คัดลอกลิงก์เเล้ว

[OS] Love...Still Remember (KadeSha)

โดย THE DAG

เราแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตนเอง แต่เมื่อวันหนึ่ง เราได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง เราก็ได้รู้ว่า... เราไม่เคยลืมกัน

ยอดวิวรวม

1,787

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,787

ความคิดเห็น


12

คนติดตาม


74
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  27 ต.ค. 61 / 17:21 น.
นิยาย [OS] Love...Still Remember (KadeSha) [OS] Love...Still Remember (KadeSha) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

(L❤️ve...Still Remember)






02/06/2560
เพลง Lust for life ทำให้เกิดไอเดียเขียนวันชอตเรื่องนี้
อยากปีนไปนั่งบนป้ายฮอลลีวูดแบบนางเอกเอ็มวี ไปนั่งโง่ๆทำเอ็มวีบนนั้น..


h a s h

เนื้อเรื่อง อัปเดต 27 ต.ค. 61 / 17:21





การแยกย้ายกันไปตามเส้นทางเดินของชีวิตตนเองในปี 1991 เป็นการแยกทางที่เรียกได้ว่า ลาแล้วลาลับ ก็คงไม่ผิด น้อยคนนักที่จะยังติดต่อกันอยู่ เพราะในสมัยนั้น เทคโนโลยียังไม่ทันสมัยพอที่จะอำนวยต่อการสานสัมพันธ์ขนาดในยุคปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือราคาแพงหูฉี่ คนที่มีพกใช้คือลูกคนรวย ดังนั้นจึงไม่แปลกนัก ที่ทุกคนจะขาดการติดต่อ และหายไปจากชีวิตของกันและกันโดยเหลือเพียงรูปถ่ายในอัลบั้มเก็บไว้เป็นความทรงจำเท่านั้น

ถึงแม้ว่าปัจจุบัน เทคโนโลยีจะพัฒนาไปไกลจนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้มากกว่าแค่ผ่านทางโทรศัพท์แล้ว แต่การรวบรวมสมาชิก LAU รุ่น 16 ในกลุ่มไลน์ก็ไม่ได้ทำให้พวกเรารู้ความเป็นไปในชีวิตของแต่ละคนเท่าไหร่ หรืออาจเป็นเพราะทุกคนล้วนยุ่งอยู่กับชีวิตประจำวันอันแสนวุ่นวายและมีเรื่องปวดหัวให้คิดอยู่ตลอดจนไม่มีเวลาที่จะเสแสร้งทำเป็นสนใจแชทกลุ่มที่มีเพียงสติ้กเกอร์อรุณสวัสดิ์ที่ส่งมาในตอนเช้า



การ์ดเชิญร่วมงานคืนสู้เหย้าถูกวางอยู่บนโต๊ะไม้โดยมีแจกันวางทับขอบไว้เพื่อกันไม่ให้ลมที่พัดผ่านหน้าต่างที่เปิดไว้พัดมันปลิวตกหล่นไปไหน แต่ถึงมันจะถูกพัดตกจากโต๊ะ หรือใครบางคนในบ้านหยิบมันไปทิ้งถังขยะ ก็ไม่ได้ทำให้ตารางเวลาของผู้เป็นเจ้าของการ์ดเปลี่ยนไป...

การได้รับการ์ดเชิญไปร่วมงานคืนสู่เหย้าไม่ใช่สิ่งที่เคธคุ้นเคย

เป็นครั้งแรกในรอบยี่สิบสองปี ที่สมาชิก LAU รุ่น 16 นัดรวมตัวกันจัดงานคืนสู่เหย้า สถานที่จัดงานคือโรงเรียนที่ สำหรับเคธแล้ว คือสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ ที่ที่เธอได้เรียนรู้อะไรมากมาย ทั้งความรู้ที่ได้จากหนังสือ จากโปรเฟสเซอร์ จากหน้าจอโปรเจคเตอร์ และความรัก...จากใครบางคน

เธอนึกถึงการ์ดที่อยู่ในบ้าน สงสัยว่าตนเองนำมันไปวางไว้ตรงไหน

เคธมองผ่านหน้าต่างรถออกไป เห็นประตูอาคารอเนกประสงค์สีฟ้าคุ้นตา จำได้ว่าเมื่อตอนงานพรอม เธอทิ้งรอยอ้วกเปรอะไปทั่วบานประตู คิดแล้วก็ได้แต่หัวเราะออกมา

เพราะประตูที่อยู่ทางฝั่งของเอ็ดมันด์ จอดติดกับกำแพงมากเกินไป ทำให้เขาออกโดยใช้ประตูบานนั้นไม่ได้ รอยยิ้มของเธอจางหายไป ขณะที่รีบเปิดประตู ก้าวลงจากรถโดยมีเขาเร่งเร้าอย่างไม่สบอารมณ์

เคธก้าวขายาวผ่านประตูมาโดยทิ้งเอ็ดมันด์ไว้กับรถยนต์ซึ่งเธอมั่นใจว่า เขาต้องไม่ชอบใจแน่ๆที่เธอทำแบบนั้น

รอยยิ้มของเพื่อนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะลงชื่อร่วมงาน สร้างความรู้สึกคิดถึงในอกของเคธที่ไม่รู้ว่าตนเองพูดอะไรออกไปบ้าง มันก็แพทเทิ่ลเดิมๆเหมือนกับหุ่นยนต์ที่มีคำสั่งอัตโนมัติที่ถูกป้อนให้กับระบบ สวัสดี เธอเป็นยังไงบ้าง ลูกๆของพวกเธอเรียบจบหรือยัง พวกเขาเป็นยังไง แต่เธอรู้ว่าเธอกำลังจ้องมองรายละเอียดบนใบหน้าเหล่านั้น ใบหน้าที่กำลังยิ้มต้อนรับเธอ

