เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,930,111 Views

  • 27,197 Comments

  • 28,100 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    76,380

    Overall
    3,930,111

ตอนที่ 33 : โรคไข้ผลึก (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47728
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1021 ครั้ง
    6 ธ.ค. 60

ไม่นานนักเมอร์ลินนำเด็กน้อยร่อนลงบริเวณก่อนถึงหมู่บ้านนั้น เขานั้นไม่ต้องการให้คนในหมู่บ้านแตกตื่นกับการมาของเขา เพราะการที่คนผู้หนึ่งสามารถบินได้นั้นย่อมไม่ใช่เรื่องที่ธรรมดา

 

หากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในพลังธาตุแล้วเขาคนนั้นก็จะต้องเป็นจอมเวทย์ผู้หนึ่งถึงจะสามารถลอยตัวบนอากาศได้

 

หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านทั่วไปมันตั้งอยู่กลางป่าที่เป็นเส้นทางสัญจร ทั้งหมู่บ้านมีบ้านเรือนอยู่ประมาณไม่เกิน 60 หลังคาเรือนได้

 

บรรยากาศภายในหมู่บ้านแห่งนี้ค่อนข้างเงียบ อาจจะเป็นเพราะหมู่บ้านแห่งนี้อยู่ในเขตชายแดนระหว่างศาสนจักรแห่งแสงและอาณาจักรอารากอน

 

ร้านค้าในหมู่บ้านนั้นไม่ค่อยเปิดมากนักแถมบนถนนยังมีผู้คนสัญจรเป็นจำนวนน้อยอีกต่างหาก กล่าวได้ว่าหมู่บ้านแห่งนี้ช่างเงียบเหงาเหลือเกิน

 

เมอร์ลินพยุงตัวเด็กคนนั้นด้วยมือข้างหนึ่ง ถึงแม้จะเรียกว่าเด็ก แต่เด็กคนนี้ก็มีรูปร่างที่โตกว่าเขาเสียอีก

 

รูปลักษณ์ของเมอร์ลินในตอนนี้นั้นดูเหมือนเด็กอายุ 10 ขวบปี การบรรลุขอบเขตก่อลำต้นนั้นเป็นทั้งของดีและข้อเสีย เพราะหากบรรลุในอายุที่น้อยเกินไปร่างกายของเขานั้นจะเหมือนกับหยุดเจริญเติบโต

 

ในขอบเขตก่อลำต้น เมอร์ลินต้องรออีก 5 ปีถึงจะสามารถมีร่างกายเจริญเติบโตขึ้นอีก 1 ปี แม้ตอนนี้เขาจะมีอายุ 12 ปี แต่ร่างกายของเขานั้นก็ยังหยุดอยู่ที่ 10 ปีเท่านั้น

 

เมื่อเดินไปตามถนนไปเรื่อยๆ เมอร์ลินก็พบกับร้านบาร์แห่งหนึ่ง มันเป็นร้านที่ไร้ชื่อ ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่ามันอาจจะเป็นร้านบาร์เพียงแห่งเดียวของหมู่บ้าน ชาวบ้านแถวนี้จึงรู้จักกันดีมันจึงไม่จำเป็นต้องตั้งชื่อ

 

เมอร์ลินพาเจ้าเด็กน้อยคนนี้เข้าไปในร้านทันที

 

มันมีความเป็นไปได้ว่าคนในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้จะรู้จักเด็กน้อยคนนี้

 

กรุ้งกริ่ง กรุ้งกริ่ง

 

เสียงกระดิ่งดังขึ้นเมื่อเมอร์ลินพลักประตูร้านเข้าไป

 

ชายแก่คนหนึ่งซึ่งยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ก็โผล่หน้าออกมา เขานั้นยิ้มแย้มเมื่อรู้ว่าลูกค้ากำลังมาใช้บริการและเตรียมออกมาต้อนรับอย่างดี

 

"สวัสดีคุณลูกค้า ไม่ทราบต้องกา ... อ้าว! เด็กงั้นหรอ พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่"

 

ท่าทีของเจ้าของร้านนั้นเปลี่ยนไปในทันทีเมื่อเห็นเด็กทั้งสองคน

 

ใบหน้าของเมอร์ลินแสดงความขุ่นเคืองออกมาเล็กน้อยหลังจากเห็นท่าทางของเจ้าของร้าน เขาทิ้งร่างเด็กน้อยไว้กับเก้าอี้ในร้าน แล้วเอ่ยถาม

 

"ข้ามีเรื่องอยากจะสอบถาม"

 

เจ้าของร้านยิ้มเหยียดออกมาแล้วพูดว่า

 

"เหอะ ... เจ้าเด็กน้อยที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะมาวิ่งเล่น ออกไปจากร้านของข้าซะ ก่อนที่ข้าจะโยนเจ้าออกไป”

