[Laflora X Conan] เถ้าธุลี - Ashes

ตอนที่ 13 : [The Arc] Chapter 10 : ณ สำนักงานตำรวจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    4 ก.ย. 62

Chapter 10ณ สำนักงานตำรวจ

 

 


04 มกราคม 2013

สถานที่ :อเมริกา,หมู่บ้านในนอร์ทดาโคตา

 

ชินเฮย์รู้สึกจุกเจ็บเสียดไปทั่วร่างกายเล็กของเธอ ใบหน้าของเธอนั้นกำลังฝังอยู่กับแขนขวาที่ชาและแสบในเวลาเดียวกัน เธอกระพริบตาเมื่อรับรู้ได้ว่าตัวเองต้องเคลื่อนที่ ใบหน้านวลเงยขึ้นจากแขนค่อยๆยันตัวขึ้น แขนของเธอสั่นถม ความเจ็บนั้นเหมือนกระแสไฟฟ้าโจมดีไปทั่วร่าง ในที่สุดเธอก็ยันขายืนขึ้นได้สักที ต้องขอบคุณแผ่นหิมะที่เป็นเหมือนหมอนกันกระแทกให้เธอทำให้เธออาการไม่สาหัส เธอมองเจ้าของกระบะที่หายใจรวยริน มือเล็กปาดเลือดออกจากมุมปากทำให้หลังมือขาวกลายเป็นสีหยาดโลหิต เธออ้อมมือข้ามกระจกที่แตกไปปลดล๊อครถ เธอกระชากประตูรถเปิด คลานเข้าไปดูอาการชายคนนั้นที่หมดสติ 

ดวงตาสีม่วงเบิกกว้าง เธอร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด เคลื่อนย้ายไปเปิดประตูฝั่งคนขับแทน เธออ้อมตัวรถและกระชากผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋าเสื้อ บนหัวชายแปลกหน้าคนนี้มีปากแผลใหซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดจากการถูกกระจกบาด เธอเหยียบบันไดข้างรถขึ้นไปให้อยู่ระดับเดียวกับชายคนนั้นทาบผ้าเช็ดหน้าสะอาดบนปากแผล มือเล็กพยายามออกแรงกด 

เลือดข้นชุ่มผ้าแต่เด็กสาวกลับไม่รู้สึกรังเกียจเลยแม้แต่น้อย ทว่ารู้สึกเป็นห่วงมากกว่าเดิม เธอกระชากโทรศัพท์ของชายรถกระบะออกมาจากช่องข้างเบาะ เสียงของเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิกกำลังถามไถ่และโวยวาย “แยกไฟแดง ถนนไมล์เบิร์ก มีคนเจ็บเสี่ยงพิการทางสมองอยู่หนึ่งคนค่ะ!” เธอตะโกนเข้าไปในโทรศัพท์ ชายที่กำลังตะโกนบอกเจ้าหน้าที่ให้จับสัญญาณโทรศัพท์ชะงักและพูดกับเธอ

“หนูพูดใหม่อีกครั้งสิ!

 “แยกไฟแดง ถนนไมล์เบิร์ก มีคนเจ็บเสี่ยงพิการทางสมองอยู่หนึ่งคนค่ะ!” เธอพูดซ้ำเมื่อกี้เป๊ะๆ ฟังเสียงเจ้าหน้าที่หันไปบอกให้มุ่งรถพยาบาลมาที่จุดเกิดเหตุ เธอปล่อยให้สายค้างเอาไว้เพื่อเหตุอะไรเขาจะได้พูดกับเธอ 

เธอวางโทรศัพท์ไว้ตรงที่วางอย่างไม่สนใจมากนัก แล้วสนใจกับการกดแผลชายตรงหน้าต่อ เลือดเขาไหลไม่หยุดเลย เด็กสาวกัดฟันและออกแรงกดมากขึ้น ใจของเธอเต้นกระหน่ำทั้งหวาดกลัว เธอพยายามปัดความทรงจำแล้วร้ายต่างๆออกไป ภาพพ่อแม่เธอตายมันทำให้เธอหมดสมาธิและอารมณ์แปรปรวน เธอพ่นหายใจทางปากออกมาและตั้งใจให้เที่ยงตรง 

