เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,925,746 Views

  • 27,186 Comments

  • 28,095 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    72,015

    Overall
    3,925,746

ตอนที่ 24 : หอคอยมหาเวทย์ (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51977
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1090 ครั้ง
    6 ธ.ค. 60

ช่วงเวลา 1 เดือนนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทุกวันเมอร์ลินนั้นขลุกตัวอยู่แต่ในห้องปรุงยา

 

เวลา 4 ปีกว่าที่ผ่านมา เมอร์ลินก็ไม่เคยปล่อยให้มันผ่านเลยอย่างไร้ประโยชน์ ในตอนที่เขาถูกกักขังอยู่ในมิติลึกลับนั้น เขานั้นได้ฝึกฝนการใช้อักขระเวทย์ได้อย่างเชี่ยวชาญและเขาก็ยังได้ทำการทดลองปรุงยาชนิดอื่นที่มีคุณสมบัติที่โดดเด่นอยู่หลายชนิดอีกด้วย

 

ด้วยวัตถุดิบมากมายที่อยู่ในแหวนเวทย์ เมอร์ลินนั้นได้ประสบความสำเร็จในการผลิตน้ำยาล้ำค่ามากกว่า 10 ชนิด ด้วยเหตุนี้นี่เองจึงทำให้เขาได้ทราบว่าการผสานอักขระเป็นวงเวทย์นั้นมีความเสี่ยงอยู่มากเช่นกัน 

 

ที่ผ่านมาเขานั้นได้ใช้การผสานวงเวทย์ขนาดเล็กที่มีจำนวนมากนับร้อยชนิดเข้าด้วยกัน หนึ่งอักขระ 30 วงเวทย์นั้นคือขีดจำกัดของเขา เขานั้นมักพบทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวในหลายๆ ครั้ง

 

ยิ่งวงเวทย์ที่ผสมมีระดับที่สูงมากขึ้นเท่าไหร่ โอกาสที่จะล้มเหลวนั้นก็มีมากขึ้นเช่นกัน

 

หลายครั้งที่เขาเกิดความผิดพลาดทำให้ร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บหรือได้รับผลข้างเคียงในรูปแบบต่างๆ  กระทั่งติดพิษหรือติดคำสาปต่างๆ เขานั้นก็เคยประสบกับมันมาแทบทั้งสิ้น

 

แต่เนื่องด้วยเขานั้นเป็นผู้ฝึกตนที่มีความแข็งแกร่งผู้หนึ่ง พิษหรือคำสาปของวงเวทย์ขนาดเล็กนั้นไม่อาจทำอันตรายเขาได้ ที่สุดแล้วเขาก็ได้รังสรรค์ยาแก้ต่างๆ ได้สำเร็จ

 

ประสบการณ์ที่เพิ่มพูนนั้นแลกมาด้วยความเสี่ยงที่จะล้มเหลวได้ทุกเมื่อ สิ่งเหล่านี้คือเส้นทางของผู้ใช้อักขระ

 

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งเหล่านี้ก็ได้สร้างรากฐานประสบการณ์ให้กับเมอร์ลินอย่างมากมาย นั่นจึงทำให้เขาได้เข้าถึงวิถีแห่งอักขระมากขึ้น อักขระเวทย์แต่ละตัวที่ผู้ใช้อักขระรังสรรค์ขึ้นมาจึงเป็นความภาคภูมิใจของผู้ใช้อักขระ

 

ผู้ใช้อักขระนั้นสามารถแบ่งได้หลายระดับตามความสามารถ เมอร์ลินนั้นเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้าผู้หนึ่ง ระดับที่เหนือกว่านี้นั่นคือระดับขั้นสีเขียว ซึ่งเขาคาดว่าการเลื่อนระดับขั้นของผู้ใช้อักขระจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับการใช้งานอักขระเวทย์และการรังสรรค์ความยิ่งใหญ่ของอักขระเวทย์แต่ละตัวก็เป็นได้

 

แม้ว่าเมอร์ลินจะไม่รู้วิธีในการเลื่อนระดับของมัน แต่เขาก็จะไม่ละความพยายามอย่างแน่นอน

 