 

ชายแก่เจ้าของร้านกอดอกแล้วพูดออกมาอย่างเสียงดัง

 

“นี่คือการต้อนรับลูกค้าของเจ้า?” เมอร์ลินเริ่มที่จะมีอารมณ์ แม้จะเจอกันครั้งแรกแต่เขาก็ไม่อาจสุภาพกับคนเช่นนี้ได้

 

"ฮา ฮา ฮา อย่ามาทำให้ข้าตลกหน่อยเลย เด็กอย่างเจ้านี่หรือจะเป็นลูกค้าของข้า ไปตามผู้ปกครองของเจ้ามาก่อน เจ้าถึงจะมีสิทธิเป็นลูกค้าของข้า”

 

เจ้าของร้านเห็นว่าเมอร์ลินเป็นเพียงเด็กน้อย คะเนจากสายตาน่าจะมีอายุไม่เกิน 10 ขวบ ไม่ต้องคาดเดาให้ป่วยการ เด็กอย่างนี้ไม่น่าจะมีเงินมาจ่ายบริการของเขา

 

หากจะพูดว่าเด็กคนนี้เป็นชนชั้นสูงแต่ข้างกายของเขาก็ไม่มีผู้ติดตาม เจ้าของร้านจึงฟันธงได้ว่า ลูกค้าตรงหน้าเขานี้ไม่มีเงินจ่ายเขาอย่างแน่นอน

 

เด็กน้อยถอนหายใจออกมา เขากำลังควบคุมอารมณ์ของเขาไม่ให้ขุ่นเคืองไปมากกว่านี้

 

การดูถูกไม่ใช่อารมณ์ที่มนุษย์คนไหนจะสามารถรับมือกับมันได้ง่ายๆ แม้ว่าเมอร์ลินจะเคยมีฐานะเป็นคนรับใช้ แต่นั่นก็เพราะสถานการณ์ที่แตกต่างกัน เขาในตอนนี้นั้นต่างออกไป ด้วยฝีมือและฐานะของเขาในตอนนี้นั้นทำให้ศักดิ์ศรีของเขาได้ฟื้นกลับคืนมาแล้ว

 

ความหยิ่งทะนงของเมอร์ลินจึงไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถลบมันไปได้ง่ายๆ

 

ปัง!

 

เงินจำนวนหนึ่งหมื่นเซนี่ถูกควักออกมาวางบนโต๊ะอย่างรุนแรง ด้วยเงินจำนวนนี้นั้นเพียงพอที่จะสามารถดื่มกินของในร้านได้อย่างสบาย

 

เมอร์ลินเหลือบตามองเจ้าของร้านและเอ่ยอย่างเหนื่อยหน่าย

 

"เอาล่ะ แล้วทีนี้เจ้าจะมีเวลาคุยกับข้าได้หรือยัง?"

 

เจ้าของร้านเมื่อเห็นเงินจำนวนมากที่กองอยู่ตรงหน้าก็ทำให้ดวงตาเขาเปล่งประกายขึ้นมาในทันที ท่าทีของเขานั้นเปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

 

"โอ้  คุณลูกค้าไม่ทราบว่าท่านต้องการอะไร ข้านั้นยินดีที่จะให้บริการท่านอย่างเต็มที่"

 

นิสัยคนนั้นเปลี่ยนได้เพราะเงิน เจ้าของร้านแทบจะพลิกกลับเปลี่ยนท่าทางจากหน้ามือเป็นหลังมือ แน่นอนว่าเด็กตรงหน้าเขานี้เป็นลูกค้ากระเป๋าหนัก โดยทั่วไปแล้วหากทำการใช้จ่ายค่าอาหารแบบอิ่มสำราญราคานั้นไม่เกิน 600 เซนี่  แต่เด็กตรงหน้าเขานี้กลับวางเงินหนึ่งหมื่นเซนี่อย่างง่ายได้ 

 

ในหมู่บ้านที่ตั้งอยู่กลางป่าเช่นนี้การค้าขายย่อมฝืดเคือง แล้วยิ่งสถานการณ์ของหมู่บ้านเป็นเช่นนี้แล้วด้วย ในหนึ่งปีที่ผ่านมาแทบจะไม่ค่อยมีลูกค้าเข้าร้านเลยเสียด้วยซ้ำ

 

“ข้าต้องการถามว่าเจ้ารู้จักเด็กคนนี้ไหม?

