เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,937,903 Views

  • 27,225 Comments

  • 28,115 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    84,172

    Overall
    3,937,903

ตอนที่ 63 : ความสูญเสีย (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45829
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 969 ครั้ง
    18 ธ.ค. 60

พลังเปลวเพลิงแผดเผาอย่างรุนแรง ห้องนี้ถูกย้อมให้เป็นทะเลเพลิงนรก ไฟที่ดุร้ายแผดเผาทุกสิ่ง พื้นดิน ผนัง หรือสัตว์อสูรล้วนไม่สามารถหนีเงื้อมือของเปลวเพลิงนี้ได้

 

แรงระเบิดจากเปลวเพลิงนั้นทำให้ทั่วทั้งห้องสั่นไหว ราวกับกำลังจะถล่มลงมาได้

 

ก่อนหน้านี้เมอร์ลินได้ทำการใช้อำนาจอักขระปิดกั้นทางเข้าของห้องนี้ไว้

 

ภายใต้อำนาจอักขระที่แม้จะเป็นเพียงอำนาจของผู้ใช้อักขระขั้นเริ่มต้นอย่างขั้นสีฟ้า แต่มันก็ยังสามารถป้องกันพลังความร้อนจากเพลิงเหล่านี้ได้ ตราบใดที่ไม่ใช่พลังที่อยู่ในขอบเขตจอมเวทย์ น้อยนักที่จะสามารถทำลายพลังอักขระขั้นสีฟ้าได้

 

เมื่อเห็นว่าเปลวเพลิงนั้นได้เผาผลาญสัตว์อสูรทั้งหมดแล้ว เมอร์ลินจึงทำการดับไฟ

 

เด็กน้อยแสดงท่าทีที่จริงจังออกมา อำนาจอักขระแผ่กระจายออกไปอย่างทรงอำนาจ

 

“นี่มัน! เจ้าคือผู้ใข้อักขระจริงๆ?” เฟร์ย่าเต็มไปด้วยความตกใจและความไม่น่าเชื่อ

 

เมอร์ลินไม่ได้เอ่ยตอบ เขานั้นยังมีท่าทีที่จริงจังและแผ่พลังอำนาจอักขระออกไปอย่างต่อเนื่อง

 

“ไม่ผิดแน่พลังนี้คล้ายกับพลังของม่านคุ้มกันเมืองเป็นอย่างมาก” สีหน้าของเฟร์ย่านั้นเต็มไปด้วยความงงงวย พลังที่แผ่ออกมาจากเด็กน้อยนั้นสร้างความตื่นตะลึงให้กับเธอ

 

แม้ว่าเด็กน้อยคนนี้จะไม่ตอบคำถามเธอ แต่เธอก็สามารถรับรู้ได้ว่าสิ่งที่เธอคาดเดานั้นถูกต้อง

 

เฟร์ย่ารู้สึกได้ว่าพลังของเมอร์ลินนั้นได้แผ่ขยายออกไปจนครอบคลุมทั่วทั้งห้อง

 

ครานั้นเองเปลวเพลิงทั้งหมดก็มอดดับลง เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ

 

เมอร์ลินทำการใช้พลังอักขระครอบคลุมทั่วทั้งห้องเพื่อให้ห้องแห่งนี้ไร้ซึ่งอากาศ

 

เมื่อเปลวเพลิงไร้อากาศในการเผาไหม้ เพลิงนั้นก็ย่อมต้องดับสูญ

 

เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมอร์ลินไม่ได้คลายม่านพลังที่คลุมตัวเขาและเฟร์ย่าในทันที นั่นเพราะภายในห้องแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยกลุ่มควันและไอความร้อนที่มองไม่เห็น

 

กลุ่มควันนั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจจะประมาทได้ มนุษย์หากสูดดมเอากลุ่มควันเข้าไปในร่างกายมากจนเกินไป พวกเขานั้นอาจเสียชีวิตได้

 

แม้แต่ผู้ฝึกตนอย่างเมอร์ลินก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นในกฎเกณฑ์นี้

 

"พี่สาวรอข้าอยู่ที่นี่ก่อน” เมอร์ลินกล่าวต่อเฟร์ย่าที่กำลังมีท่าทีที่แตกตื่น

 

ภายในหนึ่งลมหายใจเมอร์ลินก็ได้ใช้อำนาจอักขระสร้างม่านพลังให้แก่เขาอีกชั้นหนึ่ง เขาทำการพุ่งตัวทะลุผ่านม่านพลังที่ครอบคลุมก่อนหน้านี้ออกไป

 

ภายใต้กฎเกณฑ์การใช้อำนาจอักขระ ผู้ใช้อักขระนั้นสามารถสร้างหรือสลายม่านพลังได้ อีกทั้งยังสามารถอนุญาตให้ผู้ใดก็ได้เคลื่อนทะลุผ่านม่านพลังของเขาได้อีกด้วย

 

ภายนอกม่านพลังนั้นเต็มไปด้วยกลุ่มควันและกลุ่มความร้อนจำนวนมาก

           

เมอร์ลินทำการสะบัดฝ่ามือพร้อมกับร่ายเวทย์ออกมา

           

ทันใดนั้นเองพายุหมุนลูกหนึ่งก็ถูกสร้างขึ้นในทิศทางที่เมอร์ลินสะบัดมือออกไป

 

            กลุ่มควันและกลุ่มความร้อนนั้นถูกดูดเข้าไปในพายุหมุนลูกนั้นอย่างรวดเร็ว

           

ทัศนียภาพต่างๆ ภายในห้องสามารถมองเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

 

เด็กน้อยกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง เขาได้พบกับซากของสัตว์อสูรมากมายที่นอนตายเกลื่อนกลาด

 

เมอร์ลินทำการสะบัดมือทั้งสองของเขาไปมาอย่างรวดเร็ว พลังปราณเซียนที่อยู่ในร่างก็แผ่พุ่งออกมาราวกับเส้นด้ายจำนวนมาก เส้นดายเหล่านั้นพุ่งไปยังซากศพของสัตว์อสูร พวกมันทะลวงร่างเหล่านั้นและดึงเอาจิตเวทย์ที่อยู่ภายในซากศพเหล่านั้นออกมา

 

“เด็กคนนั้นกำลังทำอะไร?” เฟร์ย่าเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบา เธอนั้นไม่สามารถมองเห็นพลังปราณเซียนของเมอร์ลินได้ แต่เธอนั้นเห็นว่าจิตเวทย์จำนวนมากนั้นกำลังลอยออกมาจากศพ

 

