เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,915,585 Views

  • 27,144 Comments

  • 28,072 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    61,854

    Overall
    3,915,585

ตอนที่ 93 : ภาค 2 ตอนที่ 19 เดินทางสู่เมืองวอเดอร์เซี่ยนอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37807
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1100 ครั้ง
    5 ก.พ. 61

“ท่านแม่ พวกท่านพร้อมแล้ว?” เมอร์ลินเอ่ยอย่างอ่อนโยน

 

“พวกเราพร้อมแล้ว” เมย์ตอบถามคำด้วยรอยยิ้ม

 

“ดี เช่นนั้นพวกเราก็เดินทางกันเถอะ”

 

“เราจะเดินทางกันอย่างไร ทำไมถึงไม่มีรถม้าสักคัน?” วินสันขมวดคิ้วและเอ่ยถามด้วยความสงสัย

 

เมอร์ลินหันหลังกลับและเอ่ย

 

“จริงสิ ข้าคงลืมบอกพวกท่านไป เราจะไม่เดินทางด้วยพาหนะอย่างรถม้า มันเชื่องช้าเกินไป” เมอร์ลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

 

“เช่นนั้นแล้ว ท่านจะใช้อะไรเดินทาง” วินสันถามอย่างสงสัย

 

วินสันเรียกเมอร์ลินว่า “ท่าน” นั่นหมายความว่าเขานั้นมีความเคารพในตัวของเมอร์ลินเป็นอย่างมาก แม้ว่าเมอร์ลินนั้นจะมีศักดิ์เป็นลูกเลี้ยงของเขา แต่ตัวตนของเด็กน้อยนั้นสูงส่งเกินไป ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องเป็นสมาชิกของกลุ่มเหยี่ยว เพียงตัวตนที่มีพลังเวทย์ระดับสูงมิหนำซ้ำยังเป็นหลานของเอริก นั่นจึงนับว่าเป็นเหตุผลที่ดีแล้ว

 

วินสันจึงไม่กล้าที่จะไม่ให้เกียรติเด็กน้อย

 

เมอร์ลินยิ้มเล็กๆ และเอ่ย

 

“พวกเราจะเดินทางกันด้วยเวทย์เคลื่อนย้ายมิติของข้า แม้ว่าการใช้เวทย์นี้จะไม่สามารถข้ามผ่านพรมแดนของอาณาจักรได้ แต่เมื่อถึงชายแดนเราจะเปลี่ยนวิธีการเดินทางอีกครั้งหนึ่ง” เมอร์ลินเอ่ยอย่างใจเย็น ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความสุขุมลุ่มลึก

 

ตามที่เมอร์ลินกล่าว การใช้เวทย์เคลื่อนย้ายมิตินั้นมีข้อจำกัดระหว่างอาณาจักรอยู่

 

ผู้ใช้เวทย์มิตินั้นไม่สามารถใช้เวทย์มิติข้ามผ่านพรมแดนได้ตามอำเภอใจ ทุกๆ เส้นเขตแดนนั้นจะมีหอคอยที่บรรจุหินอานัสโตเย่อยู่

 

หินอานัสโตเย่นั้นเป็นหินวิเศษที่ค่อยส่งคลื่นพลังรบกวนเวทมนต์ ว่ากันว่าหินวิเศษก้อนนี้สามารถยับยั้งเวทมนต์ได้ มันมีอาณาจักรเล็กๆ อาณาจักรหนึ่งที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก อาณาจักรนี้มีชื่อว่าอาณาจักรมิสทรี คนของอาณาจักรส่วนใหญ่นั้นไร้ซึ่งเวทมนต์

 

ในโลกแห่งเวทมนต์เมื่อไร้ซึ่งพลังเวทย์ก็เหมือนกับคนที่อ่อนแอ แต่ตรรกะนี้ไม่สามารถใช้กับอาณาจักรมิสทรีได้ เพราะอาณาจักรมิสทรีนั้นมีเหมืองหินอานัสโตเย่จำนวนมาก ด้วยภูมิปัญญาความรู้อาณาจักรนั้นจึงสร้างอาวุธที่ทำมาจากหินอานัสโตเย่

