เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,921,377 Views

  • 27,174 Comments

  • 28,078 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    67,646

    Overall
    3,921,377

ตอนที่ 36 : ผู้ใช้อักขระของอาณาจักร (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46909
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 977 ครั้ง
    6 ธ.ค. 60

เบื้องหน้าของลอร์ดเอ็กเซลปรากฏแผ่นเหล็กขนาดฝ่ามือแผ่นหนึ่ง

 

*แผ่นตราประจำตระกูลอารากอน* 

 

มันคือแผ่นตราที่จะมอบให้กับคนสนิทของเชื้อพระวงศ์ในตระกูลเท่านั้น นี่คือแผ่นตราที่เมอร์ลินพกมันติดตัวมาหลายปี นับตั้งแต่ที่เขาเคยมีฐานะเป็นข้ารับใช้ของอาเธอร์บุตรแห่งดยุกโคว

 

เมอร์ลินแสดงแผ่นตราสัญลักษณ์ในขณะที่เขาสวมหน้ากากและชุดคลุมสีขาวปกปิดตัวตน

 

เขาต้องการซ่อนเร้นตัวตนของเขา

 

แม้การสร้างตัวตนในหลายๆ ตัวตนนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก

 

ไม่ว่าจะเป็นเด็กน้อยที่เป็นข้ารับใช้ของตระกูลอารากอน หรืออเลนผู้ใช้อักขระที่ยิ่งใหญ่แห่งร้านเสื้อคลุมสีฟ้า ไม่ว่าจะสร้างขึ้นอีกหลายตัวตนเท่าใด เขานั้นไม่ใส่ใจ หากมันเป็นประโยชน์ในการปิดซ่อนพลังปราณเซียนของเขาได้ เขาก็ยินดีที่จะทำมัน

 

ลอร์ดเอ็กเซลนั้นถือว่าผู้ใช้เวทมนต์ที่มีพลังอ่อนแอในสายตาของเมอร์ลิน เขาไม่ใส่ใจในตัวตนระดับนี้

 

แต่หากวันหนึ่งต้องเผชิญหน้ากับตัวตนที่ยิ่งใหญ่มากกว่านี้ ตัวตนที่เป็นนักรบเวท์ที่แท้จริง เมอร์ลินยังไม่มีความมั่นใจที่จะเอาชนะตัวตนเหล่านั้นได้ ถึงแม้จะมีพลังอักขระขั้นสีเขียวแบบไม่สมบูรณ์ แต่พลังนี้ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก

 

จากประสบการณ์ของเมอร์ลิน การใช้พลังอักขระแต่ละครั้งนั้นกินพลังเวทย์ไปอย่างมาก ด้วยระดับการบ่มเพาะพลังเวทย์ของเขาในตอนนี้นั้นไม่เพียงพอที่จะใช้พลังนั้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

หากเป็นการต่อสู้ในระยะเวลาสั้นๆ เมอร์ลินอาจมีความได้เปรียบ แต่หากการต่อสู้เกิดการยืดเยื้อออกไป ถึงแม้เขาจะมีน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์จำนวนมาก แต่นั่นก็ทำให้เขามีโอกาสที่จะพลั้งพลาดได้

 

 หากคิดพึ่งพาพลังปราณเซียนเพียงอย่างเดียว การบ่มเพาะในขั้นก่อลำต้นนั้นสามารถกล่าวได้ว่ามันยังไม่เพียงพอกับการต่อสู้กับตัวตนที่เป็นสัตว์ประหลาด มันยังมีขีดจำกัดอีกหลายอย่างที่เขาไม่อาจดูถูกได้

 

