เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,938,278 Views

  • 27,226 Comments

  • 28,116 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    84,547

    Overall
    3,938,278

ตอนที่ 54 : การหาเรื่องที่ไม่เจียมตัว (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46676
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 987 ครั้ง
    9 ธ.ค. 60

เมอร์ลินคิดในเรื่องของสมบัติของโซโลมอนอยู่กับตัวเองจนหมดคาบเรียน นักเรียนหลายๆ คนต่างพากันทยอยออกจากห้องเรียนจนหมด

 

มีเพียงเมอร์ลินเท่านั้นที่ยังคงนั่งอยู่กับที่

 

เมื่อเห็นว่าอาจารย์คนนั้นกำลังเก็บของและเดินออกไป

 

เมอร์ลินก็ได้ส่งเสียงเอ่ยรั้งไว้และก้าวเข้าหาอาจารย์คนนั้นอย่างรวดเร็ว

 

"อาจารย์มอนทิส"  

 

อาจารย์ชราหยุดและมองเมอร์ลิน

 

"มีอะไรนักเรียน?" อาจารย์ชราเอ่ยตอบด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

 

เมอร์ลินก้าวไปข้างหน้าแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ

 

"หัวข้อที่ท่านสอนในวันนี้นั้นน่าสนใจเป็นอย่างมาก แต่ข้ายังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับมัน"

 

มอนทิสมองลูกศิษย์ตัวน้อยและลูบเครา เขาพยักหน้าช้าๆ อย่างพึงพอใจและเอ่ย

 

"ว่ามาสิ เจ้าสงสัยส่วนไหนของบทเรียนในคาบนี้"

 

"ข้าสงสัยว่าการปลุกอาวุธวิญญาณนั้นมันมีวิธีการอย่างไร มันเป็นวิธีการที่ยากมากหรืออย่างไร ดินแดนแห่งนี้จึงมีผู้ใช้ภูษาวิญญาณจำนวนน้อย”

 

เมื่อมอนทิสได้ฟังคำถามจากเมอร์ลิน เขาก็หรี่ตามองเมอร์ลินและครางเสียงต่ำออกมา

 

ฮืม ...

 

"นี่เจ้าไม่ได้ตั้งใจฟังที่ข้าสอนไปเลยใช่ไหม?" ชายชรากล่าวตำหนิ เพราะเรื่องนี้เขาได้อธิบายในบทเรียนเรียบร้อยแล้ว เป็นเมอร์ลินเองที่เหม่อลอยคิดหมกมุ่นอยู่กับตัวเอง จนพลาดส่วนสำคัญของตรงนี้ไป

 

"ขออภัยด้วยท่านอาจารย์ ข้าผิดเองที่เหม่อลอยในคาบเรียนของท่าน แต่ข้านั้นมีความสนใจในเรื่องนี้จริงๆ หวังว่าท่านจะเมตตา" เมอร์ลินมองด้วยแววตาเว้าวอน เขาแสดงความจริงใจออกมา

 

มอนทิสเมื่อเห็นดังนั้นจึงถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งและเอ่ย

 

"ก็ได้เห็นแก่ความใฝ่รู้ของเจ้า ข้าจะปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปสักครั้ง การที่จะปลุกอาวุธวิญญาณขึ้นได้นั้น จะต้องมี 3 สิ่งประกอบกัน อย่างแรกคือผู้ครอบครองอาวุธวิญญาณนั้นจะต้องมีพลังไม่ต่ำกว่าจอมเวทย์ขึ้นไป อย่างที่สองคือผู้ครอบครองอาวุธวิญญาณนั้นจะต้องมี 'ดวงตายมฑูต' เพื่อเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการปลุกพลังวิญญาณ และอย่างสุดท้ายคือวิธีการที่ยากที่สุด มันคือผู้ครอบครองอาวุธวิญญาณจะต้องได้รับการยอมรับอย่างเต็มใจจากจิตวิญญาณที่อยู่ในอาวุธชิ้นนั้น เมื่อผ่านเงื่อนไขทั้งสามนี้ได้จึงจะสามารถปลุกอาวุธวิญญาณให้ตื่นขึ้นมาได้"

 

