[ฟิคแปล] Basilisk-Born แฮร์รี่ พอตเตอร์ HP Harry Potter by Ebendbild

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 26,023 Views

  • 499 Comments

  • 1,009 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    612

    Overall
    26,023

ตอนที่ 19 : Chapter 17: Way to Go, Minister Fudge - เอาเลย ท่านรัฐมนตรีฟัดจ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1391
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 143 ครั้ง
    8 ก.ค. 61

Chapter 17

Way to Go, Minister Fudge - เอาเลย ท่านรัฐมนตรีฟัดจ์

 

Xxx

 

บทความที่ถูกตีพิมพ์ในเดลี่ พรอเฟ็ตวันต่อมาน่าทึ่งมาก แฮร์รี่กำลังนั่งเอกเขนกบนเตียงและอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับนี้อย่างสงบ

 

“...การพิจารณาคดีของเด็กชายผู้รอดชีวิตถูกจัดขึ้นต่อหน้าศาลวินเซ็นกาม็อตเนื่องด้วยความร้ายแรงของการกระทำความผิด...” แฮร์รี่อ่านได้เช่นนั้น

 

“...เขามีความผิด ไม่มีอะไรเถียงข้อเท็จจริงนี้ได้ ทุกคนก็รู้ การพิจารณาคดีนั้นมีขึ้นเพื่อให้มันเป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้องเท่านั้นเป็นคำกล่าวของท่านรัฐมนตรีคอร์นีเลียส ฟัดจ์...”

 

“...ในตอนท้ายมันเกิดข้อผิดพลาดทางกระบวนการที่ทำให้เด็กชายผู้รอดชีวิตพ้นจากข้อกล่าวหา...”

 

เมื่อแฮร์รี่อ่านพาดหัวข่าวในหน้าแรกเสร็จเขาก็ร้องฮึออกมา

 

“งั้นคุณก็กำลังพยายามจะทำให้การกระทำของคุณชอบธรรมขึ้นมาด้วยวิธีนี้สินะ รัฐมนตรี” เขารำพึงกับตัวเอง “ดีนี่ คุณไม่ควรเริ่มเกมตาถัดไปโดยไม่สำรวจศัตรูดูให้ดีเสียก่อนนะที่จริง...”

 

“พูดกับตัวเองอีกแล้วหรือ แฮร์รี่?” เสียงหนึ่งเอ่ยขัด แฮร์รี่กะพริบตาและเงยหน้าขึ้นมอง

 

“ไม่ใช่ว่านายควรจะซ่อนตัวอยู่หรอกหรือ เร็ก? นี่มันกลางวันแสกๆเลยนะ”

 

“ใช่ก็แย่แล้ว” เร็กร้องฮึระหว่างที่หรี่ตามองรอนที่กำลังกรนคร่อกอยู่บนเตียงข้างๆแฮร์รี่ “มันเพิ่งหกโมงครึ่ง มีแค่คุณเท่านั้นแหละที่จะตื่นแต่เช้าขนาดนี้”

 

แฮร์รี่ยักไหล่

 

“ตะวันขึ้นแล้ว” เขาโต้ “ฉันนอนไม่หลับหรอกอย่างนั้น”

 

เร็กหัวเราะหึ

 

“อ่าฮะ แต่คุณน่ะไม่ปกติสักหน่อย” เขาเอ่ย ส่ายหัวไปมาอย่างไม่อยากเชื่อเท่าใด “ถ้าผมไม่รู้จักคุณมาเป็นสิบปีแล้วผมคงคิดว่าคุณเป็นบ้าแค่เพราะว่าคุณแหกตาตื่นมาแต่เช้าขนาดนี้เลยแหละ”

 

“งั้นแปลว่านายไม่คิดว่าฉันเป็นบ้าเพราะว่านายรู้จักฉัน?

 

“ไม่ – ผมรู้ว่าคุณเป็นบ้า ผมไม่ต้องคิดอีกต่อไปแล้วต่างหาก”

 

“ตลกมาก ฮ่าฮ่า”

 

เร็กไม่ได้ตอบโต้ประโยคดังกล่าว เขานั่งข้างๆแฮร์รี่และมองหนังสือพิมพ์ในมือแฮร์รี่แทน

 

“แล้วคุณจะทำอะไรเพื่อตอบโต้...?

