เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,922,288 Views

  • 27,175 Comments

  • 28,082 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    68,557

    Overall
    3,922,288

ตอนที่ 82 : ภาค 2 ตอนที่ 8 ความสามารถของสายเลือด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37024
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1013 ครั้ง
    15 ม.ค. 61

ตัวตนของผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวนี้เป็นตัวตนระดับใด ใครบ้างในโลกจะไม่รู้

 

            โลกทั้งโลกนี้ปรากฏตัวผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวเพียงสองคนเท่านั้น แต่หลานชายของเขานั้นเป็นคนที่สาม

 

            ในความจริงนั้นเอริกเคยรู้มาบ้างแล้วว่าเมอร์ลินนั้นเป็นผู้ใช้อักขระ ข่าวจากปราสาทเซอร์เตสนั้นไม่ได้ระบุเจาะจงว่าเมอร์ลินนั้นเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว เขาจึงไม่รู้ความจริงในข้อนี้

 

            เอริกมองม่านพลังที่กักขังเขาด้วยสายตาที่ตื่นตะลึง

 

            ปัง!

 

            หมัดที่ทรงพลังของเอริกนั้นชกไปที่ม่านพลัง

 

พลังหมัดของจอมเวทย์ระดับสูงสุดนั้นทรงพลังเป็นอย่างมาก อากาศทั้งหมดนั้นถูกกระแทกและระเบิดอย่างรุนแรง

 

            แต่ทว่าหมัดนี้กลับไม่สามารถทำลายม่านพลังนี้ได้

 

            เอริกชักมือของเขากลับไปอีกครั้งและขับเคลื่อนพลังเวทย์มหาศาลจากวงเวทย์สีทองทั้งห้า

 

            หมัดที่ทรงอำนาจถูกชกออกไปอีกครั้งอย่างอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยอำนาจ

 

            หมัดนี้อาบไปด้วยพลังเวทย์สีทอง สีทองที่ราวกับเป็นแก่นแท้

 

            ตูม!

 

            เพล้ง!

 

            หมัดสีทองกวาดผ่านและทำลายม่านพลังอักขระขั้นสีเขียวอย่างรุนแรง

 

            อากาศเกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

 

            อำนาจของจอมเวทย์ห้าวงเวทย์นั้นอยู่ในระดับที่น่าหวาดกลัว

 

            พลังอักขระขั้นสีเขียวนั้นยังไม่เพียงพอที่จะยับยั้งอำนาจของจอมเวทย์ห้าวงเวทย์ได้

 

“นี่คือสิ่งที่ข้าต้องการบอกท่าน” เมอร์ลินยิ้มและเอ่ย

           

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดีดีดี หลานชายของข้าช่างยอดเยี่ยม” เอริกระเบิดเสียงหัวเราะออกมาและแสดงใบหน้าที่เบิกบาน

           

เอริกมองไปที่เมอร์ลินด้วยสายตาที่ชื่นชม

 

“ลูกไม้นั้นช่างหล่นไม่ไกลต้น กี่รุ่นแล้วนะที่ตระกูลดราก้อนเอสไม่ปรากฏผู้ใช้อักขระ แต่บัดนี้อำนาจที่ยิ่งใหญ่ได้ถูกเติมเต็มอีกครั้ง” มือใหญ่ของเอริกตบไปที่บ่าของเมอร์ลินอย่างชอบใจ

 

“แต่เดิมตระกูลดราก้อนเอสนั้นเป็นตระกูลที่มีผู้ใช้อักขระสืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่น ม่านพลังป้องกันของยอดเขาแห่งนี้เป็นม่านพลังอักขระขั้นสีดำ มันคือสิ่งที่บรรพบุรุษของเราได้สร้างขึ้น ดังนั้นแล้วสิ่งนี้มันจึงสมควรเป็นของเจ้าอย่างแท้จริง”

 

เอริกหยุดและมองเมอร์ลินอย่างจริงจัง

 

“มันคงได้เวลาที่เจ้าจะได้รับฐานะของคนตระกูลดราก้อนเอสที่แท้จริง”

 

เอริกหยิบของสิ่งหนึ่งขึ้นมา

 

เมอร์ลินมองมันด้วยสายตาที่เป็นประกาย

 

“แหวนนี่ ...”

