[ฟิคแปล] Basilisk-Born แฮร์รี่ พอตเตอร์ HP Harry Potter by Ebendbild

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 26,050 Views

  • 499 Comments

  • 1,008 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    639

    Overall
    26,050

ตอนที่ 14 : Chapter 12: 25 AD Learning from Family - เรียนรู้จากครอบครัวเดียวกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1389
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 127 ครั้ง
    28 พ.ค. 61

Chapter 12

25 AD -- คริสศักราช 25

Learning from Family – เรียนรู้จากครอบครัวเดียวกัน

 

Xxx

 

ซัลรู้สึกกังวล

 

เขาเข้ามาบนเกาะที่เขาได้ยินมาว่ามอร์กาน่ากำลังอาศัยอยู่เมื่อวันก่อนและกำลังยืนอยู่หน้าบ้านของนางในยามนี้

 

อวาลอน[1]

 

ซัลมาที่อวาลอน

 

เขาได้ยินข่าวลือถึงมอร์กาน่า เลอเฟย์[2]และความสามารถในการรักษาของนาง แน่นอนว่าเขายังได้ยินมาว่านางหลงใหลในศาสตร์มืด – ซึ่งไม่ใช่อะไรที่ซัลอยากจะเรียนรู้สักนิด

 

แต่เขาก็ต้องเรียน เขาต้องรู้และเขาอยากที่จะเรียนรักษา – รวมถึงเวทมนตร์ประจำตระกูลด้วย เขาได้ตัดสินใจตั้งแต่ที่พ่อของเขาบอกเรื่องมรดกที่ได้รับตกทอดมาผ่านสายเลือด ตั้งแต่ที่พ่อของเขาบอก ว่าดวงตาของเขาบอกชัด ประกาศก้องต่อโลกว่าเขาเกิดมาเป็นเลอเฟย์ และตั้งแต่นั้นเขาก็ได้เรียนรู้การเป็นทายาทของอาเธอร์และมอร์กาน่า สามปีครึ่งก่อนหน้านี้มอร์กาน่ามาหาและต้อนอาเธอร์เสียจนมุม ซัลไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์และได้ยินเรื่องนี้ในภายหลัง – เกี่ยวกับบุตรของมอร์กาน่าที่เกิดมาหลังค่ำคืนที่นางได้ร่วมเรียงกับอาเธอร์

 

อาเธอร์ไม่ยินดีเลยที่เด็กคนนั้นเกิดมาและไม่ต้องการให้เด็กคนนี้เป็นทายาท ว่าง่ายๆคือเขาปฏิเสธที่จะเป็นบิดาของเด็กและมเยอดินก็นำมอร์กาน่าออกไปจากปราสาท ซัลไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรแต่ผลของการพบกันครานั้นคือความเป็นปรปักษ์ระหว่างบิดาของซัลและมอร์กาน่า

 

ถึงแม้ซัลจะเป็นผู้สืบเชื้อสายของมอร์กาน่า แต่เขาเองก็เป็นบุตรของมเยอดินเช่นกัน – และมอร์กาน่าเกลียดมเยอดินอย่างกับอะไรดี...

 

เพราะอย่างนั้นเลยทำให้ซัลมายืนอยู่หน้าประตูบ้านของนางนิ่ง ไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไรดี...

 

Xxx

 

“เจ้าจะยืนอยู่อย่างนั้นไปตลอดกาลหรือไง เจ้าหนุ่ม?” เสียงหนึ่งถามขึ้นอย่างประชดประชัน และประตูก็ถูกเปิดออกมา ซัลกำลังมองสตรีวัยกลางคนที่กำลังอุ้มเด้กอายุราวสี่ขวบบนตัก

 

“เอ่อ...” ซัลตะกุกตะกัก “ข้า...ข้ามาหามอร์กาน่า เลอเฟย์ มีคนบอกข้ามาว่านางอยู่ที่นี่” เขาพูดออกไปในที่สุด สายตาจ้องมองหญิงสาว

 

นางมีเส้นผมสีดำเลื่อมและดวงตาสีเขียวคมดุ ซัลรู้จักดวงตาเหล่านี้ มันเหมือนกันกับดวงตาที่ซัลได้รับมาจากแม่ของเขา

 

เด็กชายบนตักของมอร์กาน่าไม่มีดวงตาสีนี้ เขามีดวงตาสีน้ำตาล – ดวงตาคู่ที่ทำให้ซัลนึกถึงอาเธอร์...

