เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,918,617 Views

  • 27,155 Comments

  • 28,074 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    64,886

    Overall
    3,918,617

ตอนที่ 49 : การควบคุมพลังเวทย์ (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33764
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1062 ครั้ง
    4 ธ.ค. 60

ทันทีที่เลือดของเมอร์ลินถูกดูดเข้าไปในผลึกโปร่งใส หยดเลือดนั้นก็พลันเกิดการเปลี่ยนแปลง หยดเลือดสีแดงนั้นได้กลายเป็นสีเขียว

 

หยดเลือดถูกเปลี่ยนสีและกลายเป็นแสง จากหนึ่งหยดกลับแตกกระจายตัวฟุ้งไปทั่วทั้งผลึก

 

แสงสีเขียวนั้นเคลื่อนไหวราวกับสายน้ำ มันถูกพัดพาและเคลื่อนไหวไปมาอย่างน่าอัศจรรย์  

 

ไม่นานการเคลื่อนไหวของมันก็เปลี่ยนไปอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้มันถูกพัดให้หมุนวนราวกับพายุ

 

ภาพในผลึกโปร่งใสนั้นสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

 

พายุสีเขียวกำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ลำแสงสีเขียวฉายออกมาเปล่งแสงประกายเจิดจ้าไปทั่วบริเวณ

 

ธาตุลมอันเข้มข้น เขาคือผู้มีขีดจำกัดสายเลือด เมลดี้ตะโกนร้องออกมาอย่างตกใจ ใบหน้าของเธอนั้นกลายเป็นว่างเปล่า

 

หยดเลือดที่กลายเป็นคลื่นลมพายุสีเขียวนั้นยังคงหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง

 

ทันใดนั้นเองก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ภายในผลึกโปร่งแสงนั้นก็บังเกิดจุดสีดำเล็กๆ ขึ้นมาอย่างมากมาย และไม่นานนักพายุแสงสีเขียวนั้นก็ถูกย้อมสลับไปกับเส้นแสงสีดำ กลายเป็นพายุสีเขียวดำที่น่าสะพรึง

 

นี่มัน ... นี่มันธาตุมืด ผู้ครอบครองทวิธาตุ

 

เมลดี้มองเมอร์ลินสลับไปมากับผลึกโปร่งแสง ใบหน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยความไม่น่าเชื่อ 

 

มันต้องเป็นความฝัน เธอต้องกำลังฝันอยู่แน่ๆ 

 

คนคนหนึ่งจะสามารถเป็นผู้มีขีดจำกัดสายเลือดและทวิธาตุพร้อมๆ กันได้อย่างไร

 

มันไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น

 

ทวยเทพช่างโหดร้ายพวกเขามอบพรสวรรค์อันน่ากลัวถึงสองอย่างให้กับคนคนหนึ่งพร้อมๆ กันได้อย่างไร 

 

อัจฉริยะทั้งหลายต้องหมองหม่นเมื่อได้พบกับพรสวรรค์ของเด็กคนนี้ แม้ว่าเธอเป็นอาจารย์ แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉา ในเสี้ยวขณะหนึ่งเธอได้เสียความภาคภูมิใจของตัวเองไปอย่างสิ้นเชิง

 

เมอร์ลิน เด็กคนนี้ช่างเต็มไปด้วยโชค เขาเป็นลูกรักแห่งทวยเทพ พรสวรรค์ของเขานั้นเป็นที่น่าหวาดกลัว

 

สำหรับอัจริยะรุ่นใหม่ทั้งหลาย เขาคืออัจฉริยะที่เหนือกว่าอัจฉริยะ

 

หากเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไปทั้งอาณาจักรจะต้องเกิดความโกลาหล

 

อาณาจักรข้างเคียงย่อมไม่สามารถอยู่เฉยได้

 

เมลดี้ทราบมาว่าตระกูลเซอร์เตสของเมอร์ลินนั้นเป็นตระกูลที่ไม่เคยมีขีดจำกัดทางสายเลือดมาก่อนและตระกูลเซอร์เตสนั้นถือเป็นตระกูลระดับกลาง

