เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,911,688 Views

  • 27,127 Comments

  • 28,061 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    57,957

    Overall
    3,911,688

ตอนที่ 42 : ความสามารถของอาวุธวิญญาณ (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47026
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 939 ครั้ง
    28 พ.ย. 60

เมื่อการจู่โจมอันรุนแรงกำลังเคลื่อนเข้ามา

 

ดวงตาของเอริกส่งประกายเย็นวาบออกมา เขารู้ว่าภายใต้การโจมตีนี้เพียงแค่พลังระดับผู้ใช้เวทย์ย่อมไม่สามารถรองรับมันเอาไว้ได้

 

พริบตาเดียวร่างของเอริกก็ถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นไอเวทย์อันทรงพลัง บนร่างของเขาก็ปรากฏผ้าคลุมเวทย์ที่เปล่งประกายไปด้วยสีเงินส่องแสงออกมาแวววาว

 

อำนาจของพลังเวทย์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

 

มันคือผ้าคลุมเวทย์สีเงิน  

 

สีเงินที่แสดงถึงฐานะของผู้ที่อยู่ในระดับขั้นจอมเวทย์

 

เมื่อร่างกายได้รับพลังจากผ้าคลุมเวทย์ผืนนี้ แรงกดดันพลังเวทย์ก็โพยพุ่งออกมาจากร่างของเอริกอย่างเข้มข้น

 

ภายในรัศมี 10 เมตร แรงกดดันพลังเวทย์ที่รุนแรงซัดทุกสิ่งโดยรอบให้ดันออกห่าง

 

เอริกกวาดดาบยักษ์ออกไปข้างหน้าภายในเสี้ยววินาทีอย่างรวดเร็ว

 

ซูม!

 

ไม่น่าเชื่อ! พลังของดาบยักษ์นั้นพลันระเบิดออกมาเป็นระลอกคลื่นของมวลน้ำ มันกลืนกินพลังของเมอร์ลินไปอย่างง่ายดาย

 

เพียงแค่การสะบั้นดาบเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้ห่าฝนพลังปราณหอกของเมอร์ลินหายไปได้ในพริบตา  

 

การโจมตีของเมอร์ลินนั้นถูกลบจนไร้ผลอย่างสิ้นเชิง

 

เมอร์ลินเริ่มที่จะประหวั่นอยู่ในใจ

 

ยังไม่ทันที่เมอร์ลินจะได้ขยับตัวเคลื่อนไหว เอริกก็เป็นฝ่ายบุกเข้ามาด้วยท่วงท่าอันน่าสะพรึง

 

ชายชราในผ้าคลุมเวทย์สีเงินนั้นเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์

 

ดาบยักษ์แมนติคอร่าถูกยกขึ้นเหนือศีรษะและฟันไปยังทิศทางที่เมอร์ลินยืนอยู่

 

“จงอาละวาดอย่างบ้าคลั่งแมนติคอร่า” เอริกส่งเสียงคำรามอย่างกึกก้อง

 

กรรจ์!

 

ซูม ซูม ซูม!     

 

ทันใดนั้นเองร่างของเมอร์ลินที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศก็เกิดอาการผิดปกติ

 

บรรยากาศบริเวณนั้นพลันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าประหลาด

 

ร่างของเมอร์ลินจู่ๆ ก็รู้สึกหนักอึ้ง เด็กน้อยไม่สามารถทรงตัวได้ ร่างกายของเขากลายเป็นไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป ร่างนั้นถูกแรงดูดทำให้ร่วงลงมาอย่างฉับพลัน

 

ตูม!

 

พื้นดินที่เมอร์ลินตกลงมาบังเกิดหลุมลึก เสียงหึ่งๆ ยังคงดังทั่วชั้นบรรยากาศ

 

เมอร์ลินนั้นไม่สามารถขยับตัวเคลื่อนไหวได้เลย มันเหมือนกับว่าเขากำลังถูกภูเขาลูกใหญ่กดทับ ร่างกายของเขาถูกทำให้มีน้ำหนักที่เพิ่มอย่างน่าหวาดกลัว เขาพยายามดันตัวลุกขึ้นแต่ก็ไม่สามารถทำได้  

 

