เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,921,369 Views

  • 27,174 Comments

  • 28,078 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    67,638

    Overall
    3,921,369

ตอนที่ 73 : การตื่นของไฮดร้า (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54014
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1004 ครั้ง
    28 ธ.ค. 60

            อำนาจของแรงระเบิดนั้นทรงพลังจนน่าเหลือเชื่อ กระทั่งทำให้ฟรีซไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ทันที

           

เรื่องทุกอย่างราวกับมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น

 

เด็กน้อยสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนักรบเวทย์ในระหว่างต่อสู้ พลังอักขระยังกลายเป็นขั้นสีเขียวที่แท้จริง

           

ด้วยอำนาจของพลังอักขระแม้ว่าในด้านการพลังโจมตีจะไม่สามารถทำอันตรายผู้ที่มีพลังสูงกว่าได้ แต่ในด้านของพลังป้องกันนั้นกลับมีความสามารถที่มากกว่าจอมเวทย์ทั่วไประดับหนึ่ง

           

ความรุนแรงของระเบิดพลังเวทย์นั้นได้สร้างความเสียหายแก่จอมเวทย์อย่างฟรีซได้จำนวนหนึ่ง แต่กลับสร้างความเสียหายแก่เมอร์ลินได้เพียงเล็กน้อย

           

อำนาจของพลังอักขระขั้นสีเขียวนั้นจึงไม่อาจดูแคลน ไม่เช่นนั้นตัวตนอย่างผู้ปกครองประเทศหรืออาณาจักรต่างๆ คงไม่ยินยอมที่จะเสียทรัพยากรเป็นจำนวนมากเพื่อจ้างผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวมากางม่านพลังให้กับเมืองหลวงของตนเอง

           

ฟรีซยันตัวลุกขึ้นด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ เด็กน้อยที่เขาคิดว่าเป็นลูกไก่ในกำมือ เมื่ออยู่สถานการณ์จนตรอกลูกไก่กลับบรรลุเข้าสู่ขอบเขตใหม่

           

สุดท้ายเหตุการณ์ทุกอย่างกลับตาลปัด พลังทั้งสองห่ำหั่นกันจนเกิดระเบิด เขาได้รับบาดเจ็บแต่เด็กนั่นกลับใช้พลังอักขระขั้นสีเขียวป้องกันตัวเองเอาไว้ได้

           

ฟรีซปะทุอารมณ์ เขาตัดสินใจไม่ซ่อนเร้นพลังไว้อีกต่อไป กลิ่นอายความเย็นระเบิดออกมากลายเป็นพลังที่เยียบเย็น อุณหภูมิถูกทำให้ลดต่ำลงอย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ

           

บรรยากาศทั่วทั้งบริเวณล้วนเปลี่ยนไป ความเหน็บหนาวที่ดุร้ายเกาะกินทั่วทุกบริเวณ

           

แม้ว่าฟรีซจะไม่ได้ลงมือใดๆ แต่ความเย็นเฉียบนั้นก็ส่งผลกระทบแก่เมอร์ลิน ร่างของเขาเริ่มที่จะมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะและลุกลาม

           

เมอร์ลินกระแทกหอกลองกินุสกลางอากาศไปครั้งหนึ่ง

           

ตึง!

           

พลังสั่นสะเทือนนั้นถึงกับทำให้อากาศแตกร้าว ความสั่นสะเทือนทางอากาศนั้นส่งผลขจัดน้ำแข็งที่กำลังกัดกร่อนบนร่างของเด็กน้อยให้สลายหายไป

           

เมอร์ลินมองไปที่ฟรีซ ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความเย็นชาและแววตาที่เยือกเย็น

           

อำนาจอักขระขั้นสีเขียวภายในร่างแผ่กระจายออกมา ความเย็นของฟรีซนั้นไม่อาจคุกคามเขาได้

           

เมอร์ลินนั้นมีความต้องการจะหนีแต่น่าเสียดายที่ฟรีซนั้นแข็งแกร่งเกินไป เขาไม่สามารถหนีจากการตามล่าของจอมเวทย์อย่างฟรีซได้ เขาจึงต้องหาจังหวะที่เหมาะสมและเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับการหนีของเขา

           

ในตอนนั้นเอง ถุงมือไฮดร้าของฟรีซก็เปล่งแสงประกายที่เต็มไปด้วยอำนาจความเย็นออกมา

           

บรรยากาศทั้งหมดกลายเป็นเหน็บหนาว อำนาจแห่งความเย็นนั้นสร้างกระจกน้ำแข็งจำนวนมากปรากฏขึ้นกลางอากาศ

 

กระจกเหล่านั้นห้อมล้อมเมอร์ลินไปทั่วบริเวณราวกับฝูงผึ้ง

           

กระจกน้ำแข็งโคจรและเคลื่อนไหวอย่างมีระเบียบ ส่งกลิ่นอายอำนาจความเย็นออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

           

ฟรีซไม่ต้องการให้เด็กน้อยคนนี้หนีไปได้และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เขาแฝงตัวเข้าไปอยู่ในกระจกน้ำแข็ง

           

ร่างของฟรีซปรากฏอยู่ในกระจกน้ำแข็งทุกบาน

           

ในตอนนั้นเองมือของฟรีซที่อยู่ในกระจกน้ำแข็งก็ถูกยื่นออกมา พลันกระจกทุกบานก็ปรากฏมือของฟรีซ

           

มันไม่สามารถแยกแยะได้ว่าตัวตนใดคือร่างจริงของชายคนนี้

           

เหมือนกับว่าทุกตัวตนในกระจกคือตัวตนของเขา

           

ฮวง!!!!!!

           

ฟรีซทำการผลักมือออกไปกลางอากาศ

           

ทันใดนั้นเองพลังความเย็นจำนวนมาก็รวมศูนย์ที่ถุงมือไฮดร้า คลื่นความเย็นนั้นก่อให้เกิดลำแสงความเย็นที่มีความเข้มข้น ราวกับว่าอำนาจความเย็นของลำแสงนี้สามารถแช่แข็งภูเขาทั้งลูกได้ภายในพริบตา

           

ฟิ้ว!  ฟิ้ว!  ฟิ้ว!

           

ลำแสงความเย็นอันน่าสะพรึงกลัวสีฟ้าเข้มพุ่งออกไปจากถุงมือไฮดร้า มันพุ่งตรงเข้าจู่โจมไปที่เมอร์ลิน

           

เมอร์ลินไม่กล้าที่จะปะทะโดยตรงกับลำแสงอันน่าสะพรึงนี้

           

เขาจึงใช้พลังปราณเซียนบวกกับอำนาจเจตจำนงธาตุลมในการหลบหลีก

           

แม้จะเป็นที่น่าพอใจที่เขาสามารถหลบหลีกลำแสงความเย็นเหล่านี้ได้ แต่ลำแสงนั้นก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์

           

ฝ่าง ฝ่าง ฝ่าง!