 

เอิร์ตเซอร์เตสปู่ของเมอร์ลินนั้นเป็นผู้ใช้เวทมนต์ที่ไม่มีขีดจำกัดทางสายเลือด ฝีมือของเขานั้นอยู่เพียงแค่ขั้นนักรบเวทย์เท่านั้น พวกเขานั้นไม่มีแม้แต่จอมเวทย์ซักคนเดียว แทบจะเรียกได้ว่าเป็นตระกูลที่ไม่มีความโดดเด่นใดๆ เลย

 

แต่เซอร์เตส เมอร์ลิน เด็กคนนี้นั้นกลับเป็นผู้มีขีดจำกัดทางสายเลือดมิหนำซ้ำยังครอบครองทวิธาตุ หากเขาไม่ได้รับมันมาจากสายเลือดเซอร์เตส เขาคงรับมันมาจากฝั่งมารดาของเขา

 

สายเลือดทางฝั่งมารดาของเมอร์ลินนั้นเป็นตัวตนใดกัน พลังทางสายเลือดไม่ว่าจะเป็นพลังในรูปแบบใด ตราบใดที่เป็นพลังทางสายเลือดมันย่อมต้องแข็งแกร่งอย่างแน่นอน

 

"เมอร์ลิน การเป็นผู้ที่ครอบครองขีดจำกัดทางสายเลือดและทวิธาตุ ในอนาคตพวกมันจะนำความวุ่นวายมาสู่เจ้า ดังนั้นแล้วเรื่องเหล่านี้เจ้าต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนเกี่ยวกับการแพร่งพรายเรื่องราวเหล่านี้

 

เมลดี้เดินเข้าไปตบที่บ่าของเด็กน้อย เธอนั้นกล่าวอย่างจริงจังและจริงใจต่อศิษย์หลักของเธอ

 

ข้าทราบแล้วเมอร์ลินเอ่ยตอบรับพร้อมทั้งขบคิดเรื่องที่เมลดี้พูด

 

แน่นอนอยู่แล้วว่าเมอร์ลินไม่มีทางที่จะพูดออกไป เรื่องราวเหล่านี้ไม่ใช่ความลับเดียวที่เขาเก็บไว้

 

จากคำแนะนำนี้ นั่นจึงทำให้เมอร์ลินได้รู้ถึงความจริงใจของอาจารย์สาวของเขา

 

"เมอร์ลินแม้ว่าเจ้าจะมีพรสวรรค์อันน่าตื่นตะลึงและมีการบ่มเพาะอันน่าตกใจ แต่ก่อนที่เจ้าจะเข้าเรียนในชั้นปีที่ 3 ได้ เจ้าจึงจำเป็นต้องเรียนรู้พื้นฐานของเวทมนต์เสียก่อน

 

"ข้าทราบแล้วท่านอาจารย์" เมอร์ลินตอบกลับด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย แต่แววตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

 

แม้ว่าเมลดี้จะไม่ชอบใจการแสดงออกอันเย็นชาของเมอร์ลินสักเท่าไหร่ แต่ในตอนนี้เธอก็รู้สึกว่าเริ่มที่จะชินชากับมัน

 

เมลดี้หลับตาลงและเริ่มบรรยายพื้นฐานเวทมนต์ให้เมอร์ลินฟัง

 

"เวทมนต์นั้นคือธรรมชาติ พวกมันเป็นธรรมชาติที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนมีพลังเวทย์อยู่ในตัว ไม่เว้นแม้แต่ร่างกายของมนุษย์หรือสัตว์อสูร พลังเวทย์ส่วนใหญ่ของสิ่งมีชีวิตจะถูกกักเก็บไว้ที่หัวใจ พื้นที่กักเก็บและพลังของมันขึ้นอยู่กับระดับขั้นของพลังเวทย์ ซึ่งเหล่าผู้ใช้เรียกขอบเขตพลังเวทย์ที่อยู่ภายในหัวใจว่า จักรวาลหัวใจ"

 

