เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,934,557 Views

  • 27,209 Comments

  • 28,117 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    80,826

    Overall
    3,934,557

ตอนที่ 69 : การใส่ร้าย (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45477
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1014 ครั้ง
    24 ธ.ค. 60

แรงกดดันจากอำนาจพลังอักขระนั้นแผ่กระจายไปทั่ว กลิ่นอายจำนวนมากเปล่งประกายออกมาจากเมอร์ลิน

 

ม่านพลังอันทรงพลังได้กั้นเขาทั้งสองเอาไว้

 

เด็กน้อยนั้นต้องการจัดการปัญหาส่วนตัวของเขา

 

คนของตระกูลเซอร์เตสพยายามที่จะโจมตีม่านพลังนี้ แต่มันกลับไร้ผล

 

ไม่มีทางที่นักรบเวทย์ธรรมดาจะสามารถทำลายม่านพลังที่ถูกสร้างโดยพลังอักขระขั้นสีฟ้านี้ได้

 

"เจ้าเด็กสารเลว ปล่อยข้าไปเดี๋ยวนี้!" เดเรียตวาดออกมาเสียงแหลม

 

เดเรียรวบรวมความกล้าและเอ่ยออกมาอย่างยโส เธอสร้างขวัญกำลังใจให้ตนเอง

 

ใบหน้าของเมอร์ลินในตอนนี้นั้นสงบและเยือกเย็น เขามองไปที่เดเรียด้วยสายตาที่เยียบเย็นไร้ความรู้สึก ไม่มีใครสามารถมองเห็นความคิดของเขาได้

 

วันนี้ข้ามาด้วยอารมณ์ที่ดี ข้าเองก็ไม่ต้องการที่จะให้งานเลี้ยงนี้อาบไปด้วยเลือด ธุระของข้านั้นมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น เมอร์ลินหยุดและมองเดเรียอย่างเย็นชา

 

คืนแหวนของแม่ข้ามา คืนมันมาให้ข้าและข้าจะปล่อยชีวิตสวะของเจ้าให้อยู่ต่อไป

 

เด็กน้อยกล่าวอย่างไม่แยแส ภาพลักษณ์ของเขานั้นเย็นชาและเต็มไปด้วยความยโสเป็นอย่างมาก

 

ผู้คนเมื่อได้ยินคำกล่าวของเด็กน้อย พวกเขาก็กลายเป็นโง่งม ได้ยินเรื่องนี้แล้วพวกเขาล้วนมองหน้ากัน แม้คำกล่าวนี้เต็มไปด้วยความหยิ่งยโส แต่เมื่อมองถึงตัวตนของเด็กน้อย การเป็นผู้ใช้อักขระผู้หนึ่งนั้นมีคุณสมบัติที่จะกล่าวมันออกมา

 

เดเรียนั้นเหมือนจะสติแตก

 

ฮ่า ฮ่า ฮ่า เด็กสารเลวเจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกันถึงได้กล่าวหาว่าข้าเป็นขโมย นังขี้ข้านั่นเป็นเพียงคนใช้มันจะมีสมบัติที่มีค่าได้อย่างไร ไม่เท่านั้นข้านั้นเป็นท่านหญิงแห่งตระกูลเซอร์เตส เป็นเชื้อสายตระกูลวินดิเช่ การกล่าวร้ายว่าข้าขโมยของคนใช้คนหนึ่งนั้นมันช่างมากเกินไป เดเรียระเบิดเสียงหัวเราะและกล่าวออกมาอย่างยโส

 

เดเรียหยุดและมองเด็กน้อยด้วยท่าทีที่หยิ่งทะนง เธอแสดงท่าทางฐานะของชนชั้นสูงของเธอออกมา

 

ในที่นี้ยังมีโรเซ่ผู้เป็นพ่อสามีและชายผู้ทรงอำนาจผู้นั้นอยู่ พวกเขาย่อมไม่ปล่อยให้เธอเป็นอันตราย

 

เดเรียชูมือขึ้นและแสดงแหวนวงหนึ่งในนิ้วของเธอด้วยท่าทีลำพองตน

 

นี่คงเป็นแหวนที่เจ้าพูดถึง แหวนทับทิมนี้เป็นของข้า ข้าได้มันมาจากท่านย่าของข้า มันไม่มีทางที่จะเป็นสมบัติของขี้ข้าคนหนึ่งได้ นังสารเลวแม่ของเจ้านั้นมีความโลภ ใฝ่ฝันเกินตัวอยากได้แหวนวงนี้ เลยขโมยมันไปจากข้า แต่โชคร้ายที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา การลงโทษให้ถูกขับออกจากปราสาทนั้นนับว่าน้อยเกินไป ที่จริงแล้วมันควรถูกตัดมือทั้งสองข้างเสียด้วยซ้ำ

 

คำพูดของเดเรียนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์ เธอยังคงแสดงฐานะที่เหนือกว่าและมองเมอร์ลินด้วยท่าทีที่เหยียดหยาม

 

เด็กสารเลวนี่เป็นสมาชิกกลุ่มเหยี่ยวแล้วอย่างไร หากโรเซ่หรือแขกผู้ทรงเกียรติคนนั้นลงมือ เด็กนั่นก็กลายเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่ง

 

สายตาของเมอร์ลินนั้นเย็นชามากยิ่งขึ้น บรรยากาศรอบตัวเขากลายเป็นหนาวเย็นบ่งบอกถึงสถานะอารมณ์ของเขา

 

เมอร์ลินจ้องไปที่แหวนวงนั้น มันเป็นแหวนทับทิมมีตัวอักษร s ฝังอยู่ใจกลาง ด้วยดวงตาเลเมเกทันนั้นทำให้เขาสามารถมองลายละเอียดของแหวนวงนั้นได้เป็นอย่างดี

 

เมอร์ลินรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่อยู่ในแหวนวงนั้น แม้มันเป็นความรู้สึกที่เบาบางเป็นอย่างมาก แต่นั่นก็ทำให้เขาแน่ใจได้ว่าแหวนวงนั้นจะต้องเป็นแหวนที่เมย์พูดถึง และมันก็เป็นสมบัติเพียงหนึ่งเดียวของเมย์

 

แหวนวงนั้นสามารถระบุที่มาของชาติกำเนิดของเมย์ได้

 

ดวงตาของเมอร์ลินส่องประกายที่เย็นวาบออกมา เดเรียนั้นไม่รู้ตัวว่าตนเองนั้นได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดลง เธอกำลังยั่วยุปีศาจร้ายตนหนึ่ง กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมาจากเด็กน้อย

 

ฮ่า ฮ่า ฮ่า

 

เมอร์ลินปรบมือและหัวเราะ เสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยพลังปราณเซียน มันดังกังวานไปทั่วทั้งห้อง

 

ผู้คนต่างงงงวยในการกระทำของเขา

 

เดเรียมีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เสียงหัวเราะของเด็กน้อยนั้นได้สร้างความหวาดกลัวให้กับเธอ

 

ความเยือกเย็นของเด็กน้อยเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

 

ใบหน้าของเดเรียกลายเป็นมืดมนเมื่อสัมผัสกับความรู้สึกนี้ ความได้เปรียบที่เธอเคยคิดไว้นั้นกำลังเปลี่ยนไป การกระทำของเด็กสารเลวคนนี้ราวกับคนบ้า คนบ้านั้นสามารถทำร้ายคนได้โดยไม่ต้องห่วงเงื่อนไขใดๆ

 

เด็กคนนี้อาจฆ่าเธอโดยไม่เห็นแก่หน้าเอิร์ลเซอร์เตสและชายผู้ทรงอำนาจ

 

“ละครของเจ้านั้นช่างน่าฟัง แต่น่าเสียดายที่ความจริงที่ข้ารับรู้มานั้นต่างออกไป หญิงชนชั้นสูงอย่างเจ้านั้นเก่งกาจเรื่องโป้ปด แต่ในเรื่องนี้มีแต่คนโง่เท่านั้นที่เชื่อในคำพูดของเจ้า” เมอร์ลินเอ่ยและมองอย่างเย็นชา

 

หนึ่งในคนของเดเรียนั้นปะทุความไม่พอใจออกมา พวกเขาโจมตีม่านพลังอย่างบ้าคลั่ง

 

ปัง ปัง ปัง!

 

ลำแสงและการโจมตีนับไม่ถ้วนปะทะเข้ากับม่านพลังของเมอร์ลิน

 

แต่น่าเสียดายที่การโจมตีของพวกเขานั้นไร้ผล มันไม่สามารถทำให้ม่านพลังระคายเคืองได้แม้แต่น้อย ม่านพลังอักขระขั้นสีฟ้านี้เป็นม่านพลังเดียวกันกับที่ใช้ปกป้องเมือง มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยหากพวกเขาคิดจะทำลายม่านพลังนี้

 

หากไม่ใช่นักรบเวทย์ที่แข็งแกร่งหรือจอมเวทย์ขึ้นไป ย่อมไม่สามารถทำลายม่านพลังนี้ได้

 

เมอร์ลินนั้นขี้เกียจเกินไปที่จะเหลือบตามองคนเหล่านั้น

 

เดเรียกลายเป็นใบหน้าซีดเซียวยิ่งขึ้น

 

“เจ้าจะทำอะไรข้า ...” น้ำเสียงของเธอเผยถึงความหวาดกลัวอย่างแท้จริง ร่างทั้งร่างของเธอกลายเป็นเหน็บหนาวเมื่อสบตากับเมอร์ลิน

 

ดวงตาสีน้ำเงินนั้นเต็มไปด้วยความลึกลับสะท้อนอารมณ์ทางวิญญาณของเขาอย่างรุนแรง

 

“คราแรกข้าไม่คิดที่จะแก้ไขบัญชีเก่าของเราที่นี่ แต่เป็นเจ้าเองที่บังคับให้ข้าทำ”

 

เมอร์ลินสะบัดนิ้วมือของเขาผ่านอากาศและเล็งไปที่มือของเดเรีย

 

ฉัวะ!

