[Laflora X Conan] เถ้าธุลี - Ashes

ตอนที่ 7 : [The Arc] Chapter 4: ต่างจากคนอื่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 772
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    19 ส.ค. 62

Chapter 4ต่างจากคนอื่น

                         


 

10 ธันวาคม 2012

สถานที่ :อเมริกา,ฐานลับใหญ่เอฟบีไอ

 

                  “ก้าวเข้ามาใกล้ๆฉัน” ดวงตาสีม่วงจดจ้องไปหาคนที่เรียกเธอ เขาคือบอสใหญ่ของเอฟบีไอ การแต่งกายของเขานั้นมิดชิดเสียจนไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นชายวัยไหนหรือหน้าตาเป็นอย่างไร เธอย่ำนึกในใจว่าตัวเองมาที่นี้แล้วไม่มีสิทธิถอยอีกต่อไป มือใหญ่ในถุงมือจับใต้คางชินเฮย์และยกขึ้นเบาๆแสดงความทะนุถนอม ทำให้ใบหน้าคมสวยเงยขึ้น เด็กสาวรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังสบตาคนตรงหน้าทั้งๆที่ไม่เห็นใบหน้าของบอสใหญ่

เธอนึกวนมานานมากแล้วว่าทำไมตัวเองถึงเป็นคนเดียวในเด็กเกือบสองร้อยคนที่ได้รับโอกาสพบเจอขาโหดของเอฟบีไอ คารุมะกับยูมะก็มากับเธอแต่กลับมีเธอคนเดียวที่ได้เขามาในนี้ เธอเริ่มหวาดระแวงสิ่งที่จะเกิดขึ้น “เหมือนกันจริงๆ” 

เอ๊ะ? ชินเฮย์เริ่มรู้สึกเหมือนหัวหมุน เธอไม่กล้าเอยถามเขาเพราะกำลังเกร็ง

“เธอเหมือนพ่อของเธอมากยกเว้นตาที่เหมือนแม่” ใช่ คุณแม่ก็เคยพูดกับเธออย่างนั้น “รู้หรือเปล่า?”​ 

เมื่อเจอคำถามเธอก็ต้องตอบกลับไป “รู้ค่ะ” เธอสะดุ้งเมื่อเขาหัวเราะออกมา 

“ขอโทษทีๆ ไม่คิดว่าฉันจะทำให้เธอตกใจ” มือของเขาปล่อยจากใต้คางเธอแล้วย้ายมาลูบหัวเล็กๆของเธอ ชินเฮย์เริ่มรู้สึกผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาดใจ ร่างอรชรที่เคยเกร็งเริ่มคลายตัว “เธอคงสงสัยว่าทำไมเธอถึงเป็นคนเดียวที่ได้พบฉัน”​ เขาเริ่มว่าต่อในขณะที่เธอพยักหน้ารับอย่างซื่อสัตย์ ไม่อ้อมค้อม “ถามได้นะถ้าเธออยากรู้ ฉันจะตอบในสิ่งที่เห็นว่าสมควร”

“งั้นทำไมหนูถึงเป็นคนเดียวที่ได้เจอคุณคะ?” 

“เพราะเธอพิเศษ พ่อกับแม่ของเธอเองก็เช่นกัน” 

“พิเศษยังไงคะ?”​ ชินเฮย์ได้ยินเขา หึออกมาและเห็นเขาหยักยิ้มที่มุมปาก

“ฉันบอกตอนนี้ไม่ได้”

“เมื่อถึงเวลาคุณจะบอกใช่ไหมคะ?”

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้” เอ้า สรุปยังไงกันแน่คะ เธอยกมือขึ้นเกาหัวแกร็กๆ ชายตรงหน้าหัวเราะอย่างเอ็นดูท่าทางเด็กสาว

“อายุเท่าไรแล้ว”

“เก้าขวบค่ะ” เสียงเปิดประตูห้องทำให้เธอหันไปมอง ผู้หญิงวัยสามสิบเกล้าผมสีทองขึ้น ผ้าดำปิดหน้าช่วงบน ทิ้งให้เห็นแค่โครงหน้าส่วนล่างที่สวยหยาดเข็นรถเข็นที่มีแต่ขนมน้ำชาเข้ามา ให้ดูให้ตายยังไงก็ไม่น่าจะเป็นสาวใช้ “นี่คือ” บอสใหญ่ผายมือไปทางคนมาใหม่ “เลขาของฉันเอง” 

