[ฟิคแปล] Basilisk-Born แฮร์รี่ พอตเตอร์ HP Harry Potter by Ebendbild

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 26,008 Views

  • 499 Comments

  • 1,008 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    597

    Overall
    26,008

ตอนที่ 26 : Chapter 24: 900 AD Have Relatives - มีญาติพี่น้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1227
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    9 ก.ย. 61

Chapter 24

900 AD – คริสตศักราชที่ 900

Have Relatives And You Don’t Need Enemies – มีญาติพี่น้องแล้วก็ไม่ต้องการศัตรูหรอก

 

Xxx

 

ระหว่างทางไปหาคู่หมายของก็อดดริกซัลรู้อะไรเพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับโลกเวทมนตร์ เขาอยู่กับพวกก็อบลินมาตลอดช่วงหกสิบปีก่อนหน้าดังนั้นเขาเลยไม่ได้รู้จริงๆว่าพวกผู้วิเศษคิดอย่างไรปฏิบัติอย่างไรในศตวรรษนี้

 

หนึ่งในสิ่งที่พัฒนาขึ้นคือไม้กายสิทธิ์ที่พวกเขาใช้กันในปัจจุบัน และด้วยไม้กายสิทธิ์ที่เพิ่งถูกคิดค้นใหม่นี้พวกผู้วิเศษสามารถร่ายคาถาได้แล้วในที่สุด – ไม่เหมือนซัลที่ใช้ไม้คทาของเขาในพิธีกรรมเพื่อวาดรูนส์ ท่องมนตร์ และอื่นๆเพียงอย่างเดียว มันยังมีคาถายุคแรกสุดที่ไม่ได้มีพื้นฐานจากรูนส์อีกต่อไปแล้วด้วย – แม้ว่าส่วนใหญ่ของการร่ายคาถาจะยังเป็นการวาดรูนส์ในอากาศอยู่ก็ตาม

 

เมื่อก็อดดริกสังเกตุเห็นซัลเพ่งพินิจมองเขาระหว่างที่ใช้เวทมนตร์ เขาก็เลยถามซัลออกไป

 

“มองอะไรหรือ?

 

“การร่ายเวทของเจ้า” ซัลบอก

 

“ทำไมเล่า?

 

ซัลยักไหล่

 

“มันน่าสนใจ” เขาว่า “ข้าไม่เคยเห็นใครใช้ไม้กายสิทธิ์อย่างนั้นมา...” เขาหยุดอยู่ตรงนั้นก่อนที่จะพูดอะไรที่เผยความจริงว่าเขาเป็นผู้เดินทางข้ามเวลาออกไป...

 

“เจ้าหมายความเช่นไร? แล้วเจ้าจะใช้อย่างไรหากไม่ใช่อย่างนี้?!” ก็อดดริกถามอย่างงงๆ

 

ซัลแค่ยักไหล่อีกรอบ

 

“ปกติข้าทำพิธีกรรม – หรือใช้เวทมนตร์ตรงๆไปเลยเพื่อทำในสิ่งที่ต้องการ บางอย่างก็ไม่สามารถทำได้เลย” เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจมาก “ข้าเป็นดรูอิด ข้าไม่เคยเรียนจะเป็น...”

 

“ผู้วิเศษ” ก็อดดริกตอบให้ มองเขา

 

ชั่วขณะหนึ่งมีเพียงความเงียบระหว่างทั้งคู่ แล้วก็อดดริกก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง

 

“เช่นนั้น...” เขาเอ่ยออกมาในที่สุด “เช่นนั้นหมายความว่าเจ้าไม่สามารถเสกคาถาได้อย่างข้าหรือ?

 

“ถูกแล้ว” ซัลตอบ “ไม้คทาของข้าทำเช่นนั้นไม่ได้”

 

“ขอข้าดู...ไม้คทาของเจ้าได้ไหม...”

 

ซัลลังเลนิดหน่อย แต่เขาก็ดึงมันออกมาจากที่เก็บไม้คทาและขยายส่วนมัน

 

เมื่อก็อดดริกรับไปถือ เขาก็หลุดร้องออกมา

 

“เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?” ซัลถามอย่างเป็นห่วง เขาไม่เคยให้ใครถือไม้คทาของเขาเลยดังนั้นเขาเลยไม่รู้ว่าคนอื่นจะรู้สึกเช่นไรเมื่อได้สัมผัสมัน

 

“อ่า” ก็อดดริกตอบ ดวงตายังจดจ้องไปยังไม้คทาของซัลในมือ “แต่มันดึงเวทมนตร์ของข้าทันทีที่จับเลย มันไม่ได้ทำอะไรหรอก – แต่ว่ามันรู้สึกแปลกมากๆเลย...เจ้าก็รู้...เหมือนกับว่ามันมีจิตใจเป็นของตัวเองอย่างไรอย่างนั้น...”

 

“งั้นหรือ?!” ซัลถามอย่างประหลาดใจ เขารู้สึกได้ถึงสายสัมพันธ์ระหว่างไม้คทาของเขากระทั่งในยามนี้แต่เขาไม่เคยคิดว่าไม้คทานั้นจะดึงเวทมนตร์ของผู้อื่นด้วย

 

“ใช่แล้ว” ก็อดดริกว่า “ชั่วขณะหนึ่งมันรู้สึกเหมือนมันอยากจะทำร้ายข้า - แต่มันก็หยุดไป...”

