เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,930,128 Views

  • 27,197 Comments

  • 28,100 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    76,397

    Overall
    3,930,128

ตอนที่ 230 : ภาค 3.2 ตอนที่ 68

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10519
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 815 ครั้ง
    7 ธ.ค. 61

"มันต้องมีปัญหาอะไรบางอย่าง เอมิเรียไม่โกหกข้าแน่ๆ"

 

เมื่อตราสื่อสารใช้การไม่ได้ เมอร์ลินก็ชักจะไม่มั่นใจในตัวของหญิงสาว

 

ก่อนหน้านี้เขาพึ่งเจอเด็กหนุ่มที่ทรยศหักหลัง แล้วเขาจะเชื่อใจคนในดินแดนนี้ได้จริงๆ หรือ?

 

เมอร์ลินพยายามเพ่งเข้าไปในตราสื่อสารนี้ แต่ทว่าความซับซ้อนของวิถีอักขระนั้นยากเกินจะเข้าใจ ศาสตร์ของเผ่าเทพนั้นลึกล้ำเป็นอย่างมาก หากไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ มันก็ยากที่จะมองเห็นความลึกลับของสิ่งเหล่านี้

 

เมอร์ลินใช้เวลาไปกับตราสื่อสารนี้อยู่นาน

 

ในที่สุดเขาก็ยอมแพ้

 

เขาเดินออกมาจากตรอกเล็กแห่งนั้นเข้าสู่ถนนหลักและเดินสำรวจเมืองกีรันไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย

 

ตอนนี้เขาต้องคิดหาวิธีที่จะอยู่รอดในดินแดนแห่งนี้ให้ได้

 

ตัวเมอร์ลินในตอนนี้กดพลังของเขาให้ต่ำลงที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นจุดเด่น

 

ชาวเมืองแต่ละคนที่เดินขวักไขว่บนถนน แต่ละคนล้วนมีกลิ่นอายของพลังเวทย์ที่ไม่ต่ำกว่าขอบเขตนักเวทย์ทั้งสิ้น

 

การจะพบเจอจอมเวทย์ในที่แห่งนี้นั่นไม่ยากนัก เพราะมีหลายคนที่เดินผ่านเป็นจอมเวทย์ผู้แข็งแกร่งเดินอยู่ทั่วเมืองกีรัน

 

ระดับฝีมือของคนในดินแดนนี้ช่างต่างจากดินแดนมนุษย์เป็นอย่างมาก

 

ในดินแดนมนุษย์จอมเวทย์แต่ละคนล้วนเป็นตัวตนที่สูงส่งที่ผู้คนได้แต่แหงนหน้ามอง

 

แต่เมื่ออยู่ที่นี่จอมเวทย์เหล่านั้นกลับพบเจอได้ทั่วไป มิหนำซ้ำทุกคนต่างเป็นจอมเวทย์ที่เป็นผู้ใช้อักขระแทบทั้งสิ้น

 

เมอร์ลินตัดสินใจค้นหาร้านอาหารหรือบาร์ซักแห่งหนึ่ง

 

ในทุกๆ ไม่เว้นแม้แต่ชีวิตเก่า ร้านพวกนี้ล้วนเป็นที่รวมแหล่งข้อมูลที่คนคนหนึ่งต้องการ และในตอนนี้เมอร์ลินก็เป็นหนึ่งในนั้น

 

เมื่อเดินไปตามถนนเส้นหลัก เมอร์ลินก็ตัดสินใจเข้าร้านอาหารร้านเล็กร้านหนึ่งที่ไม่ใหญ่มาก

 

ข้างในร้านดูมีผู้คนนั่งอยู่ไม่มาก บรรยากาศเหมาะสำหรับเป็นสถานที่พูดคุยเป็นอย่างมาก

 

เมื่อเข้าไปในร้านเมอร์ลินกวาดสายตาสอดส่องหาผู้ที่จะให้ข้อมูลแก่เขาได้

 

"เจอแล้ว"

 

สายตาคมเหลือบไปเห็นหญิงสาวผู้หนึ่งที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับอาหารตรงหน้า

 

นี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เขาใช้ร่างกายอันเยาว์วัยของเขาให้เป็นประโยชน์

 

"พี่สาว ข้าของนั่งกับท่านด้วยได้หรือไม่?" เมอร์ลินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ใสซื่อ มารยาของเขานับว่าอยู่ในระดับสูง