 

เจ้าของร้านแสดงสีหน้างุนงง เขานั้นลืมที่จะสังเกตเด็กอีกคนที่ถูกพามาด้วย

 

"เด็กคนนี้มอมแมมเหลือเกิน ขอข้ามองหน้าเขาชัดๆ สักหน่อย เผื่อว่าข้าจะรู้จักเขา”

 

เจ้าของร้านเดินเข้าใกล้เด็กน้อยที่ฟุบอยู่กับโต๊ะ เขาใช้มือของเขาเขี่ยผมที่ปกบนใบหน้าออก เพื่อให้เห็นใบหน้าได้ชัดเจน

 

“นี่มัน! ... แย่แล้ว! เจ้านี่คือเจราลเด็กที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน แย่แน่ ข้าต้องแย่แน่ๆ เขาติดเชื้อโรคติดต่อ เขาเป็นโรคไข้ผลึก"

 

เจ้าของร้านผงะออกมาจากเด็กน้อยเจราลอย่างตกใจ ท่าทีของเขานั้นรนรานเป็นอย่างยิ่ง เขานั้นแทบทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นว่าเด็กน้อยคนนี้คือเจราล

 

แย่แล้ว! เชื้อโรคกำลังเข้าสู่ร้านของเขา 

 

"ข้าต้องขออภัย นำเงินของท่านกลับไปซะ แล้วพาเจ้าเด็กนี่ออกไปจากร้านของข้าให้ไว"

 

เหตุที่หมู่บ้านแห่งนี้เงียบเหงานั่นก็เพราะโรคติดต่อ หากมีคนรู้ว่ามีคนติดเชื้อมาอยู่ที่ร้านของเขา ร้านนี้ต้องขายไม่ได้แน่ๆ แม้เงินจำนวนนี้จะมากแต่เขาก็ไม่อยากเสี่ยงที่จะรับมัน

 

"เดี๋ยวก่อน!" เมอร์ลินมองการกระทำของเจ้าของร้านอย่างฉงน เขาอยากทราบว่าทำไมเจ้าของร้านถึงต้องกลัวจนรนรานเช่นนี้

 

"ได้โปรดอย่าแตะต้องตัวข้า ท่านได้สัมผัสถูกตัวของเจราล ไม่แน่ว่าท่านอาจจะติดเชื้อโรคไข้ผลึกไปแล้วก็เป็นได้"

 

เจ้าของร้านรีบวิ่งเข้าไปหลบอยู่หลังเคาน์เตอร์ เขาต้องการเว้นระยะห่างเมอร์ลินและเจราลให้มากที่สุด นั่นเพราะเขามีความกลัวที่จะติดโรคชนิดนี้เป็นอย่างมาก

 

เมอร์ลินถอนหายใจออกมาและเดินเข้าไปตรวจดูอาการของเจราล คราแรกเขานึกว่าเด็กน้อยคนนี้ตกใจสัตว์อสูรจนเป็นลมหมดสติ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่อย่างที่เขาคิด สาเหตุที่เด็กคนนี้หมดสติไปอาจจะเป็นเพราะอาการของโรคติดต่อ

 

ในอดีตของเขาในช่วงชีวิตหนึ่งเขานั้นเคยประกอบอาชีพเป็นหมอรักษาคน เขาจึงมีพื้นฐานด้านการแพทย์อยู่บ้าง เขานั้นไม่กลัวโรคติดใดๆ นั่นเป็นเพราะเขาเป็นผู้ฝึกตนที่อยู่ขั้นก่อลำต้น ร่างกายของเขานั้นถูกชำระสร้างใหม่ให้กลายเป็นร่างของผู้ที่อยู่เหนือมนุษย์ พิษหรือโรคภัยของมนุษย์ธรรมดาจึงไม่มีผลกับเขา เว้นเสียแต่ว่าพิษหรือโรคนั้นจะมาจากผู้ฝึกตนที่ใช้ปราณเซียน

 

เมื่อเมอร์ลินทำการเบิกตรวจดูม่านตาของเจราล เขาก็พบกับสิ่งผิดปกติ น้ำตาของเจราลนั้นบางส่วนมันได้กลายไปเป็นผลึก และเมื่อสังเกตในตุ่มหนองเขาก็พบว่าในน้ำหนองเหล่านี้นั้นบางส่วนก็เริ่มที่จะกลายเป็นผลึกเช่นเดียวกัน 

 

“มิน่าล่ะ ชาวบ้านถึงเรียกชื่อโรคนี้ว่าไข้ผลึก”

 

แล้วจู่ๆ ข้อมูลของเลเมเกทันก็แล่นเข้ามาในหัวของเขา  

 

“ผลึกวิญญาณชีพ” ผลึกนี้มีลักษณะคล้ายกับวิญญาณซากภูติ คือลักษณะของปรสิตวิญญาณ พวกมันมักจะดูดกลืนพลังชีวิตของมนุษย์เป็นอาหาร ซึ่งต่างจากวิญญาณซากภูติซึ่งเป็นปรสิตวิญญาณเช่นกัน แต่วิญญาณซากภูตินั้นจะใช้หลอมรวมและดูดกลืนพลังเวทย์ซึ่งจะไม่แตะต้องพลังชีวิตของมนุษย์

 