ทำไม? ทำไมถึงมาบอกเธอกัน?ดวงตาสีม่วงเปิดเผยความสับสน

 

“เพราะเธอพิเศษ”

เธอทวนคำพูดของบอสใหญ่เอฟบีไอ สมองอันฉานฉลาดเริ่มเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อ

 

                  คงต้องรอดูอย่างเดียวซินะเธอหยักยิ้มมุมปาก น่าสนุกดีนี้

                  ผู้ใหญ่ทั้งสองในห้องมองท่าทางของเด็กสาวอย่างพึงพอใจ  ดวงตาของทั้งสองผสานกันและพยักหน้าให้กันอย่างตื่นเต้น

                  “เธอคงอยากกลับแล้วใช่ไหม?” บอสใหญ่ส่งซิกให้เลขา เธอเปิดประตูให้เธอ ชินเฮย์เห็นเลยรู้ว่าถึงเวลาที่ตัวเองควรไป เธอโค้งตัวลาเขาและจากไปพร้อมเลขาคนสวย ออกมานอกห้องเธอได้ยินเสียงแว่วของบอสใหญ่ว่า อวยพรให้เธอมีชีวิตที่ดี

                  ประตูเคลื่อนปิดอย่างช้าๆ ร่างของบอสใหญ่เลื่อนรางแต่ดวงตาสีเขียวมิ้นท์ของบอสใหญ่ทำให้เธอรู้สึกสะกิดใจเหมือนว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...

 

 

 

 

 

ชินเฮย์เดินตามทางมาเรื่อยๆคนเดียวหลังจากที่เลขาคนสวยคนนั้นมาส่งเธอใกล้ๆที่พบเจอกับพวกคารุมะ “โฮ้ย!ยัยบ๊อง!” ตัวยังไม่มาแต่เสียงมาแล้วก็คงเป็นคารุมะ ยืนยันได้จากฉายาใช้เรียกเธอด้วย หลังจากนั้นร่างของเด็กชายก็ปะทะกับแผ่นหลังของเธอ อกของเขาแนบกับหลังของเธอ โทมน้ำหนักลงกับไหล่ของเธอ วางคางบนหัวเธอ “หนัก!”​ เธอมุ่ยหน้าเอาหัวออกและพุ่งหนีจากรอบแขนของคนผมทอง

“ยูมะ ช่วยด้วยยย”​ ชินเฮย์ย้ายร่างตัวเองไปแอบอยู่หลังเพื่อนชายอีกคน ปีนป่ายขึ้นตัวเขาอย่างกับงูเลื่อย ยูมะปล่อยให้ชินเฮย์เกาะเขาเป็นหมีโคอาล่าและยกตัวเธอพาเข้าห้องที่ทางตัวแทนองค์กรจัดให้เอฟบีไอรุ่นล่าสุดไปร่วมตัวกัน

อุแหม เข้าไปปุ๊บเจอรังสีอำมหิตถ่าโถมใส่ทันที นี้ถ้าบอกว่าหลุดมาในโลกนารูโตะตอนสอบจูนินรอบแรกฉันก็เชื่อให้นะ

สักพักก็เด็กสาวก็ลงมายืนดีๆเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่เข้ามาใกล้ พวกชินเฮย์หันไปพบกับกลุ่มของคนวัยสิบสามสิบสี่กลุ่มหนึ่งเข้าหาพวกเขา

“นี่นะเหรอพวกอัจฉริยะของรุ่นเรา ตลกสิ้นดีก็แค่เด็กนี้?” มองหนังหน้าก็รู้ค่ะว่าพวกนี้พวกบูลลี่ (Bully)ชินเฮย์กลอกตาเป็นเลขแปดเหมือนคารุมะเมื่อเข้าใจว่าคนพวกนี้ต้องมาหาเรื่องพวกเธอแน่ๆ ในใจ บูลลี่อีกคนเอาข้อศอกกระทุ้งเพื่อนที่พูดคนแรก “เฮ้ๆ มีสาวมาด้วยว่ะ” คารุมะรีบเข้ามาบังตัวเด็กสาวให้เธออยู่ข้างหลัง คนที่เห็นท่างทางนั้นเริ่มกระซิบว่าเด็กสาวเป็นพวกอ่อนแอไม่สู้คนต่างๆนาๆ

