[ฟิคแปล] Basilisk-Born แฮร์รี่ พอตเตอร์ HP Harry Potter by Ebendbild

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 25,956 Views

  • 497 Comments

  • 1,002 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    545

    Overall
    25,956

ตอนที่ 11 : Chapter 9: The House of Black - ตระกูลแบล็ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1596
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 157 ครั้ง
    14 พ.ค. 61

ตัวหนาเอียงในตอนนี้มาจากภาคีนกฟินิกส์เช่นเดิมค่ะ

 

Chapter 9

The Noble And Most Ancient House of Black

ตระกูลแบล็กที่สูงส่งและเก่าแก่ที่สุด

 

Xxx

 

ในช่วงเย็นที่เหลือค่อนข้างบันเทิงทีเดียวสำหรับแฮร์รี่ ในขณะที่คุณนายวีสลีย์พยายามทำทุกหนทางไม่ให้แฮร์รี่ได้รับข้อมูลใดๆ ซิเรียสกลับมุ่งมั่นมากที่จะให้แฮร์รี่รู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เกี่ยวกับเรื่องบ้าๆนี่

 

แต่แฮร์รี่เดาว่าพ่อทูนหัวของเขาเองก็อยากจะชดเชยให้แฮร์รี่เช่นกัน แต่ซิเรียสไม่ได้คิดว่าแฮร์รี่ผ่านหน้าร้อนที่แย่มากมาหรอกนะ แฮร์รี่นึกว่าซิเรียสคิดอย่างนั้นในตอนแรกจนกระทั่งซิเรียสพูดขึ้นมาว่า “ฉันไม่รู้ว่าเธอจะบ่นเรื่องอะไรกัน”

 

แฮร์รี่รู้สึกเหลือเชื่อกับประโยคนั้น แต่ว่าประโยคต่อมาทำให้เข้าใจทุกอย่าง

 

“โดยส่วนตัวนะ ฉันยินดีต้อนรับการโจมตีจากผู้คุมวิญญาณ การต้อสู้เสี่ยงตายเพื่อป้องกันวิญญาณของตัวเองคงจะช่วยทำลายความจำเจไปได้ดีมาก เธอคิดว่าเธอแย่แล้วหรือ อย่างน้อยเธอยังเดินออกไปข้างนอกได้ ได้ยืดแข้งยืดขา ได้ต่อสู้บ้าง...ฉันน่ะต้องติดอยู่ในนี้เป็นเดือน” ซิเรียสว่าอย่างนั้น และแฮร์รี่ก็เชื่อมโยงข้อมูลในหัว

 

“ทำไมล่ะครับ?” แฮร์รี่ถาม พร้อมขมวดคิ้ว แต่ในหัวรู้สึกเคว้งคว้าง พ่อทูนหัวเขาฟังดูไม่เหมือนผู้ใหญ่เลยสักนิด – เขาฟังดูเหมือนเด็กหนุ่มที่แสวงหาการผจญภัยและภยันตราย แฮร์รี่ไม่ค่อยชอบความคิดนั้นนัก ความรู้สึกอยู่ไม่สุขเช่นนั้นเป็นความผิดพลาดอย่างแรกที่จะนำไปสู่เส้นทางของความตาย...

 

“เพราะว่ากระทรวงเวทมนตร์ยังไล่ตามจับฉันอยู่น่ะสิ แล้วโวลเดอมอร์ป่านนี้ก็คงรู้หมดแล้วเรื่องฉันเป็นแอนนิเมจัส เจ้าหางหนอนคงรายงานเรียบร้อย เพราะฉะนั้นร่างแปลงตัวใหญ่ของฉันก็ไร้ประโยชน์ ฉันทำอะไรให้ภาคีนกฟินิกส์ได้ไม่มากนัก...หรืออย่างน้อย ดัมเบิลดอร์คงรู้สึกอย่างนี้ล่ะ”

 

และส่วนที่สองนั่นเองที่เริ่มทำให้ซิเรียสรู้สึกขื่นขม ดัมเบิลดอร์ แฮร์รี่ได้ยินมันผ่านน้ำเสียงของซิเรียสทุกหนที่ชื่อดัมเบิลดอร์ถูกกล่าวอ้าง แต่ไม่ใช่แค่ตอนนี้เท่านั้นนะ เขายังได้ยินมันในอีกรอบของการโต้เถียง – และไม่เพียงแค่นั้น

 

แฮร์รี่ไม่ได้ได้ยินมันแค่จากเพียงความขมขื่นของซิเรียส แต่เขาได้ยินมันถูกยกมาอ้างในการโต้เถียงอีกด้วย โดยเฉพาะคุณนายวีสลีย์

 

ประโยคที่ออกมาจากปากเธอบ่อยที่สุดคือ “คุณคงไม่ลืมหรอกนะที่ดัมเบิลดอร์พูดน่ะ”

 

ดัมเบิลดอร์

 

ดัมเบิลดอร์

 

ดัมเบิลดอร์อีกแล้ว

 

อย่างกับว่าคำพูดของหล่อนจะมีน้ำหนักมาขึ้นถ้าเกิดว่ามันเป็นคำสั่งของดัมเบิลดอร์อย่างนั้นแหละ อย่างกับว่าคุณต้องทำตามเพียงเพราะว่ามันเป็นคำสั่งของดัมเบิลดอร์

 