ดังนั้นแล้วสำหรับมนุษย์ปรสิตที่เป็นผลึกวิญญาณชีพนั้นน่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก หากโชคดีมนุษย์ผู้นั้นอาจจะตายจากไป แต่หากโชคร้ายมนุษย์ผู้นั้นอาจจะมีชีวิตอยู่ทั้งๆ ที่อยู่ในร่างของผลึกตราบจนสิ้นอายุขัย  

 

ในอดีตมีคนกลุ่มหนึ่งทำการรวบรวมผลึกวิญญาณชีพได้ในจำนวนมาก พวกเขานั้นได้เปลี่ยนผลึกวิญญาณชีพเหล่านั้นให้เป็นผลึกแห่งชีวิต ผลึกที่ทรงอำนาจมหาศาล มันสามารถบัลดาลพลังที่เกินจินตนาการให้กับผู้ที่ครอบครอง 

 

ว่ากันว่าผลึกแห่งชีวิตนั้นสามารถทำได้ถึงกับชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นขึ้นมาได้ มันจึงมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า “ผลึกปาฏิหาริย์”

 

ผลึกปาฏิหาริย์ชนิดนี้จึงถือเป็นผลึกที่นำมาซึ่งความตายของมนุษย์นับจำนวนไม่ถ้วน เมื่อใดที่มันปรากฏขึ้นในแผ่นดินการนองเลือดจะต้องเกิดขึ้น ผู้คนทั้งหมดจะทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้ครอบครองมัน

 

ในขณะที่เมอร์ลินกำลังตกอยู่ในภวังค์ ในทันใดนั้นเองก็มีคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาในร้าน เมื่อพิจารณาจากการแต่งตัวแล้ว พวกเขาคงเป็นคนของทางการ ในจำนวนนั้นมีทั้งทหารและนักเวทย์รวมอยู่ด้วย

 

หมู่บ้านแห่งนี้ประสบภัยโรคติดต่อ คนของทางการจึงถูกส่งมาจัดการกับปัญหานี้

 

"เจ้าของร้าน เจ้าจงรีบไปแจ้งต่อหัวหน้าหมู่บ้านให้นำคนของหมู่บ้านทั้งหมดไปรวมกันที่ลานหมู่บ้าน”

 

หนึ่งในคนกลุ่มนั้นกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงของผู้มีอำนาจ

 

ชายผู้สวมชุดเกราะลวดลายกรีฟฟอน  กลิ่นอายของเขานั้นเต็มไปด้วยอำนาจของผู้นำ คาดว่าเขาน่าจะเป็นหัวหน้าของคนกลุ่มนี้

 

"ฮึ ... รำคาญสายตาของข้าเสียจริงๆ” ชายที่คาดว่าเป็นผู้นำนั้นมองเหยียบไปที่เมอร์ลินและเจราล

 

“ทหารเอาตัวเจ้าเด็กสกปรกพวกนี้ออกไป แค่ถูกส่งมาทำงานนี้ก็แย่พออยู่แล้ว รีบนำพวกมันไปรวมกับชาวบ้านเร็ว" ชายผู้เป็นหัวหน้าของคนกลุ่มนี้สั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความไม่พอใจ

 

ด้วยพลังของดวงตาเลเมเกทัน เมอร์ลินสามารถตรวจสอบได้ว่าชายผู้วางท่าทีใหญ่โตตรงหน้านี้มีพลังอยู่ในระดับตอนปลายของขั้นนักเวทย์ เขาเป็นผู้ใช้เวทมนต์ระดับสูงอีกคนหนึ่งที่เมอร์ลินเคยพบ เขามีฝีมือที่สูงกว่าเจ้ามิลาส จอมวิปลาส

 

เมื่อได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา พวกเขาจึงทำตามคำสั่งทันที

 

แต่ก่อนที่พวกเขาจะลงมือ เมอร์ลินก็ได้พูดขึ้น

 

“ไม่ต้อง พวกข้าสองคนออกไปเองได้”

 

เมอร์ลินไม่ต้องการที่จะสร้างปัญหาในตอนนี้ เขาต้องการชมดูละครในฉากนี้ เขาต้องการดูว่าคนของทางการนั้นจะจัดการกับสถานการณ์นี้อย่างไร

 

เมอร์ลินพยุงเจราลให้ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากร้านอย่างว่าง่าย

 

เหล่าทหารเมื่อเห็นดังนั้นพวกเขาจึงปล่อยให้เมอร์ลินจากไปโดยดี เพราะพวกเขานั้นสังเกตเห็นสภาพของเจราลที่น่าสงสัยว่าจะเป็นผู้ป่วยโรคติดต่อ แน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่ต้องการที่จะสัมผัสหรือแตะต้องกับผู้ติดเชื้อ การที่เด็กน้อยสองคนจากไปเองจึงเป็นสิ่งที่ดี

 

