิน ราชสำนักของอาณาจักรน้อยใหญ่ต่างแตกตื่นกับมัน

 

ด้วยคำสั่งของเมอร์ลิน เขาได้เตือนมาตินให้ปล่อยสินค้าออกมาขายในจำนวนไม่มากเพื่อเพิ่มคุณค่าของมัน และมาตินก็ได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เขานำยาเพิ่มพลังเวทย์ที่มีคุณสมบัติแฝงออกมาขายในจำนวนไม่มาก

 

นั่นจึงทำให้ตลาดนั้นมีความต้องการเป็นอย่างยิ่ง กระทั่งบางตระกูลได้ซื้อมันไปเพื่อเกร็งราคาในการขายต่ออีกทอดหนึ่ง จนในที่สุดมันถูกนำไปเป็นสินค้าในตลาดมืด

 

ราชสำนักทั้งหลายก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน พวกเขาเร่งมาติดต่อกับมาตินเพื่อซื้อขายจำนวนมากในทันที แต่ทว่าพวกเขากลับพบกับความผิดหวัง มาตินนั้นถือปฏิบัติตามคำสั่งโดยเคร่งครัด ด้วยคำกล่าวอ้างถึงผู้ใช้อักขระที่เป็นผู้ผลิตน้ำยาเหล่านี้นั้นไม่สามารถผลิตออกมาได้เป็นจำนวนมากๆ พวกเขาจึงยอมอ่อนลงและล่าถอยออกไป

 

เช่นนั้นแล้วพวกเขาจึงมุ่งเน้นในการกว้านซื้อมันให้ได้มากที่สุดแทน

 

ด้วยความหายากนี้จึงทำให้ราคาของน้ำยาเพิ่มพลังเวทย์เพิ่มสูงขึ้น เพียงเวลาไม่นาน ราคาของมันตกอยู่ที่ขวดละ 1 ไดมอนหรือ 1 ล้านเซนี่แล้ว

 

เรื่องนี้ไม่ได้สร้างความตื่นตัวให้กับเหล่าผู้ใช้เวทมนต์เพียงอย่างเดียว แม้แต่ผู้ใช้อักขระคนอื่นๆ ก็เริ่มตื่นที่จะคิดตระหนัก แต่เดิมพวกเขาไม่เคยมีความคิดที่จะใส่ใจกับการปรุงยาเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อได้ยินข่าวนี้ก็ทำให้พวกเขาหันมาใส่ใจกับมันมากขึ้น

 

พวกเขาไม่คิดเลยว่าการปรุงยานั้นจะสามารถสร้างกำไรมหาศาลและส่งผลถึงขั้นเขย่าแผ่นดินเช่นนี้ กระนั้นนอกจากความร่ำรวยร้านค้าที่ขายน้ำยาแห่งนั้นก็ยังมีอำนาจต่อราชสำนักของอาณาจักรต่างๆ อีกด้วย

 

เหล่าพ่อค้าที่ทำการผูกขาดกับผู้ใช้อักขระแต่ละคน ก็เริ่มออกความเห็นบอกกล่าวให้ผู้ใช้อักขระของพวกเขาผลิตสินค้าอย่างน้ำยาเวทย์ออกมา แต่มิคาดว่าการปรุงยาด้วยอักขระเวทย์นั้นไม่ใช่สิ่งง่ายดาย ความล้มเหลวเกิดแก่พวกเขานับครั้งไม่ถ้วน

จนแล้วจนรอดในตอนนี้ยังไม่มีผู้ใช้อักขระคนใดที่สามารถผลิตน้ำยาที่มีคุณสมบัติแฝงได้เลยแม้แต่คนเดียว

ผู้ใช้อักขระแต่ละคนนั้นสามารถปรุงได้แค่น้ำยาปกติธรรมดาเท่านั้น สิ่งที่พวกเขาขาดก็คือสูตรอักขระที่ใช้ในการปรุงยา