เฟร์ย่าต้องการที่จะเข้าไปดูใกล้ๆ แต่ม่านพลังนี้ทำให้เธอไม่สามารถทำทุกอย่างได้ตามอำเภอใจ ด้วยพลังนักรบเวทย์ของเธอมันย่อมไม่สามารถทำลายม่านพลังนี้ได้

 

จิตเวทย์เวทย์จำนวนมาถูกเก็บเกี่ยวภายในพริบตา

 

กลุ่มควันและกลุ่มความร้อนก็ถูกบ่อหลุมมิติดูดกลืนเข้าไป

 

เมอร์ลินสามารถจัดการสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ด้วยตัวเพียงคนเดียว

 

เขาใช้เวทย์มิติปรากฏตัวเบื้องหน้าเฟร์ย่าอย่างรวดเร็วและทำการสลายม่านพลังปลดปล่อยเฟร์ย่าให้เป็นอิสระ

 

“เจ้าคือผู้ใช้อักขระ” เฟร์ย่าเอ่ยถามเมอร์ลินอีกครั้ง เธอต้องการคำตอบที่ชัดเจนจากเมอร์ลิน

 

เมอร์ลินอมยิ้มและพยักหน้าก่อนจะเอ่ย “สิ่งที่พี่สาวคิดนั้นถูกต้องแล้ว”

 

เฟร์ย่าถึงกับอ้าปากค้าง แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่เธอคิดแต่นี่ก็เป็นเรื่องที่เธอคาดไม่ถึง เด็กคนนี้นั้นเป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ เขาคือนักเวทย์ที่สามารถเอาชนะนักรบเวทย์ได้ เขาคือผู้ครอบครองทวิธาตุ และตอนนี้เขาคือผู้ใช้อักขณะ

 

ความจริงนี้สามารถทำให้ผู้คนต้องกรีดร้องและอิจฉาไปจนตายได้

 

“ที่ผ่านมาเด็กคนนี้ล้วนเก็บงำฝีมือของเขาเอาไว้ ไม่แน่ว่าถึงแม้ในตอนนี้เขาก็ยังเก็บซ่อนอะไรเอาไว้อีก” เฟร์ย่าอดที่จะคิดในใจไม่ได้

 

“พี่สาว เราไม่ควรเสียเวลาอยู่ที่นี่นาน ยิ่งกวาดล้างเร็วเท่าไหร่มันยิ่งเป็นผลดีมากขึ้นเท่านั้น ไปกันเถอะ” จบคำพูดเมอร์ลินก็หันหลังกลับและมุ่งหน้าไปห้องถัดไป

 

เฟร์ย่าที่ตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิด เมื่อตื่นขึ้นมาเธอก็พบว่าเมอร์ลินนั้นทะยานตัวออกไปแล้ว

 

ภายในห้องถัดๆ ไปทั้งคู่ก็ได้ใช้วิธีการเดิม การกวาดล้างสัตว์อสูรวิธีนี้นั้นมีประสิทธิภาพและเป็นไปอย่างรวดเร็ว

 

พื้นที่ในความรับผิดชอบของพวกเขาถูกเก็บกวาดรวดเร็วอย่างคาดไม่ถึง

 

เฟร์ย่าต้องการจะถามเรื่องราวต่างๆ มากมายกับเมอร์ลิน

 

แต่เมอร์ลินนั้นทำเพียงแค่อมยิ้มและไม่เอยคำตอบใดๆ ออกมา

 

เฟร์ย่าจึงจนปัญญา แม้เธอจะมีพลังที่มากกว่าหรือมีอายุที่มากกว่า แต่มันไม่สามารถใช้กับเมอร์ลินได้ เด็กเช่นเมอร์ลินนั้นอยู่เหนือเหตุผลใดๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุหรือการบ่มเพาะล้วนไม่สามารถใช้วัดความสามารถที่แท้จริงของเด็กน้อยคนนี้ได้

 

ตัวตนของเด็กน้อยนั้นเหมือนลูกรักแห่งทวยเทพ มันเหมือนกับว่าพรสวรรค์อันหลากหลายได้รวมอยู่ที่ตัวเขาเพียงคนเดียว ความรักของทวยเทพที่มีให้แก่เด็กน้อยนั้นสามารถทำให้คนอิจฉาจนแทบกระอักเลือดออกมา

 

แม้แต่ตัวเธอเองก็อดที่จะรู้สึกอิจฉาเด็กคนนี้ไม่ได้เช่นกัน

 

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง เมอร์ลินและเฟร์ย่านั้นได้พักผ่อนจนเต็มที่ ในขณะที่คนอื่นๆ เพิ่งจะจัดการสัตว์อสูรตามหน้าที่ของพวกเขาเสร็จ

 

พวกเขานั้นไม่ก้าวล่วงภารกิจของกันและกัน ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขาแต่ละคนนั้นมีความสามารถที่จะทำมันได้ การที่ถูกยื่นมือเข้าช่วยเหลือถือเป็นการดูถูกและไม่มีใครคิดที่จะทำ

 

กลุ่มเหยี่ยวนั้นจึงเป็นกลุ่มที่มีความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีเป็นอย่างมาก

 

จากนั้นไม่นานพวกเขาก็ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่ง

 

จุดรวมตัวของพวกเขาคือด้านหน้าห้องของหัวหน้าสัตว์อสูรชั้นที่ 5

 

เลโอได้ทำการเก็บรวบรวมจิตเวทย์ที่สมาชิกเก็บเกี่ยวได้ทั้งหมด การวางแผนถูกเริ่มดำเนินการอย่างจริงจังอีกครั้ง

 

ในปีที่แล้วกลุ่มเหยี่ยวนั้นได้ก้าวมาถึงชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นปัจจุบัน และพวกเขาก็ได้ทำภารกิจล้มเหลว

 

ครั้งนี้ถือการแก้มือของพวกเขา

 

หัวหน้าสัตว์อสูรชั้นที่ 5 นั้นมีรูปร่างเหมือนกับตะขาบยักษ์ มันสัตว์อสูรระดับ 6 อย่างแท้จริง ซึ่งสามารถเทียบได้กับจอมเวทย์ชั้นยอดคนหนึ่ง

 

การโจมตีอันร้ายกาจที่ต้องระวังของมันคือการใช้พิษ ในปีที่แล้วมีสมาชิกเหยี่ยวเกือบตายเพราะพิษของมัน ด้วยอำนาจของพิษนี้จึงทำให้ภารกิจในชั้นนี้ยากที่จะทะลวงผ่าน

 