 

“ไม่มีอะไรมากในตอนนี้” แฮร์รี่บอก “ฉันยังไม่พร้อมจะหงายไพ่อย่างเปิดเผย มันยังมีหลายเรื่องให้ต้องทำเกินไปจนกว่าจะพร้อม”

 

“คุณควรเริ่มมานานแล้ว...”

 

“ทำอย่างนั้นไม่ได้” แฮร์รี่บอกตามตรง

 

“แต่ว่า...เมื่อสิบปีก่อน...”

 

“ไม่ใช่ฮอร์ครักส์จริงๆ” แฮร์รี่ตอบเสียงเบา ดวงตาของเร็กเบิกกว้าง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาคิดว่า...

 

“แล้ว...แล้วมันคืออะไร?

 

“ตอนที่ริดเดิ้ลไปที่บ้านพอตเตอร์คืนนั้น...” แฮร์รี่เริ่มเล่าแผ่วเบา “เขายังขาดฮอร์ครักส์อยู่อีกชิ้นถึงจะสมบูรณ์แบบในสายตาเขา เขาอยากให้มันมีทั้งหมดเจ็ดชิ้น – ตอนนั้นมีอยู่หก ชิ้นสุดท้าย...ชิ้นนั้นตอนนี้อยู่ในตัวงูของริดเดิ้ล...เขาอยากจะทำให้มันสมบูรณ์ด้วยความตายของแฮร์รี่ พอตเตอร์ – เพื่อตอกย้ำถึงอำนาจของเขา ริดเดิ้ลนั้นจองหอง ความตายของแฮร์รี่ พอตเตอร์สมควรจะเป็นชัยชนะอย่างสมบูรณ์แบบเหนือความตาย เป็นวันที่เขาได้รับชัยชนะอันเด็ดขาด...”

 

“ผมยังไม่เข้าใจ...”

 

“ฮอร์ครักส์เป็นเวทมนตร์ของคนโฉดเขลา นายไม่สามารถสร้างฮอร์ครักส์ได้เพียงแค่สังหารใครสักคน นายทำมันขึ้นมาโดยประกอบพิธีกรรมมหาศาลก่อนหน้านั้นและค่อยเชื่อมต่อความปรารถนาในความเป็นนิรันดร์ยามที่เหยื่อได้ตายลง” แฮร์รี่บอกก่อนจะถอนหายใจ

 

“ฟังดูเหมือนคุณรู้วิธีสร้างเลย” เรกูลัสพูด ขมวดคิ้ว

 

แฮร์รี่ยักไหล่ให้เขา

 

“ฉันรู้ว่ามันทำอย่างไร” เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ฉันเรียนรู้มันเมื่อนานมาแล้ว”

 

“แต่ว่า...”

 

“นายก็รู้นี่ว่านายต้องมีความรู้เกี่ยวกับสิ่งหนึ่งก่อนถึงจะสามารถสร้างพิธีกรรมเพื่อทำลายมันลงได้” แฮร์รี่ชื้แจง กลอกตา “แต่อย่างไรก็ตาม...ของชิ้นนั้นที่เราทำลายไปเมื่อสิบปีก่อนเป็นของที่ริดเดิ้ลอยากจะใช้ทำฮอร์ครักส์ในตอนนั้น...”

 

“แต่ทำไม...?

 

“เพราะว่าเวทมนตร์ในการถือกำเนิดฮอร์ครักส์เริ่มต้นก่อนจะเกิดการสังหารในท้ายที่สุด เขาจะยังสามารถใช้ของชิ้นนั้นในการสร้างฮอร์ครักส์ใหม่ได้ มันถูกตระเตรียมไว้แล้ว ที่จริงฉันไม่คิดว่าเขาจะใช้มันหรอก – แต่ก็ไม่อาจรับความเสี่ยงนั้นได้” แฮร์รี่พูดตามตรง

 

“เราก็เลยทำลายมันทิ้งสินะ”

 

“ใช่แล้ว”

 

“เอาล่ะ ผมเข้าใจเหตุผลของคุณแล้ว” เร็กพูดออกมาในที่สุด ระบายลมหายใจออกมา “แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมตอนนั้นเราถึงได้ต้องรอ...”

 

“...เพราว่าเราต้องรอ ต้องรอให้แน่ใจเสียก่อน” แฮร์รี่ขัด

 

“ต้องรอ? ต้องแน่ใจเรื่องอะไรกัน?

