[ฟิคแปล] Basilisk-Born แฮร์รี่ พอตเตอร์ HP Harry Potter by Ebendbild

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 26,012 Views

  • 499 Comments

  • 1,009 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    601

    Overall
    26,012

ตอนที่ 18 : Chapter 16: 43 AD Returning Home To Camelot - หวนสู่คาเมล็อต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1280
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    25 มิ.ย. 61

คำเตือน ตอนนี้มีการบรรยายถึงบาดแผลและเลือดนะคะ เผื่อใครรู้สึกไม่ค่อยดี เตือนก่อน

 

Chapter 16

43 AD – คริสตศักราชที่ 43

Returning Home To Camelot – หวนสู่คาเมล็อต

 

Xxx

 

และแล้วเมื่อซัลวาซาฮาร์กลับมา อาเธอร์กำลังนอนรอความตายอยู่บนแท่นบรรทม

 

“เจ้ากลับมาบ้านแล้ว ซัล!” แลนเซล็อตทักทายซัล รู้สึกไม่ทันตั้งตัว “เจ้าได้ข่าวหรือไม่...? เจ้ากลับมาเพราะอาเธอร์บิดาเจ้าใช่หรือไม่?

 

“ฝ่าบาทเป็นเช่นไร?” ซัลถามกลับเป็นคำตอบระหว่างที่ถอดเสื้อคลุมสำหรับเดินทางออก

 

“นอนรอความตาย” แลนเซล็อตบอกตามตรง “เราพยายามปิดข่าวไม่ให้ผู้คนทราบ แต่ว่าเราไม่สามารถทำให้มันเงียบได้อีกต่อไปแล้ว ฝ่าบาทจะไม่รอดอยู่ถึงสองสัปดาห์”

 

“ให้ข้าเข้าไปดูฝ่าบาท” ซัลกล่าว

 

“แน่นอน” แลนเซล็อตตอบและเริ่มนำทางไป “เจ้าเป็นบุตรและทายาทของฝ่าบาท เจ้ามีสิทธิที่จะได้เจอพระบิดาของเจ้า”

 

ซัลถูกนำไปยังห้องที่ในภายหลังจะกลายเป็นห้องอาจารย์ใหญ่ เขาก้าวขึ้นบันไดไปกระทั่งถึงขั้นบนสุดที่เป็นห้องบรรทมของอาเธอร์ มันยังคงแปลกๆที่จะต้องเข้าไปในห้องที่ซัลรู้จัก และแทนที่จะได้เห็นห้องทำงานอย่างที่คาดไว้ กลับเจอห้องบรรทมแทน

 

ห้องบรรทมเน้นตกแต่งด้วยสีแดงและทอง ซัลไม่สนใจสีสันที่ดูกริฟฟินดอร์นักของห้องและหันไปพินิจมองชายที่อยู่บนแท่นบรรทมยักษ์กลางห้อง

 

พระวรกายของอาเธอร์ซีดเซียวนัก

 

ข้างๆแท่นบรรทมมเยอดินนั่งอยู่ตรงนั้น เขาเองก็ดูซีดเซียวและเหนื่อยล้าจากค่ำคืนที่ไม่ได้หลับนอน ที่มุมห้องมีชายสองคนยืนคุยกันอยู่ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

 

“อาท” ซัลทักทายมเยอดิน บิดาของเขา “อาเธอร์ทรงเป็นเช่นไรบ้าง?

 

“ซัลวาซาฮาร์” เขาเห็นประกายความยินดีในแววตาของบิดาถึงแม้ว่ามันจะยังดูโศกเศร้าอยู่เสียส่วนมาก “ข้าดีใจนักที่เจ้ากลับมาบ้าน อาเธอร์ต้องให้เจ้าทำหน้าที่แทนพระองค์จนกว่า...”

 

“อย่าเพิ่งเลย” ซัลขัด “อย่าเอ่ยมันออกมา ให้ข้าดูอาการของฝ่าบาทเถิด ข้ามาที่นี่เพื่อลองรักษาฝ่าบาทดู”

 

“ซัล...”

 

“ข้าเป็นผู้รักษา อาท ข้ามีสัตย์ปฏิญาณของข้า ให้ข้าดูฝ่าบาทเถิด” ซัลขัดมเยอดินอีกคราก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรเพิ่ม มเยอดินมองเขาด้วยความอัศจรรย์ใจ

 

“ผู้รักษาหรือ?” เขาถาม “แต่...”

 

“ผู้พิทักษ์รักษา” ซัลแก้ให้ และนั่นทำให้ความเข้าใจพาดผ่านดวงตาของบิดา “และคราวนี้ให้ข้าดูเขาเถิด”

 

มเยอดินก้าวหลบไปอีกทางและซัลก็นั่งลงที่ขอบเตียง เขาเปิดผ้าคลุมออกและมองผ้าพันแผลบนอกขององค์กษัตริย์

 

บาดแผลข้างใต้ดูไม่ดีเอาเสียเลย

 

มันแดงบวมและเต็มไปด้วยหนอง – ติดเชื้อรุนแรงจนเนื้อตายเน่า อาจจะมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือดร่วมด้วย

 

ซัลถอนหายใจเฮือกใหญ่ จากนั้นก็เริ่มค้นหาน้ำยาและสมุนไพรที่ต้องใช้ในกระเป๋าบนสายคาด แล้วเขาก็หันไปมองรอบห้อง

 

“มันจะดีที่สุดถ้าเราเพิ่มวงแหวนรูนส์เพื่อช่วยในการรักษา” เขากล่าวออกมาในที่สุด หนึ่งในชายที่ยืนอยู่มุมห้องยิ้มหยัน

 

“ข้าไม่คิดว่าเจ้ามีประสบการณ์มากพอจะตัดสินสิ่งเหล่านี้นะ เจ้าหนุ่ม!” เขาเอ่ยลอดไรฟัน

 

ซัลเปิดปากจะตอบโต้แต่ว่าแลนเซล็อตเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

 

“องค์ชาย ฮาราลด์” เขาเอ่ยเสียงเย็น “ข้าจะไม่นิ่งเฉยต่อการกระทำที่ไร้ซึ่งความยำเกรงต่อพระโอรสและรัชทายาทขององค์กษัตริย์”

 

ชายคนนั้น ฮาราลด์หันไปมองแลนเซล็อตและหันกลับมาจ้องซัลอีกครา

 

“องค์ชาย?!” เขาทวน “เป็นพระโอรส...”