           

กระจกน้ำแข็งนั้นสะท้อนพลังลำแสงความเย็นให้กลับมาโจมตีอีกรอบหนึ่ง ลำแสงเหล่านั้นสะท้อนกลับมาหลากหลายทิศทาง เป้าหมายของมันคือการโจมตีเมอร์ลิน

 

กระจกน้ำแข็งมากมายถูกสร้างมาเพื่อการนี้

 

เมอร์ลินทำการหลบหลีกลำแสงมากมายอย่างยากลำบาก เขาตัดสินใจใช้ลองกินุสทำลายกระจกน้ำแข็งพร้อมกับหลบหลีกไปด้วย

 

เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!

 

กระจกน้ำแข็งถูกพลังของหอกลองกินุสทำลายไปเป็นจำนวนมาก

 

แต่ทว่ากระจกน้ำแข็งที่ถูกทำลายจนแตกสลายนั้นกลับถูกสร้างขึ้นมาใหม่ได้ภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว

 

ใบหน้าของเมอร์ลินนั้นเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง สีหน้าของเขาแสดงออกซึ่งความไม่พอใจอย่างชัดเจน มิหนำซ้ำหลายครั้งเขานั้นยังพลาดท่าให้กับลำแสงเยือกเย็น จนน้ำแข็งกัดกินไปถึงชิ้นเนื้อในร่างกายของเขา

 

เมอร์ลินใช้พลังปราณเซียนภายในพลักดันและรักษาพิษความเย็นที่แทรกซึมเข้ามา

 

โชคดีว่าพลังในขอบเขตก่อลำต้นนั้นยังมีผลต่อการรักษา มันสามารถต้านทานพิษความเย็นเหล่านี้ได้

 

หากการรักษานี้ไม่ได้ผล เมอร์ลินอาจจะต้องบาดเจ็บและเคลื่อนไหวได้อย่างติดขัดมากขึ้น

 

เมื่อจอมเวทย์ระดับ  2 ได้ใช้อาวุธวิญญาณ อำนาจของเขานั้นเหมือนเสือที่ติดปีก

 

ฟรีซนั้นเป็นจอมเวทย์ที่แข็งแกร่ง เขาเป็นหนึ่งในอัศวินโต๊ะกลม ขอบเขตพลังเวทย์ในจักรวาลหัวใจของเขานั้นมีพื้นที่มหาศาล การใช้งานอาวุธวิญญาณของเขาจึงเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ

 

เมื่อเทียบกับเมอร์ลินแล้วเขานั้นยังเป็นนักรบเวทย์ระดับ 1 ปริมาณของพลังเวทย์ในร่างยังมีอยู่น้อยเมื่อเทียบกับขอบเขตของจอมเวทย์ ความสามารถในการใช้อาวุธวิญญาณนั้นจึงได้น้อยตามไปด้วย แม้ว่าหอกลองกินุสนั้นจะแข็งแกร่งแต่มันก็ไม่สามารถเปล่งพลังออกมาได้อย่างเต็มที่

 

ไม่ว่าจะเป็นมุมมองด้านไหน เมอร์ลินก็ไม่เห็นว่าตนจะสามารถเอาชนะชายคนนี้ได้

 

หอกลองกินุสกระหน่ำต้านทานลำแสงเยือกเย็น

 

เมอร์ลินรับมือกับการโจมตีของฟรีซอย่างยากลำบาก

 

การที่ถุงมือไฮดร้าสามารถควบคุมน้ำภายในอากาศได้ นั่นถือว่าเมอร์ลินได้เข้ามาอยู่ภายในอาณาจักรของฟรีซแล้ว มันเป็นเรื่องยากที่จะรับมือในพื้นที่เขตของศัตรู

 

ฟรีซนั้นเหมือนราชาของเขตแดน เขานั้นสามารถสร้างการโจมตีเท่าไหร่และเมื่อไหร่ ได้ตามที่เขาต้องการได้

 

ครืน! ครืน! ครืน!!!

 

พลังเวทย์ในอากาศเกิดการสั่นสะเทือน

 

เมอร์ลินลงมือทำลายกระจกน้ำแข็งอย่างบ้าคลั่ง เขาต้องการฝ่าอาณาเขตนี้ออกไปให้ได้ แต่น่าเสียดายที่การลงมือของเขานั้นเรียกว่าสูญเปล่า แม้กระจกน้ำแข็งเหล่านั้นจะถูกทำลายแต่มันก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่และเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกครั้งอย่างรวดเร็ว

 

เวทย์ของฟรีซนั้นช่างเป็นเวทมนต์ที่น่าหวาดกลัว เขาในตอนนี้นั้นเหมือนตัวตนอมตะไร้ผู้ต้าน

 

เมื่อเมอร์ลินเริ่มเหนื่อยล้า แน่นอนว่าลำแสงเยือกเย็นก็จะจู่โจมเขาทันที

 

ดินแดนเขตเวทย์แห่งนี้จึงถือว่าเป็นสุสานของผู้ที่เป็นคู่ต่อสู้ของฟรีซโดยสมบูรณ์

 

เมอร์ลินตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการต่อสู้ของเขาอีกครั้ง

 

เมื่อพลังเวทย์ไม่สามารถทำอะไรฟรีซได้ เขาจึงต้องใช้พลังปราณเซียน

 

เพลงทวนธุลีดิน  ฝนธุลีทั่วหล้า!

 

อำนาจพลังปราณในร่างของเมอร์ลินปะทุออกมาอย่างบ้าคลั่ง จุดตันเถียนของเขาถูกเปิดใช้งานร่วมกับพลังเวทย์ในจักรวาลหัวใจ

 

สองต้นกำเนิดพลังภายในร่างกายของเด็กน้อยช่วยกันประสานและเกิดเป็นกระบวนท่าที่ครั่นครามท้องฟ้า

 

เมื่อกระบวนท่านี้ถูกแสดงออกมาอากาศนั้นถูกบิดเบือน ฝืนฟ้านั้นเกิดรอยแตกร้าว

 

เพลงทวนของเมอร์ลินกระบวนท่านี้เต็มไปด้วยอำนาจ

 

คลื่นพลังปราณเซียนและพลังเวทย์กวาดผ่านกระจกน้ำแข็งที่รายล้อมเป็นบริเวณกว้าง กระจกน้ำแข็งเหล่านั้นไม่อาจรักษาตัวตนได้อีกต่อไป มิหนำซ้ำการโจมตีนี้ยังช่วยเสริมส่งอำนาจของหอกลองกินุสมากขึ้น

 