เธอพึ่งสังเกตว่าชายคนนี้เป็นคนเอเชียไม่ใช่คนอเมริกัน ผิวออกเข้ม ดูเป็นคนมั่งคั่งร่ำรวยดูจากออร่าที่แผ่ออกมา แถมยังมีหนวดและดูอายุมากพอประมาณที่จะเป็นลุงของเธอได้ แต่ทำไมเขาดูหน้าคุ้นๆแปลกๆ? เธอไม่ควรมาสนใจเรื่องแบบนี้ตอนนี้ เธอสะบัดไล่ความฟุ้งซ่านออกไป

เกือบสิบนาทีกว่ารถพยาบาลจะมาถึง เธอแทบขอบคุณพระเจ้าเมื่อแสงไฟสัญญาณสีแดงเข้ามาใกล้ ชายพยาบาลสามสี่คนกระโดดรุจเร่งมาหาเธอและผู้บาดเจ็บอีกคน อีกคันตามมมาติดจอดเทียบด้านหลังคันแรก

“หนูดูอาการเขาแล้วค่ะ มีปากแผลที่ศีรษะแต่ไม่มั่นใจว่ากะโหลกแตกหรือเปล่าเลยทำได้แค่กดแผลให้” พยาบาลคนแรกที่มาถึงตัวพวกเขาพยักหน้า ชินเฮย์ถอนผ้าเช็ดหน้าของตัวเองออกและเดินไปหาคนที่สาม พยาบาลหนุ่มพยุงเธอมาทำแผลที่รถคันที่สอง ดวงตาสีม่วงมองชายในรถกระบะถูกยกขึ้นรถพยาบาลคันแรกที่รีบออกตัวไปโรงพยาบาล 

“ซี๊ด...” เธอข่มตาลงระบายความเจ็บ ยาเย็นนั้นทำให้เธอรู้สึกแสบเข่ามาก “ตำรวจกำลังมาใช่ไหมคะ?” พยาบาลที่กำลังทำแผลให้เธอพยักหน้าให้ “ใช่ครับ คงภายในสิบนาที” เธอเผลอกระชากขาออกเมื่อยาตัวใหม่ถูกป้ายลงเข่าเธอ

ปากเล็กๆแบะออกพยายามไม่ดื้อกับพยาบาลหนุ่ม เธออยากจะร้องไห้เสียจริง มันแสบมาก!ยาที่ใช้ทาปากที่มุมปากเธอยิ่งแย่ รสชาติยามันเข้าปากเธอและมันยอดของยอดแย่!ขมมาก!“อี๊” เธอร้องออกมาเมื่อรสชาติยามันกระจายไปทั่วปากคอเธอ

ชายที่กำลังปฐมพยาบาลให้เธอขำกับใบหน้าของเธอที่เปลี่ยนไปตามยาที่ใช้รักษา อีกสามคนที่มาด้วยกันก็แอบขำอยู่ไม่ห่าง เพราะเขาไม่มีหน้าที่อะไรเลยทำได้แค่ช่วยจัดยาให้เด็กสาวที่มีอาการแค่แขนขาถลอก ตัวช่ำอีกไม่กี่จุดและแผลเล็กที่มุมปากที่น่าจะเกิดจากฟันเธอกัดมันเข้า

เสียงหวอของรถตำรวจทำให้ทั้งห้าที่อยู่กันที่รถพยาบาลเงยหน้าขึ้นมามอง เด็กสาวมองเจ้าหน้าที่สองคนลงมาจากรถตำรวจ และหนึ่งจากรถลากที่มาพร้อมกัน สองคนแรกเดินเข้ามาหาเธอที่เป็นผู้เสียหายในครั้งนี้