 

แฮร์รี่พรูลมหายใจออกมาทางจมูก

 

“นายฟังดูเหมือนนกแก้วจังวันนี้ เร็ก” เขาเอ่ยขำขัน “รอให้นานพอจะมั่นใจว่าความสัมพันธ์ของริดเดิ้ลกับฮอร์ครักส์ถูกตัดทิ้งไปแล้วจริงๆ ยกเว้นไดอารี่ที่ไม่รู้ว่าริดเดิ้ลสร้างมันขึ้นมาตอนไหน มันใช้เวลาสักพักกว่าดวงวิญญาณที่ถูกแยกออกจากกันจะไม่สามารถเชื่อมหากันได้ มันจะดีที่สุดถ้าเรารอให้ริดเดิ้ลสูญเสียร่างไปและได้ร่างคืนมา – ซึ่งเขาทำมันไปเมื่อต้นหน้าร้อนที่ผ่านมา”

 

“มันไม่ได้ปลอดภัยกว่าหรือถ้าเราทำลายพวกฮอร์ครักส์ทิ้งไปตอนที่ริดเดิ้ลยังไม่มีร่าง...?

 

“ไม่” แฮร์รี่ปฏิเสธ “เศษวิญญาณเร่ร่อนมีความเชื่อมต่อที่ดีกว่ากับชิ้นส่วนวิญญาณอื่นๆ ฮอร์ครักส์ที่จะทำลายต้องมีอายุนานมากพอที่เศษวิญญาณจะไม่สามารถสัมผัสถึงมันได้อีก ฮอร์ครักส์ชิ้นเดียวที่ฉันรู้ว่าอยู่มานานพอคือไดอารี่ บางทีอาจจะมีชิ้นอื่นด้วย...แต่ฉันไม่กล้าเสี่ยงจนกว่าริดเดิ้ลจะได้ร่างคืนมาและสูญเสียความเชื่อมต่อกับชิ้นส่วนวิญญาณอื่นๆไป”

 

“อืม – ขอบคุณสำหรับบทเรียน ผมแน่ใจว่าผมรู้พอแล้วล่ะ” เร็กพูดพร้อมพ่นลมหายใจออกมาทางจมูก “ผมได้รู้มากกว่าที่อยากรู้ด้วยซ้ำไป...”

 

“อย่าบ่น นายก็รู้ว่าความรู้คืออำนาจ”

 

“สลิธีรินเหลือเกินนะ แฮร์รี่ คุณควรจะทำตัวให้เป็นกริฟฟินดอร์สิ” เร็กโต้ตอบ แฮร์รี่ทำเพียงแค่ยักไหล่

 

“รอนยังหลับอยู่และคนอื่นก็อยู่ข้างล่างกัน ไม่มีใครในห้องจะรู้สึกสะพรึงไปหรอกน่า” แฮร์รี่พูดพลางยักไหล่อีกรอบ “ดังนั้นทำไมฉันจะต้องปกปิดตัวตนที่แท้จริงกับนายล่ะ? นายรู้ว่าฉันไม่ใช่กริฟฟินดอร์เลยสักนิด ถึงแม้ว่าฉันจะเงียบไว้ – ความจริงนี้ก็จะไม่เปลี่ยนแปลง”

 

“แน่นอนว่าไม่”

 

“และตอนนี้ทำตัวเป็นเด็กดีแล้วกลับไปซ่อนตัวเสียเถอะ นายไม่อยากให้พี่นายเจอนายหรอก ใช่ไหม? มันคงยากน่าดูถ้าจะต้องมาอธิบายว่าทำไมนายถึงยังมีชีวิตอยู่...”

 

“เชื่อผมเถอะ – มันมีอย่างอื่นยากกว่าอธิบายเรื่องนั้นเยอะอยู่” เรกูลัสยักไหล่แต่เขาก็ทำตามที่บอกและเดินหายไปจากห้อง

 

แฮร์รี่ยิ้มแต่ก็ไม่พูดอะไร เขารู้ว่าเรกูลัสพูดถูก...แต่เขาก็รู้ว่าการบอกซิเรียสว่าเรกูลัสยังคงมีชีวิตอยู่และสบายดีจะเป็นสิ่งที่ยากถ้าพวกเขาต้องทำมัน...

 

“อืม...มีสิ่งอื่นให้คิดกังวล” แฮร์รี่รำพึงกับตัวเอง “ทำอะไรต่อดีนะ...ทำอะไรต่อดี...”