 

แหวนประจำตระกูลดราก้อนเอส

 

เอริกสวมมันไปที่นิ้วมือของหลานชาย แม้แหวนวงนี้จะมีขนาดใหญ่ แต่เมื่อสวมเข้าไปแล้วมันก็ปรับขนาดไปตามขนาดนิ้วของเมอร์ลินได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

“แหวนวงนี้คือตัวแทนของเจตจำนงของเอส มันจะเป็นประโยชน์อย่างมากกับผู้ใช้อักขระ ว่ากันว่า...” เอริกหยุดชั่วครู่และเอ่ยต่อ “มันคือสิ่งที่บันทึกความลับของตระกูล ความลับที่จะนำเจ้าไปสู่ความยิ่งใหญ่ของพลังอักขระขั้นสีดำ”

 

คำพูดของเอริกนั้นทำให้หัวใจของเมอร์ลินเต้นระรัว

 

เมอร์ลินใช้จิตเข้าไปสำรวจแหวนประจำตระกูล ภายนอกของแหวนวงนี้นั้นสามัญยิ่ง แต่มันกลับแฝงด้วยความลึกลับอยู่ภายใน

           

จิตของเมอร์ลินเพ่งจิตทะลวงเข้าไปในแหวน แต่ทว่าจิตนั้นกลับถูกพลังที่ลี้ลับพลักดันออกมา

 

            ฮวง!

 

            มันไม่อนุญาตให้ผู้ใดล่วงล้ำเข้าไป

 

            พลังที่ขวางกั้นนั้นแข็งแกร่ง พลังนั้นกระแทกจิตของเมอร์ลินกลับมา มันกระทั่งทำให้จิตถึงกับสั่นสะเทือน ร่างทั้งร่างนั้นพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย

 

            เมอร์ลินรู้สึกมึนงง สภาพของเขาในตอนนี้ราวกับอยู่ภายในระฆังที่โดนตี

 

            เอริกส่ายศีรษะและยิ้ม

 

            “แหวนนี้เป็นสมบัติที่ไม่ธรรมดา มันถูกสร้างขึ้นมาด้วยอำนาจที่ยิ่งใหญ่ การป้องกันของมันนั้นแข็งแกร่งยากที่จะทะลวง เจ้าในตอนนี้ยังไม่สามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับมันได้”

 

            เมอร์ลินปรับสภาพร่างกายของตนเองและเอ่ย

 

            “ถ้าเป็นอย่างนั้นเราจะไขความลับนี้ได้อย่างไร” เมอร์ลินเอ่ยอย่างสงสัย

 

            “เรื่องนั้นตาก็ไม่รู้เหมือนกัน” เอริกอมยิ้มและเอ่ย

 

            ชายชราปลดปล่อยอารมณ์และทอดสายตาไปยังเส้นขอบฟ้า

 

            “แต่มันก็ใช่ว่าจะไร้หนทาง เจ้าในตอนนี้ยังไม่ได้รับเจตจำนงของเอส มันยากที่จะใช้พลังของตระกูลค้นหาความลับของแหวน”

 

            “แหวนวงนี้ซ่อนประโยชน์ที่หลากหลาย มันเป็นสมบัติที่ยอดเยี่ยมของตระกูล และมันอาจกล่าวได้ว่ามีเพียงคนของตระกูลเท่านั้นที่สามารถใช้มันได้ เจ้าในตอนนี้ยังไม่สามารถใช้พลังที่แท้จริงของตระกูลได้”

 

            “เจ้าสามารถสำรวจมันได้อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ได้รับเจตจำนงของตระกูล”

 

            เอริกหยุดพูดและหันกลับไปมองเมอร์ลินด้วยสายตาที่จริงจัง

 

            “ตอนนี้เจ้าพร้อมแล้วหรือยัง สำหรับการรับมอบเจตจำนงของตระกูล”

 

            เมอร์ลินยืนหลังเหยียดตรงอย่างสง่าและสบตากับเอริกด้วยสายตาที่เยือกเย็น

 

            “ข้าพร้อมแล้วท่านตา” เด็กน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สุขุมและราบเรียบ

 

            เอริกมองหลานชายของเขาด้วยสายตาที่ชื่นชม เด็กคนนี้สายตาและการแสดงออกนั้นเต็มไปด้วยความสุขุมและเยือกเย็น เขาแตกต่างจากเด็กธรรมดาเท่าไป เปล่งประกายรัศมีของยอดอัจฉริยะ กลิ่นอายของเขานั้นสูงส่งเหนือคนทั่วไป