 

อาวุธของอาณาจักรมิสทรีนั้นสามารถยับยั้งเวทมนต์ได้ทุกชนิด นั่นจึงทำให้อาณาจักรมิสทรีจึงเป็นอาณาจักรที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

 

ด้วยอำนาจของหินอานัสโตเย่นั้นจึงทำให้เขตแดนระหว่างอาณาจักรน้อยใหญ่สร้างคลื่นแปรปรวนเป็นขอบข่ายของเขตแดนของอาณาจักรนั้นๆ ขึ้นมา

 

หากอาณาจักรใดจะทำการเคลื่อนย้ายโดยใช้เวทย์มิติ อาณาจักรนั้นก็จะต้องได้รับการยินยอมจากอาณาจักรนั้นๆ เสียก่อน เช่นนั้นแล้วมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้เวทย์มิติเคลื่อนย้ายข้ามผ่านแดน

 

เมอร์ลินใช้เวลาไม่นานสร้างวงเวทย์เคลื่อนย้ายมิติขึ้นมา เมื่อเขาลงมือ เสาแสงสีดำก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

 

โชคดีที่ในแหวนเวทย์ที่เอริกให้มานั้นมีหินพิกัดพื้นที่ต่างๆ อยู่

 

เมื่อเมอร์ลินรับรู้ถึงพิกัด เขาก็สามารถสร้างวงเวทย์เคลื่อนย้ายออกมาได้อย่างง่ายดาย

 

“เชิญพวกท่านทั้งสองก่อน” เมอร์ลินเอ่ยและยิ้มเล็กๆ

 

รอยยิ้มของเมอร์ลินนั้นคือรอยยิ้มมีไว้ให้เมย์และวินสันผ่อนคลาย แน่นอนว่าคนธรรมดาอย่างพวกเขาทั้งสองคนย่อมไม่มีทางเคยใช้วงเวทย์เคลื่อนย้ายมิติเหล่านี้

 

“ไม่ต้องกลัวเพียงเดินเข้าไปแล้วทำใจให้สงบ”

 

เมอร์ลินสังเกตสีหน้าของทั้งสองที่ดูเป็นกังวล เขาจึงช่วยเหลือเพื่อให้ทั้งสองผ่อนคลาย

 

วินสันกับมือของเมย์และเดินเข้าสู่เสาแสงสีดำอย่างกล้าๆ กลัวๆ

 

สิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้คือสิ่งแปลกใหม่ที่พวกเขาไม่รู้จัก อย่าว่าแต่ชาวบ้านธรรมดาอย่างเมย์และวินสันเลย แม้แต่ขุนนางหรือชนชั้นสูงบางคนก็ไม่มีโอกาสที่จะได้ใช้วงเวทย์เคลื่อนย้ายมิติเหล่านี้เลยด้วยซ้ำ นั่นเป็นเพราะผู้ใช้เวทย์มิตินั้นหาได้ยากมาก ตัวตนของพวกเขานั้นมีความสำคัญต่ออาณาจักรพอๆ กับผู้ใช้อักขระเลยก็ว่าได้

 

แม้วินสันจะมีความกลัวกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่เมื่อเขาเป็นสามีของเมีย เขานั้นย่อมเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องดูแลเธอ หากเขาไม่กล้าแล้วจะให้ใครกล้าอีก

 

ไม่นานทั้งสองก็เดินหายเข้าไปในเสาแสงสีดำ

 

ใบหน้าของเมอร์ลินปรากฎหยดเหงื่อไหลลงมาจากหน้าผาก การใช้วงเวทย์เคลื่อนย้ายมิตินั้นจำเป็นต้องการจ่ายพลังเวทย์เข้าไปเป็นอย่างมาก ยิ่งเมอร์ลินหน่วงระยะเวลาการใช้ไปนานเท่าไหร่ เขาก็จำเป็นจะต้องกายพลังเวทย์เข้าไปมากเท่านั้น

 

เมอร์ลินหยิบน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ออกมาและกลืนลงคอ ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในเสาแสงสีดำและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

 

เพียงเวลาไม่นานเสาแสงสีดำนั้นก็จากหายไป วงเวทย์ทั้งหมดก็พลันมลายหายราวกับไม่เคยเกิดขึ้น

 

พรุ่บ!