 

“และองค์รัชทายาทของกษัตริย์อาเธอร์ ถูกต้องแล้ว” แลนเซล็อตว่า “คราวหน้าจงคิดให้ดีก่อนจะดูหมิ่นผู้ใด!

 

“เซอร์แลนเซล็อต” ซัลมองคนสูงวัยกว่า “แม้ว่ามารยาทจะเป็นเรื่องสำคัญ – แต่นี่มิใช่เวลาแลสถานที่ที่ควรจะมาพูดคุยเรื่องนี้”

 

“แน่นอน องค์ชาย” แลนเซล็อตตอบรับ ก้มหัวเล็กน้อยให้แก่ซัล ซัลถอนหายใจเล็กน้อย แลนเซล็อตปฏิบัติตัวต่อเขาเช่นนี้ต่อหน้าคนแปลกหน้าตั้งแต่ที่ซัลกลายเป็นบุตรของอาเธอร์

 

ดังนั้นแทนที่จะพยายามหยุดแลนเซล็อตไม่ให้ทำตัวเป็นทางการ เขาก็หันไปมองฮาราลด์แทน

 

“เจ้าเป็นผู้รักษาสินะ ข้าเดาว่า?” เขาถามแผ่วเบา

 

“ใช่แล้ว องค์ชาย” ชายหนุ่มตอบ “เราทั้งคู่เป็นผู้รักษา เราได้คอยดูอาการพระบิดาของพระองค์มาตั้งแต่ที่ทรงบาดเจ็บ ไม่มีสิ่งอื่นใดที่จะสามารถกระทำได้เพื่อรั้งพระชนม์ชีพไว้อีกต่อไป โปรดยอมรับการตัดสินวินิจฉัยของเราด้วยเถิด”

 

“ข้าเองก็เป็นผู้รักษาเช่นกัน ผู้รักษาฮาราลด์” ซัลตอบโต้ “บาดแผลนี้อาจรุนแรงและอาจเกินความสามารถของข้าที่จะรักษา – แต่มันยังคงมีโอกาสที่บิดาของข้าจะหาย มันมีความเสี่ยงแต่ว่าก็ไม่มีอะไรจะแย่ไปได้มากกว่านี้แล้ว”

 

“พระองค์อาจเป็นผู้รักษา องค์ชาย แต่พระองค์ยังทรงเยาว์วัยนัก พระองค์ไม่มีประสบการณ์มากพอ...”

 

“ยอดยุทธการแห่งนอร์ธฟิลด์” ซัลขัดชายหนุ่ม ผู้รักษาคนนั้นจ้องเขา

 

“เหตุใดจึงตรัสถึงศึกระหว่างอาณาจักรดรูอิดข้างเคียงกับเหล่าก็อบลินเมื่อแปดปีที่แล้วหรือ องค์ชาย?” ผู้รักษาถามอย่างงุนงง

 

“รู้หรือไม่ว่ามีก็อบลินตายไปเท่าไรในวันนั้น?

 

ชายหนุ่มพรูลมหายใจออกทางจมูก

 

“น้อยนักอย่างที่ไม่ควรเป็น ยามนั้นต้องมีผู้รักษาที่เก่งกาจหาใครเทียบเป็นผู้นำการรักษาเป็นแน่แท้”

 

ซัลแสยะยิ้ม

 

“ผู้นำการรักษาที่ว่าคือข้าเอง” เขาบอก แลนเซล็อต มเยอดิน และผู้รักษาทั้งสองจ้องเขาอย่างพิศวง “ดังนั้นโปรดอย่าบอกกับข้าว่าข้ามีประสบการณ์ไม่มากพอในการตัดสินวินิจฉัย ผู้รักษาฮาราลด์”

 

“แต่...แต่อย่างไร...”

 

“ข้าจะลองรักษาฝ่าบาทในแบบของข้า” ซัลขัดคำพูดตะกุกตะกักของผู้รักษาคนที่สอง “มันไม่มีทางแย่ไปกว่านี้ ทำไมถึงไม่ลองวิธีของข้าดูเสียเล่า? อย่างไรก็ดี ข้า ได้พิสูจน์แล้วว่าข้าสามารถทำเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้นได้ - แล้วไหนเล่า หลักฐานของพวกท่าน สุภาพบุรุษทั้งสอง?

 

ผู้รักษาทั้งสองพูดไม่เป็นภาษา แต่จากนั้นทั้งคู่ก็โค้งตัวให้ซัล

 

“ตามแต่พระประสงค์ของพระองค์ องค์ชาย” ฮาราลด์กล่าว “แต่เราจะออกไปเสียก่อน เราไม่อยากถูกข้อครหาเมื่อองค์กษัตริย์สิ้นพระชนม์”

 

ซัลทำเพียงยักไหล่

 

“เช่นนั้นก็ไปเสียเถิด” เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ข้ายังมีสิ่งอื่นให้ทำ เซอร์แลนเซล็อต – ข้าต้องการแอปเปิ้ล สมุนไพรเอิร์ธ[1]และโรสแมรี่ที่สะอาด มันจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้งานรูนส์ของข้า”

 

“ตามพระประสงค์ องค์ชาย” แลนเซล็อตรับคำและเดินออกจากห้องไปบอกคนรับใช้ให้หาของตามที่ซัลอยากได้ ผู้รักษาทั้งสองเองก็เดินออกจากห้องไปตามหลังแลนเซล็อต มีเพียงมเยอดินเท่านั้นที่ยังรั้งอยู่ในห้อง

 

“เจ้ามั่นใจหรือ บุตรข้า?” เขาถามเบาๆ

 

ซัลก้มหัวลงตอบรับ

 

“มันอาจผิดพลาด – แต่ข้ามั่นใจว่ามันมีโอกาสสูงมากที่ข้าจะรักษาเขาได้”

 

มเยอดินพยักหน้าให้และจากนั้นก็ถามว่า “ข้าควรออกไปจากห้องหรือไม่?