หลังจากที่นั่งลงที่โต๊ะตัวหนึ่งที่ถูกจัดไว้เพื่อเธอและสามี บรรดาไฮโซในรุ่นคนอื่นๆที่ถูกจัดให้นั่งโต๊ะเดียวกันทำให้เคธอดรู้สึกสงสัยไม่ได้ว่า เอ็ดมันด์ได้ยุ่งกับลิสต์รายชื่อแขกที่นั่งร่วมโต๊ะกับเธอหรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ซึ่งเคธมั่นใจ เธอจะยิ่งรู้สึกไม่พอใจเขามากกว่าเดิม เธอลุกขึ้นยืน ขอตัวไปนั่งกับเพื่อนกลุ่มที่เคยสนิทด้วย

ที่เรียกว่า เพื่อนที่เคยสนิทด้วย เป็นการใช้คำที่ถูกต้องแล้ว บางคนใบหน้าและรูปร่างเหมือนเดิมทุกอย่าง บางคนเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือทุกคน รวมถึงตัวเธอเองเคธไม่แน่ใจว่าข้างใน ทุกคนยังเป็นคนเดิมเหมือนตอนที่เราเคยรู้จักกันหรือเปล่า ทุกคนโตขึ้น โดยเหลือความเป็นเด็กในสมัยปี 90 ไว้มากน้อยไม่เท่ากัน บรรยากาศและความรู้สึกที่ส่งออกมาผ่านบทสนทนาสัมผัสได้ว่าไม่เหมือนเดิม

แม้ว่าเราจะพูดคุยกันเหมือนกับสนิทสนม แต่มันก็แค่ เหมือนจะเท่านั้น มีบางอย่างที่กั้นระหว่างเรา บางอย่างที่มองไม่เห็นด้วยตา เส้นบางๆที่เรียกว่า ความห่างเหิน แต่ทุกคนทำเหมือนกับว่ามันไม่มีอยู่ตรงนั้น แม้ว่าทุกคนจะสัมผัสมันได้

มันทำให้เคธผิดหวังนิดหน่อย แต่ไม่มากนัก เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็ชีวิตในสิบห้าปีหลังของเธอน่ะ เธอพบเจอพวกใส่หน้ากากทุกวัน การมาที่งานคืนสู่เหย้าในครั้งนี้ ใจหนึ่งของเธอหวังว่าจะได้พบความรู้สึกเก่าๆ ความรู้สึกคิดถึง และรอยยิ้มของเพื่อนๆ อยากรู้ความเป็นไป แต่จริงๆแล้ว เธอไม่ได้หวังอะไรมากไปกว่าการได้เห็นหน้าพวกเขา แค่นั้นเธอก็รู้สึกดีแล้วล่ะ

สำหรับเคธ มันเป็นบรรยากาศที่ดีกว่าการใส่หน้ากากพูดคุยกับพวกที่ใส่หน้ากากหนาๆมากโข ถึงแม้ว่าทุกคนจะต่างรู้สึกถึงกลิ่นของความห่างเหินที่ปิดบังไม่มิด แต่นั่นเป็นเพราะระยะเวลาที่ผ่านไปหลายปีเป็นตัวการหลักที่ทำให้พวกเรารู้สึกอย่างนั้น บางคนก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด พวกเขาบางคนก็ให้ความรู้สึกที่คุ้นเคย เหมือนเดิมเสียจนเคธอดที่จะจ้องมองนานๆไม่ได้

ดวงตาคู่สวยสีน้ำตาลอ่อนเคลื่อนมาสบกับเธอ เคธกระพริบตาทันทีเพราะอีกคนรู้ตัวแล้วว่าถูกมอง และมันเป็นการมองที่นานเกินไปด้วยสิ

แต่สายตาที่เธอเห็นเมื่อครู่ ในแก้วตาคู่นั้น ที่มองมาที่เธอเพียงแค่แว้บเดียวเท่านั้น เพราะเธอหันหนีแก้วตาคู่นั้นไปก่อน ทำให้เธอเผลอคิดว่าบางทีหล่อนอาจจะไม่ได้หันมามองเพราะรู้ว่าถูกจ้อง แต่บางทีหล่อนอาจจะหันมาเพื่อมองเธอเช่นกัน




มาช่าไม่ได้ยินสิ่งที่สามีของเธอคุยกับเธอมาเป็นเวลาหลายนาที เธอเรียนรู้ที่จะชัตดาวน์หูตัวเองเวลาที่ต้องฟังเขาพล่ามนานๆ ตาของเธอจับจ้องอยู่ที่ผู้หญิงคนหนึ่งไม่วางตา  

วินาทีที่หล่อนก้าวเท้าเข้ามาในห้อง มาช่าเห็นภาพของผู้หญิงวัยรุ่นเอเชียตัวสูง หุ่นเพรียว ในคาร์ดิแกนสีน้ำตาลมะฮอกกานีกับกางเกงยีนส์ซ้อนทับหล่อน แต่ในความเป็นจริงแล้วหล่อนอยู่ในชุดราตรีสีครีม หล่อนไม่ได้เป็นเอเชียเด็กใหม่ที่เธอเข้าไปหาเรื่อง เพราะวันนี้เธอเองก็ไม่ได้อยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวสกรีนหน้าของร็อคสตาร์กับกางเกงยีนส์ขาสั้นกุด แต่อยู่ในชุดราตรี และหล่อนไม่ได้เดินเข้ามาในห้องคนเดียวเหมือนในวันนั้น ข้างๆหล่อนเป็นผู้ชายหน้าตาดีที่หน้าของเขามักจะปรากฏอยู่บนหนังสือพิมพ์ของเมือง

มาช่าไม่ได้ตื่นเต้นกับการรวมตัวครั้งนี้เท่าไหร่ เธอเบื่อคนมาก เพราะว่าครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวใหญ่ ลุงกับป้าของสามีย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ส่วนญาติคนอื่นๆก็ขยันแวะเวียนมาเยี่ยมที่บ้านบ่อยๆ หลานๆก็ชอบมาดูโทรทัศน์ที่บ้านของเธอ เล่นกับลูกชายของเธอเสียงดังมากจนเพื่อนข้างบ้านโวยวายหลายครั้ง

เธอคิดว่างานคืนสู่เหย้าคือการนำคนแปลกหน้าหลายๆคนที่ เคย รู้จักกันมาเจอกันและพูดคุยกัน เธอคิดแบบนั้นจนกระทั่งเห็นหล่อนเดินเข้ามาน่ะแหละ