พลังสั่นสะเทือนนั้นอาระวาดอย่างบ้าคลั่ง มันทั้งดุร้ายและเกรี้ยวกราดราวกับสัตว์ป่า

 

อากาศบริเวณนี้ทั้งหมดล้วนเต็มไปด้วยการสั่นสะเทือน

 

เวทมนต์ของฟรีซนั้นไร้ผลเมื่ออยู่ต่อหน้าการโจมตีนี้

 

“เป็นไปไม่ได้!” ฟรีซนั้นปรากฏตัวด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง

 

เพื่อกำจัดนักรบเวทย์ระดับ 1 คนหนึ่งเขาถึงกับใช้อาวุธวิญญาณในการปราบปราม แต่ทว่ามันก็ยังไม่สามารถกำราบเด็กคนนี้ได้ สายตาของเขาจึงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ

 

“ข้าเป็นถึงอัศวินโต๊ะกลม แต่กลับไม่สามารถจัดการเด็กคนนี้ได้ ข้าไม่อาจปล่อยให้เป็นเช่นนั้นได้ มิเช่นนั้นแล้วมันจะกลายเป็นความอัปยศที่สุดในชีวิตของข้า” ฟรีซกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด

 

ในตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องของการหยอกล้ออีกต่อไป การต่อสู้ได้กลายเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีของเขาโดยสมบูรณ์ การถูกเด็กน้อยคนหนึ่งท้าทายนั่นไม่สามารถยอมรับได้ ยิ่งไปกว่านั้นมันยังมีผลกระทบในตัวตนของเขาในอนาคตอีกด้วย

 

เมื่อคิดได้อย่างนี้ใบหน้าของฟรีซก็กลายเป็นน่าเกลียด

           

วงเวทย์สีเงินทั้งสองวงโคจรและเปล่งพลังออกมาอย่างรุนแรง พลังเวทย์ของฟรีซถูกบีบเค้นออกมาจนกลายเป็นลำแสงสีน้ำเงินพุ่งขึ้นสูงทะลุสู่ท้องฟ้า พลังของเขาสร้างแรงกดดันแก่ผู้คนเป็นอย่างมาก

           

คนที่เฝ้าดูการต่อสู้นั้นถึงกับหลายใจลำบาก ผู้อ่อนแอที่ได้สัมผัสถึงพลังนี้ร่างของเขาจะต้องเข่าอ่อน

           

มันคือพลังที่แท้จริงของฟรีซ

           

ดูเหมือนว่าฟรีซนั้นกำลังใส่ใจกับการต่อสู้นี้เป็นอย่างมาก

           

สีหน้าและแววตาของฟรีซกลายเป็นดุดันและจริงจังมากยิ่งขึ้น

 

“จงลืมตาตื่นขึ้นมา  ไฮดร้า!”

 

เสียงของฟรีซตะโกนออกมาอย่างน่าขนลุก มันทั้งรุนแรงและเกรี้ยวกราด

 

ทันใดนั้นเองร่างของฟรีซทั้งร่างก็ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีฟ้าใส พลังอันเยือกเย็นพุ่งทะลุลงผืนดินและขึ้นสู่ผืนฟ้า กลุ่มเมฆแปรปรวนม้วนหมุนจนปรากฏเป็นรูโหว่ ลำแสงอันน่าสะพรึงนี้พุ่งขึ้นสูงปกคลุมทั้งชั้นฟ้า

 

ลำแสงสีฟ้าใสค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นๆ จนกลืนกินร่างของฟรีซทั้งหมดโดยสมบูรณ์

 

ไม่นานนักกระบวนการทั้งหมดก็สิ้นสุดลง แสงสีฟ้าใสค่อยหดตัวลงอย่างช้าๆ จนเผยให้เห็นบุคคลที่ถูกห่อหุ้มด้วยลำแสงนั้น

 

ฟรีซปรากฏตัวในรูปลักษณ์ที่ต่างออกไปจากเดิม การปลุกอาวุธวิญญาณให้ตื่นขึ้นมานั้นทำให้ร่างกายของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลง

 

เกราะสีฟ้าครามบนร่างของฟรีซนั้นส่งอำนาจเรืองรองออกมาอย่างต่อเนื่อง เกราะนี้สามารถกดขี่ผู้คนได้โดยไม่ต้องลงมือแม้แต่ขยับตัว เกราะนี้ปลดปล่อยกลิ่นอายอำนาจความเย็นออกมาอย่างมหาศาล

 

หากนักเวทย์คนหนึ่งเข้าใกล้เกราะสีฟ้าครามนี้ แม้ว่าฟรีซไม่ลงมือ เพียงแค่กลิ่นอายของเกราะสีฟ้าครามนี้ก็สามารถทำให้นักเวทย์คนนั้นถูกแช่แข็งโดยสมบูรณ์ได้แล้ว

 

เกราะนี้จึงเป็นสมบัติที่น่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

 

ผู้ใช้อาวุธวิญญาณเมื่อได้ทำการปลุกอาวุธวิญญาณให้ตื่นขึ้น รูปร่างหรืออุปกรณ์สวมใส่ของเขาจะมีการเปลี่ยนแปลง ผู้คนเรียกสิ่งนี้ว่า “ภูษาวิญญาณ”

 

เกราะสีฟ้าครามนี้ก็คือภูษาวิญญาณของฟรีซ

 

ในตอนนั้นเองเมื่อฟรีซสวมใส่ภูษาวิญญาณ ร่างเงาอันทรงพลังของสัตว์ร้ายตัวหนึ่งก็ปรากฏยังเบื้องหลังของเขา

 

ร่างเงานั้นถูกสร้างมาจากอำนาจพลังเวทย์ของถุงมือไฮดร้า มันคือร่างเงาของสิ่งมีชีวิตที่คล้ายกับงูยักษ์ที่มีหัวถึงเก้าหัว

 

กรรจ์ ....

 

อสูรร้ายคำรามอย่างมากอย่างเกรี้ยวกราดและน่าสะพรึงกลัว

 

แต่ละหัวที่คล้ายกับหัวของงูยักษ์นั้นเหมือนกับมีสำนึกคิดเป็นของตนเอง มันเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต

 

แม้จะเป็นแค่ร่างเงา แต่มันก็ส่งกลิ่นอายตัวตนที่ทรงอำนาจออกมา

 

สิ่งมีชีวิตนี้คือ “สัตว์อสูรไฮดร้า”

 

สัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายกับงูเก้าหัว ร่างกายของมันปกคลุมไปด้วยเกล็ดและหางที่คล้ายกับมังกร ลมหายใจของมันนั้นทรงอำนาจเป็นอย่างมาก หากไม่ระวังเพียงแค่ลมหายใจของไฮดร้าก็อาจนำมาซึ่งความตายได้

 

โบราณกล่วว่าสัตว์อสูรตนนี้คือผลผลิตของทวยเทพ มารดาของมันคืออสูรงูยักษ์ตนหนึ่ง ส่วนบิดาของมันคือเทพเจ้าแห่งพายุ ตัวตนของมันจึงเป็นสิ่งมีชีวิตในตำนาน มันมีทั้งความศักดิ์สิทธิ์และความยิ่งใหญ่ที่น่าหวาดกลัว

 

“การตื่นของอาวุธวิญญาณ!

