[ฟิคแปล] Basilisk-Born แฮร์รี่ พอตเตอร์ HP Harry Potter by Ebendbild

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 26,008 Views

  • 499 Comments

  • 1,008 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    597

    Overall
    26,008

ตอนที่ 12 : Chapter 10: 370 BC Catching Some Breath - แวะพักหายใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1392
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 142 ครั้ง
    18 มิ.ย. 61

Chapter 10

Year 370 BC -- 370 ปีก่อนคริสกาล

Catching Some Breath – แวะพักหายใจ

 

Xxx

 

เมื่อซัลกลับมาที่บริททาเนียอีกครั้ง โลนดอมกลายเป็นหมู่บ้านที่มีเชื้อชาติพันธุ์หลากหลายไปเสียแล้ว มันยังคงมีดรูอิดอยู่ แต่ว่าตอนนี้พวกคนธรรมดาเองก็มาอาศัยอยู่เคียงข้างอย่างกลมเกลียวด้วย

 

ซัลท่องไปตามท้องถนน มองหาเส้นทางเก่าๆในโลนดอม มันมีถนนหนทางไม่เยอะมากแต่ว่าก็ยังต้องใช้เวลาเพื่อมองหาบ้านที่เคยอาศัยในยามเด็กอยู่ดี บ้านหลังนั้นเปลี่ยนไป มันมีประตูไม้ขึ้นมาและมีม้านั่งอยู่ด้านหน้า และหน้าม้านั่งและประตูก็มีชายสองคนยืนเถียงกันอยู่อีก

 

“ข้าปรารถนาจะไปท่องโลก ท่านลุง” คนหนุ่มกว่าพูดขึ้นในตอนนั้น “ข้าเป็นผู้ทำไม้คทาและความถนัดของข้าเองก็เป็นที่ต้องการในหนแห่งอื่น! พวกเขาไม่สามารถมาหาข้าเพื่อให้ข้าทำไม้คทาได้! ข้าต้องออกเดินทางไปเหมือนบิดา...!

 

“เจ้ายังเล็กนัก เดอวิน! ถามข้าอีกคราเมื่อเจ้าผ่านหน้าหนาวหลังหนาวถัดไปเถิด” คนแก่กว่าตอบ

 

“ข้าเป็นดรูอิดนะ ท่านลุง! ท่านพ่อคงปล่อยให้ข้าไปถ้า...”

 

“พ่อเจ้าตายแล้วและข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าออกไปข้างนอกนั่นคนเดียวเพื่อไปตายหรอก!

 

“ข้าโตพอแล้วนะ... !

 

“เจ้า เดอวิน ยังเป็นเด็ก! เจ้าไม่รู้อะไรทั้งนั้นเกี่ยวกับโลกใบนี้และอันตรายของมัน! ข้าจะไม่ให้เจ้าไปตาย! พ่อเจ้าจะฆ่าข้าแน่ถ้าข้าทำเช่นนั้น!

 

“แต่...”

 

ซัลตัดสินใจขัดจังหวะในที่สุดเมื่อเห็นว่าการโต้เถียงนี้คงไปไม่ถึงไหน

 

“ข้ากลับมาบ้านแล้ว อาท” เขาทักทายบิดา ชายที่แก่กว่าหนึ่งในสองคน มเยอดิน เอมรีส์หันมามองขวับเมื่อได้ยินเสียงของซัลและก็แย้มรอยยิ้มขึ้นมาทันใด

 

“ซัลวาซาฮาร์” เขาเอ่ย “เจ้ากลับมาแล้ว!