เป็นที่รู้กันว่าผู้ใช้พิษนั้นแพ้ทางกับไฟ มันมีเพียงการโจมตีเวทย์ไฟเท่านั้นที่สามารถจัดการกับพิษเหล่านี้ได้ ไม่เท่านั้นนอกเหนือจากพิษแล้วกระดองของหัวหน้าสัตว์อสูรตัวนี้ยังแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก มันยากที่จะโจมตีให้ทะลุเกาะป้องกันของมัน

 

มันจึงไม่ง่ายเลยที่จะล้มสัตว์อสูรตัวนี้

 

“แผนของพวกเราในครั้งนี้คือการใช้เวทย์ไฟในการโจมตีเป็นหลัก เกร์เทลรับผิดชอบการสร้างม่านพลังป้องกันพิษ ม่านน้ำของเจ้านั้นสามารถยับยั้งระอองพิษได้ระยะหนึ่ง”

 

“หัวหน้า ท่านจงพยายามใช้เวทย์ดินจำกัดพื้นที่การเคลื่อนไหวของมันให้ได้มากที่สุด ฟาวส์ใช้ร่างมนุษย์ยักษ์ของเจ้าร่วมมือกับหัวหน้าสร้างพื้นที่จำกัดให้แก่หัวหน้าสัตว์อสูร”

 

เลโอกวาดสายตาและกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

 

“ส่วนคนที่เหลือพยายามโจมตีทุกวิถีทางและคอยสนับสนุนเฟร์ย่าที่ใช้เวทย์ไฟเป็นหลัก ศึกในครั้งนี้พวกเราไม่สามารถใช้เวทย์บ่อหลุมมิติของเมอร์ลินได้อีกแล้ว เพราะสัตว์อสูรตัวนี้มีความคล่องตัวและเคลื่อนที่รวดเร็วเป็นอย่างมาก เวทย์พันธนาการของอีโรนิสจึงไร้ประโยชน์เช่นเดียวกัน พลังของขอบเขตนักรบเวทย์นั้นไม่เพียงพอที่จะสะกดมันเอาไว้ได้”

 

กล่าวจบเลโอได้ก้าวถอยไปด้านหลังและอัลเกรียได้เดินออกมา

 

“ภารกิจนี้สำคัญเป็นอย่างมาก ทุกๆ ก้าวนั้นล้วนเกี่ยวพันกับชีวิตของทุกคน ด้วยความแข็งแกร่งที่เทียบเท่ากับจอมเวทย์นั้นเป็นสิ่งที่ท้าทาย หากพวกเขาสามารถโค่นมันได้มันจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการสำรวจในชั้นถัดไป เกียรติยศและศักดิ์ศรีล้วนอยู่ในมือของพวกเรา”

 

อัลเกรียกล่าวด้วยคำพูดที่ทรงพลัง คำพูดของเขาสร้างความฮึกเหิมให้แต่สมาชิก

 

"เกร์เทล ทันทีที่เปิดประตูเจ้าจงใช้ม่านพลังโดยทันที ตะขาบยักษ์นั่นมีประสาทสัมผัสที่ไวเป็นอย่างมาก มันจะจู่โจมทันทีเมื่อมีผู้ล่วงล้ำอาณาเขตของมัน” เลโอเอ่ยเตือนอีกครั้งหนึ่งด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด

 

ในระหว่างที่กำลังจะเปิดประตูนั้น เป็นเฟร์ย่าที่เอ่ยออกมาให้ทุกคนหยุดชะงัก

 

"เดี๋ยวก่อน!"  เฟร์ย่าก้าวออกมาและเอ่ยให้ทุกคนหยุด

 

"มีอะไรเฟร์ย่า?"  เสียงทุ้มของอัลเกรียเอ่ยถาม

 

"ข้าได้ข่าวมาว่าพิษของตะขาบยักษ์นั้นร้ายกาจกระทั่งทำให้ปีที่แล้วมีคนเกือบตายมาแล้ว ในความเห็นของข้าม่านพลังของเกร์เทลนั้นยังไม่เพียงพอที่จะต้านทานพิษของสัตว์อสูรระดับ 6 

 

จบคำของเฟร์ย่า ทุกคนก็ตกอยู่ในความเงียบ

 

มันเป็นจริงอย่างที่เฟร์ย่าเอ่ยออกมา ความร้ายกาจของสัตว์อสูรตัวนี้ไม่ได้อยู่ที่พลังเวทย์ของมัน แต่กลับอยู่ที่พิษของมัน มันเป็นไปได้ยากเป็นอย่างมากที่จะสามารถป้องกันพิษจากสัตว์อสูรระดับ 6

 

เกร์เทลเป็นเพียงนักรบเวทย์แม้จะมีขีดจำกัดสายเลือด แต่มันก็ไม่สามารถเทียบได้กับสัตว์อสูรที่มีพลังเทียบเท่าจอมเวทย์ ความหวาดกลัวจึงเกิดขึ้นในหัวใจของพวกเขา

 

"เจ้ามีวิธีที่ดีกว่านี้” เลโอมองไปยังเฟร์ย่าและเอ่ยถาม

 

เฟร์ย่านั้นจะไม่เอ่ยออกมาถ้าหากเธอไม่มีเหตุผล การที่เธอตัดสินใจพูดมันออกมานั่นแสดงว่าเธอนั้นมีทางเลือกที่ดีกว่านี้ เลโอจึงต้องการที่จะฟัง

 

เฟร์ย่าอมยิ้มและเอ่ยว่า “มันยังพอมีวิธีอยู่บ้าง จากที่ข้ามองเห็นในกลุ่มของเรานั้นผู้ที่สามารถสร้างม่านพลังได้แข็งแกร่งที่สุดนั้นไม่ใช่เกร์เทลแต่กลับเป็นอีกคนหนึ่ง ซึ่งม่านพลังของเขานั้นข้าสามารถพูดออกมาได้อย่างเต็มปากได้เลยว่าพวกเราทั้งหมดนั้นไม่สามารถทำลายม่านพลังของเขาได้”

 

เฟร์ย่าเดินอย่างนวยนาถและหยุดที่เมอร์ลิน

 

เธอก้มตัวและยิ้มให้กับเด็กน้อย

 

“นี่เจ้าอย่าบอกนะว่าคนที่เข้าพูดถึงหมายถึงเด็กคนนี้” ฟาวส์ผู้ที่สามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ยักษ์ได้พูดขึ้น

 

เฟร์ย่ายืดตัวตรงและยิ้ม

 

"ถูกต้อง"  

 