ผู้ใช้เวทมนต์ในดินแดนแห่งนี้เปรียบได้กับเสือซุ้มมังกรซ่อน เขานับว่าโชคดีที่ได้เจอลอร์ดเอ็กเซลที่เป็นนักเวทย์ระดับสูง แต่หากเขาพบกับผู้มีขีดจำกัดทางสายเลือด หรือผู้ใช้เวทย์พิสดารอื่นๆ ที่มีพลังเวทย์ในระดับสูง ไม่แน่ว่าเขาอาจจะตกในที่นั่งลำบากจนเอาตัวไม่รอด

 

เรียกได้ว่าพลังอำนาจของพลังเวทย์นั้นก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันกับอำนาจของพลังปราณเซียนของเขา

 

เมอร์ลินจำต้องมีระดับการบ่มเพาะที่แข็งแกร่งมากกว่านี้  เดิมทีแล้วเขาสามารถใช้โอกาสนี้ปิดด่านฝึกตนเพื่อเพิ่มพลังในการฝึกฝนพลังปราณเซียนได้ แต่ทางเส้นนั้นจำเป็นต้องใช้เวลาอย่างยาวนาน และหากวันหนึ่งเขาสามารถบรรลุถึงขั้นผลิดอกได้ แน่นอนว่าผู้ฝึกตนผู้นั้นจะต้องรับรู้ถึงพลังการบ่มเพาะของเขา

 

มันอันตรายเกินไปที่จะเผชิญหน้ากับผู้ที่อยู่ขอบเขตผลิดอกที่ปรากฏก่อนหน้านี้

 

การออกมาใช้ชีวิตในฐานะผู้ใช้เวทมนต์จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำให้เขาอยู่รอดได้ การที่ได้ศึกษาพลังเวทย์และทำการบ่มเพาะ จึงสามารถทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นได้อีกทางหนึ่ง

 

อีกทั้งเมอร์ลินยังสามารถแสวงโชคเพื่อเพิ่มพูนการบ่มเพาะได้อย่างรวดเร็ว ดังเช่นสถานที่เสาลึกลับที่เขาได้รับดวงตาเลเมเกทันหรือหอคอยมหาเวทย์ที่มีพลังหนาแน่นจนทำให้เขาก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว

 

สิ่งเหล่านี้นับว่าเป็นโชคที่ยิ่งใหญ่

 

เมอร์ลินยังมีความคิดที่จะกลับไปยังหอคอยมหาเวทย์อีกครั้งหนึ่ง เพราะนอกจากพลังเวทย์อันหนาแน่นที่เหมาะสมสำหรับเป็นทรัพยากรในการบ่มเพาะแล้ว ก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดเขา

 

นั่นคือสมบัติอีกชิ้นหนึ่งของโซโลมอนที่อยู่บนชั้น 38 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของหอคอยมหาเวทย์

 

แต่ทว่าการกลับไปยังที่แห่งนั้นในตอนนี้มันยังอันตรายเกินไป หากเมอร์ลินกลับไปโดยไม่มีกุญแจแห่งโซโลมอน  เขาอาจถูกความเกรี้ยวกราดขอจอร์มุนกานต์ทำลายเอาได้

 

นอกจากการนำกุญแจไปให้จอร์มุนกานต์แล้ว เมอร์ลินยังต้องเตรียมแผนสำรองหากจอร์มุนกานต์นั้นผิดคำพูด เพราะมันไม่มีอะไรรับรองได้ว่าเมื่อจอร์มุนกานต์หลุดพ้นจากพันธนาการได้แล้ว ชายชรานั้นจะไม่ทำร้ายเขา

 

ยิ่งเมอร์ลินได้ครอบครองสมบัติของโซโลมอนหลายชิ้น มันก็เป็นการประกาศกลายๆ ว่าเขานั้นคือผู้สืบทอดของโซโลมอน

 

ด้วยจอร์มุนกานต์และโซโลมอนนั้นเป็นอริกัน นั่นยิ่งทำให้เขาหวาดระแวงในการกระทำของจอร์มุนกานต์มากยิ่งขึ้น

 