ในเวลานั้นเองเมื่อเมอร์ลินสามารถผลิตยาได้เป็นจำนวนมากภายใต้ทรัพยากรของร้านเสื้อคลุมสีฟ้า เขานั้นไม่ได้ปล่อยตัวยาชนิดอื่นออกสู่ตลาด เขาได้ใช้กลยุทธ์ในการค้าขายเพื่อดึงความสนใจจากลูกค้า เขาปล่อยสินค้าพิเศษนี้ในจำนวนที่จำกัดและยังได้ตั้งกฎเกณฑ์มากมายเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า

 

แน่นอนว่ามันเป็นอย่างที่เมอร์ลินคาดการ เหล่าผู้คนนั้นสนใจในน้ำยาตัวใหม่เป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่นน้ำยาสมานแผลมหัศจรรย์ ไม่เพียงน้ำยาตัวนี้จะช่วยห้ามเลือดจากอาการบาดเจ็บเท่านั้น แต่มันยังสามารถฟื้นฟูบาดแผลได้อย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าหากแขนของนักรบขาดออกจากกัน ในเวลาที่เพียงพอน้ำยาสมานแผลมหัศจรรย์นี้สามารถต่อแขนของคนผู้นั้นได้ นี่คือสิ่งที่ผู้ใช้เวทมนต์แห่งแสงก็ไม่สามารถทำได้

 

เพียงน้ำยาขวดนี้ขวดเดียวก็สร้างความตื่นตะลึงไปทั้งแผ่นดินได้แล้ว

 

ผู้คนทั้งดินแดนนั้นกลายเป็นตาลุกวาวเมื่อได้ทราบข่าวนี้ พวกเขาหลั่งไหลมาที่ร้านเสื้อคลุมสีฟ้าเพื่อซื้อน้ำยาชนิดนี้กันอย่างบ้าคลั่ง

 

แต่เมื่อพวกเขาได้ทราบว่าทางร้านจะจำหน่ายในจำนวนที่จำกัดก็เกิดความโกลาหล สุดท้ายทางร้านจึงได้ตัดสินการขายน้ำยาชนิดนี้โดยวิธีประมูล และนั่นก็ทำให้ร้านเสื้อคลุมสีฟ้าสร้างกำไรได้อย่างมากมาย

 

น้ำยาชนิดต่างๆ นั้นเมอร์ลินไม่ได้ใช้วัตถุดิบที่หายากหรือมีมูลค่าสูงแต่อย่างใด แต่สิ่งที่สร้างมูลค่าให้แก่สมุนไพรเหล่านั้นคือวงเวทย์ที่ใช้ในการกลั่นจำนวนมาก เขานั้นได้พบว่าหากสมุนไพรเมื่อผ่านการกลั่นโดยวงเวทย์มากขึ้นเท่าไหร่ คุณสมบัติของน้ำยาก็จะดีมากขึ้นเท่านั้นๆ

 

นอกจากที่เมอร์ลินจะสร้างรายได้ของเขาแล้ว เขานั้นยังใช้สิ่งนี้เพื่อช่วยในการบ่มเพาะทักษะการใช้อักขระเวทย์ของเขาอีกด้วย การทำซ้ำแล้วซ้ำเล่านั้นสร้างความชำนาญให้แก่เขา การคิดค้นที่มากมายนั้นก็สร้างความเชียวชาญให้แก่เขาด้วยเช่นกัน

 

เมื่อเวลาผ่านไปวันทดสอบการชิงผ้าคลุมเวทย์ก็มาถึง ผู้ใช้เวทมนต์นับหมื่นคนต่างพากันหลั่งไหลมาที่เมืองวอเดอร์เซี่ยน บรรยากาศของเมืองนั้นคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ราวกับว่าช่วงเวลานี้เป็นเทศกาลอันยิ่งใหญ่เทศกาลหนึ่ง แน่นอนว่ามันเป็นอย่างนี้เช่นทุกปี เพราะการทดสอบนี้จะถูกจัดขึ้นปีละครั้งเท่านั้น

 

เหล่าผู้ใช้เวทมนต์น้อยใหญ่ต่างพากันมายังจุดนัดพบ นั่นคือลานกว้างใจกลางของโรงเรียนวอเดอร์เซี่ยน ผู้คนมารวมตัวที่นี่อย่างคับคั่งราวกับฝูงมด

 