“พวกนายเป็นใคร?” ยูมะเอ่ยถามพลางช่วยคารุมะบังตัวเด็กสาว ชินเฮย์มองสองคนที่ปิดตัวเธอซะมิดอย่างหงุดหงิด ยิ่งเมื่อพวกนักเลงวัยรุ่นเริ่มถากถางพวกเธอมากขึ้น เด็กสาวคนเดียวของเอฟบีไอรุ่นใหม่จากสองร้อยคนขมวดคิ้วเข้าด้วยกันมือไม้ของเธอเริ่มไม่อยู่นิ่งคว้าไหล่ของทั้งสอง ยกตัวเองขึ้นฟ้าขึ้นเหนือทั้งสองข้ามไปอยู่ระหว่างเพื่อนชายและพวกปากมาก “มาเล่นกันเถอะ” ใบหน้าหวานน่ารักฉีกยิ้มน่ากลัวตรงข้ามกับหน้าตาเธอโดยสิ้นเชิง

หมัดฮุคหนักๆเสยเข้าแก้มของหัวหน้าบูลลี่ไม่ยั้งมือน๊อคเอ้าท์ไปหนึ่งเด็กสาวย่อตัวหลบขาที่ฝาดมาและเตะลงไปที่เป้ากางเกงของบูลลี่หมายเลขสอง หัวใจของเด็กสาวเต้นโครมครามด้วยความเร้าใจ คารุมะกับยูมะถอยหลังออกมาจากรัศมีลูกหลงทั้งยังยืนยัดขนมกรุบกรอบเข้าปากอย่างกับกำลังดุหนังแอ๊คชั่น บูลลี่อีกสี่คนพุ่งเข้าหาเด็กสาวพร้อมกันและการละเลงฝีมือการต่อสู้เหนือชั้นของเธอก็ได้เริ่มขึ้น

เด็กสาวหัวเราะร่า ปาดเลือดของพวกบูลลี่จากใบหน้าของเธอและละไปกอดคอคารุมะกับยูมะที่กระพริบตาปริบๆเมื่อครั้งนี้เรื่องมันจบเร็วกว่าปกติ “ไม่เล่นต่ออีกหน่อยหรอ? กำลังดูอย่างสนุกเชียว” 

“ไม่ละ ครั้งนี้แค่หงุดหงิดที่พวกนี้ปากดี” คารุมะเก็บขนมลงกระเป๋ามองซากพวกบูลลี่นอนกองน้ำลายหยืดอยู่บนพื้น ชินเฮย์ก้าวขาข้ามร่างหลายร่างที่ก่ายพื้นอย่างยากเย็นเพราะขาสั้นๆของเธอ เธอไม่เตี้ยนะแค่ยังโตไม่เต็มที่ ยูมะกับคารุมะตามเธอไปหาที่นั่งบ้าง มองนาฬิกาก็เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงเวลา การคัดเลือกเอฟบีไอจะเริ่มขึ้น

เวลาก็มาถึง ดวงตาสีม่วงจ้องกลับไม่ยอมแพ้พวกในห้องที่มองมายังเธออย่างตระหนักใจว่าทำไมถึงมีแค่เธอคนเดียวที่เป็นผู้หญิง เจ้าหน้าที่เดินไปข้างหน้าห้องแล้วยกไมค์ขึ้น “ไคซาว่า ชินเฮย์อยู่ไหน? ย้ายมานั่งข้างหน้าซิ” เด็กสาวลุกขึ้นยืนสร้างให้ตัวเองเด่นและนั่งลงตามที่เจ้าหน้าที่ว่ามา

อยากจะโวยวายจริงๆว่าทำไมที่นั่งของเธอมันต้องอยู่แถวหน้าด้วย...

“เหมือนจริงๆ” คิ้วเรียวเลิกขึ้นเมื่อได้เสียงของเจ้าหน้าที่หลุดออกมาเมื่อเธอนั่งลง รอดูฉันรู้เรื่องพ่อกับแม่น้า~ฉันจะทำให้ตัวเองเหมือนพวกเขาเข้าไปอีกคนตาสีไวโอเลตทำปากจู๊เกิดให้เจ้าหน้าที่ชายคนนั้นรู้ตัวว่าตัวเองหลุดพูดอะไรออกไป เขายิ้มแห้งลูบหัวเธอเบาๆแล้วกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง

“ฉันชื่อไนเจล พีตเตอร์ เจ้าหน้าที่เอฟบีไอรับผิดชอบเรื่องการสอบของพวกเธอในวันนี้” ภาพของไนเจลถูกขยายขึ้นจอยักษ์ข้างหลังเขา ใบหน้าคมหล่อประดับดวงตาสีฟ้าครามเหมือนชาวอเมริกาทั่วไปดึงดูดความสนใจรุ่นเยาว์ทั้งหลาย “วันนี้พวกเธอจะต้องผ่านด้านทดสอบทั้งหมดห้าด้าน ทดสอบร่างกาย มันสมอง การใช้อาวุธระยะสั้นและยาว ศิลปะการต่อสู้ และความสามารถหลักๆที่ใช้เวลาทำภารกิจ” เข้าเว้นช่วงเล็กน้อยจิบน้ำ 

“ด้านแรก ทดสอบร่างกายง่ายมาก แค่เขาไปให้พวกฉันตรวจสอบร่างกายและทดสอบอะไรเล็กๆน้อยๆ” ชินเฮย์เริ่มระแวงและไม่ไว้ใจคำว่าเล็กๆน้อยๆของเจ้าหน้าที่ไนเจล ขนกายลุกขึ้นราวกับร่างกายและสัญชาตญาณรับรู้บางอย่างได้ล่วงหน้า

“ด้านที่สอง มันสมองจะแบ่งออกเป็นสองส่วน การวัดอีคิว*และไอคิวของพวกเธอ”

                                    *อีคิว (EQ) –ความสามารถทางอารมณ์ที่ช่วยให้การดำเนินชีวิตราบรื่น ภาษาง่ายๆคือ มีคอมมอนเซนส์มากน้อยแค่ไหน

*ไอคิว (IQ) -ความฉลาดทางเชาวน์ปัญญา การคิด การใช้เหตุผล การคำนวณ การเชื่อมโยง

“ด้านที่สาม อาวุธจะถูกแบ่งย่อยออกเป็นสามส่วน การใช้อาวุธระยะสั้น ยาวและปานกลาง”

“ด้านที่สี่ ศิลปะการต่อสู้ ด้านนี้สนุกแน่พวกเธอ พวกเธอทุกคนจะต้องจับฉลากหาคู่ต่อสู้ของตัวเองและสู้กันเรื่อยจนเหลือแค่เก้าคนสุดท้าย”

“ด้านที่ห้า ด้านชี้ชะตาพวกเธอ ความสามารถด้านสืบสวน พวกเธอจะต้องค้นหาคนร้ายของคดีฆาตกรรม หากพวกเธอทำได้พวกเธอก็รอดตาย ถ้าไม่พวกเธอก็ต้องไปเรียนใหม่และกลับมาสอบแก้” คนเข้าสอบหลายคนเริ่มหน้าซีดเซียวและผสานมือตัวเองกระดิกเท้าอย่างกังวลเครียด ชินเฮย์เหลือบมองไปข้างหลังสังเกตดูว่าใครที่ไม่มีอาการอย่างนี้บ้าง ทั้งหมดแปดคนรวมคารุมะกับยูมะ                 

ดวงตาสีม่วงกับเขียวสบกัน เพื่อนซี้คู่แสบยิ้มให้กันและส่งซิกทางสายตา ก่อนจะหันเหกลับไปหาไนเจลเมื่อเขาเริ่มพูดอีกครั้ง “เอาล่ะ คนแรกไคซาว่า ชินเฮย์ไปห้องตรวจร่างกายแรกด้วย หลังจากนั้นเดี๋ยวผู้ตรวจจะบอกเธอเองว่าให้ไปทางไหนต่อ” ชินเฮย์มองไปทางหนึ่งในประตูสิบบานที่เขาชี้ เมื่อเขาว่ามาอย่างนั้นเธอจึงลุกขึ้นเข้าไปในห้องที่กำหนดให้ เข้าไปเธอพบกับนางพยาบาลสาว นางพยาบาลกวักมือเรียกเธอและตบปุ๊ๆบนเก้าอี้ข้างเธอเป็นสัญญาณว่าเด็กสาวต้องนั่งลงตรงนั้น

“เราชื่ออะไรคะ?” ลอร่า นางพยาบาลสาวกำลังยกถาดที่ใส่อุปกรณ์ใช้ตรวจร่างกายเอ่ยถามเสียงใส บ่งบอกให้เห็นว่าเป็นคนร่าเริงใจดี 