 

อีกคนหันมามองซัลเหมือนกัน ดวงตาของเขามีประกายสงสัยเกี่ยวกับคนแปลกหน้าหรือซัลวาซาฮาร์นั่นเอง

 

ซัลโค้งตัวลงเล็กน้อยให้ชายแปลกหน้าเพื่อทักทายเขา – การโค้งตัวที่ประกาศบอกว่าซัลแก่กว่า

 

“ยินดีที่ได้พบ!” เขาพูด “ข้าคือซัลวาซาฮาร์ บุตรแห่งมเยอดิน เอมรีส์” มันเป็นประเพณีที่จะกล่าวว่าเป็นบุตรของใคร – นามสกุลของเหล่าผู้วิเศษสำคัญน้อยกว่านามของบิดา ซัลคิดว่ามันแปลกแต่ว่าเขาก็เรียนรู้ประเพณีนี้ตั้งแต่ตอนที่กลับมาที่บ้านที่บริททาเนียแล้วและก็ปรับใช้มันเพื่อไม่ให้ดูโดดเด้งเกินไปนัก

 

“ยินดีที่ได้พบ!” อีกคนตอบและโค้งลงให้ต่ำกว่าเล็กน้อย “ข้าคือเดอวิน บุตรแห่งเลเดอร์ โอลิแวนน์เดอร์ ท่านคือบุตรแห่งมเยอดิน เอมรีส์คนนี้หรือ?” เขาถาม ชี้ไปที่มเยอดิน

 

“ถูกแล้ว”

 

“และท่านได้ออกไปเดินทางท่องเที่ยวมา?

 

“ข้าเดินทางมาหลายปีแล้ว” ซัลตอบอย่างจริงใจ เขามองชายหนุ่มตรงหน้าจ้องเขาเขม็งและพยายามคาดเดาอายุของซัล ในที่สุดเขาก็ดูเหมือนจะสรุปได้แล้ว

 

“เขาปล่อยให้ท่านไปและให้ข้ารั้งอยู่เนี่ยนะ?! นั่นไม่ยุติธรรมเลย!” ซัลมั่นใจว่าชายหนุ่มต้องเดาอายุเขาเด็กกว่าความเป็นจริงแน่นอน – ก็แหงสิ ซัลดูเหมือนอายุสามสิบกว่าๆเองนี่นา มันไม่น่าแปลกใจหรอก

 

“ท่านต้องได้ท่องเที่ยวก่อนจะอายุเท่าข้าวันนี้เสียอีกกระมัง!” เดอวินสรุป “และเขาปล่อยให้ท่านไป!

 

ซัลหัวเราะฮึออกมาเมื่อเขาเข้าใจว่าเจ้าหนุ่มนี่ตัดสินใจใช้ “ความเยาว์วัย” ของซัลเพื่อบีบให้มเยอดินปล่อยเขาไป

 

“เขาปล่อยข้าไป” ซัลพูดให้ฟัง “เมื่อข้าอายุกว่าร้อยปีแล้ว – ข้ามั่นใจว่าเขาจะปล่อยให้เจ้าไปไวกว่านั้นอีก อย่างไรเสียเจ้าก็ไม่ใช่บุตรชายของเขา”

 

คราวนี้เดอวินมองเขาอ้าปากค้าง

 

“ขอข้าถามได้หรือไม่...” เขาพูดออกมาในที่สุด แต่ว่ายั้งไว้ก่อนจะถามคำถามออกมา ซัลก็รู้อยู่ดีว่าเดอวินอยากถามอะไร

 

“...ว่าข้าอายุเท่าไรน่ะหรือ?” เขาจบประโยคให้ “ไม่รู้สิ ราวๆสามร้อยปีแล้ว”

 

เดอวินจ้องเขา จากนั้นก็หน้าแดงแจ๋

 

“ขออภัยที่ข้าตัดสินว่าท่านอายุน้อยกว่านั้นมาก” เขาว่า ซัลแค่ยักไหล่ เขารู้ว่าในช่วงเวลานี้ผู้สูงอายุคือผู้มีภูมิและความสูงอายุนับเป็นสิทธิพิเศษหาใช่คำสาปร้ายไม่

 

“อย่าได้กังวลไป” เขาปลอบชายหนุ่ม “ข้าไม่ถือหรอก”