ในช่วงเวลานั้นเองเมื่อถึงกำหนดเวลา ทันใดนั้นแสงสีทองก็ปรากฏบนท้องฟ้าอย่างเจิดจ้า แสงสีทองอันไหววูบนั้นส่งแรงกดดันพลังเวทย์อันยิ่งใหญ่ออกมา ดวงแสงสีทองนั้นลอยลงมาจากฟากฟ้ามาปรากฏยังเวทีอันสูงเด่นที่ถูกจัดเตรียมไว้

 

เมื่อแสงที่ทองจางลงก็เผยให้เห็นถึงคนกลุ่มหนึ่งอย่างชัดเจน พวกเขานั้นสวมใส่ผ้าคลุมสีขาวของนักบวชและมีหนึ่งในนั้นสวมใส่ชุดคลุมสีเงิน

 

พวกเขาเหล่านั้นคือกลุ่มนักบวชศาสนจักรแห่งแสง หลายคนนั้นอยู่ในระดับนักรบเวทย์ และผู้ที่สวมใส่ผ้าคลุมสีเงินนั้นอยู่ในระดับจอมเวทย์

 

เมอร์ลินจ้องมองพวกเขาเหล่านั้นแบบไม่วางตา 

 

ด้วยแรงกดดันพลังเวทย์จากพวกเขาในตอนนี้ เมอร์ลินนั้นย่อมไม่ใช่คู่มือของคนเหล่านั้นอย่างแน่นอน เพียงนักรบเวทย์แค่คนเดียว เขานั้นก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะได้

 

จากข้อมูลที่ได้อ่านจากห้องสมุดนั้น ผู้ใช้เวทมนต์ขั้นนักรบเวทย์สามารถใช้บทลัดเวทย์ได้อย่างเต็มที่ พวกเขานั้นสามารถใช้บทลัดเวทย์โดยที่พลังไม่ถูกลดทอนเลยแม้แต่น้อย ไม่เหมือนกับขั้นผู้ใช้เวทย์หรือนักเวทย์ที่การใช้บทลัดเวทย์จะสูญเสียความรุนแรงของพลังเวทย์ลงกึ่งหนึ่ง 

 

แต่ถ้าหากเป็นจอมเวทย์ผู้หนึ่งแล้วล่ะก็ หากพวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญพวกเขานั้นสามารถใช้เวทมนต์บทชั้นต้นได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องร่ายเวทย์เลยด้วยซ้ำ 

 

ดังนั้นแล้วเหล่าจอมเวทย์จึงเป็นบุคคลที่น่าเกรงกลัวสำหรับคนทั่วไป พวกเขาหลายคนถูกแต่งตั้งเป็นบุคคลสำคัญในแต่ละอาณาจักร บางคนเป็นเสาหลักผู้ค้ำจุน ทั้งนี้ทั้งนั้นหากผู้ใดมีความสามารถถึงขั้นมหาจอมเวทย์ คนผู้นั้นมักจะถูกเรียกขานว่าเป็นผู้พิทักษ์อาณาจักรก็ว่าได้ 

 

ฐานะของผู้พิทักษ์นั้นสูงส่งเสียยิ่งกว่ากษัตริย์เสียอีก ผู้พิทักษ์นั้นเป็นบุคคลหนึ่งกุมอำนาจของอาณาจักรแต่ละอาณาจักรอย่างแท้จริง พวกเขานับได้ว่าอยู่ในจุดสูงสุดของอาณาจักร

 

การจะเรียกใช้งานผู้พิทักษ์นั้น กษัตริย์จะต้องใช้ตราประทับเพื่อร้องขอความช่วยเหลือ ดังนั้นแล้วผู้พิทักษ์ของแต่ละอาณาจักรนั้นสามารถชี้เป็นชี้ตายได้ด้วยอำนาจของเขาเลยทีเดียว ซึ่งนับแต่อดีตผู้พิทักษ์ของแต่ละอาณาจักรจะปรากฏตัวขึ้นในจำนวนไม่มาก

 

ในอดีตดินแดนแห่งนี้นั้นถูกแบ่งออกเป็นหลายอาณาจักร แต่ทว่าเมื่อถึงยุคใดที่อาณาจักรใดอาณาจักรหนึ่งไร้ซึ่งผู้พิทักษ์ อาณาจักรนั้นย่อมล่มสลายได้อย่างง่ายดาย