ทั้งนี้สูตรอักขระในการปรุงยานั้น โดยสามัญแล้วผู้ใช้อักขระโดยทั่วไปจะต้องพากเพียรทดลองสร้างมันขึ้นมาเอง หรืออีกอย่างหนึ่งคือได้รับมรดกตกทอดมา

ในการใช้อักขระแต่ละตัวในการปรุงยาพวกเขาจำเป็นต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ยังสืบเนื่องเกี่ยวกับฝีมือการควบคุมอักขระของผู้ใช้อักขระแต่ละคนด้วย

หากการควบคุมนั้นไม่เสถียร ผลของการปรุงยานั้นอาจเกิดความล้มเหลวได้ง่าย ศาสตร์แห่งการปรุงยาที่ใช้อักขระเวทย์นั้นจึงเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและเป็นศาสตร์ชั้นสูงของสาขานี้

 

มีข่าวลือเพิ่มเติมออกมาว่าน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ที่ถูกผลิตออกมานี้ถูกปรุงมาจากผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว เพราะความล้มเหลวจำนวนมากของผู้ใช้อักขระ จึงเกิดข้อสงสัยว่าการผลิตน้ำยาที่มีคุณสมบัติที่ล้ำเลิศแบบนี้ได้นั้นจำเป็นต้องเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว ผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้านั้นอ่อนแอเกินไปจึงไม่สามารถปรุงมันขึ้นมาได้

 

ผลอันน่าอัศจรรย์นี้จึงเป็นข้อแตกต่างระหว่างผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้าและขั้นสีเขียว ยิ่งข่าวลือนี้ถูกแพร่ออกไปชื่อเสียงร้านขายยาของมาตินก็ยิ่งกระจรกระจายยิ่งขึ้น

 

ผ่านไปไม่กี่เดือนร้านค้าของมาตินนั้นดูมั่งคั่งเป็นอย่างมาก จนแทบจะเรียกได้ว่ายามนี้ร้านของเขาเป็นร้านที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งก็ว่าได้

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมาร้านขายยาของมาตินนั้นมีผู้มีฐานะสูงส่งในหลากหลายตัวตนเดินเข้าออกร้านอยู่ตลอดเวลา

 

นั่นเป็นเพราะว่ากฎที่เขาได้ตั้งไว้ว่าจะเปิดขายน้ำยาเป็นช่วงเวลาและจะขายในจำนวนที่จำกัดเท่านั้น

 

หลายอาณาจักรจึงได้ส่งตัวแทนเพื่อจัดการซื้อขายอยู่ตลอด ยิ่งพวกเขาได้น้ำยามากักตุนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเกิดผลดีต่ออาณาจักรของพวกเขามากขึ้นเท่านั้น

 

เมอร์ลินผลิตน้ำยาออกมาเรื่อยๆ เป็นจำนวนมาก เขาทำการกักตุนไว้เป็นแสนๆ ขวด ยิ่งเขาทำการปรุงยามากขึ้นเท่าไหร่ ความเชี่ยวชาญในการใช้อักขระเวทย์ของเขาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น

 

เมอร์ลินยังได้รับผลประโยชน์เป็นประจำทุกเดือน จนตอนนี้เขามีเงินเก็บอยู่เป็นจำนวนมาก เขามีทรัพย์สินที่มากมายจนเกินความจำเป็นในการใช้ของเขาเลยด้วยซ้ำ

 

แต่อย่างไรเสียเมอร์ลินก็ยังไม่ละทิ้งหน้าที่คนรับใช้ของอาเธอร์ เขาจะทำหน้าที่นี้จนกว่าจะบรรลุถึงขั้นก่อลำต้นได้ เมื่อถึงตอนนั้นเขาจะสามารถเรียนรู้เวทมนต์และทำการปกป้องตนเองได้ หน้าที่คนรับใช้จึงไม่จำเป็นสำหรับเขาอีกต่อไป

 

ในอนาคตเมอร์ลินตั้งใจจะใช้สถานะพิเศษของผู้ใช้อักขระปกปิดการฝึกพลังปราณเซียนของเขา เขาเชื่อว่าหากการใช้ปราณเซียนแต่เอ่ยในนามของผู้ใช้อักขระ ผู้คนนั้นจะต้องปราศจากความเคลือบแคลงใจอย่างแน่นอน