“ไคซาว่า ชินเฮย์ค่ะ” พูดจบเด็กสาวตาม่วงก็ฉีกยิ้มกว้างชวนให้ผู้ใหญ่ในห้องเอ็นดู 

“เอาล่ะนะ ขอแทนตัวเองว่าพี่นะ” นางพยาบาลสาวกล่าวพลางหยิบที่วัดความดันออกมารัดแขนชินเฮย์ “พี่ขอวัดความดันก่อนนะคะ มันจะบีบนิดนึงนะคะ” ต้นแขนขวาเรียวของเด็กสาวเปิดขึ้นด้วยมือของเธอที่ถลกแขนเสื้อขึ้น ลอร่ารัดผ้ารอบต้นแขนขาวและเตรียมจะติดเมจิกเทป (ตีนตุ๊กแกเข้าด้วยกัน

“อ้ะ” ชินเฮย์อุทานออกมาเมื่อขนของเมจิกเทปตำเข้าเนื้อเด็กสาวจนรู้สึกเจ็บ “ว้าย!” หญิงสาวกระวนกระวายปลดสายผ้าออกมาดูแผลจุดเล็กๆเหมือนโดนเข็มจิ้มของเด็กสาว “เจ็บมากไหมจ๊ะ ให้ตายเถอะ เจ้าไนเจลนั้นบอกให้คนเตรียมอุปกรณ์ยังไงเนี่ย”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่ลอร่า แผลเล็กๆแค่นี้ปล่อยมันไปเถอะ” ลอร่ายังคงหน้าเสีย แต่ก็ตกลงและลงมือตรวจร่างกายเด็กสาวต่อ 

หูฟังแพทย์ทาบลงบนอกเด็กสาว ความเย็นของเหล็กทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย ลอร่ายิ้มบางกับปฏิกิริยาเฉียบไวของเด็กสาวและเริ่มพาเด็กสาวไปที่วัดสายตา กลับมานั่งข้างๆตู้ยา ชินเฮย์เดินไหล่ชนกับตู้ยาอย่างไม่ได้ตั้งใจ มือเรียวสองข้างของเด็กสาวรีบคว้า หมับ!เข้าที่ตู้ยากังวลว่ามันจะล้มหรือไม่  กระจกใส่ของบานเลื่อนเปิดเผยให้เห็นกระป๋องยากลิ้งเกลือก ส่วนลิ้นชักล่างนั้นมีเสียงของกระแทกเบาๆ เธอรีบหันไปขอโทษขอโพยเจ้าของห้องที่ยิ้มให้อย่างไม่คิดมาก

“เล่นแรงกันจังเลยนะคะ” ชินเฮย์เอ่ยขึ้นมาแหวกห้องเงียบๆ ผิวที่โดนเมจิกเทปจิ้มจนเป็นแผลเริ่มระคายเคือง ร่างกายเริ่มอ่อนแรงชา ปลายประสาทเริ่มเหมือนถูกปิดที่ละนิดทีนะน้อย ศีรษะเหมือนกำลังถูกเหวี่ยง หัวใจกระตุก ดวงตาสีม่วงมองไปที่พยาบาลสาวที่หรี่ตาลงยอมรับ 

ร่างกายสูงสมเด็กวัยเก้าขวบยันตัวขึ้นอย่างอยากลำบาก “เล่นใช้ ไซยาไนท์กันแบบนี้ กะเอาพวกหนูตายเลยหรอคะ?”

“รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไร” ลอร่ามองเด็กสาวที่เดินไปทางตู้ยาที่สาวเจ้าเดินชนเมื่อครู่ มือของเด็กสาวคว้าหน้ากากพ่นยาออกมาจากลิ้นชักตู้ข้างล่างและคว้ายาพ่นหรือไอระเหยบรรจุหลอดติดฉลาก‘Amyl Nitrite’ออกมาเชื่อมกันและครอบปากกับจมูกตัวเองทันควันก่อนชีวิตตัวเองจะหาไม่เจอ

ชินเฮย์สูดยาเข้าไปลึกๆและเริ่มบรรยาย “ตั้งแต่โดนเข็มขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในผ้ารัดนั้นแทง” และหายใจเข้าเต็มปิดอีกครั้ง เสียงพร่าลงเล็กน้อยเมื่อยายังไม่เริ่มทำหน้าที่ของตัวเอง “ตอนนั้นยังไม่มั่นใจ แต่ตอนที่แกล้งกระแทกตู้ยา ฉันก็อาศัยจังหวะจับตู้นั้นส่องเข้าไปในตู้และเห็นว่ามันมียาชนิดเดียวเดาได้จากเสียงตอนที่หบอดยากลิ้ง และตำแหน่งหน้ากากก็รู้ได้ตอนนั้นเหมือนกัน เสียงกระแทกเบาๆนั้นทำให้รู้ว่าเป็นพลาสติกและเดาได้นะ”