 

“งั้นเด็กคนนี้ก็คือมอร์เดร็ด” ซัลคิด และเขาก็ต้องแก้สิ่งที่ตัวเองคิด “เมดรอวด์[3] ชื่อของเขาเพี้ยนไปตามกาลเวลา นามของเขาคือเมดรอวด์”

 

“และใครกันที่มาหาข้า?” มอร์กาน่าถามเขา มองเขาอย่างเยือกเย็นแต่ก็เก็บทุกรายละเอียด

 

“นามของข้าคือซัลวาซาฮาร์ เอมรีส์” ซัลเคยคิดว่าจะเรียกตัวเองเป็น เลอเฟย์ แต่เขาไม่อยากจะหลอกนางเช่นนั้น เขาอาจเป็นเลอเฟย์โดยสายเลือด แต่ว่าเขาไม่เคยใช้นามนั้นมาก่อนเลย

 

“เอมรีส์?” นางถาม ยังคงจ้องอยู่ “เหมือนมเยอดิน เอมรีส์หรือ?

 

“เอ่อ...เป็นเช่นนั้น” ซัลตอบอย่างวิตก

 

“เจ้ามาทำอะไร เชื้อสายของมเยอดิน?

 

“ข้า...ข้า...” ซัลกลืนน้ำลายและพยายามรวบรวมความกล้า “ข้ามาที่นี่เพื่อขอเป็นศิษย์” เขาเอ่ย ไหล่ตั้งตรง

 

“เชื้อสายของมเยอดินมาขอข้า มอร์กาน่า เลอเฟย์ผู้ยิ่งใหญ่ให้รับเป็นศิษย์หรือนี่?” นางเอ่ย ฟังดูอันตรายยิ่งยวดขึ้นมาในทันใด

 

สายตาของซัลพลันเย็นเยียบเมื่อเขาประสานตากับนางตรงๆ เขาจ้องกลับ ท้าทายให้นางพูดอะไรอย่างอื่นออกมาให้เหมือนกับก่อนหน้านี้ – และมอร์กาน่าก็กะพริบตาปริบ

 

“เจ้ามิใช่เอมรีส์” และแล้วนางก็เอ่ยออกมา “เจ้าเป็นสายเลือดของข้า เจ้าคือทายาทของข้า” นางหันมาสอดส่องสายตามองบุตรของนาง “แต่เจ้ามาได้อย่างไร? ข้าเป็นเพียงผู้เดียวที่สืบเชื่อสายมาจากตระกูลหลัก – มีเจ้าอยู่ได้อย่างไรเมื่อข้ามีบุตรเพียงหนึ่งเท่านั้น?!

 

ซัลกลืนน้ำลายอีกหน เขารู้ว่าเขาต้องอธิบายให้นางฟัง – และจะดีที่สุดถ้าไม่ต้องโกหกอะไรมาก

 

“ข้า...ข้าไม่ได้มาจากช่วงเวลานี้” เขาสารภาพและมอร์กาน่าก็หันกลับมามองเขา อีกครั้งคิ้วของนางเลิกขึ้น “ข้า...เอ่อ...ข้าเป็นเหลนของเหลนของเหลนของท่าน ท่านจะว่าอย่างนั้นก็ได้” ซัลจบมันด้วย “ข้ามาที่นี่เพื่อเรียนกับท่าน”

 

มันเป็นความจริง แต่ว่าไม่จริงมากพอที่จะทำให้สรุปเรื่องได้ถูกต้อง

 

“ถ้าเจ้าเป็นลูกหลานของข้าจริง – เจ้าไปใช้นามของมเยอดินได้เยี่ยงไรกัน?” นางถาม คราวนี้สนอกสนใจเป็นอย่างยิ่ง “มิใช่ว่าเจ้าควรจะใช้นามของข้า – หรือของอาเธอร์หรอกหรือ?

 

“ข้า...มารดาของข้าเป็นเพียงทายาท” ซัลตอบ รู้สึกกังวล “ข้าใช้นามของบิดาเพราะว่าข้าไม่มีสิทธิในการถือนามของมารดาข้า”

 

“เจ้ามีเวทมนตร์ของเรา” มอร์กาน่าเอ่ย หรี่ตาลง “เจ้ารู้เวทมนตร์ประจำตระกูลและด้วยเหตุนั้นเจ้ามีสิทธิถือนามของเรา เจ้าไม่จำเป็นต้องลดตัวไปแปดเปื้อนกับนามของมเยอดิน”

 

ซัลเงียบปากอย่างชาญฉลาด เขาคาดไว้แต่แรกว่ามอร์กาน่าต้องไม่ยินดีกับนามสกุลของเขาแน่

 

“เอาล่ะ นั่นคือปัญหา” ซัลว่า “ข้าไม่รู้เวทมนตร์ประจำตระกูล”

 

มอร์กาน่าจ้องเขาเมื่อเขาพูดเช่นนั้น

 

“มารดาเจ้ามิได้สอนหรือ?” นางถาม รู้สึกตกใจและรังเกียจ

 

“นางมิสามารถสอนข้าได้” ซัลแก้ “นางตายเมื่อข้ายังเล็กนัก”

 

“เช่นนั้นยายของเจ้าต้อง...”

