เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,921,370 Views

  • 27,174 Comments

  • 28,078 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    67,639

    Overall
    3,921,370

ตอนที่ 247 : ภาค 3.2 ตอนที่ 85

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8459
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 741 ครั้ง
    14 ม.ค. 62


เมื่อเมอร์ลินเดินทางกลับมายังอาคารสาขานักปรุงยา เขาก็บอกกับผู้คุมกฎโยดาว่าจะทำการฝึกฝนศาสตร์แห่งการวาดรูปจนกว่าจะสำเร็จ

 

ผู้คุมกฎโยดาพยักหน้าเห็นดีและปล่อยให้เมอร์ลินทบทวนความรู้ด้วยตนเอง เขาเชื่อว่าด้วยความสามารถของเมอร์ลิน เด็กน้อยนั้นสามารถสร้างปาฏิหาริย์ให้กับเขาได้อย่างแน่นอน

 

ชายชราได้อำนวยความสะดวกให้เมอร์ลินอย่างเต็มที่ เขายกพื้นที่อาคารปีกขวาทั้งหมดให้กับเมอร์ลิน ส่วนตัวเขาก็ได้วางแผนติดต่อบรรดาเพื่อนสหายร่วมรบของเขาให้ช่วยเหลือเหตุการณ์ในครั้งนี้

 

เมอร์ลินจะต้องเป็นสุดยอดเมไจฝึกหัดของรุ่นนี้ เขาต้องการปลุกปั้นลูกศิษย์ของเขาให้เป็นคนที่ยอดเยี่ยมที่สุด

 

เมอร์ลินหลังจากกลับมาแล้วเขาก็ปิดด่านเก็บตัวศึกษาภาพวาดเทพพฤกษาทันที

 

ภายในห้องมิติ ปีกขวาของอาคารสาขานักปรุงยา

 

เมอร์ลินนำภาพวาดเทพพฤษภาออกมา แสงสีทองส่องประกายออกมาอย่างเจิดจ้า

 

มือน้อยสะบัดมือครั้งหนึ่ง ตรึงภาพวาดเทพพฤกษาไว้กลางอากาศ

 

"การที่จะศึกษาภาพวาดได้ จำเป็นต้องใช้วิถีอักขระดวงตาส่องฟ้า ศาสตร์พื้นฐานของสาขานักวาดภาพ" เมอร์ลินวาดฝ่ามือสร้างอักขระเวทย์ขึ้นมา

 

"ประโยชน์ของวิถีอักขระดวงตาส่องฟ้านั้นสามารถทำให้เมไจนักวาดภาพสามารถศึกษาภาพวาดของผู้ล้ำเลิศได้ ในหนึ่งภาพวาดนั้นมักจะซ่อนความลึกล้ำที่คาดไม่ถึง บางภาพวาดนั้นกระทั่งซ่อนวิถีอักขระที่ลึกล้ำเอาไว้ภายใต้รูปวาด ดังนั้นแล้ววิถีอักขระดวงตาส่องฟ้าจึงเป็นพื้นฐานของเมไจนักวาดภาพ"

 

ในตอนนั้นเอง อักขระเวทย์ก็ถูกมือน้อยสร้างขึ้นมาไหลเวียนเป็นเส้น

 

"จงควบรวมซะ!" ใบหน้าของเด็กน้อยนั้นเย็นชาขึ้นมาอย่างฉับพลัน

 

เมื่อมือน้อยสะบัดทำการควบคุมอักขระให้ควบแน่น

 

อักขระเวทย์หมุนเวียนล่องลอยเป็นวิถี เปล่งแสงควบรวมกลายเป็นอำนาจหนึ่งพุ่งเข้าสู่ดวงตาของสีน้ำเงินของเมอร์ลิน

 

วิถีอักขระดวงตาส่องฟ้า!