ไม่นานทุกคนในหมู่บ้านก็ถูกนำมารวมกันไว้ที่ลานกว้างของหมู่บ้าน กลุ่มของผู้ป่วยและคนที่ยังไม่ติดเชื้อนั้นถูกแยกออกจากกันอย่างชัดเจน

 

เมอร์ลินสังเกตเห็นผู้ป่วยที่ติดโรคไข้ผลึกอาการหนักถึงขั้นแขนขาและส่วนหนึ่งของร่างกายถูกไข้ผลึกกัดกินจนกลายเป็นผลึกเป็นก้อนๆ ใบหน้าของพวกเขาแสดงซึ่งความเจ็บปวดและน่าเวทนา

 

ลักษณะของโรคชนิดนี้เมื่อติดเชื้อ ผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนเป็นไข้หวัดธรรมดา มีอาการปวดหัวตัวร้อนและปวดเมื่อยตามร่างกาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปอาการปวดเมื่อยนั้นจะกลายเป็นความเจ็บปวด ในส่วนที่เจ็บปวดมากที่สุดคือส่วนที่ชิ้นเนื้อของพวกเขาได้เริ่มกลายไปเป็นผลึกแล้ว

 

บางคนที่ทนความเจ็บปวดไม่ไหวก็ถึงกับชิงฆ่าตัวตาย แต่ทว่าบางคนก็ไม่มีโอกาสนั้นเมื่อไข้ผลึกนั้นได้ลุกลามอย่างรวดเร็วจนร่างทั้งร่างกลายเป็นผลึก เมื่อเป็นเช่นนั้นคนผู้นั้นจะเจ็บปวดทรมานเสียยิ่งกว่าตาย เพราะเขาต้องทนอยู่ในร่างผลึกที่ขยับไม่ได้ไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัยของเขาหรือจนกว่าจะมีผู้ทำลายผนึกนั้น

 

กลุ่มคนของทางการที่นำมาด้วยชายคนที่สวมชุดเกราะกริฟฟอนเดินขบวนมายังลานกว้างอย่างผู้มีอำนาจ

 

"ผู้ใดคือหัวหน้าหมู่บ้านของที่นี่" ทหารคนหนึ่งตะโกนออกมา

 

"ข้าเซดันเป็นหัวหน้าหมู่บ้านของที่นี่ ในฐานะของผู้นำของที่นี่ข้าขอขอบคุณพวกท่านทุกคนที่เสียสละมาช่วยเหลือหมู่บ้านของพวกเรา" หัวหน้าหมู่บ้านพูดออกไปอย่างตื้นตัน เพราะในยามนี้หมู่บ้านอยู่ในช่วงวิกฤต

 

ผู้คนจำนวนหลายคนทยอยย้ายออกไปจากหมู่บ้านเพราะกลัวโรคไข้ผลึก เหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังคงอาศัยอยู่ พวกเขาล้วนเป็นคนที่ติดโรคและคนที่ยังยึดติดกับหมู่บ้านบางส่วนเพียงเท่านั้น

 

อีกไม่นานหมู่บ้านแห่งนี้คงกลายเป็นหมู่บ้านร้างกลางฝืนป่าแห่งนี้

 

“ท่านผู้นี้คือลอร์ดเอ็กเซล บารอนแห่งเซเซน่า” ทหารคนนั้นเอ่ยแนะนำหัวหน้าของพวกเขาให้ชาวบ้านได้รับรู้

 

ลอร์ดเอ็กเซลนั้นก้าวออกมาด้านหน้าด้วยท่าทีที่เกียจคร้าน บ่งบอกได้ชัดเจนว่าเขานั้นไม่เต็มใจที่จะมาทำภารกิจนี้

 

"นักปรุงยา รีบๆ ตรวจอาการของพวกเขาได้แล้ว" ลอร์ดเอ็กเซลไม่แม้ที่จะกวาดตามองพวกชาวบ้านด้วยซ้ำ เขาเพียงสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาอย่างเฉยชาเท่านั้น น้ำเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย

 

ได้ยินคำสั่งของลอร์ดเอ็กเซลเหล่านักปรุงยาก็เริ่มทำงานของพวกเขาทันที การตรวจของนักปรุงยานั้นเต็มไปด้วยความระมัดระวัง เพราะถึงแม้พวกเขาจะเป็นผู้รักษาที่ยอดเยี่ยมเพียงใดก็ไม่อาจจะประมาทกับโรคไข้ผลึกได้

 

พวกเขาตรวจทั้งคนปกติและคนป่วย พวกเขาเกรงว่าจะมีผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการแฝงอยู่ พวกเขาทำแม้กระทั่งนำน้ำหนองและชิ้นเนื้อบางส่วนเพื่อนำมาทำการวินิจฉัย

 

