เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,912,370 Views

  • 27,133 Comments

  • 28,060 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    58,639

    Overall
    3,912,370

ตอนที่ 39 : ประลองฝีมือ (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46883
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1048 ครั้ง
    6 ธ.ค. 60

ใบหน้าของอาเธอร์นั้นแสดงออกซึ่งความตกใจเป็นอย่างมาก เขารีบเก็บดาบและกระโดดลงมายังด้านล่างของเวที มุ่งตรงมายังที่ที่เมอร์ลินยืนอยู่

 

ใบหน้าอันหล่อเหล่านั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

 

“เป็นเจ้า... นี่เจ้าใช่ไหมเมอร์ลิน” อาเธอร์กล่าวออกมาอย่างมีความสุข

 

ในขณะที่อาเธอร์มีอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความยินดี แต่เมอร์ลินกลับมองไปที่เขาด้วยสายตาที่ซับซ้อน

 

ท่าทางของอดีตคนสนิทตัวน้อยนั้นเปลี่ยนแปลงไป

 

เมอร์ลินคนนี้ดูสงบและสุขุมมากยิ่งขึ้น เขามีกลิ่นอายของผู้ใหญ่ตรงกันข้ามกับรูปลักษณ์ภายนอกที่เห็น

 

“ถูกต้องแล้ว ข้าคือเมอร์ลิน” เมอร์ลินเอ่ยและยิ้มเล็กๆ ให้กับอาเธอร์

 

ตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนกลายเป็นศูนย์กลางที่รวมความสนใจของเหล่าผู้คน

 

หญิงสาวหลายคนรู้สึกอิจฉาที่เด็กน้อยนี้ที่มีความสนิทชิดเชื้อกับอาเธอร์

 

คำถามจำนวนมากถูกเอ่ยออกมาจากปากของอาเธอร์ ท่าทางของเขานั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและกระตือรือร้น

 

ในสายตาของเมอร์ลิน หลายปีที่ผ่านมาอาเธอร์นั้นเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก นอกจากรูปร่างหน้าตาอันหล่อเหล่าสมชายชาตรีก็คงเป็นนิสัยของเขา

 

อาเธอร์ดูเป็นมิตรต่อเมอร์ลินอย่างเห็นได้ชัด หากเป็นในอดีตเมอร์ลินสามารถพูดได้ว่านี่ไม่ใช่ตัวตนของเขา

 

ไม่เพียงเมอร์ลินที่รู้สึกประหลาดใจกับความเปลี่ยนแปลงอาเธอร์ด้วยก็เช่นกัน นอกจากจะรู้สึกประหลาดใจกับการปรากฏตัวของอดีตคนสนิทที่คิดว่าตายไปแล้ว เขายังประหลาดใจกับการแสดงออกและท่าทางที่เปลี่ยนไปของเมอร์ลิน

 

อาเธอร์มองเมอร์ลินด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เขากำลังคิดเกี่ยวกับเมอร์ลิน

 

เมอร์ลินที่อยู่ตรงหน้านี้มีความสงบนิ่งและสุขุมเป็นอย่างมาก บรรยากาศรอบตัวของเขานั้นเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและราบเรียบ แม้ร่างกายจะดูไม่ต่างไปจากเดิมมากนัก แต่ท่าทางการแสดงออกนั้นราวกับเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง

 

ผ่านไปเกือบห้าปีแม้รูปร่างของเมอร์ลินจะเติบโตขึ้นเล็กน้อยแต่นั่นยังคงรูปลักษณ์ของเด็กน้อย เขาไม่ได้เติบโตเพิ่มขึ้นมากเหมือนเด็กทั่วไป

 

แต่ทว่าโลกนี้มีเรื่องประหลาดอยู่มาก บางคนอาจมีการเจริญเติบโตที่ช้ากว่าปกติหรือบางคนก็เติบโตเกินวัย นี่จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้

 

หากอาเธอร์รู้ความจริงว่าเมอร์ลินนั้นมีการเติบโตแบบพิเศษที่มนุษย์ธรรมดาทั่วไม่สามารถวัดเป็นเกณฑ์ได้ เขาคงได้แต่อ้าปากค้างเหมือนร้องออกมาไม่มีเสียง

 

ในทางตรงกันข้ามอาเธอร์ในตอนนี้ เขานั้นคือชายฉกรรจ์อันสมวัย ช่วงอายุ 17 ปีของเขานั้นทำให้รูปร่างและหน้าตาของเขาโดดเด่นเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มผมทองที่ทุกคนล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเขานั้นมีใบหน้าราวกับเทพบุตร

 

ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของรูปร่างหน้าตา ฐานะหรือความสามารถของเขา ทั้งหมดนี้นั้นเหมาะสมแล้วกับเขาที่เป็นบุตรของดยุกโคว

 

“อาเธอร์ ...”

 

ทันใดนั้นเองก็มีชายชรารูปร่างใหญ่โตราวยักษ์ ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราอันขาวโพลน รอยแผลตรงแก้มซีกซ้ายของเขานั้นทำให้โดดเด่นจนเป็นที่สะดุดตา ร่างกายของเขานั้นมีขนาดที่ใหญ่มาก แม้จะได้ชื่อว่าเป็นชายชราแต่ทว่าร่างกายของเขานั้นกลับอุดมไปด้วยกล้ามเนื้อ หากคาดเดาทางสายตาชายชราคนนี้น่าจะมีความสูงที่มากกว่า 2 เมตรได้

 

เมอร์ลินสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจอันลี้ลับออกมาจากเขา แม้จะไม่สามารถระบุระดับขั้นพลังเวทย์ได้ แต่ชายชราผู้นี้ย่อมเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ ทุกที่ที่เขาเดินผ่าน เหล่าผู้คนต่างโค้งเคารพต่อเขาอย่างนอบน้อม

 

ชายชรานั้นยิ้มและเดินตรงมาที่อาเธอร์

 

อาเธอร์เมื่อได้ยินเสียงเรียกของชายชรา เขาจึงหันไปพูดคุยด้วยรอยยิ้ม

 

