เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,934,162 Views

  • 27,207 Comments

  • 28,116 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    80,431

    Overall
    3,934,162

ตอนที่ 71 : ลองกินุสผู้สังหารพระเจ้า (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44986
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1005 ครั้ง
    26 ธ.ค. 60

ลำแสงจำนวนมากพุ่งออกมาจากรอยสักบนมือของเมอร์ลิน เส้นแสงจำนวนมากปรากฏรูปร่างคล้ายกับสายฟ้า บรรยากาศเริ่มแปรปรวน กลิ่นอายโบราณกระจายออกไปทั่วบริเวณ

 

ลำแสงสายฟ้ารวมกันเป็นหอกรูปร่างประหลาดเล่มหนึ่ง หอกสีเลือดที่เปล่งประกายอำนาจของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ การปรากฏตัวนี้ส่งผลให้ผู้คนถูกกดขี่เป็นอย่างมาก

 

ใบหน้าของเมอร์ลินนั้นเต็มไปด้วยความนิ่งสงบ เขายื่นมือออกไปช้าๆ หอกที่อยู่ตรงหน้าก็ลอยเข้าสู่มือ

 

ฟรีซหรี่ตาลงและเอ่ยออกมาอย่างไม่เชื่อ

 

“นั่นมัน... อาวุธวิญญาณ!

 

หน้าตาของโรเซ่เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด เขาไม่คิดเลยว่าเด็กคนนี้จะมีไม้ตายอย่างอื่นอยู่อีก

 

หากเมอร์ลินไม่ถูกอำนาจของอาวุธวิญญาณของโรเซ่กดขี่ถึงเพียงนี้ เขาคงจะไม่นำหอกลองกินุสออกมา

 

หอกเล่มนี้เต็มไปด้วยอำนาจของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ในอดีตเจ้าของคนเดิมของมันคือมหาจักรพรรดิโซโลมอน  เขาเคยใช้หอกเล่มนี้กวาดผ่านผืนฟ้า ผืนแผ่นดิน และผืนทะเลทั่วทุกสารทิศ มันเคยดื่มเลือดตัวตนที่สูงส่งและสัตว์อสูรที่ทรงอำนาจมามากมาย

 

ครั้งหนึ่งมันเคยอยู่ในจุดสูงสุดของอาวุธวิญญาณของโลก แม้ว่าจะเป็นตัวตนระดับสูงระดับใดเมื่อพบเจอหอกเล่มนี้ก็ล้วนต้องยำเกรงต่อมัน

 

มันคือหนึ่งในไพ่ลับที่เมอร์ลินปิดซ่อนไว้ หากไม่ใช่เวลาที่จำเป็นเขาจะไม่นำมันออกมา

 

แต่ทว่าเมื่อไหร่กันที่มันเป็นไม้ตายของเด็กน้อย?

           

ย้อนกลับไปหลังจากที่เมอร์ลินได้พบกับเมย์และได้ทราบเรื่องราวต่างๆ

 

เขาจึงมีความตั้งใจที่จะบุกปราสาทเซอร์เตส เขาจึงได้ศึกษาข้อมูลของตระกูลเซอร์เตสและเตรียมตัวเพื่อการนี้เป็นอย่างดี

           

ข่าวที่ได้รับมานั้น รายงานว่าโรเซ่มีพลังของนักรบเวทย์ 5 วงเวทย์ เขานั้นติดอยู่ในจุดครึ่งก้าวของจอมเวทย์มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ฐานะของเขานั้นยังเป็นนักรบเวทย์ผู้หนึ่ง

           

จากประสบการณ์การเข้าร่วมกลุ่มเหยี่ยว เมอร์ลินจึงทำการประเมินความสามารถของตนเองให้อยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด

 

เมอร์ลินเคยเห็นฝีมือของอัลเกรียผู้ที่เป็นจุดสูงสุดของกลุ่มเหยี่ยว

 

อัลเกรียนั้นเป็นนักรบเวทย์ 3 วงเวทย์ แต่ความสามารถของเขานั้นเหนือกว่าคนทั่วไป

 

ในตอนนั้นเองเมอร์ลินได้เปรียบเทียบฝีมือของเขากับอัลเกรีย

 

ผลปรากฏว่าเขานั้นไม่อาจเอาชนะอัลเกรียได้อย่างง่ายดาย

 

หากอัลเกรียสามารถร้ายกาจได้เพียงนั้น โรเซ่ที่เป็นนักรบเวทย์มาเป็นสิบๆ ปี คงไม่สามารถรับมือได้อย่างง่ายดายเช่นเดียวกัน

 

เมอร์ลินจึงคิดวิธีการพัฒนาตนเอง หนึ่งในนั้นคือการทำการเข้าใจสำนึกของพลังธาตุ และเขาก็ได้ประสบความสำเร็จในวิถีของธาตุลม จนได้รับต้นอ่อนเจตจำนงแห่งลม

 

เมอร์ลินคิดว่านั้นยังไม่เพียงพอที่จะต่อกรผู้ที่อยู่จุดสูงสุดของนักรบเวทย์ได้ การจะเพิ่มพลังเวทย์หรือพลังปราณเซียนของตนเองในเวลานี้คงไม่เพียงพอ เขานั้นไม่ได้มีจิตเวทย์มากพอที่จะทำอย่างนั้นได้

 

เมอร์ลินจึงได้หันมามองสมบัติที่เขามีอยู่ สมบัติของโซโลมอน

 

ดวงตาเลเมเกทันและหอกลองกินุส

 

