[ฟิคแปล] Basilisk-Born แฮร์รี่ พอตเตอร์ HP Harry Potter by Ebendbild

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 25,931 Views

  • 497 Comments

  • 1,000 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    520

    Overall
    25,931

ตอนที่ 28 : Chapter 26: Throwing Out The Bait - โยนเหยื่อล่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1352
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 124 ครั้ง
    3 ก.ย. 61

Chapter 26

Throwing Out The Bait – โยนเหยื่อล่อ

 

Xxx

 

เรียน ผู้อ่านที่รัก

 

ผมภูมิใจนำเสนอคอลัมน์ใหม่ในเดอะ ควิบเบลอร์ นักเขียนคนใหม่ของเรา โอลิเวอร์ ทวิสต์จะเป็นคนนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโลกเวทมนตร์ที่คุณไม่เคยรู้และไม่เคยคิดถึงมาก่อน

 

เซโนฟิเลียส เลิฟกู้ด

 

หัวหน้าบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เดอะ ควิบเบลอร์

 

Xxx

 

ความจริงเกี่ยวกับการก่อตั้ง (Founding Facts)[1]

 

มันเป็นช่วงเวลาสิ้นสุดเดือนสิงหาคมและไม่นานก็จะถึงเวลากลับไปยังฮอกวอตส์อีกครั้ง ผมมั่นใจว่าพวกคุณทั้งหมดจำกำแพงหินของฮอกวอตส์ได้ ความรู้สึกราวกับอยู่บ้านและความอบอุ่นที่จะเติมเต็มคุณทันทีที่คุณย่างเท้าเข้าไปในเขตแดนปราสาท

 

และด้วยการเริ่มต้นของปีการศึกษาใหม่ นักเรียนใหม่เองก็มาถึงเช่นกัน พวกเขาจะเดินเข้าสู่ห้องโถงของฮอกวอตส์ด้วยดวงตากลมโต บริสุทธิ์สดใส ยังคงไร้สิ่งใดเจือปนในชีวิตของพวกเขา พวกเขาจะจ้องมองปราสาทอันงดงามหลังนี้อย่างอัศจรรย์ใจและจะเรียนรู้ที่จะรักมันราวกับเป็นบ้านของพวกเขาเอง

 

แต่ ณ ที่แห่งนั้นเองพวกเขาจะไม่ได้แค่เรียนรู้เวทมนตร์เท่านั้น พวกเขาจะยังได้รับรู้ถึงความเป็นอริระหว่างบ้าน รวมถึงอคติ ทำไมถึงจะยังเป็นเพื่อนกับเพื่อนสนิทของคุณตั้งแต่ยังเด็กอยู่ล่ะหลังจากเขาหรือเธอถูกคัดสรรเข้าสู่บ้านสลิธีรินในขณะที่คุณถูกคัดไปยังกริฟฟินดอร์? ผู้ก่อตั้งบ้านกริฟฟินดอร์และสลิธีรินจงเกลียดจงชังซึ่งกันและกัน – ความเป็นศัตรูระหว่างสายเลือดยิ่งใหญ่ขนาดที่ไม่สามารถสมานกลับคืนได้ดังเดิมกระทั่งอีกพันปีต่อมา!

 

ให้หมวกคัดสรรพูดถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของโรงเรียนไปเถอะ ให้มันร้องเพลงไป มันไม่มีทางที่ความบาดหมางระหว่างกริฟฟินดอร์และสลิธีรินจะสมานได้! ไม่มีมิตรภาพระหว่างสองบ้านนี้ - และไม่มีอาจารย์ที่พยายามจะให้ความเป็นธรรมกับทุกบ้านหรอก!

 

คุณคิดอย่างนั้นหรือ?! จริงหรือ?!