"ท่านอาจารย์นี่คือเพื่อนของข้าที่ข้าเคยเล่าให้ท่านฟัง เขานั้นเป็นผู้ที่ช่วยชีวิตข้าไว้เมื่อหลายปีก่อน มันเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ที่เขายังมีชีวิตอยู่ ข้านั้นดีใจเป็นอย่างมาก"

 

ชายชราใช้สายตาของเขาสำรวจเมอร์ลิน

 

เมอร์ลินไม่สามารถคาดเดาความคิดของชายชราได้ สิ่งที่เขาสามารถรับรู้ได้คือตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวของชายชรา

 

ก่อนหน้านี้เมอร์ลินได้ทราบข่าวจากร้านเสื้อคลุมสีฟ้าว่าอาจารย์ของอาเธอร์นั้นคือวีรบุรุษแห่งอารากอน

 

เมอร์ลินเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้านี้ได้อย่างรวดเร็ว

 

ชายชราคนนี้มีลักษณะเป็นยอดฝีมือ แม้เขาจะพยายามปกปิดพลังเวทย์ในร่างของเขา แต่ด้วยอำนาจของดวงตาเลเมเกทันก็ทำให้เขาไม่สามารถปิดบังเมอร์ลินได้อย่างมิดชิด

 

เมอร์ลินมองเห็นพลังเวทย์ที่ยิ่งใหญ่ที่ล้นทะลักออกมาจากร่างของชายชรา ชายชราจึงเป็นตัวตนที่น่าหวาดกลัวสำหรับตัวเขาในยามนี้

 

เมื่อข้างกายของอาเธอร์มีชายชราคนนี้อยู่ข้างกาย แผนการล่อลวงดาบของอาเธอร์นั้นย่อมลำบากและยากมากยิ่งขึ้น เพราะจากการคาดเดาของเขา ชายชราผู้ที่ได้ชื่อว่าวีรบุรุษแห่งอารากอนนั้นจะต้องมีเป็นจอมเวทย์ผู้หนึ่งหรือมีพลังพิเศษที่มากกว่านั้น

 

แน่นอนว่าในสายตาของชายชรา เมอร์ลินนั้นเป็นเพียงมดปลวดตัวหนึ่ง ที่ไม่อาจยั่วยุอำนาจของเขาได้

 

"เมอร์ลิน... นี่คือเอริก เขาคืออาจารย์ของข้า" อาเธอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สดใส

 

“เป็นเกียรติอย่างมากที่ได้พบ ท่านเอริก” เมอร์ลินกล่าวอย่างนอมน้อยพร้อมกับโค้งศีรษะเคารพ

 

เมอร์ลินนั้นเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่ เขาสามารถโอนอ่อนหรือแข็งกร้าวได้ตามสถานการณ์

 

การยโสหรือหยิ่งทะนงต่อตัวตนที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่วิถีการใช้ชีวิตที่ดี

 

หากยังไม่มีคุณสมบัติที่จะต่อต้านก็อย่าคิดที่จะแสดงออกมา

 

“ดูเหมือนเจ้าจะรู้จักข้า?” เอริกหรี่ตาลงและเอ่ยถาม

 

“ในอาณาจักรแห่งนี้ทุกคนล้วนรู้ว่าอาจารย์ของอาเธอร์นั้นคือผู้ที่ได้ชื่อว่าวีรบุรุษแห่งอารากอน เมื่ออาเธอร์แนะนำท่านว่าเป็นอาจารย์ของเขา มันก็เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าคนผู้นั้นคือท่าน” เมอร์ลินยิ้มเล็กๆ และเอ่ยต่อ “เมื่อทุกคนรู้จักท่าน มันจึงไม่น่าแปลกใจที่ข้าจะรู้จักท่านด้วยเช่นกัน”

 

เมื่อเมอร์ลินกล่าวจบ อาเธอร์รู้สึกสะดุดกับคำเรียกขานชื่อของเขาที่เมอร์ลินเอ่ยออกมา

 

เมอร์ลินเรียกเขาว่า “อาเธอร์” ตรงๆ โดยไม่มีคำว่า “ท่าน” นำหน้า

 

หากเป็นเมื่อก่อนอาเธอร์คงโมโหและลงมือสั่งสอนทุบตีเขา

 

แต่หลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านไป การกระทำของเมอร์ลินที่ช่วยชีวิตเขาไว้ มันยังตราตรึงอยู่ในจิตใจของเขา สิ่งนี้จึงทำให้เขาสามารถลบล้างความรู้สึกขุ่นเคืองนี้ออกไปได้

 

เมอร์ลินนั้นเปลี่ยนไปเป็นอย่างมากในสายตาของอาเธอร์ แม้ลักษณะจะเป็นเด็กน้อยเช่นเดิม แต่ในความรู้สึกที่อาเธอร์สัมผัสได้ ตัวตนของอดีตผู้รับใช้ผู้นี้ในตอนนี้นับว่าไม่ธรรมดา เขารู้สึกถึงพลังบางอย่างที่แข็งแกร่งโดยที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้จากตัวของเมอร์ลิน

 

จากการติดตามเอริกมาหลายปีทำให้อาเธอร์ได้เจอตัวตนที่ยอดเยี่ยมมากมาย กลิ่นอายของคนเหล่านั้นไม่มีทางที่จะเหมือนกับคนธรรมดาทั่วไป

 

เมอร์ลินคือหนึ่งในคนกลุ่มนั้น คนที่ทำให้จิตสำนึกของอาเธอร์ร้องเตือนว่าเด็กน้อยนี้เป็นตัวตนที่ไม่ธรรมดา

 

ด้วยวัย 17 ปีที่ก้าวเริ่มจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ อาเธอร์จึงสามารถควบคุมอารมณ์และการกระทำของเขาได้ เขาจึงไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา ไม่ว่าในหัวของเขาจะวิเคราะห์สถานการณ์ออกมาเป็นเช่นไร

 