สีหน้าของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความบูดเบี้ยว เขากัดฟันกรอดอย่างไม่สบอารมณ์

 

เอริกนั้นยังคงยิ้มและจ้องมองเมอร์ลิน

 

“อย่าฝืนเลยเด็กน้อย สิ่งที่เจ้ากำลังเผชิญนั้นคือความสามารถของอาวุธวิญญาณของข้า” เอริกระเบิดเสียงหัวเราะและเอ่ยต่อ “แมนติคอร่านั้นมีความสามารถในการควบคุมแรงโน้มถ่วงได้ หากข้าไม่ทำการถอนคำสั่ง ด้วยระดับการบ่มเพาะของเจ้าแรงโน้มถ่วงนี้จะทำให้ร่างกายของเจ้าไม่สามารถเคลื่อนไหวได้"

 

เมอร์ลินส่งเสียงคำรามอยู่ภายใน เขามองไปที่เอริกและเอ่ย

 

“ตัวตนที่ยิ่งใหญ่เช่นท่าน ทำไมถึงกลับคำพูด”

 

แววตาของเมอร์ลินนั้นแสดงออกซึ่งความไม่พอใจอย่างชัดเจน

 

เมื่อได้ยินดังนั้นเอริกก็หัวเราะออกมาอย่างไม่แยแสและพูดว่า

 

“กลับคำพูด เมื่อไหร่กันที่ข้ากลับคำพูด”

 

จบคำกล่าวของเอริก เมอร์ลินก็มีสีหน้าเหมือนกินยาขม

 

“ท่านเองไม่ใช่หรือ ที่พูดว่าจะลดระดับพลังเพื่อประลองกับข้า แต่เป็นท่านที่ใช้พลังขั้นจอมเวทย์กดดันและทำลายการโจมตีของข้า”

 

เอริกอดที่จะระเบิดเสียงหัวเราะไม่ได้แล้วเอ่ยออกมา

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า มันไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิด การโจมตีของข้าเมื่อครู่มันยังคงอยู่ในขอบเขตของพลังขั้นผู้ใช้เวทย์ตามที่ข้าได้เอ่ยปากไว้ แต่เราไม่ได้ตกลงกันว่าห้ามไม่ให้ใช้ผ้าคลุมเวทย์” เอริกหยุดยิ้มและเอ่ยต่อ “ในรูปลักษณ์ผ้าคลุมเวทย์ของข้านั้น แน่นอนว่ามันยังคงอยู่ในรูปแบบของจอมเวทย์ แต่ในคุณสมบัติของผ้าคลุมเวทย์นั้นมันคือเครื่องมือในการเพิ่มพลังเวทย์ตามชั้นความสามารถของหอคอยมหาเวทย์ ดังนั้นแล้วการสวมใส่ผ้าคลุมเวทย์ของข้าเป็นการเพิ่มพลังเวทย์ที่อยู่ในขอบเขตที่เราตกลงกัน ไม่ใช่พลังของจอมเวทย์อย่างที่เจ้าเข้าใจ”

 

เอริกมองเมอร์ลินและเผยรอยยิ้มออกมา

 

“หึ ผู้ชนะนั้นเป็นกษัตริย์ ผู้แพ้นั้นเป็นโจร การกระทำของท่านนั้นเต็มไปด้วยความชอบธรรม อย่างไรการประลองครั้งนี้ท่านก็ได้ชนะแล้ว” เมอร์ลินกล่าวออกมาอย่างประชดประชัน สายตาและการแสดงออกของเขานั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจ  “ปลดความสามารถของท่านซะ ข้าเบื่อที่จะอยู่กับแรงโน้มถ่วงบ้าๆ นี่เต็มทีแล้ว”

 

เอริกอมยิ้มและเอ่ย “โอ้ ขอโทษเจ้าด้วย ข้านั้นแก่เกินไปเสียแล้วถึงลืมเรื่องนี้ไปเสียได้”

 

เมอร์ลินรู้ว่าคำสำนึกผิดของเอริกนั้นเต็มไปด้วยความเสแสร้ง ชายชราผู้นี้กำลังสนุกกับการกลั่นแกล้งเขา

 

