เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,920,797 Views

  • 27,171 Comments

  • 28,078 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    67,066

    Overall
    3,920,797

ตอนที่ 53 : การตื่นของอาวุธวิญญาณ (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43882
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1011 ครั้ง
    8 ธ.ค. 60

3 เดือนผ่านไป

 

เมอร์ลินนั้นใช้ชีวิตเป็นนักเรียนที่ดี แม้การเริ่มต้นที่ชั้นปีที่ 3 จะเป็นอุปสรรคของเขาอยู่บ้าง แต่มันก็เป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยที่เขาแทบจะไม่แยแสกับมัน

 

ในตอนเริ่มแรกทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่เขา แต่ความเย็นชาและสงบนิ่งของเขาทำให้คนเหล่านั้นเลิกที่จะสนใจไป

 

การศึกษาวิชาศาสตร์ของเวทมนต์ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาทำให้เมอร์ลินเปิดประสบการณ์เป็นอย่างมาก เพียงความรู้ในสารานุกรมนั้นไม่เพียงพอที่จะทำความเข้าใจในศาสตร์นี้ และการที่เขาได้รับการติวเข้มจากเมลดี้นั้นก็เป็นประโยชน์เป็นอย่างมากเช่นกัน

 

แม้ว่าทุกครั้งที่เมลดี้สอนเมอร์ลินจะทำให้เธอนั้นถูกลดความภาคภูมิใจในการเป็นอัจฉริยะของตัวเธอไปบ้าง นั่นเป็นเพราะเมอร์ลินนั้นสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วเกินไป การเข้าใจในสิ่งที่สอนเพียงแค่การฟังครั้งเดียวนั้นสร้างความน่าเหลือเชื่อและความเหลือเชื่อให้กับเธอเป็นอย่างมาก

 

กระทั่งการอ่าน เมอร์ลินนั้นสามารถอ่านหนังสือทุกเล่มเพียงการมองผ่านเพียงครั้งเดียว ไม่เพียงแค่เขาสามารถจดจำมันได้แต่เขายังเข้าใจในเนื้อหาอีกด้วย พรสวรรค์ในการเรียนรู้ของเขานั้นทำให้อัจฉริยะทั่วโลกต้องร่ำไห้ แม้แต่เมลดี้เองก็ไม่มีข้อยกเว้น

 

มันไม่ใช่แต่ทฤษฏี แม้แต่ภาคปฏิบัติเมอร์ลินก็สามารถทำมันได้อย่างดีเยี่ยม

 

เมลดี้และเมอร์ลินนั้นมีธาตุมืดที่เป็นธาตุประจำตัวเหมือนกัน เธอจึงได้สอนวิชาก้นหีบของเธอให้แต่เมอร์ลิน

 

เมอร์ลินนั้นสามารถประสบความสำเร็จในการร่ายเวทย์แม้ว่าเขาจะทำมันเป็นครั้งแรก ยิ่งเขาได้ทำมันในครั้งต่อไป การร่ายเวทย์ก็ยิ่งเพิ่มความเร็วมากยิ่งขึ้นราวกับคนที่ฝึกฝนมาเป็นพันๆ ครั้ง

 

เมลดี้ทำได้แต่อ้าปากค้าง พรสวรรค์ของเด็กคนนี้เหมือนดั่งปีศาจ เขากระหายในความรู้และดูดกลืนมันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าเด็กคนนี้จะทำอะไร ทุกอย่างก็ดูง่ายไปหมดสำหรับเขา

 

ภายใน 3 เดือน เมลดี้แทบจะไม่หลงเหลือความรู้ใดๆ ที่จะถ่ายทอดอีกต่อไปแล้ว

 

แม้ว่าเธอนั้นจะเป็นอาจารย์ของศิษย์คนนี้ แต่เธอก็อดที่จะรู้สึกอิจฉาในพรสวรรค์ปีศาจนี้ไม่ได้ เด็กคนนี้นั้นเป็นลูกรักของทวยเทพโดยแท้

 