 

“ไม่จำเป็นหรอกขอรับ เพียงออกไปห่างจากขอบเตียงก็พอแล้ว” ซัลบอก ในตอนนั้นเองแลนเซล็อตก็กลับมาและซัลก็เริ่มวาดวงแหวนรูนส์ เขาเห็นคิ้วของบิดาเลิกขึ้นเมื่อวงแหวนนั้นเริ่มเป็นรูปเป็นร่างภายใต้การวาดอย่างสม่ำเสมอของไม้คทาของซัล

 

“ข้าไม่เคยเห็นวงแหวนแบบนี้มาก่อนเลย” มเยอดินกระซิบ แต่ซัลก็ได้ยินเขาอยู่ดีและก็ยักไหล่

 

“ข้าคิดมันขึ้นมาตอนที่เห็นว่าบาดแผลของอาเธอร์ย่ำแย่เพียงใด”

 

มเยอดินมองเขาอย่างประหลาดใจ

 

“เจ้าคิดมันขึ้นมาหรือ? เช่นนั้นนั่นก็มิใช่สิ่งที่เจ้าได้เรียนรู้มาระหว่างที่...”

 

“มันเป็นการผสมผสานระหว่างวงแหวนที่ข้ารู้จักน่ะขอรับ” ซัลตอบ “มันควรจะช่วยเหลือข้าได้เป็นอย่างดี”

 

จากนั้นเขาก็ดึงมีดเล่มหนึ่งของเขาออกมาและเริ่มเฉาะแอปเปิ้ลจนกระทั่งมันถูกเละละเอียด แล้วเขาก็ใส่โรสแมรี่และเอิร์ธผสมลงไป จึงค่อยเริ่มพอกวงแหวนรูนส์ชั้นนอกด้วยสมุนไพรบดเหล่านี้

 

“เกราะป้องกันความชั่วร้าย” มเยอดินกล่าว กระแสความเข้าใจเจือมาในน้ำเสียง “เป็นวิธีเสริมวงแหวนรูนส์ให้สู้กับการติดเชื้อของบาดแผล ข้าไม่เคยคิดถึงอะไรเช่นนี้เลย”

 

ซัลปล่อยให้บิดาพึมพำรัวเร็ว เขาหันมากระตุ้นวงแหวนด้วยภาษาพาร์เซลเสียงฟ่อ

 

จงช่วยข้าในการณ์นี้” เขาทำเสียง “รักษา ปกป้อง ทำลายสิ่งที่ต้องการทำลายชีวิต

 

วงแหวนส่องสว่างและก็เริ่มทำงาน

 

จากนั้นซัลก็หันไปหาอาเธอร์ผู้บาดเจ็บและหมดสติ เขานำมีดที่ได้ใช้เตรียมแอปเปิ้ลและโรสแมรี่มากรีดเปิดปากแผลโดยไม่ทำความสะอาดก่อน เศษแอปเปิ้ลและโรสแมรี่สัมผัสบาดแผลและทำให้เวทมนตร์ของวงแหวนเกิดปฏิกิริยา มันส่งเสียงฟู่ เมื่อเศษแอปเปิ้ลและโรสแมรี่สัมผัสแผล เชื้อโรคที่ทำให้เนื้อเน่าตายก็เริ่มหายไปไวยิ่งกว่าการไม่ชำระล้างด้วยเวทมนตร์เสียอีก

 

แต่บางส่วนก็ยังติดเชื้อรุนแรงเกินไปและการชำระล้างด้วยเวทมนตร์ใช้ไม่ได้ผล ซัลกัดฟันกรอดและตัดมันออกทันทีด้วยใบมีด มันน่าสยดสยองนัก และก็ใช้เวลาด้วย แต่ในที่สุดบาดแผลก็สะอาด หากเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดเหลือเกิน โลหิตไหลออกมาทะลักทลาย มันจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากปล่อยให้ไหลต่อไปเช่นนั้น

 

และมันก็มีทางเดียวที่จะหยุดการไหลของโลหิตได้

 

“ข้าขออภัย บิดา” เขากล่าวกับอาเธอร์ จากนั้นก็หยิบน้ำยาชนิดหนึ่งออกมาและให้อาเธอร์กลืนมันเข้าไป มันคือน้ำยาตายทั้งเป็น – มันจะช่วยการันตีว่าอาเธอร์จะไม่ฟื้นขึ้นมาพบเจอกับความเจ็บปวดทั้งหมดในขั้นตอนการรักษา

 

จากนั้นเขาก็หยิบมีดขึ้นมาอีกครา ดวงไฟปรากฏขึ้นในมือซ้ายและมีดในมือเขาก็จ่อรับความร้อน เมื่อมันร้อนพอ ซัลก็หันไปหาอาเธอร์และกดใบมีดลงบนบาดแผล

 

มันส่งเสียงฟู่ฟ่าและส่งกลิ่นเหม็นไหม้เมื่อเนื้อหนังถูกเผา ทว่าในที่สุดเลือดก็หยุดไหล

 

“อะไรน่ะ...!” แลนเซล็อตร้องถามด้วยดวงตาเบิกกว้าง

 

“ข้าต้องหยุดไม่ให้โลหิตไหล” ซัลตอบ “วิธีที่ได้ผลที่สุดคือจี้ด้วยเหล็กร้อน”

 