 

“มันมีสงคราม” ซัลพูดเสียงขื่น “ข้าคือคนสุดท้ายที่มีเวทมนตร์ในสายตระกูล เป็นเช่นนั้นตั้งแต่ข้านับได้หนึ่งหนาว ข้ายังมีป้าอยู่ – แต่นางไม่มีเวทมนตร์ นางบอกข้าไม่ได้ว่าข้าต้องเรียนรู้อะไรบ้าง”

 

“แน่นอนว่านางบอกเจ้าไม่ได้” มอร์กาน่าเอ่ย “และนั่นทำให้เจ้ามาที่นี่”

 

“ถูกแล้ว” ซัลตอบ “ข้าต้องการอาจารย์ที่เหมาะสมให้เรียนจาก ข้าจึงมาที่นี่”

 

ชั่วเวลาหนึ่งความเงียบปกคลุมระหว่างที่มอร์กาน่าจ้องราวกับจะมองให้ทะลุตัวเขาไปด้วยดวงตาของนาง มันดูเหมือนเป็นบททดสอบและซัลก็ยิ่งกังวลยิ่งขึ้นเรื่อยๆตามระยะเวลาที่นางจ้อง

 

“และเรียนรู้คือสิ่งที่เจ้าจะได้ทำ ซัลวาซาฮาร์” มอร์กาน่าเปิดปากในที่สุดและแย้มยิ้ม “เข้ามาสิ ข้าจะสอนเจ้า ข้าไม่อยากให้นามของตระกูลไปสิ้นสุดที่เชื้อสายเอมรีส์ – แม้ว่าข้าจะเห็นด้วยกับตัวเลือกของมารดาเจ้าในการออกเรือนก็ตาม เชื้อสายเอมรีส์คือเชื้อสายที่แข็งแกร่ง – การนำมันเข้ามาสู่สายของเรานับเป็นตัวเลือกที่ดี”

 

ซัลเลือกที่จะทำเป็นลืมบอกว่าพ่อเอมรีส์ของเขาไม่เคยแต่งงานกับแม่ของเขาอย่างชาญฉลาด เขาไม่อยากบอกมอร์กาน่าว่าเขาเป็นบุตรของมเยอดินจริงๆ เขาแน่ใจว่านางคงไม่ชอบมันนัก...

 

เขาเลยเดินเข้าไป รู้ตัวว่าเขาต้องเรียนในสิ่งที่นางอยากให้เขาเรียนไปอีกหลายปีข้างหน้า และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่นางจะหยุดการฝึกสอนของนาง

 

Xxx

 

กระท่อมหลังนี้มีขนาดเล็กและถูกเก็บกวาดอย่างดี มอร์กาน่าชี้ไปที่เก้าอี้ไม้เรียบง่ายหน้าเตาผิง

 

“นั่งเสีย” นางเอ่ยระหว่างที่นางนั่งบนเก้าอี้ที่ดูสบายกว่า

 

“เจ้าอ่านหนังสือออกหรือไม่?” นางถาม

 

“ออกขอรับ” ซัลตอบ

 

“งั้นป้าของเจ้าก็สอนบางอย่างให้เจ้ามาสิ” มอร์กาน่ากล่าว “แล้วหนังสือของตระกูลเล่า - เจ้าได้อ่านมันหรือไม่?