"แต่ละเงื่อนไขนั้นมีความยากในตัวของมัน การเป็นจอมเวทย์นั้นไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นกันได้หากมีพลังเวทย์ที่เพียงพอแต่ปราศจากความเข้าใจในวิธีแห่งเวทย์ของตนเอง เขาคนนั้นก็ไม่สามารถที่จะบรรลุเป็นจอมเวทย์ได้”

 

“อย่างที่สองการที่จะได้มาซึ่งดวงตายมทูตนั้นเป็นสิ่งที่ยากเป็นอย่างมาก หลายคนนั้นเสาะแสวงหาดวงตายมทูตมาทั้งชีวิตแต่พวกเขาก็ไม่พบมัน มันเป็นสิ่งของที่ต้องอาศัยโชคเป็นอย่างมาก การปรากฏตัวของมันในแต่ละครั้งสามารถทำให้เหล่าจอมเวทย์ห้ำหั่นกันอย่างบ้าคลั่งได้”

 

“และอย่างสุดท้ายมันเป็นที่ทราบกันดีว่าอาวุธวิญญาณนั้นจะเลือกเจ้านายของมันเอง แม้จะถูกเลือกแต่ก็ใช่ว่ามันจะยอมรับใช้อย่างโดยดี การสื่อสารทางจิตระหว่างผู้ใช้กับอาวุธวิญญาณนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญ หลายคนได้อาวุธวิญญาณมาครอบครองแต่พวกเขาเหล่านั้นก็ไม่สามารถใช้พลังของมันได้อย่างเต็มที่ บางคนกระทั่งความสามารถพิเศษของอาวุธวิญญาณไม่สามารถเปิดใช้งานมันได้ก็มี”

 

ได้ยินคำพูดประโยคนี้ของมอนทิส นั่นก็ทำให้เมอร์ลินถึงกับสะอึกไปเลยทีเดียว

 

หนึ่งในบุคคลที่มอนทิสพูดถึงก็คือเขานั่นเอง ในตอนนี้แม้ว่าเขาจะได้ครอบครองลองกินุส แต่เขาก็ยังไม่สามารถเปิดใช้ความสามารถพิเศษของมันได้เลย

 

จากคำพูดของมอนทิศ กุญแจสำคัญในการเปิดใช้งานอาวุธวิญญาณนั่นก็คือการสื่อสารกับจิตวิญญาณในอาวุธ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เมอร์ลินยังไม่ได้กระทำมัน

 

“การที่จะปลุกอาวุธวิญญาณให้ตื่นขึ้นมาได้ ต้องอาศัยความเชื่อใจทั้งตัวของผู้ครอบครองและจิตวิญญาณ เมื่อทั้งสองยอมรับซึ่งกันและกัน จิตวิญญาณในอาวุธนั้นก็จะเปิดรับการตื่นและมอบพลังที่แท้จริงให้แก่ผู้ครอบครองได้ใช้งาน”

 

“ผู้ที่ได้รับชื่อว่าเป็นเสาหลักของแต่ละอาณาจักร ในส่วนใหญ่พวกเขาจึงเป็นผู้ที่ใช้ภูษาวิญญาณได้แทบทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มอัศวินโต๊ะกลมของอาณาจักรเราก็เช่นกัน”

 

"อืม"  เมอร์ลินฟังและวิเคราะห์ไปตามคำพูดของมอนทิส

 

"เอาล่ะ นี่เป็นบทเรียนทั้งหมดในคาบนี้ เจ้าเข้าใจมันหรือไม่?" มอนทิสเอ่ยถามด้วยความใจเย็น

 

"ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณอาจารย์มอนทิส ในคาบเรียนหน้าข้าจะไม่เหม่อลอยในชั้นเรียนของท่านอีกต่อไป" เมอร์ลินกล่าวต่อชายชราอย่างนอบน้อม

 

จนมอนทิสระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

 

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า น้อยนักที่ข้าจะเจอนักเรียนที่สนใจในการเรียนเช่นเจ้า ว่าแต่เจ้านั้นชื่ออะไรนะ"

 

ดูเหมือนว่ามอนทิสจะชื่นชอบเมอร์ลินเป็นอย่างมาก

 

ในฐานะของอาจารย์เขาย่อมชื่นชอบลูกศิษย์ที่รักในการเรียน

 

"ชื่อของข้าคือเซอร์เตส เมอร์ลิน"

 