 

เจ้าหนุ่มผงกหัวให้และซัลก็หันไปหาบิดาของเขา

 

“ทำไมท่านถึงรั้งเขาไว้ล่ะ อาท?” เขาเอ่ยถามมเยอดิน “เขาก็ดูเป็นคนฉลาดเฉลียว ท่านไม่คิดหรือว่าเขาต้องการประสบการณ์ในการทำคทาเพิ่ม? การรั้งอยู่ณ ที่แห่งนี้จะไม่ช่วยให้เขาเก่งขึ้น – มันยังมีดรูอิดจำนวนน้อยเกินไปที่จะช่วยให้เขาเก่งขึ้น”

 

“เขาเพิ่งเสร็จพิธีปลุกโลหิตเมื่อวานนี้เอง” มเยอดินบอก “เขายังเล็กไปที่จะเดินทางเพียงลำพัง”

 

“แล้วเหตุใดท่านไม่ไปกับเขาเล่า?” ซัลถามอย่างสนใจ มเยอดินทำเพียงแค่ถอนใจ

 

“ข้าแก่แล้ว ซัลวาซาฮาร์ ข้าเหนื่อยล้าที่จะเดินทางต่อและข้าไม่อาจปล่อยให้เขาไปเพียงลำพังได้ เขาไม่มีประสบการณ์การเดินทางเลย เขาจะไม่รอดแม้เพียงวันเดียวเมื่อออกไปด้านนอกหากไม่มีใครบอกเขาว่าควรทำเช่นไร”

 

ซัลรู้ว่าบิดาของเขาพูดถูก เดอวิน โอลิแวนน์เดอร์ไม่มีประสบการณ์เดินทางเลยแม้แต่น้อย – คนที่ไม่รู้ว่าควรมองหาอะไรจะต้องล้มเหลวแน่ๆ มันมีสถานที่และสัตว์ที่อันตรายเยอะเกินกว่าจะเอาชีวิตรอดโดยปราศจากความรู้เกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น แล้วก็เรื่องอื่นๆเล็กๆน้อยๆเช่นการหาที่หลับนอน การรักษาอาหารและอีกมากมายนัก - และยังเรื่องสลักสำคัญอย่างการพยาบาลและการต่อสู้ เด็กส่วนใหญ่ได้เรียนรู้การต่อสู้ แต่น้อยนักที่จะได้เรียนรักษา

 

“ดังนั้นเขาเลยต้องรั้งอยู่” ซัลพูด มองไปที่บิดา

 

“ถ้าข้าต้องให้คนไปด้วย ทำไมท่านไม่มากับข้าเล่า?” เดอวินพูดขึ้นในจังหวะนั้น “ท่านลุงไว้ใจท่าน ท่านคือบุตรของเขานี่และท่านเองก็อายุมากพอด้วย – ถ้าท่านไปข้าก็สามารถไปได้โดยที่ท่านลุงบ่นไม่ได้”

 

“ข้าเพิ่งกลับบ้านวันนี้ เดอวิน” ซัลเตือนความจำเจ้าหนุ่ม “ข้ายังไม่ได้กลับมาเหยียบบ้านเกิดจนกระทั่งตอนนี้แหละ”

 

เดอวินกะพริบตาและหน้าแดงอีกครั้ง

 

“ท่านไม่ได้กลับมา ใช่แล้ว อภัยให้ข้าเถิด”

 

มเยอดินแค่ถอนใจ “ข้ารู้ว่าเจ้ากระเหี้ยนอยากจะออกไปท่องโลก เดอวิน แต่ว่าเจ้ายังเล็กเกินจะเดินทางลำพัง...”