หล่อนไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับเธอ... อย่างน้อยเธอก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นอยู่

เห็นว่าหล่อนเดินมานั่งลงที่โต๊ะตัวเดียวกันทำเอาเธอเซอร์ไพรส์และต้องแกล้งทำเป็นสนใจอย่างอื่นแทน เสียงของจอร์จดังขึ้นอีกครั้งในโสตประสาท เธอหันกลับไปส่งยิ้มให้กับเขา พยักหน้าเออออราวกับว่าเธอเข้าใจว่าเขากำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่

มาช่าและเคธยิ้มให้กัน แต่ไม่ได้พูดคุยกันเพราะนั่งอยู่ไกลกัน บทสนทนาหลายเรื่องที่ยากจะจับประเด็น ถูกแบ่งย่อยจนกลายเป็นว่ามีหลายวงสนทนาอยู่ในโต๊ะกลมตัวหนึ่ง เคธพูดคุยกับเพื่อนที่อยู่ข้างๆ ในขณะที่มาช่านั่งเงียบๆ ฟังคนอื่นๆคุย แลกเปลี่ยนเรื่องราวในชีวิตให้กันฟัง เธอทำเป็นสนใจอาหารตรงหน้า พูดคุยกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆเธอที่ไม่ใช่จอร์จ รวมถึงเพื่อนๆบางคนในโต๊ะที่ถามคำถามกับเธอ เธอหัวเราะแต่หางตาเหลือบมองที่เคธอยู่เรื่อย

มันเป็นช่วงที่มีคนถามเธอถึงเรื่องชีวิตแต่งงานของเธอกับจอร์จว่าไปเที่ยวครั้งล่าสุดที่ไหน และจอร์จลุกไปเข้าห้องน้ำพอดี เธอรู้สึกดีที่เขาไม่อยู่ตรงนั้น เพราะเธอเบื่อชีวิตคู่ของเธอในตอนนี้ และลูกๆ และทุกๆอย่างที่วุ่นวาย เธอแค่อยากปิดปาก อยู่เงียบๆ จิบแชมเปญ และฟังคนอื่นๆคุยกันเท่านั้น เธอเลยตอบแค่ว่าจำไม่ได้ แล้วหาเรื่องมาเปลี่ยนเรื่องคุย เธอเลือกคุยเรื่องวีรกรรมแผลงๆตอนสมัยเรียนแทน

พอหัวข้อของบทสนทนาเกี่ยวกับเรื่องสนุกในอดีตถูกยกขึ้นมา กลายเป็นว่าวงสนทนาที่มีหลายวงเมื่อครู่ถูกยุบรวมกลายเป็นเหลือวงเดียวภายในเวลาอันสั้น ดวงตาของทุกคนเปล่งประกาย รอยยิ้มเปี่ยมเต็มหน้า เสียงหัวเราะดังลั่นรอบโต๊ะ เหมือนกับวงสนทนาของเด็กๆ

พอได้คุยถึงเรื่องในอดีต ความห่างเหิน ความเก้อเขิน และความประหม่าต่างๆก็ถูกปัดเป่าไปพร้อมกับจานอาหารชุดแรกที่บริกรมาเก็บไป ทุกคนดูรีแล็กซ์ ทิ้งความเป็นผู้ใหญ่ เป็นตัวเองในวัยเด็กมากขึ้น ห่างไกลกับคำว่าคนแปลกหน้าอย่างที่เธอเห็นพวกเขาเป็นในตอนแรก

มาช่าเหลือบไปมองคนที่ไม่พูดไม่จามาได้สักพัก แอบตกใจไม่น้อยที่ประสานสายตาเข้ากับหล่อนพอดิบพอดี หล่อนกระพริบตา ก่อนจะหันหนีเธอไปอีกทางภายในเสี้ยววินาที

มุมปากของมาช่ายกขึ้นเล็กน้อยกับอาการที่เธอเห็น





มือของเอ็ดมันด์วางอยู่บนเอวของเคธโดยที่ฝ่ายหญิงไม่ได้เต็มใจเท่าไหร่ เช่นเดียวกับฝ่ายชายที่ภายใต้รอยยิ้มเต็มไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

“ทำไมวันนี้คุณดูหงุดหงิดจัง ยิ้มหน่อยได้มั้ย เราอยู่ต่อหน้าคนเยอะแยะนะ”

“ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ ขอโทษด้วยแล้วกันนะคะที่ไม่ได้ช่วยคุณเรียกคะแนนเสียงจากเพื่อนๆของฉัน”

งานคืนสู่เหย้า ใช่ที่จะมาหาคะแนนเสียงลงเลือกตั้งงั้นหรอ

“อย่าให้ฉันต้องเฟคกับเพื่อนๆของฉันเลยค่ะ ทุกวันนี้ฉันก็จะมีหน้าเดียวอยู่แล้ว วันนี้ให้ฉันได้พักบ้างเถอะ”

“ผมไม่ได้บอกให้คุณเฟคเลยนะ แค่บอกว่าให้ทำตัวดีๆ อย่าหน้าบอกบุญไม่รับแบบนี้ แล้วตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ผมบังคับให้คุณทำงานน่ะ ถึงเรียกร้องต้องการจะพักผ่อน” เสียงของเขาแข็งและเย็นชา เคธไม่ตอบโต้อะไรนอกจากแค่พ่นลมหายใจออกมาแรงๆ เธอเลือกที่จะเงียบและเต้นรำต่อไป

 

มาช่ามองเคธเต้นรำกับสามี เธอรักใบหน้าคมของเคธ รักเสียงหัวเราะของหล่อน เสียงหัวเราะของเคธ...มันทำให้เธอสงสัย อยากรู้ว่าทำไม อะไรกันที่ทำให้หล่อนมีสีหน้าบูดบึ้งแบบนั้น อยากรู้เบื้องหลังของสิ่งที่เห็น... ทั้งๆที่ก็รู้ว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับเธอเลยสักนิด

มุขตลกโง่ๆของจอร์จถึงจะน่าเบื่อแต่ก็เรียกรอยยิ้มของมาช่าได้เสมอ เขาช่างน่ารัก และซื่อ และอารมณ์ดีทั้งวัน นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่เธอรักในตัวเขา เธอเลิกมองเคธชั่วครู่กลับมามองที่สามีของตนเอง หัวเราะให้กับมุขนั้น