 

“ไม่” ซัลว่า “บ้านของพ่อแม่ข้าถูกทำลาย ข้าไม่มีสิ่งใดเหลืออยู่ยกเว้นเพียงผ้าคลุมเก่าของบิดา”

 

มอร์กาน่าทอดถอนใจ ซัลรู้สึกได้ว่านางกำลังพินิจใจเขา เขาปล่อยให้นางผ่านเข้าไป – ไม่ใช่ไปสู่ความทรงจำของเขาแต่เป็นอารมณ์ความรู้สึกของเขาเพื่อให้นางวิเคราะห์ได้ว่าเขากำลังพูดความจริง

 

“แต่เจ้ารู้ศาสตร์การสกัดใจขั้นพื้นฐาน” นางว่า “ถึงมันจะเป็นเพียงรูปแบบที่ไม่ได้รับการขัดเกลาก็ตาม”

 

“บิดาข้าสอนมา” ซัลตอบอย่างซื่อตรง

 

“เช่นนั้น ข้าจะสอนให้ดีกว่า” มอร์กาน่าพูด “ลืมสิ่งที่พ่อเจ้าสอนเสีย - ข้าจะสอนศาสตร์การสกัดใจที่แท้จริงให้เจ้า”

 

“ขอรับ มายเลดี้” ซัลกล่าว

 

“เรียกข้าว่ามารดา” มอร์กาน่าเอ่ย “เจ้าอาจจะเป็นหลานข้าไม่รู้กี่รุ่น แต่ว่าเจ้าก็ยังเด็กพอจะเรียกข้าว่ามารดา เอาล่ะ เจ้าผ่านมากี่หนาวแล้ว?

 

“สิบห้าขอรับ” ซัลตอบ ใช้อายุร่างกายไม่ใช่ทางความคิด เขาไม่มั่นใจว่าเขาชอบข้อเสนอของมอร์กาน่าที่ว่าให้เรียกขานนางว่า มารดาหรือไม่ แต่เขาก็รู้ว่ายังไงเขาก็คงทำอยู่ดี นางเป็นบรรพบุรุษของเขาและเพราะอย่างนั้นจึงอาวุโสกว่า ถ้านางอยากให้เรียกขานว่า มารดา เขาก็จะทำตามอย่างไม่เกี่ยงงอน

 

“เวทมนตร์ของเจ้าเพิ่งพัฒนาไปเพียงครั้งเองหรือ?” มอร์กาน่าไต่ถาม ซัลยักไหล่

 

“ข้าไม่ทราบ” เขาตอบตามจริง

 

เมื่อเขาพูดเช่นนั้นมอร์กาน่าหยิบไม้คทาของนางออกมาและชี้มาทางเขา ซัลเกร็งตัว แต่ไม่สะดุ้งหรือนำไม้คทาของเขาออกมา

 

มอร์กาน่ายิ้มเมื่อเห็นเช่นนั้น นางเห็นเขาลอบเอื้อมไปหยิบไม้คทาก่อนที่เขาจะหยุดตัวเองไว้ไม่ให้ทำเช่นนั้น

 

“เจ้ามีปฏิกิริยาตอบสนองที่ดี” นางกล่าว “พ่อเจ้าสอนวิถีของนักรบมาสินะ ข้าเชื่ออย่างนั้น?

 

“เขาสอนวิถีของดรูอิด มารดา” ซัลตอบ “ข้ามิใช่นักรบ แต่ข้าต้องรู้ว่าต้องสู้แบบดรูอิดอย่างไร”

 

“แน่นอน” มอร์กาน่าพูดและจากนั้นก็กระซิบคาถา

 

แสงสีเหลืองกระทบร่างซัล จากนั้นเขาก็เริ่มเรืองแสงสีเขียว

 

“โอ้ นั่นเป็นเรื่องดี” มอร์กาน่าว่า “เจ้าเพิ่งพัฒนาไปเพียงครั้งเท่านั้น ข้าจะสามารถสอนเจ้าได้ตั้งแต่ต้นเลย – และเราเองก็มีเวลา ครั้งที่สองจะยังไม่มาก่อนสามหนาวนับจากนี้”

 

“ท่านสามารถบอกได้?” ซัลถาม ประหลาดใจ แม้แต่พ่อของเขายังไม่สามารถบอกได้เมื่อซัลเริ่มพัฒนาเป็นครั้งแรก

 

“ใช่” มอร์กาน่ายืนยัน “และเจ้าเองก็จะสามารถทำได้เฉกเช่นเดียวกันเมื่อข้าได้สอนเจ้าหมดทุกสิ่ง มีเพียงสองเงื่อนไข”

 

“ข้าฟังอยู่”

 