 

“และก็ไม่มีใครไปกับข้า” เดอวินจบประโยคให้มเยอดินอย่างเคืองขุ่น มเยอดินถอนหายใจอีกครั้ง

 

“อภัยให้ข้าเถิด เจ้าหนุ่ม”

 

ซัลแค่ถอนหายใจออกมา

 

“ถ้าไปเถียงกันเรื่องเดินทางไม่เดินทางดีในวันพรุ่งแทนเล่า? ข้ามั่นใจว่าเดอวินจะรอดอยู่ในเมืองนี้ได้อีกวันหนึ่ง” เขาพูดออกมาในที่สุด เดอวินก้มหัวให้เพื่อแสดงว่าเขาไม่มีปัญหากับคำแนะนำของซัล

 

เย็นนั้นซัลและมเยอดินไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกัน ซัลได้รู้ว่าบิดาของเดอวินตายไปเมื่อสองปีที่แล้วและมเยอดินก็รับเจ้าหนุ่มมาอยู่ในปกครองนับแต่นั้น เขายังได้รู้อีกด้วยว่าเดอวินมีความคิดที่จะขายไม้คทาของเขาไม่เฉพาะเพียงในโลนดอมหากแต่เป็นทั่วทั้งบริททาเนีย

 

“ท่านไม่ควรหยุดยั้งความใฝ่ฝันของเขา อาท” ซัลพูดในที่สุด “หากเขาอยากไป – ถึงแม้เขาจะยังเล็ก - เขาก็ควรได้ไป”

 

“เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่อาจปล่อยเขาไปเพียงลำพังได้ – และเขาควรรั้งรออีกสักหน่อย เขาเพิ่งเสร็จพิธีปลุกโลหิตไปเมื่อวานเท่านั้น ร่างกายของเขาต้องการเวลาเพื่อปรับเปลี่ยน” มเยอดินตอบ “ข้าไม่อาจให้เขาไปได้ในยามนี้”

 

ซัลแค่ก้มหัวเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาฟังพ่อของเขาอยู่และก้มหัวให้กับปัญญาของบิดา

 

“แต่ท่านเองก็ควรปล่อยให้เขาไปทำตามฝัน” เขาพูดอีกครากับพ่อ

 

“เจ้าตั้งใจจะไปกับเขาและดูแลให้เขาปลอดภัยสินะ” มเยอดินพูดขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มในครานี้ ซัลแค่ก้มหัวอีกครั้งหนึ่ง

 

“ข้าจะไป” เขาว่า “แต่ข้าเองก็อยากจะอยู่ที่นี่อีกสักหลายเดือนก่อนจะไป ข้าจะไปคุยกับเดอวินในวันพรุ่ง ข้าจะขอให้เขารออีกสักหน่อย หลังจากนั้นข้าจะไปกับเขาเพื่อเดินทางไปทั่วทั้งบริททาเนีย”

 

“เจ้ายังไม่เหนื่อยล้ากับการเดินทางอีกหรือ บุตรข้า?” มเยอดินถามเสียงแผ่วเบา ซัลเพียงแค่ยิ้มตอบ

 

“ข้าจะเดินทางไปอีกหลายปีจนกระทั่งข้าหาทางกลับบ้านเจอ ข้าไม่ได้รับอนุญาตให้เหนื่อยล้าหรอกขอรับ”

 

และดังนั้นเขาและเดอวินก็เริ่มออกเดินทางไปทั่วบริททาเนียในครึ่งปีต่อมา พวกเขาออกเดินทางไปนับสิบปี กลับมาทุกๆช่วงหลายเดือนยังโลนดอม ระหว่างที่ออกท่องโลก เดอวินเริ่มสอนซัลถึงวิธีการทำไม้คทา ซัลขอให้เขาสอนให้เพราะว่าซัลเริ่มจะสนใจในศาสตร์นี้หลังจากที่ได้รับไม้คทาที่ทำจากโอ๊กของเขามา – อีกเหตุผลหนึ่งคือเดอวินเองก็ต้องการความช่วยเหลือในการทำไม้คทาที่ได้รับคำขอมาด้วย มันมีผู้ทำไม้คทาอยู่น้อยเหลือเกินในบริททาเนียและดรูอิดจำนวนมหาศาลกำลังต้องการไม้คทาที่เหมาะสม ดังนั้นซัลก็เลยเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ทำไม้คทาเพื่อช่วยงานเดอวิน