ในอนาคตข้างหน้าเขาจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับสมบัติของโซโลมอนให้มากกว่านี้ ไม่แน่ว่ามหาเวทย์ทั้ง 5 บทที่โซโลมอนทิ้งไว้ อาจจะนำมาใช้ปราบปรามจอร์มุนกานต์อีกครั้งหนึ่งก็ได้

 

การสร้างตัวตนที่หลากหลายจึงเป็นหนึ่งในแผนการของเมอร์ลินวางไว้ ไม่แน่ว่าในอนาคตเขาอาจจะใช้ประโยชน์จากตัวตนเหล่านี้ก็เป็นได้

 

เด็กน้อยในชุดคลุมสีขาวผู้เป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้า ในสายตาของผู้คนในยามนี้ ตัวตนของเขานั้นสูงส่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

 

เพียงเวลาไม่นานเขาสามารถกวาดผ่านทหารของอาณาจักรทั้งหมด และยังกำราบบารอนผู้หนึ่งอย่างง่ายดาย สายตาของคนในหมู่บ้าน พวกเขาล้วนมองเมอร์ลินอย่างเทิดทูน

 

สายตาของพวกเขานั้นจ้องมองไปยังเมอร์ลินดุจดั่งตัวตนของวีรบุรุษผู้ช่วยชีวิต

 

การกระทำของเด็กน้อยสามารถกำราบผู้คนได้ทั้งหมด

 

ลอร์ดเอ็กเซลเมื่อได้เห็นตราสัญลักษณ์ของตระกลูอารากอนอย่างเต็มตา ความหึกเหิมในใจของเขาพลันดับวูบลง บทเวทย์ที่กำกับร่างของเขานั้นถูกคลายออกในทันที

 

เศษหินมากมายล่วงหล่นออกมาจากร่างของลอร์ดเอ็กเซล จากมนุษย์หินยักษ์ตนหนึ่งบัดนี้เขาได้กลายมาเป็นมนุษย์ธรรมดาเช่นเดิม

 

ลอร์ดเอ็กเซลได้คลายบทเวทย์ระดับสูงของเขา สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นนอบน้อม

 

มันไม่มีเหตุผลใดที่จะต่อต้านคนของตระกูลอารากอนผู้ปกครองอาณาจักรแห่งนี้

 

ลอร์ดเอ็กเซลแหงนมองไปยังร่างของเมอร์ลิน ภาพทีเขาเห็นคือเด็กน้อยที่สวมชุดคลุมสีขาวซึ่งด้านหลังมีผ้าคลุมเวทย์ที่บ่งบอกถึงฐานะผู้ใช้อักขระปลิวลู่ไปตามแรงลม ดวงตาคู่นั้นดั่งอาวุธอันเฉียบคมแสดงถึงความมีอำนาจ กระทั้งหน้ากากและชุดคลุมที่เด็กน้อยพยายามที่จะปกปิดอย่างมิดชิดแต่ก็ไม่อาจบดบังรัศมีอันสูงส่งของเขาเอาไว้ได้ 

 

อย่างที่ทราบกันว่าผู้ใช้อักขระนั้นหาได้ยากเสียยิ่งกว่ายาก ในแผ่นดินนี้แทบจะมีผู้ใช้อักขระนับจำนวนด้วยนิ้วมือได้ แต่ในตอนนี้ผู้ใช้อักขระผู้หนึ่งกลับปรากฏอยู่ตรงหน้า พวกเขาหลายคนล้วนเป็นทหารและชาวบ้านธรรมดา ชาตินี้ทั้งชาติก็แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีโอกาสที่จะได้พบกับผู้ใช้อักขระเลยด้วยซ้ำ

 

มิหน่ำซ้ำตัวตนของเด็กน้อยผู้นี้ยังถือครองตราสัญลักษณ์ของตระกูลอารากอน นั่นก็หมายความว่าเขาคือผู้ใช้อักขระของอาณาจักรนี้ นี่คือความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

 