 

เลือดสดๆ สาดกระเซ็นไปทั่ว เดเรียส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างน่าอนาถ

 

นิ้วทั้งห้าของเดเรียถูกสายลมอันไร้รูปรอยตัดอย่างเฉียบคม ความคมของสายลมนั้นราวกับคมมีดศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถตัดทุกอย่างได้

 

ก่อนหน้านี้เขาได้สร้างความเข้าใจกับธาตุลมอย่างจริงจัง ทำให้ภายในจักรวาลหัวใจของเขาก่อเกิดต้นอ่อนธาตุลม

 

ต้นอ่อนที่เป็นแก่นแท้ของธาตุลมนั้นทำให้สำนึกรู้ของเขาพัฒนาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก เขาสามารถประยุกต์ใช้ธาตุลมได้อย่างหลากหลายและเพิ่มความรุนแรงในการโจมตีได้เป็นเท่าตัว

 

เมอร์ลินมองอย่างเย็นชาและไม่แยแสต่อเสียงกรีดร้องของเดเรีย เขาบังคับเอานิ้วที่สวมแหวนวงนั้นดึงเข้ามา

 

เมอร์ลินทำการถอดแหวนออกจากนิ้วมือที่ขาดด้วนนั้นและโยนนิ้วนั้นลงกับพื้นอย่างไม่ใยดี

 

เดเรียนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ความกลัวของเธอนั้นมีมากกว่าความเจ็บปวดของเธอ เธอหวาดกลัวเด็กน้อยคนนี้ลึกไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ ความรุนแรงในความกลัวนั้นถึงกับทำให้สติหลุดออกไปจากร่าง

 

ใบหน้าของเดเรียตอนนี้จึงเป็นไปด้วยความว่างเปล่าและมีสีที่ขาวซีดราวกับศพ

 

เอิร์ลเซอร์เตสหรือโรเซ่นั้นไม่อาจทนดูได้อีกต่อไป

 

ลูกสะใภ้ของเขานั้นถูกทำร้าย และมันจะไม่เป็นอะไรเลยหากเธอไม่ใช่คนของตระกูลวินดิเซ่

           

ตระกูลวินดิเซ่นั้นมีอำนาจเหนือกว่าตระกูลเซอร์เตสเป็นอย่างมาก การที่คนของตระกูลวินดิเซ่ถูกทำร้าย มันทำให้เขาอาจถูกตำหนิ แต่หากคนของตระกูลวินดิเซ่ตายไปเขานั้นจะต้องถูกทำให้ชดใช้

           

สายตาและการแสดงออกของโรเซ่นั้นเต็มไปด้วยความโกรธ เขานั้นแสดงออกซึ่งเจตนาฆ่าออกมาอย่างชัดเจน แรงกดดันจากพลังเวทย์ของเขานั้นทำให้ผู้คนต่างถอยหนี

           

ร่างของชายชราผู้ทรงอำนาจพุ่งเข้าไปโจมตีในทันที

           

ปัง!

           

ด้วยการโจมตีนี้ทำให้อากาศถึงกับแตกออกราวกับแก้วร้าว

           

ม่านพลังอักขระที่แข็งแกร่งของเมอร์ลินนั้นแตกกระจายและหายไปในทันที

           

ภายในเสี้ยววินาทีนั้นเมอร์ลินสังเกตเห็นวงเวทย์บ่มเพาะสีเงิน 1 วงปรากฏในร่างของโรเซ่

           

“เป็นไปไม่ได้ โรเซ่ได้เข้าสู่ขอบเขตของจอมเวทย์” เมอร์ลินตะโกนร้องอยู่ในใจ

           

เท่าที่เขารู้มาคือเอิร์ลเซอร์เตสในยังอยู่ในขอบเขตของนักรบเวทย์เท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าข่าวของเขานั้นจะเก่าไป หรือไม่ก็โรเซ่นั้นได้เก็บงำความสามารถของเขาเอาไว้ จึงทำให้หลายคนเข้าใจผิด

           

หากเป็นเช่นนั้นชายแก่คนนี้ต้องเจ้าเล่ห์เป็นอย่างมาก

 

ทรอนและฟาโก้ผู้ที่มีศักดิ์เป็นลุงของเมอร์ลินรีบนำตัวน้องสะใภ้ของพวกเขาออกไปในทันที

 

เมอร์ลินนั้นไม่ใส่ใจเดเรียอีกต่อไป เพราะเดิมทีนั้นเขาไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะฆ่าเธอ

 

ในเวลานี้เขาควรใส่ใจกับสิ่งที่จะเกิดหลังจากนี้มากกว่า

 

การปะทะกับจอมเวทย์คนหนึ่งในตอนนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้

 

ทางออกของปัญหานี้คือการ “หนี”

 

แต่ไม่ทันที่เมอร์ลินจะได้ทำอย่างที่เขาคิด การโจมตีนี้ไม่ปรากฏคำเตือนใดๆ ก็มาเยือน ด้านข้างลำตัวของเขาก็ปรากฏหมัดที่เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

 

ซูม!

