[ฟิคแปล] Basilisk-Born แฮร์รี่ พอตเตอร์ HP Harry Potter by Ebendbild

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 25,956 Views

  • 497 Comments

  • 1,003 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    545

    Overall
    25,956

ตอนที่ 24 : Chapter 22 The Wheels Start Turning - วงล้อที่เริ่มหมุน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1625
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 144 ครั้ง
    30 ส.ค. 61

มาแล้วค่าาา


Chapter 22

The Wheels Start Turning - วงล้อที่เริ่มหมุน

 

Xxx

 

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา – และเพราะว่ามันเป็นสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่ฮอกวอตส์จะเปิดเรียน – ลูเซียส อะแบรกซัส มัลฟอย ผู้นำตระกูลมัลฟอยในบริเทน พบว่าเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นผลดีเอาเสียเลย

 

ระหว่างที่บ้านของเขาถูกปกป้องจากโลกภายนอกด้วยม่านพลังที่แข็งแกร่ง – แข็งแกร่งมากขนาดที่ว่าตัวจอมมารเองยังมีปัญหาในการที่จะทำลายมันลง – ซึ่งตอนนี้ถูกรุกรานโดนพวกผู้เสพความตายและตัวจอมมารเองนั่นแหละ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของลูเซียส อย่างไรก็ตามเขาเป็นคนเชิญจ้าวแห่งศาสตร์มืดให้มาใช้บ้านของเขาเป็นฐานปฏิบัติการเอง

 

ไม่สิ ปัญหาที่แท้จริงของลูเซียส อะแบรกซัส มัลฟอยกำลังนั่งอยู่ในห้องทำงานของเขา อ่านพวกเอกสารจากกระทรวงอยู่ และเป็นคนที่อยู่ๆก็เข้ามายืนในห้องทำงานของเขาโดยไม่ได้รับเชิญเสียด้วย

 

คนๆนี้ยังหนุ่มอยู่มาก - ลูเซียสจะคิดว่าเขาอายุไม่มากไปกว่าลูกชายของเขาเองแน่ๆถ้าเกิดว่าชายตรงหน้าไม่ได้มองเขาด้วยสายตาที่ทรงภูมิ ผมสีดำถูกมัดไว้ด้านหลังด้วยริบบิ้นสีเขียวสลิธีรินในแบบดั้งเดิมตามประเพณี เสื้อคลุมที่เขาใส่ถูกตัดแบบโบราณ มันเป็นสีเขียว เขายังใส่เสื้อด้านในสีดำกับกางเกงสีดำ บวกกับรองเท้าหนังสีเดียวกันและเข็มขัดเงินที่ดูเหมือนจะทำจากใบไม้ที่เป็นเงินจริงๆเสริมรูปลักษณ์สุดท้ายของเขา เด็กหนุ่มดูเหมือนซัลลาซาร์ สลิธีรินสมัยหนุ่ม เนิ่นนานก่อนที่เขาจะได้พบกับผู้ก่อตั้งคนอื่นๆและสร้างโรงเรียนด้วยกัน

 

และดวงตาสีมรกตเย็นเยียบของเขาไม่ได้ช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ไปจากนี้เลย รอยยิ้มอำมหิตที่เย็นเยียบกระจายเต็มใบหน้า เขาจ้องมาที่ลูเซียสด้วยสายตาที่แรงกล้ากว่าเดิม

 

“ลูเซียส อะแบรกซัส มัลฟอย ผู้นำตระกูลสาขาของมัลฟัวร์ในบริเทน” เขาพูดและคำพูดของเขามีเสียงเหมือนขู่ฟ่อของงูแปลกๆในพื้นหลัง ลูเซียสตัวสั่นและขยับเพื่อหยิบไม้กายสิทธิ์

 

“อย่าแม้แต่จะลอง ผู้นำตระกูลสาขาที่รัก” เด็กหนุ่มพูดเสียงเบาและก่อนที่ลูเซียสจะได้จับไม้กายสิทธิ์ของเขาในมือ มันก็หายไปแล้ว พุ่งผ่านอากาศไปยังมือขวาของเด็กหนุ่มตรงหน้าเขา

 

คราวนี้ลูเซียสกลืนน้ำลายอึก ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อทันใดนั้นเองเขาก็ตกอยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมของคนแปลกหน้า เขาเคยได้ยินเรื่องการใช้เวทโดยไร้ไม้กายสิทธ์มาก่อน – แต่เขาไม่เคยเห็นใครใช้มันได้ง่ายดายเหมือนกับที่มันถูกใช้โดยเด็กชายตรงหน้าเขาเลย

 

“ไม่ว่า...ไม่ว่าแกจะเป็นใคร – ถ้าแกทำอะไร ฉันจะทำให้แกคิดหวังว่าแกไม่ควรได้เกิดมา!ผู้นำตระกูลมัลฟอยขู่ฟ่อออกมาในที่สุด “และตอนนี้ ไอ้หนู เอาไม้กายสิทธิ์คืน...”

 

ความเจ็บปวดพุ่งขึ้นมาจากทุกส่วนของร่างกาย บังคับให้เขาต้องหุบปาก มันไม่เหมือนกับคำสาปกรีดแทงแต่ว่ามันก็ไม่ได้น่ายินดี – เหมือนกับถูกตีเข้าที่ก้นและหลังจากนั้นสักพักหนึ่งเมื่อในหัวไม่สามารถคิดถึงอย่างอื่นได้นอกจากความเจ็บที่เกิดจากการถูกตี

 

“จงอย่าเรียกฉันว่า ไอ้หนูอีก ลูเซียส อะแบรกซัส มัลฟอย หรือฉันจะทำเหมือนเธอเป็นเด็กเกเรอย่างที่เธอทำมาตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา” เด็กหนุ่มกระซิบลอดไรฟันและลูเซียสก็ละล่ำละลัก

 

“แกกล้าดีอย่างไร?! ฉันคือผู้นำตระกูลมัลฟ...” ความเจ็บแบบเดิมทำให้เขาหุบปากลงอีกครั้ง

 

เธอกล้าดีอย่างไร!” เด็กหนุ่มเอ่ยลอดไรฟัน “พูดกับผู้นำตระกูลของเธอเองราวกับว่าเธอคือผู้เหนือกว่า!

 

“ผู้...ผู้นำตระกูล?!” ลูเซียส มัลฟอยจ้องเด็กหนุ่ม จากนั้นเขาก็เหลือบมองไปยังประตูห้องทำงาน – ต้องมีใครสักคนได้ยินแน่...