 

เมื่ออยู่ร่างเด็กน้อยเขาก็ต้องใช้มันให้เป็นประโยชน์ ด้วยวิธีการนี้ไม่รู้มีสาวๆ กี่รายต่อกี่รายแล้วที่ตกหลุมพลางนี้

 

หญิงสาวผู้สวมชุดคลุมยาวสีแดง ผมยาวประบ่าเงยหน้าขึ้นมาและหันซ้ายหันขวาไปมา

 

"ข้าอย่างนั้นหรือ?" เธอชี้ไปที่ตัวเอง

 

เมอร์ลินยิ้มและพยักหน้าอย่างน่ารัก

 

เมื่อเห็นรอยยิ้มของเด็กน้อย หญิงสาวที่กำลังงุนงงก็รู้สึกดีอย่างน่าประหลาดใจ

 

เธอยิ้มและเอ่ย

 

"ได้สิ เจ้านั่งได้เลย"

 

ถึงแม้ว่าร้านนี้จะมีโต๊ะว่างอยู่หลายที่ แต่เธอกลับยินดีที่จะให้เมอร์ลินนั่งร่วมโต๊ะด้วย

 

เมอร์ลินใช้ความเป็นเด็กของเขาสอบถามข้อมูลจากหญิงสาว โดยเขาอ้างว่ากำลังพลัดหลงกับพี่สาวและยื่นตราสื่อสารให้ดู

 

เขาเล่าเรื่องที่เขาไม่สามารถใช้ตราสื่อสารนี้ได้

 

หญิงสาวก็หัวเราะและใช้มือโยกหัวของเมอร์ลินไปมาอย่างเอ็นดู

 

เธอบอกกับเมอร์ลินว่าตราสื่อสารนี้ไม่ใช่ "เกียร์" ที่สามารถใช้ได้ทันที มันจำเป็นต้องใช้ผ่านเครื่องที่ติดตั้งเอาไว้เพื่อเป็นการสื่อสารทางไกล

 

ในดินแดนแห่งนี้ พวกเขาเรียกอุปกรณ์เวทมนต์ว่า "เกียร์"

 

ซึ่งเกียร์ในแต่ละชนิดถูกสร้างด้วยฝีมือนักประดิษฐ์

 

ในเผ่าเทพนั้นได้แบ่งผู้ใช้อักขระออกเป็นหลายสาขาตามความสามารถของผู้ใช้ เช่น ผู้ที่สามารถควบคุมสัตว์รบอักขระได้จะถูกเรียกว่า "นักฝึกสัตว์"

 

ผู้ที่สามารถสร้างสัตว์รบอักขระขึ้นมาได้ก็จะถูกเรียกว่า "นักวาดภาพ"

 

ผู้ที่สามารถสร้างมิติหรือสิ่งก่อสร้างขึ้นมาได้ก็จะถูกเรียกว่า "นักก่อสร้าง"

 

ผู้ที่สามารถสร้างเกียร์หรืออาวุธ อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ จะถูกเรียกว่า "นักประดิษฐ์"

 

ผู้ที่สามารถผสมยารักษาโรคหรือใช้อักขระเยี่ยวยาได้ จะถูกเรียกว่า "นักปรุงยา"

 

ส่วนผู้ที่มีความสามารถในการต่อสู้ นิยมใช้อักขระสร้างการโจมตีที่แข็งแกร่งจะถูกเรียกว่า "นักสู้"

 

นอกจากนี้แล้วยังมีอีกหลายสาขาที่ไม่ได้พูดถึง แต่ละสาขาล้วนใช้อักขระในการประยุกต์สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ทั้งสิ้น

 

ดินแดนเกาะลอยฟ้าบาบิโลนจึงเป็นดินแดนของผู้ใช้อักขระโดยแท้

 

เมอร์ลินได้ถามเรื่องของ "การเล่นแร่แปรธาตุ" กับหญิงสาว เขาคิดว่านักเล่นแร่แปรธาตุน่าจะเป็นอีกสาขาของผู้ใช้อักขระในดินแดนนี้

 

แต่คำตอบของหญิงสาวกลับต่างออกไปจากที่เขาคิด

 

"นักเล่นแร่แปรธาตุ" นั้นมีอยู่จริง แต่มันเป็นอาชีพชั้นสูงที่ต่อเนื่องมาจากนักปรุงยาหรือนักประดิษฐ์ ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุประเภทไหน

 

มีนักเล่นแร่แปรธาตุหลายคนสามารถแปรธาตุหินให้กลายเป็นทองได้ แต่ทองในโลกนี้นั้นไม่มีค่า สิ่งที่มีค่ามากที่สุดกลับเป็นแร่ที่แข็งแกร่งที่สุดคือ "แร่สเตน"

 

สเตนคือแร่ที่แข็งแกร่งที่สุดและสามารถเข้ากับพลังอักขระได้เป็นอย่างดี

 

ผู้มีอำนาจหลายคนจึงใช้แร่สเตนมาผลิตเป็นเกราะป้องกัน ทำอาวุธ หรือแม้กระทั่งสร้างป้อมปราการที่แข็งแกร่ง

 

ส่วนนักเล่นแร่แปรธาตุที่แปรธาตุพืชเพื่อใช้ในการปรุงยานั้นเป็นอาชีพที่หาได้น้อย มันคืออาชีพที่ผู้คนไม่นิยมนัก

 

อย่างที่ทราบกันดีว่าพลังอักขระนั้นสามารถเยียวยาบาดแผลได้ระดับหนึ่ง ดังนั้นแล้วการปรุงยาจึงไร้ค่าสำหรับผู้ใช้อักขระอย่างเผ่าเทพ แต่ก็มีคนกลุ่มหนึ่งที่ชื่นชอบการปรุงยาและนักปรุงยาก็มีส่วนสำคัญเมื่ออยู่ในสภาวะสงคราม

 

แต่เผ่าเทพในตอนนี้นั้นเป็นเอกภาพ มันคือดินแดนที่ไร้การสู้รบเพื่อแก่งแย่งดินแดน แม้จะมีการฆ่าฟันกันอยู่โดยทั่วไป แต่ก็ไม่ถึงกับขั้นทำสงครามเพื่อเข่นฆ่าเผ่าพันธุ์

 

เมื่อไร้ซึ่งสงคราม อาชีพนักปรุงยาจึงเริ่มที่จะเลือนลางในสายตาของคนเผ่าเทพ

 

นักปรุงยาจึงเป็นอาชีพที่หาได้ใน "เมไจ" น้อยมาก

 

เมื่อเอ่ยมาถึงตรงนี้เมอร์ลินก็เริ่มสงสัยคำว่าเมไจที่หญิงสาวพูดถึง มันมีศัพท์หลายคำมากที่เมอร์ลินไม่เข้าใจและพึ่งได้ยินเป็นครั้งแรก

 

"เมไจ" คือชื่อเรียกของกลุ่มคนที่เข้าร่วมกับ "สภาอักขระเทพ"

 

สภาอักขระเทพนั้นคือองค์กรหนึ่งที่มุ่งนั้นการพัฒนาความสามารถของพลังอักขระ

 

อย่างที่รู้กันดีว่าพลังอักขระนั้นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างหลากหลาย ดังนั้นแล้วมันจึงมีองค์ความรู้จำนวนมากอยู่ในนั้น

 

เผ่าเทพไม่ต้องการให้องค์ความรู้เหล่านี้สูญหาย พวกเขาจึงจัดตั้งสภาอักขระเทพขึ้นมาเพื่อเก็บรวบรวมความรู้ใหม่ๆ ของเหล่าเมไจ

 

หลายหมื่นปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่สภาอักขระจัดตั้งขึ้นมา พวกเขาได้รวบรวมความรู้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในนั้นมีความรู้ตั้งแต่อดีตกาลที่แม้แต่เทพนักบุญหรือเทพเจ้าอักขระก็ได้เก็บรวบรวมเอาไว้ เพื่อเป็นองค์ความรู้แก่คนรุ่นหลัง

 

ศาสตร์ความรู้มากมายถูกเก็บไว้ที่สภาอักขระเทพ

 

เมื่อเอ่ยถึงตอนนี้เมอร์ลินก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา

 

"หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะสามารถรับความรู้ในเรื่องการเล่นแร่แปรธาตุได้ที่นั่น"

 

เมอร์ลินเอ่ยถามวิธีการเข้าร่วมสภาอักขระ หญิงสาวบอกวิธีการสมัครนั้นง่ายมาก มันไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัคร แค่เพียงทดสอบความรู้เกี่ยวกับอักขระเบื้องต้นให้ผ่าน ก็สามารถเข้าร่วมเป็นเมไจได้แล้ว