 

Xxx

 

เมื่อเซโนฟิเลียส เลิฟกู้ดนั่งลงที่โต๊ะกินข้าวในตอนสิบโมงเข้าเขายังคิดอยู่เลยว่าจะเอาอะไรใส่เป็นหน้าแรกของหนังสือพิมพ์เดอะ ควิบเบลอร์ฉบับถัดไปดี เขาลังเลระหว่างบทความเกี่ยวกับตัวนิบเบลอร์และสายพันธุ์ของมัน หรือว่าจะเป็นบทความเรื่องตัวแค็กคลิ่งแคร็กเคล่อส์ดีนะ...

 

แน่นอนว่าทั้งคู่เป็นบทความที่มีความสำคัญ – และก็ควรถูกปฏิบัติเป็นอย่างสมฐานะ...แต่จะเลือกอะไรดีล่ะ...เลือกอะไรดี?

 

เขาไม่ได้เข้าใกล้คำตอบของคำถามที่สำคัญยิ่งยวดนี้เลยแม้แต่น้อยเมื่อนกฮูกส่งจดหมายมาถึง อืม อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้คำตอบจนกระทั่งเขาเห็นจดหมายที่ดูใสซื่อฉบับหนึ่งสอดมาระหว่างจดหมายปกติของเขา

 

เซโนเลิกคิ้วขึ้น จดหมายที่ดูเหมือนมาจากมักเกิ้ลฉบับสุดท้ายที่เขาได้รับคือเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนเป็นอย่างต่ำ รีเบ็คก้า อามอรินจากเดลี่ พรอเฟ็ตทำมันหายที่ห้องทำงานของเซโนในเวลาราวๆนั้นเอง...

 

“เอาล่ะ...มาดูกันเถอะ” เซโนตัดสินใจเปิดซองจดหมายเพื่อดึงตัวจดหมายออกมา เขาอ่านมันและคิ้วของเขาก็เลิกขึ้นสูงเอามากๆ แทบจะพุ่งขึ้นไปบนอากาศแล้ว

 

ดูเหมือนเขาต้องเปลี่ยนแผนบางอย่างสำหรับเดอะ ควิบเบลอร์ฉบับถัดไปแล้วล่ะ...

 

ดังนั้นแทนที่จะมานั่งนึกว่าจะใช้บทความไหนใส่ลงไปในหนังสือพิมพ์ฉบับถัดไปดี เซโน เลิฟกู้ดรีบลุกขึ้นควานหาปากกาขนนกและกระดาษ เขาทำกาแฟหกตอนที่วางแก้วลงบนโต๊ะ แต่ไม่แม้แต่จะเหลือบตามองหรือว่าคร่ำครวญกับการสูญเสียเครื่องดื่มที่โปรดปรานเลยสักนิด

 

เขามีอย่างอื่นให้ต้องทำอยู่ในขณะนี้...

 

สิบนาทีหลังจากนั้นเขาก็เจอกับปากกาขนนกที่ยังใช้การได้และกระดาษจำนวนมากพอให้จดอะไรสักหน่อยสำหรับการร่างตอบจดหมายรอบแรก

 

เขาย้อนกลับมาที่โต๊ะและใช้คาถาทำให้สิ่งที่เขาทำเลอะเทอะตอนวางแก้วกาแฟหายไป – ไม่ได้สนใจว่าเขาไม่เพียงแค่ทำให้กาแฟหายไปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแก้วกาแฟอีกด้วย

 

“แล้ว...จะเขียนอะไรดี” เขาหยุดคิดเสียก่อน ในดวงตาฉายแววตื่นเต้น “จะเขียนอะไรดี...?!

 

ดวงตาของเขาหลุบกลับไปมองจดหมาย อ่านมันอีกครั้ง คราวนี้อย่างช้าๆและค่อยๆระหว่างที่มือขวาไล่ไปตามแผ่นกระดาษ ปรากฏเป็นร่างคำตอบและคำถามของเขาเอง

 

ถึง บรรณาธิการ จดหมายเขียนไว้เช่นนั้น

 

ขอบคุณที่ตอบคำถามผมเป็นอย่างดีตามที่ได้เขียนมา ผมเข้าใจการทำงานของสื่อหนังสือพิมพ์ขึ้นมาบ้างแล้ว

 

แต่มันยังมีอีกหลายสิ่งที่ผมยังไม่เข้าใจ

 