เอริกนั้นหยุดอารมณ์ขันของเขาชั่วคราวและถอนดาบยักษ์ของเขาออกจากพื้นดิน ผ้าคลุมเวทย์ของเขานั้นถูกปลดออก หลังจากนั้นพลังความสามารถของดาบยักษ์แมนติคอร่าก็ถูกยกเลิก

 

แรงโน้มถ่วงอันหนักอึ้งที่กดดันเมอร์ลินก็ถูกทำให้คลายลง

 

เมอร์ลินสามารถขยับร่างกายได้อย่างปกติ

 

ในครั้งนี้เมอร์ลินได้รับรู้ถึงความต่างระหว่างความสามารถของเขากับระดับจอมเวทย์ เขาได้เห็นถึงช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างระดับขั้นพลังเวทย์ มันเป็นความห่างชั้นที่มากเกินไป  

 

แม้ว่าเมอร์ลินจะไม่ได้แสดงฝีมือออกมาอย่างเต็มที่ แต่การที่เอริกใช้เวทย์เพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้เขาไร้หนทางต่อสู้ได้ นั่นก็หมายความว่าฉายาวีรบุรุษแห่งอารากอนไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาเล่นๆ  

 

การประลองของเมอร์ลินกับเอริก เมอร์ลินไม่ได้พ่ายแพ้ด้วยฝีมือ แต่ที่เขาแพ้เพราะหนึ่งคือระดับชั้นของพลังเวทย์และสองคือการไม่รู้ในความสามารถที่แท้จริงของอาวุธวิญญาณ

 

นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เมอร์ลินได้รับรู้ว่าอาวุธวิญญาณแต่ละชิ้นนั้นมีความสามารถพิเศษแฝงอยู่ ความสามารถที่ทำให้ผู้ถือครองได้เปรียบคู่ต่อสู้  

 

อย่างเช่นเอริกที่ถือครองดาบยักษ์แมนติคอร่า ความสามารถในการใช้พลังควบคุมแรงโน้มถ่วงนั้นสร้างความยุ่งยากในการต่อสู้เป็นอย่างมาก เพราะความสามารถนี้เองที่ทำให้เรื่องเล่าที่ว่าเขาเพียงคนเดียวสามารถเอาชนะทหารทั้งกองทัพได้ หากเอริกใช้ความสามารถนี้การเอาชนะคนนับหมื่นนับพันจึงไม่ใช่เรื่องที่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย

 

หลังจากการต่อสู้เอริกก็กล่าวปลอบใจ ด้วยความถูกใจเขานั้นจึงได้ชักชวนให้เมอร์ลินมานั่งพูดคุยต่อ

 

มันไม่มีเหตุผลที่เมอร์ลินจะต้องปฏิเสธ เพราะอย่างไรก็ตามเขาก็ต้องรออาเธอร์กลับมาที่นี่อยู่ดี และนั่นก็ทำให้การพูดคุยของคนทั้งสองได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง

 

เมอร์ลินได้สอบถามเรื่องราวต่างๆ ของอาณาจักรแห่งนี้ แน่นอนว่าข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่ข้อมูลเชิงลึกที่จะต้องปิดบัง

 

บทสนทนาของทั้งสองถูกเอ่ยอย่างลื่นไหล

 

จากการพูดคุยเอริกได้มองเห็นมุมมองของเด็กน้อยมากขึ้น

 

แม้รูปลักษณ์ของเมอร์ลินจะเป็นเพียงเด็กน้อยวัยไม่เกิน 10 ปีผู้หนึ่ง แต่ด้วยฝีมือการต่อสู้และสติปัญญากลับเหนือยิ่งกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียด้วยซ้ำ

 

หลังจากนั้นไม่นานอาเธอร์ก็ได้มาถึง เขากลับมาพร้อมกับจดหมายฉบับหนึ่งซึ่งนำมามอบให้กับเอริก ภารกิจของเขานั้นเสร็จลุล่วงสมบูรณ์ เวลาต่อจากนี้จึงเป็นเวลาพูดคุยสำหรับเขาและเมอร์ลิน

 

อาเธอร์และเมอร์ลินพวกเขาทั้งสองได้ย้ายไปนั่งยังสวนหน้าบ้านของเอริกและเริ่มพูดคุย

 

ทั้งสองนั้นพูดคุยกันอย่างออกรส

 

