ยอดมงกุฎหงส์ (Rewrite)

ตอนที่ 19 : ความจำที่ลือนหายไม่อยากรื้อคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,380
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 291 ครั้ง
    24 ม.ค. 63

ตอนที่ 19

ความทรงจำที่ไม่อยากรื้อคืน

 

ฉู่หนิงอวี้เดินมาหยุดที่หน้าตำหนักเทียนกงอย่างเร่งรีบเพราะเรื่องของนางกำนัลที่ตายอีกทั้งนางต้องการพึ่งพาอำนาจของเขาให้ช่วยชันสูตรหาหลักฐานอื่นเพิ่มเติมเพื่อเร่งหาตัวคนร้ายให้เร็วที่สุด แน่นอนว่าการสังหารอย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้สร้างความหวาดกลัวและสร้างความตื่นตระหนกให้วังหลังไม่น้อย

          

     "ถวายพระพรฮองเฮา...ฝ่าบาททรงรออยู่ด้านในแล้วพะย่ะค่ะ"  ล่วนกงกงที่ยืนรอคล้ายรู้ว่านางจะมาที่นี่เอ่ยขึ้นและรีบนำนาง ฉู่หนิงอวี้พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายเข้าไป ซึ่งนางไม่ต้องคาดเดาให้เปลืองสมอง...เขารู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว

         

     ฉู่หนิงอวี้มองเข้าไปด้านในเห็นบุรุษผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่กับฮ่องเต้ ใบหน้าของเขาถูกม่านบางๆ บดบังสายตาของนางเล็กน้อย ทว่ากลับทำให้ร่างกายของนางหยุดนิ่งอย่างไร้สาเหตุ มือของนางสั่นเล็กน้อยและหายใจไม่ทั่วท้อง รู้สึกแน่นจุกไปทั้งอก

         

     บุรุษใบหน้ากร้านแดด ดวงตาดุดันกลิ่นอายไม่ธรรมดา ใบหน้าของเขาค่อยๆ หันมามองนาง ดวงตาคู่นั้นทำให้หัวใจของฉู่หนิงอวี้เหน็บหนาวสั่นสะท้าน

ร่างบางยืนนิ่งอยู่กับที่เพราะชาไปทั้งตัวและนางเองก็ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องเช่นนี้กับนางได้อย่างไร นางรู้สึกหายใจไม่ออกและอยากร้องไห้

ในตอนนั้นความอบอุ่นวาบที่มือเรียกสติที่ล่องลอยออกไปให้กลับมา นางเห็นภาพหลายอย่างซ้อนทับใบหน้าบุรุษผู้นั้นจนเวียนศีรษะ เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นมาเกินห้ามนางเผลอทิ้งน้ำหนักตัวให้เทียนหลงจื้อประคองไปนั่ง

          

     "ฮองเฮา...มาได้ทันเวลาพอดี" มังกรหนุ่มบีบมือเย็นเบาๆ ทั้งยังประคองกอดร่างนุ่มนิ่มอย่างอ่อนโยน แววตาลึกลับวูบไหวเพราะความตกใจที่นางตัวอ่อนยวบ ปกติแล้วจะวางตัวห่างจากเขา ส่วนผู้ที่พึ่งได้สติมองใบหน้าหล่อเหล่าที่อยู่ห่างเพียงคืบก็ดันตัวออกจากอ้อมกอดอย่างแนบเนียน

          ดวงตากลมโตกลับมาเย็นชาเช่นเดิมก่อนจะตวัดมองมังกรหนุ่มเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสนใจผู้ที่ลุกขึ้นยืนและคุกเข่าลง ท่าทางเช่นนั้นสร้างรอยยิ้มที่มุมปากของร่างสูงในทันที แม้นางจะไม่แสดงท่าทีไม่พอใจที่เขาหลอกกินเต้าหู้ แต่แววตาของนางกลับกำลังด่าทอเขาอย่างหนักหน่วงและชัดเจน