 

“โอ้”

 

“บางทีมันอาจจะทำร้ายข้าก็ได้ถ้าเกิดว่าไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้า”

 

“อาจเป็นเช่นนั้น” ซัลตอบพลางยักไหล่ “ปกติคนเขาจะไม่ให้ใครจับไม้คทาได้ง่ายๆยกเว้นอาจจะเป็นญาติร่วมสายเลือดที่ไว้ใจได้ ไม้คทามันถูกทำขึ้นให้เข้ากับเวทมนตร์ของแต่ละคนโดยเฉพาะ คนอื่นๆไม่สามารถใช้มันได้”

 

“อย่างไรกัน?” ก็อดดริกถามอย่างทึ่งๆ

 

“แกนต่างๆ” ซัลตอบอย่างไม่ยี่หระ “มันบรรจุชิ้นส่วนของสัตว์วิเศษคนๆนั้นที่สืบสายเลือดมาจาก แกนนั้นจะขึ้นอยู่กับสัตว์วิเศษที่มารดาและบิดาสืบสายเลือดมา ปกติการผสมผสานนั้นต่างกันมากพอจะทำให้คทานั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เจ้าใช้ได้เพียงผู้เดียว และแน่นอนว่าเวทมนตร์ของเจ้าก็จะฝังอยู่ในตัวไม้คทาหลังจากใช้ไปได้สักพักหนึ่งด้วย...”

 

“แกนต่างๆ – แบบ เจ้ามีมากกว่าหนึ่งหรือสองงั้นหรือ?!

 

“ใช่” ซัลแสยะยิ้ม “ไม้คทาข้ามีแปด”

 

“แปด?!


“ใช่ แต่ข้าเป็นโอลด์ตนหนึ่งและบุตรของเฟียร์บอล์กบอร์นดังนั้นไม้คทาของข้าจึงเป็นข้อยกเว้น”

 

“เฟียร์บอล์กบอร์น?

 

“บุตรของเฟียร์บอล์กสองตน” ซัลพยายามอธิบาย แต่ก็อดดริกแค่มองมาที่เขาอย่างงุนงง “เฟียร์บอล์ก - เหมือนกับฟินิกส์และมังกรไง?!

 

รอบนี้ความเข้าใจพาดผ่านดวงตาของก็อดดริก

 

“อ้า...เจ้ากำลังพูดถึงพวกเลือดบริสุทธิ์!” ซัลเกือบสำลักน้ำลายตัวเอง เลือดบริสุทธิ์?! รอบที่แล้วที่เขาได้ยินคำนี้เป็นเวลากว่าพันปีก่อนที่เขายังใช้ชีวิตอยู่ในอนาคต...และในตอนนั้นมันก็มีความหมายแตกต่างไปจากตอนนี้แน่นอน!

 

ก็อดดริกไม่ได้สังเกตุปฏิกิริยาของเขาเลย กลับกันเขามองไม้คทาในมือเขาอีกครั้งก่อนจะยื่นมันคืนให้กับซัล

 

“และเป็นลูกหลานของมเยอดิน เอมรีส์ด้วยนะ” ก็อดดริกกล่าว ต่อบทสนทนาราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น - ก็นะ สำหรับเขาไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆนั่นแหละ... “ไม่ว่าจะเวทมนตร์อะไรก็ตามที่เจ้าถือครอง – ข้าเชื่อว่ามันไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน...”

 

ซัลทำเพียงยักไหล่และย่อส่วนไม้คทาของเขาอีกคราเพื่อเก็บมันไป เขายอมแพ้ไปนานแล้วกับการเป็น แค่ซัลเท่านั้น’…หรือ แค่แฮร์รี่เท่านั้น’…

 

หลังจากเหตุการณ์คราวนั้นก็อดดริกพยายามจะสอนวิธีการใช้ไม้กายสิทธิ์ให้ซัล – แต่การสอนของเขาไม่เป็นผลเสียส่วนมากเพราะว่าซัลนั้นไม่มีไม้กายสิทธิ์

 

และแล้ว หลังจากผ่านไปหลายสัปดาห์ พวกเขาก็มาถึงยังส่วนในของเกาะบริเทนและก็บริเวณบ้านของน้องสาวก็อดดริกและสามีของนาง ผู้เป็นพี่ชายของคู่หมั้นก็อดดริก

 

“ถึงแล้ว” ก็อดดริกบอก มองไปยังปราสาทที่บอกให้รู้ถึงความมั่งมี “มาเจอญาติข้ากันเถอะ”

 

“ข้าไม่คิดว่าเจ้าต้องการข้าอีกต่อไปแล้วล่ะ” ซัลพูดพลางยักไหล่ “และข้าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร - ทำไมข้าถึงควรเข้าไปแทรกเล่า?

 

“เจ้าช่วยชีวิตข้าเอาไว้ – แล้วอยู่กับเจ้าก็สนุกดี ทำไมจะไม่ได้เล่า?” ก็อดดริกโต้และก็เกือบจะต้องดันซัลเข้าไปข้างในแล้ว

 

เมื่อพวกเขาเข้าไปถึงห้องโถงใหญ่ของปราสาท ก็อดดริกแค่เปิดประตูออกเสียงดังสนั่นและร้องขึ้น “หวัดดี! ข้ากลับมาแล้ว!

 

ในห้องโถงซัลเห็นคนสามคนนั่งอยู่ที่โต๊ะ กำลังทานอาหารกันอยู่ ทั้งสามคนเงยหน้าขึ้นเมื่อประตูพุ่งกระทบกำแพง สายตาของพวกเขามองตรงไปยังก็อดดริก จากนั้นค่อยหันมาหาซัล

 

“และเจ้าก็พาคนมาด้วย” ชายหนุ่มผมดำยุ่งเหยิง และดวงตาสีน้ำตาลอบอุ่นพูดออกมาในที่สุด “เจ้าเก็บเขามา – หรือเขาเก็บเจ้ามากัน?

 

“เอ่อ...ก็นะ เพฟเวอเรล...คงเป็นข้าที่ต้องถูกเก็บมาเสียมากกว่า...” ก็อดดริกตอบและลากซัลมาด้านหน้า “แต่นั่นไม่ได้สำคัญ ข้าสามารถชดใช้ที่เขาข่วยชีวิตข้าเอาไว้ได้แล้วกัน”

 

“ช่วยชีวิตเจ้า?! เจ้าไปทำอะไรมา ก็อดดริก เมดรอวด์ แฮร์รี่เจมส์?!