อาเธอร์นั้นปฏิบัติกับเมอร์ลินราวกับว่าในอดีตเมอร์ลินนั้นไม่ใช่คนรับใช้ของเขา

 

จนในที่สุดเมอร์ลินก็เริ่มเข้าสู่คำถามที่เป็นจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้ของเขา

 

"อาเธอร์ เจ้าได้ข่าวเมย์แม่ของข้าบ้างหรือไม่ ก่อนหน้านี้เขาได้รู้ข่าวว่าเธอถูกขับไล่ออกมาจากปราสาทเซอร์เตสและมายังเมืองนี้ บอกตามตรงนี้คือเหตุผลที่ข้ากลับมาที่นี่" เมอร์ลินสับเปลี่ยนอารมณ์และพูดกับอาเธอร์อย่างจริงจัง

 

"จริงสิ! ข้านั้นลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไปซะได้ ความจริงนี่ก็เป็นเรื่องที่ข้าต้องการจะพูดคุยกับเจ้าก่อนหน้านี้” อาเธอร์ลูบต้นคอแล้วกล่าวออกมาอย่างสำนึกผิดและเอ่ยต่อ

 

“เมื่อสองปีก่อนเมย์ แม่ของเจ้านั้นถูกขับออกจากปราสาทตระกูลเซอร์เตส พูดตามตรงในครั้งที่เจ้าช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ข้านั้นซึ้งในความมีน้ำใจของเจ้ามาก เมื่อข้ารู้เรื่องเมย์ ข้าจึงส่งคนไปรับแม่ของเจ้ากลับมาและข้าได้เล่าเรื่องราวของเจ้าให้เธอฟัง เมื่อได้ฟังเรื่องของเจ้าเธอนั้นเสียใจเป็นอย่างมาก”

 

อาเธอร์ถอนหายใจออกมาและพูดต่อ “ว่าแต่เจ้าต้องการไปหาแม่ของเจ้าตอนนี้เลยหรือไม่"

 

เมอร์ลินนิ่งไปพักหนึ่งและพูดขึ้นมาว่า "ได้ ข้าต้องการไปตอนนี้"  

 

อาเธอร์ยิ้มแล้วเอื้อมมือไปจับที่ไหล่ของเมอร์ลิน

 

"งั้นข้าจะพาเจ้าไปเอง เธอพักอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มาก รอสักครู่ข้าต้องไปลาท่านอาจารย์เสียก่อน"

 

อาเธอร์ลุกขึ้นและเดินไปที่บ้านของเอริก เขานั้นใช้เวลาไม่นานนักกับการกล่าวลา เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็เดินออกมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

 

“ข้าลาท่านอาจารย์เรียบร้อยแล้ว เราไปกันเถอะ”

 

อาเธอร์และเมอร์ลินเดินออกจากบ้านของเอริกอย่างไม่รีบเร่ง มันเป็นความต้องการของเมอร์ลิน

 

เรื่องของเมย์นั้นดูไม่ใช่ปัญหาที่รีบร้อนสำหรับเมอร์ลิน เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าในตอนนี้เมย์ได้พักอาศัยอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ไม่แน่ว่าตั้งแต่เธออาศัยอยู่ในเมืองไพรีอัสแห่งนี้อาจจะมีความสุขมากกว่าอยู่ปราสาทของตระกูลเซอร์เตสเสียอีก

 

เมย์คือหญิงสาวที่อยู่ในวัยสามสิบต้นๆ เธอนั้นเป็นคนที่มีใบหน้าที่สวยงาม

 

เมอร์ลินนั้นเคยเจอเมย์เพียงครั้งเดียวนั่นคือครั้งแรกที่เขาได้มายังดินแดนแห่งนี้ แม้เขาจะมีช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันกับเมย์ไม่นาน แต่ความสัมพันธ์ของเขากับเมย์นั้นก็ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นหัวใจ

 

มันคือครั้งแรกที่เด็กกำพร้าเช่นเขาได้มีความสุขของการมีแม่

 

ระหว่างทางเมอร์ลินได้แต่ครุ่นคิดเรื่องของเมย์ เขานั้นได้ตอบรับคำถามของอาเธอร์บ้างเป็นบางคำ

 