“ไคซาว่า ชินเฮย์ผ่านด้านแรกและกำลังถูกส่งตัวไปที่ห้องพัก” ลอร่าคว้าเข็มฉีดยามาสองเข็มจิ้มมันเข้าเส้นเลือดชินเฮย์อย่างชำนาญและเดินไปเปิดประตูที่อยู่ข้างตู้ยา ไปห้องโล่งๆหนึ่งห้อง ชินเฮย์คว้ายามาอีกเจ็ดหลอดหรือทั้งกระปุกไปที่ห้องนั้นกับตัวเอง

 “เก่งมากนะหนู” ชินเฮย์ยิ้มอย่างอ่อนใจฟังเสียงลอร่าเรียกคนโชคร้ายคนต่อไปเข้าห้องตรวจและเธอเองก็ปิดประตูทิ้งให้ชินเฮย์ไปกับเจ้าหน้าที่คนต่อไปที่มารับช่วงต่อ เขานำเธอมานั่งเก้าอี้พักรอให้ยาหมดแปดหลอดซึ่งกินเวลาไปชั่วโมงครึ่งรวมเวลาที่ร่างกายบางฟื้นตัว

เนตรสีไวโอเลตมองลงพื้นพลางนึกอย่างขำขันว่าตัวเองคงได้ตายจากการทดสอบครั้งนี้จริงๆถ้าไม่ได้คิมูระเซนเซย์ยัดความรู้เต็มแกนอย่างนี้ ร้อยยิ้มบางปรากฏบนริมฝีปากซีด เธอถอนหายใจซูดยาเข้าปอดครั้งสุดท้ายแล้วถอดหน้ากากออกและก้าวเข้าห้องสอบด้านที่สอง...

 

----ช่วงความรู้พิเศษ----

 

 ไซยาไนท์ (Cyanide)คือหนึ่งในนานาสารพิษที่พรากชีวิตคนมานับไม่ท้วน จัดว่าเป็นพิษที่อันตรายมากและถูกใช้ในฆาตกรรมคนมามากเช่นเดียวกัน หากพิษตัวนี้เข้าสู่เส้นเลือดจากการซูดคมหรือสัมผัสหลังจากได้รับสารได้ไม่นานจะมีอาหารหายใจเร็วและแรง ความดันโลหิตตก  ระคายผิวหนัง ร่างกายอ่อนล่า เวียนศีรษะ คลื่นไส้ เมื่อพิษยังไม่ถูกกำจัดในทันช่วงคนโดนพิษจะมีอาการหัวใจกระตุก หยุดเต้นและถึงแก่ความตายในที่สุด และเท่าที่ไรท์ศึกษามาการแก้พิษเบื้องต้นจะใช้ยาต้านพิษ‘Amyl Nitrite’ ซึ่งเป็นไประเหยบรรจุหลอดครั้งละสองหลอดใส่เครื่องช่วยหายใจหรือหน้ากากพ่นยาทุกๆ2-3นาที ให้ผู้ป่วยสูดไอจนครบแปดหลอด ในอีกทางหนึ่งหากผู้ป่วยรับพิษทางการกินพิษจะมีอาการท้องร่วงและฟองฟูมปากเมื่อเสียชีวิต แต่หากถึงมือหมอได้ทัน หมอจะใช้ Sodium Nitriteกับ Sodium Thiosulfate ฉีดเข้าสู่เส้นเลือดเพื่อทำลายพิษ

 

ปล. อันนี้ไรท์พิมพ์เองหลังจากเอาข้อมูลหลายเว็บที่อ่านแค่ผ่านๆมารวมกันสั้นๆ เพราะฉะนั้นอาจจะไม่ถูกเสียหมด โปรดอย่าว่ากันนะคะ

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #44 Tetsuya-Kuroko (@Tetsuya-Kuroko) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 17:15

    สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้ ติดตามมาตั้งแต่ตอนเริ่มแต่งแรกๆแล้วจนถึงตอนนี้ก็ยังสนุกเหมือนเดิมเลยค่ะ
    #44
    0
  2. #21 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 18:28
    รอนะคะ
    #21
    0
  3. #15 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 12:58
    รอนะคะ
    #15
    1
    • #15-1 UnknownSeven (@UnknownSeven) (จากตอนที่ 7)
      29 ตุลาคม 2561 / 15:33
      จะพยายามมาอัพให้เร็วที่สุดนะคะ
      #15-1