"อืม... ข้าเข้าใจแล้ว"  เอริกครางเสียงต่ำและพยักหน้าเล็กน้อย

 

แน่นอนว่าบุคคลระดับเอริกย่อมสามารถสัมผัสถึงความไม่ธรรมดาของเมอร์ลินได้ และเขาเองก็เลือกที่จะไม่แสดงออกใดๆ เหมือนเช่นที่อาเธอร์ทำ

 

"ดูเหมือนว่าที่นี่จะไม่ใช่ที่ที่เหมาะจะพูดคุย เอาเป็นว่าพวกเราไปที่บ้านของข้ากันเถอะ” เอริกยิ้มและกล่าวอย่างผู้ใหญ่ใจดี

 

“ขอบคุณท่านเอริก เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ไปเยือนบ้านของท่าน” เมอร์ลินยังคงรักษากิริยาที่นอบน้อม

 

"งั้นพวกเราไปกันเถอะ ข้ายังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องการพูดคุยกับเจ้า” อาเธอร์มองไปยังอาจารย์ของเขาแล้วเอ่ยต่อ “เชิญท่านอาจารย์”

 

เมื่อตกลงกันได้แล้ว ทั้งสามก็มุ่งหน้าสู่บ้านพักของเอริกทันที

 

แม้เอริกจะเป็นบุคคลที่สูงส่ง แต่เขากลับเลือกที่จะใช้ชีวิตธรรมดาสามัญ นับตั้งแต่เขารับอาเธอร์เป็นศิษย์เขาก็พักอยู่ในเมืองนี้เรื่อยมา แต่ทว่าด้วยนิสัยของเขานั้นชื่นชอบความเป็นส่วนตัว เขาจึงเลือกที่จะไม่อาศัยอยู่ในปราสาท บ้านหลังนี้จึงถูกสร้างเป็นที่พักของเขา

 

ทั้งอาเธอร์และเอริก พวกเขาทั้งสองไม่นิยมนั่งรถม้า หรือชื่นชอบให้มีผู้ติดตาม

 

เอริกสั่งสอนอาเธอร์ในแบบวิถีการต่อสู้ ความสะดวกสบายนั้นไม่สามารถกลั่นเกลาให้เป็นวิถีนี้ได้

 

เอริกจึงเป็นคนแรกที่พุ่งตัวออกไปด้วยกำลังขาของเขา ท่ามกลางผู้คนมากมายเขาสามารถเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วและหลบหลีกไปมาได้ดั่งปลาที่แหวกว่ายในน้ำ

 

การเคลื่อนไหวลักษณะนี้ต่างจากการร่ายเวทย์เสริมกำลัง เพราะสิ่งที่เอริกทำคือการผสานพลังเวทย์เข้ากับร่างกายของเขาโดยตรง เมื่อกล้ามเนื้อผสานกับพลังเวทย์ ร่างกายจึงก่อเกิดพลังที่มหาศาลกว่าคนทั่วไป

 

ผู้ใช้เวทมนต์ส่วนใหญ่นั้นมักเคยชินกับการร่ายเวทย์ ดังนั้นแล้วร่างกายของพวกเขาจึงอ่อนแอ ในทางตรงกันข้ามยังมีผู้ใช้เวทมนต์บางกลุ่มที่ผสานพลังเวทย์เข้ากับร่างกายโดยตรง จึงทำให้ร่างกายของพวกเขานั้นพิเศษเหนือกว่าผู้ใช้เวทมนต์ทั่วไป แต่การที่จะฝึกฝนให้พลังเวทย์สามารถผสานกับร่างกายได้ มันก็เป็นสิ่งที่ยากที่จะฝึกฝนเช่นเดียวกัน

 

การใช้พลังเวทย์ลักษณะนี้จึงหาได้น้อย แต่ก็มีบางอาณาจักรที่ฝึกฝนการใช้พลังเวทย์ลักษณะนี้เป็นหลัก พวกเขาคือผู้ใช้เวทมนต์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้การร่ายเวทย์ พลังส่วนใหญ่ของพวกเขาจึงเน้นไปที่ร่างกายและอาวุธที่ถ่ายโอนพลังเวทย์ประกอบการทำลายล้าง

 

อาเธอร์เริ่มที่จะเคยชินกับการเคลื่อนไหวลักษณะนี้ เขาก็พุ่งตัวติดตามอาจารย์ของเขาออกไปในทันที โดยที่เขาลืมไปเลยว่ายังมีเมอร์ลินอีกคนหนึ่งที่จะต้องติดตามพวกเขาไปด้วย

 

“หลายปีผ่านไป เจ้าเด็กน้อยคนนี้พัฒนาไปไม่น้อย” พูดจบเมอร์ลินก็พุ่งตัวออกไปตามเส้นทางที่อาเธอร์มุ่งหน้าไป

 

ไม่นานนักพวกเขาทั้งหมดก็มาถึงจุดหมาย

 

บ้านหลังนี้ถูกปิดล้อมไปด้วยกำแพงรั้วกั้นที่สูงชัน เมอร์ลินสัมผัสได้ของกลิ่นอายเวทย์เล็กน้อยที่แผ่ออกมาจากกำแพงแห่งนี้

 

สมแล้วที่เป็นบ้านพักของตัวตนเช่นเอริก

 

มันคงไม่ยากหากตัวตนอย่างเอริกต้องการจะสร้างกำแพงแบบนี้ออกมา

 

เมอร์ลินสามารถฟันธงเลยได้ว่ากำแพงนี้ถูกสร้างมาจากเวทย์ดินชั้นสูงและมีบางส่วนของกำแพงถูกสร้างขึ้นมาด้วยจิตเวทย์ นั่นจึงทำให้กำแพงนี้แข็งแกร่งและปล่อยกลิ่นอายอันทรงพลังออกมา

 

แต่ยังไงเสียกำแพงนี้ก็ถูกสร้างด้วยผู้ใช้เวทมนต์ผู้หนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ผู้ใช้อักขระเวทย์

 

กำแพงนี้จึงไม่ได้มีกลไกหรือม่านพลังที่แข็งแกร่งคุ้มกันตัวบ้าน

 