 

“อย่าห่วงไป” เด็กหนุ่มตรงหน้าพูดพลางแสยะยิ้ม “จะไม่มีใครมาขัดหรือว่าได้ยินจนกระทั่งฉันจัดการเธอเรียบร้อยแล้ว” ลูเซียสหันขวับมามองดวงตาสีเขียวพิฆาตของคนตรงหน้า “อย่างไร” เขาพูดต่อเหมือนกับว่าทุกอย่างเป็นเรื่องปกติ “นี่ก็เป็นเรื่องในตระกูล เวทมนตร์ประจำตระกูลในม่านพลังของคฤหาสน์จะทำให้บทสนทนาของเราเป็นความลับจนกว่าฉัน ในฐานะผู้นำตระกูลจะปล่อยเธอไป” ในดวงตาที่ดูลึกลับนั้นลูเซียสเห็นเพียงความจริงที่ปรากฏ ไม่มีความช่วยเหลือใดจะมาถึงและไม่มีทางหนีรอดจนกว่าเด็กหนุ่มจะปล่อยเขาไป

 

อย่างไร ลูเซียสก็ต้องพยายามลองดู เขาดีดตัวขึ้น ตั้งใจจะพุ่งเข้าใส่และปลดอาวุธเด็กหนุ่ม กลับกันเขาปลิวกลับไป หลังของเขาแนบเข้ากับเก้าอี้ที่นั่งอยู่ก่อนหน้านี้เพราะเขาถูกบังคับให้นั่งลงอีกครั้งอย่างแรง

 

“ลองดูอีกทีสิและฉันจะลงโทษเธออย่างเด็กเกเรและตีก้นเธอจนกว่าเธอจะทำตัวดีๆ” เด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ “และฉันคิดว่าในฐานะเลือดบริสุทธิ์และมัลฟอยคนหนึ่งเธอจะถูกเลี้ยงดูสั่งสอนมาดีกว่านี้! กลับกันฉันเห็นผู้ใหญ่ตัวโตเต็มที่ตรงหน้าไม่ได้ทำตัวดีไปกว่าเด็กสองขวบดื้อด้านเลยสักนิด ช่างเป็นความเสื่อมเสียต่อวงศ์ตระกูลเสียจริง!

 

ลูเซียสหน้าแดงแจ๋ รู้สึกเหมือนเป็นคนโง่เง่าหลังจากโดนเด็กหนุ่มสั่งสอน จากนั้นโทสะก็ครอบงำเขาอีกครั้ง

 

“กล้าดีอย่างไรมาทำอย่างนี้...!

 

รอบนี้เขาหยุดพูดกะทันหันไม่ใช่เพราะว่าเด็กหนุ่มหยุดเขาด้วยวิธีการเดียวกับก่อนหน้านี้ แต่เป็นเพราะว่าสายตาของเขาเลื่อนไปเจอแหวนที่เด็กหนุ่มสวม แหวนตราประทับ และไม่ใช่แค่แหวนตราประทับใดๆ

 

ลูเซียสหน้าซีดเมื่อเขาเห็นตราประจำตระกูลมัลฟัวร์

 

สายตาของคนตรงหน้าเลื่อนตามเขามาและรอยยิ้มเหี้ยมก็ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา

 

“ในที่สุดก็เห็นแล้วสินะ” เขาพูด ยังคงรอยยิ้มอำมหิตอยู่ “อย่างกับว่าฉันไม่ได้บอกเธอไปแล้ว” เด็กหนุ่มร้องฮึและส่ายหน้า “เธอเหมือนเด็กจริงๆนั่นแหละ ลูเซียส อะแบรกซัส มัลฟอย”

 

ลูเซียสอยากจะทำหน้าดูถูกใส่เด็กหนุ่ม แต่รอบนี้กฎระเบียบที่พ่อของเขาสอนมาหยุดเขาเอาไว้ จนกระทั่งตอนนี้ลูเซียสอาจจะทำเหมือนเขาเป็นลอร์ดของตระกูลมาโดยตลอด – แต่เขาไม่ใช่และอาจไม่มีทางใช่เลย และลูเซียสเองก็ถูกสั่งสอนมาว่าต้องประพฤติตัวอย่างไรต่อหน้าลอร์ดของเขา...

 

เด็กหนุ่มดูเหมือนจะเห็นสีหน้าดูถูกที่ถูกยับยั้งเอาไว้ เพราะว่าเขาทำหน้าดูหมิ่นดูแคลนลูเซียสคืน

 

“เรียนรู้ที่จะแสดงความเคารพเสีย ผู้นำเด็กน้อยของตระกูลสาขามัลฟอย” เขาว่า “และระหว่างนั้น ลูเซียส อะแบรกซัส มัลฟอยที่รัก อธิบายให้ฉันฟังว่าทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่”

 

ลูเซียสกะพริบตากับประโยคนี้และเงยหน้าขึ้นมามองรอยยิ้มเหี้ยมที่ประดับใบหน้าของเด็กหนุ่มอีกครั้ง

 

“ผม...ผมไม่เข้าใจว่าท่านมาด้วยเหตุใด มายลอร์ด” เขาบอก คราวนี้ด้วยความเคารพ ลูเซียสอาจไม่ทราบชื่อของเด็กหนุ่มตรงหน้าแต่แหวนตราบอกสิ่งที่เขาต้องทราบทั้งหมดแล้ว คนตรงหน้าเขาถือชีวิตของเขาไว้ในกำมือ หากลูเซียสทำให้เขาโมโหกว่าเดิม ลูเซียสจะสูญเสียที่ยืนในตระกูลไปเร็วกว่าเดิม

 

“เธอไม่รู้?” เด็กหนุ่มเอ่ยลอดไรฟัน “เธอไม่รู้?! งั้นจดหมายที่มาถึงฉันเมื่อสองวันก่อนเป็นเรื่องโกหกอย่างนั้นหรือ?!

 

“จดหมายหรือ มายลอร์ด?”

 

“ใช่ จดหมาย” เด็กหนุ่มตรงหน้าพูดด้วยน้ำเสียงอันตราย “จดหมายบอกว่าเธอกำลังใช้นามและอิทธิพลของฉันในการโน้มน้าวรัฐมนตรี จดหมายบอกฉันว่าเธอกำลังใช้เงินที่ตระกูลฝั่งฉันให้เธอไปเพื่อดำเนินวิถีชีวิตของเธอเองและเธอกำลังใช้เครือข่ายความสัมพันธ์ตระกูลฝั่งฉันสร้างขึ้นเพื่อบรรลุเป้าหมายของเธอเอง! บอกมา ว่าเป็นเรื่องโกหกหรือไม่?!

 

ยิ่งฟังไปเท่าไรลูเซียสก็ยิ่งหน้าซีดเผือดลงเรื่อยๆ

 

“ผม...มายลอร์ด...” เขาตะกุกตะกัก ด้านสลิธีรินของเขาพยายามคิดหาวิธีเปลี่ยนสถานการณ์ให้เป็นประโยชน์

 

“ผม...ผมไม่เคยทำอะไรเช่นนั้น! ใครก็ตามที่เขียนหาท่าน...!

 

“อย่า บังอาจ โกหก ฉัน!” เด็กหนุ่มขู่ฟ่อ “เธอคิดว่าฉันจะไม่ตรวจสอบความจริงมาก่อนจริงๆหรือ?! มันมีบันทึกในสิ่งที่เธอทำเอาไว้อยู่! เธอกล้าดีอย่างไรพยายามจะโกหกฉัน?!

 

รอบนี้โทสะของเด็กหนุ่มเกือบจะมองเห็นในอากาศแล้ว กลิ่นหนักแน่นของเวทมนตร์อันทรงพลังเกาะเข้าที่ผนังห้องทำงานของลูเซียส แทรกอยู่ในทุกอนูอากาศ ลูเซียสตัวสั่นระริก

 

“ผม...ผม...” ลูเซียสพูดไม่ออก เขาไม่รู้ควรทำอย่างไร มันมีสิ่งเดียวที่เขาเห็นในอนาคตข้างหน้า คือเขาถูกตัดออกจากกองมรดกและโยนออกนอกตระกูลไป เขาเห็นตัวเองอยู่บนถนน ไม่ต่างอะไรกับมักเกิ้ลที่เขารังเกียจนักหนาเลย เวทมนตร์ประจำตระกูลถูกยึดคืน ไม้กายสิทธิ์ถูกหักออกเป็นสองท่อน...