"ทั้งนี้เมื่อผู้ใช้เวทมนต์ทำการกักเก็บพลังเวทย์จนถึงขีดสูงสุด คนคนนั้นจะต้องทำการทะลวงระดับขั้นซึ่งเป็นคอขวดให้ได้ เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่ในการกักเก็บพลังเวทย์ไม่เช่นนั้นแล้วคนผู้นั้นจะไม่สามารถบ่มเพาะพลังเวทย์เพิ่มเติมก้าวหน้าไปอีกได้

 

ในแต่ละระดับขั้นนั้นการทะลวงจากขั้นผู้ฝึกหัดไปขึ้นผู้ใช้เวทย์เป็นการทะลวงระดับที่ง่ายที่สุด เพราะเงื่อนไขของมันคือการสัมผัสและรับรู้ถึงพลังเวทย์ได้ กล่าวคือการทะลวงระดับขั้นคือการสร้างความเข้าใจในพลังเวทย์นั่นเอง ยิ่งเจ้ามีความเข้าใจในศาสตร์แห่งเวทมนต์มากเท่าไหร่ เจ้าก็จะยิ่งสามารถทะลวงระดับได้รวดเร็วมากเท่านั้น ผู้ที่อยู่ในระดับสูงจึงเป็นผู้ที่รอบรู้ไปด้วยศาสตร์ของพลังเวทย์"

 

เมลดี้หยุดพูดและลืมตามองเมอร์ลินอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเธอเห็นว่าศิษย์หลักของเธอนั้นมีความตั้งใจในการฟังเป็นอย่างดี เธอจึงพูดต่อ

 

"เจ้าซึ่งอยู่ในขั้นผู้ใช้เวทย์ เจ้าสามารถเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของข้าใช่หรือไม่

 

เมื่อได้ยินคำพูดของเมลดี้ เมอร์ลินก็เบนสายตาไปจับจ้องที่มือของเธอ

 

ทันใดนั้นเองเมอร์ลินก็สังเกตก็เห็นไอเวทย์สีขาวซึ่งเป็นไอเวทย์ของระดับนักรบเวทย์ พวกมันรวมกันเป็นกลุ่มก้อนที่หนาแน่ลอยอยู่เหนือมือของเมลดี้ กลุ่มก้อนพลังนั้นมีขนาดเท่าลูกบอลเห็นจะได้

 

ท่าทีที่ดูจริงจังของเมอร์ลินนั้นทำให้เมลดี้ต้องพูดต่อ

 

"สิ่งที่อยู่มือข้านั้นเรียกว่าบอลเวทย์ มันคือการใช้เวทมนต์ขั้นพื้นฐาน บอลเวทย์ลูกนี้คือบอลเวทย์ที่ไร้ธาตุ มันถูกสร้างมาจากพลังเวทย์ของข้าโดยตรง

 

เมลดี้ควบคุมบอลเวทย์ของเธอให้ขยับไปมาได้ดั่งใจ บอลเวทย์ลูกนั้นลอยอยู่รอบๆ ตัวเธอราวกับมีชีวิต

 

และดูนี่" ท่าทางของเมลดี้เปลี่ยนเป็นจริงจังอีกครั้งหนึ่ง

 

เธอร่ายเวทย์บทหนึ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเองบอลเวทย์ลูกนั้นก็เปลี่ยนลักษณะและรูปร่างของมัน จากบอลเวทย์ธรรมดาบัดนี้ได้กลายเป็นกลุ่มก้อนมวลน้ำที่ทรงพลัง

 

มวลน้ำก้อนนั้นมีขนาดที่ขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย มันได้กลายมาเป็นบอลเวทย์น้ำที่ดุดันและทรงพลัง

 

"นี่คือการนำพลังของธาตุใส่เข้าไป ด้วยบทเวทย์ที่ถูกร่ายออกไป มันสามารถเปลี่ยนบอลเวทย์ธรรมดาให้เป็นบอลเวทย์น้ำได้ พลังเวทย์ที่เสริมธาตุเข้าไปนั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังที่ทรงอำนาจมากขึ้น ธาตุประจำตัวของข้าคือธาตุมืด แต่เมื่อข้าได้เสริมธาตุน้ำลงไป พลังของบอลเวทย์ลูกนี้จึงถูกเพิ่มเป็นจำนวนที่เล็กน้อยเท่านั้น

 

ว่าแล้วเมลดี้ก็บังคับบอลเวทย์น้ำที่อยู่ในมือให้พุ่งออกไป

 

เฟี้ยว!