แฮร์รี่เก็บสิ่งที่เขาได้ยินไว้สำหรับทีหลัง บางทีเขาอาจได้ใช้มัน ในตอนนี้เขาไม่ต้องการข้อมูลพวกนี้หรอก เขามีอย่างอื่นต้องทำ – เช่นฟังการโต้เถียงระหว่างซิเรียสและคุณนายวีสลีย์เรื่องที่เขาไม่ใช่เจมส์

 

“แล้วเขาก็ไม่ใช่เจมส์ด้วย ซิเรียส” คุณนายวีสลีย์พูดอย่างเกรี้ยวกราด ซิเรียสเองก็โต้ตอบอย่างเผ็ดร้อนไม่แพ้กัน ถึงน้ำเสียงของเขาจะฟังดูเย็นเยียบก็ตามเมื่อพูดว่า “ผมเข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจนว่าเขาเป็นใคร ขอบคุณ มอลลี่”

 

“ฉันไม่แน่ใจหรอกว่าคุณเข้าใจ” คุณนายวีสลีย์ว่า “บางที วิธีที่คุณพูดถึงเขาน่ะ ราวกับว่าคุณคิดว่าคุณได้เพื่อนสนิทที่สุดของคุณคืนมาแล้ว!

 

 อืม นั่นเป็นเรื่องที่ใหม่ดี

 

นี่พวกเขาสับสนระหว่างเขากับพ่อของเขาเต็มที่แล้วหรือนี่?!

 

แฮร์รี่ร้องเหอะในใจและหันไปสนใจสิ่งอื่นที่ดึงดูดความสนใจของเขาอย่างพฤติกรรมของพ่อทูนหัวเขา

 

เขายังคงฟังการโต้เถียงเกี่ยวกับตัวเขาอยู่ แต่ว่าคราวนี้จมไปกับความคิดของตัวเองเล็กน้อย ในหัวเขาคิดไปถึงเมื่อค่ำที่ทานอาหารเย็นกัน ตอนที่ซิเรียสบอกเขาเรื่องประโยชน์ของมันดังกัส เฟล็ทเชอร์ แฮร์รี่ยังรับรู้ถึงความขมขื่นในน้ำเสียงของซิเรียสตอนที่เขาชมว่ามันดังกัสยังมีประโยชน์ต่อภาคีได้อยู่เลย – แต่ซิเรียสก็ไม่ได้พูดถึงว่าตัวเองรู้สึกยังไง

 

อ้อ ใช่ พ่อทูนหัวของเขารู้สึกขื่นขม – และมีความรู้สึกต่อต้านจำนวนมหาศาลพุ่งไปที่ดัมเบิลดอร์เสียด้วย นั่นทำให้อิทธิพลที่สั่งสมมาของเขาไม่สามารถที่จะสั่งหมากเบี้ย...ไปมาได้อีกต่อไป

 

แฮร์รี่มั่นใจมากว่าซิเรียสต้องลุกมาทำอะไรสักอย่างแน่ทันทีที่เขาสามารถทำได้

 

บางที...

 

อืม ความคิดนี้ดี แต่แฮร์รี่จะไม่ตัดสินใจในตอนนี้ เขามีอย่างอื่นให้ทำ - และเหตุการณ์นี้ก็ดูจะไม่จบง่ายๆในไม่กี่ชั่วโมงนี้ด้วย...

 

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกนี้จะจบมันลงหรอก กลับกันเขารอจนกระทั่งพวกผู้ใหญ่ได้พูดทุกเรื่องให้เขาฟังตามที่พวกเขาอยากจะพูด – และหัวเราะในใจเมื่อซิเรียสใช้คำว่า “อาวุธ” เมื่อพูดถึงแผนการสุดยอดของดัมเบิลดอร์

 

อาวุธ

 

แฮร์รี่รู้ว่าอาวุธของดัมเบิลดอร์คืออะไร

 

ชื่อของมันคือแฮร์รี่และมีอายุสิบห้าปี

 

น่าเสียดายที่แฮร์รี่นั้นไม่อยู่ให้ใช้แล้ว

 

แต่ว่าข้อมูลนี้เป็นข้อมูลลับสุดยอดที่จะไม่เผยแพร่อย่างไม่มีกำหนด เพราะว่ามันไม่สามารถบอกได้

 

ใช่ว่าแฮร์รี่จะรู้สึกสงสารดัมเบิลดอร์และแผนการที่เป็นหมันของเขาหรอกนะ

 

Xxx

 

ในที่สุดก็หมดวันและคนอื่นๆก็ขึ้นไปนอน แน่นอนว่าแฮร์รี่เองก็ตามไปและก็รอจนเขาได้ยินเสียงกรนจากรอน

 

มันเป็นเวลาหลังเที่ยงคืนไปแล้วที่แฮร์รี่กล้าออกมาจากห้องอีกครั้ง เขาลงบันไดมาและหยุดตรงหน้าผ้าม่านที่ปิดรูปภาพเอาไว้ เขาเปิดมันอย่างระมัดระวัง คุณผู้หญิงในรูปภาพ - มารดาของซิเรียส – จ้องมาที่เขา แต่ว่ายังคงเงียบอยู่เมื่อเธอเห็นว่าใครที่บังอาจมาเปิดผ้าม่านของหล่อน

 

“เลดี้แบล็ก” แฮร์รี่กล่าวอย่างเป็นทางการ

 

“ลอร์ดมัลฟอย” เธอตอบรับ

 

แฮร์รี่ยิ้มให้หล่อน

 

“เป็นมัลฟัวร์” เขาแก้ให้หล่อน “เชื้อสายทางอังกฤษของตระกูลฉันอาจจะเรียกตัวเองว่ามัลฟอย – แต่ว่าฉันมาจากสายหลักของตระกูล”

 

“มัลฟัวร์” เธอพูดย้ำ “เช่นนั้น เลือดบริสุทธิ์จากตระกูลที่เป็นที่นับหน้าถือตาเช่นท่านเหตุใดจึงมาสุงสิงกับพวกทรยศต่อเลือดและพวกเลือดสีโคลนเหล่านั้นเล่า?