 

ซัลเกือบจะรู้สึกตัวเล็กลงเองเมื่อเขาได้ยินน้ำเสียงโกรธาของหญิงสาวร่างสูงโปร่งผมสีดำยาวและดวงตาสีเข้มจนเกือบดำสนิท นางมีแผลเป็นที่เป็นเส้นขนานอยู่ในมือซ้ายอยู่ส่วนหนึ่ง ซึ่งมันดูเหมือนมือของนางจะโดนบาดด้วยกงเล็บของนกนักล่ามา

 

เสียงของนางเยือกเย็นและก็มีความน่าหวาดหวั่นเจือเล็กน้อย การที่นางเรียกส่วนหนึ่งของชื่อเต็มซัลไม่ได้ช่วยอะไรเลยด้วย

 

“เอาล่ะ อย่างน้อยก็ได้รู้แล้วว่าชื่อของข้าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวมานานก่อนที่ข้าจะเกิดแล้ว” เขาคิดอย่างประชดประชัน “และยังได้รับเกียรติถูกตั้งชื่อตามผู้ก่อตั้งของบ้านที่ถูกคัดสรรในฮอกวอตส์เสียด้วย...”

 

“ไม่มีอะไร ที่รัก ไม่มีอะไร” ก็อดดริกพยายามปลอบหญิงสาว

 

“ไม่มีอะไร?” สตรีอีกคนในห้องถาม นางมีเส้นผมสีแดงก่ำและดวงตาสีน้ำเงินสวย “นั่นเป็นข้ออ้างที่แย่มาก พี่ชายที่รัก – และเป็นเรื่องโกหกแน่ๆ”

 

ซัลหัวเราะขำกับสายตาสามคู่ที่จ้องเขม็งไปยังก็อดดริก

 

ในอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาได้รู้ว่า ผู้ก่อตั้งของบ้านกริฟฟินดอร์เป็นคนกล้าหาญอย่างโง่งมและก็ทรงเกียรติแต่ก็เป็นคนที่ไม่มีใครจะสามารถเกลียดลง เขาเป็นคนบุคลิกเจิดจ้าราวแสงตะวัน หัวเราะขำและเล่นมุขตลกอยู่ตลอดเวลา ปกติเสน่ห์ของเขาก็คงทำให้เขารอดจากสถานการณ์ที่ก็อดดริกกำลังตกอยู่ภายใต้ในตอนนี้ได้ – แต่ปกติคนอื่นๆก็ไม่มีภูมิคุ้มกันต่อเสน่ห์ของเขากัน

 

“เอ่อ...มัน...มันนานแล้ว จำไม่ได้หรอก” ก็อดดริกงึมงำ “และมันก็ไม่ได้อันตรายมาก...ไม่มีอะไรถึงชีวิตสักหน่อย จริงๆ...”

 

รอบนี้ซัลพรูลมหายใจออกมาทางจมูก

 

“ข้าต้องมัดเจ้าไว้กับเตียงเป็นอาทิตย์ – และเจ้าบอกพวกเขาว่าไม่มีอะไรเป็นอันตรายถึงชีวิตงั้นหรือ?!” เขาเอ่ยถามระหว่างที่เลิกคิ้วขึ้น “เอาจริงหรือ ก็อดดริก?! บางทีข้าควรบอกเจ้าตามจริงว่าข้าต้องไปไกลถึงขั้นไหนในการช่วยให้เจ้ารอดน่ะ - และอย่าได้ลืม ข้าเป็นผู้รักษา ข้าถูกฝึกมาให้ช่วยชีวิตผู้อื่น”

 

ตอนนี้คนอื่นๆหันมามองซัล

 

“เจ้าเป็นผู้รักษาหรือ?” น้องสาวของก็อดดริกถามอย่างสนใจ

 

ซัลพยักหน้า

 

“ถูกแล้ว”

 

“เป็นมานานเท่าใดแล้ว?

 

ซัลกะพริบตาใส่คำถามนั้นและถามตัวเองว่านางจะอยากรู้ไปทำอะไร แต่เขาก็ปล่อยมันไปและตอบ

 

“หลายปีอยู่” เขาว่า “และข้าคิดว่าข้ามีความรู้เรื่องนี้ดี ข้าเป็นผู้รักษาที่ทำงานอยู่ในสงครามกับก็อบลิน”

 

“ดังนั้นเจ้ามีประสบการณ์สินะ” สตรีอีกนาง คู่หมั้นของก็อดดริกพูดพลางมองเขาอย่างพินิจพิเคราะห์

 

“ก็คงเป็นอย่างนั้น” ซัลตอบอย่างไม่ยี่หระ “แต่ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าจะอยากรู้ไปทำไม...”

 

สตรีทั้งสองนางหันไปสบตากัน

 

จากนั้นคู่หมั้นของก็อดดริกก็เอ่ยขึ้นมาอีกครา

 

“เจ้ามีที่ไหนต้องไปหรือว่ามีแผนสำหรับหลายปีข้างหน้าหรือไม่?

 

ซัลจ้องนาง จากนั้นเขาก็ปล่อยมันไปอีกรอบในใจ อนาสตาเซียสยังคงอยู่กับพวกก็อบลิน ดังนั้นเขาไม่ต้องการซัลในตอนนี้ – อย่างน้อยก็ไม่บ่อยมากนัก ซัลไมได้คิดว่าบุตรของเขาจะไม่มาหาเขาไปอีกเป็นสิบปีหรอก อนาสตาเซียสคงกลับมาหาเขาในอีกอย่างน้อยห้าถึงหกปี มาออดอ้อนอยากจะทานเลือดอีกครั้งเสียมากกว่า...อย่างไรอนาสตาเซียสก็ยังไม่ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวและเพราะอย่างนั้นก็ยังจะมีความอยากจะกลับมาหาบิดาเพื่อรับเลือดอีกอยู่ – และอนาสตาเซียสเองจะหาเขาเจอไม่ว่าเขาจะไปอยู่ที่ใด สายสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดาและบุตรเฟียร์บอล์กจะทำให้แน่ใจว่าเป็นเช่นนั้น...

 

อย่างไร – ซัลก็ยังเป็นอิสระที่จะทำอะไรก็ได้แม้ว่าอนาสตาเซียสตัดสินใจจะกลับมาหาเขาอีกครา...