 

บอลเวทย์ที่ถูกซัดออกไปนั้นไม่ได้พุ่งออกไปทิศทางที่ตรงดิ่ง มันไม่เหมือนการโยนก้อนหิน บอลเวทย์น้ำลูกนั้นถูกทำให้เบี่ยงซ้ายขวาไปมาอย่างรวดเร็วราวกับมันมีชีวิต

 

เมื่อเมอร์ลินมองไปยังมือของเมลดี้ ก็ปรากฎบอลเวทย์น้ำลูกนั้นถูกเมลดี้ควบคุมอยู่ เพราะเธอกำลังสะบัดมือไปมาและบอลเวทย์น้ำก็พุ่งไปตามที่ทิศทางที่เธอควบคุม

 

เมลดี้หันไปส่งยิ้มให้กับเมอร์ลินแล้วพูดต่อ

 

"นี่คือการควบคุมเวทย์ มันคือเทคนิคการใช้เวทย์ชั้นสูงและมันก็เป็นเงื่อนไขในการทะลวงระดับจากผู้ใช้เวทย์ไปเป็นนักเวทย์ด้วย เหตุที่เจ้ายังติดอยู่ในการบ่มเพาะนี้ นั่นเพราะเจ้ายังไม่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการควบคุมเวทย์"

 

"การควบคุมเวทย์นั้นเจ้าจะต้องเพ่งสมาธิไปที่ควบคุมพลังเวทย์และพลังธาตุไปพร้อมๆ กัน พลังเวทย์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเจ้า ส่วนพลังธาตุนั้นเจ้าจะต้องอัญเชิญมันด้วยการร่ายเวทย์

 

เมลดี้หยุดแล้วแตะไปที่แหวนที่สวมอยู่บนนิ้วของเธอ ไม่นานนักหนังสือเล่มหนึ่งก็พุ่งออกมาจากตัวแหวน

 

นี่คือหนังสือการร่ายเวทย์เบื้องต้น จงอ่านและฝึกมันให้ดี

 

หนังสือการร่ายเวทย์เบื้องต้นถูกยื่นแก่เมอร์ลิน

 

ขอบคุณท่านอาจารย์

 

เมลดี้พยักหน้าแล้วพูดต่อ

 

ในระหว่างที่เจ้าทำการร่ายเวทย์นั้นเจ้าจะต้องควบคุมพลังเวทย์ของเจ้าให้มีความเสถียร เสมือนกับการปั้นดินและการเคลือบเครื่องปั้น ดังนั้นแล้วการใช้บทเวทย์ที่มีพลังธาตุจึงต้องแบ่งสมาธิออกเป็นสองส่วน ..."

 

บทเรียนจำนวนมากถูกพ่นออกมาจากปากของเมลดี้

 

ตั้งแต่ต้นจนจบเด็กน้อยวัย 10 ขวบนั้นตั้งใจฟังอย่างดี

 

แม้ว่าเมอร์ลินจะไม่มีข้อซักถาม แต่เมลดี้ก็มองเห็นว่าใบหน้าของเด็กน้อยนั้นเข้าใจในสิ่งที่เธอพูด การที่เธอได้สั่งสอนเด็กเช่นนี้นับว่าเป็นโชคดีของเธอเป็นอย่างมาก

 

เมอร์ลินนั้นต่างจากเด็กที่อยู่ในวัยเดียวกัน เขานั้นมากไปด้วยพรสวรรค์ อีกทั้งยังมีบุคลิกที่เกินกว่าเด็กทั่วไป

 

ในบางครั้งเมลดี้ยังเผลอคิดกับตัวเองว่าวุฒิภาวะของเธอยังต่ำกว่าลูกศิษย์ของเธอเสียด้วยซ้ำ ความจริงในข้อนี้ทำให้เธอไม่สามารถรับมันได้

 

เมลดี้สังเกตลูกศิษย์ของเธอเป็นระยะๆ และเธอก็ได้บรรยายความรู้ออกมาอย่างฉะฉาน

 

" ... โดยที่บทเวทย์ต่างๆ นั้น ทั้งวิธีการใช้และการร่ายเวทย์จะต่างกันออกไป ที่ข้าสอนไปนั้นคือแค่บทอัญเชิญพลังธาตุเพียงเท่านั้น แต่นั่นก็ ...."