สองวันก่อนเดลี่ พรอเฟ็ตได้ตีพิมพ์บทความหนึ่งเกี่ยวกับการพิจารณาคดีของแฮร์รี่ พอตเตอร์และระบุว่า มันมีกระบวนการอันชอบธรรมบางอย่างที่ป้องกันไม่ให้คุณพอตเตอร์ถูกตัดสินว่าผิด

 

เอาล่ะ เมื่อผมอ่านได้อย่างนั้น ผมก็รู้สึกสะดุดใจและตัดสินใจจะค้นคว้าด้วยตัวเองดู ผมจึงไปขอสำเนาเอกสารบันทึกคดีจากกระทรวง – คุณรู้หรือเปล่าว่ามันเผยแพร่ต่อสาธารณะหลังจากการพิจารณาคดี?! – และอ่านมัน

 

เนื้อหาของเอกสารทำให้ผมสงสัยอีกครั้งว่าเดลี่ พรอเฟ็ตนั้นเป็นเพียงผู้ปล่อยโฆษณาชวนเชื่อของกระทรวงเวทมนตร์หรือเปล่า

 

พวกเขาบอกว่าเป็น ”กระบวนการอันชอบธรรม” ที่ป้องกันไม่ให้เอาผิดคุณพอตเตอร์ได้อย่างไรกัน ในเมื่อตามความจริงแล้วรัฐมนตรีนั่นแหละที่ดูจะพยายามไม่ให้เกิดการพิจารณาคดีที่ยุติธรรมมาตั้งแต่ต้น?!

 

ถ้าเกิดว่าเป็นผมล่ะก็ พ่อแม่คงจะฟ้องเขากลับโทษฐานที่เก็บงำหลักฐานในการพิจารณาคดีไปแล้ว!

 

เอกสารบันทึกคดีระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่ารัฐมนตรีไม่แม้แต่จะพยายามยึดถือกฎหมายของเราเลย


คุณรู้ไหมว่ามันมีกฎหมายที่ว่าที่เกิดเหตุจำต้องได้รับการตรวจสอบโดยมือปราบมารและจะต้องมีหลักฐานที่ใช้กล่าวหาจำเลย? หากไร้ซึ่งหลักฐานแล้ว จำเลยไม่สามารถถูกตัดสินลงโทษได้

 

การที่รัฐมนตรีปล่อยให้อะไรแบบนี้ผิดพลาดไปทำให้ผมคิดถึงนักโทษคนอื่นๆในอัซคาบันขึ้นมา มันมีอะไรแบบนี้เกิดกับพวกเขาหรือไม่? การพิจารณาคดีของพวกเขายุติธรรมหรือเปล่า? พวกเขาได้ติดต่อทนายบ้างไหม? มันมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าพวกเขากระทำผิดจริงอยู่แน่หรือ? หรือพวกเขาแค่ถูกตัดสินในแบบที่พอตเตอร์เกือบจะโดนตัดสินไปเสียแล้ว คือโดยไร้หลักฐานใดๆ แค่มาจากคำพูดปากเปล่าว่าเขากระทำความผิด?

 

การพิจารณาคดีแบบคุณพอตเตอร์ยังทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความผิดของซิเรียส แบล็กขึ้นมาด้วยซ้ำ คุณรู้ได้อย่างไรว่าแบล็กผิดจริง ถ้าหากเป็นการพิจารณาคดีปลอมๆเหมือนของพอตเตอร์ขึ้นมาล่ะ? ผมจะตรวจสอบคดีนี้อย่างจริงจังด้วย เหมือนกับคดีอื่นๆหลังยุคของกรินเดลวัลด์เป็นต้นมา ผมไม่รู้ว่าคุณรู้สึกยังไงนะ แต่ผมจะนอนหลับสนิทขึ้นถ้ารู้ว่าคนที่อยู่ในอัซคาบันสมควรจะไปอยู่ ณ ที่แห่งนั้นแล้วจริงๆ และรู้ว่าผมจะไม่ถูกตัดสินให้ไปยังอัซคาบันโดยไม่มีการพิจารณาคดีที่จริงจัง

 

ลองคิดดูสิครับ คุณอยากจะได้รับการพิจารณาคดีที่คุณไม่สามารถป้องกันตนเองได้เพียงเพราะว่าคนบางคนกำลังซุกซ่อนข้อมูลที่จำเป็นในการพิสูจน์ว่าคุณบริสุทธิ์อย่างนั้นหรือ?