          "ถวายพระพรฮองเฮา...กระหม่อมแม่ทัพสุ่ยนามหม่าอี้" เขาเงยหน้าขึ้นมาสบกลับสายตาว่างเปล่าของสตรีตรงหน้าพอดี ใบหน้าหล่อเหลาชะงักเล็กน้อยก่อนจะก็มต่ำปิดบังแววตา

ฉู่หนิงอวี้ยังหาเหตุผลไม่ได้ว่าแม่ทัพผู้นี้เป็นคนเช่นไร ทว่าสัญชาตญาณของนางกลับร้องว่าบุรุษผู้นี้โหดเหี้ยมไม่น่าไว้ใจ ทั้งยังแสนเลือดเย็นเขาปิดบังความคิดอ่านไว้หลังแววตาลึกล้ำนั้นได้อย่างมิดชิด แต่เมื่อกันมามองบุรุษที่ยังกุมมือนางและยังหลอกกินเต้าหู้นางอยู่ก็ได้แต่ถอนหายใจ หากเปรียบแม่ทัพสุ่ยคือพยัคฆ์ซ่อนเล็บ บุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้าก็คงเป็นมังกรซ่อนเขี้ยวทั้งยังเจ้าเล่ห์มากด้วยอุบาย!

 

ฉู่หนิงอวี้ดึงมือออกจากอุ้งมือหนาเบาๆ ก่อนจะหันไปหาผู้ที่กำลังคุกเข่าอีกครั้ง

"ลุกขึ้นเถิดท่านแม่ทัพ...เป็นเกียรติที่ข้าได้พบแม่ทัพที่ห้าวหาญเช่นท่าน" คำพูดของนางนับว่าหวานหูคนฟังอยู่ไม่น้อย และนางเองก็ไม่ปราถนาเปิดเผยความคิดความรู้สึกใดๆ เช่นๆกัน ในเมื่อพวกเขาต่างก็ใส่หน้ากากนางเองก็ไม่พลาดเช่นกัน

          "หามิได้พะย่ะค่ะ เป็นเกียรติของกระหม่อมที่ได้พบฮองเฮามากกว่า" สุ่ยหม่าอี้เอ่ยเสียงเรียบ ทั้งยังลอบมองท่ามีสตรีร่างเล็กที่ยังมีท่าทางเรียบนิ่งและเย็นชากว่าสตรีทั่วไปแม้จะพูดได้เต็มปากว่าไร้ความอ่อนหวานทว่ากลับไม่ได้แข็งกระด้าง

          "อะไรกัน...พวกเจ้ามิได้พบกันครั้งแรกเหตุใดจึงทักทายกันห่างเหินเช่นนั้น" คำพูดของมังกรหนุ่มไม่เพียงทำให้ฉู่หนิงอวี้ชะงักนิ่ง แม่ทัพหนุ่มเองก็ชะงักเล็กน้อยเช่นกัน ฉู่หนิงอวี้จ้องมองผู้เป็นแม่ทัพอีกครั้ง นางเคยพบบุรุษผู้นี้มาก่อนอย่างนั้นหรือ อะไรกัน...นางลืมเหตุการณ์เช่นนี้ด้วยหรือ

          "กระหม่อมได้ยินว่าความจำของฮองเฮายังไม่เป็นปกติ...และคิดว่าพระนางคงจำกระหม่อมไม่ได้" เขาสงวนเอ่ยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนมังกรหนุ่มก็ปรายสายตามองร่างเล็กอย่างห่วงใย

          "ข้าก็ได้ยินผู้คนร่ำลือเช่นนั้น..แต่ข้าคิดว่าข้ามิได้ความจำเสื่อม ข้าในตอนนี้ย่อมดีที่สุดแล้ว...และข้าก็ไม่ปรารถนารื้อคืนในสิ่งที่ข้าลืมไปแล้ว บางที่สวรรค์อาจจะเมตตาลบล้างความจำนั้นไปจากข้า" นางเอ่ยเสียงเรียบทว่ามือเล็กยังสั่นน้อยๆ ก่อนจะปรายสายตามองบุรุษทั้งสอง "...ท่านแม่ทัพพึ่งกลับจากชายแดนอาจมีเรื่องต้องรายงานฝ่าบาท...เรื่องของข้าไม่ได้สำคัญสิ่งใด เชิญพวกท่านตามสบาย" ฉู่หนิงอวี้เอ่ยเสร็จก็ลุกขึ้นเตรียมเดินออกไป ทว่าเสียงห้าวของมังกรหนุ่มกลับรั้งนางเอาไว้และสายตาของสุ่ยหม่าอี้เองก็มีแววอาลัยเสียดายอย่างเห็นได้ชัด