 

“ได้...ได้โปรด มายลอร์ด...ผม...ผมจะเปลี่ยนแปลง! แค่...แค่โอกาสอีกครั้งเดียว! ได้โปรด ผม...ผมขอร้อง มายลอร์ด!” เขากระซิบ ในระหว่างเดียวกันพยายามกลับไปรักษาภาพลักษณ์ของเลือดบริสุทธิ์ที่เขาได้ทำมาเป็นสิบปี

 

เด็กหนุ่มมองเขาราวกับว่าเขาเป็นพวกเลือดสีโคลน

 

“เธอจะไม่สามารถเข้าถึงสมบัติของตระกูลได้อีกต่อไปจนกว่าเธอจะมีหลักฐานว่าเธอสามารถเลี้ยงดูครอบครัวตัวเองได้ เธอจะไม่สามารถลงคะแนนเสียงในสภาแทนฉันได้อีกต่อไปแต่ต้องส่งพวกเอกสารมาเพื่อที่ฉันจะได้ลงคะแนนเสียงเอง และเธอต้องหยุดใช้นามสกุลของฉันเพื่อให้ได้ในสิ่งที่เธอต้องการ” เด็กหนุ่มสั่งลอดไรฟันด้วยโทสะ “เมื่อถึงตอนนั้น แค่ตอนนั้น ฉันอาจจะปล่อยให้เธออยู่ในตระกูลของฉันต่อไป”

 

และจากนั้นเด็กหนุ่มก็หายตัวไป ผ่านม่านพลังตรงๆ – ม่านพลังที่กันทุกคนออกไปนอกเหนือจากคนในตระกูล...

 

ลูเซียสตัวสั่นเทาและแนบใบหน้าลงกับฝ่ามือ จอมมารจะว่าอย่างไรเมื่อลูเซียสไม่สามารถสนับสนุนได้ด้านการเงินได้เหมือนแต่ก่อน? แน่นอนว่ามันยังมีพวกสินเดิมจากภรรยาของเขาอยู่ – แต่อย่างมากนั่นก็เป็นแค่การแก้ปัญหาเพียงชั่วคราวเท่านั้น...

 

xxx

 

แฮร์รี่ค่อยๆแง้มประตูบ้านที่กริมโมลด์เพลซและส่องดู ห้องโถงตอนนี้ไม่มีคน แฮร์รี่เลยเปิดประตูเดินเข้ามา เขาปิดมันลงแผ่วเบาหลังจากนั้น

 

“แล้วเธอไปไหนมา หนุ่มน้อย?” เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างสงบ แฮร์รี่หันหลังขวับและเจอเข้ากับพ่อทูนหัวของเขาที่ยืนอยู่บนบันไดขั้นที่สอง

 

“เอ่อ...แค่ออกไปบันไดด้านหน้าฮะ...ไปรับอากาศบริสุทธิ์ คุณก็รู้...” แฮร์รี่ตอบ ความรู้สึกผิดแสดงบนใบหน้าอย่างชัดเจน “ผมรู้ว่าผมไม่ควรออกไปแต่...”

 

ซิเรียสถอนหายใจเฮือก จากนั้นเขาก็ขยิบตาให้ลูกทูนหัวตัวเองขึ้นมาด้านบน แฮร์รี่เดินตามไปและพวกเขาก็เข้าไปในห้องที่มีผังตระกูลแบล็กด้วยกัน ซิเรียสปิดประตูลงเบื้องหลังและหันกลับมาหาแฮร์รี่

 

“แฮร์รี่...” เขาพูดพลางทอดถอนใจ “เธอรู้ว่ามัน...”

 

“ผมรู้ว่ามันอันตรายที่จะออกจากบ้าน!” แฮร์รี่ขัดเขา “แต่ว่าขั้นบันไดด้านหน้าอยู่ภายใต้การป้องกันนี่ฮะ! ผมไม่ได้ก้าวไปไกลกว่านั้น ผมสาบานได้!

 

แฮร์รี่เห็นว่าซิเรียสกำลังมองหน้าเขาเพื่อค้นหาความจริง

 

“เธอไม่ได้ก้าวไปไกลกว่านั้นจริงนะ?” และแล้วซิเรียสก็ถามออกมาเสียงอ่อน

 

“ฮะ ผมไม่ได้ก้าวไปจริงๆ ถ้าคุณไม่เชื่อผมคุณให้น้ำยาสัจจะเซรุ่มกับผมก็ได้ – ผมก็จะไม่ตอบอะไรที่แตกต่างไปจากนี้หรอก” แฮร์รี่ยืนยัน และเขาไม่ได้โกหกด้วย อย่างไรคุณก็สามารถหายตัวไปจากขั้นบันไดด้านหน้าและกลับมาที่เดิมได้นี่นา – ดังนั้นเขาไม่ได้ก้าวออกไปไกลกว่านั้นจริงๆ...

 

“เอาล่ะ เชื่อแล้ว” ซิเรียสพูดออกมา “แต่ขอร้องเถอะ แฮร์รี่ นับจากนี้เป็นต้นไปพยายามหลีกเลี่ยงที่จะออกไปบันไดด้านหน้าเถอะนะ”

 

แฮร์รี่ดูออกว่าพ่อทูนหัวของเขาไม่ชอบเล่นเป็นพวกผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบแต่เขาก็เห็นความเป็นห่วงที่แรงกล้าจากสายตาของพ่อทูนหัวของเขาลึกๆเช่นกัน

 

“ผมจะไม่ทำอย่างนั้นอีก สัญญาฮะ” แฮร์รี่บอก เขาไม่จำเป็นต้องออกไป เพราะสัปดาห์หน้าเขาก็จะไปอยู่ที่ฮอกวอตส์แล้ว – เขาสามารถรอได้เพราะมีอีกหลายสิ่งมากที่ต้องทำ

 

“ขอบคุณ” และเพราะอย่างนั้น แฮร์รี่ก็เลยรอดตัวไป - อย่างน้อยก็รอดจากซิเรียส เพราะว่าตลอดวันหยุดที่เหลือดวงตาวิเศษสีน้ำเงินจะตามติดแฮร์รี่ไปทุกแห่งหน...แต่ว่านั่น เป็นสิ่งที่แฮร์รี่ไม่รู้...

 

Xxx

 

ในอาทิตย์เดียวกันนี้ ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังมองดูหนังสือพิมพ์เดอะ ควิบเบลอร์ในมืออย่างพึงพอใจ นี่เป็นสิ่งที่เธอต้องการเลยในการจะให้เกิดการสืบสวนขึ้น เธอรู้ว่าไม่สามารถรอต่อไปได้อีกแล้ว ไม่นานมวลชนจะต่อต้านมากพอที่จะสามารถกดดันให้มีการพิจารณาคดีของซิเรียส แบล็กขึ้นได้

 

อะมีเลียแย้มรอยยิ้ม และเธอก็เริ่มอ่านหนังสือพิมพ์ในมืออีกครั้ง เธอไม่สามารถเลิกอ่านมันได้ ให้ตายเถอะเธอรักมันมากจริงๆ ในที่สุดก็มีคนออกมาชี้ให้เห็นปัญหาของระบบในบ้านเมืองเสียที!