เจราลเด็กน้อยที่เมอร์ลินช่วยไว้นั้นได้สติขึ้นมาในเวลานั้น สายตาของเขากวาดมองไปทั้งลานกว้าง ไม่นานนักสายตาของเขาก็เต็มไปด้วยความไหววูบ เมื่อเขาพบกับมารดาของเขาที่ถูกนำมารวมกันที่ลานกว้างแห่งนี้ด้วย

 

เด็กน้อยเจราลตะเกียดตะกายรุดไปตำแหน่งที่มารดาของเขาอยู่ทันที

 

สาเหตุที่เจราลออกไปเสี่ยงชีวิตในป่าคงเป็นเพราะผู้หญิงที่ป่วยด้วยโรคไข้ผลึกด้านหน้านี้

 

เมื่อเห็นดังนั้นเมอร์ลินพอจะคาดเดาได้ว่าเจราลกำลังจะทำอะไร เขานั้นไม่ได้ห้ามปรามใดๆ เพียงแต่มองแล้วปล่อยให้เจราลทำตามที่ต้องการ

 

ผ่านไปถึงครึ่งวันการวินิจฉัยโรคของเหล่านักปรุงยาก็เสร็จสิ้น สีหน้าของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยความหนักใจ หลายคนมีท่าทีที่ไม่ดีนัก เมื่อเจอกับโรคไข้ผลึกพวกเขานั้นยากที่จะเผยรอยยิ้มออกมา

 

เหล่านักปรุงยาเข้าไปปรึกษากับลอร์ดเอ็กเซลด้วยท่าทีที่เคร่งเครียด

 

ผ่านไปนับชั่วโมง เสียงถกเถียงนั้นดังออกมาอย่างต่อเนื่อง

 

ทันใดนั้นลอร์ดเอ็กเซลและเหล่าผู้ติดตามก็เดินออกมาจากที่พัก นั่นแปลว่าพวกเขาได้ข้อยุติกับเรื่องนี้แล้ว

 

ไม่มีคำพูดออกมาจากปากของลอร์ดเอ็กเซล เขาเพียงชูมือข้างหนึ่งขึ้นแล้วพลักออกไปด้านหน้าเป็นการส่งสัญญาณ

 

ไม่นานนักเหล่าทหารทั้งหมดก็เข้ากรูล้อมทุกคนในหมู่บ้าน ด้วยการล้อมนี้ชาวบ้านยากซึ่งจะเล็ดลอดออกไปได้

 

"มันอาจจะเป็นเรื่องที่โหดร้ายสำหรับพวกเจ้า แต่เพื่ออาณาจักรของเรา จงอย่าโทษข้าเลย พวกเจ้าทุกคนนั้นจงเสียสละเพื่อส่วนรวม” ลอร์ดเอ็กเซลหยุดครู่หนึ่งเพื่อจ้องมองชาวบ้าน และเอ่ยต่อ “พวกเจ้าทุกคนที่อยู่ที่นี่จะไม่มีใครรอดไปได้ทั้งนั้น ทหารจัดการพวกเขาซะ"

 

เมื่อสิ้นคำสั่งของเอ็กเซล คนในหมู่บ้นก็เหมือนดั่งถูกสายฟ้าฟาดลงยังร่าง ลานกว้างนั้นเต็มไปด้วยความแตกตื่นพร้อมกับเสียงร่ำไห้ดังระงมขึ้น หลายคนถูกทหารทุบตีให้มาอยู่รวมกัน 

 

เหล่านักปรุงยาไม่สามารถมองภาพเบื้องหน้าได้ พวกเขาทำได้เพียงแต่หันหน้าไปยังทิศทางอื่นเพื่อหลบสายตาอันน่าเวทนาของคนในหมู่บ้าน

 

แน่นอนว่าผลการประชุมที่เสร็จสิ้นไปนั้นคือการตัดสินให้พวกเขาตาย

 

ไม่นานนักชาวบ้านทุกคนถูกต้อนให้มาอยู่รวมกัน 

 

ลอร์ดเอ็กเซลนั้นต้องการที่จะเผาพวกเขาทุกคนทั้งเป็นเพื่อไม่ให้โรคนี้แพร่กระจายออกไป

 

มันคือการป้องกันโรคระบาดที่ดีที่สุดในเวลานี้ เพราะด้วยความเห็นของนักปรุงยาทั้งหมด โรคไข้ผลึกนี้ยากที่จะรักษา และพวกเขาก็ไม่มั่นใจว่าหนึ่งในกลุ่มคนปกตินั้นจะมีผู้ติดโรคที่ยังไม่แสดงอาการอีกหรือไม่

 

ดังนั้นแล้วพวกเขาจึงต้องกำจัดชาวบ้านทั้งหมดเพื่อกันไม่ให้โรคไข้ผลึกนี้แผ่กระจายออกไปในวงกว้างและสร้างความเสียหายแก่อาณาจักรแห่งนี้