 

            มันยากที่จะพบเจอกับคนเช่นนี้ในวัยนี้

 

            “ก่อนที่จะทำการปลุกเจตจำนงของเอส ตาจะเล่าบางสิ่งที่เจ้าต้องรับรู้ก่อน”

 

            เอรกหลับตาลงและเอ่ยต่อ

 

            “พลังขีดจำกัดทางสายเลือดนั้นเป็นพลังพิเศษที่สืบทอดมาจากสายเลือดของแต่ละคน เมื่อผู้ใดกำเนิดในตระกูลที่มีพลังของขีดจำกัดทางสายเลือด พวกเขาย่อมได้รับพลังเหล่านั้นมาโดยตรงและสามารถใช้งานพลังได้โดยกำเนิด”

 

            “แต่สายเลือดของตระกูลดราก้อนเอสนั้นแตกต่างออกไป สายเลือดแห่งเอสนั้นไม่สามารถใช้พลังของสายเลือดได้ทันที พวกเราจะต้องได้รับการปลุกพลังของเจตจำนงแห่งเอสเสียก่อน จึงจะสามารถใช้งานพลังงานสายเลือดได้”

 

            เมอร์ลินฟังอย่างเงียบงันและทำความเข้าใจในคำพูดของเอริก

 

            “พลังสายเลือดของตระกูลเรานั้นคือพลังชนิดใดกัน” เมอร์ลินเอ่ยถาม

 

            ในตอนที่เอริกใช้พลังขีดจำกัดทางสายเลือดในตอนนั้น เมอร์ลินนั้นยังมีสภาพที่สงบไม่ได้สติอยู่ เขาจึงไม่รู้ความสามารถที่ท้าทายสวรรค์ของตระกูล

 

            พลังขีดจำกัดทางสายเลือดในโลกนี้นั้นมีหลากหลาย ผู้คนส่วนใหญ่นั้นจะมีความสามารถที่เกี่ยวเนื่องกับพลังธาตุ เช่น ฟรีซที่มีพลังธาตุน้ำแข็งสามารถทะลุผ่านและควบคุมเคลื่อนไหวภายในน้ำแข็งได้ หรือมิลาสที่มีพลังธาตุไฟสามารถสร้างร่างกายขึ้นจากเปลวเพลิงได้

 

            พลังขีดจำกัดสายเลือดเหล่านี้นับว่ามีความอัศจรรย์และท้าทายอำนาจของสวรรค์เป็นอย่างมาก

 

            เอริกมองด้วยสายตาที่อ่อนโยนและเอ่ย

 

            “พลังขีดจำกัดสายเลือดของตระกูลดราก้อนเอสนั้นนับว่าพิเศษ มันแตกต่างจากพลังสายเลือดเท่าไป คำว่าดราก้อนนั้นคือคำเรียกขาน ส่วนคำว่าเอสนั้นคือเจตจำนงที่แท้จริง”

 

            เอริกสูดลมหายใจเข้าลึก

 

            “เมื่อคนของตระกูลได้รับเจตจำนงแห่งเอส ความสามารถที่แท้จริงของตระกูลก็จะเปิดเผย พลังทางสายเลือดของตระกูลดราก้อนเอสนั้นมีมาตั้งแต่โบราณ พลังที่สามารถกลายร่างเป็นมังกรที่แท้จริง”

 

            เมื่อได้ยินคำว่า “มังกร” ร่างทั้งร่างก็กลายเป็นสั่นสะท้าน

 

            ตัวตนใดกันที่สามารถกลายร่างเป็นมังกร

 

            เมอร์ลินแสดงใบหน้าตกตะลึงอย่างเงียบงัน

 

            “กลายร่างเป็นมังกร ความสามารถนี้ช่างท้าทายสวรรค์เป็นอย่างมาก” เมอร์ลินคิดในใจ

 

            เอริกมองเมอร์ลินและยิ้ม

 