มาช่าละสายตาจากชายตรงหน้าไปที่ด้านหลังของเขา

 

เคธมองไปข้างหน้า เธอเห็นผู้หญิงที่สวยและดูมีความสุข... สาวลูกครึ่งไทย-เยอรมันผิวขาว ที่มีดวงตาหวาน และรอยยิ้มหวานระบายอยู่บนใบหน้า ได้ยินเสียงหัวเราะใสดังแว่วๆมาถึงหู

สายตาแบบนั้น จากดวงตาคู่นั้น...เคยเป็นเธอที่ได้รับ แต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกแล้ว

รู้สึกใจโหวงๆแปลกๆ เสียดาย... และเผลอเปรียบเทียบคู่รักตรงหน้ากับคู่ของตนเองแล้วก็ได้แต่สลดใจ พวกเขาดูมีความสุข ในขณะที่เธออารมณ์ไม่ดีและรู้สึกเหนื่อยเกินกว่าจะปั้นยิ้มที่ดูไม่เฟคออกมาได้

 

สายตาของพวกเธอประสานกันและหยุดนิ่งเป็นเวลาชั่วขณะหนึ่ง ที่พอจะทำให้หัวใจสองดวงรู้สึกแปลกๆ


เคธหยุดเต้นรำ บอกกับเอ็ดมันด์ว่าเธอจะไปเติมเครื่องสำอางในห้องน้ำ ก่อนหมุนตัวขวับและเดินออกจากห้องจัดงานเลี้ยงไป ผ่านห้องน้ำ ตรงไปที่สนามหญ้าด้านนอก

เธอลูบต้นแขนตนเองเบาๆเพราะลมเย็นที่ปะทะ อยากจะหาที่นั่งสักที่ ขาของเธอพาร่างเดินอย่างใจลอยผ่านรั้วลวดตาข่ายมาหยุดที่สระน้ำของโรงเรียน ที่ที่สมัยเรียนเธอชอบมานั่งเล่นกับหล่อน

เธอถอดรองเท้าส้นสูงที่บีบเท้าเธอจนเจ็บออก เดินขึ้นไปบนสปริงบอร์ด เซซ้ายเซขวาเล็กน้อยจนรู้สึกอยากจะฉีกชุดราตรีรัดรูปนี่ทิ้ง ถ้าไม่ติดว่ามันแพงมาก และขี้เกียจตอบคำถามของเอ็ดมันด์

เธอนั่งลงที่ปลายของสปริงบอร์ด เท้าของเธอจุ่มลงไปในน้ำ มันเย็นและทำให้เธอรู้สึกสงบลง

ร่างสูงสะดุ้ง ใครบางคนเดินขึ้นสปริงบอร์ดมาหยุดอยู่ข้างหลังเธอ เป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนที่เธอคิด แต่เธอไม่คิดว่าหล่อนจะตามเธอออกมา

“ขอนั่งด้วยคนสิ”

“เอาสิ” เคธตอบหล่อนไป หัวใจเหมือนเต้นช้าลง ขณะที่หล่อนทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ

“เอานี่มั้ย” มาช่าส่งกระป๋องเบียร์ให้เคธ เคธรับไว้ เปิดกระดกอึกๆลงคอ มาช่าเปิดกระป๋องของตนและดื่มบ้าง เธอปล่อยเสียง อ้าส์ ออกมาเหมือนในโฆษณาเครื่องดื่มโคคาโคล่า

เคธหัวเราะ บอกว่ามันเป็นเบียร์ไม่ใช่โคคาโคล่า มาช่าหัวเราะเช่นกัน และทั้งคู่ก็เงียบไปครู่หนึ่ง

“เธอกับจอร์จ” เคธพูดขึ้น “ดูเหมาะสมกันดีนะ” นั่นเป็นประโยคที่เธอควรจะพูดกับพวกเขาในวันแต่งงาน—ซึ่งเธอไม่ได้ไป เคธเอ่ยต่อ “ดูมีความสุขดีน่ะ.. ฉันเห็นเธอหัวเราะเสียงดังเชียว”

“อืม ก็ไม่ได้สุขอะไรขนาดนั้นหรอก... แล้วเธอเป็นอะไรหรอ สีหน้าดูไม่ดีเลย”

“ไม่มีอะไรหรอก แค่ทะเลาะกับเอ็ดมันด์นิดหน่อยน่ะ เป็นเรื่องปกติของเราสองคน”

“อยากระบายให้ใครสักคนฟังรึเปล่า” มาช่าถาม หันไปหยิบเบียร์แพคที่แกะแล้วขึ้นมาโชว์ให้อีกคนดู “มีพอทั้งคืนเลยล่ะ”

สิ่งที่มาช่าติดมาด้วยช่วยได้ดีในการพูด มันทำให้พวกเธอหลงลืมไปว่าไม่ได้เจอกันมายี่สิบสองปีแล้ว

“เขาทำเหมือนฉันเป็นสิ่งของที่เอาไว้อวดคนอื่นๆ ฉันอายุเท่านี้แล้ว แต่ต้องขยันออกกำลังกายหนักกว่าสาวๆเพื่อหุ่นเฟิร์มๆ ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่ก็เพื่อเขาน่ะแหละ เราต้องดูเพอร์เฟ็ค เขาชอบพูดอย่างนั้น ฉันล่ะเกลียดประโยคนี้เป็นบ้า” เคธกระแทกเสียงที่ท้ายประโยคเน้นหนักที่คำว่า เกลียด เป็นพิเศษ

“ฟังดูน่าเชื่ออยู่ว่าเธอเกลียดมัน” มาช่าหัวเราะ

“แล้วรู้มั้ย ไอชุดนี่น่ะ” เคธกระแทกกระป๋องเบียร์ลงบนสปริงบอร์ด “ก็เขาน่ะแหละเลือก เขาอยากจะโชว์หุ่นของฉันน่ะ”