 

“ไม่” เขาตอบคำถามในที่สุด “ข้าไม่มีแผนอื่นใด”

 

เขาได้รับรอยยิ้มกว้างราวกับแมวเชสเชียร์เป็นการตอบสนอง และซัลรู้สึกได้ถึงความกังวลเล็กๆที่หน่วงในช่องท้อง

 

“มาทำงานกับเราไหม?” น้องสาวของก็อดดริกถาม “เราต้องการคนเช่นเจ้า...”

 

“ข้าไม่คิดว่าพวกเจ้าจะบาดเจ็บอะไรกันบ่อยขนาดนั้นจนจะมีอะไรให้ข้าทำมาก” ซัลตอบตรงๆ

 

“ก็คงเป็นเช่นนั้น” นางว่า “แต่เราก็ต้องการเจ้าอยู่ดี...”

 

เพฟเวอเรลร้องหึ

 

“เจ้ากำลังวางแผนจะเอาเขาเข้ามาเกี่ยวกับความคิดงี่เง่าที่ว่าจะรับศิษย์มากกว่าหนึ่งคนต่อครั้งด้วยงั้นหรือ?” เขาถามภรรยาของเขา ผู้เป็นน้องสาวของก็อดดริก และน้องสาวของเขาเอง ผู้เป็นคู่หมายของก็อดดริก ทั้งคู่แค่ยักไหล่ใส่

 

“ข้าไม่คิดว่ามันเป็นความคิดที่งี่เง่านะ” ภรรยาของเพฟเวอเรลกล่าว “ข้ามั่นใจว่ามันจะเป็นไปด้วยดี สามีที่รักของข้า เราต้องรับศิษย์มากกว่าหนึ่งคน มันไม่มีอาจารย์มากพอจะรับศิษย์ได้หมดและเราไม่อาจปล่อยให้มีคนที่ไมได้รับการฝึกสอนได้ - มันจะจบลงด้วยหายนะ!

 

“ใช่ ข้ารู้ ที่รัก แต่ - ทำไมต้องเป็นเจ้าด้วยล่ะ?!

 

“เพราะว่าเราทำได้”

 

“ยกเว้นว่าเราไม่มีสถานที่ที่ปลอดภัยมากพอให้ลูกศิษย์อยู่กัน! ปราสาทแห่งนี้อาจจะดีสำหรับลูกศิษย์บางคน – แต่มันไม่ดีพอจะรองรับจำนวนที่เจ้าวางแผนไว้! และคิดถึงที่ประชุมของเหล่าลอร์ด[1]สิ! เจ้าคิดจริงๆหรือว่าพวกนั้นจะให้สิทธิ์เจ้าฝึกสอนบุตรหลานเหล่านั้น?!

 

“ข้าเป็นลอร์ดเลอเฟย์” ก็อดดริกตอบพลางยักไหล่ “และเจ้าคือลอร์ดกริม – เราควรจะมีอิทธิพลมากพอจะทำให้มันเป็นอย่างที่เราต้องการได้”

 

“ข้าควรจะรู้มาก่อนสิว่ายังไงน้องสาวข้าก็ต้องชักจูงเจ้าให้ทำตามแผนนางจนได้” เพฟเวอเรลถอนหายใจ

 

“แน่นอนว่าต้องเป็นเช่นนั้น เพฟเวอเรล” รีน่า คู่หมายของก็อดดริกตอบ “เขาจะกลายเป็นสามีของข้าในอีกไม่นานนี้ ดังนั้นมันจะดีที่สุดถ้าเขามาช่วยเราด้วย”

 

“ถูกต้อง” ก็อดดริกแย้มรอยยิ้มกว้าง “และข้าจะสามารถสอนต่อสู้ให้พวกลูกศิษย์ลูกหาได้โดยไม่ต้องสอนพวกเขาอย่างอื่นที่ข้าไม่อยากจะสอน”

 

“ก็คิดไว้แล้วว่านางจะทำให้เจ้ามาช่วยได้เช่นนั้น” เพฟเวอเรลพูดพลางถอนใจ

 

“ให้ข้าถามได้หรือไม่ว่ากำลังพูดถึงสิ่งใดกัน?” ซัลถามอย่างระมัดระวัง

 

“เราวางแผนจะตั้งสถานที่ที่เราสามารถสอนลูกศิษย์จำนวนมากได้ในเวลาเดียวกัน” น้องสาวของก็อดดริกตอบ “และลืมไป ข้าคือ เฮลก้า กริม”

 

“โอ้! ขออภัย! ข้าควรจะแนะนำตัวก่อนตั้งแต่ตอนพยายามจะชักชวนเจ้า! ข้าคือโรวีน่า กริม อีกไม่นานจะเป็นเลอเฟย์ และนั่นคือพี่ชายข้า เพฟเวอเรล กริม” รีน่าเอ่ย

 

ซัลคิดว่าหัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะหนึ่ง โรวีน่า?! เฮลก้า?! และก็อดดริก กริฟฟินดอร์?! เขาไม่ได้บังเอิญมาเจอกับเหล่าผู้ก่อตั้งหรอกใช่ไหม ใช่ไหม?!

 

“ยินดีที่ได้พบ” ซัลกล่าว “ข้าคือซัลวาซาฮาร์ เอมรีส์”

 

“ซัลลาซาร์ เอมรีส์?!” เฮลก้าถาม “เอมรีส์เดียวกับ มเยอดิน เอมรีส์น่ะหรือ?!