 

เมอร์ลินนั้นตะลึงเป็นอย่างมาก ร่างทั้งร่างของเขานั้นสั่นสะท้าน การเคลื่อนไหวของเขานั้นราวกับถูกแช่แข็ง

 

เขานั้นสนใจและได้เคยยินเกี่ยวกับเรื่องการตื่นของอาวุธวิญญาณมาเป็นเวลานาน ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้เขาจะมีโอกาสได้เห็นการตื่นของอาวุธวิญญาณที่แท้จริงกับตาของตัวเอง

 

แต่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดี เพราะเป้าหมายของฟรีซนั้นคือเขา

 

เมอร์ลินไม่คิดเลยว่าฟรีซจะเอาจริงเอาจังถึงขนาดนี้

 

ช่องว่างของพลังของเขากับฟรีซยิ่งห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะสามารถข้ามผ่านชายคนนี้ไปได้ แม้แต่การหนีเขาก็ไม่คิดว่าจะสามารถทำได้

 

“ยังไงข้าก็ไม่สามารถจบชีวิตที่นี่ได้” เมอร์ลินเอ่ยด้วยแววตาที่มุ่งมั่น

 

อาศัยช่วงที่ฟรีซกำลังปลุกอาวุธวิญญาณให้ตื่นขึ้น แผนการหลบหนีของเขาถูกดำเนินการขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

หากเขาไม่ใช้โอกาสนี้ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมีโอกาสดีอย่างนี้อีกต่อไป

 

มือน้อยของเมอร์ลินวาดผ่านอากาศไปเบื้องหน้า

 

อักขระเวทย์ที่บรรจุวงเวทย์ที่สร้างบทเวทย์มิติหลุมดำนั้นปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเคลื่อนกายเข้าไปในหลุมดำนั้น

 

ศีรษะหนึ่งของไฮดร้าก็พุ่งเข้ามาจู่โจมเมอร์ลินอย่างรวดเร็ว การโจมตีนี้ทั้งรวดเร็วและเต็มไปด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัว

 

ปัง!

 

มิติหลุมดำของเมอร์ลินนั้นถูกทำลายในทันที

 

ศีรษะทั้งเก้าของไฮดร้านั้นจ้องมองเมอร์ลินด้วยแววตาเกรี้ยวกราด พร้อมทั้งยังส่งลมหายใจที่มีกลิ่นอายแห่งความตายออกมา

 

ในทันใดนั้นเองไฮดร้าก็เริ่มโจมตีอีกครั้ง คมเขี้ยวของไฮดร้าถูกง้างและพุ่งเข้าฉกร่างของเมอร์ลินทันที

 

ซูม! ซูม! ซูม!

 

หัวทั้งเก้าของไฮดร้าโจมตีอย่างต่อเนื่อง สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่นี้เต็มไปด้วยพลังและอำนาจ ทุกครั้งที่มันฉกลงมาล้วนเต็มไปด้วยพลังอันมหาศาล นักรบเวทย์คนหนึ่งอาจตายได้ด้วยการฉกเพียงครั้งเดียวของมัน

 

เมอร์ลินทำการหลบหลีกอย่างยากลำบาก ทุกครั้งที่หัวของไฮดร้าโจมตีมันจะส่งกลิ่นอายความเย็นแผ่ออกมาด้วย แม้ว่าจะไม่ถูกโจมตีโดยตรง แต่กลิ่นอายนี้ก็สามารถสร้างความลำบากให้คนคนหนึ่งได้

 

ครื้น!  ครื้น!  ครื้น!

 

หอกลองกินุสนั้นกวาดผ่านแต่ละหัวของไฮดร้า พลังปราณเซียนและพลังเวทย์ถูกเร่งเร้าใช้งานอย่างต่อเนื่อง

 

น่าเสียดายที่การโจมตีของเมอร์ลินนั้นไม่มีความรุนแรงมากพอ มันทำได้เพียงป้องกันและหลบหลีกจากหัวของไฮดร้า

 

ในช่วงเวลานั้นเองดูเหมือนว่าฟรีซต้องการที่จะปิดฉากการต่อสู้ มือของเขาเคลื่อนผ่านอากาศราวกับกำลังออกคำสั่ง หัวทั้งเก้าของไฮดร้าพลันถูกเพิ่มความเร็วให้มากขึ้น มันเคลื่อนไหวรวดเร็วหลายเท่าตัว

 

ปัง!

 

หัวหนึ่งของไฮดร้าอาศัยจังหวะหนึ่งพุ่งเข้าโจมตีด้านหลังของเมอร์ลินอย่างรวดเร็ว

 

ด้วยประสาทสัมผัสของเมอร์ลินบวกกับความสามารถในการสังเกตการของดวงตาเลเมเกทัน ทำให้เขารับรู้ถึงการโจมตีนี้ได้

 

ในช่วงเวลาที่อันตรายเข้ามาใกล้ เมอร์ลินได้หันตัวกลับและดึงเอาอำนาจของลองกินุสเข้าต้าน

 

แต่น่าเสียดายที่ไฮดร้านั้นยังมีลูกเล่นอื่นอยู่อีก ขณะที่เมอร์ลินกำลังต้านศีรษะอันใหญ่โตของไฮดร้าอยู่นั้น ลำแสงทำลายล้างอันทรงอำนาจก็พุ่งออกมาจากปากของไฮดร้าในระยะกระชั้นชิด

 

ซูม!

 

มันใกล้เกินไป!

 

เมอร์ลินไม่อาจหลบการโจมตีนี้ได้

 

อำนาจอักขระขั้นสีเขียวจำนวนมากถูกเค้นออกมาสร้างม่านการป้องกันที่แข็งแกร่ง

 

ตูม!

 

ร่างของเมอร์ลินโดนลำแสงทำลายล้างนั้นโจมตีเข้าไปอย่างจัง ลำแสงนั้นแผ่พลังอันน่าสะพรึงไปทั่วท้องฟ้า

 

อำนาจความเย็นกระจายไปทั่วทุกสารทิศ

 

เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!

 

เพล้ง!

 

ม่านพลังอักขระขั้นสีเขียวไม่สามารถต้านคลื่นลำแสงทำลายล้างนี้ได้ มันแตกร้าวและสลายไปในที่สุด

 

ตูม!