พูดถึงหุ่นมาช่าก็เผลอมองหุ่นอีกคน ชุดสีครีมราคาแพงนี่มีเทส และดูเหมาะกับเคธมาก กระโปรงผ่าสูงเห็นขาเรียว เกาะอกก็ดูเหมือนจะโป๊แต่ก็ไม่ ...หล่อนมีเยอะขึ้นกว่าเมื่อก่อนพอตัวเลยแฮะ คงเป็นเพราะมีลูกสินะ

เคธรู้สึกร้อนวูบวาบเพราะเห็นสายตาของอีกคนที่มองมาอย่างโจ่งแจ้งอย่างนั้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลหรือเปล่า เธอเบี่ยงตัวหลบสายตาของหล่อน

มาช่ารู้สึกเขินขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกพอเห็นกิริยาของอีกคน อยากหยิกตัวเองแรงๆที่ไปจ้องเขาแบบนั้น

“จริงๆแล้วก็ไม่ใช่เธอคนเดียวหรอกนะที่เบื่อกับชีวิตทุกวันนี้น่ะ” มาช่าพูดขึ้นทำลายบรรยากาศกระอักกระอ่วน “ฉันเองก็เบื่อกับครอบครัวเหมือนกัน เบื่อลูก เบื่อสามี เบื่อญาติๆ อยากอยู่คนเดียว”

“ทำไมงั้นล่ะ เขาดูเทคแคร์เธอดีออก”

“ก็ใช่ เขาดี แต่...” มาช่าเงียบไป เธอจิบเบียร์อีกอึกก่อนพูดต่อ “จริงๆแล้ว ฉันแต่งงานกับจอร์จเพราะว่าเขาเป็นผู้ชายที่ดี ที่เป็นผู้นำครอบครัวได้ เขาเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของฉัน เป็นเพื่อนที่ฉันรักมาก... ตอนนั้นฉันแค่อยากจะสร้างครอบครัว อยากมีลูก และจอร์จลงตัวกับบทบาทพ่อพอดี”

“เธอจะบอกว่า เธอไม่ได้รักเขาหรอ”

“รักสิ แต่มันไม่ใช่รักอย่างที่ฉันเคยรักเธอ”

“..........”  

“คือ ไม่รู้สิ มันไม่ใช่แบบนั้น แต่ฉันก็รักเขานะ แบบเพื่อนสนิทและสามี”

“อ่อ...อย่างนั้นหรอ”

“แล้วเธอล่ะ รักเขามั้ย” มาช่าเป็นฝ่ายถามบ้าง

“รัก”

“...”

“ไม่แน่ใจว่ายังรักอยู่มั้ย แต่น่าจะเหลือน้อยมากแล้ว” เธอพูดต่อ ยกมือขึ้นสูงก่อนคว่ำกระป๋องเบียร์ลง อ้าปากรองรับของเหลวที่เหลืออยู่นิดหน่อย “ก็คงจะเหลือประมาณนี้แหละ”

ทั้งคู่นั่งพิงกันท่ามกลางความเงียบ มองดูดวงจันทร์ที่คืนนี้กลมสวยและลูกใหญ่ มือของมาช่าที่วางอยู่บนสปริงบอร์ดเคลื่อนไปเกาะที่เอวของเคธ รู้สึกอยากปลอบประโลมหล่อนจากชีวิตอันเส็งเคร็งที่มีดีก็ตรงแค่มีกินมีใช้อย่างสบาย แต่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในปราสาทน้ำแข็ง

เคธค่อยๆทิ้งศีรษะลงบนไหล่ของมาช่า รู้สึกอุ่นใจ และคิดถึงหล่อนมากจนอยากให้หล่อนโอบเธอแน่นกว่านี้  

ตอนที่ได้ยินจากปากหล่อนว่า ไม่ได้รักสามีอย่างที่เคยรักเธอ มันทั้งรู้สึกดีและเจ็บปวดไปด้วยกัน มันรู้สึกดีไปหมด โลกสว่างสดใสขึ้นมาทันตา แต่เจ็บปวดตรงที่มันเป็นแค่ เคยนั่นล่ะ 

มันเป็นอดีตไปแล้ว เธอรู้ตัวดี

มันทำให้เธอรู้สึกทั้งอุ่นและหนาว แต่มันทำให้เธอต้องการหล่อน

มาช่ารู้สึกจั๊กจี้กับลมหายใจร้อนๆที่เป่ารดต้นคอของเธอเป็นจังหวะ ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่รู้สึกเหมือนมันทำให้คอของเธอร้อนขึ้นเรื่อยๆ คิดถึงจัง... ยัยตัวสูงที่ชอบทำตัวแรดน่าตีคนนั้น และเธอก็เป็นนายพรานที่ปราบแรดพยศตัวนั้นได้

ไม่น่าเชื่อว่าแรดสาวที่เคยถึกขนาดวิ่งผ่านทุ่งซาแวนนาห์ได้ภายในคืนเดียว มาตอนชรากินเบียร์แค่นี้ทำมาเป็นจะหลับ คอพับคออ่อนแบบนี้

มาช่าลูบผมที่ดัดลอนมาอย่างดีของเคธเล่น อีกคนยกมือขึ้นเกาศีรษะทำให้ที่ติดผมรูปกุหลาบหล่นลงน้ำ เจ้าของของมันตาโตด้วยความตกใจ รีบก้มตัวจะหยิบมันขึ้นมา แต่เพราะสปริงบอร์ดอยู่สูงเหนือกว่าน้ำพอสมควร เธอเลยเอื้อมไม่ถึง และมือที่พยายามจะคว้าที่ติดผมนั่นก็ยิ่งแต่ทำให้มันลอยออกไปไกลจากฝั่งมากขึ้น

“ไม่นะ...โธ่!” 