สองสิ่งนี้เต็มไปด้วยอำนาจที่ยิ่งใหญ่ ดวงตาเลเมเกทันนั้นมีคุณสมบัติในด้านการสนับสนุนและพัฒนาที่ล้ำเลิศ มันสามารถจดจำและคัดลอกสิ่งต่างๆ ที่เห็นได้ภายในการมองเพียงครั้งเดียว อีกทั้งยังบรรจุสารานุกรมความรู้และเพิ่มประสาทสัมผัสในการรับรู้ให้แก่เขา สิ่งเหล่านี้คือความสามารถของมหาเวทย์บทแรกที่เขาได้รับมา

 

เมื่อดวงตาเลเมเกทันไม่สามารถนำมาใช้ในการต่อสู้ได้ หอกลองกินุสจึงกลายมาเป็นความหวังของเขา

 

ในตอนที่เมอร์ลินได้รับหอกลองกินุสมา ความสามารถของมหาเวทย์บทที่สองก็ได้ถูกเปิดออก

 

แต่น่าเสียดายที่เขากลับไม่รู้วิธีที่จะใช้มัน

 

เขาจึงหันมาพึ่งความสามารถของอาวุธวิญญาณ

 

เมอร์ลินได้รับความรู้ในเรื่องของอาวุธวิญญาณมาจำนวนมาก และเขาก็ได้เห็นความสามารถพิเศษของอาวุธวิญญาณแต่ละชนิดมาบ้างแล้ว

 

หอกลองกินุสที่เขาถือครองอยู่นั้นยังไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดใช้งานความสามารถของมัน

 

เมอร์ลินจึงทำการปิดด่านฝึกตนในทันที เขาใช้เวลาทั้งกลางวันและกลางคืนไปกับการนั่งสมาธิ ฝึกจิตให้ติดต่อสื่อสารกับอาวุธวิญญาณของเขา

 

ในตอนแรกนั้นเขาได้เพ่งจิตเข้าไปในหอกลองกินุส แต่ในทุกครั้งที่เขาเข้าไปมันกลับได้รับความล้มเหลว หอกศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่อนุญาตให้เขาผ่านเข้าไป

 

เมอร์ลินทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นพันๆ ครั้ง จนใจที่สุดเขาก็สามารถทะลวงเข้าไปในอาณาจักรจิตวิญญาณของหอกลองกินุสได้

 

ภายในอาณาจักรวิญญาณของหอกลองกินุสนั้นเหมือนโลกอีกโลกหนึ่ง โลกที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า

 

ทุกสิ่งอย่างในโลกแห่งนี้มีแต่สีขาวโพรน

 

แต่ในทันใดนั้นเอง ในพื้นที่ที่เมอร์ลินยืนอยู่ก็ปรากฏหยดเลือดออกมาจากความว่างเปล่า จำนวนของหยดเลือดนั้นค่อยๆ เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนทั่วทั้งอาณาจักรแห่งนี้ถูกย้อมไปด้วยเลือดกลายเป็นทะเลโลหิตอันน่าสะอิดสะเอียน

 

ซูม!

 

จุดหนึ่งของทะเลโลหิตพลันปรากฏสิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาด รูปร่างมีลักษณะเป็นวัตถุทรงกลมขนาดใหญ่ วัตถุทรงกลมนี้สร้างมาจากเลือดมันเต็มไปด้วยเลือด

 

ในทันใดนั้นเองดวงตาสีทองก็ถูกเปิดเปลือกตาขึ้น ณ จุดกึ่งกลางวัตถุทรงกลมนั้น ดวงตานั้นใหญ่โตเป็นอย่างมาก ด้านนัยน์ตาของมันฉายรัศมีสีทองออกมาอย่างเจิดจ้า

 

ท่ามกลางความเงียบนั้นช่วงเวลาหนึ่งก็มีเสียงหนึ่งปรากฏขึ้น

 

"มนุษย์เอ๋ย...”

 

เสียงนี้ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นชายหรือหญิง ผู้เยาว์หรือชรา

 

เสียงนี้เต็มไปด้วยความเก่าแก่และโบราณ มันเต็มไปด้วยพลังและอำนาจที่ลี้ลับ

 

ครั้งแรกที่เมอร์ลินได้ยินเสียงนี้ หัวใจของเขาถึงกับสั่นสะท้าน

 

เมอร์ลินพยายามรักษาอารมณ์และสติของเขาให้สมบูรณ์

 

“ฮืม... เจตจำนงของเจ้านั้นเข้มแข็งไม่เบา ข้าไม่แปลกใจเลยว่าเจ้านั้นเป็นผู้ที่ถูกเลือก”

 

เสียงที่ดังมาจากดวงตาโลหิตนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์ แม้มันจะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ แต่เมอร์ลินก็สามารถรับรู้ถึงอารมณ์ของดวงตาโลหิต

 

เด็กน้อยสงบท่าทางของเขาจนเรียบเฉย สายตาของเขาจับจ้องไปที่ดวงตาโลหิตและเอ่ย

 

"ท่านคือสิ่งใด?"  เมอร์ลินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบและแฝงความอ่อนน้อม

           

ดูเหมือนดวงตาโลหิตนั้นจะรู้สึกพึงพอใจในการแสดงของเขา มันในส่งอารมณ์ที่ไร้รูปลักษณ์ออกมาและเมอร์ลินก็สามารถสัมผัสกับมันได้

           

หากดวงตาโลหิตนี้มีใบหน้า ใบหน้าของมันในตอนนี้คงกำลังเผยรอยยิ้มออกมา

 

"นามของข้าคือลองกินุส"

 