 

วิถีอักขระรูปแบบนี้ไม่ใช่วิถีอักขระที่ล้ำเลิศมากนัก มันนับได้ว่าเป็นวิถีอักขระพื้นฐานของเมไจนักวาดภาพเลยด้วยซ้ำ อักขระเวทย์ที่ใช้จึงมีจำนวนที่ไม่มากนัก เหมาะสำหรับเมไจฝึกหัดที่มีพลังสมาธิไม่มาก

 

กระนั่นการที่จะใช้วิถีอักขระนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก เมไจบางคนจำเป็นต้องฝึกฝนเป็นเวลาหลายวัน แต่เมอร์ลินกลับสามารถใช้ออกมาได้ในครั้งแรก!

 

เพื่อการใช้วิถีอักขระออกมาให้เต็มที่ เมอร์ลินตั้งใจใช้พลังอักขระขั้นสีม่วงศึกษาในครั้งนี้ทั้งหมด

 

เมื่ออำนาจอักขระที่สร้างด้วยอำนาจสีม่วงเข้าสู่ดวงตา

 

ในตอนนั้นเอง

 

ดวงตาเลเมเกทันก็เกิดปฏิกิริยาประหลาด วิถีอักขระดวงตาส่องฟ้าราวกับถูกดึงดูดให้จมหายเข้าไปในวังวนหนึ่งของดวงตาเลเมเกทัน

 

"นี่มันเกิดอะไรขึ้น!" เมอร์ลินรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก

 

ดูเหมือนว่าดวงตาเลเมเกทันนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับวิถีอักขระในโลกนี้ หลายครั้งที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ดวงตาเลเมเกทันมักจะมีปฏิกิริยาที่ไม่คาดคิดแบบนี้เสมอ

 

คราวนี้เมื่อวิถีอักขระดวงตาส่องฟ้าหลั่งไหลเข้าสู่ดวงตาเลเมเกทัน

 

นัยน์ตาของเมอร์ลินก็ปรากฏสัญลักษณ์รูปดาวหกแฉกทอแสงสีม่วงเกิดขึ้น

 

ภาพในดวงตาที่เมอร์ลินเปลี่ยนเป็นอีกโลกหนึ่ง เขากระทั่งมองเห็นโครงสร้างของมิติแห่งนี้

 

ห้องมิติแห่งนี้เป็นสิ่งที่เมไจนักก่อสร้างเป็นผู้สร้างขึ้น พวกเขาใช้วิถีอักขระสร้างสิ่งก่อสร้างและมิติต่างๆ เพื่อเป็นสิ่งอำนวยความสะดวก

 

แต่กระนั้นในสภาวะนี้เมอร์ลินสามารถมองเห็นโครงสร้างอักขระเวทย์ของมันได้

 

"หรือว่านี่คืออำนาจของวิถีอักขระดวงตาส่องฟ้า? แต่ผู้คุมกฎเคโนบีบอกว่ามันสามารถใช้ได้เฉพาะการมองภาพวาดอักขระไม่ใช่หรือ?"

 

เมอร์ลินกำลังรู้สึกมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

จริงอยู่ว่าวิถีอักขระดวงตาส่องฟ้านั้นใช้ได้กับภาพวาดอักขระเท่านั้น แต่เมื่อมันได้หลอมรวมเข้าสู่ดวงตาเลเมเกทันแล้ว ประสิทธิภาพของมันกลับถูกยกระดับขึ้น กระทั่งสามารถมองเห็นโครงสร้าอักขระเวทย์ของมิตินี้ได้

 

ตอนนี้เขากำลังรู้สึกว่าวิถีอักขระบทนี้กำลังลอยอยู่ในส่วนหนึ่งของดวงตาเลเมเกทัน

 

ความรู้สึกนี้เหมือนรู้สึกว่าจะสามารถจับต้องได้ แต่ที่จริงแล้วไม่ มันก้ำกึ่งอยู่ระหว่างกลางจนยากที่จะอธิบายออกมา

 

เมื่อเขาทดลองปิดเปลือกตาลงและสงบจิตใจ

 

ผ่านไปครู่หนึ่งก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา

 

"มันหายไปแล้ว!" เมอร์ลินรู้สึกประหลาดใจที่ภาพโครงสร้างอักขระที่เขาเห็นได้หายไปแล้ว สายตาของเขาเข้าสู่สภาวะปกติ ภาพที่เขาเห็นไม่ใช่ภาพของโครงสร้างอักขระอีกต่อไป