บ้านหลังนี้นั้นมีเอริกอาศัยอยู่เพียงคนเดียว เขานั้นไม่ชอบนักที่จะมีคนอื่นมาข้องเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเขา บ้านหลังนี้จึงไม่มีคนรับใช้หรือผู้ติดตามใดๆ เว้นเสียจากอาเธอร์ที่ซึ่งเป็นศิษย์ของเขา

 

อาเธอร์เมื่อมาถึงบ้านของเอริก เขาก็พบว่าประตูรั้วนั้นได้เปิดไว้ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว เขานั้นไม่ได้สังเกตเลยว่าบัดนี้เมอร์ลินได้มายืนอยู่ข้างกายเขาแล้ว

 

“เจ้าสามารถมาตามข้ามาถึงที่นี่ได้? อาเธอร์พึ่งสังเกตการมีตัวตนของเมอร์ลิน

 

ในระยะทางเกือบห้ากิโลเมตร อาเธอร์มีท่าทีที่เหนื่อยหอบขณะที่วิ่งมายังที่นี้ แต่เมื่อเห็นเมอร์ลินที่อยู่ข้างๆ เขาในตอนนี้กลับไม่แสดงท่าทางถึงความเหนื่อยหอบออกมาเลยแม้แต่น้อย แม้แต่เหงื่อสักหยดเขาก็ไม่สังเกตเห็น

 

อาเธอร์สำรวจเมอร์ลินอย่างครุ่นคิด

 

“ถูกต้องแล้ว ข้านั้นตามเจ้ามา” เมอร์ลินตอบด้วยท่าทางสบาย แล้วเอ่ยต่อ “เราจะยืนคุยกันอยู่ที่นี่?

 

เมอร์ลินเอียงศีรษะเล็กน้อยพร้อมเอ่ยถามอาเธอร์

 

“อ่า พวกเราควรเข้าไปได้แล้ว ป่านนี้อาจารย์ของข้านั้นรออยู่แล้ว” อาเธอร์ตื่นภวังค์และทำตัวไม่ถูก

 

เมอร์ลินในตอนนี้นั้นเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก อดีตคนติดตามของอาเธอร์สามารถวิ่งตามเขามาได้อย่างสบายๆ มันเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ หากคนตรงหน้านี้คือผู้ที่ฝึกฝนร่วมกันกับเขา เขาจะไม่มีความสงสัยเลยแม้แต่น้อย

 

เมอร์ลินในอดีตที่อาเธอร์จำได้ เด็กน้อยคนนั้นทั้งอ่อนแอและขี้ขลาด การวิ่งด้วยระยะทางและความเร็วเช่นนี้เมอร์ลินย่อมไม่สามารถทำได้

 

แต่ตอนนี้ทุกสิ่งกลับเปลี่ยนไป การกระทำของเมอร์ลินในตอนนี้นั้นมีพื้นฐานการฝึกที่ไม่ด้อยไปกว่าเขา และยังมีท่าทีที่สุขุมมากขึ้น ท่าทางการแสดงออกนั้นไม่มีความเป็นเด็กเลยแม้แต่น้อย

 

ทั้งๆ ที่อาเธอร์อายุมากกว่าเมอร์ลิน แต่ความเป็นผู้ใหญ่ของเมอร์ลินนั้นอาจจะมากกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ

 

อาเธอร์เกิดคำถามในใจขึ้นอย่างมากมาย

 

“บนหน้าเจ้านั้นเต็มไปด้วยคำถาม หากเจ้ามีความสงสัยในเรื่องใดเจ้าสามารถถามข้าได้” เสียงเล็กๆ นั้นเอ่ยต่ออาเธอร์

 

“เยี่ยมไปเลย ข้าว่าตอนนี้เราเข้าไปข้างในเถอะ อาจารย์คงรอพวกเราแล้ว” อาเธอร์เอ่ยตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

 

เมื่อทั้งสองเข้ามาด้านในของตัวบ้านก็พบว่าเอริกนั้นได้นั่งอยู่ที่ห้องรับแขกนี้แล้ว

 

ทั้งสามจึงเริ่มเปิดหัวข้อสนทนา

 

“ก่อนหน้านี้ระหว่างที่เจ้าวิ่งมาถึงที่นี่ ข้าสังเกตว่าเจ้าไม่รู้สึกเหนื่อยหอบเลยแม้แต่น้อย แสดงว่าพื้นฐานการฝึกฝนของเจ้านั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก" อาเธอร์ใช้มือของเขาแตะไหล่ของเมอร์ลิน แล้วเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

 

เมอร์ลินมองอาเธอร์ เขายิ้มเล็กๆ และเอ่ย

 

“หากจะพูดถึงเรื่องนี้ ข้าสามารถบอกได้ว่ามันเป็นความโชคดีในโชคร้าย เพราะเหตุการณ์เมื่อสี่ปีก่อนในตอนที่ข้าตกลงไปในหลุมประหลาดแห่งนั้น โชคดีที่ข้าได้พบกับอาจารย์ของข้า เขานั้นเป็นบุคคลลึกลับที่ไม่อาจจะเอ่ยชื่อได้” เมอร์ลินหยุดไปครู่หนึ่ง “ก่อนที่เขาจะรับข้าเป็นศิษย์ เขาได้ให้ข้าทำสัญญาเลือดว่าข้าจะไม่เอ่ยชื่อของเขาออกมาให้คนภายนอกได้รับรู้”

 

เมอร์ลินสูดลมหายใจเข้าลึกและเอ่ยต่อ

 

“หลังจากนั้นข้าก็ถูกฝึกอย่างหนัก จนในที่สุดเมื่อไม่นานมานี้อาจารย์ของข้านั้นเห็นว่าข้านั้นแข็งแกร่งเพียงพอแล้ว เขาจึงอนุญาตให้ข้าขึ้นมาจากหลุมแห่งนั้นได้” เมอร์ลินสามารถกล่าวคำบดออกมาได้อย่างคล่องแคล่ว เขามั่นใจว่าแม้แต่เอริกก็ไม่สามารถจับคำโกหกของเขาได้