 

เมลดี้หยุดคำพูดของเธอ เมื่อเธอหันไปเห็นสิ่งที่เมอร์ลินกำลังทำ สิ่งนั้นทำให้เธอถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ ใบหน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง

 

เจ้า ...”

 

เมลดี้ถึงกับไร้คำพูดเมื่อเห็นศิษย์หลักของเธอกำลังรวบรวมพลังเวทย์มาอยู่ในมือ บอลเวทย์ขนาดครึ่งฟุต มันเป็นบอลเวทย์เล็กเมื่อเทียบกับบอลเวทย์ของเธอ เหตุผลเป็นเพราะเมอร์ลินนั้นยังอยู่ในระดับผู้ใช้เวทย์ซึ่งต่างจากเธอที่เป็นนักรบเวทย์

 

แต่สิ่งที่ทำให้เธอนั้นตกตะลึงก็คือ เมอร์ลินนั้นกำลังกล่าวคำร่ายเวทย์ เขากำลังร่ายเวทย์อัญเชิญพลังธาตุ

 

แม้ว่าเธอนั้นจะเห็นเมอร์ลินกำลังอ่านหนังสือที่เธอให้ไปด้วยและฟังเธอไปด้วย

 

แต่เมลดี้ก็เห็นว่าเด็กน้อยนั้นแค่เปิดและพลิกดูแต่ละหน้าเพียงชั่วครู่เท่านั้น เสร็จเรียบร้อยเขาก็ปิดหนังสือลงและฟังการบรรยายของเธออย่างตั้งใจ

 

เมลดี้มั่นใจได้ว่าเธอนั้นเห็นว่าเด็กน้อยไม่ได้สนใจหนังสือเล่มนั้นอีกเลย หลังจากที่พลิกดูมันเพียงแค่รอบเดียว

 

แต่ในตอนนี้เด็กน้อยนั้นกลับสามารถร่ายเวทย์ออกมาได้อย่างแม่นยำ

 

นี่จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เธอนั้นตกตะลึงเป็นอย่างมาก

 

"ข้าแด่ธาตุลมผู้ยิ่งใหญ่ จงประทานพลังให้แก่ข้า เมอร์ลิน ..."

 

ทันใดนั้นเองบอลเวทย์ที่อยู่ในมือของเมอร์ลินก็เริ่มเปลี่ยนสภาพ มันกลายเป็นบอลเวทย์ลม ที่มีพลังลมหมุนอัดกันอยู่อย่างหนาแน่ภายในบอลเวทย์ลูกนั้น

 

บอลเวทย์ลมของเมอร์ลินนั้นกำลังค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น และใหญ่ขึ้น

 

แม้ว่าธาตุลมนั้นจะเป็นธาตุประจำตัวของเมอร์ลิน แต่มันก็ไม่ควรจะขยายใหญ่ขึ้นได้ขนาดนี้

 

มันเป็นการกระทำเพียงครั้งแรก เขาไม่สมควรทำมันได้ขนาดนี้

 

เด็กคนนี้กำลังควบคุมบอลเวทย์ให้ขยายใหญ่ขึ้น เด็กคนนี้สามารถทำได้เพียงแค่การฟังสิ่งที่เธอพูดเพียงครั้งเดียว และยังสามารถร่ายเวทย์ออกมาได้อย่างถูกต้องด้วยการอ่านเพียงครั้งเดียวเช่นกัน

 

เมลดี้มองบอลเวทย์ลมลูกนั้นด้วยสายตาที่ไม่เชื่อ

 