“หนูจะไปโรงพักได้ไหม” เธอพยักหน้าให้เจ้าหน้าที่สาวที่ค้อมตัวมาเพื่อกุมมือเธอ 

“รบกวนอะไรหน่อยได้ไหมคะ? พี่สาว” เธอช้อนตาอ้อนตำรวจสาว

“ได้จ้ะ” 

“รบกวนให้ใครเอากระเป๋าสะพายหนูที่ตกอยู่ตรงนั้นให้ทีค่ะ” เธอชี้กระเป๋าสะพายของตัวเองที่เปื้อนฝุ่นอยู่ไม่ไกลจักรยานที่หยับเหยินตรงล้อหน้าแต่ข้างหลังยังอยู่ในสภาพดี กระเป่าสะพายสีดำของเธอนั้นอยู่ในสภาพไร้รอยขีดข่วนสมกับกระเป่าราคาแพงที่พี่ชูสั่งผลิตให้เธอเป็นพิเศษ มันทำมาจากวัสดุที่เหนี่ยวและแข็งทำให้ของในกระเป๋าปลอดภัยร้อนล้านเปอร์เซ็นต์

เจ้าหน้าที่ตำรวจสาวยิ้มหวานให้เธอ ก่อนจะตีหน้าเข้มสั่งคนที่มาด้วยกันให้ไปหยิบกระเป๋าให้เธอ สองมาตรฐานสุดๆเจ้าหน้าที่ชายที่อยู่รองเจ้าหน้าที่สาวแทบอยากร้องไห้ พูดกับเด็กเสียงหวานเชียว พูดกับเราอย่างกับจะเชือดเขามองรุ่นพี่สาวพยุงเด็กสาวขึ้นรถอย่างทะนุดถนอมตาละห้อยแล้วเดินตามไปวางกระเป่าสะพายของผู้เคราะห์ร้ายไว้เบาะข้างๆเธอ หลังจากนั้นเขาก็ไปนั่งหน้ากับรุ่นพี่ที่ขึ้นขับ 

ชินเฮย์มองแววตาของเจ้าหน้าที่ชายด้วยสายตากรุ่มกริ่มราวกับว่าอ่านสายตาของเขาที่ทอดมองรุ่นพี่สาวของเขาออก เธอยิ้มเจ้าเล่ห์กับตัวเองเมื่อเห็นเรื่องสนุกๆกำลังเกิดขึ้นตรงหน้าเธอ “หนูมีพาสท์พอร์ตติดตัวหรือเปล่า?” 

ตำรวจหนุ่มมองเธอผ่านเงาสะท้อนกระจกมองหลัง เธอพยักหน้าก่อนจะหยิบมันออกมาจากกระเป๋าสะพายพร้อมกับบัตรประชาชนปลอมที่เธอพกมาด้วย “นี้ค่ะ” ชายหนุ่มชาวอเมริกันรับสองอย่างมาจากเด็กสาว “หนูสะดวกให้พวกฉันเรียกหนูว่าอะไร” 

“ซากิค่ะ” เธอมองออกนอกตัวรถที่กำลังเคลื่อนที่ไปทางเดียวกับบริษัทคาริสม่า ระหว่างนั้นเธอรู้สึกง่วงมาก ตาเธอเริ่มปรือปิดตามความเหนื่อยล้าที่มาก ของีบหน่อยแล้วกันเจ้าหน้าที่สองคนที่นั่งข้างหน้ายิ้มเอ็นดูชินเฮย์ที่เหมือนลูกแมวน้อยยามหลับ แสงอาทิตย์ที่กระทบกับใบหน้าเธอทำให้ผิวของเธอดูนวลกระจ่างจนน่าหยิกให้มันแดง น่าจิ้มและจับยืดให้หายหมั่นเขี้ยว เจ้าหน้าที่ชายปลดเข้มขัดออกและโผล่ร่างตัวเองมาประคองให้เด็กสาวนอนราบกับเบาะ ส่วนกระเป๋าของเธอเขาก็ขยับมาไว้ด้านล่างแทน