ทันทีที่ดวงตาโลหิตกล่าวชื่อของมันออกมา อาณาจักรจิตวิญญาณแห่งนี้ก็เกิดการสั่นไหว กลิ่นอายของความโบราณและทรงอำนาจระเบิดพลังแผ่กระจายออกมาจากตัวตนของมัน

 

ท่ามกลางแรงกดทันที่ทรงอำนาจของลองกินุส เมอร์ลินยังคือยืนยืดหลังตรงได้อย่างมั่นคง

 

เมอร์ลินสามารถรักษาอารมณ์ของเขาเอาไว้ได้ เขาพยายามที่จะไม่หวั่นไหวต่อสิ่งรอบข้าง

 

โลกนี้คือโลกแห่งจิตวิญญาณ เขาผู้เคยเป็นผู้ฝึกตนในระดับร่วงโรย แน่นอนว่าจิตวิญญาณของเขานั้นแข็งแกร่งและไม่หวั่นไหวต่อสิ่งเร้าใดๆ ได้ง่าย

 

เมอร์ลินสูดลมหายใจเข้าลึกและเอ่ย

 

"ลองกินุสคือสิ่งใด?"

 

ดวงตาโลหิตนั้นหรี่ตาลง มันกำลังสังเกตท่าทางของเมอร์ลิน

 

เจ้านายคนใหม่ของมันผู้นี้ดูเหมือนไม่ใช่คนธรรมดา แม้ร่างนั้นจะเป็นเด็กแต่จิตวิญญาณและอารมณ์นั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

 

ดวงตาโลหิตนั้นเคยกวาดผ่านโลกใบนี้มาทั้งโลก แต่มันไม่เคยพบคนเช่นนี้มาก่อน จิตวิญญาณของเด็กคนนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าโซโลมอนตอนที่อยู่ในวัยเดียวกัน

 

ดวงตาโลหิตปลดปล่อยอารมณ์ของมันออกมาอย่างไม่ปิดบังและเอ่ย

 

"ตัวตนของข้าคือเจตจำนงแห่งการทำลายล้าง อำนาจของข้านั้นสามารถกวาดผ่านได้ทุกตัวตน ไม่ว่าตัวตนนั้นจะเป็นมนุษย์ อสูร ปีศาจ หรือแม้แต่เทพเจ้า ทุกที่ที่ข้ากวาดผ่านนั้นจะต้องนองไปด้วยเลือด”

 

 

ดวงตาโลหิตหยุดครู่หนึ่งและเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น

 

“ในอดีตผู้คนเรียกข้าว่าอาวุธสังหารพระเจ้า"

 

ในตอนนั้นดวงตาโลหิตได้ปลดปล่อยอารมณ์ราวกับกำลังถอดถอนหายใจออกมา

 

"สายน้ำแห่งกาลเวลานั้นไหลเชี่ยวและไม่เคยผ่อนปรนให้แก่ผู้ใด ผู้ครอบครองอำนาจแห่งข้าคนล่าสุดนั้นช่างโง่เขลา เขาไม่สามารถใช้ความสามารถของข้าได้ถึงครึ่งหนึ่งเลยด้วยซ้ำ...”

 

ดวงตาโลหิตหรี่ตาลงอีกครั้งและจ้องมองเมอร์ลิน

 

“แล้วเจ้าล่ะ... เจ้าสามารถจะสามารถใช้พลังของข้าได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่...”

 

คำถามของดวงตาโลหิตนั้นเต็มไปด้วยความยโส มีแต่ผู้มีความสามารถเท่านั้นที่จะสามารถเอ่ยคำพูดเช่นนี้ออกมาได้ แต่น่าเสียดายที่ดวงตาโลหิตนี้มีคุณสมบัติมากพอที่จะเอ่ยมันออกมา

 

พลังของมันคือสิ่งใดกัน?

 

ผู้ครอบครองคนล่าสุดคือมหาจักรพรรดิโซโลมอน มหาจักรพรรดิที่รวบรวมดินแดนของโลกนี้ให้เป็นหนึ่งได้

 

ตามที่ดวงตาโลหิตกล่าวมาโซโลมอนนั้นสามารถใช้พลังของลองกินุสได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

 

นี่เป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ คำพูดของดวงตาโลหิตนั้นเต็มไปด้วยความยโสและเย่อหยิ่งเป็นอย่างมาก

 

เมอร์ลินปิดตาและนั่งลงอย่างใจเย็น เขาทำราวกับว่าคำพูดของดวงตาโลหิตนั้นเป็นเรื่องที่พูดคุยกันปกติ การแสดงออกของเขานั้นผ่อนคลายและไม่มีท่าทางเกรงกลัวต่อดวงตาโลหิตเลยแม้แต่น้อย

 

ดวงตาโลหิตที่เป็นตัวตนศักดิ์สิทธิ์มองเมอร์ลินด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย หนึ่งในอารมณ์นั้นมันกำลังชื่นชมเด็กน้อย

 

เมอร์ลินค่อยๆ เปิดเปลือกตาและเอ่ย

 

"ความสามารถ? ความสามารถของเจ้าคือสิ่งใดกัน ทำไมมันถึงสามารถสังหารได้กระทั่งพระเจ้า"

 

เขาไม่ได้ตอบคำถามดวงตาโลหิต ตรงกันข้ามเขากลับถามคำถามต่อ

 

ดวงตาโลหิตนั้นไม่ได้รู้สึกขุ่นเคืองต่อการแสดงออกนี้ แต่มันกลับตอบคำถามของเมอร์ลินอย่างใจเย็น

 

"พลังที่ยิ่งใหญ่ของข้าสามารถกวาดผ่านได้ทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสมบัติหรือตัวตนใด เมื่อพลังของข้ากวาดผ่าน พวกมันเหล่านั้นจะถูกทำลาย พลังของข้านั้นถูกเรียกว่าความสั่นสะเทือน”

 

เมื่อดวงตาโลหิตกล่าวจบ หัวใจของเมอร์ลินก็เกิดการปรวนแปร จักรวาลหัวใจของเขานั้นถูกทำให้สั่นสะเทือน แม้แต่วงเวทย์บ่มเพาะก็ยังโดนผลกระทบนี้ไปด้วย

 

"ผู้ครอบครองข้าเอ๋ย... เจ้าพร้อมหรือยังที่จะรับความสามารถของข้า?"