 

งั้นให้ผมเล่าอะไรให้ฟังแล้วกัน

 

มีหนังสือเก่าเล่มหนึ่งในห้องสมุดของฮอกวอตส์ มันถูกซ่อนไว้ในห้องเล็กๆห้องหนึ่ง และชื่อของมันคือ เหล่าอาจารย์แห่งฮอกวอตส์

 

ปีที่แล้วผมเจอมันโดยบังเอิญ ดังนั้น...ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม ถ้าคุณยังไปเรียนที่ฮอกวอตส์อยู่ ไปหามันดูเสีย มันมีข้อมูลน่าสนใจหลายอย่างอยู่ในนั้น บางอย่างก็เป็นข้อเท็จจริงสำคัญๆเกี่ยวกับอาจารย์ที่สอนหรือเคยสอนที่ฮอกวอตส์ ลองถามหนังสือเกี่ยวกับผู้ก่อตั้งบ้านของคุณดู – หรือผู้ก่อตั้งคนอื่นก็ได้?! - และอ่านมันเองดู ผมทำอย่างนั้น – และผมก็พบสิ่งที่คุณคงไม่คิดแม้แต่จะเดาแน่ๆ...

 

คุณรู้หรือไม่ว่าสลิธีรินเป็นคนที่ดึงดันเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของฮอกวอตส์และเขาไม่อยากให้พ่อแม่ที่เป็นมักเกิ้ลของเด็กๆมายังฮอกวอตส์?! คุณรู้หรือเปล่าว่าแม้เขาจะเถียงกับกริฟฟินดอร์กันใหญ่โตกลางห้องโถงใหญ่ สามวันถัดมาผู้ก่อตั้งคนอื่นๆก็ยอมลงให้เขาจนได้?!

 

เมื่อผมอ่านไปอย่างนั้นผมเลยไปหาข้อมูลในห้องสมุดเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในช่วงนั้น คุณรู้หรือไม่ว่าในเวลานั้นบริเทนถูกพวกไวกิ้งโจมตีบ่อยๆ? พวกเขาสังหาร ทำร้าย และจับผู้คนไปเป็นทาสยังดินแดนของพวกเขา

 

คุณรู้หรือเปล่าว่ามักเกิ้ลในเวลานั้นบางทีก็โทษผู้วิเศษเรื่องไวกิ้งเหล่านั้น – ง่ายๆเพราะว่าผู้วิเศษนั้นสามารถซ่อนตัวได้แต่ไม่ยอมแม้แต่จะคิดซ่อนเพื่อนบ้านของพวกเขาเลย?!

 

ไม่ใช่ทุกคนจะกล้าหาญและโง่เขลาเหมือนกับกริฟฟินดอร์ที่เกือบตายในการปกป้องหมู่บ้านมักเกิ้ลแห่งหนึ่งในพื้นที่ข้างเคียง อ่า บางทีเขาก็อาจตายไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้วถ้าหากสลิธีรินไม่ได้ช่วยเขาเอาไว้น่ะนะ...

 

ดังนั้นสลิธีรินได้พยายามจะปกป้องนักเรียนของเขาจากโทสะของเหล่ามักเกิ้ลที่ไม่ได้ถูกปกป้องโดยพ่อแม่ของเหล่านักเรียนนั้น – และอย่าลืมว่าเวลานั้นมักเกิ้ลรู้เกี่ยวกับพวกเรา เราอาศัยอยู่ร่วมกับพวกเขา กระทั่งแต่งงานกับพวกเขาด้วยซ้ำ

 

ถ้าหากพวกเขารู้ถึงโรงเรียนแล้วล่ะก็พวกเขาจะสามารถเข้าไปในนั้นได้โดยที่ม่านพลังใดๆไม่สามารถกั้นได้เลย...