 

หนังสือพิมพ์ฉบับล่าสุดนี้ตีพิมพ์ออกมาว่า

 

ถึง บรรณาธิการ

 

รอบสุดท้ายที่คุณเขียนถึงผมว่ามันไม่มีบันทึกคดีของนักโทษซิเรียส แบล็ก ให้ตาย ข้อเท็จจริงข้อนี้ติดใจผมมากและผมตัดสินใจไปค้นคว้ามาด้วยตัวเอง

 

ผมเลยไปที่ห้องระเบียนในกระทรวงและถามถึงแบล็ก ผมไม่เจออะไรที่ชี้ว่ามีการพิจารณาคดีเกิดขึ้นเลยแม้แต่นิด – ใช่ว่าผมจะแปลกใจในเมื่อคุณบอกผมมาแล้วว่ามันไม่มีมาตั้งแต่ต้น แต่ผมก็ยังไปตรวจสอบดูด้วยตัวเองอยู่ดี ไม่เพียงแค่ไปสืบหาความจริงเรื่องบันทึกคดีเท่านั้นแต่ยังรวมถึงทุกอย่างที่ผมจะสามารถหาได้เกี่ยวกับแบล็ก ผมไปหามาแม้กระทั่งบทความในหนังสือพิมพ์ฉบับเก่าๆจากช่วงเวลาที่เขาถูกจับอีกด้วย

 

บทความหนึ่งที่ผมเจอน่าสนใจมากเพราะมันทำให้ผมนึกถึงสิ่งที่ผมได้ยินพอตเตอร์และเพื่อนๆของเขาพูดคุยกันมาสักพักแล้ว บทความระบุว่าแบล็กสังหารมักเกิ้ลถึงสิบสามคนและปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ เพื่อนของเหล่าพอตเตอร์ผู้ล่วงลับ มันยังระบุอย่างชัดเจนอีกด้วยว่า “นายแบล็กถูกพบขณะที่หัวเราะลั่นอยู่ในที่เกิดเหตุ เขาตะโกนลั่นว่าเป็นเขาเองที่สังหารลิลี่และเจมส์ พอตเตอร์ เขาถูกจับกุมและนำไปคุมขังที่อัซคาบันทันที”

 

เมื่อปลายปีที่แล้วผมได้ยินพอตเตอร์และเพื่อนๆของเขาคุยกัน และระหว่างที่ผมอ่านประโยคพวกนี้ผมก็จำได้ ว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์ได้พูดอย่างชัดเจนว่า “ปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์เป็นคนที่ตัดแขนของตัวเองตอนที่เขาถูกบังคับให้ช่วยเหลือในการฟื้นคืนชีพของลอร์ดโวลเดอมอร์” แน่นอนว่ามันมีปัญหาว่าคนที่คุณก็รู้ว่าใครอาจจะหรืออาจไม่กลับมาแล้ว ผมไม่อยากจะตัดสินว่าใครถูกใครผิดกันแน่

 

อย่างไร ข้อเท็จจริงก็คือ หากแฮร์รี่ พอตเตอร์อยากจะเสริมเรื่องราวของเขาให้ดูสมจริงแล้วล่ะก็ – ทำไมเขาถึงได้ใช้ชื่อของชายที่ตายไปตั้งแต่เมื่อสิบสี่ปีที่แล้วล่ะ?! ไม่ใช่ว่าการพูดถึงคนๆนี้จะทำให้เรื่องของเขาดูไม่น่าเชื่อกว่าเดิมจากที่มันเป็นอยู่แล้วอีกหรือ? แน่นอนว่าผมไม่เก่งเรื่องการพูดปดมดเท็จหรอกและผมจะไม่ทำเป็นว่ารู้ด้วยว่าพอตเตอร์กำลังคิดอะไรอยู่ แต่ผมคิดว่าคนทุกคนที่คิดเป็นเหตุเป็นผลสักเล็กน้อยจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่พูดถึงพ่อมดที่ตายไปแล้วหากเขาต้องการให้เรื่องราวของเขาน่าเชื่อถือนะ

 

ดังนั้นทำไมพอตเตอร์ถึงได้พูดถึงคนๆนั้นกันแน่?! แบล็กกำลังถูกไล่ล่า – ทำไมถึงได้พูดถึงเพ็ตติกรูว์ที่ตายไปแล้ว?!

 

มันไม่ใช่เรื่องของความสัมพันธ์กับพ่อแม่ของเขาในเมื่อทั้งคู่เคยเป็นเพื่อนกับเหล่าพอตเตอร์ผู้ล่วงลับ และบอกตามตรงผมไม่สามารถคิดหาเหตุผลอื่นได้เลย หากเขาไม่ต้องการให้เรื่องราวสามารถสืบค้นความจริงได้เขาก็สามารถใช้แบล็กได้เช่นกันในเมื่อแบล็กไม่สามารถออกมาคัดค้านปฏิเสธได้

 

และมันก็มีอีกข้อเท็จจริงหนึ่งที่ผมไม่เข้าใจจริงๆ วันที่ซิเรียส แบล็กสังหารปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์นั้น ไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลยนอกจากนิ้วมือหนึ่งเท่านั้น ผมอยากรู้จริงๆว่าแบล็กใช้คำสาปอะไรกัน เนื่องจากผมไม่เคยได้ยินเลยว่ามีคำสาปประเภทนั้นอยู่ด้วย ผมถามคุณทวดของผมว่าเขาเคยได้ยินคำสาปแบบนี้บ้างไหมแต่สิ่งที่เขาบอกผมคือ “ฉันไม่เคยได้ยินอะไรแบบนั้นมาก่อน มันมีคำสาปที่สามารถทำให้คนกลายเป็นเถ้าถ่านหรือระเบิดพวกเขาให้หายไปจนไม่มีอะไรเหลือนอกจากเศษเนื้อหนังและกระดูก แต่การทำให้คนๆหนึ่งหายไปนอกเหนือไปจากนิ้วมือเดียวงั้นหรือ? ไม่ ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย” คุณทวดยังบอกผมอีกด้วยว่า มันไม่มีผลข้างเคียงของคำสาปใดที่สามารถทำเช่นนั้นได้ด้วย

 

ผมไม่ได้เชื่อเขาทันทีหรอกดังนั้นผมก็เลยไปสืบค้นในห้องสมุดประจำตระกูลมาหากว่ามันมีอะไรที่เหมือนกับที่ถูกอธิบายไว้ในหนังสือพิมพ์ ห้องสมุดของเรากว้างใหญ่และเต็มไปด้วยความรู้ที่สั่งสมมานับร้อยปี ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังไม่พบอะไรอยู่ดี

 

และเอาจริงๆ แค่คิดถึงมันก็ทำให้ผมส่ายหัวแล้ว ถ้าหากว่ามันมีคาถาที่เป่าเพ็ตติกรูว์กระจุยขนาดนั้น – แล้วทำไมถึงได้เจอนิ้วของเขาทั้งนิ้วอย่างนั้น? ทำไมมันไม่เสียหายกว่านี้? คาถาแบบนั้นควรจะกวาดบ้านเรือนข้างเคียงตามไปทั้งหมดสิไม่ใช่แค่บนถนนเท่านั้น คุณไม่เชื่อผมหรือ? ดูในหนังสือความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับทฤษฎีเวทมนตร์ของมาฟัลด้า[1]สิ เวทมนตร์เป็นแรงชนิดหนึ่ง คุณอาจสามารถรวมศูนย์มันไว้ในวัตถุหนึ่งๆได้ แต่ยิ่งใช้แรงมากเท่าไรมันยิ่งรุนแรงมากเท่านั้นเมื่อมันเป็นอิสระ มันมีพ่อมดเพียงไม่กี่คนที่จะสามารถควบคุมเวทมนตร์ที่รุนแรงเหล่านี้ได้มากพอจะหยุดไม่ให้เวทมนตร์ระเบิดทุกสิ่งอย่างรอบๆกายพวกเขา และแม้ว่าแบล็กจะเป็นพ่อมดที่เก่งกาจมาก ผมก็กล้าเลยพูดว่าถ้าชื่อของเขาไม่ใช่ดัมเบิลดอร์หรือคนที่คุณก็รู้ว่าใครแล้วล่ะก็ เขาไม่สามารถที่จะแค่เป่าร่างของเพ็ตติกรูว์กระจุยกระจายได้ขนาดนั้นโดยไม่ทำลายบ้านเรือนรอบข้างได้แน่ๆ และมันยังมีปัญหาที่นิ้วมือที่เหลือนั่นอีกด้วย...