 

"แต่ข้ากลับรู้สึกว่าวิถีอักขระดวงตาส่องฟ้ายังไม่หายไปไหน ราวกับว่ามันยังอยู่ภายในดวงตา"

 

เมอร์ลินหลับตาลงอีกครั้งแล้วใช้จิตสัมผัสถึงสิ่งที่เขาสงสัย

 

ความรู้สึกของเขาในตอนนี้มันเหมือนฝุ่นที่เข้าตา รับรู้ว่ามีอยู่แต่กลับมองไม่เห็น

 

เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง

 

ในตอนที่เมอร์ลินสำรวจอย่างถี่ถ้วนในที่สุดเขาก็พบ

 

"มันอยู่ตรงนี้นี่เอง" ดวงตาสีน้ำเงินเป็นประกายขึ้นมา

 

เมอร์ลินสัมผัสได้ว่าภายในดวงตาเลเมเกทันนั้นส่วนหนึ่งของมันเหมือนมีช่องว่างนับล้านช่องที่หากมองดูแบบไม่สนใจก็จะเห็นว่าเป็นแค่หลุมหลายๆ หลุมเท่านั้น

 

แต่ทว่าหนึ่งในจำนวนหลายๆ หลุมนั้นกลับปรากฏวงเวทย์ของวิถีอักขระดวงตาส่องฟ้าซ่อนอยู่

 

ความรู้สึกตื่นเต้นแล่นผ่านสันหลังของเมอร์ลินจนขนหัวลุกซู่

 

อารมณ์ในดวงตาปรากฏความยินดีเป็นล้นพ้น

 

เมื่อเมอร์ลินกระตุ้นพลังอักขระช่องว่างที่บรรจุวิถีอักขระดวงตาส่องฟ้า อำนาจที่ลึกลับก็ทำงาน

 

ดวงตาสีฟ้าของเมอร์ลินปรากฏสัญลักษณ์รูปดาวหกแฉกสีม่วงอีกครั้ง นี่คือสัญลักษณ์ของวิถีอักขระดวงตาส่องฟ้า

 

โลกทั้งหมดที่เมอร์ลินเห็นกลับมาเป็นโครงสร้างอักขระอีกครั้ง

 

"ขอให้มันเป็นอย่างที่ข้าคิด..." เมอร์ลินเผยรอยยิ้มกว้าง

 

เขาปิดตาลงและเริ่มสร้างวิถีอักขระขึ้นมาอีกครั้ง

 

ครั้งนี้เมอร์ลินถึงกับเรียกมงกุฎแห่งโซโลมอนออกมา เขาต้องการสร้างวิถีอักขระนทีกาล วิถีอักขระที่เขาพึ่งสร้างมันขึ้นมาจนด้วยรับพรจากทวยเทพศักดิ์สิทธิ์

 

เวิง!

 

วิถีอักขระก่อรูปเป็นวงเวทย์ที่ทรงพลัง

 

ครานั้นเองเมอร์ลินก็บังคับมันเข้าสู่ดวงตาข้างขวาของเขา

 

ครืนนนนน

 

ครืนนนนน

 

เนื่องจากวิถีอักขระนทีกาลนั้นเป็นวิถีอักขระระดับสูง วิถีอักขระระดับสีม่วงนั้นใช่ว่าจะสามารถควบคุมได้อย่างง่ายดาย

 

เมอร์ลินใช้พลังสมาธิที่ได้มาจากมงกุฎแห่งโซโลมอนเข้ากดขี่วิถีอักขระนทีกาล

 

ผ่านไปครู่ใหญ่ในที่สุดเมอร์ลินก็สามารถนำมันเข้าสู่ดวงตาเลเมเกทันได้

 

วูบ!