“เจ้าจะยอมให้ข้ารับเจ้าเป็นบุตรบุญธรรม” มอร์กาน่ายื่นข้อเสนอ “ในฐานะบุตรของข้าข้ามีสิทธิเต็มที่ที่จะสอนเจ้าอย่างไรก็ได้โดยที่เจ้าไม่สามารถทักท้วงได้” ซัลคิดแล้วว่ามันมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดอะไรแบบนี้ มอร์กาน่ารู้ว่าเมดรอวด์ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ประจำตระกูลได้ และนางต้องการทำให้แน่ใจว่าจะมีใครสักคนใช้มันได้อย่างเต็มที่ – ถึงแม้ใครบางคนนี้จะเป็นทายาทที่มาจากอนาคตอันไกลโพ้นก็ตาม เมื่อเขาเป็นบุตรของนางอย่างแท้จริง – แม้จะเป็นบุตรบุญธรรมก็ตาม – และไม่ใช่เพียงแค่ผู้สืบสายเลือดเท่านั้น นางจะสามารถเข้าใจเวทมนตร์ของเขาได้ดีขึ้น บิดามารดาเพียงแค่เข้าใจเวทมนตร์ของเด็กได้ดีกว่าใคร

 

“ข้าจะทำ” เขาตอบ เขาหวังว่าจะหลีกเลี่ยงมันได้แต่ว่ามันก็ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย “เอาเถอะ มันไม่เปลี่ยนเลือดในตัวข้าหรอก” เขาคิด เขาแค่จะเข้าถึงเวทมนตร์ประจำตระกูลได้ดียิ่งขึ้น...และนั่นก็ไม่แย่เลยสักนิด

 

“อีกประการคือเจ้าจะต้องสอนเมดรอวด์ต่อสู้เมื่อเขาเติบใหญ่พอ” มอร์กาน่าพูด

 

ซัลพยักหน้า รู้ว่าเขาไม่มีทางเลือก – แม้ว่านี่อาจจะเป็นสาเหตุให้อาเธอร์ดับสูญในภายภาคหน้าก็ตาม แต่ถึงเป็นเช่นนั้น – การปฏิเสธมันก็จะไม่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ อาเธอร์จะต้องตายและถ้าประวัติศาสตร์ต้องการให้เมดรอวด์เป็นสาเหตุของการดับสูญนั้น มันก็จะเป็นเช่นนั้นแหละ ซัลไม่สามารถเปลี่ยนมันได้ถึงเขาจะปฏิเสธ

 

“ข้าจะทำ – แต่ฝีมือดาบข้าดาษดื่นมากเลยนะ”

 

“ตราบใดที่เจ้าสอนเขา” มอร์กาน่าตอบ “ที่เหลือเขาจะเรียนรู้ด้วยตัวเอง”

 

Xxx

 

เวลาที่อยู่กับมอร์กาน่าผ่านไปอย่างรวดเร็ว

 

เพียงไม่นานซัลก็ชินกับการเรียกมอร์กาน่าว่า มารดาและภายใต้การฝึกสอนของนางเขาเริ่มเรียนรู้การใช้เวทมนตร์ประจำตระกูล เขายังได้เริ่มเรียนรู้วิธีการรักษาและรวมถึงศาสตร์มืด

 

ในคราแรกซัลรู้สึกลังเลเล็กน้อยที่จะต้องเรียนศาสตร์มือด แต่ไม่นานเขาก็ค้นพบว่าหลายๆพิธีกรรมและคาถาในศาสตร์มืดสามารถที่จะใช้ในทางอื่นได้และมันจะช่วยเขาระหว่างที่รักษาคนอื่นๆ

 

ซัลยังได้รู้อีกด้วยว่าเขารักการรักษา ก่อนหน้าที่จะมาเป็นศิษย์ซัลคิดว่ามาเรียนการรักษาไว้คงเป็นการดีแต่ยิ่งเขาได้เรียนรู้มากใดเขาก็ยิ่งค้นพบว่าการรักษานี่แหละเป็นสิ่งที่เขาคงจะทำเป็นอาชีพ

 

มอร์กาน่ายังสังเกตุอีกด้วยว่าเขารักการรักษาและนางเริ่มให้เขาช่วยงานในฐานะผู้รักษามากขึ้นเรื่อยๆ

 

สิบปีผ่านไป วันที่เมดรอวด์สามารถเอาชนะซัลได้ในการฝึกซ้อมต่อสู้เป็นครั้งแรก หลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาที มอร์กาน่าก็เรียกหาซัล

 

“ขอรับ มารดา?” เขาถาม ขณะที่เดินเข้ามาในบ้าน

 

“ซัลวาซาฮาร์ เลอเฟย์” นางเอ่ย “วันนี้เป็นวันที่การฝึกสอนของเจ้าจบลง เจ้ารู้ในทุกสิ่งที่ข้ารู้แล้วและไม่เหลือสิ่งใดให้ข้าสอนอีก”

 

ซัลก้มหัวให้อีกฝ่าย

 