 

สิ่งสุดท้ายที่ผมงุนงงเกี่ยวกับคดีนี้ก็คือแบล็กนั้นไม่เคยถูกตรวจสอบเลยว่าเขามีตรามารหรือเปล่า ไม่ใช่ว่านั่นเป็นสิ่งแรกที่ควรต้องทำหรอกหรือ? และอย่าบอกนะว่าตอนนั้นเป็นเวลาสงคราม มันมีเวลามากพอเสมอแหละในการที่จะดึงแขนเสื้อเขาขึ้นเพื่อตรวจสอบดู ตรามารไม่สามารถซ่อนได้ แล้วทำไมเขาถึงได้ถูกยัดเข้าอัซคาบันไปทั้งอย่างนั้นเลยเล่า?!

 

แน่นอนว่ามันยังมีปัญหาที่ว่าแบล็กบอกว่าเขาเป็นผู้ร้าย... แต่ว่านั่นเป็นสิ่งที่เราสามารถพบได้ในที่อื่นๆนะ ในโลกมักเกิ้ลพวกเขามีอาการชนิดหนึ่งซึ่งสามารถอธิบายข้อความที่แบล็กตะโกนว่า “เขาเป็นคนฆ่าเจมส์และลิลี่ พอตเตอร์เอง” ได้ มันถูกเรียกว่าความรู้สึกผิดของผู้รอดชีวิต ลองคิดอย่างนี้ดู มือปราบมารคนหนึ่งและคู่หูของเขาที่เป็นเพื่อนสนิทไปตรวจตราตามบ้านเรือนเพื่อมองหาผู้เสพความตาย มือปราบมารคนนั้นเป็นหัวหน้าและบอกให้คู่หูของเขาไปดูบ้านหลังหนึ่งระหว่างที่เขาไปดูอีกหลัง ดังนั้นตอนที่คู่หูของเขาตายเพราะว่าในบ้านที่คู่หูไปเจอมีผู้เสพความตายอยู่ มือปราบมารที่รอดมาจะรู้สึกผิดเพราะว่าเขาบอกให้คู่หูและเพื่อนของเขาให้ทำเช่นนั้น เขาจะโทษตัวเองสำหรับการตายของเพื่อยของเขา – แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่าเพื่อของเขาเองกับมือก็ตาม

 

คราวนี้ลองสลับซิเรียส แบล็กกับมือปราบมารคนนั้นดู

 

ซิเรียส แบล็กบอกให้พอตเตอร์ทั้งสองทำบางอย่างและพวกเขาก็ตาย เพ็ตติกรูว์อาจจะมีส่วนในการตายของพอตเตอร์ทั้งสองในเมื่อเขาเป็นผู้ติดตามของคนที่คุณก็รู้ว่าใคร (ผมแค่เติมข้อมูลที่ผมคิดว่าอาจจะเป็นความจริงลงไปแล้วมันดูเข้าที ผมไม่ได้จะบอกว่ามันเป็นอย่างนั้นหรอกนะ) ดังนั้นแบล็กเลยตามล่าเพ็ตติกรูว์ เขาพยายามจะฆ่าคนทรยศแต่ว่าถูกใส่ร้าย การที่เขาหัวเราะลั่นและบอกกับมือปราบมารว่าเขา “ได้สังหารลิลี่และเจมส์ พอตเตอร์” คงเป็นผลลัพธ์สุดท้ายจากความกดดันของความรู้สึกผิดและการที่ไม่สามารถล้างแค้นได้ หากเขาถูกนำไปที่เซนต์มังโกและได้รับน้ำยาสันติ[2]แล้วเขาอาจจะสามารถอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆเต็มๆออกมาก็ได้

 

ผมไม่ได้บอกว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆนะ นี่เป็นแค่เรื่องที่ผมลองผูกขึ้นมาอย่างสมเหตุสมผลจากต้นฉบับที่เต็มไปด้วยปริศนาเท่านั้น

 

ผมต้องขออภัยหากว่าผมเริ่มที่จะบ่นมากไปแต่ผมไม่สามารถเก็บมันไว้ได้อีกต่อไปหลังจากที่ได้พบข้อมูลเหล่านี้...

 

โอลิเวอร์ ทวิสต์

 

คำตอบของเซโน เลิฟกู้ดถูกตีพิมพ์เอาไว้ด้านล่างนี่เองและอะมีเลียสรุปได้ว่าหัวหน้าบรรณาธิการของเดอะ ควิบเบลอร์ติดอกติดใจหนุ่มน้อยที่ตั้งข้อสงสัยไปเสียทุกสิ่งคนนี้เข้าแล้ว

 

อะมีเลียถามตัวเองว่าจะมีใครอีกสักกี่คนที่มองดูข้อความเหล่านี้แล้วหวังไม่ให้โอลิเวอร์ ทวิสต์หยุดเขียนบทความเหล่านี้ – เพียงเพราะว่าในที่สุดก็มีใครสักคนที่เข้ามาถามคำถามจริงๆจังๆเสียทีหรือแค่เพราะว่าบทความเหล่านี้มันน่าสนใจมาก

 

ถึง คุณทวิสต์

 

ผมรู้สึกทึ่งกับเหตุผลของคุณมากจริงๆ ผมไปที่ร้านตัวบรรจงและหยดหมึกมาเพื่อไปยืนยันถึงสิ่งที่คุณเขียนด้วยข้อมูลจากหนังสือความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับทฤษฎีเวทมนตร์ของมาฟัลด้า คำอธิบายของคุณตรงกับสิ่งที่ผู้เขียนอธิบายเอาไว้เลย ผมยังไปยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับทฤษฎีในโลกมักเกิ้ลเพราะทฤษฏีความรู้สึกผิดของแบล็กของคุณมาอีกด้วย มันน่าทึ่งมากเรื่องที่พวกมักเกิ้ลทดลองค้นคว้า ผมประหลาดใจมากเกี่ยวกับความรู้อันลึกซึ้งของคนเหล่านั้นในสิ่งที่พวกเราไม่เคยคิดถึงมาก่อนจนกระทั่งตอนนี้...