 

ร่างของคนทั้งสามปรากฏ ณ กลางป่าแห่งหนึ่ง

 

ทั้งเมย์และวินสันนั้นเต็มไปด้วยสีหน้าที่ผะอืดผะอม การใช้วงเวทย์เคลื่อนย้ายมิติครั้งแรกนี้เป็นประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

 

เมอร์ลินละความสนใจจากคนทั้งสองที่กำลังอาเจียนอยู่ เขาก้าวเท้าหนึ่งกลางอากาศ พริบตาดวงจันทร์ก็ปรากฏใต้เท้าพาร่างพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้านับหลายร้อยเมตร

 

วิชาเท้าแสงจันทร์นั้นลึกล้ำเหนือจินตนาการ

 

เมอร์ลินหยุดอยู่กลางอากาศและแผ่ขยายพลังอักขระเวทย์ออกไป สีหน้าของเขานั้นนิ่งสงบ ดวงตาสีน้ำเงินเยือกเย็นลึกล้ำเป็นพิเศษ เยียบเย็นไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ

 

เพียงเวลาไม่นานดวงตาก็ปรากฏความเข้าใจบางอย่าง

 

“ที่นี่คือเขตแดนของอาณาจักรอารากอนไม่ผิดแน่ เบื้องหน้านี้มีอำนาจของหินอานัสโตเย่ที่ไม่สามารถใช้เวทย์มิติข้ามผ่านได้” เมอร์ลินเอ่ยอย่างเย็นชา ดวงตาสื่ออารมณ์ที่ซับซ้อน

 

หลังจากนั้นเขาก็พุ่งตัวลงไปเบื้องล่างราวกับแสงของดาวตก ปรากฏตัวต่อหน้าเมย์และวินสันอย่างรวดเร็ว

 

“พวกเรามาถึงเขตแดนของอาณาจักรอารากอนเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้เราจะเดินทางโดยการบิน” เมอร์ลินกล่าวอย่างเนิบๆ

 

เมื่อเอ่ยถึงการบิน สีหน้าของทั้งสองก็เผยถึงอาการตกใจอีกครั้งหนึ่ง

 

“การบินอย่างนั้นหรือ?” เมย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ประหลาดใจ

 

“ถูกต้องแล้วท่านแม่ พวกเราจะเดินทางด้วยการบิน” เมอร์ลินกล่าวอย่างใจเย็น

 

“พูดถึงเรื่องของการบิน ข้านั้นไม่รู้สึกแปลกใจหากท่านต้องการจะบิน แต่ทว่าพวกข้าทั้งสองนั้นเป็นชาวบ้านธรรมดาไร้ซึ่งพลังเวทย์ เรื่องของการบินจึงเป็นเรื่องที่เพ้อฝัน” วินสันเอ่ยอย่างจริงจังและปรากฏสีหน้าที่สลดใจ

 

“สิ่งนี้ไม่ใช่ปัญหา เรื่องทั้งหมดข้าจะจัดการเอง” เมอร์ลินกล่าวอย่างมาดมั่น

 

เมอร์ลินเดินออกไปไม่กี่ก้าวและนำกระบี่ไม้ออกมาจากแหวนเวทย์

 

รูปร่างของกระบี่ไม้นี้ดูสามัญธรรมดาเป็นอย่างมาก แต่เมื่อมันอยู่ในมือของเมอร์ลินกลิ่นอายที่แข็งกร้าวก็แผ่กระจายออกมา