            “เจ้าคงจะตกใจกับความสามารถนี้ มันไม่แปลกเลยที่คนที่ได้ยินเรื่องเหล่านี้ครั้งแรกจะมีอาการตกใจ ความสามารถกลายร่างเป็นมังกรนั้นยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก เมื่อกลายร่างพลังเวทย์ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ตัวตนในระดับเดียวกันนั้นไม่สามารถเทียบได้ กระทั่งสามารถท้าทายผู้ที่อยู่เหนือกว่า”

 

            เอริกยิ้มอย่างภาคภูมิใจและเอ่ยต่อ

 

            “แต่ความสามารถที่ยิ่งใหญ่นี้มันย่อมไม่ใช่สิ่งที่ได้มาอย่างง่ายดาย มันจำเป็นต้องแลกมาด้วยสิ่งของที่เท่าเทียมกัน นั่นก็คืออายุขัยหนึ่งปีจากผู้ใช้”

 

            “อายุขัย?” เมอร์ลินกล่าวอย่างสงสัย

 

            “ถูกต้องแล้วอายุขัย ในแต่ละครั้งที่คนของตระกูลดราก้อนเอสจะแปลงร่างเป็นมังกรนั้นพวกเขาจำเป็นต้องสละอายุขัยของตนเอง” เอริกกล่าวอย่างจริงจัง แววตาของเขาไม่ได้มีความล้อเล่น

 

เอริกถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่และเอ่ย

 

“ในชีวิตนี้ตาได้ใช้งานพลังทางสายเลือดไปแล้ว 14 ครั้ง นั้นหมายความว่าอายุขัยของตาจะลดลงไป 14 ปี จงจำเอาไว้เมอร์ลิน หากไม่ถึงยามจำเป็นจริงอย่าเปิดใช้งานมัน การสูญเสียอายุขัยนั้นไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับมนุษย์”

           

มังกรนั้นเป็นสัตว์อสูรในตำนานที่มีอำนาจพลิกคว่ำแผ่นดินและเผาผลาญผืนฟ้า ความแข็งแกร่งของมันนั้นยากที่จะจิตนาการ การที่คนของตระกูลดราก้อนเอสสามารถแปลงร่างเป็นมังกรได้นั้นนับว่าน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก

           

ตัวตนที่ท้าทายสวรรค์นี้ไม่ใช่สิ่งที่จะหยิบอำนาจมาใช้ได้อย่างง่ายดาย มันจำเป็นต้องทำตามกฎการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน นั่นคือการแลกเปลี่ยนอายุขัยหนึ่งปีเป็นเครื่องสังเวย

 

ตัวตนของตระกูลดราก้อนเอสนั้นจึงเป็นดั่งปีศาจของใบโลกนี้ แต่กระนั้นแล้วมันก็ไม่สามารถใช้งานอำนาจเหล่านี้ได้ตามอำเภอใจ เพราะการแลกเปลี่ยนอายุขัยนั้นคือการสูญเสียที่มีมูลค่ามากเช่นเดียวกัน

 

“ดีที่ข้าสำเร็จขั้นก่อลำต้นในวัยสิบขวบจึงเหลืออายุขัยให้ใช้งานได้อีกมาก มันจึงไม่จำเป็นต้องกังวลในเรื่องนี้ หากใช้มันอย่างระมัดระวังย่อมก่อประโยชน์ในการเอาตัวรอดของข้าได้เป็นอย่างมาก” เมอร์ลินคิด

 

            หลังจากที่นิ่งเงียบอยู่นานเอริกก็เริ่มพูด

 

            “เมื่อเจ้าเตรียมตัวพร้อมแล้ว ตาก็จะส่งมอบเจตจำนงของตระกูลให้เจ้า” เอริกพยักหน้าเบาๆ และก้าวเข้าหาเมอร์ลิน “นำแหวนมาให้ข้า”

 

            เมอร์ลินถอดแหวนและยื่นให้กับเอริก

 

            ชายชรารับแหวนนั้นมาและนำมันไปจ่อที่กลางหน้าผากของเมอร์ลิน

 

            เอริกทำการร่ายบดสวดโบราณที่ยากจะเข้าใจออกมา

 

            ในตอนนั้นเองบรรยากาศรอบข้างก็เกิดการเปลี่ยนแปลง พลังเวทย์ที่อยู่ในอากาศกลายเป็นสั่นไหว สายลมถูกทำให้บิดม้วนและพัดกระจายอย่างบ้างคลั่ง

 