 

เอาล่ะ กลับมาที่ข้อเท็จจริง คุณไม่ใช่แค่คนเดียวที่ได้ยินแฮร์รี่ พอตเตอร์พูดถึงปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ที่ตายไปแล้วเหมือนกับว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ลูกสาวของผมเองก็มายืนยันกับผมด้วยและผมมั่นใจว่ามันมีคนอื่นอีกแน่นอนที่ได้ยินเช่นนั้น ที่คุณว่าคุณพอตเตอร์คงจะหาคนอื่นที่ดูน่าเชื่อกว่านี้หากว่าเขาอยากให้ผู้คนเชื่อเรื่องของเขาจริงๆสมเหตุสมผลมาก

 

ดังนั้นแล้วทำไมเขาถึงพูดถึงปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์และไม่ใช่ซิเรียส แบล็ก? คำอธิบายเดียวที่ผมสามารถคิดได้คือคุณพอตเตอร์พูดความจริงและมันก็เป็นปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์จริงๆ นั่นยังทำให้เรื่องที่ว่าคนที่คุณก็รู้ว่าใครกลับมาแล้วดูเป็นไปได้อีกด้วย และในขณะเดียวกันนั่นจะเปลี่ยนเรื่องราวที่คนเข้าใจว่าเป็นความจริงของเหตุการณ์เมื่อสิบสีปีก่อนเช่นกัน...

 

แต่น่าเศร้าที่มันไม่ใช่ที่ของนักหนังสือพิมพ์อย่างเราๆที่จะมานั่งหาความจริง มันเป็นหน้าที่ของเหล่ามือปราบมารต่างหาก สิ่งที่เราสามารถทำได้คือชี้ให้พวกเขาเห็นเส้นทาง หวังว่ามันคงพอให้พวกเขากลับมาย้อนดูคดีนี้อีกครั้งหนึ่ง ผมไม่อยากให้มีนักโทษที่บริสุทธิ์อยู่ในอัซคาบัน – หรือว่าได้รับจุมพิตจริงๆ

 

นั่นจะเป็นเรื่องเลวร้ายมากๆ

 

เซโนฟิเลียส เลิฟกู้ด

 

บรรณาธิการหนังสือพิมพ์เดอะ ควิบเบลอร์

 

และแล้วอะมีเลียก็วางหนังสือพิมพ์ลงและหันกลับไปทำงานปกติของเธอ เธอยังไม่ได้เริ่มเลยเมื่อทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เธอแย้มรอยยิ้มและบอกให้คนที่เคาะเข้ามา มันไม่ได้ใช้เวลานานมากจริงๆก่อนที่ฟัดจ์จะวิ่งแจ้นมาหาเธอ...

 

“อะมีเลีย!” ฟัดจ์เรียกระหว่างที่เดินกระทืบเท้าเข้ามา “ฉันอยากให้คุณจัดการพิจารณาสำหรับแบล็ก! ฉันอยากให้หลักฐานว่าเขาผิดจริงเป็นสาธารณะ! ทำมัน - เดี๋ยวนี้!

 

“ขอประทานโทษ?” อะมีเลียถามด้วยคิ้วที่เลิกขึ้นสูงระหว่างพยายามซ่อนรอยยิ้มเอาไว้

 

“ฉันจะจมกองจดหมายกัมปนาทแล้วเนี่ย! ฉันอยากให้มันหยุดดังนั้นคุณไปจัดให้มีการพิจารณาคดีเสีย! ฉันอยากให้เขาถูกตัดสินอย่างเป็นสาธารณะ! และไปทำมันเดี๋ยวนี้ เข้าใจไหม?!

 

“มันอาจมีความเป็นไปได้ที่แบล็กจะไม่ผิดเลยนะ รัฐมนตรี” อะมีเลียตอบกลับ รัฐมนตรีทำเพียงแค่พ่นลมหายใจทางจมูกอย่างดูแคลน

 

“เขาผิดแน่ ไม่ต้องห่วง ดัมเบิลดอร์บอกฉันเองหลายปีมานี้ แค่ไปหาหลักฐานมาและนำเสนอมันที่การพิจารณาคดีเสีย!” และจากนั้นฟัดจ์ก็จากไปอีกครั้ง

 

อะมีเลียเอนหลังลงกับเก้าอี้ของตัวเอง ในที่สุด – ตอนนี้เธอแค่ต้องหาความจริงให้เจอเท่านั้น...

 

Xxx

 

ในอีกที่หนึ่งเวลาเดียวกันนั้นเอง เดอะ ควิบเบลอร์ฉบับหนึ่งถูกโยนไปบนโต๊ะ

 

อัลบัส ดัมเบิลดอร์ไม่พอใจกับโอลิเวอร์ ทวิสต์เอาเสียเลย

 

แน่นอนว่าอัลบัสไม่สามารถประท้วงได้ว่ามันเลยเวลาที่ซิเรียส แบล็กจะได้รับการพิจารณาคดีไปนานแล้ว ปัญหาคือการทำให้แบล็กพ้นข้อกล่าวหาไม่เป็นผลดีต่อแผนการของอัลบัสเอาเสียเลย อัลบัสจำเป็นต้องให้แฮร์รี่อยู่กับญาติของเขาไป เขาจำเป็นต้องให้วีรบุรุษของเขาพร้อมที่จะตายลงในไม่ช้าเพื่อส่วนรวม แน่นอนว่าอัลบัสไม่อยากให้แฮร์รี่ตายหรอก เด็กหนุ่มยังมีชีวิตอยู่เบื้องหน้าและควรจะมีอากาสได้ใช้มัน

 

แต่แฮร์รี่เองก็มีภาระหน้าที่ที่จะต้องทำลายโวลเดอมอร์ให้สิ้นไปเสีย และเมื่ออัลบัสต้องเลือกระหว่างชีวิตของเด็กหนุ่มคนหนึ่งและชีวิตของคนนับพันเขาย่อมต้องเลือกที่จะพรากชีวิตของเด็กหนุ่มไป

 

“และมันยังมีปัญหาที่เกิดในวันพิจารณาคดีอีก” อัลบัสคิด เขายังคงไม่มั่นใจว่าแฮร์รี่รู้เรื่องกฎหมายได้อย่างไร เฮอร์ไมโอนี่ไม่ได้ช่วยเขาและเขาไปเจอมาด้วยตัวเองนั้นไม่น่าใช่ ปัญหาคืออัลบัสสามารถหาคำอธิบายที่ดูสมเหตุสมผลได้เพียงหนึ่งเดียว คือไม่แฮร์รี่สามารถเข้าถึงความทรงจำของโวลเดอมอร์ได้ก็ต้องเป็นฮอร์ครักส์ในตัวแฮร์รี่ได้เริ่มครอบงำเขาแล้ว คำอธิบายทั้งสองนั้นไม่ดีต่อแผนของอัลบัสเลย

 

“อืม คงต้องจับตาดูเขาเมื่อเขากลับมาที่ฮอกวอตส์แล้ว” อัลบัสคิด ถ้าหากว่าเด็กหนุ่มพ่ายแพ้ต่อจอมมารจริงๆ อัลบัสจะเลือกฆ่าเขาเองกับมือมากกว่าที่จะปล่อยให้มีโวลเดอมอร์วัยรุ่นเดินไปมาในฮอกวอตส์

 

“เรายังมีเวลาอยู่ – และบางทีมันอาจมีทางหยุดการเชื่อมต่อระหว่างทั้งคู่” อัลบัสคิด เขาจำเป็นต้องให้แฮร์รี่อยู่กับร่องกับรอยเพื่อทำในสิ่งที่ต้องทำ คำถามเดียวคือแฮร์รี่จำเป็นต้องเรียนศาสตร์การสกัดใจหรือไม่ อัลบัสไม่อยากจะสอนเด็กหนุ่มเรื่องนี้ เขาไม่มั่นใจว่ามันจะจบลงเช่นไรหากเขาไม่สามารถอ่านใจของเด็กหนุ่มได้อีกต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม แฮร์รี่และโวลเดอมอร์เองมีส่วนที่เหมือนกันมากๆในชีวิตช่วงต้น – อัลบัสหวั่นว่าแฮร์รี่จะตกลงสู่ความมืดเหมือนกับที่โวลเดอมอร์ได้ตกลงไป และพวกเขาไม่อยากจะต้องรับมือกับจอมมารอีกคนเลยจริงๆ...