ด้วยนิสัยอันเงียบขรึมและกลิ่นอายนิ่งสงบของเมอร์ลิน จึงทำให้ไม่มีนักเรียนคนไหนอยากที่จะเข้าใกล้เขา

 

เว้นเสียแต่เด็กหนุ่มที่ชื่อเกร์เทล เขานั้นมีนิสัยที่คล้ายกับมิลาสที่ชอบเกาะติดเมอร์ลิน สิ่งที่แตกต่างระหว่างสองคนนี้ก็คือการพูด มิลาสที่ได้ฉายาว่าจอมวิปลาสนั้นเป็นคนที่พูดน้อย แต่เด็กหนุ่มที่ชื่อเกร์เทลคนนี้กลับพูดมาก การพูดของเขานั้นมากกว่ามิลาสเกือบ 10 เท่าได้

 

ทุกๆ วันเกร์เทลจะต้องสรรหาเรื่องพูดมาพูดให้แก่เมอร์ลินฟัง เมอร์ลินนั้นก็ทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดี คือการฟังด้วยความเงียบงัน ความเงียบของเมอร์ลินนั้นไม่สามารถที่จะหยุดการพูดของเกร์เทลได้ แต่ถึงอย่างนั้นเมอร์ลินก็ไม่ได้ไล่เขาไป

 

ด้วยการที่ตามติดเมอร์ลินไปทุกๆ ที่ของเกร์เทล จนตอนนี้ทั้งสองสามารถเรียกกันและกันว่าเพื่อนได้แล้ว

 

ส่วนเคลย์พี่ชายต่างมารดาของเมอร์ลินนั้น นับตั้งแต่วันนั้นพวกเขาก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย อาจเป็นเพราะว่านักเรียนปี 5-6 ส่วนใหญ่นั้นต้องออกไปทำภารกิจนอกโรงเรียน บางภารกิจนั้นอาจจะใช้เวลานาน ยิ่งภารกิจนั้นยากเท่าไหร่แต้มคะแนนภารกิจที่ได้มาก็ยิ่งคุ้มค่าเท่านั้น

 

นักเรียนของโรงเรียนเวทย์อารากอนนั้นเปรียบเสมือนกำลังเสริมของอาณาจักร ภารกิจนอกโรงเรียนส่วนใหญ่จะได้รับมาจากอาณาจักรโดยตรง ซึ่งภารกิจเหล่านั้นจำเป็นจะต้องใช้ผู้ใช้เวทมนต์เสียเป็นส่วนใหญ่

 

โรงเรียนเวทย์แห่งนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสถานที่ผลิตบุคลากรชั้นเลิศเพื่อป้อนให้แก่อาณาจักรอารากอนก็ว่าได้ นักเรียนที่นี่ส่วนใหญ่เมื่อจบการศึกษา มีจำนวนไม่น้อยที่เข้ารับตำแหน่งทำงานรับใช้อาณาจักร บางคนที่มีฝีมือดีนั้นสามารถไต่เต้าไปถึงระดับดยุกหรือแม้กระทั่งเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มอัศวินโต๊ะกลมซึ่งเป็นเสาหลักของอาณาจักรเลยก็มี

 

มีความเป็นไปได้ว่าเคลย์นั้นติดภารกิจอยู่นอกโรงเรียน จึงทำให้ตลอดเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา พวกเขาทั้งสองไม่ได้พบกันอีกเลย

 

แต่เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วเพราะเมอร์ลินก็ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับคนของตระกูลเซอร์เตสสักเท่าไหร่

 

เมื่อเมย์ได้ออกจากปราสาทหลังนั้นแล้ว เมอร์ลินก็ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะไปข้องแวะกับตระกูลนี้อีก ส่วนหนึ่งเพราะเขาเห็นแก่บิดาของเจ้าของร่างนี้ที่เป็นคนของตระกูลเซอร์เตส เขาจึงตัดใจไม่ผูกใจแค้นใดๆ กับคนในตระกูลนั้น

 