ลอร์ดเอ็กเซลเมื่อถูกเมอร์ลินปลดปล่อยออกจากรูปแบบการกักขัง เขานั้นได้โค้งเคารพต่อหน้าเด็กน้อยทันที ภาพนี้ทำให้ผู้คนตกตะลึงเป็นอย่างมาก

 

ทหารทุกคนจงโค้งเคารพต่อผู้ใช้อักขระของอาณาจักรอารากอน เสียงที่ดุดันและหนักแน่นของลอร์ดเอ็กเซลตะโกนออกมา

 

ทหารและนักปรุงยาที่ติดตามต่างล้วนปฏิบัติตามโดยทันที พวกเขาเหล่านี้ไม่กล้าที่จะไม่เคารพผู้ใช้อักขระของอาณาจักร

 

ในตอนนี้พวกเขาได้รู้คำตอบแล้วว่าแผ่นตราแผ่นนั้นคือสัญลักษณ์ที่แสดงตัวตนของผู้ใช้อักขระของอาณาจักร

 

ข้าลอร์ดเอ็กเซล บารอนแห่งเซเซน่า ขออภัยที่ล่วงเกินท่านผู้ใช้อักขระของอาณาจักร ลอร์ดเอ็กเซลกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ แม้เขาจะมีความยโสอยู่ในตัว แต่เขาก็เป็นผู้หนึ่งที่ภักดีต่ออาณาจักร ด้วยพลังและฐานะของเด็กน้อยคนนี้ มันเพียงพอที่ทำให้เขาโค้งเคารพและปฏิบัติอย่างนอบน้อม

 

เหล่าทหารและผู้ติดตามต่างกล่าวตามลอร์ดเอ็กเซลอย่างพร้อมเพียงกัน พวกเขานั้นไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองเมอร์ลิน นั่นเพราะความละอายใจกับการกระทำอันโง่เขลาเมื่อครู่ และอีกส่วนหนึ่งคือฐานะของเด็กน้อยคนนี้ด้วยเช่นกัน

 

คนในหมู่บ้านเมื่อได้ยินดังนั้นพวกเขานั้นแทบจะหมอบกราบเมอร์ลิน พวกเขาไม่คิดเลยว่าตัวตนของเมอร์ลินจะสูงส่งถึงเพียงนี้

 

ด้านเมอร์ลินนั้นเขาไม่ได้ปฏิเสธใดๆ ต่อฐานะผู้ใช้อักขระของอาณาจักร ตรงกันข้ามเขากลับยอมรับมันโดยดี

 

เมอร์ลินนำตราสัญลักษณ์กลับเข้าไปในแหวนเวทย์และเอ่ย

 

ครั้งนี้ข้าจะให้อภัยพวกเจ้า และมันจะไม่มีครั้งต่อไป เมอร์ลินกวาดตามองด้วยสายตาที่เย็นชาและเอ่ยต่อ จงไปซะ หน้าที่ของพวกเจ้านั้นหมดลงแล้ว ภารกิจนี้ข้าจะเป็นผู้เก็บกวาดเอง

 

เมื่อได้ยินคำกล่าวของเมอร์ลินเหล่าทหารต่างสั่นสะท้าน พวกเขานั้นสำนึกได้แล้วว่าด้วยพลังของเมอร์ลินนั้นสามารถสังหารพวกเขาได้อย่างง่ายดาย แต่ทว่าเมอร์ลินเลือกที่จะตอบโต้อย่างเบามือ ทั้งทหารและลอร์ดเอ็กเซลนั้นไม่ได้รับบาดเจ็บหนักหรือเสียชีวิต นั่นเพราะความเมตตาของเมอร์ลิน

 

ขอบคุณท่านผู้ใช้อักขระ เหล่าทหารกล่าวขอบคุณอย่างโล่งใจที่เมอร์ลินไม่เอาเรื่อง

 