 

“ฉันกำลังดำเนินแผนบางอย่างอยู่” แฮร์รี่ตอบอย่างไม่แคร์ “และฉันไม่ได้เป็นเพียงแค่ลอร์ดมัลฟัวร์เท่านั้น ฉันยังมีชื่อของตระกูลอื่นๆอยู่ - และไม่มีตระกูลไหนที่คุณจะกล้าผิดใจด้วย หากพูดกันตามจริง มัลฟัวร์เองเป็นตระกูลที่เก่าแก่น้อยที่สุดด้วยซ้ำไป”

 

“แต่ท่านก็เลือกใช้มัน” เลดี้แบล็กกล่าว เลิกคิ้วขึ้น แฮร์รี่ยักไหล่

 

“นั่นเพราะฉันไม่ใช่ลอร์ดในตระกูลของมารดา” เขาตอบสบายๆ “ในวันหนึ่งอาจได้เป็น แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้นฉันก็ยังคงอยู่ในฐานะทายาท”

 

“ท่านก็เลยอยู่ในนามตระกูลของบิดาสินะ” เลดี้แบล็กว่า “ช่วยบอกดิฉันทีได้หรือไม่ว่ามารดาของท่านอยู่ในตระกูลใด? ดูเหมือนท่านจะมั่นใจนักว่ามันจะทำให้ดิฉันกลัวมากกว่า”

 

แฮร์รี่แค่ยิ้มให้หล่อน และถามคำถาม

 

“เกราะป้องกันที่ตาแก่นั่นวางไว้กับบ้านหลังนี้ – มันจะไม่ให้ฉันออกไปและกลับเข้ามาอีกหรือว่ามันจะแจ้งใครไหมถ้าออกไป?

 

เลดี้แบล็กขมวดคิ้ว

 

“ท่านจะอยากรู้ไปทำไมหรือ?

 

“ฉันจะออกไปเอาบาง...อย่างเข้ามา” แฮร์รี่ตอบในที่สุด “ฉันต้องรู้ว่ามันทำงานอย่างไร”

 

“ตาแก่...ท่านหมายถึงอาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์ – ดัมเบิลดอร์หรือ?

 

“ใช่ และฉันรู้ว่าเขามาจากตระกูลที่เป็นที่นับหน้าถือตา แต่ว่ามันไม่เกี่ยวอะไรเลย” แฮร์รี่ตอบคำถามหล่อน

 

“เขาเป็นหนึ่งในทายาทของกริฟฟินดอร์” หล่อนว่า “นั่นควรจะสำคัญสิ”

 

“สิทธิของตระกูลกริฟฟินดอร์ไม่ได้มาตามสายตระกูลของเขา – ถึงแม้เขาจะอยากให้คนเชื่อเช่นนั้นก็ตาม” แฮร์รี่บอก “เอาเข้าจริง ตระกูลกริฟฟินดอร์และเรเวนคลอไม่ได้มีอยู่จริงทั้งคู่ตั้งแต่แรก”

 

คราวนี้เลดี้แบล็กตกตะลึง

 

“ท่านจะบอกว่าทุกผังตระกูลที่มีนามเหล่านั้นอยู่เป็นเรื่องลวงโลกหรือ?” หญิงแก่ถามเย็นเยือก แฮร์รี่ยักไหล่ให้หล่อนอีกครา

 

“ฉันแค่จะบอกว่ามันไม่เคยมีตระกูลกริฟฟินดอร์ เรเวนคลอ หรือฮัฟเฟิลพัฟอยู่จริง มันมีสมาชิกบางคนที่เลือกใช้นามเหล่านี้เพราะว่าไม่ต้องการให้อยู่ในนามของตระกูลดั้งเดิม – แต่ว่าตัวตระกูลเหล่านี้ไม่มีอยู่จริง”

 

“แล้วท่านทราบได้อย่างไรกัน?” เลดี้แบล็กถามเสียงเย็น

 

“อย่ากังวลไป มาดาม” แฮร์รี่ตอบพร้อมรอยยิ้ม “ตระกูลของคุณเป็นญาติสนิทชิดเชื้อกับสายฮัฟเฟิลพัฟ – และยังใกล้กับสลิธีรินมากกว่าอีกด้วย”

 

“สลิธีรินหรือ?” เลดี้แบล็กถามอย่างอัศจรรย์ใจ “ดิฉันไม่เคยรู้เลย ดิฉันรู้เพียงแค่ฮัฟเฟิลพัฟ – แต่ว่าไม่มีสิ่งใดบอกว่าเราสืบสายเลือดมาจากสลิธีริน”

 

“อ้อ คุณไม่ได้สืบสายเลือดมาจากสลิธีรินหรอก” แฮร์รี่ชี้แจง “เป็นเพียงญาติสนิทชิดใกล้ ไม่ใช่ผู้สืบสายเลือด – แต่ว่านั่นคือสิ่งทีฉันไม่สามารถบอกคุณได้ในค่ำคืนนี้ ฉันต้องรู้ว่าพวกโล่ป้องกันและม่านพลังทำงานอย่างไรก่อนในคืนนี้ บางทีฉันอาจจะบอกความสัมพันธ์ของคุณกับสลิธีรินในวันหลัง”

 

เลดี้แบล็กถอนหายใจ จากนั้นหล่อนก็เรียก “ครีเชอร์!