ท่ามกลางบรรดานักเรียนในชั้นเรียนปีที่ 3 เมอร์ลินนั้นเพียงนั่งฟังอาจารย์ที่บรรยายอย่างเงียบๆ จะมีบ้างที่เสียงของเกร์เทลนั้นถูกสอดแทรกเข้ามา

 

จนกระทั่งอาจารย์ผู้รับผิดชอบการสอนในคาบนี้ได้พูดเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจขึ้นมา มันคือเรื่องของอุปกรณ์เวทย์ เมอร์ลินรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันทีเมื่อหัวข้อนี้ถูกเอ่ยขึ้น

 

อาจารย์คนนั้นกำลังพูดถึง “อาวุธวิญญาณ”

 

อาจารย์ที่สอนวิชานี้อยู่ในวัยชรา ศีรษะของเขาไร้เส้นผม เขาเป็นคนตัวเล็กและมีหลังที่โค้งงอ สวมใส่ชุดนักเวทย์สีน้ำตาลตัดขาวกำลังบรรยายความรู้หน้าชั้นเรียน

 

"อย่างที่ทราบกันว่าอาวุธวิญญาณนั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจเสาะหามาใช้งานได้อย่างง่ายดาย เพราะอำนาจของมันนั้นยิ่งใหญ่กว่าอาวุธธรรมดาทั่วไป กระทั่งอาวุธเวทย์ก็ไม่อาจเทียบได้”

 

“ต้นกำเนิดของอาวุธวิญญาณแต่ละชิ้นนั้น พวกมันถูกสร้างมาจากอำนาจของวิญญาณผู้มีเจตจำนงอันแรงกล้า เจตจำนงเหล่านั้นไม่จำกัดว่ามันจะเป็นคน สัตว์อสูร หรือแม้กระทั่งสิ่งของ เพียงสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้นมีเจตจำนงอันแรงกล้าจนสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นพลังอันมหาศาลได้ สิ่งเหล่านั้นก็จะก่อเกิดเป็นรูปลักษณ์ของอาวุธวิญญาณ”

 

"ปัจจุบันผู้ที่ครอบครองอาวุธวิญญาณในอาณาจักรต่างๆ นั้นมีจำนวนที่น้อยเป็นอย่างมาก หากผู้ใดที่ได้ครอบครองมันแล้วคนเหล่านั้นจะทรงอำนาจเป็นอย่างยิ่ง คนทั่วไปล้วนไม่อาจต่อกรกับผู้ที่ถือครองอาวุธวิญญาณได้”

 

"อาวุธวิญญาณนั้นต่างจากอาวุธธรรมดา พวกมันนั้นมีจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง และมันก็ไม่ใช่สิ่งของที่ใครจะครอบครองได้ อาวุธวิญญาณนั้นจะเป็นผู้เลือกนายของมันเอง ดังนั้นแล้วเมื่อเกิดเหตุการณ์ผู้ครอบครองถูกฆ่าเพื่อแย่งชิง จิตวิญญาณที่อยู่ในอาวุธชิ้นนั้นจะหนีหายไปหรือไม่ก็สูญสลายไร้ตัวตน อาวุธที่ไม่มีจิตวิญญาณนั้นก็จะไม่ถูกเรียกว่าอาวุธวิญญาณอีกต่อไป พวกมันจะกลายเป็นเศษเหล็กดีๆ นี่เอง การครอบครองสักชิ้นหนึ่งจึงถือเป็นเรื่องที่ยาก ผู้คนที่จะสามารถครอบครองมันได้จะต้องใช้โชคและวาสนาที่ดี"

 

อาจารย์ชรานั้นหยุดพูดพักหนึ่ง แล้วกวาดสายตาไปทั่วทั้งห้อง เมื่อเห็นว่านักเรียนของเขานั้นมีความตั้งใจฟังที่ดี เขาจึงพยักหน้าเล็กน้อยและเอ่ยต่อ

 