 

เพียงแค่คำว่า “สัญญาเลือด” นั่นก็หมายความว่าพวกเขาไม่อาจสืบค้นใดๆ กับตัวละครที่เมอร์ลินสมมติขึ้นมา

 

โฮ้ ดูเหมือนว่าอาจารย์ของเจ้านั้นจะมีฝีมือไม่น้อย ผลลัพธ์การฝึกของเขานั้นดูเหมือนว่าจะเหนือกว่าการฝึกลูกศิษย์ของข้าเสียอีก” เอริกยิ้มแย้มและเอ่ยต่อ “เอาอย่างนี้เป็นไง เจ้าลองมาประลองกับลูกศิษย์ของข้า ข้าต้องการวัดความสามารถของอาเธอร์ว่าก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว ข้าคิดว่าเจ้านั้นมีคุณสมบัติพอที่จะเป็นคู่ซ้อมที่ดีของเขา"

 

แม้ใบหน้าของเอริกจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่ความรู้สึกแปลกๆ ที่ถูกส่งออกมา ก็ทำให้เมอร์ลินนั้นเกิดความระแวง

 

"จะดีเหรออาจารย์ จากที่ข้าเห็นเมอร์ลินนั้นยังในขั้นผู้ใช้เวทย์ ส่วนข้านั้นเป็นนักเวทย์ระดับกลาง มันเป็นช่องว่างของพลังที่มากเกินไป" อาเธอร์เอ่ยแย้ง เพราะเขาไม่คิดว่าเมอร์ลินนั้นจะสามารถเอาชนะเขาได้

 

เรื่องเมื่อครู่นั้นเป็นเพียงแค่การวิ่ง มันเป็นเพียงการวัดระดับสมรรถภาพทางกายเท่านั้น แต่หากเป็นเรื่องของพลังเวทย์นั่นก็คืออีกเรื่องหนึ่ง

 

ช่องว่างของพลังที่มากเกินไป การประลองนั้นย่อมไม่เกิดความยุติธรรม

 

แต่ดูเหมือนว่าอาเธอร์นั้นจะกังวลเกินไป

 

"ได้สิ ข้าไม่มีปัญหา" ทันใดนั้นเองเมอร์ลินก็ตอบรับคำท้าทายนั้นอย่างง่ายดาย

 

ดูเหมือนว่าความห่วงใยของอาเธอร์จะไม่จำเป็นสำหรับเด็กน้อย

 

เมอร์ลินเองก็อยากรู้ความสามารถของอาเธอร์ด้วยเช่นกัน แม้อาเธอร์จะเป็นเพียงนักเวทย์ระดับกลาง แต่อาจารย์ของเขานั้นคือวีรบุรุษแห่งอารากอน บุคคลที่แม้แต่กษัตริย์ยังต้องยำเกรง

 

เมอร์ลินคิดว่าฝีมือของอาเธอร์อาจจะดูดีกว่าลอร์ดเอ็กเซลที่อยู่ในระดับเดียวกันก็เป็นได้

 

“อย่างนั้นก็เยี่ยมไปเลย ข้านั้นชอบเด็กหนุ่มที่มีความกล้าหาญเป็นอย่างยิ่ง” เอริกระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกับตบไปที่เข่าของเขาดังฉาด

 

“ถ้าเจ้าตัดสินใจอย่างนั้นแล้ว ข้าก็ไม่มีอะไรจะคัดค้าน” พูดจบอาเธอร์ก็เดินไปหยิบดาบธรรมดา 2 เล่มที่อยู่อีกห้องหนึ่ง

 

“ตามข้ามา เราจะไปประลองกันที่สนามฝึก” อาเธอร์เดินออกไปยังประตูอีกด้านหนึ่ง

 

เอริกลุกขึ้นจากเก้าอี้และมองไปที่เมอร์ลิน

 

“งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ ข้าอยากเห็นฝีมือของเจ้าแล้ว” คำพูดที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ เอริกก็ทำหน้าที่เจ้าของบ้านที่ดีพาเมอร์ลินเดินตามอาเธอร์ออกไป

 

เมื่อเดินผ่านประตูเข้าไปเมอร์ลินก็พบอีกห้องหนึ่งที่มีความกว้างเป็นอย่างมาก ภายในห้องแห่งนี้แน่นอนว่ามันคือห้องที่เอริกสร้างด้วยเวทย์มิติ

 

เมอร์ลินใช้ดวงตาของเลเมเกทันสำรวจโครงสร้างของห้องนี้ เขาพบว่ามันถูกสร้างมาจากวงเวทย์มิติที่ซับซ้อนและมีการใช้จิตเวทย์ของสัตว์อสูรระดับสูงเป็นแกนกลาง ตราบใดที่จิตเวทย์ยังไม่หมดพลัง มันก็เป็นเรื่องยากที่จะทำลายห้องแห่งนี้ได้ มันจึงเป็นห้องที่เหมาะสมที่สุดในการใช้เป็นห้องฝึกซ้อม

 

“เข้ามาเมอร์ลิน ข้าเองก็อยากเห็นฝีมือของเจ้าเช่นกัน” อาเธอร์โยนดาบเล่มหนึ่งให้กับเมอร์ลิน

 

เมอร์ลินนั้นสามารถรับมันอย่างง่ายดาย แต่ทว่าเขากล้าเงยหน้าแล้วมองอาเธอร์ด้วยความสงสัย

 

“เจ้าไม่ใช้อาวุธประจำตัวของเจ้า?