เมอร์ลินเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม และการอ่อนน้อมของเมอร์ลินก็ทำให้มอนทิสถูกใจไม่น้อย

 

"อืม ... เซอร์เตส เมอร์ลิน ข้าจะจำชื่อของเจ้าไว้ หวังว่าในอนาคตเจ้าจะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ และข้ายังจะสามารถจดจำชื่อของเจ้าได้"  กล่าวจบมอนทิสก็เดินจากไป

 

เมอร์ลินนั่งอยู่ในห้องเรียนสักพักหนึ่ง เขานั้นกำลังใช้ความคิดกับเรื่องสมบัติของโซโลมอนและอาวุธวิญญาณที่ได้รับมา

 

สมบัติของโซโลมอนนั้นมี 5 ชิ้น และ 2 ใน 5 ชิ้นนั้นอยู่กับเขา มันคือดวงตาเลเมเกทันและหอกลองกินุส ส่วนชิ้นที่ 3 จากคำบอกเล่าของจอร์มุนกานต์มันคือสิ่งที่อยู่บนยอดสุดของหอคอยมหาเวทย์ ซึ่งสมบัติชิ้นนั้นเขายังไม่สามารถนำมันออกมาได้ นั่นเพราะยังมีจอร์มุนกานต์ขวางกั้นไว้

 

หากเขาไม่สามารถหาสมบัติชิ้นที่ 4 ที่น่าจะเป็นเป็นกุญแจที่จอร์มุนกานต์ต้องการมาให้มันได้ เขาก็ไม่สามารถผ่านไปยังชั้นบนสุดของหอคอยได้

 

เมอร์ลินนั้นได้เบาะแสสมบัติอีกชิ้นหนึ่งก็คือดาบของอาเธอร์ แม้เขายังไม่มั่นใจว่ามันจะใช่ แต่มันก็ยังมีความเป็นไปได้

 

ข้อสันนิษฐานของเขาคือต้องปลุกดาบเล่มนั้นให้ตื่นขึ้นแล้วให้มันเผยรูปลักษณ์ที่แท้จริงออกมา

 

ถ้าหากดาบนั้นคือกุญแจที่จอร์มุนกานต์ตามหา เขาก็จะสามารถจัดการกับสมบัติที่อยู่บนหอคอยนั้นได้ แม้ว่าเขาจะไม่มั่นใจในคำพูดของจอร์มุนกานต์นักในเรื่องของความปลอดภัย

 

มันไม่มีอะไรที่รับประกันได้เลยว่าเมื่อจอร์มุนกานต์หลุดออกจากที่กักขังได้แล้ว มันจะไม่ทำร้ายเขาหรือปล่อยให้เขาขึ้นไปยังชั้นบนสุดของหอคอย

 

กล่าวตามตรงเมอร์ลินนั้นไม่มีความสนใจในสมบัติของโซโลมอน สิ่งที่เขาได้มานั้นคือความโชคดี แต่สิ่งที่เขาต้องการมันคือพลังแรงกดดันเวทย์ที่อยู่บนหอคอยนั้นมากกว่า พลังเวทย์เหล่านั้นเป็นทรัพยากรชั้นยอดที่ทำให้การบ่มเพาะของเขาก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว

 

พลังเวทย์อันมหาศาลนั้นสามารถร่นระยะเวลาของเขาได้หลายร้อยปีเลยทีเดียว มันจึงเป็นสถานที่ที่เขาให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

 

เมอร์ลินหมกมุ่นอยู่กับความคิดของเขาจนพระอาทิตย์ตกดิน เมื่อรู้สึกตัวเขาจึงได้เดินทางกลับไปยังห้องพัก

 

ตุ๊บ!

 

ในระหว่างนั้นก็มีร่างหนึ่งมาชนกับเมอร์ลินเข้าอย่างจัง

 

ชายรูปร่างอวบอ้วนนั้นแสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขานั้นสวมใส่ชุดคลุมสีดำของโรงเรียนและที่ไหล่ของเขาประดับด้วยแถบสีทอง 5 แถบ 

 

"ขอโทษ"

 

เมอร์ลินเอ่ยขอโทษ มันเป็นเพราะเขาที่เดินอย่างเหม่อลอยจึงทำให้ชนเข้ากับชายคนนั้น

 

แต่ด้วยน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์นั้นทำให้ชายคนนั้นมองอย่างขัดใจ