"อาวุธวิญญาณแต่ละชิ้นนั้นจะมีพลังที่พิเศษเฉพาะตัว มันขึ้นอยู่กับว่าเจตจำนงของวิญญาณที่อยู่ในอาวุธนั้นเป็นจิตวิญญาณหรือเจตจำนงชนิดใด หากผู้ถือครองสามารถควบคุมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อาวุธวิญญาณชิ้นนั้นจะกลายเป็นสิ่งของที่ทรงพลังและน่ากลัวเป็นอย่างมาก"

 

"หากจะพูดถึงคนที่ใช้อาวุธวิญญาณได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้วล่ะก็ อาณาจักรของเรานั้นยังมีอยู่คนหนึ่ง เขาคนนั้นก็คือดราก้อน เอส เอริก ผู้ที่ได้ชื่อว่าวีรบุรุษแห่งอารากอน”

“ด้วยการใช้อาวุธวิญญาณที่ชำนาญของเขานั้น เขาสามารถทำได้กระทั้งใช้พลังพิเศษยกเรือรบของศัตรูให้พลิกคว่ำได้นับสิบๆ ลำภายใต้การกระทำเพียงครั้งเดียว การใช้พลังพิเศษของอาวุธวิญญาณของท่านเอริกนั้นถือว่าอยู่ในระดับที่สูงมาก อย่างที่รู้กันเพราะความสามารถนี้ทำให้ท่านเอริกนั้นถูกเสนอชื่อให้เป็นเสาหลักของอาณาจักรนับสิบๆ ครั้ง แต่เขาก็ปฏิเสธมันเรื่อยมา"

 

"พวกเจ้าสังเกตกันไหมว่าทำไมเสาหลักของอาณาจักรที่ได้ชื่อว่ากลุ่มอัศวินโต๊ะกลมนั้นถึงมีอยู่ไม่กี่คน พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ถูกคัดเลือกมาจากผู้มีพลังในระดับขั้นจอมเวทย์เพียงอย่างเดียว การมีเป็นจอมเวทย์นั้นยังไม่เพียงพอที่จะเป็นอัศวินโต๊ะกลมได้ แต่พวกเขาเหล่านี้จำเป็นต้องมีอาวุธวิญญาณไว้ในครอบครอง”

 

“นอกจากอาวุธวิญญาณจะมีพลังพิเศษอันอัศจรรย์แล้ว มันยังมีความวิเศษอีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่าการตื่นของอาวุธวิญญาณ แม้อาวุธวิญญาณจะมีพลังพิเศษติดตัวมาแต่นั้นก็ยังไม่ใช่พลังที่แท้จริงของมัน ดังนั้นแล้วผู้ครอบครองแต่ละคนจำเป็นต้องทำการปลุกอาวุธวิญญาณให้ตื่นขึ้น”

 

'การตื่นของพลังวิญญาณ'

 

เมื่อได้ฟังคำๆ นี้ ปฏิกิริยาของทุกคนก็เปลี่ยนไป พวกเขานั้นตั้งใจฟังเรื่องราวเหล่านี้มากขึ้น

 

"เมื่อใครก็ตามที่สามารถปลุกให้พลังของอาวุธวิญญาณตื่นขึ้นได้ เจตจำนงของวิญญาณที่อยู่ในอาวุธวิญญาณนั้นจะส่งพลังอันมหาศาลให้แก่ผู้ใช้ เมื่อพลังวิญญาณถูกหลอมรวมเข้ากับร่างของผู้ ร่างกายก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง เราเรียกผู้ใช้การตื่นของอาวุธวิญญาณว่าผู้ใช้ภูษาวิญญาณ ... "

 

เมื่ออาจารย์บรรยายถึงจุดนี้ เมอร์ลินก็มีความคิดหนึ่งแล่นเข้ามา

 

หรือเป็นไปได้ว่าความลับของสมบัติโซโลมอนจะขึ้นอยู่กับการตื่นของดาบเอกซ์แคลิเบอร์

 

เมอร์ลินนั้นสามารถสัมผัสถึงสมบัติโซโลมอนในช่วงเวลาสั้นๆ ที่อาเธอร์มีการใช้ดาบ แต่ไม่นานสัมผัสนี้ก็หายไป หรือมันอาจเป็นไปได้ว่าดาบเล่มนี้จำเป็นต้องทำการปลุกให้ตื่นเสียก่อน ถึงจะเผยรูปลักษณ์ที่แท้จริงของมันออกมา