มาช่าปล่อยมือจากเอวของเคธ เธอเขยิบลงจากสปริงบอร์ด ร่างของเธอหล่นลงไปในน้ำ ว่ายไปคว้าดอกกุหลาบกลับมาให้คนที่นั่งอยู่บนสปริงบอร์ด ไม่รู้ว่าทำไมเธอจะต้องยอมเปียกเพื่อเก็บนี่ให้หล่อนด้วย อยากให้หล่อนประทับใจหรือยังไง ทำตัวเป็นเด็กไฮสคูลไปได้

เคธทั้งรู้สึกประหลาดใจและประทับใจ เธอรับดอกกุหลาบมาก่อนช่วยดึงตัวหล่อนขึ้นจากสระ

มาช่าบรรจงติดดอกกุหลาบบนผมของอีกคน เคธเงยหน้าขึ้น สบตากันและกัน บรรยากาศและอดีตที่มีชีวิตอยู่ตรงหน้าทำให้ทั้งคู่เผลอคิดถึงเรื่องเดียวกันขึ้นมา...พวกเธอจำได้แต่ไม่ได้มีใครพูดออกมาสักคำเกี่ยวกับตอนที่พวกเธอมีเซ็กซ์กันที่นี่เป็นครั้งแรก ในสระน้ำนั่น 

ตอนนั้นมาช่าท้าให้เคธลองจูบเธอ และทำให้หล่อนค้นพบว่าหล่อนไม่ได้ชอบแต่ผู้ชาย หรือบางทีเคธอาจจะชอบแต่ผู้ชายจริงๆ แต่มีแค่มาช่าคนเดียวที่เป็นข้อยกเว้น

ตอนนี้มันเหมือนมีแรงดึงดูดมหาศาลระหว่างพวกเธอ มันดึงดูดให้มากกว่าแค่สายตาที่ประสานกันยาวนาน แต่คราวนี้เป็นริมฝีปากด้วย ชุดราตรีที่เปียกไปครึ่งกับชุดราตรีรัดรูปถูกแหวก ดึงทึ้งอย่างบ้าคลั่ง ทั้งสองจูบกันจนแทบจะกลิ้งตกลงไปในสระ รู้สึกร้อนและหนาวในขณะเดียวกัน

ที่ร้อนเพราะมันช่างรู้สึกดีราวกับฝัน บวกกับมีความรู้สึกผิดบางอย่างในใจลึกๆที่กระตุ้นให้พวกเธอยิ่งรู้สึกตื่นเต้นกับการแลกลิ้นอันเร่าร้อนมากยิ่งขึ้น ส่วนที่หนาวเพราะได้ยินเสียงนาฬิกาตีดังขึ้นเป็นเว้นระยะเท่าๆกัน ขัดจังหวะ ดึงสติของพวกเธอกลับมา ทำให้นึกขึ้นได้ว่ามีคนรออยู่ที่งาน และพวกเธออยู่ที่นี่นานเกินไปแล้ว พวกเขาอาจออกมาตามแล้วเจอพวกเธอได้


ทำให้นึกขึ้นได้ว่านี่คือปี 2013 ไม่ใช่ 1991


ไม่ใช่ตอนนั้น ไม่ใช่ความจริง เป็นเพียงอดีต และความฝันที่สวยงามมากจนพวกเธอไม่อยากตื่น


ทำให้นึกขึ้นได้ว่า ค่ำคืนนี้จะต้องจบลง


“พอเถอะ...” เคธไม่อยากเชื่อว่าเธอจะทำลายสิ่งที่รู้สึกดีที่สุดในหลายปีลงด้วยคำพูดเพียงสองคำ แต่เธอต้องทำ...เธอต้องทำ “เราอย่าทำอย่างนี้เลยนะ เราไม่ควร..

มาช่าหยุดมือที่เกาะกุมหน้าอกของอีกคน เข้าใจดีถึงเหตุผลที่หล่อนบอกให้เธอหยุด ทั้งๆที่ตัวหล่อนเองก็กำลังมีความสุขจนตัวลอยขึ้นไปอยู่บนป้ายฮอลลีวูดเช่นเดียวกับเธอ เธอเข้าใจดี...

มาช่ารู้ว่านี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่ได้สบตากับหล่อนอย่างเนิ่นนานเช่นนี้ นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของการได้ใกล้ชิดกัน และถ้ามันจะเป็นอย่างนั้น เธอก็อยากจะ..

ร่างของเธอถูกอีกคนรวบไปกอดก่อนที่เธอจะได้ทำมัน รอยยิ้มและน้ำตาค่อยๆปรากฏบนใบหน้าของมาช่า เธอนอนกอดคนใต้ร่างด้วยความคิดถึง...  ความเคยรัก...  และ...ยังรัก


.

.


.

LAU รุ่น 16 ถ่ายรูปกันก่อนแยกย้ายกันกลับเพื่อเป็นที่ระลึก เป็นการถ่ายรูปรวมรุ่น เฉพาะคนในรุ่นเท่านั้น ดังนั้นบรรดาครอบครัวจึงไม่นับรวมด้วย เคธกับมาช่ายืนอยู่แถวหลัง ริมสุดเคียงคู่กัน พวกเธอกุมมือกันและกันไว้ แต่กล้องจับภาพได้แค่ใบหน้าของพวกเธอเท่านั้น แต่ทุกครั้งที่ดูรูป เชื่อสิว่าพวกเธอจะยังจำความรู้สึกของมืออุ่นนั้นได้ไม่มีวันลืม 


.

.


พวกเธอพบ และแยกจาก ภายในหนึ่งคืน...หนึ่งคืนที่ได้ย้อนนึกถึงความฝันที่เคยวาดไว้


ความบ้าบิ่นในสมัยยังเลือดร้อน...


มิตรภาพในวันวาน..


ความรักที่ยังคงอยู่ในความทรงจำ...


.

.


และตัวเองก่อนที่จะก้าวข้ามสะพานสู่โลกของผู้ใหญ่

.

.