 

เมอร์ลินบิดพลิกกระบี่ไม้ในมือครั้งหนึ่ง กลิ่นอายเหล่านั้นก็จากหายไป

 

เมื่อเมอร์ลินโยนกระบี่ไม้ขึ้นสู่ท้องฟ้า เขาก็คำรามด้วยเสียงที่ดังก้อง

 

“จงขยาย!” เสียงนี้กึกก้องและทรงพลัง ผู้คนเมื่อได้ยินมันพวกเขาก็ถึงกับสั่นสะท้าน

 

 

กระบี่ไม้เปล่งประกายอำนาจออกมาอย่างเอ่อล้น ด้วยเสียงคำรามของเมอร์ลิน กระบี่ไม้ก็ขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นกระบี่เล่มยักษ์ที่มีความกว้างพอจะจุคนได้จำนวนหนึ่งได้

 

นอกจากความสามารถในการแตกกระจายตัวและมันยังมีอำนาจในการเพิ่มลดขนาดได้อีกด้วย

 

กระบี่ไม้เล่มนี้ไม่ต่างกับอาวุธไสยเวทย์ของโลกก่อนเลย

 

เมอร์ลินตวัดนิ้วมือและชี้ไปที่กระบี่ยักษ์

 

ทันใดนั้นเองกระบี่ยักษ์ก็ลอยลงมาหยุดอยู่เรียบพื้นดินเบื้องหน้า

 

เมอร์ลินพยักหน้าเล็กๆ และเอ่ย

 

“เชิญพวกท่านขึ้นไปยืนบนนั้น” เมอร์ลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

 

เมย์และวินสันค่อยๆ ก้าวเดินและขึ้นไปยืนอยู่บนกระบี่อย่างว่าง่าย

 

เมอร์ลินเดินช้าๆ ขึ้นไปยืนตามมา

 

“โปรดทรงตัวไว้ให้ดี ข้าจะกางม่านพลังป้องกันให้พวกท่าน” กล่าวจบเมอร์ลินก็สะบัดฝ่ามือครั้งหนึ่ง ม่านพลังสีเขียวก็ห่อหุ้มร่างของคนทั้งสามเอาไว้

 

ภายใต้อำนาจของม่านพลังนี้ ลมฝนจะไม่แตะต้องถูกร่างกายของพวกเขา แม้แต่ฝุ่นควันสิ่งกีดขวางในอากาศก็ไม่สามารถฝ่าม่านพลังอักขระขั้นสีเขียวนี้เข้ามาได้

 

“พวกเราออกเดินทางกันเถอะ” เมย์จับมือของวินสันไว้แน่นและเอ่ยอย่างช้าๆ

 

“เช่นนั้นก็ออกเดินทางกัน” เมอร์ลินพยักหน้าเล็กๆ อย่างรับรู้

 

ครานั้นเองกระบี่ยักษ์ก็พุ่งสู่เส้นขอบฟ้าด้วยความเร็วที่น่ากลัวถึงขีดสุดราวกับแสง

 

เมอร์ลินใช้สัมผัสของพลังอักขระตรวจสอบเส้นทาง เมื่อมองไปยังเบื้องล่างจุดหนึ่งเขาก็พบกับคนที่เขาต้องการ

 

ไม่นานกระบี่ไม้ร่อนลงสู่พื้นอย่างนิ่มนวล

 

เมื่อทั้งสามลงจากกระบี่ เมอร์ลินก็สะบัดมือ กระบี่ไม้ถูกทำให้หดเล็กลงและพุ่งเข้าสู่แหวนเวทย์

 

“ไปกันเถอะ มีคนรอพวกเราอยู่”

 

เมอร์ลินออกเดินนำและสองผัวเมียก็เดินตามเด็กน้อยไปอย่างเงียบ

 

ทันทีที่เมอร์ลินไปถึงจุดหมาย เขาก็พบกับคนนับสิบกว่าคนที่กำลังรอเขาอยู่

 