            เสียงกรีดร้องมากมายถูกส่งออกมาจากลม มันทั้งโหยหวนและน่าสะพรึงอย่างสุดขีด

 

            ฟ้าดินมืดครึ้มอย่างฉับพลัน

 

            ตัวอักษรรูปตัวเอสเปล่งประกายออกมาราวกับมีชีวิต

 

ตัวอักษรนั้นกลายเป็นอักขระรูปแบบพิเศษที่ส่งกลิ่นอายกดขี่คนทั้งโลก

 

            พลังอักขระมหาศาลปะทุออกมาเอ่อล้นเต็มท้องฟ้า พลังนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความลึกลับเก่าแก่โบราณ

 

            ทันใดนั้นเองอักขระกลายเป็นถูกฉีกกระชากกลางอากาศ ก่อเกิดมิติที่เป็นช่องว่างปรากฏออกมา

 

            มิตินั้นเต็มไปด้วยความมืดมิด มันทั้งลี้ลับและลึกลับสุดหยั่ง

 

            กรรจ์!

 

            ช่องว่างนั้นเกิดเสียงคำรามจากตัวตนที่ทรงพลัง เสียงนั้นดูเก่าแก่และโบราณ มันทั้งเกรี้ยวกราดและดุร้าย

 

            เงาดำลึกลับพลันปรากฏลอดผ่านช่องว่างนั้นออกมา

 

            ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ของมันทำให้โลกทั้งโลกกลายเป็นหยุดนิ่ง

 

            เงาดำลึกลับนี้เป็นตัวตนที่สามารถข่มขู่ให้คนทั้งโลกหวาดกลัวได้

 

            ใบหน้าของเมอร์ลินปรากฏหยดเหงื่อผุดออกมา เขานั้นถูกพลังอันยิ่งใหญ่สะกดโดยสมบูรณ์

 

            ท้องฟ้าบนยอดเขาลูกที่สี่ปรากฏคลื่นเมฆที่แปรปรวน จุดอยู่บนยอดเขานั้นกลายเป็นรูหนอน

 

            พลังอำนาจที่สามารถกวาดผ่านได้ทั้งโลกนั้นสร้างแรงกดดันให้กับสัตว์อสูรที่อยู่ในเทือกเขาทั้งหมด กระทั่งตัวตนอย่างจ้าวภูเขาทั้งหมดก็ยังต้องหันไปมอง

 

            เงาดำที่ทรงอำนาจพุ่งผ่านอากาศเข้าสู่หน้าผากของเมอร์ลิน คลื่นพลังลี้ลับถาโถมราวกับคลื่นทะเลหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเมอร์ลิน อำนาจที่ยิ่งใหญ่นี้หลอมรวมเข้าสู่ตัวตนของเด็กน้อย

 

            ร่างของเมอร์ลินเปล่งประกายอย่างเจิดจ้า อำนาจโบราณส่งผ่านราวกับแสงของดวงดาว

 

            กรรจ์!

 

            เสียงคำรามที่ทรงอำนาจเกิดขึ้นภายในร่างเมอร์ลิน เสียงนั้นทำให้ร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน พลังเวทย์ภายในร่างกลายเป็นเดือดพล่าน

 

            อำนาจโบราณเคลื่อนกายดั่งภูตผีเจาะผ่านหน้าผากของเมอร์ลิน หน้าผากนั้นปะทุลำแสงเจิดจ้า

 

            ปรากฏสิ่งมีชีวิตโบราณพุ่งออกมาจากลำแสงนั้น

 

            สิ่งนั้นเหมือนก้อนพลังงานที่มีภาพลักษณ์ที่พร่ามัว ส่งเสียงคำรามสะท้านทั้งท้องฟ้า

 

            เมื่อสิ่งนี้ปรากฏตัวอากาศทั้งหมดกลายเป็นถูกบดขยี้ ม่านพลังอักขระขั้นสีดำกลายเป็นสั่นไหว

 

            สิ่งที่ปรากฏตัวออกมานั้นคือ มังกร!