 

เสียงของดวงตาโลหิตนั้นเต็มไปด้วยอำนาจ มันดังกึกก้องไปทั่วทั้งอากาศและดวงดาว

 

เมอร์ลินเหมือนถูกแรงกดดันที่ไร้ตัวตนกดทับจนรู้สึกอดอัด เขารู้สึกเหมือนว่าหากเขาไม่ตอบรับคำของดวงตาโลหิต จิตวิญญาณของเขาจะถูกมันบดขยี้

 

เมอร์ลินพยายามยันร่างให้ลุกขึ้นและกล่าวตอบรับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

 

“ข้าพร้อมแล้ว”

 

ทันทีที่เมอร์ลินตอบรับ ทะเลโลหิตก็เกิดการเคลื่อนไหว ละลอกคลื่นโลหิตโหมกระหน่ำดั่งสึนามิ ทะเลโลหิตนั้นปรวนแปรอย่างบ้าคลั่ง

 

ทะเลโลหิตพลันกลายเป็นม้วนตัวเป็นวังวน ก่อเกิดเป็นพายุงวงช้างพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พายุนั้นเปล่งประกายอำนาจแห่งการทำลายล้าง ทะเลโลหิตหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง

 

ทันใดนั้นเองพายุนั้นก็ม้วนตัวพุ่งเข้าใส่เมอร์ลิน

 

พายุทะเลโลหิตพุ่งกวาดผ่านร่างของเมอร์ลินอย่างดุร้ายและเกรี้ยวกราด

 

อ๊าก!!!

 

เมอร์ลินรู้สึกเจ็บปวดและทรมานเป็นอย่างมาก แม้ว่าที่นี่จะเป็นโลกแห่งจิตวิญญาณ แต่เขาก็ยังสามารถรับรู้ความเจ็บปวดได้อย่างชัดเจน

 

ร่างของเขากำลังรู้สึกเหมือนจะแตกสลาย ความทรมานนี้เจ็บปวดจนยากจะอธิบายออกมา

 

ไม่รู้ว่าเวลานั้นผ่านไปเป็นจำนวนเท่าไหร่ ในที่สุดทะเลโลหิตก็พุ่งเข้าสู่ร่างของเมอร์ลินจนหมดสิ้น

 

ในตอนนั้นเองเมอร์ลินก็รับรู้ได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับมา

 

เมอร์ลินสัมผัสได้ว่าหากเขาสามารถใช้พลังนี้ได้อย่างเต็มที่ คำกล่าวของดวงตาโลหิตที่พูดว่าสามารถสังหารพระเจ้าได้นั้นมันไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย

 

เมอร์ลินทำการกางมือทั้งสองข้างและวาดเคลื่อนไหวผ่านอากาศ เขาชกกำปั้นทั้งสองข้างเข้าหากัน

 

เปรี๊ยง!

 

เกิดเสียงที่เหมือนกับฟ้าผ่าดังจนสนั่นหวั่นไหว

 

พื้นที่โดยรอบเกิดการสั่นไหว ความสั่นสะเทือนนี้ทำได้แม้กระทั่งอากาศเกิดรอยแตกร้าว

 

ทันใดนั้นเองพื้นที่สีขาวก็แตกออกจากกันเป็นเสี่ยงๆ

 

เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!

 

อาณาจักรจิตวิญญาณแห่งนี้กำลังจะพังทลายลง

 

ไม่นานสติรับรู้ของเมอร์ลินก็กลับเข้าสู่ร่าง

 

เมอร์ลินนั้นกลับเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้งหนึ่ง ในมือของเขานั้นถือหอกลองกินุสอยู่

 

ความรู้สึกเมื่อถือหอกลองกินุสนั้นเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก

 

เมอร์ลินรู้สึกได้ว่าหอกนี้ทรงอำนาจยิ่งกว่าเดิม กลิ่นอายของมันนั้นเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และโบราณ

 

อำนาจของหอกนั้นพร้อมที่จะกวาดผ่านทุกสิ่งที่ขวางหน้า

 

ในตอนนั้นเองเมอร์ลินก็ได้รับรู้ว่าอำนาจของหอกลองกินุสนั้นถูกเปิดออกแล้ว

 

กลับมาในสถานการณ์ปัจจุบัน

 

หอกลองกินุสที่อยู่ในของเมอร์ลินในเปล่งประกายและปลดปล่อยกลิ่นอายที่กดขี่ผู้คนออกมา

ผู้

คนที่เฝ้ามองรวมทั้งโรเซ่และฟรีซนั้นจ้องมองด้วยสายตาที่ตื่นตะลึง

 

หลายคนมองด้วยความรู้สึกที่หลากหลายและเต็มไปด้วยความไม่เชื่อในสายตาของตนเอง

 

“หอกนั่นคืออาวุธวิญญาณ” ฟรีซกล่าวออกมาท่ามกลางความเงียบ เขามองอาวุธวิญญาณของเมอร์ลินอย่างระวัง