 

และเหล่าผู้ก่อตั้งเองก็ยังพยายามจะให้ความยุติธรรมอีกด้วย พวกเขาไม่ได้แค่ห้ามมักเกิ้ลเท่านั้น – แต่ยังรวมไปถึงผู้ปกครองที่เป็นผู้วิเศษอีกด้วย หรือทำไมคุณถึงคิดว่าไม่เคยมีผู้ปกครองคนไหนเคยเหยียบย่างมาในฮอกวอตส์ได้ยกเว้นว่าลูกของพวกเขาจะบาดเจ็บร้ายแรงเล่า?! และกระทั่งอย่างนั้นพวกเขาเองก็ต้องถูกพาเข้ามาและไม่สามารถจะเข้ามาเองได้อีกต่างหาก...

 

แต่กลับมาที่ประวัติศาสตร์

 

เรารู้กันว่า สลิธีรินจากไป

 

เอาล่ะ ผมเถียงข้อความนี้ไม่ได้ สลิธีรินจากไป โรวีน่าตาย จากนั้นก็เฮลก้า แล้วก็ก็อดดริกและสุดท้ายสลิธีรินจากไป เหอ?!คุณอาจจะคิด ไม่ใช่ว่านั่นเรียงผิดหรอกหรือ?!

 

ลองตรวจดูวันที่ดู แม้ว่าสลิธีรินจะไม่มีวันที่ตายระบุไว้ เขาก็มีวันที่ระบุชัดเจนว่าเขาจากฮอกวอตส์ไป - และนั่นเป็นเวลากว่ายี่สิบปีหลังจากความตายของก็อดดริก กริฟฟินดอร์ ดังนั้นเมื่อหมวกคัดสรรบอกกับคุณว่าความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั้นแตกสลายไปหลังจากที่สลิธีรินจากไปนั้นมันแค่กำลังบอกคุณว่าเหล่าผู้ก่อตั้งนั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจนกระทั่งพวกเขาส่วนใหญ่ตายไปแล้ว

 

เอาล่ะ กลับมาที่ปีหนึ่งของพวกเรา...

 

กลับมาที่ฮอกวอตส์

 

ลองคิดแบบนี้ดู ถ้าเกิดว่าผู้ก่อตั้งนั้นสามารถเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้จนกระทั่งพวกเขาตาย – ไม่คิดว่าคุณเองก็สามารถทำได้เช่นกันหรือ? ลืมความเป็นอริระหว่างบ้านไปเสีย ลืมอาจารย์ที่อคติและบรรดาทายาทสลิธีรินที่แต่งตั้งตัวเองขึ้นมาไป ลองมองดูเพื่อนร่วมชั้นเรียนของคุณสิ พวกเขาไม่ได้ต่างอะไรไปจากพวกคุณเลย พวกเขาเองก็กังวล พวกเขารักเป็น เกลียดเป็น เสียใจเป็น ดีใจเป็น...

 

แม้ว่าพวกเขาจะชอบเรียนรู้ แม้ว่าพวกเขาจะอาศัยอยู่ในห้องใต้ดิน...พวกเขาเองก็ยังเป็นมนุษย์อยู่เหมือนกับคุณ พวกคุณยังสามารถเป็นเพื่อนกันได้

 

แค่ลืมสีแดง สีฟ้า สีเหลือง สีเขียวบนชุดเครื่องแบบไป ชุดเครื่องแบบนั้นก็เป็นสีดำเหมือนกันทั้งหมด พวกเขามีเรียน พวกเขากินอาหารที่ห้องโถงใหญ่ด้วยกันทั้งหมด

 

ลองดูสีเขียวสักนิดดีไหมวันนี้หรือสีแดงสักเล็กน้อย?

 

และถ้าหากคุณอยากจะประท้วงล่ะก็ คิดดู หมวกคัดสรรให้ตัวเลือกกับคุณ – แล้วคุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสีแดง ฟ้า เหลือง หรือเขียวบนชุดนักเรียนนั้นเป็นสิ่งที่เป็นอย่างแน่นอนแล้วจริงๆ?

 

บางทีคุณอาจจะเป็นกริฟฟินดอร์ที่อยู่ร่วมหอกับสลิธีรินมาโดยตลอดก็ได้...