 

คุณอยากจะอยู่ในอัซคาบันเป็นสิบๆปี รู้ทั้งรู้ว่าคุณบริสุทธิ์แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้เพราะว่าใครบางคนไม่ยอมให้คุณรับสัจจะเซรุ่มหรือให้ดูความทรงจำจริงหรือ?

 

นี่คือความยุติธรรมในโลกเวทมนตร์ที่คุณกำลังคาดหวังอยู่หรือเปล่า?

 

อย่างไรก็ดีเราทุกคนคงไม่สามารถเป็นอย่างแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่ดูเหมือนจะกินประมวลกฎหมายเป็นอาหารเช้าเข้าไปได้...

 

ผมได้แนบสำเนาบันทึกคดีของแฮร์รี่ พอตเตอร์มาด้วยเพื่อชี้ให้เห็นถึงประเด็นที่ผมพูด

 

โอลิเวอร์ ทวิสต์

 

หลังจากนั้น บันทึกคดีที่ถูกแนบมาด้วยก็ใช้ยืนยันคำพูดของโอลิเวอร์ ทวิสต์ เซโนฟิเลียส เลิฟกู้ดยิ้มกว้าง แม้ว่าตัวนิบเบลอร์และสายพันธุ์ของมันกับแค็กคลิ่งแคร็กเล่อส์จะสำคัญ - แต่บางทีแล้วบทความที่มีความสำคัญเช่นนั้นก็ต้องตกมาเป็นที่สองรองจากบางสิ่งที่แม้จะสำคัญน้อยกว่าแต่ก็รายงานข่าวสารได้มากกว่า...

 

คราวนี้เขาแค่ต้องใคร่ครวญอีกสักหน่อยว่าจะใช้บทความไหนดีในสองอันนี้เพิ่มเป็นบทความสำคัญอีกหนึ่ง...

 

แต่ว่าคำตอบของคำถามนั้นรอได้ – ยังไงเขาก็มีจดหมายตอบที่ต้องเขียน

 

Xxx

 

ปกติตรอกไดแอกอนเป็นสถานที่ที่สงบสวยงามตามแบบชนบทชาวบ้าน คนที่นี่รู้จักกันดีกว่าที่พวกเขารู้จักตัวเองเสียอีก และความลับก็ไม่ใช่อะไรที่จะยังคงเป็นความลับได้นานนัก

 

และเพราะอย่างนั้นเอง มันจึงประหลาดมากสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในตรอกไดแอกอนเมื่อทันใดนั้นพวกเขาดูเหมือนจะไม่เข้าใจคนๆหนึ่งในพวกเขาเองขึ้นมา

 

โอลิแวนเดอร์เป็นบ้าไปแล้วในที่สุด

 

แรกๆไม่มีใครสังเกตุ เขาแค่เปลี่ยนตารางชีวิตประจำวันไปนิดหน่อย แทนที่จะอยู่ในร้านของเขาตลอดวัน โอลิแวนเดอร์เดินออกไปนอกร้านและนั่งอยู่หน้าทางเข้า ในมือถือหนังสือเล่มโต

 

“ไม่ใช่อันนี้...อันนี้ก็ไม่ใช่” มีคนได้ยินเขาพึมพำระหว่างที่พลิกหนังสือไปมา “มันต้องมีอันโบราณๆอยู่สักอันสิ...”

 

สองวันหลังจากนั้นเขาเปลี่ยนจากหนังสือเล่มโตเป็นม้วนคัมภีร์ท่าทางเก่าแก่ทั้งหลาย

 

สามวันถัดจากนั้นและแล้วเขาก็วางม้วนคัมภีร์หนึ่งลง พร้อมรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า

 

“นี่ไงเล่า!” เขาอุทานและก็หยิบม้วนคัมภีร์มาอ่านต่อ – เพื่อที่จะหน้าซีดลงเรื่อยๆเมื่อเขาอ่านเนื้อหาที่ถูกเขียนในคัมภีร์

 

นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่คนในตรอกไดแอกอนเห็นเขาแบบปกติ

 

หลังจากนั้น ก็นะ...

 

โอลิแวนเดอร์ทำสติหลุดหายไปเลยในสัปดาห์นั้น – และเขาหามันไม่เจออีกเลยด้วย แม้จะผ่านมาหลายอาทิตย์แล้วก็ตาม...