 

ฟรีซปรับอารมณ์ของเขาให้กลับมาสงบอีกครั้ง พร้อมกับเคาะนิ้วกับพนักพิงเก้าอี้และเอ่ย

 

“เด็กคนนี้ช่างน่าประทับใจ ไม่เพียงแต่เป็นผู้ใช้อักขระ เขายังได้ครอบครองอาวุธวิญญาณ”

 

ฟรีซไม่ได้สอดมือเข้าไปกับการต่อสู้ของปู่หลานคู่นี้ เขาทำเพียงนั่งและมองละครฉากนี้อย่างใจเย็น

 

ตรงกันข้ามกับโรเซ่ที่มีสีหน้าน่าเกลียดขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่คิดเลยว่าเด็กคนนี้จะร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้

 

สารเลวน้อยผู้นี้เต็มไปด้วยพลัง ปัญญา และโชคลาภ

 

อาวุธวิญญาณนั้นไม่ใช่สิ่งที่มีแค่เพียงความพยายามก็จะสามารถหามาครอบครองได้ คนคนหนึ่งที่จะได้ครอบครองอาวุธวิญญาณสักชิ้นหนึ่ง คนผู้นั้นย่อมต้องเต็มเปี่ยมไปด้วยโชค

 

กระทั่งโรเซ่เอง กว่าที่เขาจะได้ครอบครองสนับโทรลคิงส์ มันก็มาถึงจุดบั้นปลายชีวิตของเขาแล้ว โชคของเขานั้นมาช้าเกินไป แต่นั่นก็นับว่าเขายังพอมีโชคอยู่บ้าง

 

แต่เด็กน้อยคนนี้กลับได้รับอาวุธวิญญาณในวัยเพียงเท่านี้ แน่นอนว่าเขานั้นมีโชคที่ดี

 

เมื่อเรื่องนี้ถูกเปิดเผยผู้คนทั่วแผ่นดินจะต้องกระอักเลือดและเต็มไปด้วยความรู้สึกอิจฉา

 

“ดูเหมือนท่านจะไม่ให้ทางออกอื่นแก่ข้า” เมอร์ลินมองโรเซ่และกล่าวออกมาอย่างดุดัน แม้คำพูดนั้นจะเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่เขาก็ยังคงไว้ซึ่งความสงบและเยือกเย็น

 

“เจ้าเด็กสารเลว ถึงตอนนี้แล้วเจ้ายังกล้าที่จะพูดคำนี้ออกมา” โรเซ่ตวาดออกมาอย่างรุนแรง ดวงตาของเขานั้นเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า รังสีสังหารจำนวนมากแผ่ออกมาจากร่างของเขา

 

“เมื่อท่านไล่ต้อนสัตว์ร้ายมากเกินไป สัตว์ร้ายนั้นย่อมจะย้อนกลับมาสู้อย่างไม่มีทางเลือก”

 

จบคำเมอร์ลินถือหอกลองกินุสพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

 

เวทีต่อสู้ถูกเปลี่ยนเป็นด้านนอกของปราสาท

 

โรเซ่เร่งติดตามออกไปทันที เขาเกรงว่าเด็กน้อยนั้นจะใช้โอกาสนี้หนี ด้วยพลังของจอมเวทย์จึงทำให้การเคลื่อนไหวของเขานั้นรวดเร็วเป็นอย่างมาก การลอยตัวหรือเหาะกลางอากาศนั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับจอมเวทย์อย่างเขา

 

เมอร์ลินเองก็รู้ดีว่าหากจอมเวทย์ผู้หนึ่งต้องการไล่ล่าเขา เขานั้นย่อมไม่อาจหนีพ้น เขาจึงตั้งท่าเตรียมที่จะต่อสู้

 

นี่คือการต่อสู้ที่เมอร์ลินรู้ดีว่าโอกาสชนะของเขานั้นมีน้อยมาก แต่เขาก็มีแผนการที่วางเอาไว้แล้ว เขาจะทำการต้านเพื่อหนี ในจังหวะหนึ่งของการโจมตีเขาจะแอบร่ายเวทย์มิติหน่วงเอาไว้และหลบหนีออกจากที่นี่ทันที

 

แต่สำหรับตอนนี้นั้นเป็นเรื่องยากที่จะหนีจากเงื้อมมือจอมเวทย์ชราผู้นี้ได้

 

สายตาที่เย็นชาของเมอร์ลินเปลี่ยนเป็นดุดัน หอกลองกินุสถูกตวัดและเคลื่อนผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว

 

“จงแสดงพลังออกมา -- ลองกินุส!!!

 

ทันใดนั้นเองทิศทางที่หอกลองกินุสวาดผ่านก็บังเกิดเสียงครืนๆ ราวกับฟ้าร้องดังจนแสบแก้วหู

 

คลื่นพลังอันเกรี้ยวกราดโจมตีออกไปราวกับสายลมที่บ้าคลั่ง

 

“อย่ากำแหงให้มากนัก --- เจ้าเด็กสารเลว” โรเซ่ตะโกนอย่างรุนแรง

 

สนับโทรลคิงส์ในมือสร้างพลังเวทย์ที่ก่อรูปร่างเป็นหัวกะโหลกออกมา

 

มันคือการโจมตีด้วยพลังที่แท้จริงของจอมเวทย์

 

หัวกะโหลกนั้นอัดแน่นไปด้วยอำนาจพลังเวทย์ที่เกรี้ยวกราด หมัดนี้สามารถกลืนกินและทำลายศัตรูได้เพียงการโจมตีเดียว

 

ปัง!!!!