“คราวนี้ก็เหลือเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น” มอร์กาน่าพูดต่อ “สัตย์ปฏิญาณ”

 

ซัลรู้ว่านางหมายถึงอะไร ผู้รักษาทุกคนต้องสาบานต่อเวทมนตร์ของตัวเองเพื่อช่วยเหลือทุกคนที่ต้องการมัน สัตย์ปฏิญาณของผู้รักษาจะผูกมัดเขาไว้ในเวทมนตร์ของเขาเอง ไม่มีผู้รักษาใดได้รับอนุญาตให้สังหารหรือทำร้ายหรือแม้กระทั่งปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเมื่อความสามารถของพวกเขาเป็นที่ต้องการ

 

สัตย์ปฏิญาณนั้นจะผูกมัดและจะพรากชีวิตผู้รักษาไปเมื่อเขาละเลยมัน

 

“ข้าไม่มั่นใจว่าข้าอยากจะรับมัน” ซัลกล่าวอย่างจริงใจ

 

มอร์กาน่าเลิกคิ้วขึ้น

 

“ข้าสอนเจ้ารักษามานับสิบปี – และตอนนี้เจ้ามิอยากทำขั้นสุดท้ายของอาชีพเจ้าเนี่ยนะ?” นางถามอย่างประหลาดใจ

 

“ผู้รักษาไม่สามารถต่อสู้ได้” ซัลว่าตามความจริง

 

“และเจ้าอยากจะต่อสู้หรือ?

 

“ไม่” ซัลส่ายหัว “ข้าอยากจะปกป้อง”

 

เขาคาดว่ามอร์กาน่าจะโกรธเขาเพราะการปฏิเสธการให้สัตย์ปฏิญาณแก่อาชีพผู้รักษา สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือรอยวาววับในดวงตาของนางเมื่อนางได้ยินคำตอบของเขา

 

“ถ้าเจ้าอยากจะปกป้อง” นางเอ่ย “เจ้าจะพยายามปกป้องทุกคนหรือไม่ – โดยไม่จำกัดชาติพันธุ์ สายเลือด หรือสิ่งอื่นใด?

 

ซัลขมวดคิ้ว

 

“แน่นอน” เขาตอบ “เหตุใดข้าจึงไม่ควรปกป้องใครในเมื่อข้าสามารถทำได้และบุคคลนั้นต้องการความช่วยเหลือ?

 

คราวนี้มอร์กาน่าเริ่มฉีกยิ้มราวกับแมวเชสเชียร์

 

“เจ้าจะปกป้องเหล่าคนที่ไม่สามารถปกป้องตนเองได้จากคนที่พยายามทำร้ายพวกเขาหรือไม่?

 

“เป็นเช่นนั้น” ซัลว่า ยังคงขมวดคิ้วอยู่และตอนนี้งุนงงเป็นที่สุด

 

“และเจ้าจะใช้ความสามารถทั้งหมดของเจ้าในการช่วยเหลือผู้ใดก็ตามที่ต้องการความช่วยเหลือหรือไม่?

 

“แน่นอนว่าเป็นเช่นนั้น...”

 

“แม้ว่าเจ้าจะต้องให้ความช่วยเหลือแก่ศัตรูของเจ้าน่ะหรือ?

 

“ใช่...”

 

“แม้ว่าเจ้าจะต้องสังหารใครสักคนหรือปล่อยให้ใครสักคนตายไปเพื่อความปลอดภัยของคนอื่นหรือ?

 

ซัลกะพริบตากับประโยคดังกล่าว ปล่อยให้ใครตาย?!

 

“ใช่...” เขาบอกอย่างไม่แน่ใจนัก

 

“แม้ว่ามันจะนำอันตรายมาสู่ตัวเจ้า?

 

“ใช่” คราวนี้เขามั่นใจ

 

“เช่นนั้นข้าขออวยพรให้เจ้า เด็กน้อย เจ้าคือผู้รักษา เจ้าคือนักรบ เจ้าคือผู้พิทักษ์ เจ้าได้สำเร็จการฝึกสอนแล้วและได้เลือกเส้นทางของตนเอง ให้เจ้าได้รักษาผู้อื่น ให้เจ้าตัดสินหัวใจของพวกเขา ให้เจ้าชี้นำทางผู้อื่น ให้เจ้าปกป้องพวกเขาจากภยันตราย วันนี้ ข้าแต่งตั้งให้เจ้าเป็นผู้พิทักษ์รักษา – เกิดมาเพื่อปกป้อง เกิดมาเพื่อตัดสิน เกิดมาเพื่อรักษา ให้มันเป็นดังนั้น”