 

ซัลขมวดคิ้วเมื่อผู้ก่อตั้งอีกคนเอ่ยชื่อเขาผิดอย่างแรง

 

“ใช่ เอมรีส์เดียวกับ มเยอดิน เอมรีส์” เขาตอบ

 

“งั้นเชื้อสายของเอมรีส์ก็ยังคงมีอยู่สินะ” เพฟเวอเรลว่า จ้องมองซัลอย่างพินิจพิเคราะห์ “ลอร์ดของเจ้าควรจะเข้าร่วมกับที่ประชุมของเหล่าลอร์ด เขามีสิทธิ์กระทำเช่นนั้น”

 

“เอมรีส์มิใช่เชื้อสายลอร์ด พวกเราเป็นคนธรรมดา” ซัลว่า ยักไหล่

 

คนอื่นๆมองเขาเหมือนเขาบ้าไปแล้ว

 

“เจ้าเป็นลูกหลานของมเยอดิน เอมรีส์ เจ้าหนุ่ม - และเจ้าคิดว่าเจ้าเป็นคนธรรมดาหรือ?! แม้ว่าเจ้าอาจจะเคยเป็น – แต่ตั้งแต่ที่ประชุมของเหล่าลอร์ดเกิดขึ้นเป็นคราแรกเรานับตระกูลเอมรีส์เป็นหนึ่งในพวกเรา มเยอดิน เอมรีส์เป็นอาจารย์ของคาเมล็อตและผู้ถือม่านพลังของปราสาทนั้น ไม่มีทางที่เราจะนับเขาเป็นคนธรรมดา!” เพฟเวอเรลบอกด้วยดวงตาเบิกกว้าง

 

ซัลแค่ยักไหล่

 

“ข้าไม่เคยคิดมายืนยันสิทธิ์ของการเป็นลอร์ด[2]” เขาเอ่ยอย่างไม่สนใจอะไรมาก “และบิ...และมเยอดินก็สอนคนตั้งมากมาย – ข้าไม่คิดว่านั่นพิเศษอะไร”

 

“เจ้า?!” ก็อดดริกกะพริบตา “ข้าคิดว่าเจ้าเป็นแค่ลูกหลาน – ข้าไม่เคยคิดว่าเจ้าเป็นผู้นำตระกูลด้วย!

 

ซัลไม่รู้จะบอกเขาอย่างไร บางทีมันคงดีที่สุดถ้าบอกไปตรงๆเลยว่าเขาเป็นคนสุดท้ายของตระกูลแล้ว - นั่นจะอธิบายได้มาก

 

แต่ก่อนที่เขาจะคิดตอบ รีน่าก็พูดขึ้น

 

“ข้าคิดว่าซัลลาซาร์ไม่ได้อยู่แถบนี้นานมากแล้ว ข้ามั่นใจว่าถ้าเราถามเขาเขาจะบอกเราว่าเขาไมได้อยู่ในโลกเวทมนตร์บริเทนมาหลายทศวรรษแล้ว” นางเอ่ยสันนิษฐาน

 

ซัลเงยหน้า สายตาอันรู้ทันของนางสบเข้ากับซัลและซัลก็รู้สึกหวั่นในใจ นางได้ยินตอนที่เขาเกือบหลุดพูดคำว่าบิดาแทนที่จะเป็นมเยอดินไปก่อนหน้านี้

 

“เป็นเช่นนั้น” เขาตอบ “ข้าไม่รู้ว่ามีที่ประชุมของเหล่าลอร์ดด้วยจนกระทั่งเมื่อไม่กี่สิบปีก่อน”

 

“อืม...ถ้าตอนนั้นเจ้าไม่รู้ ตอนนี้เจ้าก็รู้แล้ว” เพฟเวอเรลกล่าว “เจ้าควรมากับเราเพื่อยืนยันที่สิทธิ์ในรอบหน้า”

 

“อาจจะ” ซัลแบ่งรับแบ่งสู้

 

“และเจ้าอาจควรคิดว่าจะมาสอนกับเราไหม” รีน่าเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “เราอยากได้คนช่วย”

 

ซัลยกคิ้วขึ้นใส่ประโยคดังกล่าว

 

“ข้ามั่นใจว่าข้าคงสอนไม่ได้” เขาว่า “ข้าไม่รู้วิธีใช้ไม้คทาในเมื่อข้าไม่มีมัน ข้าสอนสิ่งนั้นไม่ได้”

 

“แต่เจ้าปรุงยาได้” ก็อดดริกชี้ “ข้าเห็นเจ้าปรุงยาบ่อยมากพอ และ...รูนส์...หรือศาสตร์การรักษา...”

 

“ใช่ แต่...”

 

“และเราก็ต้องการให้เจ้ามาเป็นผู้รักษาประจำให้อยู่ดี” เฮลก้าแทรกขึ้น “เมื่อเราวางแผนจะสอนลูกศิษย์มากกว่าหนึ่งคนต่อครั้งเราต้องการผู้รักษาที่ชำนาญการ และเจ้าเองก็มีสัตย์ผู้รักษาด้วยนี่ ไม่ใช่หรือ?

 

“ข้ามี” ซัลตอบ “แต่...”

 

“อาฮะ งั้นก็ตามนั้น” เฮลก้าว่า “เจ้ามีเวลา เจ้าเป็นผู้รักษาและมีประสบการณ์ในเวทมนตร์บางศาสตร์ แค่นั้นก็พอแล้ว และอย่ากังวลไปเรื่องที่ใช้ไม้กายสิทธิ์ไม่เป็น เราจะจัดการเรื่องนั้นในไม่ช้า”

 

“แต่...”

 

ไม่นานซัลก็ค้นพบว่าการท้วงติงใดๆไม่เป็นผลเลยกับผู้ก่อตั้งคนที่เหลือ พวกเขาเหยียบย่ำข้อคัดค้านใดๆที่เขามีด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าตอนนี้เขาไม่มีอะไรต้องไปทำและสามารถช่วยได้ เมื่อถึงยามค่ำซัลก็พ่ายแพ้และยอมสอนวิชาปรุงยา รูนส์ กับศาสตร์การรักษาในโรงเรียนที่พวกเขาวางแผนเอาไว้

 

เช้าวันต่อมาเขาพบกับแม่มดที่กระตือรือร้นสองคนและพ่อมดที่กระตือรือร้นเช่นกันอีกหนึ่ง – ส่วนเพฟเวอเรลแค่บ่นงึมงำเรื่องงานเอกสารแล้วก็จากไป – ที่ตัดสินใจพาเขาไปยังลอนดิเนียมและตรอกไดแอกอนเพื่อซื้อไม้กายสิทธิ์

 