 

ในโลกนี้นั้นมีอาณาจักรและประเทศอยู่หลายแห่ง แต่ตัวตนที่แข็งแกร่งนั้นมีเพียง 5 เท่านั้น

 

ตัวตนทั้ง 5 จึงถูกเรียกว่า 5 อาณาจักรใหญ่ แต่ละอาณาจักรนั้นล้วนมีผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งสถิตอยู่ทั้งสิ้น

 

ทั้งนี้เหตุที่ถูกเรียกว่า 5 อาณาจักรใหญ่นั้นไม่ใช่เพราะเหตุผลในการมีผู้พิทักษ์เพียงอย่างเดียว แต่ทั้ง 5 อาณาจักรใหญ่นั้นยังมีของวิเศษที่ทรงอำนาจ

 

พวกเขานั้นเป็นตัวตนที่ไม่มีใครกล้าที่จะต่อกร แม้แต่ทั้ง 5 อาณาจักรใหญ่ด้วยกันเองก็ไม่กล้าที่จะโจมตีอย่างจริงจังจนถึงขั้นทำให้อาณาจักรล่มสลาย

 

เหตุผลทั้งหมดนี้เป็นเพราะอำนาจของของวิเศษที่พวกเขาถือครองไว้ ของสิ่งนั้นทรงพลังเป็นอย่างมาก อำนาจของพวกมันนั้นทำให้ทั้ง 5 อาณาจักรใหญ่มีสมดุลจนถึงทุกวันนี้

 

ยุคนี้ถูกเรียกว่ายุค 1 ผู้พิทักษ์ แต่ละอาณาจักรจะมีผู้พิทักษ์เพียงคนเดียวเท่านั้น พวกเขานั้นถือเป็นเสาหลักต้นใหญ่ของแต่ละอาณาจักร การพบกับผู้พิทักษ์นั้นจึงเป็นไปได้ยาก

 

หากไม่เกิดเหตุการณ์ถึงขั้นวิกฤต อาณาจักรย่อมไม่กล้าที่จะเรียกใช้พวกเขา มันเป็นการยากที่พวกเขาจะปรากฏตัวให้พบเจอ พวกเขาเหล่านั้นเปรียบได้ดั่งตัวตนแห่งตำนาน

 

ในตอนนั้นเองชายแก่ผู้สวมผ้าคลุมสีเงินก็ก้าวออกมา พร้อมกับเอ่ยถ้อยคำที่ทรงพลัง

 

"ยินดีต้อนรับ ผู้เข้าร่วมการชิงผ้าคลุมเวทย์ทุกคน ข้ออาบัส เมเด ปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์จากศาสนจักรแห่งแสง บัดนี้ได้เวลาแล้วที่จะเริ่มการทดสอบผู้มีคุณสมบัติครอบครองตราหินเวทย์ เบื้องหลังประตูมิตินี้คือสถานที่ทดสอบ เมื่อก้าวข้ามประตูนี้แล้วทุกคนจะพบกับหอคอยมหาเวทย์ ที่แห่งนั้นเป็นสถานที่ที่เก็บหินตราเวทย์”

 

ปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ เมเด หยุดชั่วครู่และเอ่ยต่อ

 

“หินตราเวทย์นั้นจะปรากฏตั้งแต่ชั้นที่ 10 ของหอคอยขึ้นไป ยิ่งขึ้นไปในชั้นที่สูงมากเท่าไหร่คุณภาพของหินตราเวทย์จะมีคุณภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น หอคอยแห่งนี้มีทั้งหมด 38 ชั้น ทุกคนสามารถนำหินตราเวทย์ออกจากหอคอยได้เพียงหนึ่งก้อนเท่านั้น หากนำมันมามากกว่านั้นอำนาจแห่งหอคอยมหาเวทย์จะสุ่มทำลายหินตราเวทย์ให้เหลือเพียงแค่ชิ้นเดียว ทุกคนจงระวังในข้อนี้"

 

"หอคอยมหาเวทย์จะเปิดรับเฉพาะหนุ่มสาวที่มีอายุไม่เกิน 18 ปีเท่านั้น และจะต้องผู้ที่ไม่เคยครอบครองผ้าคลุมเวทย์ หากผิดไปจากนี้หอคอยมหาเวทย์จะปฏิเสธและไม่ต้อนรับอีกต่อไป”