 

การโจมตีนั้นพลาดเป้า!

 

ร่างเล็กของเมอร์ลินนั้นกลายเป็นภาพที่เลือนหาย ร่างของเขาพลันปรากฏกลางอากาศของอีกฝั่งหนึ่ง

 

ปฏิกิริยาตอบโต้ของเมอร์ลินนั้นรวดเร็วมาก เขาใช้เวทย์มิติภายในเสี้ยววินาทีกระโดดผ่านช่องว่างมิติจนรอดพ้นการโจมตีอันร้ายกาจนี้ได้

 

ใบหน้าของโรเซ่นั้นเต็มไปด้วยความน่าเกลียด

 

“ข้าประเมินเจ้าเด็กสารเลวนี่ต่ำเกินไป มันสามารถหลบการโจมตีของข้าได้” ชายแก่กล่าวสบทในใจ

 

เมอร์ลินรักษาท่าทางของเขาให้สงบนิ่ง แน่นอนว่าเขาไม่สามารถเอาชนะโรเซ่ที่เป็นจอมเวทย์ได้ เส้นทางเดียวของเขานั้นคือการหนี

 

แต่การหนีจากจอมเวทย์ผู้หนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่าย แม้ว่าเขาจะสามารถใช้เวทย์มิติแต่การใช้งานของเวทย์นี้กลับไม่สามารถใช้ได้ระยะไกล เขาจึงย่อมหนีไม่พ้นการไล่ล่าของจอมเวทย์ชราผู้นี้ได้แน่

 

ในระหว่างที่เมอร์ลินอยู่ในภวังค์ของความคิด ทันใดนั้นเองร่างของชายอีกคนหนึ่งก็กระโดดขึ้นมาประกบกับเขา หมัดเหล็กกล้าที่เต็มไปด้วยพลังของนักรบเวทย์นั้นก็พุ่งเข้าใส่ร่างของเมอร์ลินเข้าอย่างจัง

 

ปัง!

 

ฟาโก้อาศัยตอนที่เมอร์ลินกำลังเหม่อลอยแอบลอบเข้าโจมตี

 

ตูม!

 

ไร้ซึ่งการระวัง ไร้ซึ่งการป้องกันตัว

 

ร่างของเมอร์ลินถูกซัดร่วงตกลงมาจากอากาศอย่างรุนแรง

 

เมอร์ลินยันตัวลุกขึ้นมาปัดฝุ่นอย่างไม่แยแส แม้นี่จะเป็นการโจมตีของนักรบเวทย์ แต่มันก็ไม่รุนแรงพอที่จะทำให้เขาเกิดการบาดเจ็บ

 

โดยสามัญสำนึกนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่นักเวทย์คนหนึ่งถูกนักรบเวทย์โจมตีแล้วจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่หลักเกณฑ์นี้กลับใช้ไม่ได้กับเมอร์ลิน

 

ผู้ใช้เวทมนต์ส่วนใหญ่นั้นมีจุดเด่นอยู่ที่เรื่องของพลังโจมตีที่รุนแรง แต่จุดอ่อนของพวกเขาคือการป้องกัน

 

ซึ่งต่างจากผู้ฝึกตนที่ใช้พลังปราณเซียน ร่างกายของผู้ฝึกตนนั้นถูกกลั่นให้แข็งแกร่ง แม้จะเป็นผู้ที่อยู่ในขั้นเริ่มต้นอย่างการรวบรวมปราณ ในการบรรลุแต่ละขั้นพวกเขาก็ได้ประโยชน์จากการผลัดเปลี่ยนร่างกายใหม่

 

เมื่อบรรลุการรวบรวมปราณหนึ่งขั้นนั้นสามารถเปลี่ยนได้ทั้งเลือด เนื้อ เส้นเอ็น หรือแม้กระทั่งกระดูก

 

ดังนั้นแล้วร่างกายของผู้ฝึกตนจึงมีความสามารถในการป้องกันที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์ธรรมดาเป็นอย่างมาก

 

ภายใต้พลังปราณเซียนขั้นก่อลำต้นนั้นทำให้เด็กน้อยอยู่เหนือกฎเกณฑ์ของคนธรรมดาทั่วไป

 

ใบหน้าของเมอร์ลินนั้นกลายเป็นเย็นชา แววตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความเยือกเย็น

 

ซูม!