 

เอล์ฟประจำบ้านแก่โผล่มาให้เห็น มองนายหญิงของมันอย่างคาดหวัง ในขณะที่มองหยามเหยียดไปที่แฮร์รี่อย่างไม่มีปิดบัง

 

“ครีเชอร์” เลดี้แบล็กแนะนำ “นี่คือลอร์ดมัลฟัวร์ เขาเป็นพ่อมดเลือดบริสุทธิ์และไม่ใช่คนอื่นไกล แกจะปฏิบัติต่อเขาเช่นนั้น เข้าใจไหม?

 

“ขอรับ นายหญิง” เจ้าเอล์ฟประจำบ้านรับคำและสีหน้าหยามเหยียดก็หายไป ตอนนี้มันจ้องมองแฮร์รี่อย่างสนอกสนใจ

 

“เขาถามถึงวิธีการออกไปนอกบ้านโดยไม่ให้ใครรู้” เลดี้แบล็กพูดต่อ “จงพาเขาไป ตามไปรับใช้เขาไม่ว่าเขาจะทำอะไร และหลังจากนั้นให้พาเขากลับมา เข้าใจไหม?

 

“ขอรับ นายหญิง” ครีเชอร์ขานรับและหันไปมองแฮร์รี่ “เมื่อท่านพร้อม มายลอร์ด ครีเชอร์จะพาเขาไปตามที่เขาต้องการ”

 

“แค่ไปหน้าบ้านก็พอสำหรับคืนนี้ ครีเชอร์” แฮร์รี่เอ่ยเบาๆ “ฉันอาจมีเซอไพรส์ให้นายและเลดี้แบล็ก”

 

หญิงสาวในรูปเลิกคิ้วอย่างไม่เชื่อแต่ก็เงียบปากไว้

 

ครีเชอร์ทำเพียงยื่นมือไปให้และเมื่อแฮร์รี่จับมันไว้ พวกเขาก็หายตัวไปโผล่หน้าบ้าน

 

แฮร์รี่มองตามแนวถนน

 

“เร็ก?” เขาเรียกและรอจนกระทั่งแมวดำเดินออกมาจากเงามืด

 

“ถนนโล่งมาก มีแค่ฉันกับครีเชอร์เท่านั้น เร็ก – และฉันเชื่อว่าทำมันตรงนี้จะดีกว่าในบ้าน ฉันไม่อยากให้ใครตื่น”

 

เจ้าแมวจ้องเขา และก็พยักหน้า ในวินาทีต่อมาแทนที่เจ้าแมวกลายเป็นชายหนุ่มผมดำและดวงตาสีครามเจือเงิน

 

ครีเชอร์มองไปที่ชายหนุ่มอย่างไม่เชื่อสายตา

 

“นายน้อยเรกูลัส!” มันร้องออกมาในที่สุด เหวี่ยงแขนโอบรอบเอวของเร็กระหว่างที่ร้องไห้น้ำตาไหลเป็นสาย “นายน้อยเรกูลัสยังมีชีวิตอยู่!

 

“ฉันยังอยู่ดี ครีเชอร์” เรกูลัสบอก ตบบ่าเอล์ฟประจำบ้านอย่างเก้ๆกังๆ “และขอโทษนะที่เพิ่งกลับบ้านตอนนี้ ฉันขอโทษที่ไม่ได้กลับมาทันทีที่ทำได้ ขอโทษ ขอโทษจริงๆ”

 

แฮร์รี่ส่งเสียงฮึผ่านจมูก เขารู้ว่าเร็กไม่ได้รู้สึกผิดจริงๆหรอก อ้อ เร็กน่ะรู้สึกผิดที่ทิ้งครีเชอร์ไว้จริงๆเพราะว่าเขารักเจ้าเอล์ฟประจำบ้านประหนึ่งคนในครอบครัว - แต่เขาไม่ได้เสียใจที่ไม่ได้กลับมาบ้าน เขาไม่อยากกลับมาเพื่อมาบอกแม่ของเขาเกี่ยวกับมุมมองที่เปลี่ยนไปต่างหาก

 

แต่ว่านั่นคือสิงที่ยังไงเรกูลัสก็จะไม่มีวันบอกครีเชอร์ที่น่าสงสาร

 

“เราควรกลับเข้าไปในบ้านได้แล้ว เร็ก” แฮร์รี่เอ่ยขัดและครีเชอร์ก็หันมามองเขา

 

“ลอร์ดมัลฟัวร์เป็นพ่อมดที่วิเศษ” ครีเชอร์ประกาศก้อง “ลอร์ดมัลฟัวร์พานายน้อยเรกูลัสกลับบ้าน ลอร์ดมัลฟัวร์ช่างเป็นพ่อมดที่วิเศษที่สุดจริงๆ!