บอลเวทย์ลมขยายใหญ่ขึ้นเป็นสามเท่าจากก่อนหน้านี้ ลมที่หมุนภายในบอลเวทย์นั้นทรงพลังมากยิ่งขึ้น ด้วยอำนาจของมันทำให้รอบๆ ตัวของเมอร์ลินถูกอำนาจของลมพัดหอบกระจายสิ่งที่อยู่รอบข้างออกไป

 

เมอร์ลินทำการชูบอลเวทย์ลมขึ้นเหนือศีรษะ

 

เฟี้ยว! เฟี้ยว! เฟี้ยว! 

 

เสียงกรีดร้องของลมนั้นทำให้หัวใจของคนได้ยินระส่ำระสาย ภายใต้อำนาจของบอลเวทย์ลูกนี้สามารถกดขี่ผู้คนให้เกรงกลัวได้ และดูเหมือนว่าการแสดงของเด็กน้อยจะยังไม่จบเพียงเท่านี้ เขานั้นยังคงทดลองพิสูจน์ทฤษฏีที่เมลดี้บรรยายให้ฟังอย่างต่อเนื่อง

 

คำร่ายเวทย์ถูกเอ่ยออกมาจากปากของเด็กน้อยอีกครั้ง

 

"ข้าแด่ธาตุมืดผู้ยิ่งใหญ่ จงประทานพลังให้แก่ข้า เมอร์ลิน ..."

 

เมลดี้มองการกระทำนั้นจนแทบตาจะถล่นออกมา นี่เป็นคำร่ายเวทย์อัญเชิญธาตุมืด ธาตุที่เป็นธาตุประจำตัวของเมอร์ลินอีกธาตุหนึ่ง 

 

การกระทำของศิษย์หลักของเธอนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ

 

ครืน ... ครืน ... ครืน

 

เปรี้ยง!

 

ทันใดนั้นเองบอลเวทย์ที่ดั่งพายุหมุนของเมอร์ลินก็บังเกิดสายฟ้าสีดำอันเกรี้ยวกราด มันฟาดและหมุนวนอยู่ในพายุอย่างรุนแรง 

 

เมอร์ลินได้ทำให้บอลเวทย์ธรรมดามันกลายเป็นบอลเวทย์ที่มีพลังการโจมตีที่พลังรุนแรงไปเสียแล้ว มันเกินขีดจำกัดของเวทย์เบื้องต้น มันเกินสำนึกของการโจมตีบอลเวทย์ มันคือพลังของผู้ถือครอบครองทวิธาตุ

 

ครืน ครืน ครืน!

 

ซูม!

 

แต่ในทันใดนั้นเอง เรื่องราวอันน่าตกใจยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

เมลดี้นั้นตกตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่ากับการกระทำของศิษย์หลักของเธอ

 

ด้วยประโยชน์จากผลึกโปร่งใส เมอร์ลินนั้นที่ได้สัมผัสความรู้สึกถึงวงเวทย์ภายในร่างกายของตนเองแล้ว เขานั้นรู้สึกได้ว่าวงเวทย์สีแดงทั้ง 5 กำลังเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง

 

วงเวทย์สีแดงเหล่านั้นส่องแสงออกมาอย่างเจิดจ้า มันเริ่มที่จะขยายขึ้นและหมุนวนเร็วขึ้นภายในร่างของเขา

 

แสงสีแดงนั้นสาดส่องภายในพื้นที่ในหัวใจของเขาไปทุกที่

 

ความรู้สึกนี้เป็นความรู้สึกที่ครั้งหนึ่งเขาเคยรู้สึกมาก่อน เขาจำได้ว่ามันเคยเกิดขึ้นในตอนนั้น

 

ตอนที่เขาได้เลื่อนขึ้นจากผู้ฝึกหัดไปเป็นผู้ใช้เวทย์

 

ทันใดนั้นเองวงเวทย์สีแดงทั้ง 5 ก็พุ่งเข้าชนกันอย่างรุนแรง

 

ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!