 

ราวกับมีคลื่นลูกยักษ์สาดซัดเข้าสู่ดวงตา

 

ความรู้สึกที่วูบไหวทำให้เมอร์ลินทรงตัวไม่อยู่ พลังสมาธิและพลังอักขระถูกใช้ไปในจำนวนมาก

 

หยดเหงื่อชะโลมทั้งร่างของเด็กน้อย

 

"ในที่สุดข้าก็สามารถทำได้" เมอร์ลินยิ้มออกมาด้วยท่าทางที่เหนื่อยหอบ

 

เขาใช้เวลาครู่หนึ่งใช้พลังพืชพันธุ์พลังธาตุต้นไม้ห้าร้อยปีธาตุไม้ฟื้นฟูความเหนื่อยล้า

 

แม้ว่าต้นไม้ห้าร้อยปีธาตุไม้จะสามารถฟื้นฟูพลังหรือรักษาความเสียหายได้ แต่สำหรับพลังสมาธิและพลังอักขระนั้นคือข้อยกเว้น เขาไม่สามารถฟื้นฟูพลังทั้งสองได้ จำเป็นต้องรอให้มันฟื้นฟูด้วยตนเองเท่านั้น

 

เมอร์ลินใช้เวลานี้ตรวจสอบช่องว่างที่อยู่ภายในดวงตาเลเมเกทัน

 

ไม่นานเขาก็พบวิถีอักขระนทีกาลปรากฏอยู่ในช่องว่างหนึ่งของช่องว่างจำนวนมาก

 

เมื่อเวลาผ่านไป เมอร์ลินสามารถฟื้นฟูพลังสมาธิได้หนึ่งในสี่ส่วนของทั้งหมดแล้ว เขาจึงทดลองในที่สิ่งที่เขาคาดคะเนไว้ในทันที

 

มือน้อยยื่นออกไปกลางอากาศ

 

สมาธิพุ่งไปที่ช่องว่างของดวงตาเลเมเกทันเรียกใช้วิถีอักขระนทีกาล

 

เวิง!

 

ในตอนนั้นเองวงเวทย์ของวิถีอักขระนทีกาลก็ปรากฏออกมาเบื้องหน้า โดยที่เมอร์ลินไม่จำเป็นต้องสร้างวีถีอักขระออกมา มิหนำซ้ำเขายังรู้สึกว่าพลังสมาธิได้สูญเสียไปน้อยกว่าเดิมด้วยซ้ำ

 

"สำเร็จ ข้าทำสำเร็จแล้ว! ดวงตาเลเมเกทันสามารถกักเก็บวิถีอักขระได้จริงๆ ด้วย การเรียกใช้วิถีอักขระยังใช้พลังสมาธิที่น้อยกว่าเดิมอีกด้วย" เมอร์ลินยิ้มอย่างดีใจ

 

ตอนนี้เขาสามารถเรียกใช้วิถีอักขระดวงตาส่องฟ้าและวิถีอักขระนทีกาลได้ดั่งใจ

 

เพื่อไม่เป็นการให้เสียเวลาอีกต่อไป เมอร์ลินจึงเรียกใช้วิถีอักขระดวงตาส่องฟ้าออกมาในทันที

 

โลกทั้งโลกกลายเป็นโครงสร้างอักขระเวทย์อีกครั้ง

 

เมอร์ลินกางภาพวาดเทพพฤกษากลางอากาศ และใช้สายตาสำรวจโครงสร้างของภาพวาดอย่างถี่ถ้วน

 

"ภาพวาดนี้ช่างมหัศจรรย์ มันประกอบไปด้วยโครงสร้างอักขระจำนวนมาก มิหนำซ้ำพลังในการวาดภาพยังแข็งแกร่งยากหยั่งถึง โครงสร้างที่ซับซ้อนนี้เป็นกุญแจความแข็งแกร่งของเทพพฤกษา"

 

เมอร์ลินใช้เวลาศึกษาภาพวาดเทพพฤกษาถึงสามรอบแล้วจึงปิดตาลง

 

ในตอนนี้โครงสร้างของภาพวาดเทพพฤกษาทั้งหมดได้อยู่ภายในหัวของเขาหมดแล้ว

 

หนึ่งการมองของเมอร์ลินนั้นมีความสามารถจดจำได้ทุกสิ่ง

 