ใบหน้าของกลุ่มเหยี่ยวของแต่ละคนนั้นเต็มไปด้วยความหลากหลาย ส่วนเมอร์ลินนั้นยังคงมีใบหน้าที่นิ่งเฉย เขานั้นยังคงไว้ซึ่งความสงบและเย็นชา

 

"แม้เด็กคนนี้จะเป็นผู้ครอบครองทวิธาตุ แต่ทั้งเวทย์ธาตุลมและธาตุมืด เวทย์มิติของเขานั้นมีข้อจำกัดอยู่มาก และย่อมไม่สามารถสร้างมันออกมาได้ทัน หากจะสร้างเกาะป้องกันธาตุลม เกราะลมดำของเลโอผู้ซึ่งเป็นมีขีดจำกัดสายเลือดธาตุลมย่อมมีประสิทธิภาพมากกว่า ซึ่งนั่นแม้แต่เลโอเองก็ยังไม่กล้าที่จะรับประกันได้เลยว่าจะสามารถต้านทานพิษนั้นได้ ไม่ว่าจะเป็นมุมมองไหนข้าก็มองไม่เห็นสิ่งที่เจ้าต้องการจะเอ่ย” หญิงสาวคนหนึ่งในสมาชิกเหยี่ยวโต้แย้งอย่างมีเหตุผล

           

หลายคนพยักหน้าเมื่อได้ฟังคำโต้แย้งของหญิงสาวคนนั้น

           

"มันเป็นเรื่องเหลวไหลที่ม่านพลังของผู้ที่ไม่ใช่ผู้ครอบครองขีดจำกัดทางสายเลือดจะแข็งแกร่งที่สุด ต่อให้เป็นผู้ครอบครองทวิธาตุก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น มิหนำซ้ำเขายังเป็นเพียงนักเวทย์ หากเจ้าไม่มั่นใจในพลังของเกร์เทลที่เป็นนักรบเวทย์แล้วเหตุใดเจ้าจึงมั่นใจในนักเวทย์คนหนึ่ง” ชายคนหนึ่งพูดโต้แย้งออกมาอย่างไม่เห็นด้วยอีกเสียง

           

เฟร์ย่าไม่มีท่าทีที่โกรธเคียงใดๆ เธอยิ้มและพิงตัวกับผนังอย่างสบาย

 

"เรื่องที่ข้าได้พูดถึงนั้นหาใช่เรื่องที่เหลวไหล ที่ข้ามั่นใจในนักเวทย์ผู้นี้นั้นย่อมมีเหตุผล”

 

เฟร์ยาพูดอย่างสบายและหลับตา

 

ผ่านไปครู่หนึ่งเธอก็ค่อยๆ ลืมตาและพูดว่า

 

“เหตุผลของข้าคือเด็กคนนี้ไม่ใช่นักเวทย์ธรรมดา แต่เขาคือ ... ผู้ใช้อักขระ"

 

สิ้นเสียงของเฟร์ย่าทุกคนในที่นี้ราวกับลืมหายใจ บางคนกระทั่งขนลุกอย่างไม่ได้ตั้งตัว พวกเขานั้นตกใจกับคำพูดของเฟร์ย่าเป็นอย่างมาก

 

ผู้ใช้อักขระนั้นไม่ใช่คำพูดที่สามารถพูดออกมาเล่นๆ ได้

 

ผู้ใช้อักขระนั้นเป็นตัวตนที่อยู่เหนือกว่าคนทั่วไป เหนือกว่าผู้ครอบครองขีดจำกัดทางสายเลือดหรือทวิธาตุ

 

ทุกๆ อาณาจักรนั้นล้วนต้องการตัวพวกเขา พ่อค้าทุกคนนั้นเทิดทูนพวกเขา ขุนนางและเชื้อพระวงศ์ทุกคนนั้นต่างเคารพพวกเขา

 

แม้แต่ในโรงเรียนแห่งนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ในโรงเรียนนั้นมีผู้ใช้อักขระอยู่คนหนึ่ง เขาเป็นอาจารย์ที่หยิ่งยโสเป็นอย่างมาก แม้แต่อัสลานผู้เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนยังเกรงใจเขา และเขาก็มีคุณสมบัติที่จะแสดงความยโสเหล่านี้ออกมา

 

การที่เฟร์ย่าพูดว่าเมอร์ลินนั้นเป็นผู้ใช้อักขระจึงสร้างความตื่นตะลึงตกใจกับพวกเขาเป็นอย่างมาก

 

เกร์เทลเป็นคนหนึ่งที่เคยอยู่ติดกับเมอร์ลินมาตลอดทั้ง 3 เดือน แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เคยรู้ความลับนี้ เขามองไปที่เมอร์ลินด้วยสายตาที่ซับซ้อน

 

เด็กคนนี้นั้นเก็บความลับที่แนบเนียนเกินไป ความสามารถของเขานั้นเป็นที่น่าตื่นตะลึงและสร้างความอิจฉาให้แก่ผู้คนเป็นอย่างมาก

 

"เมอร์ลิน! เจ้าควรบอกพวกเราในเรื่องนี้" เลโอพูดด้วยน้ำเสียงที่ขึงขังออกมา เขานั้นไม่พอใจเมอร์ลินมาตั้งแต่ต้น แม้ว่าเด็กคนนี้จะเป็นผู้ใช้อักขระที่ผู้คนเทิดทูน แต่มันกลับไม่มีค่าใดๆ เลยกับคนที่อยู่ในตระกูลนักฆ่าอย่างเขา

 

มีตัวตนมากมายที่ผ่านคมดาบของคนในตระกูลเขา แม้จะเป็นผู้ใช้อักขระก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

 

เขาจึงใช้น้ำเสียงที่ไม่พอใจพูดออกมาโดยตรง

 

"เป็นพวกเจ้าไม่เคยถามข้า" ท่าทีที่ไม่แยแสต่อโลกของเมอร์ลินนั้นสร้างความรู้สึกขุ่นเคืองให้แก่ผู้คนเป็นอย่างมาก แต่ถึงแม้ว่าเขาจะมีท่าทีที่หยิ่งยโสขนาดไหน ที่น่าเสียดายที่เขานั้นมีคุณสมบัติที่จะทำมัน

 

"เมอร์ลิน! เจ้า!" เลโอตวัดตามองด้วยความไม่พอใจ

 

เมอร์ลินไม่ได้ตอบโต้ใดๆ เขาเพียงหรี่ตาและอมยิ้ม

 