 

"เดี๋ยวก่อน ... เจ้าคิดว่าแค่ขอโทษแล้วจะจบง่ายๆ แบบนี้หรอ"  ชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยและมองอย่างเอาเรื่อง

 

เมอร์ลินยังคงมีท่าทีที่เรียบเฉยซึ่งมันเป็นท่าทีที่ปกติของเขา แต่ในสายตาผู้อื่นท่าทางของเมอร์ลินนั้นมันช่างขัดตาและขัดใจ

 

เมอร์ลินมองไปยังชายคนนั้นและเอ่ย "แล้วอะไรคือสิ่งที่เจ้าต้องการ?"

 

เมื่อได้ยินคำพูดประโยคนี้ชายร่างอ้วนยกรอยยิ้มของเขาขึ้นทันที

 

"ค่าเสียหาย"

 

ได้ยินดังนั้นเมอร์ลินก็ถึงกับคิ้วขมวด ถึงแม้เขาจะมีเงินทองมากมาย แต่เขาไม่ชอบวิธีการของชายคนนี้

 

เมอร์ลินไม่ชอบให้ใครมาข่มขู่เขา

 

"หึ ... ไร้สาระ" น้ำเสียงของเมอร์ลินเต็มไปด้วยความเย็นชา

 

เมอร์ลินไม่สนคำพูดของชายคนนั้น เขาจงใจเดินผ่านชายคนนั้นไปอย่างไม่แยแส

 

การกระทำนี้สร้างความไม่พอใจแก่ชายคนร่างอ้วนคนนั้นเป็นอย่างมาก

 

"เจ้าเด็กนี่ วอนเสียแล้ว" ชายร่างอ้วนแผดเสียงออกมาอย่างก้าวร้าว

 

ร่างใหญ่ตุ๊ต๊ะของเขาเคลื่อนเข้าหาเมอร์ลินทันที เขาหมายคว้าจับไหล่ของเมอร์ลิน

 

แต่กระนั้นเมอร์ลินกลับขยับตัวเล็กน้อยด้วยการเคลื่อนไหวช้าๆ แม้มันจะเชื่องช้าแต่มันก็เคลื่อนไหวได้ถูกจุด สิ่งนั้นจึงทำให้ชายร่างอ้วนคว้าได้เพียงอากาศ

 

เมื่อพลาดชายร่างอ้วนก็รู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมาก เขาไม่มีทางให้เป็นเช่นนี้แน่

 

ว่าแล้วชายร่างอ้วนก็พุ่งเข้าตะครุบร่างของเด็กน้อยอีกครั้ง

 

ฟุ่บ!

 

ทันใดนั้นเองร่างของเมอร์ลินก็หายไปราวกับสายลม

 

ชายร่างอ้วนได้พลาดท่าอีกครั้งเขาพุ่งเข้าตะครุบได้เพียงความว่างเปล่า จนหน้าของเขาล้มขมำทิ่มไปกับพื้นดิน

 

ความไม่พอใจของชายร่างอ้วนพุ่งถึงขีดสุด เขารีบลุกขึ้นมาด้วยความโมโหและเรียกผ้าคลุมเวทย์ของเขาออกมา

           

ทันใดนั้นเองชุดคลุมเวทย์สีเทาปรากฏห่อหุ้มร่างของชายร่างอ้วน

 

เมอร์ลินมองเห็นวงเวทย์สีเทา 3 วงปรากฏอยู่ที่หัวใจของชายร่างอ้วน นั่นหมายความว่าชายคนนี้อยู่ในระดับ 3 ของขั้นนักเวทย์

 

ชายร่างอ้วนนั้นมองมายังเมอร์ลินอย่างเหยียดหยาม เขาเองก็เห็นวงเวทย์สีเทาที่มีวงเดียวของเมอร์ลินเช่นกัน วงเวทย์สีเทาแค่วงเดียวนั้นคือสัญลักษณ์ของระดับ 1 ของขั้นนักเวทย์

 

ชายร่างอ้วนที่มีระดับที่เหนือกว่า เขาจึงหยิ่งและทะนงตนเป็นอย่างมาก

 

สายตาที่มองผู้ที่มีระดับต่ำกว่านั้นย่อมเป็นสายตาที่ดูถูกและเหยียดหยาม

 