 

ปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ เมเด ยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น คำกล่าวของเขานั้นราบเรียบและทรงพลัง

 

ผู้เข้าร่วมการทดสอบหลายต่างรู้สึกดีและตื่นเต้นเมื่อได้ยิน

 

แล้วจู่ๆ ปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ เมเด ถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่งพร้อมกล่าวต่อ

 

"แต่ 500 ปีที่ผ่านมายังไม่ผู้ใดที่สามารถขึ้นไปได้เกินกว่าชั้นที่ 25 แม้คนผู้นั้นจะมีพรสวรรค์และเป็นผู้ใช้เวทมนต์ที่ฝึกถึงระดับขั้นนักรบเวทย์ก็ไม่อาจไปได้เกินกว่านี้ เพราะยิ่งขึ้นไปในชั้นที่สูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งจะได้รับแรงกดดันพลังเวทย์มากขึ้นเท่านั้น ผู้ที่ไม่ประมาณตนฝืนรับรับแรงกดดันพลังเวทย์มากเกินไป อาจทำให้ร่างกายของคนผู้นั้นแตกสลายได้ ดังนั้นแล้วข้าจึงแนะนำได้ว่าอย่าฝืนตนเองมากเกินไป ไม่เช่นนั้นแล้วจะพบกับจุดจบที่ไม่ดี”

 

ปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ เมเด กล่าวด้วยสีหน้าที่ดูหนักใจ เขากล่าวเตือนผู้เข้าร่วมทดสอบอย่างมีเมตตา

 

"เอาหล่ะ … ดูเหมือนว่าจะได้เวลาแล้ว การทดสอบการชิงผ้าคลุมเวทย์จะเริ่มต้น ณ บัดนี้"

 

เมื่อกล่าวจบปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ เมเด ก็เรียกอาวุธของเขาของมา เขานั้นเอ่ยคำบางคำออกมา คำกล่าวอันแผ่วเบานั้นสร้างความตื่นตะลึงให้แก่ผู้คนเป็นอย่างมาก  

 

"จงปรากฏ เซอร์เบอร์รัส"

 

ทันใดนั้นไม้เท้าหัวสุนัขสามหัวที่มีใบหน้าอันดุร้ายก็ปรากฏออกมากลางอากาศ 

 

มันคืออาวุธวิญญาณ! อาวุธที่อยู่เหนืออาวุธทั้งปวง

 

เมอร์ลินมองอาวุธวิญญาณตรงหน้าอย่างสนใจ นั่นเพราะเขาเองก็เป็นผู้หนึ่งที่ครอบครองอาวุธวิญญาณเช่นกัน

 

เป็นที่ทราบกันว่าน้อยคนนักที่จะได้ครอบครองอาวุธเหล่านี้ นั่นเพราะอาวุธวิญญาณนั้นไม่ใช่อาวุธที่เกิดจากมนุษย์เป็นผู้สร้าง ของสิ่งนี้เป็นตำนานที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน

 

อาวุธเหล่านี้คือเจตจำนงแห่งจิตวิญญาณที่อยู่ในรูปของอาวุธ อำนาจของพวกมันนั้นส่งเสริมพลังเวทย์ให้กับผู้ใช้ อาวุธวิญญาณแต่ละชิ้นนั้นจะมีเทคนิคการโจมตีพิเศษเฉพาะตัวขึ้นอยู่กับเจตจำนงแห่งจิตวิญญาณที่อยู่ภายใน

 

เมเดนั้นคือปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนจักรแห่งแสง เขานั้นเป็นหนึ่งในเสาหลักที่ค้ำจุนศาสนจักรแห่งแสง จึงไม่น่าแปลกใจที่เขาจะมีอาวุธวิญญาณไว้ครอบครอง

 

เมเดถือไม้เท้าเซอร์เบอร์รัสลอยตัวอยู่กลางลานกว้าง เขานั้นทำการวาดไม้เท้าผ่านอากาศพร้อมทั้งร่ายบทสวดที่ฟังแล้วไม่เข้าใจออกมา 

 