 

เด็กน้อยระเบิดพลังเวทย์ของเขาออกมา บรรยากาศรอบตัวของเขานั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน กลิ่นอายของธาตุลมจำนวนมากปะทุออกมาจากตัวของเด็กน้อย

 

กระแสพลังเวทย์ไหลเชี่ยวรอบตัวของเมอร์ลิน สายลมส่งเสียงกรีดร้องเสียสีแทงหูคล้ายดั่งภูตผีกำลังร่ำไห้

 

วงเวทย์บ่มเพาะทั้งห้าโคจรอย่างทรงพลัง ภายในวงจรเหล่านั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายของพลังธาตุลมที่ปะทุออกมา

 

ต้นอ่อนธาตุลมนั้นปลดปล่อยพลังที่ทรงอำนาจของมันออกมา

 

เมอร์ลินได้ใช้ดวงตาเลเมเกทันบวกกับความสามารถของเขาทำความเข้าใจธาตุลมจนถึงขีดสุด จนสามารถบรรลุเจตจำนงของธาตุลมได้แล้ว

 

ต้นอ่อนนั้นคือเจตจำนงธาตุลม

 

ภายใต้กฎเกณฑ์ของธาตุลมนั้นเขาสามารถรังสรรค์และเปลี่ยนแปลงเวทย์ธาตุลมได้

 

เมื่อพลังของธาตุลมถูกผสานเข้ากับวงเวทย์บ่มเพาะของเขา นั่นจึงทำให้ความเข้าใจและความสามารถธาตุลมของเขาเพิ่มมากยิ่งขึ้น

 

ผู้คนที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของสายลมนั้นทำให้พวกเขารู้สึกราวกับถูกบีบให้หายใจไม่สะดวก ผู้ที่อยู่ในขอบเขตต่ำกว่านักรบเวทย์บังเกิดการสั่นสะท้านไปทั้งร่าง

 

เมอร์ลินทำการสะบัดฝ่ามือผ่านอากาศ

 

ซูม!

 

สายลมทำให้บังเกิดคลื่นม้วนที่รุนแรงกระแทกเข้ากับร่างของฟาโก้อย่างรุนแรง

 

ร่างของฟาโก้นั้นถูกส่งให้ปลิวไปติดกับกำแพงอีกฝั่งหนึ่ง

 

คลื่นม้วนนั้นปรากฏดั่งพายุม้วน มันฉีกกระชากเสื้อผ้าของฟาโก้ออกเป็นชิ้น อวัยวะภายในของฟาโก้ถูกสายลมทำร้ายอย่างรุนแรง

 

“การลอบทำร้ายข้า เจ้านั้นต้องเตรียมพร้อมยอมรับกับความโชคร้ายของเจ้าด้วย” เมอร์ลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา คำพูดของเขานั้นสร้างบรรยากาศที่เย็นเยียบให้กับผู้ฟัง

 

ผู้คนนั้นอ้าปากค้างและมองมันด้วยสายตาไม่เชื่อ

 

บางคนนั้นเคยพบกับผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้า แต่ผู้ใช้อักขระที่เคยพบนั้นไม่ได้มีพลังถึงขนาดนี้ แม้จะเป็นผู้ใช้อักขระที่เป็นนักรบเวทย์ผู้หนึ่งก็ไม่สามารถทำได้ขนาดนี้

 

“เด็กคนนี้นั้นน่าสนใจ เขาเข้าใจเจตจำนงของธาตุลม มันจะเป็นเรื่องง่ายเป็นอย่างมากหากเขาต้องการปลุกอาวุธวิญญาณขึ้นมา” ชายที่ชื่อฟรีซยิ้มและเอ่ยขึ้น

 

โรเซ่นั้นเต็มไปด้วยสีหน้าไม่พอใจเมื่อได้ยินคำพูดของฟรีซ คำพูดที่เอ่ยออกมาความหมายว่าเด็กคนนี้คุณสมบัติที่จะเป็นหนึ่งในอัศวินโต๊ะกลม

 

เด็กคนนี้นั้นมีความสามารถมากเกินไป มิหนำมันยังได้ทำร้ายลูกชายของเขาอย่างรุนแรง

 

โรเซ่มองไปยังร่างของฟาโก้ที่มีสภาพไม่สู้ดี

 

“เจ้าเด็กสารเลวกล้าทำร้ายลุงของเจ้าอย่างนั้นหรือ หากวันนี้ข้าไม่ลงมือผู้คนจะหาว่าข้าไม่สั่งสอนลูกหลานให้ดี แม้จะต้องฆ่าเจ้า ข้าก็จะไม่ให้ผู้คนมาครหาตระกูลของข้าได้” โรเซ่ตะโกนออกมาอย่างรุนแรงและเกรี้ยวกราด

 