ระดับ 1 และระดับ 3 แม้จะดูไม่ห่างกันนักแต่ช่องว่างของระดับนั้นก็ทำให้พลังเวทย์ของพวกเขาห่างกันเป็นอย่างมาก ผู้ที่มีพลังเวทย์ที่มากกว่าย่อมมีคุณสมบัติที่จะหยิ่งทะนง ชายร่างอ้วนคิดแบบนั้น

 

ชายร่างอ้วนก็ประกบสองมือของเขาเข้าหากันและเริ่มร่ายเวทย์ทันที ในระยะเวลาหนึ่งเมื่อสองมือข้างของเขาแยกออกจากกัน พื้นนี้โดยรอบก็เกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง

 

ตูม!  ตูม!  ตูม!

 

บริเวณที่เมอร์ลินยืนอยู่ อยู่ๆ ก็ปรากฏหอกดินที่แหลมคมพุ่งขึ้นมา

 

ด้วยสันชาติญาณและปฏิกิริยาอันเฉียบคมของเมอร์ลิน ทำให้เขาหลบหลีกมันได้อย่างรวดเร็ว แต่ทว่าหอกดินเหล่านั้นร้ายกาจเกินไป ไม่ว่าเขาจะหลบไปทางไหน ใต้พื้นดินที่เขายืนอยู่ก็ปรากฏหอกดินพุ่งออกมาทุกที่ หอกดินนั้นไล่ตามเขาอย่างไม่หยุดยั้ง

 

ชายร่างอ้วนยิ้มเยาะ เขากำลังพึ่งพอใจกับการใช้เวทย์ของเขา

 

สิ่งที่ชายร่างอ้วนทำอยู่มันคือทักษะการควบคุมเวทย์

 

เมอร์ลินนั้นไม่อยากเป็นหนูที่กำลังโดนไล่กวาด เขานั้นไม่ใช่ตัวตลกของผู้ใด เขาย่ำเท้าเหยียบย่างขึ้นไปบนอากาศ ไต่สูงขึ้นไปท้องฟ้า

 

เพียงก็ก้าวไม่กี่ก้าวก็ทำให้เมอร์ลินนั้นยืนอยู่เหนือปลายสุดของต้นไม้ได้แล้ว

 

หอกดินพุ่งตามเมอร์ลินไปอย่างไม่ลดละ

 

นี่มันโหดเหี้ยมเกินไป!

 

สีหน้าของเมอร์ลินแสดงออกซึ่งความไม่พอใจ สายตาของเขามองไปยังชายร่างอ้วนอย่างไม่สบอารมณ์

           

นี่เป็นเรื่องที่ไร้สาระ แต่ชายคนนี้กลับทำให้มันใหญ่โต

           

หากวันนี้และที่นี่เป็นคนอื่นที่ไม่ใช่เขา เวทย์หอกดินนั้นอาจทำให้คนคนนั้นบาดเจ็บสาหัส

           

“เจ้าประมาณตัวเองสูงเกินไปแล้ว” เมอร์ลินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ต่ำ มันแสดงออกซึ่งอารมณ์ของเขาได้เป็นอย่างดี

           

มือข้างหนึ่งของเมอร์ลินกำลังวาดสิ่งหนึ่งกลางอากาศ การเคลื่อนไหวของมือนั้นรวดเร็วเป็นอย่างมาก

 

ทันใดนั้นเองใบไม้ที่อยู่โดยรอบก็ถูกเมอร์ลินบังคับให้เด็ดออกจากต้น

 

ใบไม้มากมายรวมตัวกันกลุ่มก้อน การรวมตัวของมันนั้นสร้างเสียงหวีดหวิวอันน่าหวาดกลัว

 

เมื่อเมอร์ลินลงมือกลุ่มก้อนใบไม้นั้นก็หมุนรวมกันราวกับพายุแล้วพุ่งเข้าจู่โจมชายร่างอ้วนในทันที

 

ซูม!