 

หลังจากแรมปีของการออกเดินทางพวกเขาก็ย้อนกลับมาที่โลนดอมและเดอวินก็เปิดกิจการของเขา ซัลคอยช่วยเขาอยู่หลายสิบปี เขายังได้ช่วยบุตรและหลานของเดอวินด้วย แต่ในที่สุด 245 ปีก่อนคริสตกาล เขาก็ไม่สามารถอยู่ต่อได้อีกแล้ว ดังนั้นเขาก็เลยไปหาบิดาเพื่อบอกลา

 

หลังจากนั้นเขาก็เดินทางไปยังทิศบูรพากระทั่งเขาเจอะกับทะเล ข้ามน้ำไปและย้อนไปสู่ยุโรป มันถึงเวลาที่จะต้องหาทางกลับบ้านอีกครา...

 

 

To Be Continue

 

Upcoming Chapter: 15 AD  A Castle in The Woods – ปราสาทหนึ่งหลังกลางไพร

 

 

ถ้าสังเกตุจะเห็นว่านามสกุลของเดอวินคือ โอลิแวนน์เดอร์ ไม่ใช่ โอลิแวนนีเดอร์เหมือนพ่อทูนหัวซัลแล้วนะคะ มันแสดงให้เห็นถึงเวลาที่ผ่านไปค่ะ ทำให้คำมันเพี้ยน ประมาณนั้น เหมือนกับที่มเยอดินจะเพี้ยนไปเป็นเมอร์ลินนั่นแหละค่ะ


*บูรพา = ทิศตะวันออกค่ะ


ตอนนี้จะสั้นหน่อยค่ะ เลยแปลได้ไว

 

แล้วเจอกันตอนถัดไปค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 142 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #458 คนที่เงียบๆ (@bell8888) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:05

    ให้ตายเถอะ เรื่องนี้มันสุดยอดจริงๆ

    #458
    0
  2. #223 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 19:25
    เมอร์ลินอายุเท่าไหร่แล้วเนี่ยยย
    #223
    0
  3. #79 nattha_thari (@natthasata) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 20:18
    คุณแปลการพูดคุยแบบโบราณได้ลื่นดีจังเลยค่ะ อ่านสลับระหว่างปัจจุบันกับก่อนคริสตกาลแล้วไม่รู้สึกตงิดๆ หรือแปลกอะไรเลย เวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ แล้ว อาาาาาา ซัลอายุเท่าไหร่แล้วเนี่ย
    #79
    0
  4. #49 -Cintear- (@jenny-boboo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 17:16
    เป็นคุณพ่อที่น่ารักมากเลยนะเนี่ย มเยอดินน่ะ
    #49
    0
  5. #32 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 18:19
    รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    เราก็สงสัยอยู่ว่าน’นี’หายไปไหน อ่านทอร์คเลยเข้าใจ
    ตอนนี้ซัลอายุเท่าไหร่แล้วเนี่ยยยย
    #32
    0
  6. #31 NanBH'ii (@autumnover) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 16:05
    อยากรู้อ่ค่ะว่าคนสมัยนั้นอายุยืนยาวกี่ปี? มันต้องนานมากๆแน่เลย
    เราลืมเรื่องที่จะบอกค่ะ ไรเตอร์เขียนและผูกปมเรื่องได้เก่งมากๆและคนแปลแปลได้ไหลลื่นและใช้ภาษาได้ดีมากๆ อ่านไม่ค่อยสดุด ปกติเราจะมึนกับการอ่านวรรณกรรมแปลจากต่างประเทศ สู้ๆทั้งไรต์และคนแปลนะคะ^ ^
    #31
    0