 

บอลเพลิงถูกจุดขึ้นมาบนมือของทหารทุกนาย กระทั่งลอร์ดเอ็กเซลเองยังต้องลงมือ พวกเขาต้องการทำลายโรคไข้ผลึกนี้ให้สิ้นซาก

 

แต่ทว่าครานั้นเอง เด็กน้อยผู้สาวชุดคลุมสีขาวก็ลุกขึ้นและเดินออกมาจากกลุ่มของชาวบ้าน

 

การปรากฏตัวของเขานั้นสร้างความประหลาดใจแก่คนทั้งหมดเป็นอย่างมาก เพราะการเดินของเขานั้นหาใช่การเหยียบลงบนพื้นดินธรรมดา แต่เด็กน้อยนั้นกำลังเหยียบย่างบนอากาศ

 

ทุกๆ ย่างก้าวของเขานั้นกำลังก้าวเดินสูงขึ้นไปเรื่อยๆ 

 

การเดินของเขานั้นราวกับกำลังเดินบนบันไดที่มั่นคง

 

ไม่นานเด็กน้อยเสื้อคลุมสีขาวก็หยุดเดิน เขานั้นกวาดสายตาลงมาเบื้องล่างอย่างผู้ทรงอำนาจ

 

เพียงแค่กวาดตามอง ทุกคนก็ประสบกับแรงกดดันประหลาดที่แผ่ออกมาจากตัวของเด็กน้อย แม้แต่ลอร์ดเอ็กเซลก็ไม่อาจต้านความรู้สึกนี้ได้  

 

ความเงียบนั้นปกคลุมอยู่นาน ในที่สุดเมอร์ลินก็เริ่มลงมือ

 

สายตาและการแสดงออกของเขานั้นเต็มไปด้วยอำนาจของผู้ยิ่งใหญ่ ดวงตาที่เต็มไปด้วยความลึกลับนั้นมองไปยังลอร์ดเอ็กเซลและเอ่ย

 

"การจัดการปัญหาของพวกเจ้านั้นช่างทำให้ข้าผิดหวัง การทำงานอันไร้ประสิทธิภาพนี้ข้านั้นไม่อาจยอมรับได้ หากวันนี้ข้ายังอยู่ที่นี่ ... ตรงนี้..." เมอร์ลินมองอย่างเหยียดหยามและเอ่ยต่อ "ข้านั้นจะไม่ให้คนในหมู่บ้านต้องตาย"

 

คำกล่าวสั้นๆ  ของเด็กน้อยนั้นแทบจะทำให้ทุกคนถูกแช่แข็ง แม้ถ้อยคำนั้นจะเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส แต่น่าเสียดายที่ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้มีคุณสมบัติที่จะทำมัน

 

กลิ่นอายที่สัมผัสได้จากเด็กน้อยนั้นทำให้เหล่าทหารทั้งหมดไม่กล้าแม้แต่จะหายใจดัง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.021K ครั้ง

139 ความคิดเห็น

  1. #26299 DN_Phufa (@DN_Phufa) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 21:47
    ถ้าดึงอาวุธออกมาจากตัวได้

    *ว่าใช่เลย
    #26299
    0
  2. #24591 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 23:55

    Thank you

    #24591
    0
  3. #24356 momoza201093 (@mosza201093) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 21:59
    จะลอร์ดหรือบารอน เจ้าคนที่ชื่อเอกเซล
    #24356
    0
  4. #23836 oRolA (@kanumbang) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 14:21
    มีจุดพลาดนิดหน่อยค่ะ เรื่องของอายุเมอร์ลิน ตอนก่อนหน้าบอกว่าเมอร์ลินอายุ 13 ปีกว่า และมีรูปลักษณ์เหมือนเด็กอายุ 12 พอมาตอนนี้กลับบอกว่า เมอร์ลินมีอายุ 12 แต่มีรูปลักษณ์เหมือนเด็ก 10 ขวบ เลยสงสัยว่าสรุปยังไงกันแน่ค่ะ
    #23836
    1
    • #23836-1 GN88 (@GN88) (จากตอนที่ 33)
      10 กรกฎาคม 2561 / 15:30
      ใช่ๆคิดเหมือนกับสับสนมากสรุปอายุเท่าไหร่
      #23836-1
  5. #23753 Soranomika (@Soranomika) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 11:12