 

ตราบใดที่เมอร์ลินไม่ได้ใช้พลังปราณเซียนให้ผู้ฝึกตนขั้นผลิดอกได้รับรู้ เขาเชื่อว่าเหล่าผู้คนในดินแดนแห่งนี้จะต้องเข้าใจว่ามันเป็นพลังของผู้ใช้อักขระอย่างแน่นอน เขาต้องการสร้างความเข้าใจผิดให้ผู้คนอย่างสมบูรณ์

 

วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่แสนจะน่าเบื่อสำหรับเมอร์ลิน มันเป็นวันหยุดที่เขาต้องทำหน้าที่คนรับใช้ เขาถูกอาเธอร์ลากมาเป็นเบ้ในการถือข้าวของในการเกี้ยวสาวของเขา 

 

ในวันนี้เด็กสาวที่อาเธอร์นัดไว้นั้นไม่ใช่จูดี้อีกต่อไป เด็กหนุ่มผู้นี้มีความสามารถเปลี่ยนสาวงามไปได้เรื่อยๆ และสาวน้อยในวันนี้เธอคือวินสัน เมรี่ บุตรสาวของดยุดโยเซฟ แห่งอาณาจักรดัชชี

 

อาเธอร์หลงใหลเด็กสาวผู้นี้เป็นอย่างมาก และดูว่าสาวน้อยผู้นี้ก็ดูเหมือนจะสนอาเธอร์เพียงเล็กน้อย ซึ่งไม่เหมือนกับคนอื่นๆ ที่ผ่านมา ด้วยความงามที่ล้ำเหนือดังเทพธิดา ใบหน้าของเธอนั้นราวกับรูปปั้นในวิหาร ยามที่เมรี่เดินเคียงข้างอาเธอร์นั้น ทั้งคู่ช่างเหมาะสมกันเป็นอย่างยิ่ง

 

เมอร์ลินเดินตามโดยเว้นระยะห่างจากคนทั้งคู่ไปติดๆ  เขาเดินเคียงข้างไปกับเด็กสาวอีกคนหนึ่งชื่อฟราน เธอเป็นคนรับใช้ส่วนตัวของเมรี่ซึ่งฐานะของเธอนั้นไม่ต่างไปจากเมอร์ลิน

 

ฟรานนั้นเป็นเด็กสาวผิวสีคล้ำใบหน้าของเธอนั้นหากมองตามเชื้อชาติแล้ว เธอนั้นถือว่าเป็นเด็กสาวที่งดงามผู้หนึ่ง

 

พวกเขาทั้งสี่มุ่งหน้าออกจากเมืองวอเดอร์เซี่ยน ทั้งนี้เป็นเพราะคำขอร้องจากเมรี่ที่ต้องการยลโฉมทุ่งดอกไม้ที่ตั้งอยู่เลยป่าสนนอกเมือง 

 

อาเธอร์ที่ต้องการคว้าหัวใจของเมรี่ เขาจึงได้ทำตามความปรารถนาของเธอ 

 

เมอร์ลินในตอนนี้เขารับหน้าที่เป็นสารถีควบคุมรถม้า 

 

รถม้ามุ่งไปถึงประตูเมืองเมอร์ลินได้แสดงตราสัญลักษณ์ตระกูลอารากอนและตราของโรงเรียนวอเดอร์เซี่ยนให้แก่ทหารที่เฝ้ายาม

 

ทันทีที่ทหารเฝ้ายามตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็เปิดทางให้กลุ่มอาเธอร์เดินทางออกจากเมืองในทันที

 

เมื่อเดินทางเลยผ่านป่าสน รถม้าก็เคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ได้ไปถึงทุ่งดอกไม้ที่เมรี่ต้องการ

 

ด้วยความเป็นผู้หญิงที่ชื่นชอบสิ่งสวยงาม เด็กสาวทั้งสองเมื่อได้พบเจอกับทุ่งดอกไม้ก็รู้สึกดีใจ ใบหน้าของพวกเธอนั้นเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม 