 

จุดประสงค์หลักของเมอร์ลินคือการตรวจสอบดาบของอาเธอร์ แน่นอนว่าเขาอยากรู้ในพลังของมันด้วยเช่นกัน แต่การที่อาเธอร์ใช้อาวุธธรรมดาในการประลองจึงสร้างความผิดหวังให้แก่เขา

 

“ด้วยระดับพลังของข้านั่นก็นับว่าเอาเปรียบเจ้าแล้ว หากข้ายังใช้ดาบเล่มนั้นอีก ข้าเกรงว่าจะเป็นการรังแกเจ้าเกินไป” แม้ว่าอาเธอร์ต้องการที่จะประลอง แต่เขายังคงมีความละอายในความอยุติธรรมนี้

 

เอริกนั้นสามารถกลั่นเกลาอาเธอร์ให้เปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก เขานั้นไม่ใช่คุณชายที่เอาแต่ใจอย่างในอดีตที่ผ่านมาอีกแล้ว

 

“เช่นนั้นก็ตามใจเจ้า สำหรับข้านั้นไม่มีอะไรขัดข้องอยู่แล้ว” เมอร์ลินจับดาบและตั้งท่า จากนั้นกลิ่นอายเมอร์ลินก็เปลี่ยนไป เขานั้นพร้อมเสมอที่จะแสดงละครฉากหนึ่งที่จะทำให้ศิษย์อาจารย์สองคนนี้ไม่สงสัยในตัวเขา

 

อาเธอร์มองไปยังเมอร์ลินด้วยสายตาที่จริงจัง

 

“เช่นนั้นข้าก็ไม่จะเกรงใจแล้วนะ เมอร์ลินรับมือ”

 

จบคำอาเธอร์ก็พุ่งตัวโจมตีเมอร์ลินด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว ดาบในมือถูกวาดออกมาอย่างคล่องแคล่ว อำนาจของดาบนั้นกวาดผ่านอย่างไม่ธรรมดา

 

เคล้ง!

 

เมอร์ลินสามารถใช้ดาบธรรมดาเล่มนี้รับดาบของอาเธอร์ได้อย่างง่ายดาย เขาตั้งรับการโจมตีของอาเธอร์ด้วยการเคลื่อนไหวที่เรียบง่าย

 

ดูเหมือนว่าสถานการณ์นั้นเปลี่ยนไป เมอร์ลินไม่ต้องการที่จะปิดบังฝีมือของเขา เพราะถ้าหากเขาทำเช่นนั้น เอริกจะสามารถจับพิรุธของเขาได้ทันที

 

แต่กระนั้นเขาก็ไม่ได้แสดงฝีมือออกไปเต็มที่ เพียงนักเวทย์ระดับกลางคนหนึ่ง เขาไม่จำเป็นที่จะต้องจริงจังกับมัน เขาสามารถรับมืออาเธอร์ได้อย่างง่ายดาย

 

แต่ถ้าหากอาเธอร์ต้องการต่อสู้อย่างเต็มที่ สถานการณ์นั้นก็เปลี่ยนไปอีกอย่างหนึ่ง

 

อาเธอร์นั้นตกใจไม่น้อยที่เมอร์ลินสามารถรับดาบของเขาได้ด้วยท่าทางสบายๆ ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินอดีตผู้ติดตามของเขาต่ำเกินไป หากเขาไม่เอาจริงเขาคงไม่สามารถทำให้เมอร์ลินเผยความสามารถที่แท้จริงออกมาได้เป็นแน่

 

เคล้ง! เคล้ง! เคล้ง!

 

อาเธอร์ยังคงบุกจู่โจมอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดเขาก็กระโดดถอยหลังออกมาตั้งหลัก เขารู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ใดๆ เลยหากทั้งสองฝ่ายยังคงเก็บงำฝีมือเช่นนี้

 

ซูม

 

อาเธอร์ปลดปล่อยพลังขั้นนักเวทย์ระดับกลางของเขาออกมา ในยามนี้เขานั้นเหมือนนักรบผู้แข็งแกร่ง กลิ่นอายของเขาในตอนนี้นั้นไม่น้อยไปกว่าลอร์ดเอ็กเซล

 

ด้วยพลังระดับนี้แม้ในมือของอาเธอร์จะถือดาบธรรมดา แต่มันก็สามารถสร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้คนได้

 

เมอร์ลินยิ้มออกมาเล็กน้อยและพุ่งตัวเข้าประชิดอาเธอร์

 

อาเธอร์นั้นตกใจไม่น้อยกับการกระทำนี้ นี่เป็นเป็นครั้งแรกที่เมอร์ลินเป็นฝ่ายจู่โจม ที่ผ่านมาเมอร์ลินตั้งรับมาตลอด นั่นแสดงว่าการปลดปล่อยพลังของเขานั้นสร้างความสนใจให้กับเมอร์ลิน

 

ปัง!

 

ในการโจมตีนี้ดาบของเมอร์ลินได้ฟันออกไปอย่างรวดเร็ว ความเร็วนี้สร้างความกดดันให้แก่อาเธอร์ หากเขาไม่ทำการปลดปล่อยพลังออกมา ไม่แน่ว่าเขาอาจจะไม่สามารถรับมือกับการโจมตีนี้ได้

 

ทั้งสองถูกทำให้ถอยออกมาจากการปะทะนี้

 

เอริกเลียริมฝีปากของเขาพร้อมกับจับตาจ้องมองการเคลื่อนไหวของเมอร์ลิน

 

“เด็กคนนี้ใช้การเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาดในการต่อสู้ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ปลดปล่อยพลังเวทย์ออกมา แต่เขาก็ถึงกับทำให้อาเธอร์ร่นถอยได้ อาจารย์ของเขานั้นย่อมไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน” เอริกคิดในใจ

 

ผ่านไปหลายกระบวนท่า ดูเหมือนว่าอาเธอร์จะไม่สามารถทำให้เมอร์ลินใช้การปลดปล่อยพลังออกมาได้ และในตอนนั้นเอง เมื่อจู่ๆ อาเธอร์ก็ถูกทำให้ดาบของเขาหลุดมือออกไปได้

 

เป็นเมอร์ลินที่ฟันและดึงกลับหมุนตัวเข้าประชิดอาเธอร์ มิหนำซ้ำเขายังใช้ด้ามจับของดาบกระแทกเข้าไปที่ข้อมือของอาเธอร์อย่างรุนแรง จนดาบในมือของอาเธอร์หลุดลอยออกไป