 

ทันใดนั้นหมอกควันสีทองสว่างก็ล้อมรอบตัวของซัลไว้และวงแหวนรูนส์ก็ปรากฏเหนือศีรษะของเขา ซัลไม่เคยเห็นวงแหวนนี้มาก่อน มันเป็นวงแหวนผู้รักษาทั่วไปตรงกลาง แต่มันถูกล้อมกรอบด้วยวงที่แตกต่างออกไป เป็นวงที่ซัลไม่รู้จัก

 

แต่ก่อนซัลจะแก้มันออก มันก็ส่องสว่างราวกับดวงตะวัน แตกสลายกระจายออกเป็นเสี่ยงๆและพุ่งเข้าไปในร่างของซัล

 

ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างและจากนั้นมันก็หยุดลงและกลับไปเป็นปกติ

 

“อะไรน่ะ...?” เขาเริ่มถาม แต่มอร์กาน่าตอบให้ก่อน

 

“สัตย์ปฏิญาณหนึ่งของผู้รักษา” นางตอบ “แต่มิใช่อันปกติทั่วไป สัตย์นี้จะให้เจ้าสามารถปกป้องและสังหารได้ - ไม่มีผลกระทบใดๆ เจ้ายังสามารถปล่อยให้คนตายได้อีกด้วยหากคนผู้นั้นได้ทำร้ายคนอื่นด้วยการกระทำหรือว่าจะทำร้ายผู้อื่นต่อไปหากเขายังอยู่”

 

“เช่นนั้น...ก็ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม?” ซัลถามอย่างงุนงง

 

“โอ้ มันมีสิ” มอร์กาน่าตอบคำถาม “ผู้อื่นนั้นมาก่อนเสมอแล้ว เจ้าไม่สามารถทำสิ่งใดได้หากเจ้าเจอกับการสู้รบ เจ้าต้องช่วยเหลือผู้ที่ต้องการการปกป้อง เจ้าไม่สามารถช่วยฝ่ายอื่นได้ และเจ้าไม่สามารถช่วยเหลือคนชั่วร้ายได้ ถ้าเจ้าทำเช่นนั้น เจ้าจะสูญเสียเวทมนตร์ของเจ้าและอาจถึงแก่ชีวิตเจ้าได้”

 

“ท่านหลอกให้ข้าให้คำสัตย์ปฏิญาณ” ซัลกล่าว

 

“ข้ารู้จักเจ้าดี ซัลวาซาฮาร์” มอร์กาน่ากล่าวพลางยักไหล่ “อย่างไรเสียเจ้าก็จะทำมันอยู่ดี เจ้าเกิดมาเพื่อปกป้อง – การที่เจ้ามีสายเลือดของข้าและในขณะเดียวกันก็มีสายเลือดของอาเธอร์ เพนดราก้อนไหลเวียนอยู่แสดงให้เห็น เจ้าจะไม่รู้สึกถึงข้อจำกัดเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าสัตย์ปฏิญาณนี้”

 

ซัลถอนหายใจ แต่เขาเถียงไม่ได้ ถึงแม้จะไม่มีสัตย์ปฏิญาณดังกล่าวเขาก็จะยังช่วยเหลือคนที่ต้องการมันและอ่อนแอเกินกว่าจะปกป้องตนเองอยู่ดี

 

“แต่เหตุใดต้องหลอกให้ข้าให้คำสัตย์ด้วยเล่า?

 

“มันเป็นสัตย์ที่เจ้าต้องให้โดยที่ไม่รู้ตัว” มอร์กาน่าเอ่ย “และถึงเจ้าจะให้สัตย์ไป มันก็มีเพียงไม่กี่คนในโลกใบนี้ที่คำสัตย์นั้นจะถูกยอมรับโดยเวทมนตร์ ผู้พิทักษ์รักษานั้นพิเศษ บางทีอาจมีเพียงแค่สองหรือสามในโลกใบนี้ ข้าเดาตั้งแต่แรกว่าเจ้าจะเป็นอีกคนเมื่อห้าปีก่อน และข้าภูมิใจนักที่ข้าคิดถูก การมีคนเช่นเจ้าในตระกูลนั้นแสดงให้เห็นถึงพลังอันเหนือกว่า”

 

ซัลแทบจะกลอกตาใส่ประโยคนั้น

 

เชื่อมอร์กาน่าเลยเรื่องตื่นเต้นที่จะมีสิ่งมีชีวิต?!...หายาก...เหมือนซัลในตระกูล มันคงไม่มีใครอื่นแล้วล่ะในโลกใบนี้ที่จะเป็นกังวลเรื่องศักดิ์ศรีของตระกูลในอีกพันปีข้างหน้า...