 

            มังกรสีฟ้าส่งกลิ่นอายอันน่าเกรงขามออกมา สายตาของมันเต็มไปด้วยความเย็นชา การแสดงออกของมันนั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและยโส โลกทั้งโลกกลายเป็นมัวหมองเมื่อถูกมันกดขี่

 

            อำนาจที่แท้จริงของตระกูลดราก้อนเอสถูกทำให้เผยรูปลักษณ์ออกมา

 

            มังกรของเมอร์ลินนั้นแตกต่างจากมังกรของเอริก

 

มังกรของเอริกนั้นเป็นมังกรในยุคโบราณ รูปลักษณ์ของมันคล้ายกับกิ้งก่า ใบหน้าประดับด้วยหนามที่แหลมคมแผ่ออกมาเป็นแผง ตลอดจนหางที่เหยียดยาวคล้ายกับลูกตุ้มหนาม ปีกที่ติดอยู่กับขาหน้าแผ่ออกมาแสดงถึงพลังอันน่าเกรงขาม

 

            แต่มังกรของเมอร์ลินนั้นไม่ใช่

 

            มังกรของเมอร์ลินนั้นเปล่งประกายไปด้วยอำนาจสีฟ้า สีฟ้านั้นราวกับแก่นแท้

 

            รูปลักษณ์ของมังกรตัวนี้นั้นแตกต่างไปจากมังกรของเอริกโดยสิ้นเชิง

 

            มังกรตัวนี้ไม่ใช่มังกรที่แท้จริง แต่มันคือเจตจำนงของเอส

 

เจตจำนงที่ทอดจากรุ่นสู่รุ่นของตระกูลดราก้อนเอส

           

มังกรนั้นบินไปรอบๆ ตัวของเมอร์ลิน

           

“ทำจิตใจให้สงบนิ่ง รับรู้ความรู้สึกที่ปลอดโปร่ง มังกรตัวนี้คือรูปลักษณ์ของเจตจำนงของเอสในตัวเจ้า ต่อจากนี้จงเตรียมตัวให้พร้อมและรับมอบเจตจำนงที่แท้จริงของตระกูล” เอริกเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ไม่สั่นไหว

 

            เมอร์ลินมองไปที่มังกร มังกรตัวนี้คล้ายกับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในโลกที่เขาจากมาก ที่แห่งนั้นตัวตนของมังกรนั้นยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน มังกรนั้นเหมือนกับสัตว์สวรรค์ที่เต็มไปด้วยอำนาจที่ท้าทายโลก ไม่ว่ามนุษย์หรือผู้ฝึกฝนต่างไม่อาจจินตนาการอำนาจของมันได้

 

            ทันใดนั้นเองมังกรสีฟ้าก็พุ่งลงมาและทะลวงผ่านเข้าสู่ร่างของเมอร์ลินด้วยอำนาจที่ยิ่งใหญ่

 

            ฟ้าดินกลายเป็นสั่นสะเทือน บรรยากาศทั้งนั้นถูกเขย่า

 

 

            ร่างของเมอร์ลินเปล่งประกายไปด้วยอำนาจโบราณสีฟ้า คลื่นพลังที่ลี้ลับกระเพื่อมไหววูบ

 

            เมื่อแสงทั้งหมดดับลงสติทั้งหมดของเมอร์ลินก็ดับวูบ

 

ภาพเหตุการณ์เงียบไปชั่วขณะ

 

            ร่างของเมอร์ลินกลายเป็นล้มทั้งยืนอย่างฉับพลัน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.013K ครั้ง