รถตำรวจแล่นช้าลงเพื่อให้ยืดเวลาให้เด็กสาวได้หลับจนสนิท คนขับซึ่งก็คือเจ้าหน้าที่สาวพยายามขับให้นุ่มนวลที่สุด หนึ่งกิโลเมตรกว่าๆกลับใช้เวลาเกือบยี่สิบนาทีในการถึงจุดหมาย รถตำรวจเทียบเข้าที่จอดรถ เจ้าหน้าที่สาวส่งกระเป๋าสะพายเด็กสาวให้รุ่นน้องเธอ เธอช้อนตัวเด็กสาวขึ้นมาเบาๆระวังไม่ให้เธอตื่นขึ้นมา “เอ๊ะ?” จู่ๆเธอก็ร้องออกมาเมื่อเห็นบางอย่างใต้ขาของเด็กสาว

“อะไรเหรอครับ รุ่นพี่?” 

“มีกระดาษอะไรอยู่ตรงนั้นด้วย” เจ้าหน้าที่สาวใช้สายตามองชี้แทนนิ้ว “หยิบขึ้นมาให้ที อาจจะเป็นของเด็กคนนี้”

“ครับ” กระดาษนั้นมันอยู่คลี่อยู่ค่อนข้างมากทำให้เขาเห็นเนื้อหาในกระดาษ “เอ๊ะ?”​ คราวนี้ต้องเป็นเขาที่ส่งเสียงตกใจออกมา

“อะไรเหรอ?” เสียงห้าวถามเขา “เนื้อหาในกระดาษนะครับ” เขาเอียงกระดาษให้เธอสามารถเห็นได้ กลายเป้นว่าจากหนึ่งก็กลายเป็นสองคนที่ต้องตะลึงกับเนื้อหาในกระดาษ

ในกระดาษนั้นมีภาพวาดของรถสปอร์ตคาร์ราคาสูงสีดำ และภาพของใบหน้าคนขับอยู่ข้างๆ อีกหน้าหนึ่งเป็นรายละเอียดยิบย่อย ยกตัวอย่างเช่น เวลาเกิดเหตุ - 10 : 21 : 43 (Hour/Minute/Second)’และรายละเอียดว่าเหตุเกิดอย่างไรอย่างละเอียด มีเลขทะเบียนด้วย [AX 1348]

“เด็กคนนี้...” เขาพึมพำออกมาเบาๆ “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเด็กคนนี้ทำมันได้อย่างไร แต่ตอนนี้เราได้ข้อมูลครบแล้วก็ควรจะทำหน้าที่ให้เสร็จก่อน” เขาพยักหน้าก่อนจะเดินตามหญิงสาวเข้าตึกทำการของตำรวจ เข้าไปนายและนางตำรวจคนอื่นๆกำลังวุ่นวายกับมื้อเที่ยงของตัวเองเพราะถึงเวลามื้ออาหารของพวกเขาแล้ว สิบเอ็ดโมงเศษๆหลายคนก็เริ่มทานอาหารเที่ยงของตัวเองแล้ว

การปรากฏตัวของสองเจ้าหน้าที่กับเด็กอีกหนึ่งคนทำให้หลายคนหันมามอง แต่สิ่งที่ดึงดุดความสนใจและใบหน้าที่ดูเหมือนอยากกรี๊ดคือใบหน้าพริมหลับของชินเฮย์ต่างหาก เด็กสาวซุกหน้าเข้าหาไออุ่นจากอกของเจ้าหน้าที่สาว หน้านวลนั้นรับมาจากแม่แทบทำให้หลายคนละลาย เสียงกรนเบาๆของเธอนั้นเหมือนของลูกแมว แก้มนวลนั้นก็น่าฟัดน่าหอมให้หายอยาก

จากคนไปกระจุกกันในห้องแยกทานข้าวก็กลายมารวมตัวกันรอบตัวเจ้าหน้าที่ที่อุ้มเด็กสาวมา “อ้าย~” เจ้าหน้าที่หญิงผู้เข้ามาใหม่กุมแก้มเนียนอายพร้อมส่งเสียงวี้ดว้าย ส่วนเจ้าหน้าที่ชายอีกคนก็เอานิ้วจิ้มแก้มเธอเบาๆ เขาทำปากจูเมื่อความนุ่มนิ่มของแก้มมันเกินที่เขาขาดเอาไว้ เขาจิ้มลงแก้มนวลอีกครั้งและมองปลายนิ้วตัวเองเขม็งอย่างกับว่ามันมีอะไรล่ำค่าอยู่ตรงนั้นและต้องหาให้เจอ