    โชตะไปอีกนานซินะ

    #23753
    0
  6. #23224 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 02:39
    มีอำนาจมากๆค่ะ
    #23224
    0
  7. #22798 PinyaTecha (@PinyaTecha) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 10:42
    <p>ผลัก ไม่ใช่ พลัก (ผ=อักษรสูง พ=อักษรต่ำ)</p>
    #22798
    0
  8. #21396 Monta (@starcraft) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 16:40
    เด็กน้อยผู้สาวชุดคลุมสีขาว &#8212;> สวม
    #21396
    0
  9. #21331 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 13:43
    ขอบคุณครับ
    #21331
    0
  10. #20991 ■■ (@teddybair) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 17:32
    คำประมาณว่า เด็กคุณนี้มีคุณสมบัติที่จะทำ เราว่ามันเยอะไปหน่อยนะคะ รู้สึกเหมือนเจอทุกตอนเลย
    #20991
    0
  11. #20577 believe_Hp (@Hp123456) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 10:25
    มาต่อเถอะคะ please~
    #20577
    0
  12. #20576 Avista (@babellzcalypso) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 09:32
    ฮืออออ ยาวกว่านี้อีกนิดได้ไหมงับ เหมือนกำลังจะเจอฉากเด็ดละเน็ตดับ
    #20576
    0
  13. #20575 forluhanhh (@forluhanhh) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 22:21
    แงงงงงมาต่อด้วยนะคะรอค่ะ
    #20575
    0
  14. #20573 Worada Ray (@wai69770689) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 17:28
    มาต่อดว่น ขอบคุณค๊า
    #20573
    0
  15. #20572 _Late_ (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 17:05
    สนุกมากกกกกกค่ะ
    #20572
    0
  16. #20571 Iffy_kv (@Iffy_kv) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 16:20
    อ่านเเล้วก็อ่านอีกได้555 ขอบคุณค่ะ
    #20571
    0
  17. #20569 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 16:09
    แงงงงงๆๆ ไรท์มาต่อน้าาาา มันค้างงงงงวงง
    เวลารีไรท์แล้วมันดูยาวกว่าเก่า
    ปล. มันสนุกมากกกกกกกไ
    #20569
    0
  18. วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 12:37
    เมอร์ลินจะรักษาทุกคน?
    #20567
    0
  19. #20566 CADERNO (@0294) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 12:28
    แต่เราเข้าใจเมอร์ลินนะ คนเคยเป็นหมอนิ อีกอย่างคือถ้าเกิดโรคระบาดในปัจจุบันนี้ถ้าเป็นสัตว์ก็พอทำใจฆ่าได้อยู่หรอก แต่ในกรณีที่เป็นคนส่วนมากก็จะทำการคัดแยกให้อยู่ในบริเวณที่จำกัดไว้ หรือมีรัฐบาลไหนสั่งฆ่าผู้ติดเชื้อโรคระบาดวะ?
    #20566
    0
  20. #20565 SATANGnaphatsorn (@SATANGnaphatsorn) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 11:51
    ค้างอ่ะ อยากเห็นฝีมือของเมอร์ลินเร็วๆเด้อออ มาต่อไวๆน้าค้าาา สนุกมากค่าา
    #20565
    0
  21. #20564 35419 (@35419) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 11:47
    รอตอนต่อไปปปปป
    #20564
    0
  22. #20563 ... (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 11:31
    ในสถานการณ์ที่ทั้งเวลา ทรัพยากร วิทยาการมีจำกัด การฆ่าทั้งหมู่บ้านเพื่อตัดการแหร่ของโรคระบาดก็เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงแล้ว พระเอกคาดหวังประสิทธิภาพขนาดไหนจากสถานการณ์นี้?

    การที่พระเอกจะช่วยคนมันก็เป็นเรื่องดี แต่ไม่เข้าใจว่าจะไปตำหนิทหารกับาที่พยายามทำตามหน้าที่ของตนเองแล้วทำไม
    #20563
    5
    • #20563-2 SOWERXSEE (@Herodesuga) (จากตอนที่ 33)
      20 พฤศจิกายน 2560 / 12:09
      อย่าคิดไรมากพระเอกมันเทพ
      #20563-2
    • #20563-3 ... (จากตอนที่ 33)
      20 พฤศจิกายน 2560 / 17:24
      เข้าใจว่าพระเอกเก่ง แต่พระเอกก็อยู่โลกนี้มานานพอที่จะรู้ระดับความสามารถของคนในโลกนี้แล้วว่าไม่น่ามีความสามารถที่จะรักษาโรคได้ เลยงงว่าพระเอกคาดหวังอะไรเฉยๆ ไม่นึกว่าพระเอกจะเหยียดหยามเหล่าคนที่พยายามเต็มที่แล้ว
      #20563-3
  23. #20562 GOEMON (@Mirabel) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 11:26
    กลับมาอ่านรีบรอบก็ยังคงค้างจริงอะไรจริง 5555555
    #20562
    0
  24. #20561 คุโรซากิโมโตริ (@queendark) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 10:53
    ค้างอ่ะไรท์ มาต่อเร็วๆนะคะ
    #20561
    0
  25. #19666 แมวลายตัวนั้น (@0ng_ying) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 03:53
    เจโฮปบี้ก็มานะคะ 555
    #19666
    0