 

มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าตั้งแต่ต้นจนจบ เมอร์ลินนั้นยังไม่ได้ปลดปล่อยพลังเวทย์ออกมาเลยแม้แต่น้อย แต่เขากลับเอาชนะอาเธอร์ได้

 

แม้อาเธอร์จะไม่เอาจริงจังกับการต่อสู้นี้ แต่มันก็เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อว่าผู้ใช้เวทย์จะสามารถเอาชนะนักเวทย์ผู้หนึ่งที่มีพลังเหนือกว่าได้

 

นั่นหมายความว่าช่องว่างของการบ่มเพาะพลังนั้นไม่มีผลต่อคนอย่างเมอร์ลิน

 

“ข้าแพ้แล้ว” อาเธอร์กล่าวออกมาอย่างยิ้มแย้ม เขานั้นยังคงจ้องมองเมอร์ลินด้วยแววตาอันเหลือเชื่อ

 

แม้เขาจะพ่ายแพ้ แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์นั้นมา อาเธอร์ก็มองเมอร์ลินด้วยมิตรภาพที่ดี

 

“เจ้าเองก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน” เมอร์ลินยิ้มและกล่าวปลอบใจ

 

เอริกที่ชมการต่อสู้ เขาปรบมืออย่างเสียงดังและเอ่ย

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าเองก็แพ้อาจารย์ของเจ้าแล้ว อาจารย์ของเจ้านั้นเป็นบุคคลที่น่าทึ่ง เขาสามารถสั่งสอนเจ้าให้มีฝีมือที่ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ ข้านั้นยอมแพ้ต่ออาจารย์ของเจ้า” เอริกระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกับคำชมมากมาย

 

“อาจารย์ของข้านั้นเป็นคนที่ยอดเยี่ยมดังเช่นที่ท่านพูด กว่าข้าจะมีฝีมือในระดับนี้ เขานั้นเขี้ยวเข็ญข้าด้วยการฝึกที่แสนโหดร้าย คำชมนี้ข้าขอขอบคุณท่านแทนอาจารย์ของข้า” เมอร์ลินกล่าวรับคำชมของเอริกอย่างเปิดเผย มันไม่จำเป็นที่จะต้องหลีกเลี่ยงคำชมนี้ เพราะอย่างน้อยการชื่นชอบในคำชมก็เป็นนิสัยอย่างหนึ่งของเด็กน้อย

 

“จริงสิอาเธอร์ข้านั้นลืมไปเลย อาจารย์นั้นมีบางสิ่งให้เจ้าไปทำในตอนนี้” เอริกล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อและยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้แก่อาเธอร์

 

“จงนำจดหมายฉบับนี้ไปส่งให้พ่อของเจ้า แล้วนำจดหมายตอบกลับของพ่อเจ้ามาให้ข้า จงจำไว้ให้ดีว่าอย่าเปิดอ่านจดหมายฉบับนี้และจงรักษามันให้ดี ส่งมันให้ถึงมือพ่อของเจ้าอย่าส่งผ่านผู้อื่นเป็นอันขาด”

 

มืออีกข้างหนึ่งของเอริกตบไปที่บ่าของอาเธอร์ สายตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความเชื่อใจในลูกศิษย์ของเขา

 

“รีบไป นี่เป็นเรื่องที่เร่งด่วน ข้านั้นไว้ใจเจ้าเพียงผู้เดียว”

 

หลังจากที่เอริกพูดจบอาเธอร์รีบไปทำภารกิจของเขาทันที ก่อนที่เขาจะออกไปนั้นเขาได้หันมาพูดกับเมอร์ลินว่า

 

“เมอร์ลินเจ้าอยู่ที่นี่ก่อน ข้าคงไปไม่นานแล้วข้าจะกลับมาคุยกับเจ้าต่อ” อาเธอร์พูดพลางใช้มือจับที่ไหล่ของเมอร์ลิน

 

“ไปทำงานของเจ้าเถอะ ข้าจะอยู่รอเจ้าที่นี่”

 

เมื่อเมอร์ลินพูดจบ อาเธอร์ก็ยิ้มแล้วเดินออกไปทันที

 

ภายในห้องจึงเหลือแค่เมอร์ลินและเอริกสองคน

 

"จากการประลองเมื่อครู่ ดูเหมือนว่าเจ้านั้นจะยังไม่ได้แสดงพลังออกมาอย่างเต็มที่ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว พวกเราลองมาประลองกันหน่อยเป็นไง?" รอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าของเอริก

 

เมื่อได้ยินคำพูดของเอริก สีหน้าของเมอร์ลินนั้นก็กลายเป็นตกใจ

 

นี่เป็นเรื่องที่บ้ามาก จอมเวทย์ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นวีรบุรุษกำลังขอท้าประลองกับผู้เยาว์คนหนึ่ง นี่เป็นการกระทำที่แปลกประหลาด

 

ผู้ที่ซึ่งได้ชื่อว่าวีรบุรุษแห่งอารากอนคนนี้นั้นไม่มียางอายหรืออย่างไร

 

นี่เป็นการกระทำที่ไร้ศักดิ์ศรีเป็นอย่างมาก หากเป็นคนทั่วไปล้วนย่อมไม่กระทำกัน แต่ทว่าคนที่อยู่ตรงหน้าของเมอร์ลินนี้คือเอริก บุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของอาณาจักรอารากอน

 

ตามที่ได้ยินพฤติกรรมของเอริกนั้นล้วนแต่แปลกประหลาดแทบทั้งสิ้น เขานั้นไม่สนใจในยศถาบรรดาศักดิ์ ในเรื่องของเงินทองนั้นล้วนไร้ค่าในสายตาเขา เขามักจะทำในสิ่งที่คนอื่นไม่คาดคิด

 

อย่างเช่นในตอนนี้เขากำลังท้าทายเด็กน้อยผู้หนึ่ง นี่เป็นเรื่องที่บ้าเป็นอย่างมาก

 

ไม่ทันที่เมอร์ลินจะเอ่ยคำตอบรับ ร่างอันใหญ่ยักษ์ของเอริกนั้นก็ได้พุ่งมาถึงตัวของเขาแล้ว

 

“เด็กน้อยเจ้าไม่ต้องคิดมากไป เราแค่ประลองเล่นๆ เท่านั้น”

 

หลังจากที่เอริกพูดจบดาบในมือของเขานั้นก็ฟาดลงมาอย่างรุนแรง

 

ปัง!