 

กลุ่มใบไม้นั้นเหมือนฝูงต่อกลุ่มใหญ่ พลังของมันสามารถฉีกกระชากคนคนหนึ่งให้กลายเป็นชิ้นๆ ได้

 

ชายร่างอ้วนอ้าปากและมองอย่างตะลึงงัน

 

"อย่าคิดว่าใบไม้เหล่านี้จะทำอะไรข้าได้" ชายร่างอ้วนตะโกนออกไปเพื่อสยบความหวาดกลัว

 

เพียงแค่เสียงหวีดหวิวของเหล่าใบไม้ก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างความกลัวให้กับผู้คน

 

ฟิ๊ว! ฟิ๊ว!  ฟิ๊ว!

 

ชายร่างอ้วนทำการป้องกันการโจมตีอย่างลนลาน หอกดินถูกประยุกต์ใช้เป็นการป้องกันให้แก่เขา

 

หอกแหลมจำนวนมากพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินเป็นปราการป้องกันชายร่างอ้วน

 

แต่น่าเสียดาย การป้องกันของปราการนี้ไม่เพียงพอกับการโจมตีของเหล่าใบไม้

 

เหล่าใบไม้นั้นถูกเมอร์ลินบังคับจนเหมือนฝูงต่อที่โหดเหี้ยม ปราการดินของชายร่างอ้วนถูกเหล่าใบไม้กลืนกินดั่งของขมเคี้ยว ไม่นานปราการนั้นก็ถูกทำลายลง

 

ชายร่างอ้วนกลายเป็นสติแตกโดยสมบูรณ์ เขาหวาดกลัวต่อใบไม้เหล่านี้เป็นอย่างมาก

 

สองมือของชายร่างอ้วนถูกใช้เป็นเครื่องป้องการโจมตีของเหล่าใบไม้ เพียงสองมือของมนุษย์นั้นไม่เพียงพอกับการป้องกันการโจมตีนี้

 

เมอร์ลินทำการผ่อนพลังของเขาลง เหล่าใบไม้จึงไม่ทำการโจมตีชายร่างอ้วนจนถึงแก่ชีวิต

 

โทษตายนั้นเว้นได้แต่โทษเป็นนั้นยังอยู่ ทั่วร่างของชายร่างอ้วนนั้นเกิดบาดแผลจำนวนนับไม่ถ้วน แม้ว่าบาดแผลนั้นจะไม่ถูกเฉือนให้ลงลึก แต่บาดแผลที่เบาบางจำนวนมากนั้นก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างความเจ็บปวดทรมานให้แก่ชายร่างอ้วน

 

สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเพียงนักเวทย์ผู้หนึ่ง ไม่ว่าจะอยู่ในระดับใด พวกเขาเหล่านั้นก็ไม่เพียงพอที่จะเป็นคู่มือให้แก่เมอร์ลิน

 

สามเดือนที่ผ่านมา ความสามารถของเมอร์ลินนั้นถูกพัฒนาขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องพลังปราณเซียนหรือพลังเวทย์ เมอร์ลินใช้ความรู้ที่ได้รับมาผสมผสานทั้งสองศาสตร์นี้เข้าด้วยกัน การควบคุมพลังปราณเซียนและพลังเวทย์ของเขาจึงได้ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก

 

"พอแล้ว พอได้แล้ว ข้ายอมแพ้เจ้าแล้ว" ชายร่างอ้วนตะโกนอย่างด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวด

 

ชายร่างอ้วนค่อยๆ ร่นถอยออกไปเรื่อยๆ สภาพจิตใจของเขานั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาไม่คิดเลยว่าเพียงใบไม้เล็กๆ เหล่านี้จะสามารถสร้างเป็นโจมตีที่มีอำนาจขนาดนี้ได้

 

เมื่อปราการหอกดินของชายร่างอ้วนถูกทำลายลง เขาจึงตัดสินใจที่จะหนี

 

ศักดิ์ศรีนั้นไม่จำเป็นต่อเขาอีกต่อไป

 

"หยุด หยุด ได้โปรดหยุดมัน" เสียงของเจ้าอ้วนร้องขอต่อเมอร์ลินอย่างรนราน

 

ฝูงใบไม้ยังคงเฉือนหนังบางๆ ของเขาอย่างต่อเนื่อง เมอร์ลินนั้นไม่แยแสต่อคำร้องของชายร่างอ้วน

 

ชายร่างอ้วนทำการวิ่งหนีอย่างลนลาน ยามนี้ร่างกายของเขาถูกใบไม้เชือดเฉือนจนเกิดรอยบาดแผลบางๆ นับไม่ถ้วน 

 