 

แนวความคิดนี้สามารถเป็นไปได้ มันสามารถอ้างความสมเหตุสมผลนี้ได้ สัมผัสที่หายไปในชั่วพริบตานั้นอาจเป็นเพราะพลังของดาบเอกซ์แคลิเบอร์ยังไม่ถูกปลุกขึ้นมา

 

มันมีความเป็นไปได้ว่าหากดาบนั้นถูกปลุกขึ้นมาแล้วจะเปลี่ยนรูปร่างเป็นสมบัติของโซโลมอน

 

เมอร์ลินเชื่อว่าทฤษฏีนี้อาจมีความเป็นไปได้มากกว่าห้าสิบส่วนร้อย

 

หากทฤษฏีนี้เป็นจริง เมอร์ลินนั้นไม่มีทางที่จะแย่งชิงอาวุธชิ้นนี้จากอาเธอร์ได้ เพราะหากเขาได้มันมา มันจะไม่ต่างกับเศษเหล็กชิ้นหนึ่ง ทางเดียวที่จะพิสูจน์ทฤษฏีนี้ได้คือต้องทำการส่งเสริมความสามารถของอาเธอร์ ทำให้อาเธอร์สามารถปลุกดาบเอกซ์แคลิเบอร์ตื่นขึ้นมาให้ได้

 

เมอร์ลินหมกมุ่นในทฤษฏีนี้อยู่นาน ที่สุดแล้วเขาก็เอ่ยปากถามอาจารย์ประจำวิชา

 

"ขออภัยท่านอาจารย์ ข้ามีเรื่องจะถาม”

 

เมอร์ลินพูดแทรกในระหว่างที่อาจารย์คนนั้นกำลังบรรยาย

 

อาจารย์นั้นหรี่ตาลงแล้วมองมายังเมอร์ลิน

 

“ว่ามานักเรียนตัวน้อย”

 

เมอร์ลินเมื่อได้รับอนุญาตให้ถาม เขาก็เอ่ยถามคำถามทันที

 

“หากผู้ครอบครองอาวุธวิญญาณที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นแล้วเกิดเสียชีวิต อาวุธวิญญาณชิ้นนั้นจะเป็นอย่างไร"  

 

"อืม ... เป็นคำถามที่ดี  หากผู้ครอบครองอาวุธวิญญาณเกิดตายขึ้นมา มันสามารถเป็นไปได้ 2 กรณี หนึ่งคืออาวุธวิญญาณชิ้นก็จะหาเจ้านายคนใหม่ของมัน สองคือมันอาจจะสลายตามเจ้านายของมันไป สิ่งนั้นขึ้นอยู่กับเจตจำนงของอาวุธวิญญาณชิ้นนั้นด้วย อาวุธบางชิ้นนั้นมีเจตจำนงที่แรงกล้าเกิดมาเพื่อรับใช้เจ้านายเพียงคนเดียว หากเจ้านายของมันตายมันก็ยินดีที่จะตายตามเจ้านายของมัน”

 

อาจารย์คนนั้นหยุดพูดและเดินออกออกมาข้างหน้าแล้วพูดต่อ

 

“หากคนคนหนึ่งคิดที่จะแย่งชิงอาวุธวิญญาณ ต่อให้คนคนนั้นจะมีพลังและอำนาจมากมายขนาดไหน แต่หากเจตจำนงของอาวุธชิ้นนั้นไม่ยอมรับ มันก็ยากที่จะเป็นเจ้าของ ดังนั้นแล้วการแย่งชิงอาวุธวิญญาณจึงน้อยนักที่จะเกิดขึ้น มันไม่คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่งที่จะเอาชีวิตไปเสี่ยงกับผู้ครอบครองอาวุธวิญญาณ การเสี่ยงที่มีผลลัพธ์ไม่แน่นอนนั้นคือการเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่า”