 

ร่างของเมอร์ลินถูกอาบไปด้วยลำแสงทำลายล้างสีฟ้าที่หนาวเย็น ร่างของเขาล่วงลงสู่พื้นดินอย่างรุนแรง

 

พื้นที่บริเวณนั้นถูกทำให้เป็นหลุมลึกด้วยอำนาจของลำแสงที่ยิ่งใหญ่นี้

 

มันทำลายล้างและผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้า

 

เมอร์ลินได้รับบาดเจ็บ แต่ก็โชคดีที่ม่านพลังอักขระขั้นสีเขียวนั้นช่วยลดทอนพลังลงมาได้บ้าน

 

มันจึงทำให้เขายังมีชีวิตรอด แต่ร่างกายของเขาในตอนนี้ก็มีสภาพที่ไม่สู้ดีนัก

 

ร่างของเมอร์ลินถูกน้ำแข็งสีมรกตก้อนใหญ่หุ้มเกาะอยู่อย่างหนาแน่น ร่างทั้งร่างของเขากลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งสีมรกต

 

ฉายาของฟรีซนั้นคือน้ำแข็งมรกต การโจมตีนี้จึงเป็นที่มาของฉายานี้

 

เมอร์ลินในตอนนี้มีสภาพราวกับศพที่ถูกแช่แข็ง พลังความเย็นค่อยๆ กัดกร่อนร่างกายของเขา ผิวหนังของเขานั้นกลายเป็นไร้ความรู้สึกเพราะถูกอำนาจของลำแสงความเย็น

 

ร้ายกาจ... ช่างร้ายกาจเป็นอย่างมาก สมแล้วที่เป็นฝีมือของอัศวินโต๊ะกลม

 

ฟรีซลอยลงมาจากอากาศและจ้องมองไปยังเมอร์ลิน

 

เขาอมยิ้มและเอ่ยว่า

 

“เจ้าหนู ความสามารถของเจ้านั้นน่าประทับใจ เจ้าที่อยู่ในวัยเพียงแค่นี้ถึงกับบังคับให้ข้าแสดงฝีมือที่แท้จริงออกมา ความสามารถของเจ้านั้นเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม"

 

ฟรีซหยุดและมองเด็กน้อยด้วยท่าทีที่จริงจัง แววตาของเขานั้นเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน

 

“เจ้านั้นร้ายกาจเกินไป ตัวตนผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวนั้นเป็นที่คุกคามเกินไป ข้านั้นกำลังลังเลใจว่าจะเก็บเจ้าไว้ดีหรือไม่?

 

น้ำเสียงที่จริงจังของฟรีซสามารถทำให้ผู้ฟังขนลุกได้ ไม่มีใครคาดเดาอารมณ์ของเขาได้

 

เมอร์ลินในตอนนี้นั้นถูกน้ำแข็งมรกตแช่แข็งโดยสมบูรณ์ ดวงตาของเขานั้นยังเปิดอยู่แต่เขาก็ไม่สามารถขยับอวัยวะส่วนอื่นๆ ได้

 

ในตอนนั้นเองร่างเงาของไฮดร้าก็ถูกทำให้จางลง กลิ่นอายของมันกลับมารวมตัวกันไปที่เกราะสีฟ้าครามของฟรีซ แม้ร่างเงาจะหายไปแต่จิตวิญญาณของมันยังคงอยู่ เกราะสีฟ้าครามนั้นส่งเสียงคำรามออกมาอย่างกึกก้อง

 

ฟรีซในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยอำนาจ พลังของเขานั้นร้ายกาจราวกับทรราชผู้หนึ่ง

 

ฟรีซหัวเราะและพลางลูบก้อนน้ำแข็งมรกตที่ผนึกเมอร์ลินเอาไว้

 

เขากำลังอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก

 

เมื่อเขาสามารถกำราบเด็กน้อยคนนี้ได้ เกียรติของเขาจะยังคงอยู่ อำนาจของเขานั้นยังคงเปล่งประกายต่อไป

 

ในระหว่างนั้นเองเมอร์ลินรู้สึกคับแค้นเหลือคณา

 

เขากำลังโกรธที่ตัวเองไม่มีพลังมากพอ

 

เขาโกรธที่ตัวเองหยิ่งทะนงเกินไป เขามั่นใจในแผนการของเขามากเกินไป

 

เหนือฟ้ายังมีฟ้า แผนการของเขาล้มเหลวเพราะมีฟรีซเข้ามาแทรกแซง

 

“ทำไมข้าถึงไม่มีพลังมากกว่านี้! เมอร์ลินคำรามในใจอย่างคับแค้น

 

“ข้าต้องการพลัง!  ข้าต้องการพลัง! ข้าต้องการพลัง!”

 

เมอร์ลินในตอนนี้นั้นไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวใดๆ ได้ แม้แต่จะหลับตาเขาก็ไม่สามารถทำได้ น้ำแข็งมรกตนี้แข็งแกร่งเกินไป มันสะกดทุกการเคลื่อนไหวของเขาได้อย่างสมบูรณ์ มิหนำซ้ำพลังไอเย็นที่มหาศาลนี้ก็กำลังกัดกร่อนร่างกายของเขา

 

หากเขาไม่ได้ใช้พลังปราณเซียนเข้าต่อต้าน ไม่แน่ว่าตนนี้เขาอาจกลายเป็นศพเพราะพิษของไอเย็นไปในทันที

 

ฟรีซนั้นยังคงพูดพล่ามไปเรื่อยๆ เขากำลังหมกมุ่นอยู่กับการตัดสินใจ

 

เด็กน้อยในตอนนี้คือลูกไก่ในกำมือของเขา จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด

 

เมอร์ลินได้แต่จ้องมองอย่างแค้นใจ

 

“ทำไมข้าถึงไม่มีพลังมากกว่านี้ ข้าต้องการพลัง พลังที่สามารถทำให้ข้ามีชีวิตอยู่ต่อได้” เมอร์ลินคำรามคร่ำครวญอย่างกึกก้องในใจ

 

“ข้าต้องการพลัง!

 

“ข้าต้องการพลัง!

 

“ข้าต้องการพลัง!