 

แฮร์รี่ยิ้มให้เจ้าเอล์ฟตรงหน้าเขา

 

“แฮร์รี่ต่างหากล่ะ ครีเชอร์” เขาแก้เจ้าเอล์ฟ “ต้องไม่มีใครรู้ว่าฉันคือลอร์ดมัลฟัวร์ ฉันใช้ชื่อแฮร์รี่ พอตเตอร์อยู่ในขณะนี้”

 

ครีเชอร์มองเขาตาใส จากนั้นก็ผงกหัว

 

“ขอรับ แฮร์รี่ พอตเตอร์” มันว่า “ครีเชอร์จะไม่พูดออะไรให้พวกทรยศต่อเลือดและพวกเลือดสีโคลนฟังว่าลอร์ดมัลฟัวร์เป็นใคร ความลับของลอร์ดมัลฟัวร์จะปลอดภัยอยู่กับครีเชอร์”

 

“ครีเชอร์ นายต้องไม่บอกใครเกี่ยวกับลอร์ดมัลฟัวร์” เร็กพูดอย่างจริงจัง “มันสำคัญมากในสิ่งที่ฉันและแฮร์รี่อยากจะทำให้สำเร็จ”

 

“ขอรับ นายน้อยเรกูลัส!” เจ้าเอล์ฟประจำบ้านรับด้วยดวงตาที่สดใส “ทุกอย่างตามแต่นายน้อยจะสั่ง”

 

แฮร์รี่หัวเราะมันตอนนั้นเอง

 

“ดูเหมือนเราจะได้ผู้ช่วยมาเพิ่มแล้วล่ะ” เขายิ้มกว้างให้เร็ก อีกคนยักไหล่ใส่

 

“รอดูไปเถอะ” เขาว่าและสั่งให้ครีเชอร์พาพวกเขากลับเข้าไปในบ้าน

 

เจ้าเอล์ฟทำตามที่บอกและในวินาทีต่อมาพวกเขาก็เข้ามายืนตรงหน้าภาพวาดอีกครา

 

เลดี้แบล็กมองพวกเขาตาถลน

 

“เรกูลัส!” หล่อนกรีดร้อง แฮร์รี่ใช้คาถาที่ทำให้หล่อนเงียบเสียงได้ทันเวลาพอดีเพื่อกันไม่ให้คนในบ้านได้ยินหล่อน

 

“สวัสดีครับ แม่” ชายหนุ่มตอบ “ผมได้ยินว่าแม่กำลังทรมานพี่อยู่”

 

หล่อนกะพริบตา

 

“ฉันไม่ได้กำลังทรมานพี่ของลูก เรกูลัส”

 

“ผมก็หวังอย่างนั้น” เร็กว่า “เราต้องใช้เขาในภายหลัง ถ้าเกิดเขาเป็นบ้าไปเสียก่อนจะทำให้เรามีปัญหา”

 

“แต่ว่ามันก็จะทำให้เรื่องมันง่ายขึ้นนะเร็ก” แฮร์รี่ล้อเล่น

 

“หยุดเลยแฮร์รี่” เร็กร้องฮึ “อย่าท้า ผมอาจพลั้งมือขึ้นมา”

 

แฮร์รี่แค่ยักไหล่ตอบ

 

“ฉันต้องกลับขึ้นไปนอนแล้ว” เขาว่า “ถามครีเชอร์เรื่องล็อกเก็ตและเก็บไว้ดีๆล่ะ เราคงต้องจัดการมันทีหลัง เราต้องใช้ที่ที่ปลอดภัยและสะอาดสะอ้านพอให้ฉันวางเวทป้องกันได้ นี่จะต้องใช้เวลาสักหน่อย”

 

“แน่ล่ะ” เร็กว่า และหันไปทางครีเชอร์ “นายทำความสะอาดบ้านนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่น่ะ?

 

ครีเชอร์ตัวสั่นภายใต้สายตาของเร็ก

 

“ครีเชอร์จะเริ่มเดี๋ยวนี้” เขาตอบ ยังคงสั่นอยู่ “ครีเชอร์จะทำความสะอาดมันให้เร็วที่สุด”

 

“ไม่ต้องหรอก” เร็กว่า “ปล่อยไว้อย่างนั้นดีกว่า เพื่อที่...พวกแขก...จะได้ไม่ผิดสังเกตุ”

 

ครีเชอร์พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

 

“แค่ทำความสะอาดห้องที่พวกเขาไม่ใช้ก็พอและไปเก็บพวกหนังสือในห้องสมุดมา ฉันอยากได้ล็อกเก็ตที่เคยขอให้นายทำลายทิ้งด้วย”

 

ครีเชอร์มุ่นคิ้ว

 

“ฉันรู้ว่านายทำลายมันไม่ได้” เร็กพูดปลอบ “ฉันขอโทษที่บอกให้นายทำสิ่งที่นายไม่มีทางทำสำเร็จได้ ฉันรู้ว่าถ้านายมีทางนายคงจะทำลายมันไปแล้ว อย่าทำโทษตัวเองเพราะมันเลย”

 

ด้วยประโยคนั้น ครีเชอร์ร้องเสียงดังอีกทีและกอดเร็กไว้

 

“นายน้อยเรกูลัสเป็นพ่อมดที่ดี” มันโหยหวน “เขาให้อภัยครีเชอร์ที่ไม่ดี ไม่ทำตามที่เขาสั่ง!