 

พวกเธอลงจากรถม้าแล้วมุ่งสู่ทุ่งดอกไม้ในทันทีโดยมีอาเธอร์ที่ติดตามไปติดๆ

 

ฟรานเมื่อเดินไปได้ระยะหนึ่ง เธอก็ย่อตัวลงเด็ดดอกไม้ขึ้นมาดม ในสายตาของอาเธอร์ ฟรานในยามนี้เธอนั้นงดงามไม่น้อยไปกว่าเมรี่เลย 

 

ส่วนเมรี่ เธอนั้นรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้มาทุ่งดอกไม้ เธอวิ่งลุยทุ่งดอกไม้ไปเรื่อยๆ ด้วยใบหน้าและรูปร่างที่สวยงามของเธอ ในยามที่เธอกระโดดโลดเต้นนั้นทำให้เธอดูเหมือนกับเทพธิดาที่กำลังร่ายรำอยู่บนสวรรค์ เธอวิ่งเล่นกลางทุ่งดอกไม้อย่างสนุกสนาน

 

สายตาของอาเธอร์นั้นจ้องมองไปยังเมรี่ราวกับกำลังต้องมนต์ ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขานั้นปรากฎรอยยิ้มอย่างหุบไม่ได้  

 

เมอร์ลินมองภาพเด็กเหล่านี้พรางส่ายศีรษะไปมา 

 

แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงกรีดร้องของเมรี่

 

เมรี่หลุบหายไปยังหลุมโพรงที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มดอกไม้อย่างไม่ได้ตั้งตัว เธอหล่นลงไปทั้งที่อยู่ในสายตาของอาเธอร์ ด้านเด็กหนุ่มอาเธอร์นั้นรุดเข้าไปหลุมโพรงนั้นทันที

 

เขาคาดคะเนจากสายตา หลุมโพรงนี้มีปากหลุมที่ไม่กว้างมานัก แต่ในเรื่องของความลึกนั้นเขาเองก็ไม่สามารถประมาณการได้

 

“เมรี่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” อาเธอร์ตะโกนถามถึงความปลอดภัยของเมรี่

 

“...”

 

“ข้า ... ข้าไม่เป็นไร อาเธอร์ช่วยข้าด้วย!” เด็กสาวตอบกลับมาด้วยความหวาดกลัว

 

“เมรี่ เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวล รอข้าอยู่ตรงนั้น ข้าจะลงไปช่วยเจ้า”

 

เมื่อได้ยินเสียงของเมรี่แล้ว ก็ทำให้เด็กหนุ่มคลายกังวล เมื่อเมรี่ปลอดภัย เขานั้นสามารถแสดงตนเป็นวีรบุรุษเข้าช่วยเธอได้ คิดได้อย่างนั้นอาเธอร์ก็กระโดดลงไปยังหลุมนั้นทันที

 

อาเธอร์นั้นเป็นผู้ใช้เวทย์ผู้หนึ่ง ความสามารถทั้งในด้านวิชาดาบและเวทมนต์ของเขาอยู่ในขั้นยอดเยี่ยม ความแข็งแกร่งของเขาในยามนี้เทียบเท่ากับนักรบของอาณาจักรอารากอนผู้หนึ่ง เขาจึงไม่มีความกลัวใดๆ ต่อหลุมโพลงเบื้องหน้า

 

ฟิ้ว!

 

ตุ๊บ! 

 

อาเธอร์นั้นร่วงลงมาโดยใช้ระยะเวลาหนึ่ง นั่นหมายความว่าหลุมนี้มีความลึกประมาณหนึ่ง ด้วยความสามารถของเขา เมื่อเท้าของเขาแตะสัมผัสกับพื้น เขานั้นเพียงเซเล็กน้อยแต่ก็พอตั้งตัวไม่ให้ล้มได้

 

แต่ดูเหมือนโชคไม่เข้าข้างเขา วีรบุรุษนั้นไม่ได้มีคนเดียวอีกต่อไป

 

เมื่อเสียงร้องหนึ่งดังมาจากด้านบน

 

อ้า!