Tonight is not forever


The past is gone, don't leave with it


I know...but I do want to live with it like forever






ผลงานอื่นๆ ของ THE DAG

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

12 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 14:53
    เห็นด้วยมากๆที่บอกว่าตัวเองเหมือนคนเรียนจบแล้วและอายุเยอะ 555 ในเลขห้ามีน้ำตาซ่อนอยู่ เพราะเป็นผู้ใหญ่จึงต้องเจ็บปวดมากกว่าการหกล้มร้องไห้
    เราเห็นหน้าCate Blanchett ในแครอลลอยมาตอนที่ไรท์บรรยายถึงอาการของมาช่าบนโต๊ะอาหาร ความเก็บอาการ ความใช้หางตามองอยู่เรื่อยๆ ความยิ้มมุมปาก เฮ้ยย แครอลลอ่ะ แครอลมาเลย
    อีกอย่างที่ชอบมากๆคือ ครส เมื่อเล่าถึงวีรกรรมสมัยเรียน อ่านแล้วอินมากกับตรงนี้ แปลกดีที่ความเป็นผู้ใหญ่มันมักจะมาพร้อมความห่างเหินอ่ะ ทั้งๆที่เราก็ยังเป็นคนเดิม เพื่อนก็เพื่อนคนเดิม แต่พอโตแล้วดันไม่สนิทเหมือนเดิม ก็ตลกดี
    ที่อินมากที่สุดคือช่วงท้าย ตั้งแต่ที่ผลัดกันพูดถึงสามีจนจบ โหย แกกกกกกกกกก อ่านไปแล้วต้องหยุด นี่มันชีวิตกรู 5555 นตจล ถึงบอกว่าเลขห้ามีน้ำตาซ่อนอยู่นั่นแหละ แปลว่านี่สามารถเอาชีวิตตัวเองมาแต่งนิยายได้ถูกมะ 555
    อบอุ่น เศร้าแล้วก็รู้สึกดีไปพร้อมๆกันค่ะ ไม่สะดุดตรงไหนเลย มีความฝรั่งมาก แล้วนี่ชอบอ่านงานแปลอยู่แล้ว ยังแอบรู้สึกว่าฟิคเรื่องนี้ดีกว่างานแปลบางเล่มซะอีก เขียนแบบนี้ออกมาบ่อยๆสิ เค้าชอบบบ ฮรือออ
    ปล.เวอร์ซาเช่...ยังอยู่ใช่มั้ยคะ เรายังรออยู่นะ 5555
    #12
    1
    • 9 มิถุนายน 2560 / 22:47
      เห็นหน้าเคทหรอ เออได้จริงด้วย 0.0 ฮึ๊ย ชอบๆๆๆ >< 5555 ดีใจที่เห็นภาพเป็นประมาณนั้น ชอบอารมณ์การแอบมองกันไปกันมามาก
      อือ จริงๆ นี่ก็รู้สึกงั้นแหละ เลยไม่ค่อยอินกับการรวมรุ่นอะไรงี้ ไม่ชอบ รู้สึกเฟคๆ 555
      5555555555555555555 โอ๊ย โอ๋ในความ 'ในเลขห้ามีน้ำตาซ่อนอยู่' นะเจ้ //เอาไปแต่งได้แน่อะ 5555
      ขอบคุณมากคับ บอกตามตรงนี่คงแต่งแบบวันชอตได้ แต่ยาวๆนี่สไตล์นี้เหนื่อยแน่ๆอะ เขียนแบบนี้ มันเค้นอารมณ์เยอะอะ ช่วงแรกๆมีแต่บรรยายความนึกคิดหมดเลย
      ปล.อยู่ภายในใจ เก็บไว้ในหลืบ รอไปก่อน้า5555
      #12-1
  2. #11 chaleejub
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 00:12
    คือมันเศร้า มันมีความสุข มันจะร้องไห้ มันสับสน หลากหลายอารมณ์ เพียงแค่ได้พบกันถึงจะไม่นาน แต่มันก็สร้างความทรงจำที่ทำให้มีความสุขได้เวลานึกถึง
    #11
    1
    • 6 มิถุนายน 2560 / 14:26
      เท่านั้นก็ดีแล้วเนาะ ;-;
      #11-1
  3. #10 patchy_zz (@patchy_zz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 20:33
    ฟิคนี้ทำเค้าร้องไห้ง่าา..ความรักที่มันเป็นไปไม่ได้มันช่างทรมานจิงๆ /เศร้าาา..ขอบคุณไรท์ที่ทำฟิคดีๆให้เราอ่านเสมอ
    #10
    1
    • #10-1 The Dag (@TheDag) (จากตอนที่ 1)
      6 มิถุนายน 2560 / 14:25
      ขอบคุณที่ติดตามเช่นกันค่ะ
      #10-1
  4. วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 16:45
    ถึงมันจะเศร้าแต่เราว่ามันเป็นความเศร้าที่ดีอะ งงมะ 55555

    เค้ากลับมาเจอกันในวันที่เติบโตขึ้น และต่างคนต่างมีพันธะอยู่กับตัวกันแล้ว แต่ความรู้สึกดีๆที่เคยมีให้กันตอนเด็กๆ มันไม่เคยหายไปจากใจของทั้งสองคนเลย มันแค่ถูกเก็บไว้ในมุมๆนึงที่ไม่มีใครเห็น

    จนพอมาพบกัน ซีนนั่งคุยที่สปริงบอร์ดก็เหมือนเป็นโลกของเค้าสองคนอะ แสดงความรักที่ถูกเก็บซ่อนไว้ ให้อีกคนได้รู้ว่ามันยังอยู่นะ ไม่ได้จืดจางไปเลย การที่เราต่างแต่งงานไป ไม่ได้หมายความว่าเราไม่รักคุณแล้ว

    แต่พอถึงเวลาที่ต้องกลับสู่โลกความจริง ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ความรู้สึกรักก็ถูกเก็บไว้ในมุมเดิม โดยต่างคนต่างรู้กันว่า เรายังรักกันอยู่นะ แค่รักกันอยู่ในใจแค่นั้นเอง

    เราคิดลึกซึ้งไปมั้ยคะ 55555

    ปล. The Dag ได้เรื่องใหม่แล้ว เรายังต่อเรื่องเก่าไม่ได้เลย เฮ้อออออ
    #9
    1
    • 2 มิถุนายน 2560 / 20:07
      อื้อ เป็นความเศร้าที่ดีจริงๆค่ะ
      เข้าใจถูกแล้วค่ะ สิ่งที่ต้องการจะสื่อคืออย่างนี้เลย เราเขียนเสร็จเรารู้สึกว่าเราแก่อะ จริงๆนะ 5555 ไม่รู้สิคะ มันเกือบจะเป็นความรู้สึกของเราทั้งหมดเลยที่เขียนลงไปน่ะ