ตำรวจสาวไล่ตะเพิดคนที่ล้อมรอบตัวเธอไปไกลๆ จากนั้นก็พาเด็กสาวไปนอนที่โซฟาในห้องรับรองแยก แล้วห่มผ้าให้เด็กสาว เจ้าหน้าที่สาวปิดห้องให้ชินเฮย์นอนอย่างสงบคนเดียว เธอกดปิดไฟและประตูอย่างเงียบที่สุดที่ทำได้ มองเด็กตัวน้อยที่เป็นเพียงเปลือกนอกอย่างเอ็นดูและเดินไปทำงานและตอบคำถามเพื่อนร่วมงาน

“นี้ คริสติน เธอไปลักลูกเต้าใครมาเนี่ย” คริสตินหรือเจ้าหน้าที่สาวที่อุ้มคนตาม่วงมาหน้าบึ้ง มองเพื่อนสาวและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆที่กำลังส่งสายตาคะยั้นคะยอมาให้เธอ เธอไม่รู้สึกกดดันหรอกนะ แต่รำคาญมากกว่า

“บ้านเธอซิ นั้นผู้เสียหายจากคดีรถชนที่พึ่งเกิดสดๆร้อนต่างหากเล่า” 

“ใครมันกล้าชนเด็กแบบนี่เนี่ย อย่าให้รู้นะแม่จะจับเชือดทิ้ง!” ไลล่าพองแก้มกำหมัดแน่น

“อีกไม่นานคงได้รู้” ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลของคริสตินวาวน้ำ จ้องมองเพื่อนอย่างมีเลศนัย 

“ยังไงอะ เรายังไม่รู้เลยว่ารถนั้นเป็นของใคร กล้องวงจรปิดแถวนั้นก็พังไม่มีภาพหลักฐาน แยกนั้นก็ไม่มีใครอาศัยอยู่ไม่มีพยานหรอก เด็กคนนั้นก็หลับอยู่ แล้วยังจะ” คริสตินอุดปากเพื่อนสนิทที่พล่ามมากเกินความอดทนของเธอ

“เด็กคนนั้นทิ้งข้อมูลที่จำเป็นเอาไว้แล้ว” คนที่มุงอยู่เลิกคิ้วตามๆกัน 

“ดูนี้สิ” คริสตินชูและคลี่กระดาษให้ทุกคนเห็นและอย่างที่คิด หลายคนดูตะลึงกับความสามารถในการจดจำและวาดภาพของเด็กสาว ภาพเสมือนที่ถูกวาดในเวลาสั่นแต่กลับดูราวกับงานที่ต้องใช้เวลาเป็นวันเพื่อปรับแต่งให้เข้าที่ “เด็กคนนี้ไม่ใช้คนที่ถูกเลี้ยงมาอย่างธรรมดาเพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้คลาดสายตา เราไม่รู้ว่าเธอเป็นใครและสำคัญต่อใครมากน้อยแค่ไหน”

คนหลายคนอาจจะคิดว่าเธอเป็นลูกหลานเศรษฐีเพราะถูกอบรมมาอย่างดีเกินเด็กทั่วไป แต่ความจริงมันก็ใกล้เคียงอยู่เหมือนกัน พี่ชูคือคนที่ร่ำรวยเงินมาก และอบรมเธอก็ถูกคิมูระสวดมาตั้งแต่ห้าขวบ ไม่ให้ได้ขนาดนี้ให้มันรู้ไป