 

“ขอบคุณท่านอาจารย์” เมอร์ลินเอ่ยขอบคุณแล้วก็กลับมาครุ่นคิดกับเรื่องนี้

 

หากมันเป็นไปตามที่เขาคิด ดาบนั่นเกิดเป็นสมบัติของโซโลมอนจริงๆ เขาจะต้องรอให้เจ้าอาเธอร์สามารถปลุกพลังวิญญาณให้ตื่นขึ้นมาให้ได้เสียก่อน 

 

อย่างที่อาจารย์คนนั้นบอก มันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลยที่จะแย่งชิงอาวุธวิญญาณมาจากผู้ครอบครอง

 

นี่ไม่ได้หมายความว่าเมอร์ลินนั้นเกรงกลัวในอาเธอร์ แต่เขากลัวว่าหากการแย่งชิงล้มเหลว อาวุธวิญญาณชิ้นนั้นจะสูญสลายไปหรือหนีไปอยู่กับเจ้าของคนอื่นที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร

 

หากเป็นแบบนั้นมันจะยุ่งยากเป็นอย่างมากสำหรับภารกิจของเขา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.011K ครั้ง

161 ความคิดเห็น

  1. #24628 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 15:12

    Thank you

    #24628
    0
  2. #24008 นักอ่านสายฟรี (@wuttichaiwutti) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 13:33

    ฮันเซลสบายดีไหม 5555

    #24008
    1
    • #24008-1 mybas2 (@mybas) (จากตอนที่ 53)
      12 ธันวาคม 2561 / 19:25
      ไปล่าแม่มดกันเถอะ 5555
      #24008-1
  3. #22329 RISAL (@pwangthiyxng) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 12:20
    เมอร์ลินกับเกร์เทลชวนให้นึกนึก เทโตะกับมิคาเงะในเรื่องเซเว่นโกร์ทเลย มิคาเงะพูดมากส่วนเทโตะก็เป็นคนเงียบๆ
    #22329
    0
  4. #21353 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 22:18
    ขอบคุณครับ
    #21353
    0
  5. #20823 BLacK WhItE (@tanny01) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 13:23
    อยากให้ไรท์เปิดตอนนน ฮืออออ
    #20823
    0
  6. #20812 -Beast- (@-Beast-) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 00:01
    รอๆๆๆๆ
    #20812
    0
  7. #20810 986290 (@986290) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 17:48
    อยากให้ไรต์เปิดอ่ะไม่ว่าจะคำผิดหรือไม่สวยเราโนเเคร์555
    #20810
    0
  8. #20801 PAT'ER (@rettap) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 10:05
    ไรต์มาต่ออีกได้มั้ยคะ มีความค้าง คือแบบ ก็ค้างทุกตอนงะ
    ยิ่งอ่านยิ่งค้าง ไรต์ใจร้ายย
    #20801
    0
  9. #20155 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 08:33
    ผ่านขั้น 2 แล้วไม่ใช่เหรอคะ
    #20155
    0
  10. #19244 SKNdragon (@skndragon) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 21:29
    เจอโจทย์
    #19244
    0
  11. #18758 G.Ren(っ´▽`)っ)) (@rentine01) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 01:03
    เราว่าไรท์ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอะไรหรอกนะ ทั้งชื่ออาเธอร์ เมอร์ลิน หรือกระทั่งเรื่องราวของโซโลมอนนั้น เป็นเรื่องราวของประวัติศาสตร์ ไม่ใช่บทที่ใครประพันธ์ขึ้นจึงไม่มีเรื่องของลิขสิทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้อง อีกทั้งนวนิยาย การ์ตูนหรือเกมส์มากมายก็นำเรื่องราวพวกนี้มาดัดแปลงเช่นเดียวกัน (ยกตัวอย่างเรื่อง Magi , Fate/stay nigh , เกมส์แกรน บลู ที่มีโรมี่กับจูเลียต)