พวกเขาจึงขี่ม้าไปสองชั่วโมงจนกระทั่งถึงยังตรอกไดแอกอน เดินเข้าไปและพาซัลไปยังร้านของโอลิแวนเดอร์

 

มันเป็นครั้งแรกที่ซัลมายังร้านของโอลิแวนเดอร์อีกครั้งหลังจากก่อตั้งกิจการ เขายิ้มขึ้นมาเมื่อเห็นว่าร้านไม่ได้ดูเปลี่ยนไปเลย

 

“เฮ้ โธเอเนล โอลิแวนเดอร์! เราพาลูกค้าคนหนึ่งมา!” ก็อดดริกร้องขึ้นตอนที่เดินเข้ามา ชายที่ตอบรับเสียงเรียกของก็อดดริกเป็นคนหนุ่มและดูเหมือนโอลิแวนนีเดอร์พ่อทูนหัวของซัลสมัยหนุ่มมาก มันเกือบจะกลายเป็นเรื่องเจ็บปวดที่ได้เห็นเขาเพราะว่าเขาทำให้นึกถึงคนที่จากไปนานแล้วเหลือเกิน

 

“ข้าขอทักทาย ลอร์ดเลอเฟย์และเลดี้กริมทั้งสอง” ชายหนุ่มตอบ “ไม่ทราบว่าพอจะให้ข้าช่วยได้อย่างไรบ้างวันนี้?

 

ซัลถูกดันตัวไปยังโต๊ะรับรองเป็นคำตอบ

 

“เขาต้องการไม้กายสิทธิ์” ก็อดดริกตอบ

 

โอลิแวนเดอร์กะพริบตา

 

“เขาดูอายุมากไปหน่อยที่จะไม่มีสักอันนะ” แล้วเขาก็พูด

 

ซัลกลอกตาและดึงไม้คทาของเขาออกมา

 

“ข้ามีสิ่งนี้” เขาว่า แสดงให้เห็นไม้คทาเต็มความยาวของมัน “ข้าเป็นดรูอิด จึงไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องใช้ไม้กายสิทธิ์” และจากนั้นเขาก็ถลึงตาใส่ก็อดดริก “ก็...จนมีคนบางคนมาตัดสินใจว่าข้าต้องมี...”

 

โอลิแวนเดอร์กะพริบตาอีกที จากนั้นเขาก็หยิบไม้คทาของซัลไป

 

ดวงตาของเขาเบิกกว้าง

 

“งานชิ้นเลิศ” เขาพูดด้วยดวงตาวาว “และเก่าแก่ เก่าแก่มากๆ”

ซัลแค่ยักไหล่

 

“มันเป็นของข้า” เขาบอก เมื่อโอลิแวนเดอร์เงยหน้าขึ้นซัลก็เห็นว่าชายตรงหน้าเข้าใจเขา ซัลหมายความว่า มันถูกสร้างมาสำหรับเขา’ – แต่ไม่ได้พูดออกไปเพราะว่าสหายร่วมทาง แน่นอนว่าก็อดดริกรู้ว่ามันถูกสร้างขึ้นสำหรับซัลโดยเฉพาะในเมื่อซัลบอกเขาเอง – แต่ซัลไม่อยากให้ก็อดดริกจำได้...โดยเฉพาะหลังจากที่ไม้คทาของเขาเพิ่งถูกบอกออกมาว่ามันเก่าแก่มากๆ...

 

“ข้ามั่นใจว่าข้าไม่สามารถทำอะไรแบบนี้ได้” ชายหนุ่มพูด “แต่ข้าสามารถหาสิ่งที่สามารถไปด้วยกันได้กับงานชั้นเลิศนี้ได้”

 

ซัลแค่เลิกคิ้วขึ้น

 

“ข้าไม่มั่นใจว่าข้าจะสามารถใช้ไม้กายสิทธิ์ได้ถูกต้องไหม” เขากล่าวกับผู้ทำไม้กายสิทธิ์

 

ชายคนดังกล่าวเพียงแค่ยิ้มให้


“ข้ามั่นใจว่าท่านจะสามารถใช้มันได้ – การใช้ไม่กายสิทธิ์นั้นง่ายกว่าการใช้ไม้คทาเช่นนั้น...ด้วยการฝึกฝนสักนิดข้ามั่นใจว่าท่านจะทำได้ดี” เขาบอก “และตอนนี้ข้าต้องให้ท่านมากับข้า ข้าจะพาไปดูพวกวัตถุดิบและท่านจะได้เลือกสิ่งที่เข้ากับท่าน ไม้ที่ใช้ทำก็เช่นกัน ข้ามั่นใจว่าเราจะสามารถหาสิ่งที่เข้ากับท่านได้”

 

ซัลถอนหาแต่เขาก็เดินตามโอลิแวนเดอร์ไป ในบริเวณหลังร้านของโอลิแวนเดอร์เป็นที่ทำงานของเขา มีแกนไม้กายสิทธิ์นับพันอยู่ในตู้ลิ้นชักรอบๆห้อง บนพื้นดินคือกล่องเก็บไม้ รอบสุดท้ายที่ซัลอยู่ในนี้ แกนไม้กายสิทธิ์ก็ถูกเก็บไว้ที่เดิม แต่ว่าไม้เหล่านั้นถูกวางไว้ในมุมๆหนึ่ง – ก็ไม้คทามันยาวกว่าไม้กายสิทธิ์นี่นะ...

