ยอดมงกุฎหงส์ (Rewrite)

ตอนที่ 20 : หยั่งเชิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,215
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 266 ครั้ง
    24 ม.ค. 63

ตอนที่ 20

หยั่งเชิง

 

สุ่ยหม่าอี้เดินตามนางกำนัลอาวุโสของตำหนักอี้คุนกงและคนสนิทของไทเฮา แม่ทัพหนุ่มเดินตามโดยไม่ปริปากถามทั้งยังไม่สนใจท่าทางประจบจนออกนอกหน้าของนางกำนัลอาวุโส เขาเขาปรายสายตาดุดันจนนางล่าถอยไม่ยุ่งกับเขาอีก

เมื่อมาถึงหน้าตำหนักสุ่ยหม่าอี้ก็ยืนรอเจ้าของตำหนักเอ่ยอนุญาต ในระหว่างยืนรอเขาก็มองบรรยากาศรอบๆ นางกำนัลในตำหนักต่างก็ส่งยิ้มเอียงอายให้เขา นางกำนัลตำหนักนี้สวมอาภรณ์สีแดงเข้มสลับแดงอ่อนปักลวดลายเหลียนฮวาคล้ายกัน ตำหนักอี้คุนกงเองก็มีกระถางบัวมากมายคาดว่าคงเป็นบุปผาที่ไทเฮาทรงโปรดปราน

          "เชิญท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ ไทเฮาทรงรออยู่ด้านในแล้ว" อี๋มามาเดิมเดินออกมาบอกด้วยสีหน้ายินดี

          "ข้ารู้แล้ว" สุ่ยหม่าอี้เอ่ยเสียงเรียบ

          ภายในตำหนักกว้างโอ่อ่าสมฐานะไทเฮา ตกแต่งด้วยเครื่องเรือนเรียบง่ายทว่ามีค่าควรเมือง ภายในตำหนักมีกลิ่นกำยานและกลิ่นธูปหอมอบอวลจนเขาต้องย่นจมูกเล็กน้อย ตอนแรกนั้นกลิ่นหอมแต่พอผ่านไปสักครู่กลับฉุนแสบจมูก

          "มาแล้วหรือ" เสียงสตรีสูงวัยเอ่ยอย่างยินดี ก่อนจะเพยิดใบหน้าไล่นางกำนัลออกไป "...หากข้าไม่เรียกหาก็ไม่ต้องเข้ามา" เมื่อนางกำนัลออกไปหมดแล้วผู้สูงศักดิ์ก็เดินเข้ามาใกล้ร่างสูง แววตาเอ็นดูถูกส่งมาให้เช่นเคย มือเหี่ยวยกขึ้นลูบใบหน้าหล่อเหลาแผ่วเบา


 "ถวายพระพรไทเฮา ทรงพระสำราญดีหรือไม่พะย่ะค่ะ" น้ำเสียงราบเรียบของบุรุษตรงหน้าทำให้มือเหี่ยวเอื้อมไปประคองใบหน้าหล่อเหลาชะงักและจ้องมองอยู่เพียงครู่

          "ข้าสบายดี...แล้วเจ้าเล่า ไปอยู่ชายแดนตั้งห้าปีคงลำบากไม่น้อย" หนิงไทเฮาจูงมือกร้านไปนั่งในที่ที่จัดเตรียมไว้ ทั้งรินน้ำชาให้อย่างใจดีอีกทั้งยังมีขนมสองสามอย่างที่อีกฝ่ายโปรดปราน และรินชากลิ่นหอมกรุ่นให้

          "ไม่ลำบากเลยพะย่ะค่ะ เพราะเป็นหน้าที่ของกระหม่อมอยู่แล้ว" สุ่ยหม่าอี้ตอบเสียงหนักแน่น และก็มสายตามองต่ำ คำพูดของเขาทำให้ผู้เป็นไทเฮาถึงกับถอนหายใจยาวเหยียด

          "ที่จริงเจ้าควรจะเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นมีหน้ามีตา มีอำนาจในราชสำนักมากกว่าการออกไปลำบากเสี่ยงตายเช่นนั้น...หากเจ้าปรารถนาข้าจะมอบให้เจ้า ขอแค่เจ้าเอ่ย" สุ่ยหม่าอี้เงยหน้าสบพระพักตร์ก่อนจะเอ่ย