 

แต่ทว่า

 

แม้การสมัครนั้นจะง่าย แต่การผ่านการทดสอบนั้นยากมาก

 

ในเผ่าเทพไม่ใช่ว่าทุกคนนั้นจะสามารถเป็นเมไจได้ แม้พวกเขาจะสามารถใช้พลังอักขระได้ แต่หากมีความรู้ที่ลึกซึ้งในเรื่องของอักขระที่ไม่เพียงพอ พวกเขาก็จะไม่มีคุณสมบัติเป็นเมไจ

 

ดังนั้นแล้วการเป็นเมไจ จึงเป็นฐานะที่มีเกียรติที่ทุกคนในเผ่าเทพใฝ่ฝัน

 

เมื่อสามารถเข้าร่วมสภาอักขระเทพเป็นเมไจได้แล้ว เหล่าเมไจก็จะต้องเลือกสายอาชีพ โดยทางสภาจะมีข้อมูลพื้นฐานในแต่ละสาขาให้เหล่าเมไจผู้เริ่มต้นได้อ่าน บางอาชีพกระทั่งมีความรู้และทักษะพื้นฐานให้เมไจผู้เริ่มต้นได้ทดลองเลยก็มี

 

การพูดคุยของทั้งสองเป็นไปอย่างสนุกสนาน

 

เวลานั้นผ่านไปนานมาก

 

จนกระทั่งหญิงสาวได้ขอตัวจากไป

 

เมอร์ลินเองที่นั่งพูดคุยก็ได้สั่งอาหารมาทานไปพลางๆ

 

แต่เมื่อเขาทำการจ่ายเงินนั้นก็เกิดปัญหาเกิดขึ้น

 

ตึด! ตึด!

 

"เจ้าหนูน้อย บัตรของเจ้ามีจำนวนเงินไม่เพียงพอ ไปเรียกผู้ปกครองของเจ้ามาง่ายเงินให้เจ้าเร็วเข้า" เจ้าของร้านเอ่ย

 

ในตอนนั้นเองเมอร์ลินก็รู้สึกตกใจหน้าเสียขึ้นมาทันที เขาไม่คิดเลยว่าเจ้าเด็กหนุ่มคนนั้นจะยากจนเป็นอย่างมาก เพียงแค่จ่ายเงินหนึ่งพันดอลเพื่อเข้าเมืองก็ถึงกับเงินหมดแล้ว

 

เมอร์ลินไม่รู้วิธีการตรวจดูเงินในบัตรและเขาก็ไม่กล้าถามหญิงสาวด้วย เพราะกลัวความลับที่เขาขโมยบัตรใบนี้มาถูกเปิดเผย

 

"ไม่เป็นไรจ้ะ ใช้ของข้าได้เลย" หญิงสาวยื่นบัตรประจำตัวของเธอให้กับเจ้าของร้าน เธอส่งยิ้มที่ใจดีมาให้กับเมอร์ลิน

 

"เจ้าหนูน้อย ครั้งนี้ข้าจะเลี้ยงค่าอาหารเจ้าเอง รีบกลับไปหาพี่สาวของเจ้าเร็วๆ นะ"

 

เธอรู้ว่าเมอร์ลินไม่มีเงิน เธอสามารถเลี้ยงอาหารมื้อนี้ได้ แต่เธอก็ไม่มีปัญญาที่จะออกเงินค่าธรรมเนียมการใช้เครื่องสื่อสารได้ เพราะมันเป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

 

การที่จะจ่ายเงินเยอะๆ แบบนั้นให้กับเด็กที่พึ่งรู้จักกันเพียงแค่คุยถูกคอ นั่นไม่ใช่นิสัยของเธอ

 

เมอร์ลินแหงนมองหญิงสาวด้วยแววตาที่ซาบซึ้ง

 

แต่ก่อนที่ทั้งสองจะจากกัน เขาได้เอ่ยรั้งหญิงสาวไว้อีกครั้ง

 

"เดี๋ยวก่อนพี่สาว"

 

เมอร์ลินได้ทราบเรื่องเครื่องสื่อสารแล้ว เขาคิดว่าหากต้องการจะใช้เครื่องสื่อสารนั้นจำเป็นต้องมีเงินในการจ่ายเป็นค่าธรรมเนียม ซึ่งตอนนี้จำนวนเงินในบัตรของเด็กหนุ่มคนนั้นคงจะไม่พอ เพราะแม้แต่ค่าอาหารมื้อเล็กๆ ก็ยังจ่ายไม่ได้