 

แสงสีแดงนั้นส่องสว่างอย่างเจิดจ้า แสงที่สว่างจ้าของมันนั้นแทบจะมองไม่ออกว่ามันคือสีอะไร และไม่นานนักความจ้านั้นก็ค่อยๆ ลดน้อยลง

 

มันค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ จนในที่สุดหัวใจของเมอร์ลินก็ไม่มีแสงสว่างสีแดงอีกต่อไป

 

แสงสีแดงนั้นถูกสีเทามาแทนที่ โลกภายในหัวใจของเมอร์ลินถูกย้อมไปด้วยแสงสว่างของสีเทา

 

เมื่อเมอร์ลินทำการเพ่งไปที่จุดกำเนิดของมัน เขาก็พบว่าวงเวทย์สีแดงทั้ง 5 นั้นหายไปหมดแล้ว มันหลงเหลือไว้เพียงแค่วงเวทย์สีเทาที่มีขนาดที่ใหญ่กว่าเดิม 1 วง

 

เมื่อเมอร์ลินลืมตาขึ้นมา เขาก็พบกับเมลดี้ที่มีใบหน้ายิ้มแย้ม

 

“ยินดีด้วย เจ้าได้เลื่อนขั้นเข้าสู่ขอบเขตของนักเวทย์แล้ว” เมลดี้กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยินดี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.062K ครั้ง

377 ความคิดเห็น

  1. #27140 contractor (@contractor) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:34
    กระสุน​วงจักร
    #27140
    0
  2. #26039 djtoob (@djtoob) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 06:26
    บอลเกงกิ!!!!!!
    #26039
    0
  3. #25745 Peerada1648 (@Peerada1648) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 18:56
    Fc เมลดี้ได้มั้ย
    #25745
    0
  4. #24622 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 13:56

    Thank you

    #24622
    0
  5. #24577 plai-R2 (@plai-R2) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 20:21
    เทพกว่านี้มีอีกมั้ย ถ้าความสามารถนี้รวมกับหน้าตาเอเธอร์นี่ครองโลกไปเลยยยย ตั้งชื่อใหม่ว่า'เอลิน' อุอิอุอิ
    #24577
    0
  6. #23761 Soranomika (@Soranomika) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 21:59