แล้วเขาก็สำรวจบาดแผลอีกรอบ มันดูดีขึ้น ไม่ได้หายดีแต่ว่าก็ดีกว่าก่อนหน้านี้ ซัลทอดถอนใจแล้วเขียนรูนส์ลงบนข้อมือ หน้าผาก และข้อเท้าของอาเธอร์ด้วยโลหิตของอาเธอร์เอง หลังจากนั้นเขาก็บดสมุนไพรบางอย่างและโรยมันลงบนบาดแผลก่อนจะวาดรูนส์เพิ่มบนอกของอาเธอร์เหนือหัวใจที่ยังคงสูบฉีดเลือด

 

“เจ้ากำลังทำอะไรหรือ?” แลนเซล็อตถามเสียงกระซิบ

 

“ชำระโลหิตให้สะอาด” ซัลตอบ “ไม่ง่ายเลยแต่เป็นโอกาสรอดที่ดีที่สุดของอาเธอร์แล้ว”

 

เมื่อจบประโยคเขาก็เริ่มท่องมนตร์

 

ระหว่างที่เขาสวดคาถา เขาก็ใช้น้ำยาอีกตัวทาที่อกของอาเธอร์ และแล้ว หลังจากเวลาล่วงเลยยาวนานราวไม่มีวันสิ้นสุด ควันสีคล้ำก็ลอยจากอกของอาเธอร์ เมื่อมันสัมผัสกับวงแหวน มันก็สลายไปพร้อมเสียงฟู่

 

เมื่อควันคล้ำลอยออกมาจากร่างของอาเธอร์จนสิ้นแล้ว วรกายของอาเธอร์ก็ส่องแสงสีเหลืองน่าขนลุก และซัลก็หยุดท่องคาถาหลังหมอกควันกลุ่มสุดท้ายหายไปแล้ว

 

ซัลตัวสั่นเทา รู้สึกล้าถึงขีดสุด ร่างของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่มันยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการรักษา เลยต้องหันกลับมาทำงานต่อด้วยคมเหล็กที่ได้คอยช่วยเหลือเขาในทุกสิ่งก่อนหน้านี้ที่เคยได้ทำมา

 

ในจังหวะนั้น ซัลหวังว่าก่อนหน้านี้เขาจะไม่ได้เปลี่ยนอายุตัวเองเพื่อให้เท่ากับที่ควรเป็นในสภาของอาเธอร์เสียจริง การเปลี่ยนอายุเป็นการกระทำที่สิ้นเปลืองพลังเวทมนตร์นัก – การรักษาบาดแผลของอาเธอร์หลังจากนั้นอีกก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ซัลต้องทำ มิฉะนั้นเขาจะไม่สามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดเขาจึงดูเด็กลงอีกคราถ้าหากว่าเขากลับมาโดยไม่ได้เปลี่ยนอายุเสียก่อน

 

ซัลเลิกคิดเรื่องเหล่านั้นและหันกลับไปตั้งสมาธิกับการรักษาอาเธอร์ เขาหยิบน้ำยาอีกตัวขึ้นมาและทามันบนข้อมือ หน้าผาก ข้อเท้า และแผ่นอก – ที่ๆวาดรูนส์ลงไปก่อนหน้านี้

 

หลังจากนั้นเขาก็หยดน้ำยาอีกตัวลงบนบาดแผลและพันผ้าพันแผลปิดอีกที เขาให้อาเธอร์กลืนน้ำยาลงไปเพิ่มก่อนจะทำลายวงแหวนรอบนอกที่ทำด้วยเศษสมุนไพรเหล่านั้นทิ้ง

 

“คราวนี้เราต้องรอว่าอาการเขาจะเป็นอย่างไรต่อ” ซัลเอ่ยอย่างเหน็ดเหนื่อย เขายืนขึ้น โซเซเล็กน้อย

 

“เจ้าดูเหนื่อยนัก” มเยอดินว่า

 

“ถูกแล้ว” ซัลรับ ขยี้ตา “พวกท่านคนใดคนหนึ่งอยู่กับเขาได้หรือไม่? ข้าอยากรู้ว่าอาการของเขาจะทรุดลงหรือเปล่า”

 

“ถ้าหากว่ามันไม่ทรุดลง – ฝ่าบาทจะฟื้นขึ้นมาเมื่อใด?” แลนเซล็อตถาม มองซัลเหมือนกับว่าเพิ่งได้เจอซัลเป็นครั้งแรกจริงๆ

 

“ในสองหรือสามอาทิตย์จากนี้” ซัลตอบตามจริง “น้ำยาตายทั้งเป็นจะทำให้ฝ่าบาทหลับไปสองอาทิตย์เต็มๆ – แต่มันไม่มีอะไรรับประกันว่ามันจะไม่ใช้เวลานานกว่านั้นกว่าในการฟื้น”

 

“ถ้าหากว่ามันใช้เวลานานขนาดนั้น - ทำไมถึงให้น้ำยานั้นแต่แรกเล่า?” มเยอดินถาม

 

ซัลถอนหายใจเฮือก

 

“ฝ่าบาทต้องการเวลาในการรักษาตัว ถ้าหากฝ่าบาทฟื้นและรู้สึกดีขึ้นพระองค์ย่อมอยากจะลุกไปไหนมาไหน ซึ่งจะทรงทำเช่นนั้นไม่ได้ อีกประการ ความเจ็บปวดของการรักษาที่ข้าได้กระทำไปนั้นอาจทำให้ชายที่แข็งแกร่งที่สุดเสียสติได้ – ข้าไม่อาจเสี่ยงใช้วิธีรักษานี้โดยปราศจากน้ำยาตายทั้งเป็น”

 

มเยอดินพยักหน้าอย่างครุ่นคิด

 

“ข้าจะไปกับเจ้า” และแล้วเขาก็เอ่ยปาก “ข้ากังวลว่าเจ้าจะไปไม่ถึงห้องนอนหากข้าไม่ไปด้วย เจ้าจะหลับคาที่อยู่แล้วตอนนี้ทั้งที่ยืนอยู่” และมเยอดินก็ตามซัลไป ซัลเดินไปถึงห้องนอนของเขา เดินไปจนถึงเตียงนอนด้วย – แต่เขาผลอยหลับล้มลงบนเตียงโดยที่ไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าและหลับไปเสียก่อนที่หัวจะแตะถึงหมอนเสียอีก