ในระยะเวลาหนึ่งทันใดนั้นเมเดก็กระแทกปลายไม้เท้าลงกลางจุดที่เขายืนอยู่ พลันพื้นล่างปรากฏลำแสงสีทองแยกแตกออกไปราวกับใยแมงมุง พริบตาเดียวพื้นที่บริเวณนั้นก็ปรากฏวงเวทย์ซับซ้อนขนาดใหญ่ออกมา

 

เมอร์ลินนั้นสังเกตได้ว่าก่อนหน้านี้เมเดได้ดื่มน้ำยาขวดหนึ่งเข้าไป เขานั้นจำได้อย่างแม่นยำว่ามันคือน้ำยาที่เขาผลิตออกมาจำหน่าย น้ำยาที่สามารถลดระยะเวลาการร่ายเวทย์ได้

 

นี่ก็หมายความว่าการร่ายบทสวดของเมเดเมื่อครู่ได้ถูกลดทอนระยะเวลาลงแล้ว เช่นนั้นหากเมเดไม่ได้ดื่มน้ำยาการร่ายบทสวดเมื่อครู่คงจะใช้เวลาที่นานกว่านี้แน่ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้คนถึงต้องการน้ำยาชนิดนี้

 

เมเดใช้ระยะเวลาหนึ่งในการจัดการวงเวทย์ซับซ้อนอันใหญ่ยักษ์นี้ ผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็ได้พุ่งออกจากวงเวทย์ ทันทีที่เขาชูไม้เท้าเซอร์เบอร์รัสขึ้นแล้วโบกสะบัดไปมานั้น แสงสีทองก็พุ่งขึ้นจากวงเวทย์นั้นจรดปลายเมฆบนฟ้า แสงนั้นราวกับว่ามันคือเสาสีทองต้นยักษ์ต้นหนึ่ง

 

เมื่อลำแสงสีทองพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเมเดมีสีหน้าที่เหน็ดเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด เขาหายใจเข้าลึกเฮือกหนึ่งแล้วเอ่ยออกมา

 

"เอาล่ะ … การทดสอบได้เริ่มขึ้นแล้ว ณ บัดนี้"

 

เมื่อสิ้นเสียงของเมเด เหล่าผู้คนจำนวนมากที่ดูเหมือนฝูงมดก็ต่างพากันพุ่งเขาสู่เสาลำแสงสีทองต้นนั้นอย่างบ้าคลั่ง มันคือสัญญาณว่าการทดสอบเริ่มขึ้นแล้วอย่างแท้จริง 

 

แม้แต่เมอร์ลินเอง เขาก็อดตื่นเต้นกับเหตุการณ์นี้ไม่ได้ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.09K ครั้ง

91 ความคิดเห็น

  1. #25331 เงาสายลม (@fenrir_m) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 19:52
    ลืมแม่แล้วมั้ง
    #25331
    0
  2. #24869 Amerah (@Amerah) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 02:13

    อ่านครึ่ง ผ่าน ครึ่ง ขี้เกียจอ่านตอน สาธยาย

    #24869
    0
  3. #24733 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 15:02
    ทำไมพระเอกมันไมนึกถึงแม่ ทำไมไม่รับแม่มาอยู่ด้วย เงินก็เยอะแล้วปัญหาจะยุ่งยากแค่ไหน เงินตั้งมากมายแก้ไม่ได้เลยเหรอ อีกอย่างลดเวลาการร่ายเวทย์ คือจะพูดช้าพูดเร็วมันขึ้นอยู่กับแต่ละคน ถ้าหวังพึ่งแต่น้ำยา สู้ไปฝึก แร๊ฟ จะไม่เร็วกว่าเหรอ? น่าจะเปลี่ยนจากลดเวลาร่าย เป็น ลดเวลา คูลดาวน์ ลดการใชมานาหรือเสริมพลังในการร่าย จะดีกว่านะ
    #24733
    1
    • #24733-1 mybas2 (@mybas) (จากตอนที่ 24)
      11 พฤศจิกายน 2561 / 14:52
      เออวะฟังมีเหตุผล เเต่ก็ยังไม่เข้าใจคำว่า "ลดเวลาร่าย" อย่างเเน่ชัดนิครับส่วนมากเห็นกล่าวเเต่ร่ายบทลัด ผู้เเต่งเขาอาจจะสื่อเเบบนี้ก็ได้ครับ
      #24733-1
  4. #24582 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 21:35