 

พลังสั่นสะเทือนอันไร้รูปรอยปะทะเข้ากับพลังหมัดหัวกะโหลกอย่างรุนแรง เกิดเสียงดังแสบแก้วหูกึกก้องไปทั่วบริเวณ

 

แรงกดดันมหาศาลระเบิดออกมาจากการปะทะนี้ กระทั่งปราสาทตระกูลเซอร์เตสนั้นถึงกับสั่นสะเทือนและคล้ายกับกำลังจะพังทลายลงมา

 

โรเซ่ผู้เป็นจอมเวทย์เป็นฝ่ายตั้งตัวได้ก่อน เขาทำการรุกโจมตีต่อทันที

 

หมัดยักษ์รูปหัวกะโหลกถูกใช้ออกมาอีกครั้ง หมัดนี้เต็มไปด้วยอำนาจการทะลุทะลวงของอาวุธวิญญาณ

 

“ต่อให้เจ้าเป็นผู้อักขระขั้นสีเขียว วันนี้ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไป” น้ำเสียงของโรเซ่กลายเป็นบ้าคลั่ง เขาลงมือกับเด็กน้อยอย่างดุดันและโหดเหี้ยม

 

ซูม!

 

จากการปะทะเมื่อครู่นั้นทำให้เมอร์ลินต้องถูกทำให้ถอยออกหลายเมตร เขารีบลุกขึ้นตั้งหลักและเตรียมรับมือการโจมตีอีกระรอกหนึ่งของโรเซ่

 

หอกลองกินุสถูกง้างและฟาดปะทะกับหมัดยักษ์รูปหัวกะโหลก

 

ปัง!

 

เมอร์ลินรับมือการโจมตีนี้ในระยะประชิด แต่อำนาจของหอกลองกินุสนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถดูถูกได้

 

ทันทีที่หอกปะทะกับพลังหมัด อากาศรอบบริเวณก็เริ่มสั่นไหว

 

ครืน ... ครืน ... ครืน ...

 

บรรยากาศทั้งชั้นเกิดการสั่นสะเทือน อากาศทั้งหมดถูกเขย่าด้วยอำนาจของหอกลองกินุส รวมทั้งพลังหมัดและความสามารถการทะลุทะลวงของโรเซ่ก็ด้วย

 

ทันใดนั้นเองพลังหมัดยักษ์ของโรเซ่ก็ถูกความสั่นสะเทือนกลืนกิน การกลืนกินนั้นทำให้พลังหมัดสูญเสียการควบคุมและกลายเป็นสูญสลาย

 

ความสามารถของหอกลองกินุสทำได้แม้กระทั่งทำการสั่นสะเทือนพลังเวทย์

 

เพียงหนึ่งการหายใจพลังหมัดยักษ์นั้นก็แตกสลายไปอย่างไร้ร่อยรอย

 

ใบหน้าของโรเซ่พลันเปลี่ยนสี สายตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ

 

“เด็กสารเลวคนนี้สามารถทำลายพลังหมัดของข้าได้” โรเซ่เอ่ยออกมาอย่างไม่รู้ตัว

 

เมอร์ลินนั้นพอใจกับพลังความสามารถของหอกลองกินุสเป็นอย่างมาก

 

“พลังของมันเหนือกว่าที่เขาคิดไว้” เด็กน้อยเต็มไปด้วยความยินดี

 

สิ่งนี้เกินกว่าคาดหมายของเขาเป็นอย่างมาก พลังของหอกลองกินุสไม่เพียงสามารถต่อต้านอาวุธวิญญาณของโรเซ่ได้ มันทำได้แม้กระทั่งทำลายพลังของโรเซ่ที่มีช่องว่างพลังห่างจากเขาเป็นอย่างมาก

 

เมอร์ลินรีบเก็บความดีใจของเขาไว้และเริ่มที่จะเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายรุกทันที

 

เขาอาศัยเจตจำนงแห่งลมสร้างพลังเวทย์เพิ่มการเคลื่อนไหว แล้วเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว

 

หอกลองกินุสถูกเหวี่ยงและแทงออกไปโดยไม่ปรากฏคำเตือนใดๆ

 

ครืน!!!!

 

โรเซ่ที่กำลังตกตะลึงอยู่นั้นรีบใช้สนับโทรลคิงส์ต้านพลังอย่างรีบร้อน

 

แต่น่าเสียดายที่การโจมตีนี้ไม่ใช่การโจมตีธรรมดา การโจมตีของหอกลองกินุสนั้นเต็มไปด้วยอำนาจของการสั่นสะเทือน แม้ว่าโรเซ่จะใช้อาวุธวิญญาณของตัวเองต้านการโจมตี แต่อำนาจการสั่นสะเทือนนั้นก็ยังส่งผลต่อเขา

 

ร่างทั้งร่างของโรเซ่ถูกเขย่าอย่างรุนแรง การสั่นสะเทือนนั้นกระทั่งสั่นไปถึงจักรวาลหัวใจ วงเวทย์บ่มเพาะสีเงินกำลังถูกเขย่าอย่างรุนแรง

 

เมื่อวงเวทย์บ่มเพาะสูญเสียสมดุล การใช้พลังเวทย์ของโรเซ่ก็มีปัญหาตามไปด้วย

 

อำนาจของหอกลองกินุสนั้นซัดโรเซ่กระแทกออกไปอย่างรุนแรง ร่างของเขาพุ่งลงเบื้องล่างและร่วงลงไปที่ป่าด้านหลังปราสาทอย่างรุนแรง

 

ตูม!!!!