          "ไม่เป็นไร....ข้ากับแม่ทัพสุ่ยพูดคุยกันจบแล้ว อีกทั้งแม่ทัพสุ่ยเองต้องไปเข้าเฝ้าไทเฮา...ใช่หรือไม่" เขามองนางก่อนจะหันไปถามแม่ทัพหนุ่ม

          "เป็นเช่นนั้นพะย่ะค่ะ...กระหม่อมต้องเสียมารยาทขอตัวก่อน" สุ่ยหม่าอี้ค้อมกายก่อนจะหันหลังเดินออกไป ทิ้งให้ดวงตากลมโตมองตามแผ่นหลังกว้างอย่างไม่วางตา ถ้าฮ่องเต้บอกว่านางเคยพบเขามาแล้วเหตุใดนางถึงลืม...แล้วเขารู้ได้อย่างไรว่านางรู้จักผู้ใดไม่รู้จักผู้ใด รู้ว่านางเคยผ่านเหตุการณ์ใดมาแล้ว...มิใช่ว่าเขารู้ทุกเรื่องของนางเลยหรือ ฉู่หนิงอวี้หันกลับมามองบุรุษร่างสูงที่อมยิ้มน้อยๆ และเดินมาลูบผมนางอย่างหมั้นเขี้ยว

          ฉู่หนิงอวี้ปัดมือใหญ่ที่ลูบผมนางออกก่อนจะมองค้อนน้อยๆ อย่างเหลืออด "ฝ่าบาท...โปรดทรงปล่อยพระหัตถ์ของพระองค์จากผมของหม่อมฉันเพคะ" คิ้วหนาเลิกขึ้นน้อยๆ ก่อนจะยกยิ้มและดึงมือกลับอย่างไม่สะทกสะท้านกลับสายตาไม่พอใจ

          “ข้ายังไม่ได้ขอบคุณเรื่องที่เจ้าช่วยข้าวันนั้น” ฉู่หนิงอวี้ขมวดคิ้วนึก ก่อนจะคิดได้ว่าเป็นเรื่องวันที่เขาถูกวางยาปลุกกำหนัดก็พยักหน้า

          “ไม่ต้องขอบคุณหรอกเพคะ...เพราะหม่อมฉันได้แลกกับการเดิมพันไปแล้วจึงไม่มีสิ่งใดติดค้างกัน” นางเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะหันหลังเพื่อกลับตำหนัก ทว่าสิ่งที่มังกรหนุ่มเอ่ยถามกลับทำให้ฝ่าเท้าของนางชะงัก

"ความทรงจำของเจ้ายังไม่กลับจริงๆหรือ” แววตาล้อเล่นเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาแม้แต่ฉู่หนิงอวี้ก็ตามไม่ทัน นางจ้องใบหน้าหล่อเหลาไม่มีร่องรอยก่อกวนหรือล้อเล่น นางจึงลองพยายามนึกอีกครั้ง...ทว่าคิดเท่าไหร่ก็มีเพียงความว่างเปล่า

          “หม่อมฉันไม่อยากรื้อฟื้นมันเพคะ หากหม่อมฉันลืมทุกอย่างไปหมายความว่าสิ่งที่หม่อมฉันลืมไปนั้นย่อมต้องสร้างความเจ็บปวดให้หม่อมฉันมากแน่ๆ...เป็นเช่นนี้ก็ดีอยู่แล้วเพคะ" ถ้อยคำจากร่างบางทำให้มังกรหนุ่มนิ่งชะงักเช่นกัน บางทีเขาควรปล่อยให้นางได้เริ่มต้นใหม่และไม่ต้องเจ็บปวดจะดีกว่าหรือไม่...ทว่าถ้อยคำในวันนั้นของนางกลับทำให้เขาลังเล