 

เขาไม่อาจละเลยเรื่องเงินที่จะใช้จ่ายได้

 

เมอร์ลินนำดาบอักขระขั้นสีเขียวที่เขาเคยใช้ก่อนหน้านี้ออกมาและเอ่ยถามหญิงสาว

 

"พี่สาว ตอนนี้ดูเหมือนว่าข้าจะมีเงินไม่พอที่จะใช้เครื่องสื่อสาร ดาบเล่มนี้เป็นสิ่งที่ข้าไม่ได้ใช้แล้ว ข้าต้องการจะขายมัน เพื่อสาวพอจะรู้จักสถานที่ที่ขายมันได้หรือไม่?"

 

หญิงสาวเมื่อเห็นประกายสีเขียวที่เปล่งออกมาจากตัวของดาบ เธอก็รู้สึกตกใจ

 

"ดาบอักขระขั้นสีเขียว!"

 

หญิงสาวมองดาบเล่มนั้นและใบหน้าของเมอร์ลินสลับไปมา เธอมองด้วยสายตาไม่เชื่อ

 

นั่นคือดาบอักขระขั้นสีเขียว มันคือเกียร์ระดับสูงที่ใช้ในการต่อสู้

 

เกียร์ระดับนี้ใช่ว่านักประดิษฐ์ทั่วไปจะสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ มีเพียงแต่ผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวเท่านั้นที่จะสามารถสร้างมันขึ้นมา

 

ในดินแดนแห่งนี้แม้จะมีผู้ใช้อักขระนับหลายล้านคน แต่ผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวนั้นมีเพียงหลักหมื่นเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงขั้นสีม่วง น้อยนักที่จะมีคนเผ่าเทพที่มีพลังสมาธิมากพอไปถึงระดับนั้น

 

กระทั่งเทพนักบุญผู้เป็นผู้ปกครองเผ่าเทพก็ยังเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีครามเท่านั้น ไม่ใช่สีดำซึ่งเป็นขอบเขตสูงสุดของผู้ใช้อักขระ

 

การที่เด็กน้อยคนนี้มีเกียร์สีเขียวไว้ครอบครองนั่นหมายความว่าฐานะเบื้องหลังของคนที่จะติดต่อกับเด็กน้อยนั้นจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

 

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นตะลึง แม้เธอจะมองเด็กน้อยด้วยความรู้สึกอิจฉา แต่เธอก็ไม่ได้เป็นคนที่โลภมากอยากได้ของคนอื่น

 

ยิ่งเป็นเด็กน้อยผู้น่ารักคนนี้ด้วยแล้วเธอยิ่งทำไม่ลงเข้าไปใหญ่

 

"เด็กน้อย ข้ายังไม่รู้จักชื่อของเจ้าเลย" หญิงสาวเอ่ย

 

"ข้าชื่อเมอร์ลิน เมอร์ลิน เยเกอร์"

 

เมอร์ลินบอกชื่อจริงของเขาออกไปเพื่อให้ตรงกับชื่อที่บอกกับเอมิเรีย แต่กระนั้นเขาก็ยังโกหกในนามสกุลของเขา เขาถือวิสาสะใช้นามสกุลของเด็กหนุ่มที่เขาฆ่าเข้าสวมรอย

 

"ข้าชื่อเทียร่า บอกตามตรงข้าเองก็เป็นแค่หญิงรับใช้ของตระกูลพ่อค้าตระกูลหนึ่งเท่านั้น หากเจ้านำดาบเล่มนี้ไปขายในร้านขายเกียร์ทั่วไป เจ้าอาจถูกร้านค้ากดราคา มันอาจจะได้ราคาที่ไม่ดีนัก แต่ถ้าหากเจ้านำมันไปขายในตลาดมืด ข้ารับรองเลยว่าดาบเล่มนี้จะมีมูลค่าที่สูงกว่าอย่างแน่นอน"

 

"ตลาดมืดอย่างนั้นหรือ?"