บาดแผลเหล่านี้แม้ว่ามันไม่สามารถเอาชีวิตคนคนหนึ่งไปได้ แต่เมื่อคนคนนั้นทำการอาบน้ำหรือโดนน้ำ บาดแผลเล็กๆ เหล่านั้นจะสร้างความปวดแสบให้แก่เจ้าของร่างเป็นอย่างมาก

 

นี่คือการลงโทษของเมอร์ลิน คนที่สร้างความขุ่นเคืองให้แก่เขานั้นจะต้องได้รับผลลัพธ์ที่ไม่ดีอย่างแน่นอน

 

ชายร่างอ้วนวิ่งหนีจนหกล้มลงอย่างรนราน สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

 

กลุ่มใบไม้ยังคงติดตามเขาอย่างต่อเนื่อง เขาหลับตาแน่นราวกับยอมรับในชะตากรรม

 

แต่แล้ว ...

 

ปัง!

 

ทันใดนั้นกำแพงน้ำแข็งขนาด 5 เมตรก็โพล่ขึ้นมาจากพื้นดิน มันถูกสร้างเป็นปราการปิดกั้นการโจมตีของกลุ่มใบไม้ การปรากฏของมันนั้นเกิดขึ้นในเวลาที่รวดเร็วเป็นอย่างมาก

 

ฉึก ฉึก ฉึก!

 

ใบไม้ทั้งหมดพุ่งปักลงบนกำแพงน้ำแข็งอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

ไม่นานใบไม้เหล่านั้นก็ถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว

 

ใบไม้ที่ถูกปกคลุมเป็นน้ำแข็งนั้นทำให้เมอร์ลินไม่สามารถบังคับพวกมันได้อีกต่อไป

 

"พอแค่นั้นได้แล้ว" เสียงที่เย็นเยียบถูกส่งออกมาจากบนยอดไม้  

 

เมอร์ลินหันไปมองตามทิศทางของเสียง ด้วยความสามารถของดวงตาเลเมเกทัน แม้ที่แห่งนั้นจะเต็มไปด้วยความมืด มันก็ทำให้เขาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

 

บนยอดไม้เมอร์ลินมองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีผมสีน้ำเงินยาวเหยียดตรง เขาสวมใส่ชุดคลุมของโรงเรียนเวทย์อารากอน บนไหล่ของเขาประดับด้วยแถบสีทอง 6 แถบ

 

แต่นั่นก็ยังไม่ได้น่าประหลาดใจเท่าเมื่อลมพัดชายเสื้อคลุมให้โบกสะบัด เผยให้เห็นถึงสัญลักษณ์รูปเหยี่ยวที่มีนัยน์ตาอันคมกล้าอยู่บนเสื้อคลุมผืนนั้น

 

"ท่านจัสติน"  เสียงของชายร่างอ้วนถูกเอ่ยออกมา

 

แม้ว่าเขาจะไม่เห็นใบหน้าของชายคนนั้น แต่เขาก็สามารถจดจำเวทย์น้ำแข็งอันร้ายกาจนี้ได้

 

ดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้นมองตรงมาที่เมอร์ลิน เพียงการมองมันนั้นก็สามารถสร้างบรรยากาศที่เย็นเยือกแผ่ออกมาได้แล้ว หากเป็นผู้อื่นที่ไม่ใช่เมอร์ลิน การจ้องมองนั้นเพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้ที่อยู่ต่ำกว่าขั้นนักเวทย์นั้นหวาดกลัว

 

แต่น่าเสียดายที่เด็กน้อยผมขาวผู้นี้ไม่เหมือนกับคนอื่นๆ เมอร์ลินจ้องมองกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว ท่าทางของเขานั้นยังคงความเรียบเฉย

 

ความเย็นเยือกของจัสตินนั้นไม่อาจเทียบได้กับความเรียบเฉยของเมอร์ลินได้

 

“เขาคนนี้คงเป็นสมาชิกของกิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยวสินะ” เมอร์ลินคิดในใจ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 987 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. #26162 DECEMTUES (@DECEMTUES) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 20:59