คริสตินและเจ้าหน้าที่อีกหลายคนใช้ข้อมูลที่อยู่ในกระดาษนั้นมาหาตัวคนร้ายในเวลาอันน้อยนิด สรุปออกมาในหนึ่งชั่วโมงพวกเขาก็ได้ชื่อของคนร้ายหรือเจ้าของรถสปอร์ตที่ชนแล้วหนีไปอย่างง่ายดาย หลายคนต่างช่วยกันยื่นเอกสารทำการจับกุมชายคนนี้ 

“อัก!” ร่างของชายผู้ก่อเหตุถูกแรงผลักชนกำแพงคอนกรีต ตำรวจมากจำนวนรายล้อมอยู่หน้าห้องขังด้วยสีหน้าสะใจระคนดีใจ คริสตินปลดมือที่กอบกุมข้อมือชายคนนี้ทำให้แรงที่กดตัวเขาหายไป “เรากำลังดำเนินคดีและคาดว่าผลการตัดสินโทษของคุณจะออกมาภายในสองวัน ระหว่างนั้นคุณจะต้องอยู่ในนี้และไม่สามารถประกันตัวออกไปได้”

เจ้าหน้าที่หลายคนยิ้มกริ่มเมื่อได้ยินคำพูดของสาวโหดประจำโรงพัก พวกที่คุมอยู่นอกห้องขังทยอยกันเดินออกไปไม่ขวางทางเจ้าแม่ที่กำลังล๊อคห้องขัง คริสตินควงกุญแจรอบนิ้วและมองชายในชุดราคาแตะแสนทุบลวดกรงอย่างรุนแรง เสียงเหล็กกระเพื้อมนั้นบันเทิงเธอได้ดี คริสตินเอาหลังชิดกำแพงฟังคำแก้ตัวไร้น้ำหนักของเขาอย่างหงุดหงิด

“ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ!ฉันรีบไม่ทันได้ดูสัญญาณไฟ!” คนที่กำลังเดินออกไปรีบหมุนตัวกลับมาหน้ากรงขัง เจ้าหน้าที่ชายคนหนึ่งเท้าแขนเหนือหัวบนราวเหล็ก ใบหน้าดำถมึงเหี้ยมเกรียมของเขาทำให้ชายที่ถูกขังสะพรึงกลัว ราศีหมาดคนรวยตกไปอยู่ไหนก็ไม่รู้เขาครูดถอยหลัง “แกทำให้เด็กคนนึงเฉียดตายแล้วยังกล้าพูดอย่างนี้อีกหรอ!” คราวนี้เสียงของตำรวจทั้งมวลช่วยกันร้องสนับสนุน ทิ้งให้คนร้ายหน้าซีดเผือกเพราะสถานการณ์มันเริ่มแย่

หากพวกตำรวจจะออกใบสั่งขังเขาเกินควรก็ทำได้ ถ้าอยากทำจริงๆพวกเขาทำแน่

“เด็กอะไรอย่ามาใส่ความฉันนะ” รังสีข่มมาจากทุกศรทิศ เขาอยากตบปากของตัวเองที่พลั่งพูดออกมาโดยไม่คิด 

กล้ามากนะ... ทำให้เด็กคนนั้นบาดเจ็บแล้วยังไม่ยอมรับอีก!เด็กน่ารักต้องมาเจ็บตัวเพราะมัน พวกเขารับไม่ได้จริงๆ!

หลังจบประโยคนั้นทุกคนก็กระจายตัวหายไปทันที อ้อ พอดีติดธุระต้องไปทำให้เขาโดนโทษหนักขึ้นนะสิ

“หาประวัติของผู้เสียหายอีกคนที่สิ” คริสตินพยักหน้ารับคำสั่งจากหัวหน้าอย่างแข็งขัน วันนี้คงเป็นวันแรกที่หลายคนยินยอมทำงานแต่ด้วยดีโดยไม่อิดออด หัวหน้าร่วมวงแล้วต้องเล่นให้สุด คิสตินยิ้มชั่วร้ายควบคู่กับไลล่าที่ปาดยิ้มเคลือบยาพิษ “ฮึๆๆ” ทั้งสองคู่หูสาวเดินควงแขนกันไปทำงานอย่างอารมณ์ดีมีความสุขที่ได้เล่นสนุกบนโทษของผู้ก่อเหตุตัวดี