 

"ถูกต้องแล้ว ตลาดมืด ตลาดมืดคือตลาดในมิติอักขระตลาดหนึ่งที่คนธรรมดาสามารถซื้อขายกันได้อย่างไม่ระบุตัวตน ขอเพียงมีเงินและมีสิ่งของแน่นอนว่าเจ้าสามารถค้าขายในนั้นได้" หญิงสาวกล่าวด้วยรอยยิ้ม

 

"เช่นนั้นก็ไปกัน ข้าต้องการขาดดาบเล่มนี้"

 

เมอร์ลินออกเดินทางไปยังตลาดมืดกับเทียร่า ระหว่างทางเทียร่าได้แนะนำสถานที่ต่างๆ ในเมืองนี้ให้เมอร์ลินได้รู้จัก

 

รวมไปถึงสำนักงานสื่อสารของเมืองด้วย ที่นั่นมีเคลื่องมือสื่อสารมากมายรวมไปถึงเครื่องเคลื่อนย้ายมิติระหว่างเมือง

 

ราคาในการใช้เครื่องมือสื่อสารในแต่ละครั้งนั้นนับว่าไม่น้อย เมอร์ลินจำเป็นต้องจ่ายเงินสองหมื่นดอลต่อการใช้เครื่องสื่อสารหนึ่งครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นเงินที่มาก

 

เทียร่าได้อธิบายว่าการใช้เครื่องมือสื่อสารนั้นเป็นการติดต่อที่นิยมที่สุดของเผ่าเทพ ที่จริงแล้วนอกจากตราสื่อสารชนิดที่ใช้เครื่องมือสื่อสารแล้ว มันยังมีเกียร์ประเภทหนึ่งที่สามารถสื่อสารกับอีกฝ่ายที่มีเกียร์ชนิดนั้นๆ โดยตรง

 

แต่ผู้ที่จะสร้างเกียร์ชนิดนั้นขึ้นมาได้ จำเป็นต้องใช้เมไจที่มีระดับขั้นสีเขียวเลยทีเดียว

 

หากเทียร่าได้รู้ว่าในดินแดนมนุษย์เมอร์ลินเคยสร้างเกียร์ชนิดนี้ขึ้นมาแล้ว เธอจะต้องตกใจเป็นอย่างมากอย่างแน่นอน

 

เพราะความรู้ที่ถูกบรรจุไว้ในดวงตาเลเมเกทันนั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจดูแคลนได้

 

ความสามารถในการใช้อักขระของเมอร์ลินจึงดูเหนือกว่าคนทั่วไปของเผ่าเทพ

 

"ถึงแล้ว ที่นี่แหละตลาดมืดที่ที่พวกเราจะไปขายดาบของเจ้ากัน"

 

เทียร่านำเมอร์ลินมาถึงอาคารที่เป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ที่ใหญ่โตมโหฬารตระกานตาเป็นอย่างมาก

 

อาคารแห่งนี้มีความกว้างนับร้อยเมตรและมีเสาต้นใหญ่สูงนับร้อยเมตร ภายในเป็นห้องกว้างโล่งที่ประดับไปด้วยหน้ากากจำนวนมากเต็มผนังอย่างหนาแน่น

 

พื้นที่กลางห้องมีวงกลมขนาดหนึ่งเมตรปรากฏอยู่เป็นจำนวนมาก และหนึ่งในวงกลมเหล่านั้น ในบางพื้นที่ก็ปรากฏแท่งหินยื่นออกมาจากวงกลมและมีพลังอักขระรายล้อมผู้ที่ยืนอยู่

 

โดยที่แต่งละคนที่นั้นล้วนสวมใส่หน้ากากที่ประหลาดปกปิดเอาไว้

 

วูบ!

 

พริบตาเพียวร่างของผู้ที่ใส่หน้ากากก็หลายไป

 

แท่งหินยังคงยื่นออกมา เป็นเครื่องหมายว่าวงกลมนั้นมีผู้ใช้งานอยู่

 

"ไปกันเถอะเมอร์ลิน พวกเราต้องไปเช่าหน้ากากทางด้านนู้น" เทียร่าเอ่ยและยิ้ม เธอจูงมือของเมอร์ลินไปยังพนักงานที่ให้เช่าหน้ากากที่สามารถใช้งานไปตลาดมืดทันที





.....................................................................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 8 ภาค 4
อ่านต่อจากเด็กดีเริ่มอ่านที่กลุ่มที่ 4
หากสนใจอ่านต่อล่วงหน้าสามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ เพจเซียนจอมเวทย์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 815 ครั้ง