 

มเยอดินถอนหายใจและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่นอนสบายกว่าให้บุตรชาย จากนั้นเขาก็ก้มลงและจุมพิตที่ขมับของบุตรชายของเขา

 

“เจ้าคือปาฏิหาริย์ เด็กน้อย” เขากระซิบ “วันหนึ่งเจ้าจะส่งผลกระทบต่อโลกของดรูอิดทั้งมวล ข้าเพียงเสียใจนักที่ข้าจะไม่ทันอยู่เห็นมันด้วยตาตัวเอง” จากนั้นเขาก็เดินกลับไปที่ห้องบรรทมของอาเธอร์ เขามั่นใจว่าองค์กษัตริย์จะทรงรอด ซัลพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาจะไม่ยอมให้บิดาคนที่สองต้องสิ้นไปและซัลมีความตั้งใจจะนำเขากลับมายังแดนของคนเป็นให้จงได้...

 

และเขาก็ทำสำเร็จ อาการของอาเธอร์ดีขึ้นเรื่อยๆระหว่างที่ซัลทำหน้าที่แทนและปกครองเหนือผู้คน และแล้วเมื่ออาเธอร์หายดีพอ ซัลก็ยกคืนบัลลังก์ให้แก่พระบิดา

 

“อืม ข้าได้บัลลังก์คืนแล้ว – ตอนนี้ข้าแค่ต้องมีดาบใหม่และทุกอย่างก็จะกลับมาเหมือนเดิม” อาเธอร์ตรัสล้อเล่นเมื่อเขาลุกขึ้นนั่งเป็นครั้งแรก ซัลยักไหล่ เปิดย่ามและดึงดาบของเขาออกจากฝัก

 

“ฝ่าบาทสามารถใช้ดาบเล่มนี้ได้” เขากล่าว “ในฐานะพระบิดาฝ่าบาทมีสิทธิ์ถือมันหากฝ่าบาทประสงค์”

 

อาเธอร์จ้องมองดาบในมือซัล จากนั้นเขาก็หยิบมันมาอย่างลังเล และลองวาดดาบดู

 

“เป็นดาบที่ยอดเยี่ยม” เขาตรัสแผ่วเบา ซัลยักไหล่

 

“พวกก็อบลินสร้างมันให้ข้า” ซัลแถลงไข

 

“เช่นนั้นข้าไม่สามารถรับมันมาได้” อาเธอร์ตรัส “มันเป็นของเจ้า ให้เจ้าถือครอง”

 

“ข้าถือมันมาตลอดแปดปีที่ผ่านมานี้” ซัลโต้ “มันถึงเวลาที่มันจะได้รับใช้นักดาบที่แท้จริงเสียที”

 

“เจ้าเองก็เป็นนักดาบที่แท้จริงเช่นกัน โอรสข้า” อาเธอร์ตรัส ซัลทำเพียงแค่พรูลมหายใจออกมาทางจมูก

 

“ข้าเป็นผู้ใช้มีด พระบิดา ข้าไม่เคยเป็นนักดาบเลย ข้าอาจรู้วิธีการสู้ด้วยดาบ – แต่นั่นมิได้ทำให้ข้าเป็นนักดาบ ข้าสู้ฝ่าบาทหรือแลนเซล็อตไม่ได้เลยสักนิด”

 

“เจ้ายังเล็ก...”

 

“ข้าแค่ไม่เก่งดาบ” ซัลเอ่ยเสียงแผ่ว “ข้าจะไม่มีวันเก่งเท่าใครหลายๆคน และฝ่าบาทก็ต้องยอมรับมันเช่นเดียวกับที่ข้ายอมรับมันเมื่อนานมาแล้ว”

 

อาเธอร์ทอดถอนใจ

 

“ข้ารู้” พระองค์ตรัสในที่สุด “แต่ว่า...”

 

ซัลจับพระหัตถ์ของบิดาคนที่สองของเขาให้กำรอบด้ามดาบ “รับไปเถิด” เขาพูด “ฝ่าบาทคือพระบิดาของข้า – ฝ่าบาทมีสิทธิทุกประการที่จะถือครองเอ็กสก์คาลีเบอร์”

 

“เอ็กส์คาลิเบอร์ – เป็นอิสระจากศิลา?

 

ซัลขำเล็กน้อย “มันมิใช่ละติน พระบิดา” เขาว่า

 

“มันฟังดูเหมือน ถูกดึงออกจากศิลาในภาษาละตินเลย” อาเธอร์ตรัส “เจ้าหมายความว่าอย่างไร เอ็กส์คาลิเบอร์’?

 

“เอ็กสก์คาลีเบอร์ ดาบของข้า” ซัลแก้ อาเธอร์จ้องเขาอีกนาที แล้วจึงผงกพระเศียรและรับมันไป

 

“ขอบใจ โอรสข้า” พระองค์ตรัสแผ่วเบา ซัลยักไหล่แบบไม่คิดมากอีกครา

 

“ฝ่าบาทคือพระบิดาของข้า ฝ่าบาทคือองค์กษัตริย์ ฝ่าบาทมีสิทธิในการได้ถือดาบชั้นเลิศ – และดาบที่ก็อบลินสร้างเองก็ล้ำเลิศกว่าดาบใด”

 

หลังจากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องโถงใหญ่ อาเธอร์ทรงเก็บดาบเอาไว้ และไม่นานดาบที่ถูกดึงออกจากศิลา – เอ็กส์คาลิเบอร์ – ก็เริ่มสถิตอยู่ในใจผู้คน ภายหลังมันจักกลายเป็นส่วนสำคัญในตำนานของอาเธอร์

 

“เจ้าจะรั้งอยู่หรือไม่?” มเยอดินเดินตามซัลมาเมื่อเขาออกมาจากห้องโถงใหญ่

 