คริสตินนั่งลงบนเก้าอี้และปาดปลายนิ้วไปตามแป้นพิมพ์ของเครื่องคอมที่เธอใช้งานเป็นประจำ เธอนำรูปของชายที่มีบาดแผลใหญ่บนขมับเข้าเครื่องแสกนต์ภาพ สักพักรูปภาพก็ปรากฏขึ้นจอ เธอลากรูปนั้นเข้าโปรแกรมแสกนต์ใบหน้าของพวกตำรวจ โปรแกรมนี้จะทำการเทียบโครงหน้าของคนที่ต้องการหากับคนที่ปัจจุบันอยู่ในอเมริกา พวกนักท่องเที่ยวในอเมริกาและชาวอเมริกันทั้งหมดจนกว่าจะเจอที่ตรงกัน 

แต่มันก็ต้องกินเวลานานเหมือนกัน คริสตินเป่าผมที่ปรกหน้าเธอออกไป วางขาบนโต๊ะทำงานเธอและเงยหน้าของเพดานเก่าๆของโรงพักที่ไม่ซ่อมบำรุงเสียสักที เมื่อหายเมื่อยเธอก็กลับมานั่งเรียบร้อยและโยนขนมกรุบกรอบเข้าปากผ่อนคลาย

[21 Percent] เจ้าแม่ของโรงพักถอนหายใจพรืดลุกขึ้นไปหากาแฟดื่ม นี้เกือบสี่สิบนาทีแล้วยังได้แค่นี้เอง 

แก๊งๆช้อนกาแฟของเธอกระทบกับขอบแก้ว คริสตินกระดกกาแฟร้อนดื่มช้าๆ เหมือนกับว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในที่ทำงาน เธอยืนซดกาแฟอยู่นานจนหมดแก้ว คราบกาแฟเย็นตัวบอกได้ว่าเวลาผ่านมานานมาก เธอเข้าห้องน้ำไปล้างแก้วตัวเองคว้ำก่อนจะกลับมานั่งที่โต๊ะ

[53 Percent] คริสตินขยี้หัวตัวเอง รู้สึกอยากถึ่งหัวตัวเองกับโต๊ะ เธอเขี่ยโทรศัพท์ของตัวเองและมองดูภาพเพื่อนของเธอที่โพสต์ว่าไปเที่ยวอียิปต์อย่างอิจฉาตาร้อน เธอกระตุกยิ้มมุมปากและเม้นใต้รูปอย่างล้อเลียน ไม่นานให้คอยเพื่อนของเธอก็ส่งกลับมา ทั้งสองโต้ตอบกันสักพักก่อนที่เธอจะต้องวางโทรศัพท์ลงเพราะบอสหันมามอง

[74 Percent] น่าเบื่อ คริสตินก่ายหน้าผาก นั่งมาตั้งนานแล้วข้อมูลยังไม่ปรากฏเลยแล้วอย่างนี้เรื่องคดีจะดำเนินได้ไหมเนี่ย เธอเคาะปากกาตัวเองกับโต๊ะพลางคิดเรื่องอื่นเรื่อยเปื้อย เธอลุ้นตัวแทบขาดแล้ว เพราะฉะนั้นโปรแกรม รีบทีเถอะ!

เหมือนเจ้าโปรแกรมจะสงสารเจ้าหน้าที่สาวที่จ้องมันเขม็งเลยรีบประมวลผลให้จบ[100 Percent]

“มาแล้ว” คริสตินวี้ดว้ายไล่อ่านข้อมูลของชายที่ถูกชนพรวด!เธอที่กำลังดื่มน้ำต้องสำลักออกมาเมื่ออ่านถึงบรรทัดที่สอง

“ทุกคน เราได้เรื่องเพิ่มแล้ว!” ทุกคนในโรงพักหันมามองหน้าคริสตินที่พรวดพราดลุกขึ้น

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

46 ความคิดเห็น