 

“ข้าภูมิใจในตัวเจ้า ซัลวาซาฮาร์” มอร์กาน่ากล่าว “ข้าเชื่อว่า เจ้าจะกลับบ้านแล้ว?

 

ซัลมองนางอยู่ชั่วครู่ จากนั้นก็พยักหน้า

 

“ข้าจะไป” เขาตอบ

 

และเขาก็คงได้กลับไปจริง ถ้าหากว่าเขาไม่ได้ไปเจอกับการรบหนึ่งเข้าระหว่างทางกลับสู่คาเมล็อต ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ซัลเลยได้กลับบ้านช้ากว่าที่วางแผนไว้ถึงแปดปี...

 

 

To Be Continue

 

Upcoming Chapter: Trial Time – การพิจารณาคดี

 

 

[1] Avalon อวาลอน เป็นเกาะที่มอร์กาน่า เลอเฟย์อาศัยอยู่


[2] Morgana Lefey เป็นแม่มดผู้รักษาในตำนานอาเธอร์เรียน นางมีบุตรกับอาเธอร์หนึ่งคนคือมอร์เดร็ดหรือเมดรอวด์ นางเป็นปฏิปักษ์กับเมอร์ลิน ผู้วิเศษในตำนาน


[3] Mordred / Medrawd มอร์เดร็ดหรือเมดรอวด์ เป็นบุตรของอาเธอร์กับมอร์กาน่า ภายหลังตามตำนานจะเป็นคนฆ่าอาเธอร์หรือพ่อตัวเองกับมือ และก็โดนอาเธอร์สังหารด้วยเช่นกัน


สัตย์ปฏิญาณผู้รักษา ใช้คำว่า Healer’s Oath ค่ะ ส่วนผู้พิทักษ์รักษา ใช้คำว่า Guardian Healer ค่ะ ต่างจาก Healer หรือผู้รักษาธรรมดา


ที่ซัลบอกว่าใช้นามของตระกูลฝั่งแม่ไม่ได้เพราะว่าแม่เป็นทายาท นามที่ว่าหมายถึงนามสกุลนะคะ แต่ที่เราแปลว่านามตรงๆเพราะว่าทางต้นฉบับใช้คำว่า name ค่ะ เหมือนมันจะออกโบราณๆหน่อย เพราะเขาไม่พูดกันว่านามสกุล แต่ว่านับเป็นนามของตระกูลกัน


ตอนถัดไปจะย้อนกลับไปที่แฮร์รี่ค่ะ เป็นฉากพิจารณาคดี ไม่รู้มีใครรอคอยไหม แต่รับรองสนุกแน่ๆค่ะ 


แล้วเจอกันค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 127 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #426 เอลิซ่า (@may305) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 18:43
    อืม แล้วทำอีกท่าไหน 4 ผู้ก่อตั้งถึงเอาปราสาทมาเป็นโรงเรียนได้กัน
    #426
    0
  2. #325 ตีฟอง (@Puttinat_) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 03:05
    หากฬัลเรียนรู้ไปเรื่อยๆ จะมีพ่อกับแม่เพิ่มมาอีกโหลก็ได้
    #325
    1
  3. #225 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 20:33
    เราอยากมีความจำแบบนี้มั่งจัง แบบจำได้หมดเลยว่าเรียนอะไรไป..
    #225
    0
  4. #82 nattha_thari (@natthasata) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 20:45
    ผู้ปกป้องรักษา โคตรเท่!!!!
    #82
    0
  5. #51 -Cintear- (@jenny-boboo) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 17:59
    อยากรู้การเอาตัวรอดของซัลน้อยในยุคอนาคตแล้วสิ
    #51
    0
  6. #42 NanBH'ii (@autumnover) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 21:46
    ซัลกระหายการเรียนรู้มากๆ ซัลช่วยแบ่งมาให้นี่หน่อย 5555555
    #42
    1
    • #42-1 sweetezz_lemom (@doramenon) (จากตอนที่ 14)
      24 กันยายน 2561 / 13:11
      เห็นด้วยยย ซัลคือเรียนทุกอย่างที่เจอจริงจังมากเวอร์
      #42-1
  7. #40 SNB479 (@nb479) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 12:45
    รอตอนต่อไปนะคะ สนุกมากเลย
    #40
    0
  8. #39 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 07:43
    รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    #39
    0