 

โอลิเวอร์ ทวิสต์

 

Xxx

 

“ขอบใจมาก” แฮร์รี่บอก ยื่นเดอะ ควิบเบลอร์ กลับไปให้เด็กสาวผมบลอนด์ตรงหน้าเขา เธอให้เขายืมหนังสือพิมพ์ไปอ่านหลังจากที่เขาขอ – อย่างไรเขาก็ไม่สามารถเอาฉบับที่เขามีออกมาอ่านเองได้ในเมื่อในสายตาคนอื่นเขาไม่รู้เกี่ยวกับโอลิเวอร์ ทวิสต์

 

“ไม่เป็นไร” เด็กสาว - ลูน่า เลิฟกู้ด จินนี่เรียกเธอว่าอย่างนั้น - พูดก่อนจะรับหนังสือพิมพ์คืนไป “เป็นเรื่องดีเสมอแหละที่จะได้รู้เรื่องราวสำคัญต่างๆในโลกเวทมนตร์”

 

จินนี่พรูลมหายใจออกมาทางจมูกระหว่างที่เนวิลล์เกือบสำลักน้ำลายตัวเอง

 

“เอ่อ...แน่นอน” แฮร์รี่ว่า

 

จินนี่กลอกตากับคำตอบของเขาและเนวิลล์ก็กระซิบบอกเขาว่า “เดอะ ควิบเบลอร์เป็นที่รู้จักกันสำหรับมุมมองต่อโลกใบนี้ที่...พิสดารกว่า...”

 

“อ่า...ไม่เป็นอะไรนี่” แฮร์รี่ว่า จากนั้นเขาก็คิดใคร่ครวญนิดหน่อยก่อนจะเสริม “อืม บทความเกี่ยวกับฮอกวอตส์ไม่ได้พิสดารมากไปนะในความคิดของฉัน มันมีรายละเอียดบางอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อน – แต่ทั้งหมดก็ดูเป็นเรื่องจริง และมากกว่าที่พรอเฟ็ตเขียนอยู่ในขณะนี้แน่ๆ”

 

เนวิลล์จ้องเขาจากนั้นก็หันไปถามลูน่าว่าเขายืมหนังสือพิมพ์ของเธอแปปหนึ่งได้หรือไม่ เขาเปิดเดอะ ควิบเบลอร์อ่านระหว่างที่จินนี่เองก็มองข้ามไหล่ของเขาอ่านไปพร้อมกัน

 

“ว่าไง?” แฮร์รี่ถามตอนที่พวกเขาอ่านเสร็จ

 

“นาย...นายคิดว่ามันพูดจริงใช่ไหม?” เนวิลล์ถามด้วยดวงตาเบิกกว้าง

 

“แน่นอนสิ” ลูน่าบอก “พ่อตีพิมพ์เรื่องจริงเสมอแหละ - และตั้งแต่โอลิเวอร์ ทวิสต์มาเขียนให้เขา ในที่สุดก็มีคนสนใจเพิ่มขึ้นเยอะเลย ตอนนี้พ่อกำลังคิดจะจ้างคนเพิ่มอีกหน่อยเพราะว่าเขาเริ่มมีปัญหาในการตีพิมพ์ส่งให้คนที่สมัครสมาชิกทั้งหมดแล้ว...”

 

“อ่า...โอเค” เนวิลล์ว่า ไม่ค่อยมั่นใจว่าควรคิดอย่างไรอย่างเห็นได้ชัด

 

ก่อนที่เขาจะได้พูดอย่างอื่น ประตูห้องโดยสารก็ถูกเปิดและรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ก็เดินเข้ามา และระหว่างที่รอนพุ่งเข้าใส่อาหารที่พกมาทันที เฮอร์ไมโอนี่ก็ดึงเดอะ ควิบเบลอร์ออกจากมือของเนวิลล์ไป

 

“เธอกำลังอ่านบทความของทวิสต์อยู่ใช่ไหม?” เธอถาม

 

“เหอ? เธอรู้...?