จนไม่นานนักพวกเขาทั้งสองคนก็มาถึงจุดหมาย

 

เบื้องหน้าของเมอร์ลินคือบ้านไม้หลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเล็กน้อย โดยรอบบริเวณของบ้านหลังนี้มีพื้นที่เป็นไร่สวน รอบๆ บริเวณของบ้านหลังนี้มีรั้วเล็กๆ กั้นอยู่

 

"ข้าจะรอเจ้าอยู่ตรงนี้" อาเธอร์บอกกับเมอร์ลิน

 

เมอร์ลินตอบรับด้วยการพยักหน้าและเดินเข้าไปในบริเวณบ้านหลังนั้น

 

บ้านหลังนี้มีรั้วเตี้ยๆ ตั้งอยู่โดยรอบ รั้วเล็กๆ นี้ไม่สามารถขวางกั้นอะไรได้เลย มันมีไว้เพียงแสดงอาณาเขตเท่านั้น ซึ่งการกั้นรั้วแบบนี้เป็นที่นิยมมากของชาวบ้านแถวนี้ เพราะเมืองนี้มีดยุกโควผู้ทรงธรรมปกครอง เรื่องของโจรขโมยจึงหาได้น้อย ไม่มีใครกล้าที่จะก่อความวุ่นวายในเมืองนี้

 

 เมอร์ลินเดินลัดเลาะไปตามทางเดิน พื้นที่ของบ้านนั้นมีต้นไม้อยู่มาก เขานั้นเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งมีใบหน้าที่คุ้นเคย

 

ถูกต้องแล้วเธอคนนี้คือเมย์ มารดาของเด็กน้อยในร่างนี้

 

หญิงสาวหยิบผ้าออกจากตะกร้าและกำลังสะบัดมันเพื่อนำไปตากบนราว เธอตากเสื้อด้วยนั้นเขาไว้กับราวที่ทำด้วยกิ่งไม้ที่ปักลงดิน แสงแดดที่สาดส่องกระทบกับใบหน้าของเธอ ยิ่งทำให้เธอเป็นหญิงสาวที่น่ามอง 

 

ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน ความรู้สึกของเมอร์ลินในตอนนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้น หัวใจของเขากำลังเต้นรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

เมอร์ลินสามารถพูดได้ว่าเมย์นั้นไม่ใช่หญิงสาวที่เขาเสน่ห์หา แต่อาการตื่นเต้นทั้งหมดนั้นเกิดจากหัวใจของร่างที่เขาอาศัยอยู่นี้ ความรู้สึกและอาการทั้งหมดนี้เขาไม่สามารถควบคุมมันได้

 

แต่แล้วทันใดนั้นเองเมอร์ลินก็ตื่นจากภวังค์ เมื่อได้ยินเสียงของชายคนหนึ่งกำลังเรียกชื่อของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า

 

"เมย์"  