154 ความคิดเห็น

  1. #24221 Smile_D.O (@smile_noii) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 17:23
    อายุไขหรอ เหลือเฟือ //เมอร์ลินไม่ได้กล่าวไว้
    #24221
    0
  2. #23250 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 18:38
    เมอร์ลินกับเทียนหลงรวมกันนี่เหมือนเอาข้อได้เปรียบกับข้อได้เปรียบมาเสริมกัน
    #23250
    0
  3. #22160 Bitchet (@russameejun) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 00:21
    อายุไขเมอร์ลิน เรียกได้ว่าใช้ทิ้งขว้างได้เลยอ่ะ 555
    #22160
    0
  4. #21516 Meen_Gun (@meen-gun) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:32
    โอ้โหหห อายุไขลด1ปีสำหรับเมอลินนี่ไม่กระเทือนเลยจย้าาา
    #21516
    0
  5. #21458 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 01:04
    ใช้ได้อีกนาน อายุไขเหลือเยอะ 5555
    #21458
    0
  6. #21433 Monsterink13 (@Monsterink13) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 23:30
    บรรยายเยอะเกินไปอะครับ ทำให้เนื้อเรื่องมันยืดเกินจำเป็น
    #21433
    0
  7. #21414 #DESTINY# (@MarkTC) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 17:30
    ค้างหนักมาก ใครก็ได้มาสอยที
    #21414
    0
  8. #21412 oiltipomsomsuay (@oiltipomsomsuay) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 00:15
    โอ้งานค้างๆๆๆ😂😂😂😂รอๆๆค่ะ
    #21412
    0
  9. วันที่ 15 มกราคม 2561 / 22:25
    ม้ายยยยน้าาาค้างงงงงได้อีก
    #21411
    0
  10. #21410 kanyapatl2541 (@kanyapatl2541) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 20:56
    อยากอ่านนนอีก
    #21410
    0
  11. #21409 tarogogo (@tarogogo) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 19:05
    ค้างงงงงงงง
    #21409
    0
  12. #21408 lnsertw56 (@lnsertw56) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 18:38
    ขอต่ออีกสักตอนน
    #21408
    0
  13. #20125 PaJth (@Payare2559) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 22:28
    คนในหอคอย? โอ้วันรวมญาติ
    #20125
    0
  14. #20058 Infiny_Infinity (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 14:07
    ต้นตระกูลของเมอร์ลินต้องเป็รจอร์มุกาตแน่ๆ เพราะแปลงร่างเป็นมังกรได้แถมยังใช้อักขระสีดำได้อีก ส่วน S ตรงกลางชื่อนั้น ไม่แน่ว่าอาจเป็ร โซโลมอน จริง ถ้าเป็นจริงงั้นเมอร์ลินก็ต้องมีต้นตระกูลเป็นทั้งจอร์มุกาตและโซโลมอน!?! สองคนนั้นมีลูกด้วยกันตอนโซโลมอนอยู่ในท้องจอร์มุกาตจนพลังหล่อรวมกันเป็นเด็กตระกูนดรากอน เอส งี้เหรอ!?! ///ความมโนนี้
    #20058
    0
  15. #20041 ChardraBlood (@ChardraBlood) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 19:51
    นึกถึงจอร์มุนกานต์ที่ผนึกแฮะ ตาแก่หนังเ-่ยวโรคจิตจอมเผด็จการรึเปล่านะ(_ _^)?
    #20041
    0
  16. วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 09:56
    อะโห พระเอกมีพลังของสองคนเลยเว้ย งี้ก็เทพกว่าสองคนที่เห็นแน่ๆ
    #19975
    0
  17. #19783 Am-ishi1 (@am-ishi1) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 12:27
    ใช่ตาแก่บนหอคอยป่าววว?
    #19783
    0
  18. #19612 minmuay (@minmuay) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:27
    เจคจำนงของ D ศัตรูโดยธรรมชาติของพระเจ้า.. /เดี๋ยวๆนี่ไม่ใช่วันพีช????
    #19612
    0
  19. #19264 SKNdragon (@skndragon) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 10:58
    ว้าววว!!!
    #19264
    0
  20. วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 15:24
    บนหอคอย- -*
    #17190
    0
  21. #16451 Azlyss (@Azlyss) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 00:21
    อ้าว ตาแก่บนหอคอยนี่เอง โหยยน
    #16451
    0
  22. #15819 Waiwit (@Waiwit) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 07:22
    ตาแก่นั่นนี่นา
    #15819
    0
  23. #14907 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 20:17
    ตาแกหอคอยนย
    #14907
    0
  24. #13838 29212990 (@29212990) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 22:36
    เราคิดว่าคนที่อยู่ในหอคอยชั้นที่20แน่ๆๆเลย(คิดว่าน่ะ)
    #13838
    1
    • #13838-1 bigbowka (@bigbowka) (จากตอนที่ 82)
      10 ตุลาคม 2559 / 07:24
      คิดเหมือนกัน
      #13838-1
  25. #13827 นิรนาม (@lnwsince) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 18:09
    ช่วงหลังๆรู้สึกงงๆครับ

    เมอร์ลิน ไม่รู้ว่าคนที่พูด คือ ชายชุดดำ หรือ โซโลม่อน

    ต่อมาก็บอกว่า หาเจ้าของเจตจำนงเอส - -"

    ตกลงเมอร์ลินรู้ใช่ไหมครับว่าคนที่พูดคือชายชุดดำ
    #13827
    0