 

ใบหน้าของชายชราร่างยักษ์คนนี้ยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม นี่ทำให้เมอร์ลินรู้ว่ารอยยิ้มเหล่านี้นั้นซ่อนไปด้วยความอันตราย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.048K ครั้ง

181 ความคิดเห็น

  1. #25743 Peerada1648 (@Peerada1648) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 16:54
    อาเธอร์นี่ดาเมจ(ต่อรีด)รุนแรงมาก
    #25743
    0
  2. #24597 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 02:08

    Thank you

    #24597
    0
  3. #24282 GN88 (@GN88) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 18:45
    ตอนที่อาเธอร์​จะส่งจดหมายให้พ่อแล้วบอกลาเมอร์​ลิน​ ​ให้อารมณ์​สามีออกจากบ้านไงไม่รู้
    #24282
    3
    • #24282-2 น่องขาหมู (@bellzatail) (จากตอนที่ 39)
      30 กันยายน 2561 / 22:49

      เราบอกด้วยคน จิ้นนไปอีก555
      #24282-2
    • #24282-3 3sandy (@hamony777) (จากตอนที่ 39)
      25 พฤศจิกายน 2561 / 21:10
      โหย เรานี้จิ้นตั้งแต่ฉากที่อาเทอร์หลั่งน้ำตาเพราะเมอร์ลินแล้วววววววว _///////_
      #24282-3
  4. #23591 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 23:09
    ลุงบ้าพลังมากกก
    #23591
    0
  5. #23229 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 11:40
    คุณลุงยังบ้าเลือดเหมือนเคย
    #23229
    0
  6. #22558 DarknesZero (@DarknesZero) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 20:14
    รีไรท์จากสนามหลังบ้านเป็นห้องมิตินี้เอง
    #22558
    0
  7. #22161 LoliGuard (@LoliGuard) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 02:16
    ไม่คิดจะมีนางเอกบ้างเรอะ
    #22161
    3
    • #22161-2 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 39)
      4 พฤษภาคม 2561 / 18:37
      นิยายแฟนตาซีไม่จำเป็นต้องมีนางเอกอยากได้นางเอกไปหมวดรักโรแมนติกนะ นี่สายบู๋เว้ย
      #22161-2
    • #22161-3 อิลูมินาติ (จากตอนที่ 39)
      14 ตุลาคม 2561 / 04:52
      ช่ายยย ถ้าจะมีก็มีฮาเรมเลย
      #22161-3
  8. #21337 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 15:09
    ขอบคุณครับ
    #21337
    0
  9. #21104 _Late_ (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 17:13
    จำได้ว่าเวอร์ชั่นเก่าอาเธอร์กอดเมอร์ลินป่ะ ฮรือออออ
    #21104
    0
  10. #20952 อสูรไร้ลักษณ์ (@deathorlife) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 21:55
    ง่า รีไรท์แล้วความวายหาย!! ม่ายยยยยยน้าาาาาาาา!!
    #20952
    0
  11. #20659 oUoL (@oUoL) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 13:04
    อย่าทำอะไรแฟนอาเธอร์นะ!!!
    #20659
    0
  12. #20639 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 13:27
    เล่นๆโพ่งงงงง
    #20639
    0
  13. #20636 prech_pooh (@prech_pooh) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 11:27
    รอออออออ~
    #20636
    0
  14. #20100 NuchNuttha (@yaoi3) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 20:13
    ฟิน ในที่สุดทั้ง2ก็ได้พบกันและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข//ปล่อยเราเพ้อไปเถอะ5555
    #20100
    0
  15. #18248 Alice.m44 (@straberryblossom) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 20:31
    เป็นห่วง ภรรยาจัวเองเลยย อิอิ
    #18248
    0
  16. #14785 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 04:17
    เอาเลยยยยย
    #14785
    0
  17. วันที่ 26 กันยายน 2559 / 01:23
    ไหนบอกว่าจะโกหกว่าตายแล้วได้พลังอักขระมาไง? เอ๊ะ หรือเราลืมเองหว่า???? แล้วอาเธอร์ไม่ตกใจหน่อยหรอว่าทำไมเพื่อนตัวเท่าเดิม......
    #13342
    0
  18. #13157 pleum254 (@pleum254) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 22:58
    อืมม.. ต่อไปก็แลนสล็อต..สินะ?
    #13157
    0
  19. #12589 เกริด้า(๐-*-๐)v (@Monkey_D_Luffy) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 19:54
    ชอบตอนนี้มากกกกกก 555+ เข้ามาอุ้ม~ ทำเอาตาYเลยค่ะ 55555+
    #12589
    0
  20. #9236 BBuKa (@BBuKa) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 09:58
    มีความวาย มีความรู้สึกอยากจิ้นเบาๆ 5555
    #9236
    0
  21. #8827 DarkSaylai (@meloly) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 15:12
    นิสัยอาเธอร์เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเลย 55555555555555

    อาเธอร์ต้องเก่งกว่านี้ถึงจะเป็น -ัว ได้
    #8827
    0
  22. #8805 Urtrash (@Urtrash) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 07:39
    ว่าเเต่ผั---เอ๊ย!! อาเธอร์ไม่เเปลกใจที่พระเอกโตขึ้นนิดเดียวบ้างเหรอ._. สีขนด้วย
    #8805
    0
  23. #7917 slzyzero (@sliiz) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 03:30
    ติดตามครับ
    #7917
    0
  24. #6320 ปอมเป (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 07:22
    ขอบคุณมากจ้า
    #6320
    0
  25. #6288 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 04:31
    ขอบคุณคับ
    #6288
    0