 

หลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้ – หลังจากที่พ่อมดคนหนึ่งมาที่ร้าน – ในที่สุดมันก็เกิดขึ้น แกร์ริก โอลิแวนเดอร์ได้พังทลายลงแล้ว เหมือนๆกับกิ่งไม้ที่เก่าและแห้ง สติสตังของเขาแตกเป็นสองเสี่ยงเมื่อมีแรงกดดันเยอะเกินไป หรืออะไรประมาณนั้นตามคำบอกเล่าของบรรดาผู้อาศัยในตรอกไดแอกอน

 

วันหนึ่ง แกร์ริค โอลิแวนเดอร์เฝ้าร้านของเขาเหมือนปกติทั่วไปและในวันพรุ่งเขาก็เริ่ม...เอ่อ...เก็บทำความสะอาดคงจะเป็นคำที่ถูกต้อง...อย่างกะทันหันขึ้นมา มันแค่มีปัญหาเดียวในที่นี้ คือทุกคนไม่เคยเห็นโอลิแวนเดอร์เก็บกวาดร้านของเขาอย่างสะอาดเอี่ยมอ่องทุกซอกทุกมุมอย่างวันนั้นเลย

 

“คุณกำลังทำอะไรอยู่น่ะ แกร์ริค?” ฟลอเรียน ฟอร์เตสคิวถามออกมาในที่สุดหลังจากมองพ่อมดตรงหน้าทำทุกอย่างมาตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

“เตรียมตัว” โอลิแวนเดอร์ตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองระหว่างที่เขานำพวกกล่องใส่ของออกมาและทำให้มันหายไปหรือยัดมันลงในกล่องที่ขยายขนาดอื่นๆ

 

“ผมเห็นแล้ว - แต่ทำไมล่ะ?

 

“ฉันต้องเอาของในห้องใต้ดินออกน่ะ” โอลิแวนเดอร์ตอบ ยังคงไม่เงยหน้า “และฉันมีเวลาแค่ครึ่งปีเป็นอย่างมาก ฉันต้องเตรียมพร้อมไปจนกว่าจะถึงคริสต์มาสนู่น”

 

“เตรียมพร้อม? เตรียมพร้อมสำหรับอะไร?!

 

“สำหรับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น” โอลิแวนเดอร์บอก “ฉันไม่ใช่คนโง่ ฉันเคยเห็นไม้คทานี้มาแล้วครั้งหนึ่งในช่วงเวลาที่กรินเดลวัลด์เรืองอำนาจ พ่อเองก็เคยเห็นคทานี้เหมือนกันตอนที่ถึงเวลาต้องล้มลอร์ดมอร์แกน[1] – แม้ว่าจะเป็นปู่ก็ตามที่เป็นคนต่อรองในวันนั้น...”

 

“ต่อรอง? คุณกำลังพูดถึงอะไรน่ะแกร์ริก?!” ฟอร์เตสคิวถามอีกครั้งและรอบนี้ผู้ทำไม้กายสิทธิ์ที่แปลกๆนิดหน่อยแต่เป็นบ้าไปแล้วแน่ๆเงยหน้าขึ้นมาสบตาฟอร์เตสคิว

 

“ฉันได้รับคำเตือน ช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนอยู่ไม่ไกลแล้ว ฉันจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่แย่ที่สุดและหวังให้มันออกมาดีที่สุด ฉันได้เห็นไม้คทาแห่งโชคชะตา” โอลิแวนเดอร์ให้คำตอบและฟอร์เตสคิวก็ยอมแพ้

 

ชายคนนี้สติหลุดไปแล้วแน่ๆ

 

เสียสติอย่างถึงที่สุด

 

บ้าคลั่งอย่างแท้จริง

 

วิปลาสอย่างน่ากลัว

 

ใช่ นั่นคือแกร์ริก โอลิแวนเดอร์ในยามนี้

 

แต่ สงสัยจะไม่ต่างไปจากฟอร์เตสคิวหรอก นั่นไม่เห็นเป็นอะไร โอลิแวนเดอร์เองก็อายุเยอะมากแล้ว – ถ้าเขาอยากจะทำตัวประหลาดๆแล้ว ฟอร์เตสคิวเป็นใครถึงจะไปหยุดเขากัน?!