 

สิ่งเดียวที่เมอร์ลินสามารถรับรู้ได้คือการรับรู้ผ่านดวงตา

 

ความปรารถนาในพลังของเขานั้นทำให้พลังทั้งหมดไหลรวมมาอยู่ที่ดวงตาของเขาอย่างไม่รู้ตัว

 

จิต วิญญาณ ความรู้สึก พลังเวทย์ และพลังปราณเซียนต่างมากระจุกอยู่ที่ดวงตา

 

ทันใดนั้นเองดวงตาของเมอร์ลินก็เกิดการเปลี่ยนแปลง

 

แสงสีทองส่องประกายออกมาจากดวงตาของเขาอย่างเจิดจ้า อักขระจำนวนมากปรากฏต่อสายตาของเมอร์ลิน

 

ภายในหัวของเมอร์ลินกลายเป็นความว่างเปล่า แสงสว่างจ้านั้นทำให้สติของเขานั้นดับวูบ

 

เมื่อรู้สึกตัวอีกทีหนึ่ง เมอร์ลินก็ถูกดึงมาอยู่อีกมิติหนึ่งแล้ว

 

ภายในมิตินี้เต็มไปด้วยดวงแสงจำนวนมาก

 

ดวงแสงเหล่านั้นปรากฏท่ามกลางความมืดคล้ายกับดวงดาวในจักรวาล

 

เมอร์ลินหมุนตัวสำรวจดูรอบๆ อย่างสนใจ

 

ในตอนนั้นเองก็เกิดเสียงที่ดังราวกับท้องฟ้าจะถล่มลงมา ดังสนั่นหวั่นไหว

 

กลุ่มดาวส่องประกายสว่างจ้าจนสายตาของเด็กน้อยพร่ามัว

 

ทันทีที่แสงลดลง เบื้องหน้าของเมอร์ลินก็ปรากฏประตูบานใหญ่ลอยอยู่กลางห้วงอวกาศ 5 บาน

 

ประตูทั้งห้านั้นถูกล้อมรอบไปด้วยหมู่ดวงดาวและเปล่งรัศมีวงแหวนราวกับดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง

 

สองในห้าบานประตูนั้นถูกเปิดออก ส่วนอีกสามนั้นถูกพันธนาการด้วยโซ่สีดำที่ทรงอำนาจ โซ่นั้นเปล่งประกายพลังที่ราวกับจะกดขี่ได้ทุกสรรพสิ่ง มันเหมือนกับว่าไม่มีตัวตนใดในโลกที่โซ่นี้จะไม่สามารถพันธนาการปิดผนึกเอาไว้ได้

 

เมื่อเมอร์ลินมองไปยังประตูบานแรกที่เปิดออก สำนึกรู้ของประตูนั้นก็เปล่งประกายของมันออกมา

 

“อาร์สพอลินา”

 

บานประตูนี้มีชื่อว่าอาร์สพอลินา มันคือชื่อบทเวทย์บทแรกของมหาเวทย์ของโซโลมอน

 

ภายในบานประตูอาร์สพอลินานั้นบรรจุไปด้วยอักขระและเส้นแสงจำนวนมาก

 

เมอร์ลินสามารถรับรู้ได้ว่าพวกมันคือสารานุกรมความรู้ของดวงตาเลเมเกทัน มหาเวทย์บทแรกนั้นได้เปิดประตูความรู้ของสรรพสิ่งให้แก่ผู้ใช้ ภายใต้ความรู้เหล่านั้นสามารถทำให้ผู้ใช้เวทมนต์คนหนึ่งบรรลุและเกิดความเข้าใจได้ง่าย

 

สาเหตุหนึ่งที่เมอร์ลินได้รับความสามารถของผู้ใช้อักขระก็เป็นเพราะมหาเวทย์บทนี้

 

ผ่านไประยะเวลาหนึ่งเมอร์ลินได้ละความสนใจจากประตูบานแรก เขานั้นหันไปจ้องมองประตูบานถัดมาที่ถูกเปิดออก

 

ทันทีที่เมอร์ลินได้สัมผัสกับบานประตู ชื่อของประตูนั้นก็ได้ปรากฏขึ้น

 

“อาร์สโกเอเทีย”

 

ประตูบานนี้คือมหาเวทย์บทที่ 2 อาร์สโกเอเทีย

 

ในตอนนี้เมอร์ลินได้รับสมบัติของโซโลมอนมาสองชิ้นจึงทำให้มหาเวทย์ทั้งสองถูกเปิดใช้

 

เมื่อเมอร์ลินได้ก้าวเดินเข้าไปในประตูบานนั้นไป เบื้องหน้าของเขาก็ได้พบกับกงล้อโบราณที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ มันทำด้วยทองและแกะสลักเป็นลวยลายที่งดงาม

 

ภายในกงล้อนั้นถูกแบ่งออกเป็น 72 ช่อง แต่ละช่องนั้นถูกสลักด้วยอักขระที่มีรูปร่างประหลาด

 

ใจกลางของวงล้อนั้นมีเข็มที่มีรูปร่างคล้ายกับหอกลองกินุสตั้งอยู่ เข็มนั้นเต็มไปด้วยพลังที่ทรงอำนาจและเปล่งกลิ่นอายที่น่าสะพรึงออกมา

 

เมอร์ลินทำการสำรวจกงล้อทองคำนี้อย่างถี่ถ้วน กงล้อนี้ถูกสลักด้วยลวดลายอักขระจำนวนมาก แต่ละอักขระนั้นบรรจุด้วยวงเวทย์ที่มีมหาศาล

 

กงล้อทองคำนี้จึงถือว่าเป็นสมบัติที่ทรงพลังและน่าหวาดกลัว

 

ในตอนนั้นเองเมอร์ลินได้สังเกตเห็นว่าด้านล่างของฐานกงล้อทองคำนี้มีสิ่งที่ประหลาดปรากฏอยู่

 

สิ่งนั้นถือรูปสลักที่คล้ายกับมือของมนุษย์ มันถูกทำให้ยุบลงไป

 

ด้วยความสงสัย เมอร์ลินจึงยื่นมือและประทับเข้ากับรูปสลักนั้น

 

ไม่น่าเชื่อ รูปสลักนั้นพอดีกับมือของเขา

 

มันพอดี!