    กระสุนวงจักรลมมืด คงไม่ลืมนะว่าถือไว้บนหัว

    #23761
    0
  7. #23599 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 00:10
    เกินคำบรรยาย ตะลึงพรึงเพริศ
    #23599
    0
  8. #23234 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 12:59
    ควอริตี้อัดแน่นเหลือเกินพ่อหนุ่ม 5555
    #23234
    0
  9. #22962 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 21:53
    เมอลินนี่จะเก่งสัก 4 ธาตุไปเลย 555
    #22962
    0
  10. #22811 PinyaTecha (@PinyaTecha) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 19:24
    <p>หนาแน่น </p><p>ระส่ำระส่าย</p>
    #22811
    0
  11. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:09
    เรายังคงไม่ลือความจริงที่ว่า พระเอกในอดีตมีอายุ 600 กว่าปีแล้ว
    #21697
    2
    • #21697-1 Mania_Purity (@Mania_Purity) (จากตอนที่ 49)
      17 มีนาคม 2561 / 23:04
      เอาน่าๆเเกล้งลืมไปเถอะ เรียกว่าชายชราที่อยู่ในร่างเด็กน้อยก็เเล้วกัน
      #21697-1
    • #21697-2 ghost_fay (@faykug) (จากตอนที่ 49)
      18 มีนาคม 2561 / 17:23
      แม้จะรู้แต่พอเจอเม้นนี้ย้ำมันก็ 5555
      #21697-2
  12. #21349 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 20:57
    นึกว่าจะมีมากกว่า 2 ธาตุซะอีก 555
    #21349
    0
  13. #20840 ployploypim (@ploypim2543) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 13:05
    ชอบคนเก่ง555455
    #20840
    0
  14. #20781 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 19:14
    ตะลึงแล้วตะลึงอีก ฮี่ฮี่
    #20781
    0
  15. #20779 宁煌 หนิงหวง (@reisell) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 18:42
    เทพกว่าคนสอนเอ็งแล้วเฟ้ยเมอร์ลินรู้ว่าเทพแต่เทพให้พอดีๆหน่อยดิเห้ย!!!ล้ำหน้าชาวบ้านชาวเมืองเกิน
    #20779
    0
  16. #20778 #DESTINY# (@MarkTC) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 17:27
    สนุกมากๆๆเลยครับ
    #20778
    0
  17. #20777 Lovely_Otaku (@Lovely_Otaku) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 13:28
    ฟู่ววววววว
    #20777
    0
  18. วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 12:10
    ในที่สุดก็เลื่อนขั้นสักที
    #20776
    0
  19. #20775 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 11:34
    สนุกกกกกกก เอาอีกกกก
    #20775
    0
  20. #20774 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 11:19
    สนุกมากกกกกๆๆๆๆ
    #20774
    0
  21. #20153 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 07:05
    เมอร์ลินอายุห่างกับอาเธอร์แค่สองปีไม่ใช่หรอคะ ทำไมอาเธอร์ 17. แต่เมอร์ลิน 12 เอง
    #20153
    4
    • #20153-2 Mrep (จากตอนที่ 49)
      4 ธันวาคม 2560 / 11:24
      ถ้าบอกอายุจริงไปน่าจะไม่มีใครเชื่อนะ5555
      #20153-2
    • #20153-3 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 49)
      4 ธันวาคม 2560 / 11:34
      อาเธอร์ 14
      #20153-3
  22. #17380 Potatoray (@Potatoray) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 04:26
    ทั้งสวย ทั้งฉลาด (มั้ง) บ้ายอ แถมหลอกง่ายอีกด้วย
    #17380
    0
  23. #14941 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 01:15
    หืออออออออ 555 ฮาอาจารย์อ่ะ
    #14941
    0
  24. #14794 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 04:58
    ยังไงงง
    #14794
    0
  25. #13503 auannie (@songchien) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 10:37
    บ้ายอขนาดเจอหลอกรัวๆ 555
    #13503
    0
  26. #8365 กระจกเงา (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 18:38
    ไม่ใช่ว่าเมอร์ลินอายุ 13 แต่ร่าง 12 หรอกหรอ

    อ้างอิงจากตอนที่เมอร์ลินเอาหอกลองกินุสได้แล้วไปหามาติน



    หรือว่าเราจำผิดยังไง
    #8365
    1
    • #8365-1 oRolA (@kanumbang) (จากตอนที่ 49)
      12 มิถุนายน 2561 / 17:52
      ไม่ผิดหรอก ไรท์เคยอธิบายไว้แบบนั้น แต่ปัจจุบันมันมึนๆ ไม่รู้อายุเท่าไหร่
      #8365-1
  27. #7578 ราตรีไร้เงา (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 23:23
    ไม่ใช่ว่าดวงตาโซโลมอนมอบความรู้ทุกอย่างในโลกให้กับพระเอกหรอครับ แล้วแค่เรื่องธาตุ จะเป็นความรู้ใหม่ได้ไงอะครับ งง
    #7578
    4
    • #7578-3 ราตรีไร้เงา (จากตอนที่ 49)
      28 กรกฎาคม 2559 / 00:57
      ถ้ายังงั้นพระเอกก็ควรจะเปิดดิกดูก่อนนะครับ เพราะมันเป็นเรื่องสามัญและสำคัญมาก อาจจะได้ความรู้มากกว่าที่อาจารย์อธิบายอีก และมันคือสาราณุกรมครอบจักรวาลอีกด้วย ต้องมีอะไรพิเศษเพิ่มเติมบ้างแหละ ก็เลยงงว่าทำไมถึงไม่ตรวจสอบไว้ก่อน
      #7578-3
    • #7578-4 Pakinnod (@Pakinnod) (จากตอนที่ 49)
      4 ธันวาคม 2560 / 16:49
      เหมื่อนใช้กูเกิ้ลอะครับไม่รู้ว่าจะเสริจอะไรก็ดูไม่ได้
      #7578-4