พวกเขาไม่กล้าที่จะขัดขืนคำสั่งของเมอร์ลิน ไม่นานนักลอร์ดเอ็กเซลก็นำทหารและนักปรุงยาของเขาออกจากหมู่บ้านแห่งนี้ทันที

 

บัดนี้จึงเหลือเพียงเมอร์ลินและคนจากหมู่บ้านอยู่เท่านั้น เมอร์ลินกวาดสายตามองดูชาวบ้านที่แยกออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งคนที่ป่วยเป็นโรคไข้ผลึกและอีกกลุ่มหนึ่งคือคนที่ไม่ติดเชื้อ

 

พวกเขาทุกคนต่างไม่กล้าที่จะสบตากับเมอร์ลินโดยตรง นั่นเพราะอำนาจที่เมอร์ลินได้แสดงก่อนหน้านี้

 

เมอร์ลินเดินตรงไปยังผู้ติดเชื้อทั้งที่อาการหนักและไม่หนัก เขาได้ใช้ทักษะการตรวจโรคจากอดีต ทั้งการมองเส้นเลือดในตา การตรวจดูน้ำลายและน้ำหนอง เขานั้นได้ทำการตรวจอย่างไม่รู้สึกรังเกียจ

 

มันอาจเรียกได้ว่าเขานั้นมีจิตวิญญาณของการเป็นหมอ

 

ชาวบ้านต่างจ้องมองพฤติกรรมของผู้ใช้อักขระตัวน้อยด้วยความชื่นชม เมอร์ลินนั้นกล้าที่จะทำการตรวจโรคอย่างใกล้ชิดโดยที่ไม่เกรงตัวการติดเชื้อเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่เขามีฐานะที่สูงส่งแต่กลับยินยอมที่จะเกลือกกลั้วกับโรคภัยเหล่านี้

 

เมอร์ลินนั้นสนใจในเรื่องของโรคไข้ผลึกไม่น้อย โรคภัยที่สามารถกลั่นคนให้กลายเป็นแหล่งพลังงานเวทย์ผลึกวิญญาณชีพอันทรงพลัง เขาใช้เวลาอยู่ 3 วันในการศึกษาเกี่ยวกับโรคนี้

 

ต่อมาเมอร์ลินได้ทำการสอบถามหัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านที่ติดโรคแล้ว ถึงเรื่องต้นตอของการติดโรค สาเหตุเริ่มต้นที่ทำให้คนในหมู่บ้านแห่งนี้เป็นโรคไข้ผลึก

 

ในที่สุดเมอร์ลินก็ได้พบสิ่งผิดปกติอย่างหนึ่ง ครอบครัวของผู้ที่ป่วยเป็นโรคไข้ผลึกนั้น ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นผู้ติดโรค แม้จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแต่บางคนกลับไม่เป็นอะไรเลย

 

เมอร์ลินตั้งข้อสันนิฐานว่าโรคไข้ผลึกนี้ไม่ใช่โรคระบาดอย่างที่ชาวบ้านเข้าใจ หากเป็นโรคระบาดที่สามารถติดเชื้อส่งต่อกันได้ คนทั้งหมู่บ้านย่อมไม่รอดพ้นจากโรคนี้อย่างแน่นอน 

 

จากการสอบถามของหัวหน้าหมู่บ้าน คนที่เริ่มเป็นโรคนี้คนแรกนั้นพักอาศัยอยู่ที่ชายป่านอกหมู่บ้าน

 

เมื่อทราบดังนั้นเมอร์ลินก็ลงพื้นที่ติดตามต้นตอของโรคนี้ทันที เขาไปยังบ้านของผู้ติดเชื้อคนแรก

 

บ้านหลังนี้อยู่ติดอยู่ธารน้ำแห่งหนึ่งที่ไหลผ่านมาจากบนภูเขา ชาวบ้านส่วนใหญ่นั้นมักจะใช้ธารน้ำแห่งนี้อุปโภคบริโภค และมีบางส่วนที่ขุดน้ำบาดาลขึ้นมาใช้เอง