 

Xxx

 

ในที่ไหนสักที่อดีตนักโทษจากอัซคาบันกำลังเขียนจดหมายหาหัวหน้ากองบังคับควบคุมกฎหมาย หรืออะมีเลีย โบนส์นั่นเอง อย่างเร่งรีบ ปกติอดีตนักโทษคนนี้จะไม่มาสนใจอะไรจดหมายแบบนี้ เขาไม่ใช่พวกที่คิดอะไรเป็นเหตุเป็นผล ดังนั้นเขาไม่เคยคิดถึงวิธีในการนำเสนอเรื่องราวของตัวเองหรอก กลับกันเขาเป็นพวกชอบลงมือทำและเขาอยากจะออกจากที่ซ่อนเต็มทีเพื่อไปไล่ล่าไอ้หนูทรยศนั่นและฆ่ามันทิ้งเสีย เขาไม่เคยคิดถึงวิธีการทำให้ตัวเองพ้นข้อกล่าวหาทางกฎหมายเลย

 

ดังนั้นเมื่อบทความนั้นได้ตีพิมพ์ออกมาในนิตยสารแม่มดรายสัปดาห์และเดอะ ควิบเบลอร์ ซิเรียส แบล็กจ้องมันนิ่ง ไม่ค่อยเข้าใจและไม่ได้ทำอะไรเลย เป็นคำแนะนำจากลูกทูนหัวของเขาต่างหาก – หลังจากที่ลูกทูนหัวเขาได้ล็อกคอเขาไปครั้งสองครั้ง - ซิเรียส แบล็กถึงได้ติดต่อไปยังกริงกอตส์ผู้อยู่ในฐานะไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดและเริ่มเขียนจดหมายหาอะมีเลีย โบนส์ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวจากฝั่งของเขาเอง

 

แน่นอนว่าโอกาสที่เขาจะได้รับการพิจารณาคดียังเป็นไปได้ยากอย่างเหลือเชื่อ แต่ว่าลูกทูนหัวของเขาบอกว่าเขาต้องลองดู...

 

ซึ่ง ซิเรียส แบล็กก็คือซิเรียส แบล็ก เขามีปฏิกิริยาแรกเริ่มที่...แปลกประหลาดมากหลังจากลูกทูนหัวของเขาได้บอกให้เขาพยายามทำให้ตัวเองพ้นข้อกล่าวหาดู

 

ตอนที่ลูกทูนหัวเขาบอกเช่นนั้น ซิเรียส แบล็กยืนขึ้นจากเก้าอี้ในห้องครัวที่เขานั่งอยู่และเดินไปที่ประตู หยิบเสื้อคลุมเดินทางไปด้วยระหว่างที่เดิน

 

“ให้ตายเถอะเปลวไฟและสายลม คุณกำลังทำอะไรน่ะ?!” แฮร์รี่ร้องขึ้นตอนที่ซิเรียส แบล็กเปิดประตูหน้าบ้านระหว่างที่สวมเสื้อคลุมของเขา

 

“ฉันกำลังจะไปที่กระทรวงเพื่อบอกว่าฉันไม่ผิดไง” ซิเรียสตอบด้วยสีหน้างงงวย “นั่นเป็นสิ่งที่เธออยากให้ฉันทำนี่...”

 

แฮร์รี่ลูบหน้า แล้วเขาก็เดินเข้าไปหาพ่อทูนหัวของเขาด้วยความหมายมั่นและล็อกคอเขาเป็นครั้งที่สามในเย็นนี้

 

“คุณเป็นบ้าเรอะ กริฟฟินดอร์โง่เง่าเอ๊ย?!” แฮร์รี่ส่งเสียงลอดไรฟัน “คุณคิดอะไรอยู่น่ะฮะ ให้ตายเถอะแผ่นดินและสายน้ำ?! หรือคุณไม่ได้คิดอะไรเลยเพราะว่าที่จริงแล้วพื้นที่ระหว่างหูของคุณมันว่างเปล่าน่ะ?!

 

ซิเรียสมองแฮร์รี่นิ่งไปสักพัก ก่อนที่เขาจะค่อยๆกะพริบตาและพึมพำ

 

“นั่นน่าขนลุกมาก แฮร์รี่ ฉันคิดว่าเธอให้สเนปสิงร่างไปแปปหนึ่งเลย...”

 

แฮร์รี่ล็อกคอเขาอีกรอบเป็นครั้งที่สี่ของวัน

 

“ถ้าผมสามารถหยุดคุณได้ด้วยการฟังดูเหมือนสเนปแล้วล่ะก็ - ก็ตามนั้น อย่างน้อยเขาก็จะไม่วิ่งเข้าใส่อันตรายโดยไม่หยุดคิดก่อน!

 

“ใจร้ายมาก แฮร์รี่!” รอบนี้ซิเรียส แบล็กฟังดูเหมือนกำลังงอแง “ใจร้ายที่สุด! เธอคิดได้อย่างไรเอาฉันไปเทียบกับสเนปเนี่ย?!

 

“ถ้ามันใช้ได้ผลฮะ” แฮร์รี่ตอบและจากนั้นก็ดันพ่อทูนหัวของเขากลับไปที่ห้องครัว ภาวนาอยู่เงียบๆในใจว่าซิเรียสไม่ได้สังเกตุว่าแม่ของเขาเงียบอยู่ตลอดอย่างไร้คำอธิบายระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยอยู่ที่โถงทางเข้า...

 

แฮร์รี่โชคดี ซิเรียสไม่ได้สังเกตุ กลับกันเขาถูกลูกทูนหัวบังคับให้เขียนจดหมายหาอะมีเลีย โบนส์เพื่ออธิบายเรื่องจากฝั่งของเขา เขายังถูกบังคับให้ติดต่อกับก็อบลินเพื่อที่กริงกอตส์จะได้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่เป็นกลางระหว่างสองพรรคได้อีกด้วย – มันยังมีหมาย ให้ผู้คุมวิญญาณจุมพิตได้ทันทีที่เห็นอยู่ – และนั่นไม่ปลอดภัยเลยสักนิดสำหรับอดีตนักโทษ

 

และซิเรียสก็เลยนั่งอยู่ที่โต๊ะ เขียนเรื่องราวของเขาเองเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อสิบสี่ปีก่อน ระหว่างที่โดนลูกทูนหัวนั่งคุมอยู่

 

ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่ามีดวงตาวิเศษสีฟ้าคู่หนึ่งและหูที่ตามติดการสนทนาของพวกเขาทั้งคู่อย่างใกล้ชิดตั้งแต่ที่แฮร์รี่เสนอให้ซิเรียสพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง...