          "อย่าทรงทำเช่นนั้นเลยพะย่ะค่ะ กระหม่อมสุขสบายดี...ได้ข่าวว่าฮองเฮาความจำยังไม่เป็นปกติ" เขาเปลี่ยนเรื่อง

          "ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ... ข้าจะรอดูว่านังเด็กคนนี้จะชูคอไปจนถึงเมื่อใด ตอนนี้สุ่ยเสียนเฟยก็ตั้งครรภ์แล้วด้วย...นั่นเป็นสิ่งที่ข้ากังวล" ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นเล็กน้อย คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน

          "พระสนมตั้งครรภ์แล้ว...." เขาเอ่ยเสียงเบา "...เป็นเรื่องน่ายินดียิ่งพ่ะย่ะค่ะ" สุ่ยมี่หลันเป็นน้องสาวที่เขาไม่ได้สนิทสนม ก่อนเข้าวังนางเคยมาขอร้องให้พี่ชายเช่นเขาสนับสนุนนางอยู่หลายครั้ง ทว่าเขาก็ไม่ได้ตอบรับและไม่ได้ลงมือทำสิ่งใดเพื่อนาง เมื่อเห็นนางพาตัวเองมาถึงจุดนี้ก็อดนับถือความพยายามไม่ได้ ความโปรดปรานและความสำเร็จของนางนำพาให้บิดาของเขามั่นคงและได้ฐานอำนาจเพิ่มขึ้น

          "น่ายินดี...ฮ่าๆ นั่นสินะ นางเป็นสนมคนเดียวที่ตั้งครรภ์ได้ บุตรในท้องของนางหากเป็นชาย...ตำแหน่งรัชทายาทคงอยู่ไม่ไกล เพราะเช่นนั้นข้าถึงกังวล หากทารกเป็นเพศชาย...”

          “ไทเฮาจะทรงทำสิ่งใดอีกพะย่ะค่ะ...เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว กระหม่อมไม่อยากให้ผู้ใดต้อง...” เสียงห้าวชะงักเมื่อได้ยินเสียงวางถ้วยชาเสียงดัง

          “ยังไม่พอ...เพราะทุกอย่างพึ่งเริ่มต้น เจ้าไม่ควรใจอ่อน แต่ก็เอาเถิด...ทำตามที่ข้าบอกก็แล้วกัน” หนิงไทเฮายกชาขึ้นจิบก่อนจะวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา "เอาล่ะ...เจ้าพึ่งกลับมาถึงคงจะเหนื่อยมากแล้ว กลับไปพักผ่อนเถิด และข้าฝากชานี่ไปให้บิดาของเจ้าด้วย" ห่อกระดาษสีน้ำตาลถูกส่งให้สุ่ยหม่าอี้ และเขาก็รับมาถือไว้ก่อนจะค้อมศีรษะลง

          "ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ" เขาลุกขึ้น

          "หากว่างก็เข้ามาคุยเล่นเป็นเพื่อนข้าบ้าง...แม้ไม่ใช่เรื่องงานข้าก็อยากให้เจ้ามา" น้ำเสียงที่อ่อนลงทำให้แววตาดุดันของสุ่ยหม่าอี้อ่อนแสงลงเช่นกัน

          "พะย่ะค่ะ"

         

หนิงไทเฮามองตามร่างสูงองอาจและยิ้มตาม เมื่อลับร่างสูงแล้วจึงเรียกนางกำนัลคนสนิทเข้ามา เพื่อถามไถ่เรื่องนางกำนัลตำนักฉู่   หนิงอวี้ที่ถูกลอบสังหาร

"กราบทูลไทเฮา ตอนนี้ฮองเฮามิได้ทรงออกหน้าสืบเรื่องการตายของนางกำนัลเพคะ เห็นว่าพระนางไปกราบทูลให้ฝ่าบาทเป็นผู้จัดการด้วย" อี๋มามา รีบเข้ามารายงาน

          "นังเด็กคนนี้!...อำนาจของฝ่ายในเป็นของฮองเฮา แล้วเหตุใดจึงผลักภาระไปให้ฝ่าบาท บังอาจเกินไปแล้ว นางลืมไปแล้วหรือว่านางเป็นผู้กุมอำนาจฝ่ายใน ทำเช่นนี้มิใช่ว่ากำลังทำผิดกฎเสียเองหรอกหรือ" หนิงไทเฮาเอ่ยอย่างโกรธเกรี้ยว