 

จากการสอบสวนต่อมาเมอร์ลินก็ได้ทราบว่าผู้ที่ติดโรคไข้ผลึกส่วนใหญ่นั้นได้ใช้น้ำจากลำธารแห่งนี้ และโรคไข้ผลึกก็เริ่มระบาดจนลุกลามไปทั่ว

 

เมอร์ลินสามารถฟันธงได้แล้วว่าโรคนี้ไม่ใช่โรคติดต่ออย่างแน่นอน มิหนำซ้ำโรคนี้อาจเกิดจากความตั้งใจของมนุษย์ ไม่แน่ว่ามันอาจเป็นการวางยาพิษชนิดหนึ่ง

 

ต้นตอของโรคไข้ผลึกอาจเกิดจากการวางยาของผู้ไม่หวังดี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 977 ครั้ง

76 ความคิดเห็น

  1. #24594 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 01:07

    Thank you

    #24594
    0
  2. #21334 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 14:16
    ขอบคุณครับ
    #21334
    0
  3. #20604 believe_Hp (@Hp123456) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 05:53
    สนุกกกกก รออออคะ
    #20604
    0
  4. #20603 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 20:47
    สนุกกก
    #20603
    0
  5. #20601 Pang (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 16:50
    ชอบๆมาต่อเร็วๆน้า
    #20601
    0
  6. #20600 _Late_ (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 16:33
    ขอบคุณค่าา
    #20600
    0
  7. วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 12:22
    สนุกมากค่ะ
    #20598
    0
  8. #20597 กิ่งพฤกษาสวรรค์ (@wanakonth) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 11:42
    ขอบคุณครับ
    #20597
    0
  9. วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 21:53
    สนุกกกกกกกก
    #19959
    0
  10. #19756 oomlovegood (@oomlovegood) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:19
    อยากกลับไปเป็นเบ้ก็บอกเหอะ ทำอ้าง
    #19756
    0
  11. #14781 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 04:02
    แย่ๆๆๆๆๆ
    #14781
    0
  12. #7914 slzyzero (@sliiz) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 03:18
    ติดตามครับ
    #7914
    0
  13. #6317 ปอมเป (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 07:02
    ขอบคุณมากจ้า
    #6317
    0
  14. #6285 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 04:11
    ขพี่คับ
    #6285
    0
  15. #3957 amporn (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 / 20:01
    thank you ka
    #3957
    0
  16. #3598 klun17 (@klun17) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 01:07
     ขอบคุณครับ
    #3598
    0
  17. #3504 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 20:54
    ขอบคุณมากค่ะ
    #3504
    0
  18. #3372 ราชันย์เทพอสูร (@devilnick) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 20:48
    ขอบคุณครับ
    #3372
    0
  19. #2988 kik-kik-saranung (@watptr45) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 23:14
    ขอบคุณครับ
    #2988
    0
  20. #2423 eacho2 (@Eacho) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 07:26
    คงต้องมีเบื้องหลังแน่งานนี้
    #2423
    0
  21. #2390 3557 (@3557) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 22:51
    อัพไวๆนะค่ะสนุกมากเลย
    #2390
    0
  22. วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 22:04
    #2373
    0
  23. #2354 MisterPaul (@MisterPaul) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 21:37
    ตอนแรกเรานคกว่าไรท์จะเขียนประมาณส่าพวกทหารเอาพวกคนมาสังเวยเอาผลึก เก็บเกี่ยวให้บุคคลฝ่ายมืด
    #2354
    0
  24. #2352 mindzero (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 21:32
    รอออออ
    #2352
    0
  25. #2334 Sed leo (@reginadelcielo) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 20:57
    เป็นไปได้มั้ยว่ามีคนอยากได้ผลึกเลยเอาชาวบ้านมาสังเวย
    #2334
    0