 

“ฉันบอกแล้วไงว่ามันไม่ใช่ความผิดของครีเชอร์” เร็กพูดอย่างเอาจริงเอาจัง “ฉันไม่อยากให้นายทำโทษตัวเองในสิ่งที่นายทำไม่ได้ตั้งแต่แรก ฉันจะทำลายมันเอง ฉันรู้ว่าต้องทำยังไง”

 

“นายเองเหรอ?” แฮร์รี่ถาม “ฉันไม่ยักรู้ว่านายทำเองได้แล้ว เร็ก ฉันควรไปแล้วปล่อยให้นายจัดการเองดีไหม?

 

“คุณรู้ว่าผมหมายถึงอะไรน่ะ ซ...แฮร์รี่!” เร็กโอดครวญ “และผมทำมันเองได้น่า – ไอ้สิ่งนั้นไม่รอดมือหรอก”

 

“บางทีฉันอาจปล่อยให้นายทำมันเอง ล็อกเก็ตนั่นเป็นสิ่งน่าเกลียด – ฉันไม่เสียใจหรอกถ้ามันถูกทำลายทิ้ง”

 

“แฮร์รี่!” เร็กมองเขาเหมือนว่าเขาเป็นบ้าไปแล้ว “ล็อกเก็ตนั่นเป็นของสลิธีรินนะ – คุณรู้คุณค่าของมันหรือเปล่า?!

 

“มันไม่ใช่อะไรวิเศษวิโสนี่” แฮร์รี่ตอบ ไม่สนใจ “และเพราะว่านายมีชีวิตอยู่และหายใจเข้าออกเป็นผู้ก่อตั้งในวันนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันต้องมีความเห็นแตกต่างจากเดิมกับของน่าเกลียดพรรค์นั้น”

 

“และผมนึกว่าคุณจะเกิดมาเป็นสลิธีรินเสียอีก” เร็กพูดพลางส่ายหัว

 

แฮร์รี่จ้องเขา

 

“ฉันค่อนข้างมั่นใจนะว่านามสกุลพ่อฉันไม่ใช่สลิธีริน” เขาบอกเร็ก เร็กร้องฮึ

 

“ผมรู้ว่ามันไม่ใช่” เขายืนยัน “แต่ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น – คุณก็รู้นี่”

 

“แน่นอน” แฮร์รี่ยักไหล่ จากนั้นก็แย้มรอยยิ้ม “แต่ฉันอยากจะตีความอย่างนั้น”

 

“แฮร์รี่...”

 

“โถ่ หยุดเถอะน่า เร็ก” แฮร์รี่ว่า

 

“แต่ว่า...”

 

“ไม่ ฉันจะไปนอนแล้ว นายรับเจ้าล็อกเก็ตน่าเกลียดนั่นและนำมันไปซ่อนซะ เราจะทำลายมันทันทีที่ครีเชอร์เตรียมห้องพิธีกรรมเรียบร้อย ราตรีสวัสดิ์”

 

เร็กถอนหายใจ แต่ก็ตอบรับ

 

“ราตรีสวัสดิ์” และเท่านั้น แฮร์รี่ก็ขึ้นไปนอน

 

ใต้หมอนของเขามีหนังสือพิมพ์เดอะ ควิบเบลอร์ฉบับหนึ่ง ฉบับที่แฮร์รี่เพิ่งได้รับมาเมื่อสองวันก่อน เขายิ้มออกมา ในหนังสือพิมพ์มีคอลัมน์พิเศษที่แสดงให้เห็นจดหมายที่ถูกส่งไปยังหนังสือพิมพ์เดลี่ พรอเฟ็ตเมื่อหลายวันก่อน

 

ข้างใต้นั้น เซโนฟิเลียส เลิฟกู้ด บรรณาธิการของเดอะ ควิบเบลอร์ได้เขียนคำตอบของเขา เดอะควิบเบลอร์ที่แฮร์รี่ได้รับเป็นฉบับที่ได้มาก่อน เพราะว่ามันเป็นหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ที่จะถูกปล่อยในทุกๆวันพฤหัสบดี

 

วันพฤหัสหน้าเป็นวันที่แฮร์รี่มองว่าเหมาะสมมากทีเดียว มันเป็นวันที่จะมีการพิจารณาคดีของเขา – เป็นวันที่เหมาะมากจริงๆนั่นแหละ

 

แฮร์รี่แสยะยิ้ม จำจดหมายของเขาได้รวมถึงคำตอบที่ได้รับมา

 

Xxx

 

เรียน คุณทวิสต์

 

ผมชื่อเซโนฟิเลียส เลิฟกู้ด และผมคือบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์เดอะ ควิบเบลอร์

 

ผมรู้ ผมรู้ว่าผมไม่ใช่บรรณาธิการที่คุณอยากจะได้รับคำตอบสำหรับจดหมายของคุณ – แต่อย่างไรก็ดีผมจะพยายามเพราะว่าผมทึ่งมากเมื่อผมได้อ่านว่าคนที่ยังเยาว์วัยเช่นคุณกล้าที่จะตั้งคำถามต่อโลกของเราและสื่อของเราอย่างที่คุณทำ

 

ความกล้าหาญและความสนใจนี้ควรอย่างยิ่งที่จะได้รับการสนับนสนุนและดังนั้นเอง ผมจึงตัดสินใจจะตอบคำถามคุณให้ดีที่สุดด้วยความรู้ที่ผมมี

 