 

ตราบใดที่ชายคนนี้ยังคงผลิตไม้กายสิทธิ์สุดยอดๆของเขาได้ เขาจะเป็นบ้าไปฟอร์เตสคิวก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรหรอก

 

“เอาล่ะ งั้นขอให้สนุกกับการเตรียมตัวนะครับ” ฟอร์เตสคิวเอ่ยออกมาในที่สุด หันไปทางอื่น “ผมหวังว่าไม้คทาแห่งโชคชะตาของคุณจะผ่านมาอีกครั้งเพื่อบอกว่าอันตรายได้ผ่านพ้นไปแล้วสักวันหนึ่ง...”

 

โอลิแวนเดอร์ทำเพียงทอดถอนใจ

 

“เธอไม่เข้าใจ” เขากล่าว

 

“ผมมั่นใจว่ามันคงฟังดูเข้าท่าสำหรับคุณในทางหนึ่ง” ฟอร์เตสคิวบอก

 

โอลิแวนเดอร์ถอนหายใจอีกครั้ง

 

“จะคิดว่าฉันเป็นบ้าก็เอาเถอะ เธอจะรู้สึกขอบคุณมัน เนิ่นนานก่อนที่มันจะจบลง” เขาตอบเจ้าของร้านไอศกรีม “แล้วเธอจะเห็นเอง”

 

และหลังจากนั้น เขาก็หันหลังเดินออกมาจากชายที่ถูกทำให้ต้องคิดมาก และกลับมาทำงานของเขาต่อไป

 

เขาต้องทำความสะอาดห้องใต้ดิน และต้องเปิดใช้งานม่านพลังเก่าแก่ของร้านที่ตอนนี้ถูกปิดอยู่ขึ้นมา มันจะมีประโยชน์อะไรหากจะมีม่านพลังที่แข็งแกร่งเทียมเท่ากับกริงกอตส์และฮอกวอตส์อยู่ถ้าเกิดว่าไม่ได้เปิดใช้มันก่อนที่พายุจะมาน่ะ?

 

และมันก็มีเรื่องอื่นๆให้เตรียมพร้อม อาหารเอย ผ้าลินินเอย...

 

ทันใดนั้นโอลิแวนเดอร์ก็ภาวนาว่าขออย่าให้เขาได้พบเจอกับแฮร์รี่ พอตเตอร์อีกครั้งเลย...

 

 

To Be Continue.

 

Upcoming Chapter: Creating Havoc – ก่อความเสียหาย

 

 

[1] Lord Morgan ลอร์ดมอร์แกน เป็นชื่อที่จะโผล่มาในช่วงหลังๆ เป็นตัวร้ายคนหนึ่งค่ะ เดี๋ยวเขามาแล้วเขาก็จะไป 

 

เราชอบคาร์แรกเตอร์ของเร็กในเรื่องนี้มากเลยค่ะ การที่เขาเป็นคนตายทำให้คนจะไม่คิดถึงเขาเลย แต่เขามีส่วนสำคัญมากในแผนที่กำลังดำเนินไปอยู่นี้ อีกอย่างคือเรารู้กันว่าเขาเป็นสลิธีริน แม้ว่าในเรื่องต้นฉบับเราจะไม่มีโอกาสได้เห็นนิสัยเขา การวางคาร์แรกเตอร์ของเขาในเรื่องนี้ก็ทำให้รู้สึกได้ว่าเขาเป็นคนธรรมดาเหมือนกันนี่แหละ เร็กขี้จิกกัด น่ารักดี 5555555


โอลิแวนเดอร์เองเป็นอีกคนที่รู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถึงเป็นคนละแบบกับที่เรกูลัสรู้เพราะเขาอยู่ในแผนการมาโดยตลอด แต่เขาก็รู้ว่าตัวเองควรทำอะไรค่ะ อย่าไปขวางซัลเลย ถถถ


แล้วเจอกันในตอนถัดไปค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 143 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #230 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 22:57
    โอลิแวนเดอร์ก็คือกำลังป้องกันตนเองอย่างสุดความสามารถ55555555 เอาจริงๆเราว่าผู้ชายสลิธีรินปากจัดจะตาย..
    #230
    0
  2. #88 Poom Raweewan (@poompooi) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 19:22
    โอลิแวนแบบแลป่วงมากกก555 แต่คงผ่านมาเยอะอะไรแบบนี้😆 ส่วนเรกก็แบบแซะเก่ง จิกเก่ง555
    #88
    0
  3. #87 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 12:54
    รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    เราก็คิดว่าน่ารักนะ พี่เป็นหมา น้องเป็นแมว ท่าท่างจะสนิทกันดีนะ
    #87
    0