 

“ถึงแล้ว ใช้เวทมนตร์ของท่านในการรับสัมผัสว่าสิ่งใดเหมาะสม” โอลิแวนเดอร์บอก “ในฐานะผู้ถือครองไม้คทาท่านควรสามารถทำเช่นนั้นได้อย่างง่ายดาย”

 

ซัลถอนหายใจอีกครา แต่เขาก็ทำตามที่บอก เขาปิดตาลงและพยายามมองหาว่าสิ่งใดดึงดูดเขา ไม่นานก็สัมผัสได้ ทางขวามือเขาเกือบสัมผัสได้ถึงความสัมพันธ์กับสิ่งนั้น อะไรกันที่เรียกหาเขา? ซัลรู้ว่าเขามีสิ่งที่เข้ากันได้อยู่ถึงแปดแต่เขาก็รู้เช่นกันว่ารอบนี้ไม่ใช่ทั้งแปดอย่างนั้นที่จะมาอยู่ในไม้กายสิทธิ์ของเขา – ดังนั้นแล้วอะไรกันที่เข้ากันกับเขาได้มากกว่าสิ่งอื่นๆ? และมันจะเป็นเหมือนเดิมแม้ว่าจะผ่านห้วงกาลเวลานับศตวรรษไปแล้วหรือว่ามันจะเปลี่ยนไป? มันจะเป็นขนนกฟินิกส์อีกครั้งหรือเปล่าสำหรับเขา?! เขาเดินตามแรงดึงดูดเล็กน้อยนั้นไปและจบลงด้วยแก้วใบหนึ่งในมือ เมื่อเขาเปิดตาขึ้นเขาก็จำมันได้ทันที

 

“โลหิตผุ้คุมวิญญาณ” เขาบอก งั้นก็มิใช่ขนนกฟินิกส์...

 

โอลิแวนเดอร์เพียงแค่ยิ้ม

 

“นักปรุงยาชั้นเลิศสินะ” เขาแสดงความเห็นและหยิบแก้วนั่นไป “และหาต่อเถิด”

 

ซัลหลับตาลงอีกครั้งและเขาก็แผ่เวทมนตร์ของเขาออกไปรอบห้อง รอบนี้เขารู้สึกได้ถึงแรงดึงจากฝั่งซ้ายและเดินตามมันไปอีกครั้ง เมื่อลืมตาขึ้นในมือของเขาก็มีแก้วหนึ่งที่บรรจุขนนกในนั้น

 

“ขนธันเดอร์เบิร์ด” เขาพูด ยื่นแก้วดังกล่าวให้ผู้ทำไม้กายสิทธิ์

 

“เป็นการผสมผสานที่น่าประหลาดใจ” เขาเอ่ย “อันตรายมากและเต็มไปด้วยความมืด ไม่ใช่อะไรที่ผู้วิเศษฝั่งแสงสว่างจะใช้ได้เลย”

 

ซัลเม้มปากเข้าด้วยกัน เขารู้ว่าจริงๆเขาไม่ใช่พ่อมดสายมืดแต่เขาเองก็รู้ว่าตัวเองไม่ใช่พ่อมดสายสว่าง เขาเคยสังหารและทำร้ายผู้อื่นในการต่อสู้เพื่อปกป้องคนบริสุทธิ์และเขาไม่ได้รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย เขาเรียนศาสตร์มืดมา - แม้ว่าตัวเขาจะเป็นผู้รักษาก็ตาม

 

ถูกแล้ว ไม้กายสิทธิ์นี้ไม่ใช่อะไรที่พ่อมดสายสว่างจะครอบครองเลย ไม่ใช่อะไรที่ผู้รักษาจะมีได้...แต่ซัลไม่เคยเป็นผู้รักษาธรรมดาอยู่แล้ว...

 

“ท่านดูกังวล” ผู้ทำไม้กายสิทธิ์พูดขึ้นในจังหวะนั้น ซัลเพียงยักไหล่

 

“ข้าเป็นผู้รักษา” เขาอธิบาย ผู้ทำไม้กายสิทธิ์กะพริบตาถี่และมองไปยังวัตถุดิบในมือ

 

“ท่านเป็นหรือ?!” เขาถามอย่างตกใจ “ข้าคงไม่อาจคาดเดาได้เลยจากสิ่งเหล่านี้...ผู้รักษาไม่ควรจะมีสิ่งเหล่านี้เป็น...”

 

“ข้าเป็นผู้ปกปักษ์ด้วยเช่นกัน” ซัลบอกเพิ่มเติมพลางถอนหายใจ

 

โอลิแวนเดอร์จ้องเขา

 

“ได้อย่างไรกัน? สัตย์ของท่านควรยั้งไม่ให้ท่านได้สังหาร...”

 

“สัตย์ของข้าถูกเรียบเรียงต่างออกไป” ซัลตอบ “มันเป็นสัตย์ในรูปแบบที่ต่างออกไป ข้าจึงสามารถสังหารได้ – แต่ข้าจะได้รับผลหากว่าข้าสังหารคนที่ไม่ควรสังหาร”

 

“อ้า...ผู้พิทักษ์รักษานี่เอง” ผู้ทำไม้กายสิทธิ์เอ่ยอย่างเข้าใจ “ข้าเคยได้ยินมา – แต่ข้าไม่เคยคิดว่าข้าจะได้เจอสักคน แต่ท่านเองก็อยู่มานานแล้ว...”

 

“มันจะดีกว่าถ้าเจ้าจะไม่บอกสหายของข้าเกี่ยวกับอายุหรือ...”

 

“ข้าเข้าใจ” โอลิแวนเดอร์บอกพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ “แค่คำถามเดียว ท่านเป็นใคร?

 

ซัลลังเลอยู่ชั่วขณะ คิดใคร่ครวญถึงการกระทำและผลที่จะตามมา เขาควรบอกความจริงแค่ไหน? ควรไว้ใจชายที่เขาไม่รู้จักเท่าไร? แต่ว่า – ชายตรงหน้าของเขาเป็นผู้ทำไม้กายสิทธิ์ เขาจะไม่บอกผู้ใด ดังนั้นซัลจึงตอบความจริงไปเพียงส่วนหนึ่ง

 

“ข้าเป็นบุตรของมเยอดิน เอมรีส์” เขาบอกและผู้ทำไม้กายสิทธิ์ก็กะพริบตาอีกครั้ง อ้าปากค้างเล็กน้อย

 

ความเงียบปกคลุมบรรยากาศไปหลายนาที จากนั้นผู้ทำไม้กายสิทธิ์ก็ส่ายศีรษะเพื่อทำให้สมองโล่ง ปิดปากลง อ้ามันอีกครั้งเพื่อที่จะหุบกลับไปเป็นครั้งที่สอง

 