เบื้องหน้ามีรถม้าจอดอยู่สี่คัน

 

เมื่อคนกลุ่มนั้นพบเมอร์ลิน ชายคนหนึ่งก็พุ่งมาข้างหน้าเดินเข้าหาเมอร์ลิน

 

“สวัสดีท่านเอเลน การเดินทางเหน็ดเหนื่อยท่านพักผ่อนที่รถม้าเถอะ” ชายคนนี้คือเรรี่มือขวาของมาติน เขาแสดงความเคารพและกล่าวต่อเมอร์ลินอย่างนอบน้อม

 

เมย์และวินสันมองหน้ากันอย่างสงสัย ทำไมชายคนนี้ถึงเรียกเมอร์ลินว่าเอเลน แม้ว่าในใจของพวกเขาจะเต็มไปด้วยความสงสัยแต่พวกเขาก็เลือกที่จะไม่เอ่ยถามในตอนนี้

 

เมอร์ลินเดินนำไปที่รถม้าคันหนึ่งและผายมือ

 

“เชิญพวกท่านขึ้นไปก่อน ข้าจะไปนั่งที่รถม้าอีกคัน พอดีข้ามีเรื่องที่จะพูดคุยกับเรรี่สักเล็กน้อย”

 

เมย์และวินสันขึ้นรถม้าคันนั้นอย่างว่าง่าย เมอร์ลินเดินไปที่รถม้าอีกคันและขึ้นไปกับเรรี่

 

ผ่านไปครู่หนึ่งรถม้าทั้งสี่ก็ออกเดินทาง

 

ขบวนรถม้าเดินทางอย่างราบรื่น เพียงเวลาไม่นานพวกเขาก็ถึงประตูเมือง

 

ประตูเมืองวอเดอร์เซี่ยนนั้นปรากฏแถวที่ยาวเหยียดของผู้คนที่ต้องการเข้าเมือง

 

ขบวนรถม้าของเมอร์ลินวิ่งแซงขบวนแถวเหล่านั้นอย่างเรียบง่าย ภายใต้ธงที่มีสัญลักษณ์ของร้านเสื้อคลุมสีฟ้า กฎการเข้าเมืองทั้งหมดจึงถูกยกเว้น พวกเขาได้เดินทางเข้าไปในเมืองด้วยทางเข้าพิเศษ

 

ควรรู้ไว้ว่าภาษีมากกว่าครึ่งของเมืองนี้ถูกจ่ายด้วยร้านเสื้อคลุมสีฟ้า อำนาจของร้านเสื้อคลุมสีฟ้าใครบ้างที่จะไม่รู้ อาณาจักรน้อยใหญ่มากมายต้องการสร้างความพึงพอใจให้กับพวกเขา

 

โลกแห่งนี้นั้นสิงโตตัวใหญ่อยู่ 6 ตัว นอกจากอาณาจักรใหญ่ทั้งห้าและศาสนจักรแห่งแสงแล้ว ตัวตนของร้านเสื้อคลุมสีฟ้าจึงนับว่าเป็นสิงโตตัวที่ 7

 

ไม่ว่าสิงโตตัวใดตัวหนึ่งเคลื่อนไหว การกระทำของพวกเขาก็นับได้ว่าสามารถสร้างสงครามที่ยิ่งใหญ่ได้แล้ว

 

เพียงการปฏิบัติพิเศษในการเข้าเมือง เรื่องนี้จึงไม่ถือว่าเป็นปัญหาอันใดของเมืองวอเดอร์เซี่ยน

 

ขบวนรถม้าเคลื่อนเข้าสู่ตัวเมืองอย่างราบรื่นและมุ่งตรงไปยังร้านเสื้อคลุมสีฟ้าทันที

 