ความจริงเขาไม่จำเป็นต้องสำรวจถึงสามรอบด้วยซ้ำ เพียงแต่เขาต้องการตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจอย่างไม่มีข้อบกพร่อง

 

เมอร์ลินนั่งเงียบๆ ทำความเข้าใจโครงสร้างภาพวาดเทพอักขระภายในหัวถึงสามวัน

 

การจำลองสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะสามารถทำมันได้ทันที

 

แม้ว่าเมอร์ลินจะรู้ทุกขั้นตอนในการทำ แต่มันยังมีช่องว่างที่เขาต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจ

 

มันเปรียบเหมือนการเล่นหมากล้อมที่ทุกคนนั้นรู้กติกาดี เพียงแต่การจะเดินหมากล้อมให้กลายเป็นเซียนหมากล้อมนั้นต้องสั่งสมประสบการณ์และสร้างความเข้าใจในวิถีของมัน

 

เมื่อเวลาผ่านไปสามวันเมอร์ลินจึงตัดสินใจลงมือสร้างเทพพฤกษาจำลองขึ้นมา

 

มือน้อยวาดออกไปครั้งหนึ่งสร้างกระดาษ วาดอีกครั้งสร้างปากกา วาดครั้งสุดท้ายสร้างหมึก

 

ทั้งหมดเมอร์ลินล้วนใช้พลังอักขระระดับขั้นสีม่วงทั้งสิ้น

 

มือขวาของเด็กน้อยจับปากกาและจุ่มหมึก อารมณ์บนใบหน้าสงบนิ่งเป็นอย่างมาก

 

การวาดภาพจำเป็นต้องใช้พลังสมาธิที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

 

มือน้อยเริ่มตวัดปากกาบนกระดาษอักขระ การเคลื่อนไหวของมือน้อยนั้นนุ่มนวลปานขนนก พลังสมาธิเด็ดเดี่ยวสร้างการวาดภาพที่แข็งแกร่ง

 

โครงสร้างภาพวาดเทพพฤกษาภายในหัวถูกวาดออกมาบนกระดาษ

 

ผ่านไปครู่หนึ่ง กระดาษอักขระก็เปล่งแสงสีหม่นออกมา

 

พรึบ!

 

เปลวไฟสีเทาลุกท่วมกระดาษอักขระ!

 

"บ้าจริง มันไม่สำเร็จ" เมอร์ลินอดที่จะสบทออกมาไม่ได้

 

"การสร้างภาพวาดอักขระนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายโดยแท้ แม้จะมีวิธีที่ถูกต้องอยู่ในหัวแต่มันก็จำเป็นต้องอาศัยฝีมือและความเชี่ยวชาญ" เมอร์ลินพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ

 

"ยังไงข้าก็ไม่เชื่อว่าข้าจะไม่สามารถวาดภาพอักขระได้" นัยน์ตาสีน้ำเงินนั้นเต็มไปด้วยความไม่ยอม

 

เมอร์ลินสร้างกระดาษอักขระแผ่นใหม่และเริ่มลงมือวาดภาพอีกครั้ง

 

ผ่านไปครึ่งเดือน

 

ในที่สุดเมอร์ลินก็ออกมาจากการปิดด่านฝึกตน

 

เขาเดินไปหยุดที่ห้องทำงานของผู้คุมกฎโยดาและเคาะประตู

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

"อาจารย์ข้าเอง" เมอร์ลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ บุคลิกของเขานั้นเยือกเย็นขึ้นอีกขั้นหนึ่ง พลังสมาธิของเขาดูเหมือนจะพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งเช่นกัน

 

สิ่งสำคัญของเมไจคือพลังสมาธิและพลังอักขระ

 

พลังอักขระนั้นสามารถเพิ่มได้โดยการสลักอักขระลงบนวงเวทย์บ่มเพาะ ส่วนพลังสมาธินั้นได้มาจากการฝึกฝน

 

ยิ่งมีพลังสมาธิที่มาก เมไจก็สามารถทะลวงขอบเขตของขั้นไปให้สูงขึ้นได้

 