“เอาล่ะ เราควรจัดการต่อ” โอลิแวนเดอร์สามารถพูดออกมาได้ในที่สุด แล้วเขาก็บอกต่อว่า “วางมือลงบนกล่องตรงนั้น - รอดูว่าจะมีไม้แท่งใดบินมาใส่มือของท่านหรือไม่ หากไม่ ให้ลองกับกล่องอื่นดู”

 

ซัลพยักหน้าและคุกเข่าลง เขาทำตามที่บอกและในที่สุดหลังจากกล่องที่ห้าไม้แท่งหนึ่งก็พุ่งเข้ามาสู่มือของเขา เขาดึงมันออกมา

 

“เมเปิ้ล” เขาประกาศ

 

“ตอนนี้ออกไปหาเพื่อนของท่านได้แล้ว มันจะใช้เวลาสักสองสามวันกว่าจะเสร็จ” ซัลพยักหน้าและเดินออกไป

 

“เป็นอย่างไรบ้าง?” ก็อดดริกถาม

 

ซัลกลอกตใส่

 

“ข้าหลับตาและให้เวทมนตร์นำทางข้าไปหาวัตถุดิบ - เจ้าคิดว่ามันจะเป็นอย่างไร?!

 

ก็อดดริกพ่นลมหายใจอย่างเคืองๆ

 

“เจ้าก็รู้ว่าข้ามิได้หมายความเช่นนั้น ซัลลาซาร์!

 

แต่ซัลไม่สนใจเขา

 

กลับกันเขาและเหล่าสตรีเดินออกจากร้านไป ก็อดดริกตามพวกเขาออกไปทันที

 

ไม่กี่วันถัดมาซัลกลับไปและจ่ายเงินค่าไม้กายสิทธิ์ หลังจากนั้นการฝึกฝนก็เริ่มต้นขึ้น โรวีน่า เฮลก้า และกระทั่งก็อดดริกดูจะทำเหมือนเขาเป็นตัวทดลองการสอนของพวกเขา ด้วยความทรงจำของซัลและการชี้แนะสั่งสอนของพวกเขามันไม่ได้ใช้เวลามากเลยที่เขาจะสามารถใช้ไม้กายสิทธิ์ได้เช่นเดียวกับอีกสามคนที่เหลือ

 

 

To Be Continue

 

Upcoming Chapter: 900 AD The Gathering – ที่ประชุม

 

 

ซัลเอ๊ยยยยย แกจะเป็นสลิธีรินยังไงแกก็ยังรู้ตัวช้าเหมือนเดิมเล้ยยยยยยยยย ควรจะรู้ตั้งแต่เจอก็อดดริกแล้วมะว่าต้องมาเจออะไรแบบนี้ โถ่เอ๊ยยยย

 

[1] The Gathering of The Lords ที่ประชุมของเหล่าลอร์ด เป็นสภาประเภทหนึ่ง เหมือนกับที่ภายหลังพัฒนาไปเป็นวินเซ็นกาม็อตและกระทรวงเวทมนตร์นั่นแหละค่ะ


[2] Lordship ความเป็นลอร์ด เป็นโครงสร้างหนึ่งของสังคมผู้วิเศษ พวกผู้วิเศษที่สืบสายเลือดกันมายาวนานจะมีตำแหน่งลอร์ดที่จะมอบให้ผู้นำตระกูล บางครั้งผู้นำตระกูลอาจมอบหมายให้สมาชิกตระกูลคนอื่นๆเป็นลอร์ดก็ได้ แต่ว่าปกติผู้นำตระกูลจะเป็นลอร์ดเอง ตำแหน่งลอร์ดคือมีสิทธิ์มีเสียงในสภา ตำแหน่งนี้มอบให้แก่คนที่สืบสายเลือดตระกูลต่อกันไปเป็นทอดๆจากพ่อสู่ลูก คอนเซปต์นี้แล้วแต่เรื่องนำมาใช้ค่ะ แต่โดยรวมก็จะประมาณนี้

 

เพฟเวอเรลกับก็อดดริกนี่ ดองกันเองมากค่ะ แต่งกับน้องสาวของอีกคน ซึ่งก็เป็นเฮลก้ากับโรวีน่าพอดี แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้บอกอยู่ดีว่าเพฟเวอเรลจะเป็นอะไรในโรงเรียนเนาะ รอดูกันต่อไป

 

อาทิตย์หน้าอยู่กับซัลอีกตอนค่ะ ตอนหน้าในที่ประชุมของเหล่าลอร์ด เราจะได้ไปเห็นการต่อสู้ในสภาเพื่อก่อตั้งโรงเรียนกันแล้วค่า

 

เปิดเทอมแล้วค่อนข้างยุ่งวุ่นวายเลยค่ะ ถึงตารางเรียนจะน้อยๆแต่มีอะไรให้ทำเยอะเหมือนกัน

 

แล้วเจอกันตอนถัดไปนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #462 คนที่เงียบๆ (@bell8888) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:21

    ขอสบถอีกรอบ เครามเยอดิน ซัลเอ้ยยย

    #462
    0
  2. #239 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 23:53
    สงสารซัล55555 ก็คือเถียงสู้ใครไม่ได้เลย
    #239
    0
  3. #141 wareesree (@wareesree) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 08:28
    เนื้อเรื่องมีความเข้มข้นมาเรื่อยๆแล้วค่ะไรท์​ สู้ๆ:-)
    #141
    0
  4. #140 นั้งชมจันทร์ (@0897122652) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 09:57
    จนถึงตอนนี้ซัลก็ยังไม่เอะใจอะไรกับชื่อตัวเองที่กำลังจะมีฉายาต่อท้ายว่า สลิธีริน สินะ555
    #140
    0
  5. #139 PATPAT69 (@s-1-a-8-i-7) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 10:09
    สงสารซัลจริงๆ อยู่มาจะ2พันปีแล้ว ใกล้แล้วนะ
    #139
    0
  6. #138 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 05:01
    รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    #138
    0
  7. #137 p_ice (@p-ice) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 22:20
    ง๊อ ตอนนี้ก็มารวมตัวกันครบ 4 บ้านแล้ว
    #137
    0