    เรื่องนี้ผช.เยอะมาก ชอบ ไม่มีผญ.น่ารำคาญ
    #26162
    2
    • #26162-1 AiJaewa (@AiJaewa) (จากตอนที่ 54)
      22 ธันวาคม 2561 / 03:27
      ++ค่ะ บางเรื่องเน้นเรื่องเพศจนยังกับนิยายอีโรติค
      #26162-1
    • #26162-2 AiJaewa (@AiJaewa) (จากตอนที่ 54)
      22 ธันวาคม 2561 / 03:28
      ++ค่ะ บางเรื่องเน้นเรื่องเพศจนยังกับนิยายอีโรติค
      #26162-2
  2. #25071 nananabanana (@nananabanana) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 07:56
    สนุกมากกกก
    #25071
    0
  3. #24629 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 15:27

    Thank you

    #24629
    0
  4. #21808 Conflagration (@leafre-algorithm) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 22:14
    แม้จะมีส่วนย้อนแย้งเล็ก ๆ(?) แต่ก็ยังอ่านได้อยู่ดี
    #21808
    0
  5. #21354 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 22:39
    สนุกแน่งานนี้
    #21354
    0
  6. #21249 SAOW (@Sunako_333) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 21:58
    เป็นไงละ อยากลองของดีนัก เมอร์ลินจัดให้
    #21249
    0
  7. #21145 _Late_ (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 20:46
    สมน้ำหน้าอีอ้วนจริงๆนะ อยู่ดีไม่ว่าดีไปหาเรื่องชาวบ้านเขาอีก
    #21145
    0
  8. #20826 น้ำค้างร้างปี (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 15:41
    โอ๋ยยยย ค้างงง อยากอ่านต่อแล้วง่ะ ต้องเข้ามาทุกวันและค้างทุกวันเลยนะคะ ไรท์😂😂
    #20826
    0
  9. วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 14:38
    มาได้ถูกจังหวะ
    #20824
    0
  10. #20822 Avista (@babellzcalypso) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 12:20
    หึ้ยยยๆๆๆ
    #20822
    0
  11. #20821 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 11:52
    จัดการมันเลยลูก! เมอร์ลิน
    #20821
    0
  12. #20121 PaJth (@Payare2559) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 19:16
    แมว(แอบ)มอง
    #20121
    0
  13. #19245 SKNdragon (@skndragon) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 21:38
    แมวมอง รึ เหยี่ยวมอง 555+
    #19245
    0
  14. #14812 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 12:00
    เอาเข้ากิล
    #14812
    0
  15. วันที่ 26 กันยายน 2559 / 01:55
    ฮันเซลไปไหนล่ะจ๊ะเกรเทล--
    #13345
    0
  16. #11772 Chen P (@zeeill) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2559 / 01:31
    อย่าบอกนะว่าจะปล้ำอาจารย์แบบเฮียซูเฟิง
    #11772
    0
  17. #9056 DarkKnight01 (@darkdark01) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 01:16
    ผมว่า 11 ดวงตาเหยี่ยวมันแปลกๆ ใช้เป็นนัยน์ตาเหยี่ยว จะดูดีกว่ารึป่าวหว่า
    #9056
    0
  18. #7951 slzyzero (@sliiz) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 15:31
    ติดตามครับ
    #7951
    0
  19. #7649 Fhaysics_L (@nitcha3615) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 18:56
    ตอนแรกๆ สกิลเฮียเมิ่ง ตอนนี้ เอ็งเป็นชูเฟิงซะแล้ว สักพักคงมีหยุ่นเช่อ เนี้ยหลี่ บลาๆๆ 555555
    #7649
    0
  20. #6343 xzerox2 (@xZEROx) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 09:51
    เอาแนวชูเฟิงมาสะด้วย 555 เมอร์ลินนี้มีคนชอบมาหาเรื่องตลอดเลยแหะ ตัวดูดเท้าชัดๆ(สกิลพระเอก)
    #6343
    0
  21. #6336 ปอมเป (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 08:40
    ขอบคุณมากจ้า
    #6336
    0
  22. #6305 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 05:47
    ขอบคุณับ
    #6305
    0
  23. #6128 beer-kp (@beer-kp) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 14:16
    ขอบคุณมากกก
    #6128
    0
  24. #6111 M●●N (@darklife2541) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 11:58
    นี้มันชูเฟิง หรือคิดไปเองหว่า
    #6111
    0
  25. #6098 klun17 (@klun17) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 02:21
    ขอบคุณครับ
    #6098
    0