ซัลหยุดชะงัก เขาไม่ได้หันกลับไป กลับกันเขาทอดสายตามองไปยังเส้นทางเบื้องหน้าที่เขากำลังเดินอยู่ก่อนหน้านี้ เขารู้ว่ามเยอดินชราภาพมากแล้ว เขาจะไม่อยู่ไปได้นานกว่านี้ ซัลมองเห็นความตายซุ่มมองอยู่ในเงามืด คอยจับจ้องจะเอาชีวิตมเยอดิน บิดาของเขาไป

 

“ข้าจะรั้งอยู่” เขาเอ่ยออกมาแผ่วเบา “ข้าจะไม่จากไปหากท่านขอให้ข้าอยู่”

 

“เจ้ามิจำเป็นต้องอยู่ ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังหาทางกลับไปยังอนาคตอยู่” มเยอดินกล่าวแผ่วเบามิแพ้กัน

 

ซัลหันหน้ากลับมามองบิดา

 

“ท่านคือบิดาข้า อาท” เขาพูดกับชายชรา “ข้ารักท่าน ข้าจะไม่ออกเดินทางไปหาทางกลับไปในยามที่ท่านต้องการข้าหรอก โปรดอย่าลืม ข้ามีชีวิตอยู่ทั้งสองช่วงเวลา แต่ท่านจะไม่มีข้าอยู่เมื่อข้าได้กลับไปยังที่ที่จากมา”

 

ครานี้ชายชราทอดถอนใจ

 

“ข้าไม่อยากจะรั้งเจ้าไว้ ซัล” เขากล่าว

 

“ท่านไม่ได้ทำเช่นนั้น” ซัลว่า “ข้ามีเวลามากมายนักให้กลับไป ข้าจะอยู่ตราบเท่าที่ท่านต้องการให้ข้าอยู่”

 

และด้วยเหตุนั้น ซัลจึงอยู่ ณ ที่แห่งนั้นไปอีกช่วงหนึ่ง

 

เขาอยู่ข้างกายบิดาทั้งสองเมื่ออาณาจักรสงบร่มเย็น และเขาก็ยังรั้งอยู่แม้ยามที่สงครามมาเยือนอีกครา

 

เขายังอยู่ตอนคริสตศักราชที่ 60 เมื่อพวกโรมันบุกเข้าบริเทนและเริ่มมายึดครอง ไม่เฉพาะพวกคนธรรมดาแต่ยังรวมถึงส่วนชุมชนผู้วิเศษอีกด้วย – ซึ่งใช่ว่าในยามนั้นทั้งสองส่วนจะแยกกันอย่างชัดเจนนัก...

 

เขาอยู่ เมื่อยามเมดรอวด์เข้ามาเฝ้าพระบิดาและเรียกร้องสิทธิ์อันชอบธรรมในการยืนเคียงข้างพระบิดาและเขาก็อยู่ในยามที่อาเธอร์ปฏิเสธที่จะรับเมดรอวด์เป็นบุตรและให้เขาเป็นทายาท

 

“เหตุใดจึงไม่ให้สิทธิ์นั้นแก่เขาเล่า?” เป็นสิ่งเดียวที่ซัลอยากรู้นักหลังจากเมดรอวด์จากไปอย่างขุ่นแค้น

 

“เพราะเขาอาจเป็นบุตรของข้า – แต่เขามิใช่ทายาทของข้าอย่างแน่นอน” อาเธอร์ตอบเสียงเบา

 

“แต่...”

 

“เจ้าคือทายาทของข้า เจ้าคือบุตรคนโตของข้า แม้ว่าเมดรอวด์จะได้รับเวทมนตร์ของข้าไป - เขาก็ไม่สามารถเป็นทายาทได้อยู่ดี...”

 

“ไม่สามารถเป็น...?

 

“เขาเป็นไม่ได้” อาเธอร์ตอบแล้วยักไหล่เพราะทำอะไรไม่ได้ “ข้าเห็นมันตั้งแต่ที่เขามาทวงถามถึงสิทธิอันชอบธรรมแล้ว เขาสนใจเพียงแต่ความต้องการของตัวเอง – เขาไม่ใส่ใจผู้อื่นมากพอจะได้รับเวทมนตร์ของข้าไป เพราะถ้าหากว่าเขาได้รับมันไปหรือหากเขาไม่มาทวงถามถึงสิทธิของตัวเอง ข้าจะรับเขามาในครอบครัว อย่างไรเสียเขาก็นับเป็นสายเลือดของข้า – แม้ว่าข้าจะมิเคยได้ตบแต่งมารดาของเขาเลยก็ตาม”

 

“ข้าไม่คิดว่าเขาจะเข้าใจว่าเหตุใดจึงถูกปฏิเสธ” ซัลพูดตามตรง เขารู้จักพี่ของเขา เขารู้ว่าเมดรอวด์จะโกรธเคืองอาเธอร์โทษฐานที่กล้าปฏิเสธเขา

 

“ข้าบอกเขาไปว่าข้าจะต้อนรับเขาเมื่อเขาหยุดเรียกร้องในสิ่งที่ข้าไม่จำเป็นต้องมอบให้แก่เขาได้” อาเธอร์ตอบเสียงแผ่ว “หากเขาไม่สามารถเข้าใจได้ ก็ไม่มีที่ให้แก่เขาในสภาของข้า”

 

ไม่ถึงเดือนดีเมดรอวด์กลับมาพร้อมกองทัพโรมัน พร้อมด้วยความตั้งใจจะทำลายสิ้นทุกสิ่งซึ่งพระบิดาของเขาได้สร้างเอาไว้

 

และระหว่างที่ซัลกำลังไปกับเหล่าดรูอิดเพื่อช่วยปกป้องชาวบ้านที่กำลังหลบหนีและป้องกันหมู่บ้านกับปราสาทที่พวกเขากำลังหลบภัย อาเธอร์และเมดรอวด์ก็เริ่มประลองกัน

 