          'พี่จื้อ...ถึงแม้ข้าจะลืมเลือนหลงลืมสิ่งใดไป ท่านอย่าลืมความแค้นของข้า...ข้าจะชำระความแค้นนั้นเองจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ'

'เสี่ยวอวี้...ข้าจะไม่ทำให้เจ้าต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้ เรื่องนี้ข้าจะจัดการเองเป็นไปได้ข้าอยากให้เจ้าลืมเรื่องทุกอย่างขอให้เจ้าจดจำเพียงข้าได้หรือไม่'

          มังกรหนุ่มเหม่อมองใบหน้างามอยู่เกือบเค่อ...นางลืมความแค้นไปแล้วอย่างนั้นหรือ ไม่เพียงนางลืมทุกอย่างอย่างที่เขาต้องการเพื่อให้นางลบลืมความเจ็บปวดลง ทว่านางกลับลืมแม้กระทั่งเขา! ลืมทุกเรื่องเกี่ยวกับเขาเช่นกัน หัวใจมังกรหนุ่มบีบรัด

          "ฝ่าบาท....ฝ่าบาทเพคะ" ฉู่หนิงอวี้ร้องเรียกร่างสูงที่จ้องหน้านางนิ่งโดยไม่พูดไม่จา เรียกก็ไม่ขานไม่ตอบ...นางไม่ได้ว่างมานั่งให้เขาจดจ้องเช่นนี้

           "เสี่ยวอวี้..." ร่างสูงพึมพำเสียงในลำคออย่างแผ่วเบา ทว่าฉู่หนิงอวี้เห็นเพียงริมฝีปากของเขาขยับคล้ายกำลังเอ่ยบางอย่างเท่านั้น

          "ฝ่าบาท...ทรงรับสั่งสิ่งใดหรือเพคะ" ฉู่หนิงอวี้ขมวดคิ้ว นางสังเกตเห็นแววตาเจ็บปวดเพียงครู่ อีกทั้งขอบตาของเขามีสีแดงคล้ายกำลังกลั้นน้ำตา ก่อนที่นางจะสังเกตให้ดีเพราะคิดว่าตาฝาด ดวงตาคู่นั้นก็ฉายแววเจ้าเล่ห์อีกครั้ง

          "อะไรกัน...นี่ฮองเฮาอยากใกล้ชิดข้าถึงเพียงนั้นหรือ" คำพูดที่เข้าข้างตัวเองของมังกรหนุ่มทำให้ฉู่หนิงอวี้ดึงใบหน้าตัวเองกลับและปรับสีหน้าให้เป็นปกติ นางเอ่ยสิ่งใดไม่ออก นอกจากเขาจะเจ้าเล่ห์ยังหลงตัวเองมาก

          "ฝ่าบาท...ช่วยจัดการเรื่องของนางกำนัลที่ถูกสังหารด้วยนะเพคะ หม่อมฉันคิดว่าเรื่องนี้จะเชื่อมโยงไปถึงพิษในขนมกุ้ยฮวา" ฉู่หนิงอวี้รีบเอ่ยธุระของตนเพราะคิดว่าเขาเองต้องรู้เรื่องแล้ว อีกทั้งยังไม่ได้อยากใกล้ชิดเขาอย่างที่เขาเอ่ยเมื่อครู่

นางยื่นห่อผ้าที่มีด้ายสีแดงเลือดนกให้ มังกรหนุ่มเปิดออกดูก่อนจะลองดมกลิ่น เขาทำเช่นเดียวกับนางเมื่อตอนได้ของสิ่งนี้มาไม่ผิด.... ใบหน้าหล่อเหลาดุดันขึ้นมาก่อนจะเก็บใส่หีบเล็กอย่างเบามือเมื่อนึกได้ว่าเคยได้กลิ่นเช่นนี้มาจากของสิ่งใด