 

อำนาจการโจมตีนี้ก่อให้เกิดหลุมขนาดยักษ์และแอ่งเลือดเจิ่งนอง

 

เมอร์ลินนั้นทราบดีว่าการโจมตีเพียงแค่นี้ไม่อาจจัดการผู้ที่อยู่ในระดับจอมเวทย์ได้

 

ไม่รอช้าเมอร์ลินพุ่งตัวลงไปติดตามร่างของโรเซ่ เขาใช้หอกลองกินุสฟาดซ้ำลงไปอีกครั้งหนึ่ง

 

คลื่นพลังการสั่นสะเทือนพุ่งออกไปเป็นเส้นตรงโจมตีโรเซ่ที่หมดสภาพอยู่ด้านล่าง

 

แต่ทว่า...

 

ภายในพริบตานั้นก็ปรากฏคนผู้หนึ่งจากความว่างเปล่า เขาปรากฏตัวยืนอยู่ข้างร่างที่หมดสภาพของโรเซ่

 

ชายผู้สวมใส่ชุดขุนนางสีน้ำเงินนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเย็น

 

สายตาอันเยียบเย็นของเขาส่องประกายวูบ เขาสะบัดมือกลางอากาศอย่างใจเย็นส่งกลิ่นไอเย็นอันน่าหวาดกลัวออกมา

 

ทันใดนั้นเองบรรยากาศโดยรอบก็ราวกับหยุดนิ่ง อุณหภูมิในอากาศลดลงอย่างรวดเร็ว

 

ร่างทั้งร่างของเมอร์ลินเกิดสั่นสะท้านเพราะความหนาวเย็นนี้

 

ความเย็นระเบิดออกมากลางอากาศ สร้างพายุน้ำแข็งกวาดล้างพลังของเมอร์ลิน

 

ตูม!!!

 

นี่คือพลังของจอมเวทย์!

 

ชายเสื้อคลุมของชุดขุนนางสีฟ้าพริ้วไหลปลิวลู่ไปตามแรงลม

 

ชายคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือ “ฟรีซ” ชายผู้เป็นผู้ชมที่ดีที่อยู่ในเหตุการณ์นี้มาตั้งแต่แรก

 

ฟรีซเผยรอยยิ้มที่เยือกเย็นออกมา ดวงตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความเยือกเย็น กลิ่นอายความเย็นจำนวนมากแผ่ออกมาปกคลุมอย่างเยือกเย็น

 

ด้วยท่าทางและการแสดงออกของฟรีซทำให้เมอร์ลินไม่อาจคาดเดาความคิดของเขาได้

 

ฟรีซอมยิ้มและเอ่ยด้วยท่าทางที่สบาย

 

"สายันต์สวัสดิ์ผู้ใช้อักขระตัวน้อย ต้องขอโทษที่ข้าแนะนำตัวช้าไป” เขายิ้มออกมาอีกครั้งและเอ่ยต่อ “เมเลฟิน ฟรีซ --- น้ำแข็งมรกต --- อัศวินโต๊ะกลมแห่งอารากอน --- ยินดีที่ได้รู้จัก"

 

เมอร์ลินนั้นถึงกับชะงัก เขานั้นตกตะลึงกับการแนะนำตัวของชายคนนี้

 

สิ่งที่เด็กน้อยได้ยินเมื่อครู่นั้น...

 

ชายคนนี้คือ...

 

หนึ่งในเสาหลักของอาณาจักร...

 

อัศวินโต๊ะกลมแห่งอารากอน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.005K ครั้ง