          "นางเป็นผู้พบศพเองเพคะ...และดูเหมือนว่านางจะได้หลักฐานบางอย่าง" อี๋มามาเอ่ยด้วยสีหน้ามีกังวล

          "หลักฐาน? นางพบหลักฐานอะไร" หนิงไทเฮาชะงักเล็กน้อยและขมวดคิ้วอย่างคิดหนัก ทำงานกันอย่างไรถึงได้ทิ้งหลักฐานเอาไว้ น้ำเสียงโกรธเกรี้ยวของผู้เป็นนายทำให้อี๋มามารีบคุกเข้าเพราะรู้ดีว่ายามโกรธหนิงไทเฮาเป็นเช่นไร

          "แต่ยังไม่มีผู้ใดทราบว่าหลักฐานชิ้นนั้นคือสิ่งใดเพคะ เห็นว่านางห่อมันไว้อย่างมิดชิดและเก็บมันไว้กับตัว"

          “แล้วคนของเราปล่อยให้นางได้หลักฐานไปได้อย่างไร...หากนางนำหลักฐานไปให้ฝ่าบาท...” หนิงไทเฮาเม้มปากแน่น "เตรียมเกี้ยว...ข้าจะไปพบฮองเฮา"

          "ไทเฮา..." อี๋มามารั้งไว้

          "ข้าจะไปดูท่าทีของนางเท่านั้น"


 

 

ฉู่หนิงอวี้เมื่อกลับมาถึงตำหนักก็ไล่นางกำนัลทุกคนออกไป นางต้องการสมาธิเพื่อทบทวนความรู้สึกประหลาดที่วูบขึ้นมาภายในใจหลังจากพบกับแม่ทัพสุ่ย

เหตุใดท่าทาง แววตาของเขานางถึงได้คุ้นเคยนัก ความรู้สึกโหยหาทั้งโกรธเคืองที่ผุดขึ้นในใจของนางเมื่อครู่คือสิ่งใด หรือว่านางกับเขาเคยรู้จักกันอย่างที่ฮ่องเต้ตรัส

ท่าทีของเขาเองก็แสดงออกว่ารู้จักนางมาก่อน แววตาเช่นนั้นมิใช่รู้จักเพียงผิวเผินแน่ แต่เหตุใดต้องกลบเกลื่อนว่าไม่เคยพบนางมาก่อน

แม้จะบอกว่าไม่อยากรื้อคืนความทรงจำ ทว่าความอยากรู้กลับมีมากกว่า ความแค้นความโกรธที่เกิดขึ้นมาทันทีที่ได้พบหน้าเขา ความรู้สึกบางอย่างที่คล้ายถูกผนึกเอาไว้คือสิ่งใด คล้ายมีบางอย่างที่นางต้องทำ...แล้วสิ่งนั้นคืออะไร!

          "ฮองเฮาเพคะ...ไทเฮาเสด็จมาเพคะ" ร่างบางที่นั่งครุ่นคิดชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของเหมยลี่ก่อนจะรีบลุกขึ้น

          "รีบเชิญเสด็จเร็วเข้า" ฉู่หนิงอวี้รีบเดินออกไปในทันที ในขณะที่หนิงไทเฮาก็เดินเข้ามาพอดี นางเงยหน้ามองอีกฝ่ายเบ้กน้อยก่อนจะย่อกายคำนับ

          "ถวายพระพรไทเฮา" นางย่อกายคำนับ


 

"นั่งลง" เสียงเรียบเย็นจากหนิงไทเฮาไม่ได้ทำให้ฉู่หนิงอวี้ตกใจหรือหวาดกลัว เพราะนางเคยชินกับน้ำเสียงเช่นนี้ของอีกฝ่าย ถ้าหาก หนิงไทเฮาพูดอ่อนโยนกับนางวันใดคงเป็นวันที่นางต้องตกใจให้มาก

          "ขอบพระทัยเพคะ" นางนั่งลงและเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะสบเข้ากับแววตาเย็นชาและเกลียดชังนางอย่างเห็นได้ชัด ทว่ามีหรือฉู่ หนิงอวี้จะเก็บมาใส่ใจ แม้สิ่งที่คนคิดมิใช่น้ำเสียงที่แสดงออกมาทว่าทางทางต่างหากที่บอกความรู้สึกนั้น "ไทเฮาเสด็จมาถึงที่นี่มีสิ่งใดให้หม่อมฉันรับใช้หรือเพคะ"