"พอได้แล้ว ศัตรูอยู่ข้างหน้าพวกเราควรสามัคคีกันเข้าไว้ ในเมื่อเมอร์ลินเป็นผู้ใช้อักขระนั่นจึงไม่มีข้อโต้แย้งที่ว่าม่านพลังของเขาแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม คงไม่มีใครคิดที่สงสัยความจริงในข้อนี้ใช่หรือไม่”

 

อัลเกรียกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงของผู้นำ เขากวาดตามองทุกคนเพื่อตรวจสอบความเห็น แต่เมื่อเห็นว่าทุกคนนั้นเลือกที่จะเงียบเขาจึงเอ่ยออกมาอีกครั้ง

 

“หากไม่มีใครคัดค้าน หน้าที่การสร้างม่านพลังนั้นตกเป็นของเมอร์ลิน”

 

คำตัดสินถูกเอ่ยออกมาจากปากของอัลเกรีย

 

“อย่างนั้นหน้าที่ในการสร้างม่านพลังนั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าแล้วเมอร์ลิน ฝากเจ้าด้วย” อัลเกรียตบไปที่บ่าของเมอร์ลินเบาๆ

 

เมอร์ลินไม่ได้เอ่ยตอบรับคำใดๆ เขาเพียงเผยรอยยิ้มออกมาที่มุมปาก ความยโสของเขานั้นเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของทุกคน

 

เดิมทีแล้วเมอร์ลินนั้นไม่ได้ตั้งใจที่จะปกปิดความลับนี้ การเปิดเผยตัวตนของผู้ใช้อักขระยิ่งเป็นผลดีต่อเขาเสียอีก เขานั้นได้สร้างตัวตนผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวไว้ที่ร้านเสื้อคลุมสีฟ้า และตอนนี้เขาจะเปิดเผยในตัวตนผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้า

 

เมื่อได้รับตัวตนผู้ใช้อักขระมา การใช้พลังปราณเซียนของเขาก็จะแนบเนียนมากยิ่งขึ้น ในโลกนี้ไม่มีใครไม่รู้จักผู้ใช้อักขระว่าเป็นตัวตนเช่นใด ในทุกๆ ยุคที่ผ่านมาผู้คนต่างเคารพในตัวตนนี้

 

เขาได้อาศัยร้านเสื้อคลุมสีฟ้าเป็นฐานในด้านการเงินและอำนาจ ส่วนตัวตนที่แท้จริงของเขานั้นเปิดเผยว่าเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้า การปกปิดพลังที่พิสดารของเขาก็ยิ่งจะแนบเนียนมากยิ่งขึ้น

           

“เริ่มได้” อัลเกรียเอ่ยด้วยเสียที่ทรงพลังของเขา

 

            กลุ่มเหยี่ยวเริ่มเคลื่อนไหวในทันที

           

เมื่อบานประตูถูกเปิดออก กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ก็โพยพุ่งออกมา

           

ของเหลวสีเขียวจำนวนมากพุ่งไปที่ประตูทางเข้าที่เปิดออก

           

เมอร์ลินใช้อำนาจอักขระสร้างรูปแบบป้องกันออกมาอย่างรวดเร็ว

 

ทันทีที่ม่านพลังอักขระปรากฏ กลิ่นอายที่ทรงอำนาจก็ถูกเผยออกมา ของเหลวสีเขียวจำนวนมากเหล่านั้นไม่อาจกัดกร่อนม่านพลังนี้ได้ ด้วยอำนาจพลังพิษของมันนั้นไม่เพียงพอที่จะสามารถทำอันตรายม่านพลังอักขระนี้ได้

 

หลายคนมองเหตุการณ์ด้วยสายตาไม่เชื่อ

 

พวกเขาอดไม่ได้ที่จะจ้องไปยังเมอร์ลิน ผ้าคลุมเวทย์สีเทาของเมอร์ลินนั้นปรากฏลวดลายอักขระสีฟ้าตามชายขอบ อักขระเหล่านั้นเคลื่อนที่ไปมาราวกับมีชีวิต

 

เฟร์ย่าไม่ได้พูดคำปด เมอร์ลินนั้นมีคุณสมบัติที่จะเย่อหยิ่ง

 

จากหลักฐานเหล่านี้ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดอื่นใด เด็กน้อยเบื้องหน้านี้เป็นผู้ใช้อักขระอย่างแท้จริง

 

เลโอมองแผ่นหลังของเมอร์ลินอย่างไม่เชื่อสายตา

 

กลิ่นอายพลังอักขระแผ่กระจายออกมาจากตัวของเด็กน้อยอย่างต่อเนื่อง

 

ม่านพลังนี้ทรงพลังยิ่งกว่าม่านพลังใดๆ ที่พวกเขาได้ใช้ออกมา มันไม่น่าเชื่อที่จะบอกว่ามันถูกสร้างโดยนักเวทย์ผู้หนึ่ง

 

ม่านพลังอักขระขั้นสีฟ้าส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้เป็นเกราะคุ้มครองเมือง แต่ละเมืองนั้นแทบที่จะกราบกรานผู้ใช้อักขระเพื่อขอร้องให้กางม่านพลังคุ้มครองเมืองของตน

 

ว่ากันว่าพลังของผู้ใช้อักขระนั้นเพียงพอแล้วที่จะปกป้องผู้คนจากสัตว์อสูรระดับ 5 หรือนักรบเวทย์ที่มุ่งร้าย และมันยังสามารถป้องกันพลังของจอมเวทย์ได้ระยะหนึ่งได้อีกด้วย

           

พิษของสัตว์อสูรไม่อาจจะทะลวงผ่านม่านพลังการป้องกันของเมอร์ลินได้

 

ตั้งแต่เคลื่อนตัวเข้ามาในห้องนี้ พวกเขาได้พบกับหัวหน้าสัตว์อสูรเพียงพริบตาเท่านั้น ในช่วงเวลานั้นมันไม่ผิดจากที่พวกเขาคิดไว้ สัตว์ร้ายนั้นได้โจมตีด้วยพิษทันทีที่มีผู้บุกรุก

 

พิษสีเขียวเหล่านั้นแม้จะไม่สามารถกัดกร่อนม่านพลังนี้ได้ แต่มันก็ทำให้บดบังทัศนียภาพ

 

ในตอนนี้พวกเขานั้นไม่สามารถมองตำแหน่งของหัวหน้าสัตว์อสูรได้

 

เมอร์ลินทำการวาดมือออกไปกลางอากาศครั้งหนึ่งพิษเหล่านั้นก็ถูกปาดไปยังเบื้องล่าง

 