คำพูดของเขานั้นสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง แท้จริงแล้วเขาต้องการกำจัดเด็กคนนี้มาตั้งแต่เริ่มแล้ว เขาไม่น่าปล่อยให้เด็กคนนี้เติบโตมาได้ถึงขนาดนี้เลย เป็นเขาเองที่ประมาทเกินไป ไม่คิดว่าเด็กต่ำต้อยคนหนึ่งจะเติบโตได้แข็งแกร่งมากถึงขนาดนี้

 

เจตนาฆ่าที่รุนแรงระเบิดออกมาจากร่างของโรเซ่

 

พลังของจอมเวทย์ที่รุนแรงถูกปลดปล่อย กลิ่นอายพลังเวทย์จำนวนมากเปล่งประกายออกมา

 

สายลมของเมอร์ลินนั้นทำการต่อต้านพลังของโรเซ่ แต่ทว่าช่องว่างของระดับชั้นพลังเวทย์นั้นมีขนาดใหญ่เกินไป

 

เมอร์ลินเป็นเพียงนักเวทย์ผู้หนึ่ง ส่วนโรเซ่นั้นเป็นจอมเวทย์ พวกเขาทั้งสองนั้นมีช่องว่างพลังเวทย์ห่างกันถึงหนึ่งระดับชั้น นี่คือสิ่งที่เกินคาดการคำนวณของเขาและเขาไม่ต้องการที่จะเผชิญสถานการณ์เช่นนี้

 

สายลมนั้นไม่อาจต้านทานพลังที่แข็งแกร่งของจอมเวทย์อย่างโรเซ่เอาไว้ได้

 

ปัง!

 

เมอร์ลินถอยร่นไปเรื่อยๆ ด้วยแรงกดดันของโรเซ่

 

ฟาโก้ยิ้มย่องและเอ่ยคำที่ไม่น่าฟังออกมา

 

“แม่ของเจ้านั้นเป็นเด็กกำพร้าที่ไร้ซึ่งหัวนอนปลายเท้า โชคดีที่น้องชายของข้ารับเป็นอนุ แต่นั่นก็ไม่อาจลบชาติกำเนิดของตัวเองได้ เมื่อน้องชายของข้าตาย สันดานเก่ามันก็กำเริบ การลักขโมยของนั้นทำให้ตระกูลต้องเสื่อมเสีย แค่ขับไล่ออกไปนั่นก็ถือว่าปราณีมากแล้ว"

 

คำพูดของเขานั้นเต็มไปด้วยความเท็จ แท้จริงแล้วเรื่องของการขโมยแหวนนั้นฟาโก้รู้เรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างดี ความจริงเรื่องนี้หากต้องการจะโทษใครคนหนึ่งก็ต้องโทษที่เมย์นั้นโชคร้ายเอง

 

ฟาโก้กับเดเรียที่น้องสะใภ้ของตนนั้น ทั้งสองได้แอบมีความสัมพันธ์ลับๆ กันมานาน

 

เมื่อน้องสะใภ้ของเขาเป็นหม้ายมาเป็นเวลานาน เขาจึงเข้าไปดูแลช่วยเหลือจนเกิดเป็นสัมพันธ์ชู้สาว

 

แต่เหมือนว่าวันนั้นนับว่าเป็นวันที่โชคร้ายของเมย์ที่ปรากฏตัวในที่ไม่ควรอยู่ เธอได้ขึ้นมาทำความสะอาดแล้วพบเขากับเดเรียที่กำลังพลอดรักกันอยู่

 

เรื่องที่น่าอับอายนี้ไม่สามารถแพร่งพายออกไปได้

 

ฟาโก้นั้นไม่ต้องการให้ชื่อเสียงของเขาต้องเสื่อมเสียและทำให้เอิร์ลเซอร์เตสนั้นผิดหวัง

 

แผนการกำจัดเมย์จึงได้ถูกเริ่มขึ้น ดีที่เมย์นั้นยังไม่ได้พูดในสิ่งที่เห็นออกไป พวกเขาทั้งสองชิงลงมือก่อนโดยการใส่ความเรื่องการขโมยแหวน

 

โบราณพูดว่าคำพูดของคนร้ายนั้นคือข้อแก้ตัว เมื่อเมย์มีฐานะเป็นคนร้ายขโมยแหวน เรื่องที่เมย์ต้องการพูดทั้งหมดจึงไร้ค่า ไม่ว่าจะเอ่ยคำใดออกมามันก็ได้ถือว่าเป็นข้อแก้ตัว

 

โรเซ่ผู้เป็นหัวหน้าตระกูลนั้นรู้เรื่องราวทุกอย่างเป็นอย่างดี เขานั้นรู้ว่าลูกชายของเขานั้นผิด แต่เรื่องเสื่อมเสียแบบนี้ไม่อาจให้เปิดเผยได้ เมย์ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ที่ไม่ได้รับความสนใจจึงถูกเขี่ยทิ้งและขับออกจากปราสาทไปอย่างง่ายดาย