          "หลักฐานเท่านี้ไม่เพียงพอหรอกฮองเฮา" มังกรหนุ่มเอ่ยและฉู่หนิงอวี่ก็พยักหน้าเห็นด้วยแต่ก็ดีกว่าไม่มีหลักฐานให้เห็น ทว่าแค่ด้ายเพียงไม่กี่เส้นแม้จะไม่สามารถมัดตัวผู้ลงมือได้ ทว่าก็ช่วยคัดผู้ต้องสงสัยให้เหลือน้อยลงบ้าง

"หม่อมฉันจึงอยากให้ฝ่าบาท...ส่งคนที่ไว้ใจช่วยสืบ" นางบอกตามตรงเพราะเขามีองครักษ์ มีคนที่ไว้ใจมากกว่านางและนางเองก็ไม่ดันทุรังเก็บทุกเรื่องไปจัดการเองทั้งหมด นอกจากจะเสียเวลามากแล้วนางอาจจะพลาดสิ่งสำคัญอื่นไปได้ ในเมื่อเขาเป็นเจ้าของวังเช่นนั้นจึงต้องมีส่วนรับผิดชอบ

          "ฮองเฮาเองต้องระวังตัวให้มาก" เขาเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาห่วงใยถูกส่งมาโดยไร้เล่ห์เหลี่ยม

          "ฝ่าบาท...เป็นห่วงสุ่ยเสียนเฟยกับเด็กในครรภ์เถิดเพคะ...หม่อมฉันยังไม่ใช่เป้าหมายของพวกมัน" นางเอ่ยตามความจริงไม่ได้อิจฉาริษยาหรือประชดประชัน ทุกครั้งที่นางพูดคุยกับสุ่ยเสียนเฟยนางได้กลิ่นเซ่อเซียง ผู้ใดก็รู้ว่าสุ่ยเสียนเฟยโปรดปรานกำยาน แต่อีกฝ่ายจะรู้หรือไม่ว่าเซ่อเซียงแม้จะมีกลิ่นหอมทว่าเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ อีกทั้งผู้ไม่ได้ตั้งครรภ์หากสูดดมนานๆ อาจทำให้เป็นหมัน!

          "ขอเพียงฮองเฮาปลอดภัยเท่านั้น" คำพูดของบุรุษร่างสูงอักทั้งแววตาสื่อความหมายทำให้ฉู่หนิงอวี้ชะงักไปเล็กน้อย

          "หากจะทรงห่วงใยผู้ใดโปรดทรงห่วงอย่างเท่าเทียมเพคะ...เพื่อความสงบของเหล่าสนมของฝ่าบาทเอง" ฉู่หนิงอวี้เอ่ยเสียงเรียบ แววตาจริงจังไม่แพ้กัน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 291 ครั้ง

105 ความคิดเห็น

  1. #37 Som (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 22:04

    รักแท้ดูแลไม่ได้. แต่ก้อยังดีที่รักกกกพยายามเข้าน้าฝ่าบาท

    #37
    0
  2. #36 mydear26 (@mydear26) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 15:43

    อิเต้ดูๆไปแล้วไม่มีควาสามารถจัดการอะไรเลย คิดว่าคงรุ้ว่าคัยเป็นงัยแต่ก้อปล่อยเลยตามเลย แล้วนางจะปลอดภัยได้งัยในเมื่ออิเต้ไม่คิดจะทำอะไร อิอสรพิษไทเฮาก้อมีอำนาจมากล้นซะจิงเป็นแค่แม่เลี้ยง แต่อิเต้ก้อปล่อยผ่าน คงให้นางตายก่อนก้อดีจะได้หมดทุกข์สักที

    อินจัดไม่ชอบอิเต้ที่ชอบปล่อยอสรพิษมาทำร้ายนาง ยิ่งอิไทเฮายิ่งแล้วใหญ่อำนาจมากล้น
    #36
    2