 

ราวกับว่ารูปสลักนี้สร้างมาจากมือของเขาและมือของเขาคือต้นแบบของรูปสลักนี้

 

ในตอนนั้นเอง ทันทีที่มือของเมอร์ลินประทับลงไปก็ปรากฏแสงสีทองส่องสว่างออกมาอย่างเจิดจ้า

 

แสงนั้นทำให้กลไกของกงล้อทองคำทำงาน

 

กงล้อนั้นเริ่มหมุน การเคลื่อนไหวของมันราวกับจะทำให้โลกทั้งโลกนั้นสั่นสะเทือน

 

ภายในห้องแห่งนี้บังเกิดเสียงฟ้าร้อง แสงสีที่บังเกิดราวกับฟ้าแลบ

 

กงล้อทองคำเริ่มหมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ สายฟ้าทองคำจำนวนมากปรากฏออกมาจากกงล้อนั้น

 

เมอร์ลินนั้นไม่สามารถถอนมือออกมาได้ เขานั้นได้แต่จ้องมองการหมุนของกงล้อ

 

ในที่สุดกงล้อทองคำก็หยุดหมุน ปลายของเข็มที่ทรงอำนาจนั้นไปหยุดที่อักขระตัวหนึ่ง

 

ทันใดนั้นเองอักขระตัวนั้นก็เปล่งแสงประกายออกมา

 

อักขระนั้นส่งเสียงคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราด พลังของมันนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ ราวกับว่าพลังนี้สามารถกดขี่คนได้ทั้งโลก

 

อักขระนั้นพุ่งออกมาจากกงล้อทองคำ

 

เมื่ออักขระถูกปลดปล่อย อำนาจของมันก็เปล่งประกายไปทั่วทั้งจักรวาล

 

เมอร์ลินแหงนมองดูอักขระนั้นอย่างหวาดหวั่น

 

ทันทีที่เขาเห็นมัน ชื่อของอักขระก็ปรากฏขึ้นมาในหัวของเขาอย่างชัดเจน

 

“แซบนอค”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.004K ครั้ง

330 ความคิดเห็น

  1. #26237 Unnilium (@litium) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 19:04
    พระเอกใช้ชีวิตในความประมาทคิดน้อยไม่สมกับอายุ 600 ปี
    #26237
    0
  2. #26139 ดิวดิ้ว (@dew1232) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 15:02

    ได้เวลาหมุนวงล้อซัมม่อนแล้ว

    #26139
    0
  3. #25328 rainny (@sprite-pipe) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 17:51
    เนื้อหาอ่านเอาสนุกก็สนุกดีค่า ถ้าอยากเพิ่มความมีเหตุผลมากขึ้นน่าจะให้ตัวเอกทำตัวให้เหมาะสมมากกว่านี้ เช่น มีพลังมาก แต่ ประสบการณ์น้อย แพ้ได้ไม่ใช่เรื่องแปลก แพ้เพื่อพัฒนาให้เก่งขึ้น เทพทรูมากเจอใครก็ชนะ???? แรกๆเคยกล่าวว่อตัวเอก็รู้วิธีที่จะปฏิบัติตน อย่างตอนต่อหน้าผู้อำนวยการก็ยังมีความเคารพ กับอัศวินโต๊ะกลม ที่มากทั้งพลัง มากทั้งกำลังพล มากทั้งประสบการณ์ น่าจะนอบน้อมและใจเย็นกว่านี้ เหมือนที่รู้ว่าเขาเก่งกว่า เหมือนช่วงแรกไปที่เขียน อะไรควรหลีก อะไรสู้ได้ อะไรไม่สมควรยุ่งในขณะที่ยังไม่ได้มีพลังมากพอ แล้วก็เรื่องไทม์ไลน์อายุ รู้สึกว่ามีขัดๆอยู่หลายที่เลย อายุ12มาตลอดยาวๆเลยค่ะ55555
    #25328
    2
    • #25328-1 mybas2 (@mybas) (จากตอนที่ 73)
      12 พฤศจิกายน 2561 / 23:58
      ผมว่าพระเอกมีประสบการณ์เยอะกว่านะ
      #25328-1
    • #25328-2 Niranam01 (@Niranam01) (จากตอนที่ 73)
      27 มกราคม 2562 / 21:47
      มันก็เหมือนคุณถูกซ้ำเติมหลังจากที่ต้องเจอเรื่องสุดๆในอารมณ์นั้นแหละ
      #25328-2
  4. #24655 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 10:47