          "เฮอะ! คนของเจ้าตายทั้งคนยังมานั่งใจเย็นอยู่ได้...นี่เจ้าไม่รู้สึกสิ่งใดบ้างเลยหรือฮองเฮา" ใบหน้างามยังเรียบเฉยก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่ได้มท่าทีโกรธเคืองใดๆ ทั้งที่อีกฝ่ายพูดจากระทบเช่นนั้น

          "ชีวิตคนทุกคนย่อมมีค่า ทุกคนย่อมรักตัวกลัวตายเพคะ...หม่อมฉันเป็นผู้ปกครองวังหลังแม้จะไม่ฟูมฟายกับการจากไปของพวกนาง ทว่าหนึ่งชีวิตที่เสียไปย่อมไม่สูญเปล่า" รอยยิ้มเย็นผุดขึ้นตรงมุมปาก แววตาของฉู่หนิงอวี้ทำให้หนิงไทเฮาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะจิ๊ปาก

          "ทวงความยุติธรรมให้คนที่ตาย ฮ่าๆ ฮองเฮาช่างเอ่ยได้น่าขัน หากฮองเฉาอยากทวงความยุติธรรมจริงเหตุใดจึงให้ฝ่าบาทต้องมายุ่งเรื่องของฝ่ายใน....หรือว่าคนของกองตรวจสอบด้อยความสามารถกัน"

          กองตรวจสอบนั้นขึ้นตรงต่อฮองเฮาเพียงผู้เดียว มีหน้าที่ตรวจสอบและสอบสวนฝ่ายในทั้งหมดของนางกำนัล ส่วนขันที่เป็นฝ่ายหน้าขึ้นดับฮ่องเต้โดยตรงเช่นกัน แม้หนิงไทเฮาจะมีตำแหน่งสูงที่สุดในฝ่ายใน ทว่าอำนาจสั่งการทั้งหมดล้วนอยู้ในมือของฮองเฮาผู้ถือตราประทับหงส์เท่านั้น

          "แม้เรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นเรื่องที่เกิดจากฝ่ายใน...ทว่านางกำนัลที่ตายนั้นตายผิดธรรมชาติ และเป็นที่สะเทือนขวัญ หากฝ่าบาทเป็นผู้จัดการด้วยพระองค์เองคงเรียกขวัญกำลังใจกลับคืนมาไม่น้อย หรือไทเฮาคิดว่าการตายเช่นนี้เป็นเรื่องปกติเพคะ..." ฉู่หนิงอวี้ก็ไม่ได้เอ่ยรายละเอียดใดๆ ออกไป เพราะรู้ดีว่าหนิงไทเฮาเพียงเสด็จมาดูทีท่าของนางว่าสืบสาวเรื่องราวได้เท่าใดแล้ว แน่นอนว่าคนลงมือย่อมอยู่ไม่ไกลตัวนางนัก คนที่จะล่อนางกำนัลผู้นั้นออกไปได้ต่างหากที่น่าสงสัย ต้องเป็นคนที่คุ้นเคยกับนางกำนัลอย่างดีถึงจะล่ออีกฝ่ายไปในที่ที่ตนต้องการได้

          "ข้าคิดว่าเรื่องอัปมงคลทั้งหมดล้วนเกิดจากเจ้า...เป็นฮองเฮามาถึงห้าปีกลับไร้ฤกษ์ยาม ปล่อยให้สนมตั้งครรภ์ก่อน เจ้าไม่รู้หรือว่านอกวังเขานินทาเจ้าว่าอะไร... เจ้าไม่รู้สึกรู้สา ไม่สนใจทั้งยังหน้าด้านหน้าทนเกินไปแล้ว" แววตาเย็นชาของฉู่หนิงอวี้ช้อนขึ้นมองเล็กน้อย ใบหน้างามยังนิ่งสงบเช่นเดิม หากเป็นผู้อื่นคงได้ต่อปากต่อคำไปแล้ว ทว่าฉู่หนิงอวี้กลับไม่นำมาใส่ใจ

          "หม่อมฉันนั้นโง่เขลา ไม่เข้าใจในสิ่งที่ไทเฮาตรัสเพคะ" หนิงไทเฮาเบิกตาขึ้นเล็กน้อย พยายามข่มความโกรธจนพระหัตถ์ทั้งสองสั่น