291 ความคิดเห็น

  1. #24652 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 03:44

    Thank you

    #24652
    0
  2. #23246 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 17:11
    ความซวยอยู่ตรงที่ตาลุงดันมีแขก
    #23246
    0
  3. #21373 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 17:35
    ละครจบแล้ว แยกย้าย
    #21373
    1
    • #21373-1 DN_Phufa (@DN_Phufa) (จากตอนที่ 71)
      24 ธันวาคม 2561 / 18:03
      ไปกัน กลับๆ
      #21373-1
  4. #21270 SAOW (@Sunako_333) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 11:02
    เรียกคุณตาเอริกมาช่วยด่วนน
    #21270
    0
  5. #21135 Lnwboat074 (@Lnwboat074) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 14:49
    มาต่อไวๆน่า..!!!
    #21135
    0
  6. วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 12:14
    เอาแล้วไง
    #21132
    0
  7. #21131 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 11:11
    อ้ากกกก เอาฟรีสออกปายยยยยย
    #21131
    0
  8. #21128 เด็ก โข่ง (@bombmm2009) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 06:55
    ตอนเขียนแรกๆ ก็สนุกแล้ว มารีไรท์ยิ่งสนุกเข้าไปอีก 555
    #21128
    0
  9. #21127 hareming (@hareming) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 06:52
    ปีใหม่น่าจะให้สัก2ตอน
    #21127
    0
  10. #21124 sank (@sankkung) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 02:33
    มันเหมือนน้ำเยอะมากๆ เนื้อนิดเดียวหรือเราคิดไปเอง
    #21124
    0
  11. #21123 ooppaaaaaa (@ooppaaaaaa) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 00:22
    สนุกมากมาอ่านรอสองเหมือนช่วงนี้จะเปรี่ยนนิดหน่อย หรือเราอ่านๆม่บะเอียดเอง สรุปว่าเมอร์ลินเป็นลูกใครเรางง
    #21123
    1
    • #21123-1 ดามเหล็ก (@didewq) (จากตอนที่ 71)
      27 ธันวาคม 2560 / 02:05
      รีไรท์ครับ เปลี่ยนเนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงการเขียนใหม่ ผมชอบแบบใหม่นะ
      #21123-1
  12. #21122 sapphisa.dk (@sapphira) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 23:04
    ชอบมากๆค่ะ ยังจำตอนที่ยังไม่รีไรท์ได้อยู่เลย แต่อ่านอีกก็ยังลุ้นอยู่เหมือนเดิม. //รอตอนต่อไปค่า😊😊😊
    #21122
    0
  13. #21120 MrXaou (@lokiloss) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 21:21
    อันทีจริงพอฟาดแล้วลงไปกองกับพื้นก็ควรหนีได้แล้วนะ จะโผล่ไปหาให้ศัตรูอีกคนมันเผยตัวเพื่อ ...ลึกๆก็รู้ตั้งแต่เเรกแล้วไม่ใช่รึไงว่ารับมือกับทุกคนในงานไม่ไหว... รึว่าเหลิงพลังหอก?  ที่เม้นเพราะอิน 555 สนุกมาก
    #21120
    0
  14. #21118 KonlawatChaiwan (@KonlawatChaiwan) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 19:48
    หอกของหนวดขาวแน่ ๆ 5555
    #21118
    0
  15. #21117 มดตัวน้อยๆ (@ronalchili) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 19:39
    คือคนที่เขาสงสัยอ่ะแบบว่าเขาอินไปด้วย เลยรู้สึกแบบนั้นแบบนี้ รึป่าวใจมันร่ำร้องโหยหวนว่าทามมายยยยยยยย  อย่าได้มาไล่เขาโน่นนี่นั่นเลย บอกกันดีๆ ว่าอ๋อมันอย่างงั้นอย่างงี้นะ  OK?
    #21117
    0
  16. #21116 CADERNO (@0294) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 19:17
    เอาจริงๆนะ เนื้อเรื่องมันก็บอกอยู่ว่าตอนอยู่โลกก่อนพระเอกไม่ค่อยได้ออกไปไหน ปิดด่านฝึกตนอย่างเดียว เพราะงั้นประสบการณ์มันยังน้อย อายุที่ว่าเป็นร้อยเลยไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ ตรงจุดนี้ต้องเข้าใจด้วย
    #21116
    0
  17. #21115 CADERNO (@0294) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 19:09
    ต่ออีก ก็ค้างอีก ว๊ากกกกกกก ค้างสุดๆๆ
    #21115
    0
  18. #21114 เหวินหนีว์ (@Parallel_Hero) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 19:07
    ไม่คุ้มจริงค่ะที่เผยพลัง แต่หลังจากนี้ก็ทำเพื่อให้พระเอกเก่งขึ้นนะ อยากเจอเอริกแล้ว^^ ชอบมากเรื่องนี้
    #21114
    0
  19. #21112 Mikimiki015 (@vip_minmy) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 18:50
    ตื่นเต้นมากเลย ขออีกตอนได้ไหมค่าาาาไรท์ขาาา
    #21112
    0
  20. #21110 phittawanna (@phittawanna) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 18:18
    สนุกมากกก
    #21110
    0
  21. #21108 Avista (@babellzcalypso) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 17:58
    ขอบคุณไรท์ที่มาช่วยต่อลมหายใจ //อะฮึกกก
    #21108
    0
  22. #21107 utsanee6844 (@utsanee6844) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 17:56
    ค้างงงงงงงสุดๆๆ
    #21107
    0
  23. #20081 ZhangSafe (@safesk) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 19:33
    ขอโทษนะคะ อันนี้มันขัดจนต้องเม้นอ่ะ เด็กชิบหายยย อยู่ๆก็โผล่มากลางงานเลี้ยง เผยไต๋เค้าหมด ไม่เหมือนคนที่บำเพ็ญตบะมาเกิดใหม่เลย เห้อ
    #20081
    6
    • #20081-5 พี่แว่น;เจวายพี (@nattaporn-bs) (จากตอนที่ 71)
      26 ธันวาคม 2560 / 18:19
      ในกรณีนี้ไรท์เคยอธิบายแล้วนะคะ เราก้อลืมไปล่ะว่าอธิบายยังไง555555 ประมานว่าพี่แกมาอยู่ในร่างเด็ก ถึงจะสุขุมจากวุฒิภาวะในร่างเก่าแค่ไหน แต่พอมาอยู่ในร่างเด็กบางทีพี่แกก้อคงไม่ยั้งคิดเหมือนตอนอยู่ในร่างเก่าหรอกค่ะ ประมานนี้มั้ง เราไม่แน่ใจ55555
      #20081-5
    • #20081-6 พี่แว่น;เจวายพี (@nattaporn-bs) (จากตอนที่ 71)
      26 ธันวาคม 2560 / 18:19
      ในกรณีนี้ไรท์เคยอธิบายแล้วนะคะ เราก้อลืมไปล่ะว่าอธิบายยังไง555555 ประมานว่าพี่แกมาอยู่ในร่างเด็ก ถึงจะสุขุมจากวุฒิภาวะในร่างเก่าแค่ไหน แต่พอมาอยู่ในร่างเด็กบางทีพี่แกก้อคงไม่ยั้งคิดเหมือนตอนอยู่ในร่างเก่าหรอกค่ะ ประมานนี้มั้ง เราไม่แน่ใจ55555
      #20081-6
  24. #14960 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 10:27
    มันส์มากกกก ควรทำเป็าหนังสืออ่ะจริงๆ
    #14960
    0
  25. #14873 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 17:18
    ชอบบงบบบ
    #14873
    0