      เรื่องนี้คืออย่างที่บอกในทอล์กเลยค่ะ เราดูเอ็มวีเพลงแล้วดันอยากแต่งฟิคเพื่อรับเพลงนี้ ก็เลยต้องรีบคิดรีบปั่น เดี๋ยวหมดไฟ แล้วยังมีเรื่องอื่นรออยู่ด้วย - -" /ขยันหางานให้ตัวเองมั้ยล่ะ 55
      คุณมายาวีก็สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ จะรออ่านนะคะ
      #9-1
  5. #8 Cerry_smurfs (@c_baifern) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 14:24
    เห้ยยย ดีอะ มันเป็นความนักที่หน่วงๆๆ มีความเศร้า ชอบฉากสระน้ำอะ...แต่สปริงบอร์ดมันนั่งได้สองคนเลยหรอไรท์ 5555555 ล้อเล่นนน ชอบมากตรงที่พี่ช่าอยู่ในน้ำแล้วคุฯเมทิเขาอยู่ข้างบนคือมัน...เขินนนน><><>< ชอบๆๆๆๆๆๆ เปิดเพลงไปอ่านไปได้อารมณ์มากกกกก *****ไปค่ะ ไปเดินบนป้ายฮอลิวูดกันนนนนนนนน*****
    #8
    2
    • #8-1 The Dag (@TheDag) (จากตอนที่ 1)
      2 มิถุนายน 2560 / 15:58
      นั่งได้ดิ มันยาวนะ สามคนก็นั่งได้
      ปะ ไปปีนให้ตำรวจแอลเอจับกัน 5555
      #8-1
    • #8-2 Cerry_smurfs (@c_baifern) (จากตอนที่ 1)
      2 มิถุนายน 2560 / 17:14
      ตำรวจไม่จับเพราะเราจะใช้ผ้าคุมล่องหน 555555
      #8-2
  6. วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 14:02
    ความหน่วงนี้ ฮือออออออออ //เนื้อเรื่องหน่วงแล้ว เราจะไม่เศร้า มะ ไม่ร้อง ฮือออออออออออ //กลับบ้านไปต้องมีใครสักคนที่ท้องแน่ๆ 55555 //เขาสองคนไม่ใช่ปลากัดดดดดดดด!! //โดนไรท์กระโดดทีบขาคู่ จากนั้นก็กระชากหัวโขกกับผนัง 
    #7
    1
    • 2 มิถุนายน 2560 / 15:57
      เราไม่โหดชนาดน้านน 5555
      #7-1
  7. #6 osh_94x (@osh_94x) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 05:48
    โอ้ยไรท์ มันแบบ มันจะหน่วงๆแบบไม่หน่อย รักกันนะ แต่ไม่ได้เป็นของกันและกัน โซเวรี่แซดเว่อร์ง่ะ
    #6
    1
    • #6-1 The Dag (@TheDag) (จากตอนที่ 1)
      2 มิถุนายน 2560 / 12:36
      ความรัหกับความจริงสวนทางกัน ;-;
      #6-1
  8. วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 03:39
    เศร้าอ่ะ โคตรเจ็บแบบรักกันแต่อยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว เหมือนเส้นขนานที่บังเอิญได้มาใกล้กันอีกครั้ง แต่กลับมาร่วมทางกันไม่ได้ ได้แต่มองกันและกัน เห็นอีกฝ่ายมีความสุขกับเส้นทางของเขาก็พอแล้ว ชีวิตมันไม่เคยง่ายเลยจริงๆ ????
    #5
    1
    • 2 มิถุนายน 2560 / 04:04
      เดี๋ยวจะไปนอนแล้วมาอ่านใหม่อีกที ต้องให้มันลืมๆไปก่อน ฟีลจะได้เหมือนรีดอ่าน แต่ดีใจอ่า ยูอ่านแล้วอิน เศร้า ดีใจไม่รวบรัดเกินไป เย่ะ
      #5-1
  9. #4 osh_94x (@osh_94x) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 20:54
    โอ้ยยย ไรท์คะ ไม่ว่าจะเรื่องไหนยังไงเรื่องสั้นเรื่องยาว ไรท์ก็บรรยายและมีพล็อตที่ดีมากๆตลอด รักกๆๆ มาต่อที่เหลือไวๆนะคะ รีดเป็นกำลังใจให้!
    #4
    1
    • #4-1 The Dag (@TheDag) (จากตอนที่ 1)
      1 มิถุนายน 2560 / 23:57
      ขอบคุณนะคะ เขิลเลยย <3
      #4-1
  10. วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 19:44
    รอส่วนที่เหลือนร้าคร้า คือมันดีอะ
    #3
    1
    • 1 มิถุนายน 2560 / 23:58
      ขอบคุณค่า รอแป๊บนึงน้า
      #3-1
  11. วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 18:44
    หูยยยยยยยยย คุณเมทิค่ะ จะหลบตาทำไม จ้องสู้สิ เอาให้ท้องกันไปข้าง 5555 //รอ %ที่เหลือค่ะ ( ˘ ³˘)❤
    #2
    1
    • 1 มิถุนายน 2560 / 23:58
      เมทิสปีชีส์ปลากัดงี้อ่อ 5555555
      #2-1
  12. วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 02:38
    รอเลยค่ะ อร๊ายยยยย มาในวันครบรอบ1เดือนพอดีเบย อิอิ >< // สุขสันต์วัน kadeshaday ค่ะ( ˘ ³˘)❤
    #1
    1
    • 1 มิถุนายน 2560 / 02:43
      ขุ่นพระ ตีสองครึ่งมีรีดยังอยู่ด้วยหรอคะ 55555 สวัสดีคนกลางคืน พวกเราสอง (เราว่าจะไปฉีกซองเลย์กินแล้วนอน) น่ารักจังเลยค่ะมาเม้นให้เราตั้งแต่เปิดเรื่องไปแป๊บเดียว แอบตกใจ 55 กอดด

      วันนี้วัน KadeShaday หรอคะ ' ' อ้าว พอดีเลย เราไม่รู้ง่ะ 555555 บังเอิญจัง

      สุขสันต์วัน KadeShaDay เช่นกันนะค้า ^3^
      #1-1