 

ตุ๊บ! 

 

เป็นเมอร์ลิน เขาร่วงลงมาทับเข้าที่ร่างอาเธอร์อย่างพอดิบพอดี ทั้งสองนั้นล้มอย่างไม่เป็นท่า ท่ามกลางสายตาของเมรี่

 

“หมดกันภาพลักษณ์ของข้าอาเธอร์อดที่จะสบทออกมาในใจไม่ได้ เมื่อครู่เขายังอยู่ในสภาพที่ดูดีในสายตาของเมรี่ แต่หลังจากที่เจ้าตัวจุ้นจ้านนี้โผล่ลงมาก็ทำให้เขาอยู่ในสภาพที่น่าอับอาย

 

อาเธอร์รู้สึกหัวเสียเป็นอย่างมากกับผู้ติดตามของเขา

 

"เจ้าบ้าเอ้ย! เจ้าจะตามลงมาทำไม" อาเธอร์กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์

 

"ข้าแค่ต้องการช่วยพวกท่าน" เมอร์ลินแสร้งตอบอย่างใสซื่อ การกระทำนั้นยิ่งอาเธอร์ได้ฟังก็ยินมีน้ำโห

 

"ข้าเป็นผู้ใช้เวทมนต์ผู้หนึ่ง เจ้าเป็นเพียงแค่คนธรรมดา มีสิ่งใดที่เจ้าสามารถช่วยข้าได้!" อาเธอร์ดุด่าผู้ติดตามของเขา เขานั้นมักกระทำเช่นนี้เป็นสามัญอยู่แล้ว

 

นั่นเพราะเมอร์ลินนั้นติดตามเขามาเป็นเวลาหลายปีจึงทำให้เขามักจะคุ้นชินกับการดุด่านี้ และดูเหมือนว่าเด็กน้อยเมอร์ลินนั้นก็เหมือนจะไม่ใส่ใจในคำดุด่าของเขานัก

 

ยิ่งอาเธอร์กร่นด่าไปเท่าไหร่เด็กน้อยก็กลับมีท่าทีที่ไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย

 

อาเธอร์คาดโทษเมอร์ลินอย่างไม่สบอารมณ์

 

"ข้าได้บอกกับฟรานแล้ว หากพวกเรายังขึ้นไปไม่ได้ให้นางตามคนมาช่วยทันที" เมอร์ลินตอบกลับด้วยใบหน้าที่ใสซื่อ 

 

"แล้วเจ้าจะลงจากตัวข้าได้รึยัง!" อาเธอร์ตวาดเสียงเข้ม เมื่อตอนนี้เมอร์ลินไม่ขยับไปไหนทั้งยังนั่งทับตัวเขาอยู่แบบนี้

 

"ข้า ... ข้าขอโทษ  ข้าขออภัยด้วยท่านอาเธอร์" เมอร์ลินแสร้งตอบอย่างลนลาน เขาเองก็รู้สึกดีไม่น้อยที่ได้แอบแกล้งทุบตีเจ้าเด็กน้อยนี่ได้บ้าง 

 

"พวกเจ้าอย่าพึ่งทะเลาะกันลองมาดูนี่สิ" เมรี่ร่ายเวทย์แสงสร้างดวงแสงขึ้นมาในมือของเธอ

 

เมื่อดวงแสงนั้นส่องสว่างไปเบื้องหน้า พวกเขาก็ได้พบกับทางเดินของโพรงใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งภายในทางเดินใต้ดินนี้ปรากฎกลิ่นอายพลังเวทย์ส่งออกมา

 

แม้เป็นผู้ใช้เวทย์ระดับเริ่มต้นก็สามารถเข้าใจได้ว่าภายในส่วนลึกของโพรงแห่งนี้จะต้องมีมรดกล้ำค่าซ่อนอยู่

 

ด้วยความเป็นมนุษย์ที่มีความอยากรู้อยากเห็น แน่นอนว่าเด็กกลุ่มนี้ไม่อาจห้ามใจ

 