 

และต่างจากซิเรียส หูที่ได้ตามฟังบทสนทนาของทั้งคู่นั้นสังเกตุเห็นถึงความผิดปกติที่ห้องโถงทางเข้านั้นเงียบกริบอย่างน่าประหลาด

 

ดวงตาวิเศษเห็นว่าเด็กหนุ่มหยุดก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในห้องครัว ดวงตาของเด็กชายมองไปที่รูปภาพบนผนัง เขาพยักหน้าให้กับกรอบรูปและจากนั้นก็ปิดประตูลงอีกครั้ง กั้นผู้ที่อยู่ในห้องจากความเงียบของรูปภาพที่ปกติจะส่งเสียงกรีดร้องดังลั่น

 

“น่าสนใจ” เจ้าของดวงตาสีฟ้าพูด “น่าสนใจจริงๆ”

 

To Be Continue

 

Upcoming Chapter: 900 AD To Trick Someone - ในการลวงผู้คน

 

 

 

[1] Mafulda’s Basic Knowledge of Magical Theory ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับทฤษฎีเวทมนตร์โดยมาฟัลด้าเป็นผู้เขียน น่าจะเป็นหนังสือเรียนเล่มหนึ่งในจักรวาลแฮร์รี่ค่ะ ไม่ใช่มาฟัลด้า ฮอบเคิร์กนะคะ

 

[2] Draught of Peace น้ำยาสันติ เป็นน้ำยาที่ทำให้ผ่อนคลายความกังวลและลดความปั่นป่วนในใจ มักให้กับผู้ที่ประสบเหตุการณ์เลวร้ายมาหรือเหตุการณ์ที่ทำให้ตกใจขวัญเสีย จริงๆในฟิคเรื่องนี้และอีกหลายๆเรื่องที่เราอ่านมานั้น เขาใช้คำว่า Calming Draught กันเป็นปกติมากกว่าค่ะ และแม้ว่าจะมีข้อมูลในหน้า wikia ของแฮร์รี่ พอตเตอร์แยกกันแต่สรุปแล้วเป็นน้ำยาตัวเดียวกันค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก hogwartsthai และ harrypotter.wikia ค่ะ

 

Lucius Abraxus Malfoy ลูเซียส อะแบรกซัส มัลฟอย เป็นชื่อเต็มของมัลฟอยคนพ่อค่ะ จริงๆตามแคนนอนเราไม่ทราบกันหรอกว่าอะแบรกซัสเป็นชื่อกลางของลูเซียสหรือเปล่า ชื่อเต็มนี้เป็นแค่ข้อสันนิษฐานของคนในแฟนด้อมค่ะ เพราะว่าอะแบรกซัสเป็นชื่อพ่อของลูเซียส เหมือนกับที่ชื่อกลางของแฮร์รี่เป็นเจมส์ตามพ่อค่ะ

 

ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะที่เมื่อวานมาลงไม่ทันตามตาราง

 

ตอนนี้ตลกซิเรียสมากเลยค่ะ โอ๊ยยยยย อยากเห็นซิเรียสมีบทอีกจริงๆ ซึ่งมีแน่ๆค่ะ แต่เราชอบตอนที่ซิเรียสมีบทมากจริงๆ


ตอนหน้าเราจะกลับไปที่ซัลกันค่ะ จนถึงตอนนี้เราได้เห็นตัวละครเข้ามามีบทบาทเพิ่มกันเยอะเลยทั้งอดีตและปัจจุบัน ตอนหน้าเราก็จะเข้าสู่ช่วงที่สองของอดีตอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ เจอกับคนๆนี้ในบทหน้าหลายๆคนจะได้ร้องว่า ว่าแล้ว แน่นอน //หัวเราะ

 

แล้วเจอกันตอนถัดไปค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 144 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #362 aoareya (@aoair1572542) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 03:01
    ตาสีฟ้าคือใคร?
    #362
    0
  2. #355 endfeel (@princesssong) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 22:24
    ซีเรียสเอ้ย555555555
    #355
    0
  3. #237 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 23:32
    ขำซีเรียสจริงๆนะคะ555555 คนอะไร น่าเอ็นดู
    #237
    0
  4. #167 MIN&FRONG (@fern55-helen66) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 19:38

    ให้ตายเถอะเปลวไฟและสายลม!! เราติดฟิคเรื่องนี้งอมแงม ชอบ คือมันดีมาก สุดยอด ลื่นไหล!!
    #167
    0
  5. #128 เหมียวขนฟู (@bloodytea) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 02:20
    ซัลก็คือซัล จะหน้าเหมือนไม่เห็นแปลก สารภาพตามตรงตอนแรกพอย้อนไปอดีตสามครั้งก็คิด ซัลจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่ หลังจากอ่านตอนที่ซัลฟื้นหลังจากการโดนแทงก็คิดแล้วว่าซัลคงไม่ได้ "กลับมา" แต่ซัลมีอยู่ชีวิตอยู่จนถึงยุคที่จากมามากกว่า
    แอบสงสัยว่าถ้าอย่างนั้นทำไมซัลถึงไม่แก้ไขอดีต(ก่อนจะถึงปีที่ซัลจากมา) แต่พอย้อนกลับไปอ่านใหม่อีกครั้งทำให้รู้ว่า ซัลได้ลองแก้ไขแล้ว แต่ไม่สำเร็จ รวมทั้งเรื่องปีที่ซัลเลือกลงมือ(อธิบายให้เรกฟังเกี่ยวกับฮอร์ครัช)
    #128
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #126 NanBH'ii (@autumnover) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 22:35
    ขุดต่อเลยค่ะ ซีเรียสต้องพ้นข้อกล่าวหา!!
    อัลบัสนี้คือเป็นคนเทาๆเลยนะ เราชอบมากๆ แต่ลุงแก่คงพลาดมากเพราะแฮร์รี่ดันแข็งแกร่งกว่าจอมมารมากๆ และไม่สร้างความแค้นให้แฮร์รี่อีก แต่ถ้าเราเป็นแฮร์รี่ก็โกรธเหมือนกันที่ให้เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งกระดาน

    ขำที่แฮร์รี่ว่าซีเรียสอ่ะ ลั่นจริงๆ ซีเรียสก็งอแงที่ถูกเอาไปเปรียบเทียบกับเสนปอดีตคู่กัด(?)555555555555555

    เอ๊ะ แต่ว่าเด็กที่มาหาลูเซียสใช่แฮร์รี่แน่ๆ แล้วที่หน้าเหมือนซัลลาซาร์ สริธีรีน คืออะไร?? จะใช่ในสิ่งที่นี่คิดหรือเปล่า
    รออ่านนะคะ อยากรู้ตอนต่อไปแน้ววววว;----------;

    #126
    1
    • #126-1 NanBH'ii (@autumnover) (จากตอนที่ 24)
      7 สิงหาคม 2561 / 22:35
      ไปสร้าง***
      #126-1
  8. #125 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 18:16
    รออ่านนะคะ
    #125
    0
  9. #124 Phapassorn (@Phapassorn) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 17:55
    ต่อคะ~~~
    #124
    0
  10. #123 นั้งชมจันทร์ (@0897122652) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 07:35
    รอวนปายยย
    #123
    0
  11. #122 Poom Raweewan (@poompooi) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 22:13
    รอต่อปายยยย
    #122
    0
  12. #121 ผู้ใกล้ชิด (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 22:05

    รอเน้อ

    #121
    0
  13. #120 sesil (@sesil) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 21:29

    รอจ้า~~~

    #120
    0