ในตอนนั้นเองประตูห้องทำงานของผู้คุมกฎโยดาก็ได้เปิดออกโดยพลังที่ไร้รูป

 

ผู้คุมกฎโยดานั่งอยู่บนโต๊ะทำงานของเขา ดูเหมือนเขากำลังง่วนอยู่กับรายงานที่ต้องทำส่งสภา 108 ประตูแดนเทพเกี่ยวกับภารกิจของเขา

 

"เจ้าออกจากการฝึกฝนแล้ว?" ผู้คุมกฎโยดากล่าวด้วยรอยยิ้ม

 

"ขอรับท่านอาจารย์ ข้านำสิ่งนี้มาคืนท่านด้วย" กล่าวจบเมอร์ลินก็นำหีบที่เก็บภาพวาดเทพพฤกษาออกมามอบให้กับผู้คุมกฎโยดา

 

ชายชรารับมันมาโดยดี เขายิ้มและเอ่ย

 

"เจ้าสำเร็จวิถีการวาดภาพแล้ว?"

 

"ขอรับ อาจารย์"

 

"เช่นนั้นจงแสดงให้ข้าดู" ผู้คุมกฎโยดากล่าวอย่างตื่นเต้น

 

"ได้" เมอร์ลินรับคำและนำม้วนกระดาษอักขระออกมาจากแหวนเวทย์ของเขา

 

เมื่อผู้คุมกฎโยดาเห็นม้วนกระดาษอักขระม้วนนั้นเขาก็อดที่จะรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้

 

"มันคือเทพพฤกษาจำลอง?" ชายชราเอ่ยถาม

 

แม้เขาจะรู้ว่านั่นคือภาพวาดอักขระ แต่เขาก็ไม่มั่นใจว่าเมอร์ลินจะสามารถสร้างภาพวาดจำลองเทพพฤกษาได้หรือไม่ การวาดภาพจำลองนั้นหาใช่สิ่งที่เมไจฝึกหัดจะทำได้ง่ายๆ

 

ยิ่งภายในเวลาแค่ครึ่งเดือนด้วยแล้ว โยดามีความคาดหวังเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

เมอร์ลินยกยิ้มและไม่ได้เอ่ยออกมา

 

เขาเปิดภาพวาดอักขระที่เขาวาดให้ผู้คุมกฎโยดาดู

 

ทันทีที่ภาพวาดถูกเปิดออก หมึกอักขระของภาพวาดก็เปล่งแสงออกมาและเผยให้เห็นถึงภาพวาด

 

ภาพวาดที่มีแสงเปล่งออกมา นั่นหมายความว่าภาพวาดอักขระนี้ไม่ได้อยู่ในระดับไร้สี

 

"นี่มัน! เจ้าทำได้สำเร็จจริงๆ ด้วย" ผู้คุมกฎโยดาฉีกยิ้มไม่หุบ แม้ในตอนแรกเขาจะมีความคาดหวังที่ภาพวาดนี้จะเป็นระดับเงิน แต่มันกลับเป็นระดับสีฟ้า

 

"ไม่ว่าจะเป็นระดับสีเงินหรือสีฟ้า ยังไงซะเด็กคนนี้ก็ทำสำเร็จ" ผู้คุมกฎโยดาคิดในใจ ดวงตาปรากฎความรู้สึกเสียดายเล็กๆ

 

บอกตามตรงเขานั้นคาดหวังในพรสวรรค์ของเมอร์ลินเป็นอย่างมาก แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาได้แค่นี้ก็คือว่าเด็กคนนี้เป็นอัจฉริยะมากแล้ว

 

"ดี ดีมาก เจ้าเป็นลูกศิษย์ที่ยอดเยี่ยม" ผู้คุมกฎโยดาเอ่ยชมเมอร์ลิน

 

"เอาล่ะ หรือเวลาอีกหนึ่งเดือนกว่าๆ วันนี้ข้าจะพาเจ้าไปพบกับเพื่อนของข้าเลยแล้วกัน" ผู้คุมกฎโยดากล่าวและตบไปที่บ่าของเมอร์ลินอย่างชื่นชม

 

"วันนี้? ท่านจะพาข้าไปพบหัวหน้าสาขานักฝึกสัตว์ตอนนี้?"