ทั้งอาเธอร์และเมรี่ดวงตาของพวกเขานั้นส่องประกาย

 

ข้าคิดว่าเราไม่ควรเข้าไปข้างในนั้น ... มันดูน่ากลัว เมอร์ลินแสร้งเอ่ยคำเตือน

 

อาเธอร์หันกลับมาและแสดงสีหน้าที่ไม่พอใจ

 

ไม่ใช่เรื่องของเจ้า หากเจ้าขี้ขลาดก็กลับขึ้นไปซะ

 

เมอร์ลินเมื่อได้ยินดังนั้นก็เงียบไป แต่ภายในใจของเขานั้นกำลังยิ้มเยาะกับการกระทำของอาเธอร์

 

เมรี่ เจ้าสนใจที่จะเข้าไปสำรวจด้านในกับข้าหรือไม่ อาเธอร์หันกลับไปถามเมรี่ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล

 

เด็กสาวไม่ได้เอ่ยตอบ เพียงแต่พยักหน้าอย่างเห็นด้วย แน่นอนว่าเธอต้องการที่จะเข้าไปสำรวจด้านในเช่นกัน กลิ่นอายของพลังเวทย์ที่ส่งออกมานั้นรุนแรงไม่น้อย ไม่แน่ว่าสิ่งที่อยู่ด้านในอาจจะเป็นสิ่งของล้ำค่าก็เป็นได้ โอกาสที่จะพบกับโชคลาภนั้นไม่ได้มีให้พบบ่อยๆ แล้วเหตุใดเธอจึงต้องทิ้งโอกาสนี้

 

เด็กหนุ่มอาเธอร์แสดงความกล้าหาญ เขาคว้ามืออันนุ่มนิ่มของเมรี่แล้วพาเธอเข้าไปด้านในในทันที

 

ส่วนเมอร์ลินนั้นก็เดินตามทั้งสองไปอย่างเงียบๆ เขาสามารถแสดงละครเป็นคนขลาดเขลาได้อย่างแนบเนียน และเขาก็ไม่ได้มีเกรงกลัวต่อโพลงแห่งนี้เลยแม้แต่น้อย

 

พวกเขาทั้งสามคนเดินเข้าไปตามทางเดินลึกเข้าไปประมาณ 100 เมตร โพรงทางเดินนี้ไม่ต่างจากโพรงใต้ดินทั่วไป จะมีก็เพียงแต่กลิ่นอายพลังเวทย์ที่กำลังยั่วยวนพวกเขาเท่านั้น

 

เมื่อเดินไปเรื่อยๆ พวกเขาพบว่าโพรงแห่งนี้เหมือนมีท่าทีว่าจะไม่มีทางสิ้นสุด เส้นทางนี้ล้วนเต็มไปด้วยความมืด แต่ความมืดเหล่านี้ก็หาได้สร้างความกลัวแก่พวกเขาไม่ 

 

ดวงแสงที่มาจากเวทย์ส่องสว่างสองดวงถูกจุดขึ้นโดยเด็กทั้งสองคนนั้นไม่สามารถส่องสว่างให้เห็นโพรงนี้ได้อย่างทั่วถึง แต่เมื่อเดินเข้าไปเรื่อยๆ นับ 500 เมตรได้ พวกเขาก็ได้ยินเสียงประหลาดขึ้น

 

แกร๊บ  แกร๊บ  แกร๊บ

 

อาเธอร์ เมรี่เรียกชื่อเด็กหนุ่มอย่างตกใจ

 

อาเธอร์นั้นมาจากตระกูลกษัตริย์นักรบ เขานั้นถูกฝึกให้มีประสบการณ์การต่อสู้มาไม่น้อย เมื่อได้ยินเสียงเขานั้นเต็มไปด้วยความสุขุมและเยือกเย็น ไม่มีท่าทางที่ตื่นกลัวแสดงออกมา

 

เด็กหนุ่มใช้นิ้วชี้แตะที่ปากตนเองให้เมรี่เงียบ นั่นจึงทำให้พวกเขาทั้งสามก็หยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว

 

เด็กทั้งสามตกอยู่ในความเงียบงัน

 

เมื่อพวกเขาตั้งใจฟังเสียงประหลาดอีกครั้ง พวกเขาก็พบว่ามันเป็นเสียงของฝีเท้า 

 

ฝีเท้านั้นหรือ?