ทันทีที่พิษกระทบกับพื้นดิน พื้นดินก็เกิดเสียง ซู่ ซู่ ดังขึ้นทันที

 

พิษนี้กัดกร่อนได้กระทั่งพื้นดิน พวกเขาไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าหากพวกเขาใช้ม่านพลังเวทย์น้ำของเกร์เทลพวกเขาจะมีจุดจบเป็นเช่นใด

 

เมื่อกลับมามองเห็นได้อย่างชัดเจน พวกเขาก็ได้เห็นร่างของหัวหน้าสัตว์อสูร

 

หัวหน้าสัตว์อสูรชั้นที่ 5 นั้นมีรูปร่างเหมือนกับตะขาบยักษ์ ลำตัวของมันนั้นเต็มไปด้วยกระดูกของมนุษย์ และศีรษะของมันก็ปรากฏดวงตาของมนุษย์ฝังอยู่เป็นจำนวนมาก กลิ่นอายแห่งความตายที่รุนแรงนั้นถูกส่งออกมา

 

แต่ทันใดนั้นเองร่างของหัวหน้าสัตว์อสูรจู่ๆ ก็หายไป ไม่มีใครในกลุ่มเหยี่ยวที่สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของมันได้ ยกเว้นเมอร์ลิน

 

ทันใดนั้นเองร่างอันใหญ่ยักษ์นั้นก็ปรากฏขึ้นด้านบน

 

มันกำลังไต่เพดานและทำการพ่นพิษโจมตีออกมาจากด้านบน

 

ปัง!

 

เมอร์ลินใช้อำนาจอักขระต้านไว้อย่างทันท่วงที

 

ตะขาบยักษ์เมื่อเห็นว่าการโจมตีพิษของมันไม่ได้ผล มันจึงกระโจนลงมายังด้านล่างอย่างรวดเร็ว นอกจากพลังการโจมตีของมันแล้วมันยังมีสติปัญญาที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

           

ขาจำนวนมาของมันนั้นแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า มันถูกใช้ระดมจู่โจมม่านพลังของเมอร์ลิน

 

ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!

 

แม้ว่าม่านพลังของผู้ใช้อักขระจะแข็งแกร่ง แต่ม่านพลังนี้ยังเป็นของผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้า พลังของมันนั้นไม่เพียงพอที่จะต่อต้านพลังของสัตว์อสูรระดับ 6 ได้ ม่านพลังนี้จึงเริ่มเกิดรอยแตกร้าว

 

เมอร์ลินไม่สามารถรักษาสีหน้าของเขาเอาไว้ได้ เขาพยายามที่จะต้านทานพลังของตะขาบยักษ์อย่างเต็มที่

 

แกร๊ก! แกร๊ก!

 

แย่แล้ว! ม่านพลังของเมอร์ลินกำลังถูกทำลาย

 

เมอร์ลินทำการสร้างเกราะป้องกันขึ้นมาอีกชั้นหนึ่งและทะยานร่างออกจากจุดนั้นทันที

 

"รีบทำอะไรสักอย่างเร็วเข้า" เสียงหนึ่งตะโกนออกมาอย่างร้อนใจ

 

กลุ่มเหยี่ยวกระจายตัวออกไปยังจุดต่างๆ

 

ปัง!

 

ทันใดนั้นเองเสาหินยักษ์ต้นหนึ่งก็พุ่งเข้าโจมตีอัดตะขาบยักษ์จนลอยขึ้นกลางอากาศ ภาพที่เห็นคืออัลเกรียก้มลงประทับผ่ามือเข้ากับพื้นดิน

 

การโจมตีของเขาสร้างช่วงจังหวะที่ดีแก่กลุ่มเหยี่ยว

 

ทุกคนนั้นเล็งเป้าหมายและระดมอัดพลังโจมตีใส่ตะขาบยักษ์ที่สูญเสียการทรงตัวอยู่กลางอากาศทันที

 

ตูม ตูม ตูม

 

พลังแสงสีจำนวนมากถูกปล่อยออกมาจากสมาชิกกลุ่มเหยี่ยว

 

แต่ทว่ามันกลับไม่ง่ายเลยที่จะจัดการสัตว์อสูรระดับนี้

 

ตะขาบยักษ์นั้นทำลายเสาหินได้อย่างง่ายดายและดีดลำตัวตวัดลงมาโจมตียังจุดที่สมาชิกเหยี่ยวยืนอยู่

 

ฟาวส์รีบแปลงร่างเป็นมนุษย์ยักษ์และพุ่งเข้าไปจับส่วนหางของสัตว์อสูรตะขาบยักษ์ เวทย์บ่มเพาะสีแดงทั้งสองวงนั้นทำอย่างอย่างเต็มที่มันเปล่งกลิ่นอายอันทรงพลังออกมา

 

ร่างกายของฟาวส์นั้นถูกเพิ่มพลังขึ้นอย่างมหาศาล เขาทำการเหวี่ยงตะขาบยักษ์หมายที่จะอัดมันให้ติดกับผนัง 

 

แต่น่าเสียดายที่ตะขาบยักษ์นั้นรวดเร็วเกินไป ยังไม่ทันที่ฟาวส์จะเหวี่ยงมันออกไป ส่วนหัวของมันขดตัวหันร่างเข้าหาเขา การเคลื่อนไหวของมันนั้นรวดเร็วเป็นอย่างมาก

 

ตะขาบยักษ์มีคมเขี้ยวอันน่าสยดสยองกัดฝังลึกเข้าไปยังร่างของฟาวส์ที่เป็นมนุษย์ยักษ์

 

ไม่ถึงสองลมหายใจร่างของมนุษย์ยักษ์นั้นก็ล้มลงไปทันที

 

ร่างยักษ์ของฟาวส์นั้นเปลี่ยนเป็นสีเขียวอย่างฉับพลัน ดวงตาของเขานั้นเริ่มที่จะไร้แวว ตาดำเริ่มที่จะเปลี่ยนเป็นสีขาวล้วน และแล้วร่างยักษ์ของเขานั้นถูกพิษหลอมละลายจนกลายเป็นของเหลวกองหนึ่ง

 

แย่แล้ว! สมาชิกถูกกำจัดไปหนึ่งคน

 

เฟร์ย่าไม่ยอมนิ่งเฉย เธอทำการร่ายเวทย์บอลเพลิงยักษ์ออกมา วงเวทย์บ่มเพาะสีแดงหนึ่งวงนั้นแสดงอำนาจที่แท้จริงออกมา เบื้องหน้าของเธอนั้นจึงปรากฏบอลเพลิงยักษ์อันทรงพลัง

 

เลโอเคลื่อนที่ไปอยู่ด้านข้างของเฟร์ย่า เขาทำการปลดปล่อยเวทย์พายุลมดำที่ทำการร่ายเวทย์หน่วงเวลาเอาไว้ก่อนหน้านี้

 

เวทย์ทั้งสองจึงถูกทำให้ผสานกันอีกครั้ง

 

ซูม!