 

"ไม่ใช่"

 

"ไม่ใช่หัวหน้า งั้นหรือว่าจะเป็นรองหัวหน้าสาขานักฝึกสัตว์?"

 

"เจ้าเดาผิดแล้ว เมไจนักฝึกสัตว์ที่ข้าจะพาเจ้าไปพบ ไม่ใช่เมไจที่อยู่ภายใต้ศูนย์ฝึกเมไจแห่งนี้ เขาคือเมไจนักฝึกสัตว์ที่เยี่ยมยอดและเป็นยอดนักรบของเผ่าเทพ" ผู้คุมกฎโยดากล่าวด้วยแววตาที่เป็นประกาย เมื่อพูดถึงคนคนนี้การแสดงออกของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชม

 

ใครกันที่สามารถทำให้หัวหน้าสาขานักปรุงยาอย่างเขาชื่นชมได้?




.....................................................................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 8 ภาค 4
อ่านต่อจากเด็กดีเริ่มอ่านที่กลุ่มที่ 5
หากสนใจอ่านต่อล่วงหน้าสามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ เพจเซียนจอมเวทย์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 741 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #26622 QueenOfMars (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 247)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 10:52
    เมอร์ลินเก่งมากลูก
    #26622
    0
  2. #26581 muea16884 (@muea16884) (จากตอนที่ 247)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 11:01
    เมอลิน คิดว่า จะวาดให้ระดับสูงกว่านี่ก็ได้ เเต่เดียวมีคนตกใจ
    #26581
    0
  3. #26571 จิล (จากตอนที่ 247)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 13:44

    อาจจะเกี่ยวกับผู้หญิงที่หาบัตรให้เมอลินก็ได้ใช่ไหม

    #26571
    0
  4. #26570 TheBLuEStraGGlER (@TheBLuEStraGGlER) (จากตอนที่ 247)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 12:39
    สนุกมาก ขอบคุณมากค่ะ
    #26570
    0
  5. #26569 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 247)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 20:21
    มาต่อเร็วๆน้าไรท์
    #26569
    0
  6. #26568 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 247)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 17:27
    ขอบคุณครับ
    #26568
    0
  7. #26567 siney (@asakurayo2004) (จากตอนที่ 247)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 15:54
    อยากรู้ว่าภาพที่ได้จากอักขระม่วง จะอยู่ระดับไหน
    #26567
    0
  8. #26565 Lov3 Me :) (@yui068640062) (จากตอนที่ 247)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 15:26
    ขอบคุณค่ะ สนุกมากๆ
    #26565
    0
  9. #26564 White_Lilys (@lolipopkungs) (จากตอนที่ 247)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 15:24
    ไม่ใช่ว่าอำพรางให้เป็นขั้นสีฟ้านะเมอร์ลิน ดูแล้วภาพของเมอร์ลินอาจจะมีลูกเล่นนะเนี่ยยยย
    #26564
    1
    • #26564-1 kaitokidkung (@kaitokidkung) (จากตอนที่ 247)
      14 มกราคม 2562 / 17:03
      นั่นสิคิดเหมือนกันเลย
      #26564-1
  10. #26562 9minx (@memindiiz) (จากตอนที่ 247)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 14:35
    คาดหวังไว้เยอะเหมือนอาจารย์เลยว่าเมอร์ลินจะวาดภาพได้ระดับสีเงินหรืออาจจะทอง แต่ก็นะ มันต้องอาศัยประสบการณ์อีกมากในการสร้าง หรือถ้าแสดงพลังมากไปจะเป็นที่สงสัยงั้นหรือ ?
    #26562
    0
  11. #26561 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 247)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 14:30
    รอตอนต่อไป
    #26561
    0
  12. #26560 นักอ่านเงาเลเวล13 (@lokiloss) (จากตอนที่ 247)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 14:25
    ขอบคุณมากครับ
    #26560
    0
  13. #26559 masternay25452 (@masternay25452) (จากตอนที่ 247)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 14:13
    สนุกกก
    #26559
    0