 

เดิมทีโทษของการขโมยนั้นสามารถเอาผิดให้รุนแรงได้ แต่โรเซ่เห็นว่าเธอนั้นตัวคนเดียว ทั้งสามีและลูกชายก็ตายทั้งหมด ชีวิตของหญิงสาวนั้นย่ำแย่พอแล้วจึงได้ลดโทษให้เป็นขับไล่ออกจากปราสาท

 

สีหน้าและการแสดงออกของเมอร์ลินได้เปลี่ยนไปทันที หากตอนนี้เขาไม่ได้ติดพันการต่อสู้กับโรเซ่ เขานั้นก็ไม่รังเกียจที่จะเข้าไปสั่งสอนผู้เป็นลุงของเขาอีกครั้ง

 

เมอร์ลินทำการเร่งเร้าการโคจรของวงเวทย์บ่มเพาะทั้งห้า พลังของสายลมนั้นทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เสื้อคลุมของเขากระพือไปตามสายลมอย่างบ้าคลั่ง

 

ในที่สุดเขาก็อาศัยช่องว่างสามารถต้านทานพลังเวทย์ที่โรเซ่ปล่อยออกมาได้ แต่ยังไงเสียนี่ก็เป็นเพียงการต้านทานไม่ใช่การรุกไล่เอาคืน พลังของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีอำนาจถึงเพียงนั้น

 

เมอร์ลินมองไปยังฟาโก้และเอ่ยอย่างเย็นชาว่า

 

“ท่านลุงฟาโก้ ข้ารู้สึกว่าฝีปากของท่านจะดีกว่าฝีมือของท่านนะ” น้ำเสียงของเมอร์ลินเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน

           

ฟาโก้เมื่อได้ยินใบหน้าของเขาก็กลายเป็นสีม่วง เขานั้นทั้งโกรธและอับอาย

           

“เจ้าเด็กบ้านี่กล้าดูถูกข้า” ฟาโก้คำรามในใจ

           

แม้เขาต้องการที่จะไปตบปากสั่งสอนเด็กน้อย แต่เขาก็ไม่สามารถทำได้ เพียงแค่ขยับตัวร่างทั้งร่างของเขาก็รู้สึกว่าร่างทั้งร่างนั้นปวดร้าว การโจมตีเมื่อครู่ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ เขาจึงทำได้เพียงกัดฟันข่มความโกรธแค้นของตัวเองเอาไว้

           

“เจ้าเด็กเหลือขอหุบปากของเจ้าเดี๋ยวนี้” โรเซ่ตวาดออกมาอย่างรุนแรง

           

การที่เมอร์ลินเย้ยหยันฟาโก้ก็เท่ากับเย้ยหยันเขา ต่อหน้าฟรีซที่เป็นแขกหากเขาไม่กำราบเด็กคนนี้ เขาคงไม่มีหน้าโผล่ไปที่ไหนได้อีกแล้ว

           

บรรยากาศภายในห้องได้เปลี่ยนไปอีกครั้งหนึ่ง พลังเวทย์รอบๆ นั้นถูกควบแน่น โรเซ่ตั้งใจที่จะโจมตี

           

ไอเวทย์จำนวนมากถูกทำให้หลอมรวมเกิดเป็นรูปร่างของหมัดยักษ์

           

หมัดยักษ์ของโรเซ่ส่องประกายสีแดงใสราวกับผลึก อำนาจของหมัดนั้นราวกับรวบรวมภูเขาและแม้น้ำเอาไว้ หมัดนี้สามารถทำให้นักเวทย์ทั่วไปกลายเป็นกองเลือดได้ภายในพริบตา

           

ครืน!

           

อากาศทั้งหมดเกิดการสั่นสะท้านด้วยอำนาจของหมัดนี้ ทั่วทั้งห้องปรากฏแสงสว่างเจิดจ้าลึกลับราวกับกำลังเปิดดินแดนใหม่ พลังนั้นยิ่งใหญ่และรุนแรงสามารถบดขยี้ทุกอย่างที่ขวางหน้า

           

ทั้งหมดนี้คือหมัดที่เต็มไปด้วยพลังของจอมเวทย์

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.014K ครั้ง

416 ความคิดเห็น

  1. #26982 Lnw-Pm (@Lnw-Pm) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:50
    สีฟ้า ป้องกันนักรบเวทย์​ได้ สีเขียว​ก็ต้องปกกันจอมเวทได้สิ หรือผมเข้าใจอะไรผิดไป
    #26982
    0
  2. #24650 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 03:11