    Thank you

    #24655
    0
  5. #23673 Preamsap Srimeaung (@kiimza) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 15:16
    มีอะไรที่ที่คิดขึ้นเองบ้างวะ เกม อนิเมะ นิยายตะวันตก จีน เอามาผสมมั่วไปหมด เหนแล้วสมเพส ไอเดีย หยิบมาทั้งนั้น มีปันยาคิดอะไรที่มันเปนของตัวเองบ้างป่าว ทำตัวยังกะพวกจีนแดงน่าเบื่อจิง
    #23673
    9
    • #23673-8 FerinFern (@FerinFern) (จากตอนที่ 73)
      11 สิงหาคม 2561 / 02:12
      สมควรไปเรียนการเขียนภาษาไทยมาใหม่ก่อนจะวิจารณ์คนอื่นนะคะ แล้วก็ ถ้ามี 'ปัญญา' ก็ไปแต่งเองสิคะ
      #23673-8
    • #23673-9 pattaratidafang (@pattaratidafang) (จากตอนที่ 73)
      20 ตุลาคม 2561 / 15:14
      เฉียบบบ...
      #23673-9
  6. #23613 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 03:18
    ผู้ใหญ่รังแกเด็ก หึ ยังจะมาห่วงศักดิ์ศรีตัวเอง กากกก
    #23613
    0
  7. #23351 Pazei derlau (@tammyoyo) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 03:34
    กระ-กระสนงัดทุกอย่างออกมาเพื่อเอาชนะเด็กน้อยอายุ12(ใกล้จะ13) ยินดีกับเกียรติยศและศักดิ์ศรีของคุณด้วยจริงๆนะคะ คุณอัศวิน มันช่างเป็นการต่อสู้ที่สมเกียรติอะไรเช่นนี้ กับการปะทะกันของ จอมเวทย์กับนักรับเวทย์ที่พึ่งจะเลื่อนพลังมาขั้นแรก โคตรภูมิใจกับคุณจริงๆค่ะ อิดอกฟรีซ อิเห้้้้้้้้้!!!!!
    #23351
    0
  8. #22974 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 15:09
    เกียรติ-อ่ะฟรีซสู้กับนักรบเวทย์ชนะแถมอายุ 12 บอกใครก็อายเขาเปล่าๆ ขึ้นมากอ่ะเรื่องนี้ต้องถูกลือเกียรติมันต้องถูกทพลายให้ได้!!!!!! อินสาสสสส
    #22974
    0
  9. #22025 BloodStrike (@BloodStrike) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 19:47
    เกียรติมันไม่มีตั้งเเต่-ตบเด็กอายุ12แล้ว
    #22025
    2
    • #22025-2 ~ล.ลิงกินตับ~ (@NASMAS) (จากตอนที่ 73)
      4 พฤษภาคม 2561 / 07:31
      อ่านกำลังอิน เลื่อนมาเจอเม้นนี้ถึงกับลั่นเลย 555
      #22025-2
  10. #21961 pkst (@pkst) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 19:47
    แค่ปล่อยไปตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องเสียหน้าขนาดนี้มั้ย?เป็นอัศวินได้งัยแค่นี้ก็คิดไม่ได้
    #21961
    1
  11. วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 20:49
    ขอโทษที่มาเม้นเอาตอนนี้นะจอรับ
    ใครเอาคนรังแกเด็กอายุ13มาเป็นอัศวินกันข้าน้อยจะไปบึมบ้านมัน
    #21835
    1
    • #21835-1 ni_ky (@ni_ky) (จากตอนที่ 73)
      4 เมษายน 2561 / 13:57
      กลับมาอ่านกี่รอบ ก็ยังหมั่นไส้ฟรีสส มีเกียรติที่ชนะเด็กน้อยที่มีระดับน้อยกว่าตัวเองอ่ะนะ มีเกียรติแต่ไม่มีศักดิ์ศรี เหอะๆ
      #21835-1
  12. #21375 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 20:24
    รังแกเด็กได้ ภูมิใจสุดๆ...
    #21375
    0
  13. #21239 Mingi Xronos (@undernetwork) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 12:24
    แหม ช่างภาคภูมิใจกับการรังแกเด็กจุงเบย ตอนแรกเห็นประกาศตัวเป็นอัศวินโต๊ะกลมนึกว่านิสัยจะเป็นผู้เป็นคนสะอีก
    #21239
    0
  14. #21198 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 12:47
    แซบนอคออกมาแล้ว ฟรีซจะสู้ได้อีกไหม รอลุ้นครับ ว่าแต่เมอร์ลินจะคุมได้หรือเปล่า
    #21198
    0
  15. #21197 Hsensei (@Ku0123456) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 11:55
    ประตูต่อไปคือหนทางสู่ฮาเร็ม
    #21197
    0
  16. #21196 Hsensei (@Ku0123456) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 11:55
    ประตูต่อไปคือหนทางสู่ฮาเร็ม
    #21196
    0
  17. #21193 TaMeKabTaNa (@teukyteuky) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 00:06
    ตามความเห็นส่วนตัว: รู้สึกว่าผู้ใหญ่หลายๆคนที่มีหน้าที่การงาน, อำนาจ, ตำแหน่งใหญ่โตในบ้านเมือง จากนิยายเรื่องนี้ ดูมีวุฒิภาวะทางอารมย์และจิตใจที่ต่ำเกินไป แบบไม่น่าจะได้รับการยอมรับให้ดำรงตำแหน่งนั้นๆได้ /แย่กว่าโดนัลด์ทรัมพ์งี้/ ฟรีสดูจิตใจคับแคบมาก ขอแนะนำว่า ถ้าคุณนักเขียนยังอายุไม่มากนัก แนะนำให้อ่านนิยายใหม่ๆ ในแนวที่ต่างจากที่เคยอ่านในปัจจุบัน จะได้ข้อคิดหรือวิธีการคิดในแง่มุมอื่นๆ จากตัวละครในหลายๆช่วงวัย, ประสบการณ์ มาเพื่อพัฒนางานเขียนต่อๆไปค่ะ //ขออนุญาต..'ติเพื่อก่อ'..//ไม่โกรธกันนะ//
    #21193
    4
    • #21193-3 sosdek (@soossoossoos) (จากตอนที่ 73)
      29 ธันวาคม 2560 / 10:11
      แสดงว่าพึ่งจะมาอ่านนิยายเรื่องนี้ ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด เหตุผลที่ฟรีซต่อสู้กับเมอร์ลินอยู่ในภาค๒
      #21193-3
    • #21193-4 White_Lilys (@lolipopkungs) (จากตอนที่ 73)
      31 ธันวาคม 2560 / 01:42
      ต้องสังเกตประโยคที่ ฟรีสลังเลว่าจะสังหารเมอร์ลินมั้ย เหตุผลจะอยู่ในเรื่องรางหลังจากนี้อีกสักพักใหญ่ๆค่ะ เรื่องนี้มีเหตุผลแน่นอน
      เราเข้าใจมาก นิสัยอย่างฟรีสนี่ดูไม่มีวุฒิภาวะอะไรเลย น่าตบให้เกรียนแตกมากค่ะฮ่าๆ
      #21193-4
  18. #21192 Laut.Beam (@BabyBabyBeam) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 22:27
    อัศวินโต๊ะกลมนีาเหมือนจะแต่พลังเวทย์ที่สูงแต่ไม่มีสมอง วุฒิภาวะนี่ยิ่งไม่มี นี่เหรอเสาหลักของอาณาจักร..
    #21192
    2
    • #21192-1 HoshiAi (@loliwizard) (จากตอนที่ 73)
      28 ธันวาคม 2560 / 23:49
      +1 ค่ะ ฟรีซมายุ่งเรื่องของบ้านเขาทำไม.. ตัวเองก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยแท้ๆ 🤔 ถึงขั้นจะฆ่าเลยด้วย.. อืมม ทั้งๆที่มันก็ไม่เกี่ยวกับตัวเองเลยสักนิดอ่ะนะ..
      #21192-1
  19. #21190 mátyás (@fekete) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 21:45
    รีไรท์แล้วดีมากๆๆๆๆๆ เลยค่ะ ฮือ นี่ขนาดรู้เรื่องหมดแล้วคิดว่าคงไม่ค้างมาก แต่จริงๆยิ่งงอมแงมกว่าเดิมอีก ขอบคุณมากค่ะ
    #21190
    1
    • #21190-1 -Beast- (@-Beast-) (จากตอนที่ 73)
      29 ธันวาคม 2560 / 04:02
      ใช่ค่ะ ขนาดรู้เรื่องหมดแล้วเรายังค้างเลย ค้างคาอ่ะ อยากลงไปแดดิ้นที่พื้น แล้วตะโกนว่าค้างโว้ยยยยยยยย
      #21190-1
  20. #21188 Avista (@babellzcalypso) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 21:08
    ชื่อประตูถัดไปปะหรื่อไง งง
    #21188
    0
  21. #21185 kanyapatl2541 (@kanyapatl2541) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 20:16
    โอ้ยยยดุเดือดคร่าาา สนุกมากเลยไรท์
    #21185
    0
  22. #21183 MBB__TuAn (@MBB__TuAn) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 19:18
    ค้างงงงง ค้างมากๆค่ะ รีไรท์แล้วดีขึ้นจริงๆ ชอบมากๆเลยค่ะ
    #21183
    0
  23. #21181 oiltipomsomsuay (@oiltipomsomsuay) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 18:52
    ขออีกตอน5555ค้างๆค่ะขอบคุณค่ะ
    #21181
    0
  24. #21180 Worada Ray (@wai69770689) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 18:01
    ขอบคุณมากกก ^^ ขออีกตอนได้มั้ย
    #21180
    0
  25. #21179 jpwpk (@jpwpk116) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 17:26
    รู้สึกรีไรท์ตอนนี้จะรู้เรื่องมากกว่าครั้งก่อน สู้ๆครับ
    #21179
    0