 

พายุเพลิงขนาดยักษ์พุ่งออกไปอย่างรุนแรง อำนาจของมันนั้นเผาผลาญอากาศที่อยู่รอบๆ จนอุณภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

ทิศทางของพายุเพลิงยักษ์นี้มีเป้าหมายคือร่างของตะขาบยักษ์

 

แต่ทันใดนั้นเองตะขาบยักษ์ก็ทำในสิ่งที่ไม่คาดคิด ด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของมัน มันทำการกระโจนร่างเข้าไปในใจกลางพายุเพลิงยักษ์อย่างไม่เกรงกลัว

 

เสียงพายุเพลิงนั้นคำรามออกมาอย่างน่ากลัว

 

ตะขาบยักษ์นั้นกำลังถูกเพลิงเผาผลาญ

 

ผ่านไประยะเวลาหนึ่งเวทย์พายุเพลิงยักษ์นั้นก็หมดพลังลง เปลวเพลิงทั้งหมดสลายหายไปหลงเหลือไว้เพียงแต่ร่างตะขาบยักษ์ที่ไหม้เกรียมปรากฏให้เห็น

 

“ทำไมเราถึงกำจัดมันได้อย่างง่ายดาย?” หนึ่งในสมาชิกกลุ่มเหยี่ยวพูดขึ้น

 

สายตาของกลุ่มเหยี่ยวทั้งหมดมองไปที่ร่างของตะขาบยักษ์

 

ร่างนั้นถูกพายุเพลิงยักษ์ย่างจนทุกส่วนของตะขาบยักษ์นั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงดำเหมือนเหล็กที่ถูกหลอมด้วยไฟที่ร้อนแรง  แต่ในทันใดนั้นเองเจ้าตะขาบยักษ์ที่ทุกคนคิดว่าสิ้นฤทธิ์แล้วมันก็เริ่มขยับตัวและเคลื่อนไหวอีกครั้งหนึ่ง

 

ร่างของมันปรากฏแสงสีแดงส่องออกมารอยแตกตามตัวจนสว่างจ้า

 

แววตาของมันนั้นแดงกล่ำราวกับสีของเลือด มันทำการกวาดสายตาและจ้องไปยังเหยื่อที่เป็นเป้าหมายของมัน พริบตาขาของมันก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

 

เหยื่อที่มันเล็งไว้นั้นก็คือเลโอและเฟร์ย่า คนทั้งสองที่เป็นผู้ร่ายเวทย์โจมตีใส่มัน

 

นัยน์ตาของตะขาบยักษ์นั้นเผยถึงความแค้นเคือง

 

เลโอและเฟร์ย่าไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป พวกเขาทำการหลบหนีแยกตัวกันไปคนละทิศละทาง

 

แต่การหลบหนีจากเงื้อมือมัจจุราชนั้นไม่ได้ทำได้ง่าย

 

ตะขาบยักษ์กระโจนร่างไปยังฝั่งของเลโอ แต่มันกลับตวัดหัวพ่นพิษที่ร้ายกาจออกจากปากของมันให้พุ่งเข้าใส่เฟร์ย่าที่อยู่อีกทิศทางหนึ่ง

 

ซวบ!

 

เฟร์ย่านั้นไม่มีโอกาสที่จะกรีดร้อง พิษอันร้ายกาจของตะขาบยักษ์หลอมละลายร่างของเธอในทันที

 

อ๊าก!

 

เลโอกรีดร้องอย่างโหยหวน ด้วยภายใต้ขาที่เหมือนเหล็กกล้าของตะขาบยักษ์นั้นฉีกกระฉากร่างของเขาอย่างทุกข์ทรมาน

 

ภายใต้การลงมือของสัตว์อสูรตัวนี้มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นอย่างมาก

 

มันไม่มีสมาชิกเหยี่ยวคนไหนที่จะสามารถเคลื่อนไหวเข้าไปช่วยเหลือได้ทัน พวกเขานั้นสูญเสียสมาชิกอีกสองคนไปอย่างรวดเร็ว

 

“ถอย!” อัลเกรียคำรามออกมาด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด

 

ซูม!  

 

ตึง!

 

อัลเกรียร่ายเวทย์เสาหินยักษ์ออกมาอย่างรวดเร็ว เสาหินยักษ์ต้นนั้นพุ่งเข้าชนตะขาบยักษ์ด้วยพลังที่รุนแรง

 

แต่คราวนี้มันกลับไม่ได้ง่ายอย่างคิดคิด การผ่านเปลวเพลิงของตะขาบยักษ์นั้นเหมือนกับทำการเพิ่มพลังให้แก่มัน พลังของตะขาบยักษ์จึงแข็งแกร่งและทรงอำนาจมากยิ่งขึ้น

 

ตะขาบยักษ์ตวัดลำตัวขดเกี่ยวเกาะเสาหินต้นนั้นไว้ มันทำการเพิ่มแรงบีบรัดอย่างรุนแรง ด้วยอำนาจของมันในตอนนี้การทำลายเสายักษ์ต้นนี้ย่อมเป็นสิ่งที่ง่ายดาย

 

ตูม!

 

เสาหินยักษ์นั้นถูกทำลายลง

 

ตะขาบยักษ์นั้นเปลี่ยนทิศทางการจู่โจม มันเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรวดเร็ว

 

ภายใต้การเคลื่อนไหวนี้เหยื่อของมันไม่มีทางที่จะหลบหนีได้

 

อ๊ากกกก!