 

นอกจากพวกเขาแล้วที่นี่ยังมีคนอื่นอยู่อีก?

 

เสียงนั้นค่อยๆ เข้าใกล้พวกเขามาเรื่อยๆ ไม่ทันอึดใจ แววตาอันแดงกล่ำก็ส่องสว่างในความมืด

 

1 คู่ ... 2 คู่ ... 4 คู่  8 คู่ ... 16 คู่

 

จำนวนของพวกมันค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพวกมันเคลื่อนที่มาใกล้ แสงสว่างของเวทย์ดวงแสงก็เผยให้เห็นรูปร่างของมัน  

 

มันคือ ... ก๊อบลินร่างยักษ์จำนวน 16 ตัวที่มาพร้อมอาวุธหลากหลายชนิด

 

"บ้าจริง! ที่นี่ไม่ใช่โพรงขุมทรัพย์ แต่มันคือดันเจี้ยน" อาเธอร์กล่าวออกมาอย่างตกใจ

 

กลิ่นอายพลังเวทย์ประหลาดนั้นไม่ใช่กลิ่นอายของสมบัติล้ำค่า แต่มันเป็นกลิ่นอายของดันเจี้ยน

 

หากที่นี่คือดันเดี้ยน พวกก๊อบลินย่อมไม่มีเพียงแค่ 16 ตัวนี้อย่างแน่นอน

 

อาเธอร์และเมรี่เมื่อพบศัตรู พวกเขาก็ร่ายเวทย์เตรียมการต่อสู้ในทันที

 

"จงปรากฏออกมา  ผ้าคลุมเวทย์"

 

ทันใดนั้นร่างของทั้งสองก็เกิดแสงเปร่งประกาย ผ้าคลุมสีแดงก็ปรากฎออกมาคลุมร่างของพวกเขาอย่างน่าอัศจรรย์ ผ้าคลุมสีแดงนั้นแสดงถึงผู้ใช้เวทมนต์ระดับผู้ใช้เวทย์  

 

เมื่อได้สวมใส่ผ้าคลุมเวทย์ ร่างของทั้งสองก็ปลดปล่อยกลิ่นอายอันแข็งแกร่งออกมาทันที

 

เมอร์ลินที่ยืนอยู่ด้านหลังนั้นจ้องมองเหตุการณ์เบื้องหน้าอย่างน่าสนใจ เขานั้นอยากรู้ว่าการที่อาเธอร์เข้าร่วมการทดสอบจนได้รับผ้าคลุมเวทย์มานั้นจะเก่งขึ้นขนาดไหน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.046K ครั้ง

73 ความคิดเห็น

  1. #26314 🍥 Mo Chi 🍉 (@--Shadow--) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 23:24
    แปลงร่างเป็นคนชุดเหลืองผ้าคลุมแดง
    #26314
    0
  2. #24574 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 19:45

    Thank you

    #24574
    0
  3. #24306 นักอ่านมาร ระดับ3 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 23:21

    ผลิตยาครั้งแรก ได้มวลยาขนาด3เมตร หรือ ราวๆ 5 คิว

    1 คิว คือ 1,000 ลิตร

    ยาขวดนึงๆ 100 ซีซี หรือ 0.1 ลิตร


    แม่เจ้าโว้ย น้องเมอผลิตยาม้าได้ 50,000 ขวด

    ขายขวดละ 1,000,0000 ทั้งที่ต้นทุน 0

    กำไร 70 เปอร์


    ปั้มยาหนเดียว ได้เงิน 35,000 ล้าน

    รวยชิหัย


    #24306
    1
    • #24306-1 กัมปนาทสีทมิฬ (@JKlonely) (จากตอนที่ 18)
      27 ธันวาคม 2561 / 12:42
      ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ ถ้าเอามาขายหมดแสนขวดจริง ราคาคงตกลงไม่รู้กี่เท่า ตามหลักของเศรษฐศาสตร์
      #24306-1
  4. #23565 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 15:21