ระหว่างทางเมอร์ลินสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของเมืองนี้เป็นอย่างมาก ในเมืองปรากฏมนุษย์หลากหลายเผ่าพันธุ์ยิ่งกว่าเดิม เขาเจอแม้กระทั่งฮ็อบบิทมนุษย์ร่างเล็กที่อาศัยอยู่ในอาณาจักรเล็กที่ลึกลับ

 

การค้าขายในเมืองดูเหมือนคึกคักยิ่งกว่าเดิม แต่สถานที่ที่ผู้คนพลุ่งพล่านมากที่สุดก็คือบริเวณที่ตั้งร้านเสื้อคลุมสีฟ้า ร้านค้าที่หรูหราส่วนใหญ่ต่างจับจองพื้นที่บริเวณนี้ นั่นเป็นเพราะมันคือทางผ่านที่จะเดินทางเข้าร้านเสื้อคลุมสีฟ้า

 

ไม่มีใครที่จะไม่รู้ว่าลูกค้าของร้านเสื้อคลุมสีฟ้านั้นเป็นตัวตนเช่นใด หากเขาไม่เป็นผู้สูงศักดิ์ก็เป็นเหล่าเชื้อพระวงศ์ของอาณาจักรใดอาณาจักรหนึ่ง บุคคลที่มีหน้าตามากมายล้วนเข้าออกร้านเสื้อคลุมสีฟ้าเป็นว่าเล่น

 

มาตินยืนรออยู่หน้าร้านเพราะม้าเร็วของเขาได้รีบมาแจ้งเขาก่อนหน้านี้แล้ว

 

เมื่อรถม้าทั้งสี่หยุดที่หน้าร้าน มาตินก็ปรี่เข้าไปตอนรับ

 

เมอร์ลินและเรรี่ลงจากรถม้า เด็กน้อยดึงหมวกของเสื้อคลุมปิดบังใบหน้าจนดูลึกลับ

 

เมอร์ลินไม่ได้รีบเข้าไปทักทายมาตินเป็นอันดับแรก เขานั้นกลับเดินไปยังรถม้าอีกคันหนึ่งและเอ่ยต่อเมย์และวินสันว่าให้รออยู่บนรถม้า เสร็จแล้วเขาจึงเดินเข้าไปในร้านกับมาติน

 

ระหว่างทางเมอร์ลินพบกับหัวหน้าพนักงาน

 

หัวหน้าพนักงานทำความเคารพเมอร์ลินอย่างนอบน้อม กระนั้นยังแฝงไปด้วยอารมณ์ที่หวาดกลัวปะปนอยู่ ครั้งหนึ่งเขาเคยเสียมารยาทต่อเมอร์ลิน แต่ครั้งนี้แน่นอนว่าเขานั้นไม่กล้า

 

ผู้คนและพนักงานในร้านต่างมองดูร่างเล็กที่สวมใส่ชุดคลุมสีขาวเดินตีคู่มากับมาติน พวกเขาไม่รู้ว่าร่างเล็กนั้นคือใคร มีแต่ผู้บริหารระดับสูงของร้านเสื้อคลุมสีฟ้าเท่านั้นที่รับรู้ถึงตัวตนของเมอร์ลิน

 

หัวหน้าพนักงานมองร่างเล็กที่เดินเข้าไปยังหลังร้านด้วยสายตาที่เกรงกลัวและเลื่อมใส เด็กคนนั้นคือผู้ใช้อักขระของร้านเสื้อคลุมสีฟ้า เขาคือผู้ใช้อักขระที่มีตัวตนเทียบเท่ากับผู้นำศาสนจักรแห่งแสง เพียงได้ยินคำว่า “อักขระขั้นสีเขียว” ผู้คนนั้นแทบจะหมอบกราบ

 

ตัวตนของผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวนั้นเป็นอย่างไร ใครบ้างจะไม่รู้

 

เด็กน้อยผู้นี้จึงถือว่าเป็นเสาหลักและรากฐานของร้านที่แท้จริง เจ้าของร้านตัวจริงควรเป็นเขา มาตินนั้นก็แค่ผู้ที่ได้ชื่อว่าดูแลกิจการของร้านเท่านั้น