เมื่อซัลเห็นว่าพวกเขากำลังพ่ายแพ้ เขาก็ทำในสิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้ ในฐานะบุตรของอาเธอร์และมเยอดินผู้ถือม่านพลังของคาเมล็อต เขาจึงมีสิทธิในการเข้าถึงม่านพลัง เขาเชื่อมประสานกับม่านพลังและสั่งให้มันซ่อนคาเมล็อตและหมู่บ้านใกล้เคียงที่เหล่าชาวบ้านกำลังหลบภัยเสีย หวังให้มันรอดพ้นและไม่ถูกพวกโรมันหาเจอ

 

ซัลรู้สึกได้ว่ามเยอดินเองก็กำลังทำเช่นเดียวกัน – ช่วยเหลือในภารกิจโดยการทำให้หมู่บ้านที่จะถูกเรียกว่าฮอกมีดส์ในเวลาต่อมาและปราสาทหายลับไปจากสายตา

 

ดาบเล่มหนึ่งเสียบเข้าที่เกราะที่ซัลสวมใส่ในที่สุด เขาต่อสู้มาร่วมหลายชั่วโมงแล้ว เวทมนตร์ของเขาถดถอยเพราะว่าเขาใช้มันในการปกป้องคาเมล็อต สตรี เด็ก และคนชราที่อยู่ในนั้น

 

เขาสู้กับนักบวชโรมันคนหนึ่งอยู่ตอนนั้น – ดรูอิดชาวโรมัน เขาเป็นนักรบเวทย์และเขาเองก็เก่งกว่า...โดยเฉพาะเมื่อซัลไม่ยอมปล่อยให้เกราะที่ป้องกันไม่ให้เหล่าผู้รุกรานมองเห็นคาเมล็อตลดกำลังลงเลยแม้แต่น้อย

 

ซัลกระเสือกกระสนในการต่อกรกับนักบวชคนนี้มาก แต่เขาก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ เขาเป็นนักสู้ด้วยมีดและนักรบเวทย์คนนี้เองก็มีปัญหาในการตอบสนองให้ทันกับมือที่ว่องไวของซัล และซัลอาจจะได้รับชัยในศึกนี้ด้วยซ้ำ - แม้ว่าเขาจะไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้มากมายนัก หากว่าไม่มีดาบอีกเล่มที่เสือกแทงเข้ามาขัดในการต่อสู้นี้...

 

ดาบที่แทงทะลุเกราะ ในสายตาเขามองเห็นคมดาบเย็นที่โผล่พ้นออกมาจากอก เป็นดาบที่เสือกเข้ามาจากนักบวชอีกคนที่ฉวยจังหวะตอนที่ซัลกระโดดหลบคำสาปของคนที่กำลังประมือรัวเร็ว

 

ซัลมองคมเหล็กที่เสียบผ่านหน้าอกของเขา คมเหล็กที่เปื้อนไปด้วยโลหิต โลหิตของเขาเอง

 

จากนั้นคมเหล็กนั้นก็หายไปและซัลก็ล้มลง

 

เขาหายใจไม่ได้ เขาไม่ได้ยินเสียงหัวใจตนเองเต้นอีกต่อไป

 

“หัวใจ” เขาคิดระหว่างที่โลกกำลังมืดลงในที่สุด “เขาแทงทะลุหัวใจของข้า...”

 

“น่าสมเพช” เสียงหนึ่งพูดในภาษาละตินด้วยความไม่พึงใจขณะยืนอยู่เหนือร่างของเขา

 

“อย่ากล่าวเช่นนั้น” อีกคนเอ่ยในภาษาเดียวกัน “เขาไม่ได้ทำสิ่งใดให้เจ้าสามารถดูถูกเขาได้ในจุดจบของเขา”

 

“เขามันน่าสมเพช! ข้าฆ่าเขาได้ในดาบเดียวนี้!

 

มือหนึ่งเอื้อมมาลูบเส้นผมที่ถักเปียตามประเพณีของซัล

 

“เขาเป็นผู้แข็งแกร่ง เวทมนตร์ของเขายังคงแผ่ซ่านอยู่ในอากาศ อะไรก็ตามที่เขาพยายามจะซ่อนจากสายตาเรา – เขาได้ทำมันสำเร็จ เราจะไม่สามารถหาสิ่งนั้นเจอแม้ว่าเราจะย้อนกลับมาในเวลาหลายปีหลังจากนี้ หลังความตายของเขา”

 

“แต่...”

 

“การสังเวย” อีกคนกระซิบแผ่ว “เขาสังเวยตนเองเพื่อซ่อนสิ่งใดก็ตามที่เขาไม่อยากให้เราหาเจอ เขาจะสามารถสังหารข้าและเจ้าได้หากเขาไม่ได้พยายามจะซ่อนสิ่งนั้นไว้...”

 

ของบางอย่างถูกดันใส่มือที่ไม่ขยับเขยื้อนของซัล

 

“สำหรับให้เจ้าเดินทางโดยสวัสดิภาพ อริข้า” เสียงนุ่มเอ่ย “เจ้าสมควรได้รับพิธีสุดท้ายนี้ ให้ดวงวิญญาณเจ้าไม่หลงหายยามกลับไปยังบ้านเถิด”

 

ความมืดมิดกลืนกินเขาไปในที่สุดและลมหายใจที่ติดขัดของเขาก็หยุดลง ซัลไม่รับรู้สิ่งใดอีกต่อไป...

 

To Be Continue

 

Upcoming Chapter: Way to Go, Minister Fudge – เอาเลย ท่านรัฐมนตรี

 

 

 

[1] Earth เอิร์ธ น่าจะเป็นชื่อสมุนไพรค่ะ สารภาพว่าหาไม่เจอเลย...