24 ความคิดเห็น

  1. #26104 MarkTheLegend (@MarkTheLegend) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 01:09
    กลับมาแล้ว รอมาแสนนาน อิอิ
    เว่อร์ไปสินะ สนุกมากครับ ขอบคุณนะครับ
    #26104
    0
  2. #26103 m-cloud (@m-cloud) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 00:29
    ขอบคุณที่กลับมาครับ คงหลังปีใหม่เดียวจะไปลงขันเข้ากลุ่มด้วยครับ
    #26103
    0
  3. #26102 Noong7 (@Noong7) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 12:03
    สนุกเหมือนเดิมมมมมม
    ไรท์มาแล้ววว เย้ๆๆๆ รอน้า
    #26102
    0
  4. #26100 mild25Time (@mild25Time) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 08:43

    คิดถึงมากกกกก นางกลับมาพร้อมการห่มหนังแกะใสซื่อ? แหมมมมมม เนียนไปอีกนะเมอร์ริน!

    #26100
    0
  5. #26099 จิล (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 03:11

    เย้ ไรท์กลับมาแล้ว รอๆ

    #26099
    0
  6. วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 23:11
    ค่าเข้ากลุ่มเท่าไรเหรอคะ?
    #26098
    5
  7. #26097 PkawanSongmueang (@PkawanSongmueang) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 22:47
    ขอบคุณมากนะค่ะ
    #26097
    0
  8. #26096 NASM (@TataSukwongkod) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 22:29
    Want มากกว่านี้5555
    แต่ไม่มีตังเข้ากลุ่ม
    #26096
    0
  9. #26095 Orngchaisi (@Orngchaisi) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 20:02

    ไรท์มาอัพให้แล้ว เย้
    #26095
    0
  10. #26093 proudofyoumysuho (@MBB__TuAn) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 19:12
    เป็นเมอร์ลินตะเร้กๆของพี่สาวไปในทันทีเลย น้องค้าบบบบบ
    #26093
    0
  11. #26092 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 19:11
    ขอบคุณครับ
    #26092
    0
  12. #26091 (@hunterloto) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 19:01

    กลับมาพร้อมความแบ๊ว อิอิ

    #26091
    0
  13. #26090 noomnim66 (@noomnim66) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 18:52
    คิดถึงมากค่ะ ในที่สุดก็กลับมาแล้ว
    #26090
    0
  14. #26089 Soluger (@ThanakonOuadrang) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 18:48
    คิดถึงเธอแทบใจจะขาดดด เมอลินน้อยแอ๊บใสนี่หว่า
    #26089
    0
  15. #26088 Satanbig2544 (@Satanbig2544) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 18:46
    อัพใน ฟิกชั่นด้วยครับ
    #26088
    0
  16. #26087 katsu win (@winnie555555) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 18:42
    คิดถึงจังเลย <3
    #26087
    0
  17. #26086 maruchan (@RoosT) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 18:31
    เย้ กลับมาแว้ววววว ดีใจๆๆๆๆ
    #26086
    0
  18. #26085 m26435 (@m26435) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 18:31
    คิดถึง ในที่สุดไรท์ก็กลับมา
    #26085
    0
  19. #26084 0847264362 (@0847264362) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 18:26
    คิดถึงมากกกก นึกว่าหายไปซะแล้วววTOT
    #26084
    0
  20. #26083 saynaka (@bboykoratnng) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 18:24
    มาแล้ว
    #26083
    0
  21. #26082 Bluesky ♡ (@nuisan12) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 18:22

    คิดถึง
    #26082
    0
  22. #26081 Lovlygirl (@Lovlygirl) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 18:21

    ในที่สุดก็กลับมาาาาาาา

    #26081
    0
  23. #26080 pkltcp (@pkltcp) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 18:20
    อัพแล้วววววว คิดถึงงงงงงมากกกกกกก
    #26080
    0
  24. #26079 TnzoZx (@TnzoZx) (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 18:19
    อ่านล่วงหน้า ต้องจ่ายตังกี่บาทครับ
    #26079
    1
    • #26079-1 MACARONz (@MACARONz) (จากตอนที่ 230)
      7 ธันวาคม 2561 / 19:18
      มีอ่านใน fictionlog ซื้อเป็นตอนๆ กับโดเนทเข้ากลุ่มลับ รายละเอียดลองกดดูเพจที่ไรท์ลงด้านใต้เลยค่ะ
      #26079-1