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 939 ครั้ง

135 ความคิดเห็น

  1. #24600 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 02:52

    Thank you

    #24600
    0
  2. #22331 srawutfluk (@srawutfluk) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 17:43
    มันต้อง16ปีเดะะะะ ก่อนตกไปให้หลุมก็12แล้ว ติดอยู่ในหลุมดำอีก4 แล้วรูปร่างมันก็น่าจะ13เพราะก่อลพต้นตอนอายุ12 อ่านแล้วคันใจตลอดเลยจริงชอบโกงอายุจังเรื่องนี้
    #22331
    5
    • #22331-4 GN88 (@GN88) (จากตอนที่ 42)
      11 กรกฎาคม 2561 / 00:59
      มันมีอยู่บท1ที่คนแต่งใส่อายุเหมือนเด็กไว้13ปี​(เอะรึ12)​ เหมือนไม่ได้แก้คนอ่านเลยงงพอมาอีกบทบอกเหมือนเด็ก10ปี//หมายถึงลักษณะ​เหมือนเด็กที่ไม่ใช่อายุจริงๆ​ มันเลยสับสนงงๆ
      #22331-4
    • #22331-5 mybas2 (@mybas) (จากตอนที่ 42)
      11 พฤศจิกายน 2561 / 20:55
      บทข้างบอกว่าเด็กอายุ12ในคาบเด็กอาย10ุปีนะครับ
      #22331-5
  3. #21340 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 15:48
    ขอบคุณครับ
    #21340
    0
  4. #21278 X Z e e n ♕ (@l3efore) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 02:14
    เกลียดเอริก ตาแก่ขี้โกงนิสัยเสีย ถึงจะเป็นตาของพระเอกก็เถอะ
    #21278
    0
  5. #21244 SAOW (@Sunako_333) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 20:30
    หูยยย ได้เจอแม่ละ
    #21244
    0
  6. #20676 IMY_OnlyLB (@IMY_OnlyLB) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 03:06
    เพิ่งได้เข้ามาอ่าน สนุกมากเลยค่ะ เนื้อเรื่องลื่นไหล ภาษาก็สวย ตัวเอกดูทำอะไรสมเหตุสมผลคิดหน้าหลัง อ่านละถึงกับวางไม่ลง ตอนนี้ก็ขอลุ้นให้ดาบเอ็กคาริเบอร์ไม่ใช่1ในอาวุธของโซโลม่อน ไม่อยากให้2คนต้องแตกหักกันเลย อยากให้พระเอกมีเพื่อนดีๆไว้สักคน
    #20676
    0
  7. #20675 35419 (@35419) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 22:57
    อยากอ่านต่ออออออออ
    #20675
    0
  8. #20674 pinya1 (@pinya1) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 20:56
    #20674
    0
  9. #20673 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 13:29
    ท่าทางจะมีหนุ่มมาตามจีบแล้วแฮะ
    #20673
    1
    • #20673-1 Pakinnod (@Pakinnod) (จากตอนที่ 42)
      28 พฤศจิกายน 2560 / 16:41
      เธอแต่งงานใหม่แล้วคระบ
      #20673-1
  10. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 12:36
    รักแม่แบบคนรัก?
    #20672
    1
    • #20672-1 พรธิชา กลิ่นเกษร (@ploy835) (จากตอนที่ 42)
      28 พฤศจิกายน 2560 / 13:48
      มันเป็นอาการของลูกที่เจอแม่ค่ะ ไม่ใช่แบบคนรัก โอ้ยรับไม่ได้5555
      #20672-1
  11. #20660 DarK_LighT (@javaman191) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 13:50
    อยากอ่าน ไวๆจัง
    #20660
    0
  12. #14788 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 04:29
    เอาไงงงง
    #14788
    0
  13. #8806 Urtrash (@Urtrash) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 07:49
    เเม่สวย ลูกก็หล่อสินะ?
    #8806
    0
  14. #7920 slzyzero (@sliiz) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 03:42
    ติดตามครับ
    #7920
    0
  15. #6323 ปอมเป (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 07:37
    ขอบคุณมากจ้า
    #6323
    0
  16. #6291 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 04:46
    ขอบคุณคับ
    #6291
    0
  17. #3640 eacho2 (@Eacho) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 09:46
    สมน้ำหน้าแพ้ซะบ้างอ้ายแก่เมอลินทำตัวยังกะเดก
    #3640
    0
  18. #3608 klun17 (@klun17) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 02:34
     ขอบคุณครับ
    #3608
    0
  19. #3571 deknoomza (@deknoomza) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 22:51
    อ่อผัวใหม่เรียกเหอๆ
    #3571
    0
  20. #3570 deknoomza (@deknoomza) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 22:51
    เรียกแม่เหมือนเรียกเมียเลย น่าจะเรียกแม่มากกว่านะ
    #3570
    0
  21. #3538 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 21:29
    ขอบคุณ
    #3538
    0
  22. #3463 My.sister (@is-ploy) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 17:09
    คงไม่ใช่ว่าเมอร์ลินจะหันหลังกลับไปเลยนะ รอๆๆๆ
    #3463
    0
  23. #3456 เจ้าลูกหมู (@katay123) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 15:19
    สนุกมากมายจริงๆ เรื่องนี้ ขอบคุณค่ะ
    #3456
    0
  24. #3448 Rain9031 (@Rain9031) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 13:57
    สนุกมากๆเลยค่ะ ชอบๆๆตามหานิยายแบบนี้มานานละจร้า ขอบคุณมากๆเลยจร้า
    #3448
    0
  25. #3447 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 13:40
    ขอบคุณครับ
    #3447
    0