 

สมาชิกเหยี่ยวอีกคนหนึ่งถูกกำจัดลง ภายในเวลาไม่นานพวกเขานั้นสูญเสียสมาชิกไปแล้วถึง 4 คน

 

ตะขาบยักษ์ตัวนี้คือสัตว์อสูรระดับ 6 ความสามารถของมันเทียบได้กับจอมเวทย์ การที่นักรบเวทย์กลุ่มหนึ่งคิดจะต่อกรกับจอมเวทย์มันเป็นความคิดที่เหลวไหลและสิ้นคิด

 

พวกเขานั้นไม่สมควรจะยั่วยุมันตั้งแต่แรกแล้ว หัวหน้าสัตว์อสูรของดันเจี้ยนชั้นที่ 5 นั้นเป็นตัวตนที่ไม่ควรจะยุ่งเกี่ยว

 

"เมอร์ลิน!"  อัลเกรียตะโกนอย่างกรีดร้อง ร่างทั้งร่างของเขากลายเป็นหนาวเย็น

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 969 ครั้ง

145 ความคิดเห็น

  1. #26949 Gamemmm (@Gamemmm) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:38
    ตายไว้เกินอ่ะ เฟรย่ากับเลโอตาย คุ้มไหมเนี้ยยย คือขัดใจจัด มีบทตั้งหลายตอนเขียนอธิบายซะเยอะ เห้อ
    #26949
    0
  2. #25601 อิลูมินาติ (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 02:04

    เฟรย่านมละลาย ไรท์ปูให้เมอร์ลินกะลิ้มกะเหลี่ยใส่เฟรย่าเพื่อจะฆ่าตาย ทีหลังไม่ต้องบรรยายทรวดทรงของเฟรย่าก็ได้ เสียดาย คุ้มไหมเนี่ยมาตีบอสเสี่ยงชีวิตคนในตี้เนี่ย ไม่ได้ผลึกขั้นสูงมาก็ไม่ตายหรอกน่าธรรมดาเขาต้องฟาร์มด่านที่พอรับมือไหวให้ตันก่อนสิไม่ใช่ข้ามขั้นมาแบบนี้ ตี้เก่าพังไปรอบแล้วไม่ได้เรียนรู้อะไรเล้ย


    แล้วอีเว้นนี้มันอะไรกัน แค่ตัวประกอบ 3 กิลใหญ่ที่ตายไปในชั้น 3 ผมก็เสียดายบุคลากรของชาติแล้วพวกผู้ใหญ่สำรวจกันไปหลายรอบแล้วต้องรู้สิว่ามันอันตรายแค่ไหนปล่อยเด็กเข้ามาเวลเนี่ย จงจารย์ผู้ดูแลไม่เข้ามาควบคุมเลยเนอะ เสลดเป็ด

    #25601
    2
    • #25601-1 mybas2 (@mybas) (จากตอนที่ 63)
      13 ธันวาคม 2561 / 10:05
      แล้วเลโอที่เป็นคนกลางรวบรวมจิตเวทย์ โดนจัดการไปแล้ว ไม่เท่ากับว่าที่ทำมาเท่ากับศูนย์เหรอ
      #25601-1
    • #25601-2 Niranam01 (@Niranam01) (จากตอนที่ 63)
      27 มกราคม 2562 / 19:33
      ช่ายจัดเรื่องใด้แย่มาก
      #25601-2
  3. #24644 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 00:56

    Thank you

    #24644
    0
  4. #24643 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 00:56

    มนต์รักลูกทุ่ง

    #24643
    0
  5. #24603 plai-R2 (@plai-R2) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 10:43
    งานด่วน งานยาก เรียกหาเมอร์ลินได้ ติดต่อเบอร์ 0XX XXX XXXX
    #24603
    1
  6. #23791 Soranomika (@Soranomika) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 22:38

    คงตายยกตี้อะยกเว้น เมอร์ลินไปหาของโซโลมอนและได้แน่ๆ

    #23791
    0
  7. #23608 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 02:04
    แป้บเดียวตายไป 4 คนแร้นนน
    #23608
    0
  8. #23241 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 14:02
    ตายเป็นเบือเลยอะ แงงง
    #23241
    0
  9. #22969 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 11:50
    บอสโหดจริง
    #22969
    0
  10. #21364 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 13:25
    งานเข้าแล้วววว
    #21364
    0
  11. #20966 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 20:46
    สูญเสียเยอะจังเลย
    #20966
    0
  12. #20954 Dark in Heart (@bugsbunne) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 00:10
    ไม่เปลี่ยนคนแฮะ
    #20954
    0
  13. #20953 Avista (@babellzcalypso) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 21:56
    ทำยังไงละทีนี้
    #20953
    0
  14. #20948 Lnwboat074 (@Lnwboat074) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 16:31
    มาไวไปไวจริงโว้ย...!!! 5555+
    #20948
    0
  15. #20947 =>black projecter (@aceofheart) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 16:07
    อ่านกี่รอบก็นั่นล่ะฮะ
    4 เหยื่อผู้ตายอย่างรวดเร็ว:พวกตูอีกแล้วเรอะ
    #20947
    0
  16. #20946 Panyapong2234 (@Panyapong2234) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 15:15
    ค้่างเลย รีบต่อด่วน
    #20946
    0
  17. #20944 CNK3544jinNoir (@CNK3544jinNoir) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 11:30
    โหยยย อ่านกี่รอบก็รู้สึกว่าเลโอตายง่ายเกินไปแล้ว...#หัวเราะ
    #20944
    0
  18. #20943 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 11:24
    ค้างขนาดดดดด
    #20943
    0
  19. #20942 love-novel-pp (@love-novel-pp) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 11:01
    ขออีกตอนได้มั้ยยย
    #20942
    0
  20. #20940 NisachonJamjan (@NisachonJamjan) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 10:25
    ขอบคุนค่ะ
    #20940
    0
  21. #20939 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 10:09
    สำหรับคนทั่เคยอ่านเรื่องนี้มากก่อนแล้วก็รู้ๆกันอยู่ว่าสนุกมากกกๆๆๆๆ คือแบบ พอมาอ่านรีไรท์อีกทีมันเหมือนแบบ มันก็รู้เรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นต่อไป แต่คือแบบ มันก็ยังตื่นเต้นแล้วก็สนุกมากกกกๆๆๆๆๆ ไม่เคยเบื่อเลยอ่าาาาาา
    #20939
    0
  22. #20938 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 10:08
    เมอร์ลินอะไรอะ!!!! ไรท์ค่ะอย่าตัดตบแบบนี้ได้ม้ายยนยยยย ทรมาน ={}=
    #20938
    0
  23. #20937 Potnano1 (@Potnano1) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 09:53
    เอาอีกๆๆๆๆๆ เมอลิน อัลไล ทำไมตัดจบง่ะ แงๆๆๆ
    #20937
    0
  24. #20936 คุโรซากิโมโตริ (@queendark) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 09:38
    กำลังมันเลย เอาอีกๆ สนุกมากๆ
    #20936
    0
  25. #20935 ซาจา (@thipmee) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 09:37
    เฮ้ๆจะยกขโยงตายกันยกกิลล์แบบนี้ไม่ได้นะเพ้ยยย😭😭😭
    #20935
    0