    Thank you

    #24650
    0
  3. #22971 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 14:45
    ทำไมไม่เขียนอัขระให้อากาศหายไปให้หมดเหมือนคราวดันเจี้ยนสะเลย 555
    #22971
    2
    • #22971-1 mybas2 (@mybas) (จากตอนที่ 69)
      13 ธันวาคม 2561 / 12:06
      ปราสาทไม่มีพื้นที่ปิดเหมือนดันเจี้ยน
      #22971-1
    • #22971-2 WhiteFT13 (@WhiteFT13) (จากตอนที่ 69)
      16 ธันวาคม 2561 / 16:57
      ใจเย็น อีกฝ่ายมีจอมเวทย์ที่ทำลายอักขระระดับฟ้าได้อยู่
      #22971-2
  4. #21371 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 16:55
    จะโดนตบแล้วววว
    #21371
    0
  5. #21200 _Late_ (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 15:17
    ตบมันเลยเมอร์ลิน!!!
    #21200
    0
  6. #21072 Avista (@babellzcalypso) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 13:09
    ขอบคุณจ้า
    #21072
    0
  7. #21071 sosdek (@soossoossoos) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 09:19
    อ่านคอมเม้นแล้วก็ตลกดี บทพูดนี่แทบจะเหมือนเดิม เนื้อหาก็ดูเท่าเดิม ตัดจบก็เหมือนเดิม อ่านครั้งแรกไม่ว่าอะไร พอรีไรท์ดันมีเสียงบ่นว่าเนื้อเรื่องยืดไปซะงั้น
    #21071
    0
  8. #21070 CADERNO (@0294) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 08:14
    ลุ้นทุกขณะจิต
    #21070
    0
  9. วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 06:10
    ไม่น่าเมอร์ลินอย่าแพ้นะ
    #21069
    0
  10. วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 22:14
    ไรท์โกรธอะไรกันนน ค้างงง หลายรอบแล้วนะ TT
    #21067
    0
  11. #21064 Mikimiki015 (@vip_minmy) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 21:28
    รุมทำร้ายกันเห็นๆ โอ้ยสงสาร
    #21064
    0
  12. #21063 ford042 (@ford04) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 21:16
    ทำไมรีไรท์แล้วมันดูยืดๆจัง กรือผมคิดไปเอง
    #21063
    1
    • #21063-1 poiice222 (@poiice222) (จากตอนที่ 69)
      25 ธันวาคม 2560 / 12:53
      ได้อ่านชื่อบทต่อไปมั้ยคะ ชื่อบทมันซ้ำกันเพราะไรท์ทำให้เนื้อเรื่อวมันกระชับขึ้นไง อ่านยังไงว่ามันยืด
      #21063-1
  13. #21062 Lovely_Otaku (@Lovely_Otaku) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 20:06
    กำลังมันเลยอ่ะ
    #21062
    0
  14. #21061 Polsilp Pumprasert (@markymar) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 19:56
    สเกลพลังโรเซ่เพิ่มขึ้น ทำไมมันรู้สึกไม่สนุกแบบก่อนรีไร้ท หรือผมคิดไปเอง
    มันดูยืดๆอ่ะ สู้ไปคุยไป
    #21061
    0
  15. #21060 Sing Nk (@sing-nk) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 19:48
    สนุกมากมาย
    #21060
    0
  16. #21058 วีรบุรุษทมิฬ (@manoy_) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 18:59
    ต่อเร็วๆครับ
    #21058
    0
  17. #21057 sank (@sankkung) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 18:45
    มาเร็วๆหน่อยจะขาดใจละ
    #21057
    0
  18. #21056 phittawanna (@phittawanna) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 18:45
    รอออออออออ
    #21056
    0
  19. #21055 thammanoonnn (@thammanoonnn) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 18:36
    เอาอีก ^^
    #21055
    0
  20. #21054 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 18:30
    เอามันให้ม่องเลยเมอร์ลินลูก
    #21054
    0
  21. #21052 The_Oom (@The_Oom) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 18:12
    ขอบคุณครับ ^^
    #21052
    0
  22. #21050 ไร้มิตรไร้สหาย (@detesu) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 17:56
    รีไรท์แล้ว มีตรงไหนที่เปลี่ยนบ้างอะ ดูไม่ออก
    #21050
    1
  23. #21049 PMMMorningstar (@Layerthetime) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 17:52
    รีบๆตบ-พวกคนแก่พวกนี้เถอะ
    เป็นถึงชนชั้นสูงแต่การกระทำกลับต่ำมาก
    #21049
    0
  24. #21048 JrNapat (@JrNapat) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 17:48
    รีมาตั้งเเต่6โมงละ ได้อ่านซักที
    ขอบคุณคับ
    #21048
    1
    • #21048-1 Mrep (จากตอนที่ 69)
      24 ธันวาคม 2560 / 18:02
      คุณเม้นตอน 17.48 นะครับ จะมาบอกรีตั้งแต่หกโมงได้ไง ถถถถ
      #21048-1
  25. #19256 SKNdragon (@skndragon) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 23:53
    จาดดดดดดมานนนน!!!!
    #19256
    0