 

ขออธิบายข้อมูลศัพท์เพิ่มเติมด้านล่างนี้ค่ะ

Gangrene - ภาวะเนื้อตายเน่า ก็คือภาวะที่เนื้อติดเชื้อและไม่มีเลือดไปไหลเวียนทำให้เซลล์ตายค่ะ (อย่าไปดูรูปเลยค่ะ น่ากลัวใช้ได้)

 

Blood poisoning / Sepsis - โลหิตเป็นพิษ ติดเชื้อในกระแสเลือด เกิดขึ้นเมื่อมีแบคทีเรียในกระแสเลือด เป็นอาการติดเชื้อขั้นรุนแรง อันตรายเพราะว่าเมื่อเชื้อเข้าไปในกระแสเลือดแล้ว เลือดจะไหลเวียนไปทั่วร่างกาย อาจก่อให้เกิดการลุกลามติดเชื้อไปยังส่วนอื่นได้ สมัยก่อนอาการเหล่านี้ของอาเธอร์คงนับว่ารุนแรงมาก ไม่ได้มียาฆ่าเชื้อต่างๆนานาเหมือนปัจจุบัน แทบจะปล่อยให้ตายได้เลยค่ะ

 

Cauterizing - การจี้ด้วยเหล็กร้อน ก็คือการปิดปากแผลที่ไวที่สุดวิธีหนึ่งค่ะ มันจะทำลายเนื้อเยื่อไปทำให้เกิดแผลเป็น แต่ว่า แผลปิดแน่ๆ และฆ่าเชื้อโรคไปด้วยเลยในกรณีที่ไม่มียาฆ่าเชื้อ จริงๆแล้ววิธีนี้ทำส่งๆไม่ได้ค่ะ ถ้าเลือดออกภายในไม่ได้ดูปิดแผลไปก็แย่อยู่ดี และเจ็บมากค่ะ ในช่วงสมัยก่อนเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงเนื่องจากยังไม่มียาฆ่าเชื้อแพร่หลาย

 

Draught of Living Death น้ำยาตายทั้งเป็น น้ำยาที่สเนปพูดถึงตั้งแต่ปี 1 และในตอนปี 6 ที่แฮร์รี่ปรุงยาชิงเฟลิกซ์ เฟลิซิสกับซลักฮอร์นก็คือน้ำยาตัวนี้แหละค่ะ ในหนังบอกว่าหากได้รับจะตายได้ แต่ในนิยายบอกว่าเป็นน้ำยานอนหลับแบบรุนแรง

 

แอปเปิ้ลกับโรสแมรี่ ลองไปหาดู แอปเปิ้ลเชื่อว่ามีความหมายเกี่ยวกับความเป็นอมตะค่ะ ส่วนโรสแมรี่ที่ไปหามาเชื่อว่าเผากับเสจ (Sage) จะช่วยขับไล่ความชั่วร้ายจากพื้นที่ คน หรือสิ่งของได้ค่ะ มีความเชื่อเรื่องเผาโรสแมรี่สุมควันในห้องที่มีคนนอนป่วยเพื่อขับไล่เชื้อโรคด้วย ส่วนเอิร์ธ อย่างที่บอกไป หาไม่เจอจริงๆ

 

สิ่งที่นักรบโรมันคนนั้นเอาใส่มือซัลน่าจะเป็นเหรียญค่ะ ตามตำนานฝั่งนู้นที่ว่าต้องเอาเหรียญไปให้ชารอนคนขับเรือพาข้ามแม่น้ำสติกส์เพื่อไปยังโลกบาดาลของฮาเดสหรือพลูโต ไม่อย่างนั้นชารอนจะไม่พาข้าม โลกบาดาลไม่ใช่แดนนรกนะคะ เป็นโลกของวิญญาณ

 

จริงๆความสัมพันธ์ระหว่างเมดรอวด์กับซัลนี่จะงงๆนิดหน่อย ซัลเป็นลูกคนโตของอาเธอร์ แต่ว่ากับมอร์กาน่าอย่างเมื่อสองตอนที่แล้วซัลนับเป็นน้อง เพราะลำดับการรับเป็นลูกค่ะ ของเมดรอวด์ก็จะสลับกับซัลไป จริงๆในภาษาอังกฤษใช้คำว่า brother ได้ไม่มีปัญหาอะไร เพราะไม่ต้องระบุว่าเป็นพี่ชายหรือน้องชายแบบภาษาไทย

 

ตอนท้ายบท คือ 60 A.D นับว่าซัลอายุ 700 กว่าปีแล้วค่ะ

 

เรื่องตอนนี้ก็นับว่าจบช่วงแรกในทามไลน์อดีตแล้ว จากนี้จะเริ่มเข้าสู่ช่วงที่ 2 กันแล้ว คาเมล็อตจะไม่ใช่คาเมล็อตแล้วค่ะ โฮ่ มารอดูกันนะคะ


ตอนหน้าย้อนกลับไปหาแฮร์รี่ที่ยุคปัจจุบันกันค่ะ เราจะได้เห็นคนโดนปั่นกันก็งานนี้ ปั่นมาปั่นกลับไม่โกง ฮ่า

 

แล้วเจอกันตอนถัดไปค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #229 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 22:51
    อ้าว ไหงเป็นงี้..
    #229
    0
  2. #210 dracarys (@renessime) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 12:06

    ยิ่งอ่านไปเรื่อยๆยิ่งรู้สึกว่าเจ๋งมากๆ คนเขียนผูกเรื่องไปมาได้แบบมันเกี่ยวข้องกันไปหมดด แถมยังแปลออกมาได้อ่านแล้วเข้าถึง เห็นภาพด้วย ดีมากก

    #210
    0
  3. #86 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 14:35
    แอบสงสัย หลังจากนี้ซัลก็จะได้เป็น1ใน4ผู้ก่อตั้งสินะ
    เราคิดว่าชื่อสมุนไพรบางชื่ออาจจะเปลี่ยนไปจากในอดีตทำให้หาข้อมูลไม่เจอก็ได้ค่ะ
    รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    #86
    0
  4. #85 solar (@hebitsuka) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 08:24
    ฮึก อยากอ่านต่อจังเลยยย ค้างคาในใจ
    #85
    0
  5. #84 Poom Raweewan (@poompooi) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 08:04
    อ่าวววว ตายล้าววววววว แล้วจะเกิดอะไรต่อเนี่ยยยยย คือแบบนางตาย....แล้วใครจะเดิเรื่องต่ออออ
    #84
    0