    ดันเจี้ยนมันจะให้รางวัลอะไรบ้างอะ

    #23565
    0
  5. #22779 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 18:39
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #22779
    0
  6. #21782 Conflagration (@leafre-algorithm) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 04:22
    ตลอดเกือบสองปี ควงไปแล้วกี่คน 100 หรือ 200 คน
    #21782
    1
  7. #21313 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 23:01
    ขอบคุณครับ
    #21313
    0
  8. #21186 SAOW (@Sunako_333) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 20:40
    ทำไมอ่านตอนนี้ละนึกถึงซีรี่เรื่องเมอลินเลย ฟินนนน
    #21186
    0
  9. #20543 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 13:26
    ทิ้งระยะห่างจากทั้งคู่ไปติดๆนี่ดูแปลกอยู่นะคะถ้าเป็นทิ้งระยะห่างจากทั้งคู่เพียงไม่กี่ก้าวอะไรประมาณนี้จะโอเคกว่ามั้ยหรือเราอ่านแล้วสับสนเอง
    #20543
    0
  10. #20396 hi69 (@liontan12) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 14:36
    กลับมาอีกครั้งกับคู่จิ้นตลอดกาล 5555
    #20396
    0
  11. #20080 ZhangSafe (@safesk) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 14:23
    กาเวน นี่หนึ่งในโต๊ะกลมไม่ใช่เหรอ จะมีบทบาทอะไรอีกมั้ยนะ
    #20080
    0
  12. #20012 yujoj (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 19:31
    มันบอกว่ากับมา9เดือนถัดทะลุขั้น7ก็ถูกละละเมอหรอ
    #20012
    0
  13. #19597 jaotha (@jaotha) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 00:06
    กาเวนก็ต่อไปคงมอกาน่า
    555
    #19597
    0
  14. #19275 อาเจ้ขาโหด (@masterdark1) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 21:45
    อย่างกับขบวนการแปลงร่างเลย 
    #19275
    0
  15. #19223 SKNdragon (@skndragon) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 11:17
    การปิดบังฐานะมันช่างลุ้นระทึก
    #19223
    0
  16. #18797 สไปร์ท (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 19:44
    มีทับตัวกันด้วย อาเธอร์ก็ควงเเต่สาวม่มาสนใจน้องเมอร์ลินน้อยเลย รู้ไหมเมอร์ลินน้อยเสียใจนะ
    #18797
    0
  17. #18796 สไปร์ท (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 19:44
    มีทับตัวกันด้วย อาเธอร์ก็ควงเเต่สาวม่มาสนใจน้องเมอร์ลินน้อยเลย รู้ไหมเมอร์ลินน้อยเสียใจนะ
    #18796
    0
  18. #16611 Kanmanee2 (@Kanmanee2) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 14:22
    รำคาญอาเธอร์ให้พระเอกสลัดหลุดล่ะไปท่องยุทธภพซ่ะ หึ
    #16611
    0
  19. #15813 Waiwit (@Waiwit) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 02:36
    รำคาญเจ้าอาเธอร์ควงสาวไม่ซ้ำหน้า
    #15813
    0
  20. #14759 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 02:12
    ชอบบบบบบ
    #14759
    0
  21. #7428 slzyzero (@sliiz) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 15:28
    ติดตามครับ
    #7428
    0
  22. #6256 ปอมเป (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 23:35
    เมื่อไหร่เมอร์ลินจะไม่ต้องเป็นเบ้ รักเมอร์ลินที่ซู๊ดดดด
    #6256
    0
  23. #6232 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 21:18
    ขอบคุณครับ
    #6232
    0
  24. #5633 SAOW (@Sunako_333) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 12:40
    และกาเวนก็มา.....
    #5633
    0
  25. #4976 Plam2009 (@plouploy2009) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 17:51
    จิ้น อาเธอร์xเมอร์ลิน
    #4976
    0