    เนื้อเรื่องของไรท์เองเราก็ไม่เห็นว่าจะไปลอกเลียนอะไรใครที่ไหน คือมันอาจจะไปคล้ายคลึงกับเรื่องอื่นอยู่บ้าง แต่ถ้าคนที่อ่านแนวนี้มาเยอะ ๆจะเห็นว่าทุกเรื่องก็มาแนว ๆนี้กันหมด มันคือเบสิต ๆของนิยายกำลังภายใน ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะนำเรื่องของแฟนตาซียุคอังกฤษมาเกี่ยวข้องก็เหอะ แต่ธีมของเรื่องแต่แรกคือพระเอกซึ่งเป็นจอมยุทธ์จากจีนมาโผล่ในที่ซึ่งเสมือนเป็นอีกโลกหนึ่ง 

    ดังนั้นไม่ว่าจะยำใหญ่แค่ไหน เราก็ยังมองว่ามันยังอยู่ในขอบเขตอยู่นะ นิยายแฟนตาซีจะมีอะไรก็ได้ เราไม่อยากให้ไรท์เปลี่ยนชื่อใครหรืออะไรหรอกนะ แบบนี้ดีแล้ว ถ้าของไรท์ติดลิขสิทธิ์คงมีเรื่องที่โดนด้วยผุดเป็นดอกเห็ด

    สู้ ๆค่ะ
    #18758
    0
  12. #18586 แอฟโฟร่ลมกรด (@mickey104) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 22:31
    อาเธอร์xเมอร์ลิน

    ขอบทให้อาเธอร์หน่อย จะมีคนแย่งเมอร์ลินไปแล้วววว
    #18586
    0
  13. #15817 Waiwit (@Waiwit) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 04:52
    ขอหอมแก้มทีนึง5555555
    #15817
    0
  14. #14811 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 11:53
    มาแล้ววว
    #14811
    0
  15. #12581 aquxmbx (@aquxmbx) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 09:59
    ยัยเมลดี้นั่นลูกศิษย์นะยะ ห้ามใจหน่อย พึ่งอายุ12ด้วย
    #12581
    0
  16. #12562 Ggggib (@123ggg) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 16:21
    อาจารย์ โชตะค่อนสินะ -.,-
    #12562
    0
  17. #8814 Urtrash (@Urtrash) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 09:18
    โถ จารย์ คุกนะครับ
    #8814
    0
  18. #7950 slzyzero (@sliiz) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 15:26
    ฆ๋ามานให้ตายเอามานให้เละ
    #7950
    0
  19. #7430 @_Ya_Khaw_@ (@yakhaw) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 15:50
    ถ้านึกถึงนักเวทย์ทรงพลังของตะวันตกก็นึกถึงเมอร์ลิน และคนที่เมอร์ลินรับใช้ก็คืออาเธอร์ เพราะงั้นให้ชื่อเมอร์ลินกับ
    อาเธอร์ดีแล้วล่ะ ไม่ต้องเปลี่ยนหรอกเนอะ
    #7430
    0
  20. #7419 Gemel (@Gemel) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 11:59
    ชั้นยังรู้สึกรักอาเธอร์มากกว่าเจ้านี่อีก หึ่ย! -.-อยู่ดีๆก็หงุดหงิด //ขอบคุณค่ะ แต่ได้สนุกมากๆเลยค่ะ<3 <3 <3
    #7419
    0
  21. #7095 manima (@seriallicense) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 11:40
    แบบนี้ต้องไปหาแหล่งที่มีเวทเข้มข้นแยอะเพื่อฝึกเสียแล้ว
    #7095
    0
  22. #6335 ปอมเป (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 08:34
    ขอบคุณมากจ้า
    #6335
    0
  23. #6302 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 05:41
    ขอบคุณคับ
    #6302
    0
  24. #6208 รุ้งวลี (@lugvle) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 19:13
    อาจารย์เข้าใจนะว่าอาการโลลิกำเริบแต่นั่นมันลวนลามทางเพศชัดๆ
    #6208
    0
  25. #6092 ราชันย์เทพอสูร (@devilnick) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 23:29
    สนุกมากๆ
    ขอบคุณครับ
    #6092
    0