 

ประตูห้องทำงานของมาตินถูกเปิดออก

 

เมอร์ลินตรงเข้าไปนั่งยังเก้าอี้อันหรูหราที่อยู่กลางห้องในทันที

 

เมื่อเห็นเมอร์ลินนั่ง มาตินจึงนั่งลงยังเก้าอี้ที่ว่างอยู่

 

“ครั้งนี้ดูเหมือนท่านได้หายไปนานเลยทีเดียว” มาตินกล่าวอย่างนอบน้อม น้ำเสียงของเขาเจือปนด้วยความห่วงใย

 

เวลานี้นิสัยของมาตินนั้นเป็นไป เขาได้กลายเป็นตัวตนที่มั่งคั่งและทรงอำนาจภายในพริบตา เมื่อกิจการขยายใหญ่ขึ้น ความคิดของเขาก็ลึกล้ำมากขึ้น นิสัยของมาตินเปลี่ยนมาเป็นสุขุมลุ่มลึก การแสดงออกของเขาราวกับผู้สูงศักดิ์คนหนึ่ง

 

“การบ่มเพาะของข้าเข้าถึงจุดกึ่งกลางของระดับขั้นสีเขียวแล้ว อีกเพียงไม่กี่ปีคงจะบรรลุขั้นสีม่วงได้”

 

เมอร์ลินไม่ได้ตอบคำถามของมาติน แต่เพียงคำพูดของเขาก็ทำให้มาตินได้รับคำตอบเรียบร้อยแล้ว

 

ตอนนี้ชายชรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก “ขั้นสีม่วง” เพียงแค่เอ่ยก็ทำให้เขาขนลุกซู่ เป็นที่ทราบกันดีว่าผู้ใช้อักขระในโลกนี้ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในปัจจุบันอยู่เพียงแค่ระดับสีเขียวเท่านั้น มิหนำซ้ำยังมีเพียงแค่ 3 คนด้วยกัน

 

ในตอนนี้เอเลนผู้เปรียบเสมือนเจ้านายของมาตินกำลังแสวงหาหนทางเข้าสู่ขั้นสีม่วง เด็กน้อยยังกล่าวอีกว่ากำลังจะเข้าสู่ขั้นสีม่วง นั่นหมายความว่าในอนาคตผู้ใช้อักขระตัวน้อยของเขาย่อมมีสิทธิ์ได้กลายเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีม่วงอย่างแน่นอน

 

หัวใจของมาตินกำลังเต้นระทึกราวกับเสียงกลองที่ถูกตีกระหน่ำ

 

ผู้ใช้อักขระขั้นสีม่วงนั้นนับว่าเป็นตัวตนใด กระทั่งผู้พิทักษ์ของอาณาจักรใหญ่ก็ยังต้องนอบน้อม สิ่งของที่ผู้ใช้อักขระขั้นสีม่วงสร้างขึ้นมานั้นราวกับสมบัติแห่งชาติ มันอาจเทียบเท่ากับอาวุธวิญญาณระดับสูงเลยทีเดียว

 

ใครคนหนึ่งที่คิดจะครอบครองนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่เพ้อฝัน

 

มาตินคิดในใจอย่างตื่นเต้น ดวงตาฉายภาพที่เป็นประกายขึ้นมา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.1K ครั้ง