          "เจ้ายังไม่รู้ความผิดตัวเองอีกหรือ...ขนาดฤกษ์ถวายตัวยังไม่มีแล้วเช่นนี้จะมีรัชทายาทได้อย่างไร เจ้าเป็นสตรีที่ไร้คุณสมบัติอย่างยิ่ง"


 

"หม่อมฉันยังไม่รู้ว่าหม่อมฉันกระทำผิดเรื่องใดเพคะ...ส่วนฤกษ์ยามนั้นก็คงแล้วแต่สวรรค์กำหนด เพราะตอนนี้สวรรค์ได้กำหนดให้หม่อมฉันเป็นผู้ครองตำหนักเฟิ่งกงและถือตรากงส์เอาไว้...หนิงไทเฮาคิดว่ามีสนมนางใดเหมาะสมกว่าหม่อมฉันหรือเพคะ...อ้อ... หรือว่าทรงต้องการอยากให้หม่อมฉันเลื่อนขั้นให้สุ่ยเสียนเฟย...ไทเฮาทรงต้องการเช่นนั้นจริงๆ หรือ" แววตาเย็นชาคล้ายรู้ทันทำให้ผู้เป็นไทเฮาชะงักนิ่งอ้าปากค้างอย่างเจ็บใจ

          "นี่เจ้า...บังอาจเกินไปแล้ว" หนิงไทเฮาลุกขึ้น และพยายามเก็บอารมณ์และตั้งสติ

          "หม่อมฉันต้องขอประทานอภัยหากพูดสิ่งใดเหลวไหลหรือทำให้ไทเฮาไม่พอพระทัย...ความผิดที่ไทเฮาตรัสมาเมื่อครู่หม่อมฉันมิอาจรับเอาไว้เพคะ" ฉู่หนิงอวี้ค้อมหัวเล็กน้อยคล้ายจะขออภัย ทว่าท่าทางเย็นชาเรียบนิ่งที่แสดงออกมานั้นกลับตรงกันข้าม

          "ฮึ!" หนิงไทเฮาจนด้วยคำพูด สะบัดพระพักตร์ไปอีกทางก่อนจะเดินออกไป

          เมื่อพ้นเขตตำหนักเฟิ่งกงจึงหันมาหานางกำนัลคนสนิท ที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ด้านหลัง

          "นังเด็กคนนี้!"

          "ไทเฮาจะทรงทำเช่นใดต่อไปเพคะ...หากฝ่าบาทเป็นผู้จัดการเองเกรงว่า..." อี๋มามารั้งคำพูดเอาไว้


 

"ไม่เป็นไรหรอก...นางเองก็ยังไม่มีหลักฐานอะไรข่าวที่ว่านางพบหลักฐานคงเป็นเพียงข่าวลวง คนอย่างฉู่หนิงอวี้หากมีหลักฐานในมือแล้วไม่คิดทำสิ่งใดเลยเกรงว่าจะไม่ใช่ และข้ามั่นใจว่าฝ่าบาทเองก็ยังไม่มีหลักฐานเช่นกัน"

          "แต่ว่านาง...."

          "นางก็เย็นชาเช่นนั้นหากนางได้หลักฐานมาบ้างจะปล่อยให้ข้าด่าเช่นนั่นโดยไม่เผยสิ่งใดเลยนั้นคงจะเป็นคนที่น่ากลัวยิ่ง...สั่งคนของเราให้จับตานางไว้แล้วมารายงานข้า...และอย่าให้เกิดเรื่องผิดพลาดเช่นนี้อีก"

          "เพคะไทเฮา"

          "ไทเฮาเพคะ...ยังมีอีกเรื่องเพคะ"

"เรื่องอะไร"

          "เซียงเจาหรงตัดต้นเหมยหน้าตำหนักแล้วเพคะ...หมายความว่านาง..."

          "ตอบรับข้อเสนอของข้า...” หนิงไทเฮายิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะหันหน้าไปยังตำหนักเฟิ่งหงส์อีกครั้ง “...พรุ่งนี้ข้าจะเข้าเฝ้าฝ่าบาท"


 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 266 ครั้ง

105 ความคิดเห็น

  1. #52 ยาย (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 14:52

    เก็บยายแก่ก่อนเลย เรื่องเยอะดีนัก

    #52
    0
  2. #51 Ma-i (@vryinsoul) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 02:01
    ไทเฮาความลับเยอะแท้
    #51
    0