คู่แข่งของผม เดลี่ พรอเฟ็ตเป็นหนังสือพิมพ์บริษัทจำกัด ที่เหล่าผู้ถือหุ้นจะเป็นผู้ตัดสินว่าอะไรจะถูกตีพิมพ์และอะไรจะไม่ถูกตีพิมพ์ออกมา ซึ่งที่จริงก็เหมือนกันกับหนังสือพิมพ์ของผมเอง แต่ความแตกต่างคือ หนังสือพิมพ์ของผมมีผู้ถือหุ้นเพียงแค่สองเจ้าเท่านั้น ในขณะที่เดลี่ พรอเฟ็ตมีผู้ถือหุ้นมากมาย และผู้ถือหุ้นหลักคือกระทรวงเวทมตร์เอง - ซึ่งถือหุ้นส่วนมากเอาไว้ – และตระกูลจากฝรั่งเศสอีกตระกูล ผมคิดว่านะ

 

แน่นอนข้อเท็จจริงก็คือ กระทรวงเวทมนตร์ ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่นั้น สามารถกำหนดทิศทางให้เดลี่ พรอเฟ็ตทำตามสิ่งที่กระทรวงพูดได้

 

และเพราะเหตุนั้น บทความส่วนใหญ่ของเดลี่ พรอเฟ็ต แม้จะมีข้อเท็จจริงอยู่ แต่ในขณะเดียวกันก็ถูกตีพิมพ์ออกมาโดยพยายามโน้มน้าวผู้อ่านให้เข้าใจผิดได้ ดังนั้นคุณควรอ่านทุกบทความที่ถูกตีพิมพ์ด้วยความคิดที่ว่าคู่แข่งที่รักของผมพยายามจะทำให้กระทรวงดูดีที่สุดในสายตาผู้อ่านไปด้วย

 

ข้อเท็จจริงอีกประการคือ มันมีผู้สื่อข่าวในเดลี่ พรอเฟ็ตที่เขียนข่าวโดยใช้ปากกาจดทันใจอยู่อย่างแน่นอน และด้วยเหตุนี้ ข่าวสารส่วนมากของพวกเขามักจะไม่แม่นยำหรือแค่ผิดไปเลย คู่แข่งที่รักของผมเองดูเหมือนจะไม่สนใจเรื่องการพิสูจน์ข้อเท็จจริงเลยแม้แต่น้อยและดูเหมือนจะสนใจความแม่นยำน้อยมากจริงๆ

 

นั่นแสดงให้เห็นถึงข้อเท็จจริงที่ว่ามันไม่มีมาตรการใดๆควบคุมเมื่อผู้สื่อข่าวใช้ปากกาจดทันใจหรือว่าให้ข้อมูลเท็จอีกด้วย

 

แน่นอนว่า นั่นนำไปสู่คำถามของคุณเกี่ยวกับการข่าวที่จริงจังเชื่อถือได้และอิสระในการนำเสนอข่าวที่ว่า เอาล่ะ ที่จริงผมพูดอะไรมากเกี่ยวกับมันไม่ได้ ยกเว้นเพียงแต่ ตราบใดที่กระทรวงยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของเดลี่ พรอเฟ็ตอยู่ มันอาจจะมีการข่าวที่จริงจังอยู่ตามที่คุณอยากได้นั่นแหละ - เพียงแต่มันจะไม่ถูกตีพิมพ์ออกมาถ้ามันไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น

 

และเมื่อคุณอยากจะเห็นเสรีภาพของการสื่อข่าว คุณก็ไม่ควรจะมองไปที่เดลี่ พรอเฟ็ต มันอาจมีหนังสือพิมพ์บริษัทจำกัดอื่นแต่ถึงแม้ว่าจะเป็นบริษัทจำกัดเหมือนกันมันก็จะมีเสรีภาพได้ตามที่ผู้ถือหุ้นปล่อยให้มีนั่นแหละ

 

โชคดีที่ผมเป็นหนึ่งในสองผู้ถือหุ้นของหนังสือพิมพ์เดอะ ควิบเบลอร์ และเพราะอย่างนั้นถึงได้สามารถตัดสินใจว่าจะตีพิมพ์อะไรได้เอง

 

ถ้าคุณมีคำถามอื่นอีก เขียนมาหาผมได้เลยและผมจะตั้งใจตอบคำถามของคุณให้ดีที่สุด

 

เซโนฟิเลียส เลิฟกู้ด

 

หัวหน้าบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เดอะ ควิบเบลอร์

 

Xxx

 

“มาดูกันดีกว่าว่ากระทรวงจะทำยังไงเมื่อเกมของพวกมันถูกเปิดโปงต่อสาธารณชนอย่างนี้” แฮร์รี่คิดระหว่างที่ปิดตาลง “ฉันล่ะอยากเห็นพวกมันวิ่งพล่านหางจุกตูดเสียจริง - และมันก็จะจบลงอย่างนั้นแหละ นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น...”