    Thank you

    #24582
    0
  5. #23572 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 16:09

    เดาได้ว่าเมอร์ลิน จะต้องขึ้นไปเกินกว่าชั้นที่ 25 แน่ๆ

    #23572
    0
  6. #22808 Ploy5113 (@Ploy5113) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 16:31
    อยากรุ้จิงๆ เเกได้อาบน้ำบางป้ะว่ะ เงินก้อมีซื้อเสื้อใส่ใหม่ก้อได้ เห้นมีเเต่คนว่าเเกสกปรก คิดเเล้วอยากเอาหัวกระเเทกกับผนังห้อง
    #22808
    0
  7. #22787 Hanaoka (@vandoza2009) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 21:46
    <p>จะว่าไปแล้วแม่หล่ะเมอร์ลินไม่ได้ออกโลกกว้างมา4ปีไม่ห่วงแม่หน่อยเหรอ</p>
    #22787
    0
  8. #22775 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 17:54
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #22775
    0
  9. #21319 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 02:38
    ขอบคุณครับ
    #21319
    0
  10. #20900 0981701126 (@0981701126) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 13:20
    รวยขนาดนี้แร้วเอาแม่ออกจากตระกูลเหอะ. แม่แกลำบากยุนะเว้ย. แร้วแกก้จากแม่แกมาตั่งนานแร้วนะไม่คิดจะกลับไปดูหน่อยหรอ!?
    #20900
    0
  11. #20719 #DESTINY# (@MarkTC) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 15:22
    ชอบมากเลยครับ
    #20719
    0
  12. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 04:51
    มาดูกันว่าเมอร์ลินจะไปได้ไกลขนาดไหน ชักอยากจะเห็นซะแล้วสิ
    #20474
    0
  13. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 04:50
    มาดูกันว่าเมอร์ลินจะไปได้ไกลขนาดไหน ชักอยากจะเห็นซะแล้วสิ
    #20473
    0
  14. #20471 seataphong (@seataphong) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 18:27
    สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #20471
    0
  15. #20470 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 17:39
    ตัวประกอบเขยิบไป! เมอร์ลินจะออกโรงงงงงง!!!!
    #20470
    0
  16. #20469 Anucha1235678 (@Anucha1235678) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 17:37
    อ่า! มาแล้ว
    #20469
    0
  17. #20468 SATANGnaphatsorn (@SATANGnaphatsorn) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 12:43
    ขอบคุณค่า
    #20468
    0
  18. #20467 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 12:12
    ค้างงงงงง
    #20467
    0
  19. #20466 finny999 (@finny999) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 12:02
    พระเอกไม่คิดถึงแม่รึ ไรท์เพิ่มตอนรีไรท์เป็นวันละ2ตอนได้ไหมครับ
    #20466
    0
  20. #20465 Worada Ray (@wai69770689) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 10:57
    ขอบคุณค๊า เมอลิน จะไปถึง ชั้นไหนหนอ
    #20465
    0
  21. #20464 __HorizoN__ (@w-0-nderer) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 09:47
    มารอค่าาา
    คิดถึงไรต์​กับเมอลิน
    #20464
    0
  22. วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 20:50
    หายไปตั้ง4ปี ไม่คิดแวะไปหาแม่บ้างเหรอ แม่คงคิดว่าพระเอกตายไปนานแล้ว(อาเธอร์คงบอก) ป่านนี้อาจจะยังทำใจไม่ได้
    #19957
    1
    • #19957-1 nopparat kongbunya (@nopparat21) (จากตอนที่ 24)
      13 พฤศจิกายน 2560 / 10:29
      คงไม่ได้มีความรักอะไรมาก ไม่ใช่คนเก่านี่
      #19957-1
  23. #17371 Potatoray (@Potatoray) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 01:25
    จับเรื่องมามั่วๆ.อ่านแล้วงง แต่ก็สนุกไปอีกแบบ
    #17371
    0
  24. #15815 Waiwit (@Waiwit) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 03:16
    หมานรกเป็นธาตุแสงเชยเลย
    #15815
    0
  25. #14766 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 02:55
    38ยยยยย
    #14766
    0