203 ความคิดเห็น

  1. #24668 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 00:38

    Thank you

    #24668
    0
  2. #23254 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 19:52
    มาตินคือเหมือนหนูตกถังข้าวสาร
    #23254
    1
    • #23254-1 Soranomika (@Soranomika) (จากตอนที่ 93)
      11 มิถุนายน 2561 / 11:40
      ระดับนี้ต้องเรียกตกที่เก็บข้าวของประเทศละ รวยเวอร์อำนาจมหาสารมาก
      #23254-1
  3. #22978 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 20:59
    มาตินต้องรีบมีลูกมาไว้สืบทอดหน้าที่เบ๋ละล่ะ เมอลินยังค้องใช้งานพวกเจ้าอีกนาน 555
    #22978
    0
  4. #22436 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 22:24
    ขอบคุณครับ
    #22436
    0
  5. #21567 _Late_ (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:31
    อยากเห็นเมอร์ลินใช้อักขระสีครามอ่ะ น่าจะสวย
    #21567
    1
    • #21567-1 Aom-am_tr (@0954913902) (จากตอนที่ 93)
      28 มีนาคม 2561 / 09:09
      เหมือนกันเลยอ่า..
      #21567-1
  6. #21537 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:03
    เอาอีกๆๆๆ
    #21537
    0
  7. #21536 Avista (@babellzcalypso) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:44
    ขอบคุณจ้า
    #21536
    0
  8. #21535 •Faye• (@MeyerAnne) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:00
    ตอนนี้สนุก ตื่นเต้น
    #21535
    0
  9. #21534 คุโรซากิโมโตริ (@queendark) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:03
    สนุกมาก
    #21534
    0
  10. #21533 Nutnichr Ratchasee (@smile_noii) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:47
    รายละเอียดเยอะขึ้น ความสนุกก็เพิ่มขึ้น อร๊ายยยยย รักกกก
    #21533
    0
  11. #21532 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:29
    ขอบคุณค่ะ
    สามีของเมีย--->สามีของภรรยา/เมย์
    แบบนี้เหมาะกว่ารึเปล่าคะ
    สนุกค่าาา
    #21532
    0
  12. #21531 ทาสของเหมียว (@iiizo) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:47
    สนุกมาก ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆนะคะ
    #21531
    0
  13. #21530 TR7053 (@TR7053) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:53
    หลังจากรีไรต์แล้วลายละเอียดเยอะขึ้นสนุกมากครับ
    #เป็นกำลังใจให้
    #21530
    0
  14. #21528 #DESTINY# (@MarkTC) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:43
    สนุกมากๆทุกตอน ไม่มีวันเบื่อ รอครับๆ วันวาเลนไทน์แถมให้2ตอนก็ดีนะครับ 5555 อิอิ
    #21528
    0
  15. #21527 oiltipomsomsuay (@oiltipomsomsuay) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:42
    รอๆๆๆค่ะ
    #21527
    0
  16. #21526 annaaa (@anna_anna) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:22
    รออออออ
    #21526
    0
  17. #21524 matus44600 (@matus44600) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:52
    เปลียนมาอัพ 2 วัน 1 ตอนแล้วหรอครับ
    #21524
    0
  18. #20149 jackkomhatasen (@jackkomhatasen) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 01:57
    เฮ้ยๆไหนว่ามีฉากรักด้วยไงไหงเหมือนจะเป้นยอดชายชะเเล้ว
    #20149
    0
  19. #20128 PaJth (@Payare2559) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 00:41
    อ้าวชิปปปป ชายได้ชายเป็นยอดชาย ฮี้ววว
    #20128
    0
  20. #20083 TBR' / Kuro (@roseamanelle123) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 20:06
    ไม่นะ อาเธอร์...
    #20083
    0
  21. #19998 oomlovegood (@oomlovegood) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 22:55
    จะเล่นกันเองละ55
    #19998
    0
  22. วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 12:21
    อาเธอร์ อย่าเพิ่งลูก 5555
    #19977
    0
  23. #19552 SSK[a]wt (@sskawt) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 22:38
    อาเธอร์หลงเมอร์ซะแล้วล่ะ..
    #19552
    0
  24. #19523 Haruthai-Mookki (@Haruthai-Mookki) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 22:32
    อาเธอร์จะตัดแขนเสื้อ?
    #19523
    0
  25. #19271 SKNdragon (@skndragon) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 18:30
    ไม่นะๆๆๆๆ เมอลินต้องเป็นพระเอกดิ
    #19271
    0