 

และแฮร์รี่ตั้งใจอย่างนั้น เขารู้ว่าจะทำอะไรไม่ได้มากจนกว่าจะถึงการพิจารณาคดีของเขา แต่ว่าเกมของเขาได้เริ่มต้นขึ้นอย่างช้าๆแล้ว – มันแค่ต้องทำอะไรเพิ่มเป็นอย่างสุดท้ายในส่วนสำคัญๆก่อนที่เขาจะได้เริ่มเดินหมากต่อกรกับผู้เล่นหลักอื่นๆเสียที

 

แฮร์รี่จะรอ

 

และการรอนั้นทำอะไรเขาไม่ได้ เขาถนัดนักล่ะการรอ

 

ถนัดสุดๆไปเลย

 

“ได้เวลาสะสางแค้นแล้ว” เขากระซิบแผ่ว จากนั้นก็ปิดตาลงและหลับไหล

 

 

To Be Continue

 

Upcoming Chapter: 370 BC Catching Some Breath – แวะพักหายใจ

 

 



ตระกูลมัลฟัวร์ Malfoire อ่านแบบฝรั่งเศสค่ะ ถึงจะเขียน ร การันต์ลงท้ายแต่ว่าจริงๆมันจะออก ค ควาย กลั้วคอหน่อยค่ะ ออกว่า มัล - ฟัว - (คร่า) ประมาณๆนี้ อย่างที่บอกไปก็คือตระกูลสายหลักของมัลฟอยนั่นเองค่าในเรื่องนี้ 


จริงๆตอนต้นๆ อย่างตอน 2-3 นี่มีใบ้มาเยอะนะคะ ถ้ายังจำกันได้

 

เผื่อยังไม่ชัด โอลิเวอร์ ทวิสต์คือซัลเองค่ะ หึๆ จดหมายที่มีคนเอาไปหย่อนที่ออตเทอร์รี่เซนต์แคตช์โพลตอนที่ 2 นั้นโผล่ออกมาแล้วค่ะ อย่างที่เคยบอกไปว่าบ้านของตระกูลเลิฟกู้ดอยู่ตรงนั้น ซึ่งหนังสือพิมพ์นี่แหละที่เป็นเครื่องมือที่ซัลหรือแฮร์รี่ใช้เจาะยางกระทรวงค่ะ เอาเซ่ 

 

เร็จจี้น่ารัก เราเมนพี่น้องตระกูลแบล็กค่ะ นี่รอตอนที่ซิเรียสลุกขึ้นมาทำอะไรสักทีอยู่ค่ะ

 

แล้วเจอกันตอนถัดไปค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 157 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #222 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 19:22
    อยากให้ซีเรียสมีความสุขมากๆเหมือนที่เค้าควรจะมี
    #222
    0
  2. #114 pan club (@stang50) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 22:05
    จะอะไรก็ได้ แต่อย่าทำอะไรซีเรียสเลย...(;^;)
    #114
    0
  3. #78 nattha_thari (@natthasata) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 20:11
    อ่านไปกรีดร้องไปค่ะ มันดียยยยยยยยยย์มากกกกกก
    #78
    0
  4. #48 -Cintear- (@jenny-boboo) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 17:08
    อืม....มันเริ่มจะซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆแล้วสิ
    #48
    0
  5. #30 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 01:33
    แปลเก่งมากเลยค่ะ ใช้คำศัพท์กับการเรียงรูปประโยคได้ดีมากเลย อ่านลื่นไม่งงด้วย
    รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    #30
    0
  6. #29 NanBH'ii (@autumnover) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 01:34
    คือพีคค่ะ.... ตระกูลผู้ก่อตั้งทั้งสามไม่มีอยู่จริง? แฮร์รี่เป็นลอร์ดมัลฟัวร์ เร็กคือเรกูลัส.....

    คือระยะเวลาที่เป็นซัลแฮร์รี่ต้องรู้อะไรบางอย่างแน่ๆ อย่างกระทรวงเวทมนต์กับดัมเบิ้ลดอร์และพวกภาคี(?)ใช้ตัวเองเป็นหมากบนกระดานหรืออะไรอีกมากมาย ดูจะแค้นมากๆ แงง อยากรู่ต่อแล้วล่ะค่ะ รอนะคะ<3
    #29
    1
    • #29-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 11)
      15 พฤษภาคม 2561 / 06:01
      ที่จริงแล้วพวกภาคีเปรียบเสมือนตัวหมากในมือดัมเบิลดอร์ค่ะ แฮร์รี่เปรียบดัมเบิลดอร์เป็นคนเดินหมากเพราะว่าคนส่วนใหญ่เต้นไปตามที่เขาชักนำ นั่นคือดัมเบิลดอร์นับเป็นผู้เล่นหลักอื่นๆค่ะ ซึ่งเราเดาว่ามีอีกสองฝ่ายที่จริงคือกระทรวงและจอมมารเองค่ะ ส่วนที่เหลือรออ่านนะคะ ชอบที่คุณNanคอมเมนต์มามากเลยค่ะ ขอบคุณที่ติดตามและคอยคอมเมนต์เรื่อยๆนะคะ ดีใจมากจริงๆ ^-^
      #29-1
  7. #28 Hebi_black (@Salazar_) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 13:47
    <p>เจาะยางมันเลย เล่นกับใครไม่เล่น</p>
    #28
    0
  8. #27 Poom Raweewan (@poompooi) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 10:51
    เปลี่ยนเป็นคุณนายวิสลีย์ดีกว่าป่าวไรท์ คือนับถือใจคนแปลมาก แปลสนุกมากค่า แล้วมันก้อ่านได้ยาวสะใจดีด้วย555
    #27
    1
    • #27-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 11)
      14 พฤษภาคม 2561 / 11:45
      พอดีตอนมิสซิสฟิกในหนังสือเขาใช้มิสซิสมาเลยเราเลยใช้มิสซิสกับมอลลี่ตอนแรกค่ะ แต่ตอนนี้แก้เป็นคุณนายวีสลีย์แล้วนะคะ ^-^
      #27-1