 

“ฉันได้ยินพวกผู้ใหญ่คุยกันเกี่ยวกับเด็กหนุ่มที่เขียนจดหมายหาเดอะ ควิบเบลอร์” เฮอร์ไมโอนี่ตอบ “คุณนายวีสลีย์คิดว่าเด็กอย่างเขาควรจะคิดเรื่องโรงเรียนและไม่ควรไปฟังพวกข่าวลืออะไรมากแต่ว่าซิ...สนัฟเฟิลคิดว่ามันเจ๋งมาก จนตอนนี้ฉันยังไม่มีเวลาอ่านเองเลย ขออ่านหน่อยนะ?

 

“เอ่อ..ฉันคิดว่าเธออ่านแล้วเสียอีก” เนวิลล์

 

เฮอ์รไมโอนี่ไม่ได้ฟังด้วยซ้ำ กลับกันเธอเริ่มอ่านบทความออกเสียงออกมา

 

แฮร์รี่แค่กลอกตาใส่เพื่อนสนิท ของเขาทำอย่างกับว่าเขาอ่านมันเองไม่ได้อย่างนั้นแหละ...

 

“สลิธีรินในกริฟฟินดอร์?!” รอนหลุดพ่นออกมาทันทีที่เฮอร์ไมโอนี่อ่านจบ “นั่น...นั่นล้อเล่นใช่ไหม?!

 

“พูดถึงอะไรอยู่น่ะ วีสลีย์?!” อีกเสียงหนึ่งเอ่ย – รอบนี้มาจากประตูตู้โดยสาร มัลฟอยกำลังยืนอยู่ตรงประตู ทำหน้าดูถูกใส่รอน

 

“หมายถึงบทความนี้ของโอลิเวอร์ ทวิสต์น่ะ ทายาทมัลฟอย” แฮร์รี่ตอบ ดึงหนังสือพิมพ์ออกมาจากมือของเฮอร์ไมโอนี่และยื่นให้มัลฟอย “มันพูดถึงตัวเลือก – และสลิธีรินในกริฟฟินดอร์”

 

มัลฟอยมองแฮร์รี่แปลกๆก่อนจะร้องหึ ลังเลนิดหน่อย แต่ก็รับหนังสือพิมพ์ไปดูในที่สุด

 

“ขยะ” เขาพูดในที่สุด “ขยะเหมือนเดิม นายไม่ควรเชื่อหนังสือพิมพ์ที่มีบรรณาธิการเสียสติอย่างนี้ พอตเตอร์!

 

แฮร์รี่ค้อมหัวลงเล็กน้อย

 

“แต่นายก็ไม่ควรจะเมินบทความแบบนี้ไปเลยนะ ทายาทมัลฟอย” แฮร์รี่เอ่ยนุ่มนวล “อย่างไรมันก็มีความเป็นไปได้ที่บทความนี้จะเป็นเรื่องจริงหรือว่า - แม้ว่ามันจะผิด – อาจชักนำผู้คนที่ยังไม่รู้ดีพอ นายอาจตกเป็นรองถ้านายไม่รู้เรื่องอะไรแบบนี้นะ ทายาทมัลฟอย”

 

รอนมองแฮร์รี่อ้าปากค้าง เฮอร์ไมโอนี่ขมวดคิ้วและเนวิลล์มองกลับไปกลับมาระหว่างแฮร์รี่กับมัลฟอยราวกับเขากำลังตามดูการประลอง

 

มัลฟอยแค่ทำสีหน้าดูถูกใส่

 

“ทำไมเป็นทางการนักล่ะ พอตเตอร์? ลืมวิธีดูถูกไปแล้วหรือไงตอนช่วงวันหยุดที่ผ่านมา?!

 

แฮร์รี่แค่ยิ้มให้อีกฝ่าย

 

“แน่นอนว่าไม่สิ ทายาทมัลฟอย แต่หลังจากความผิดที่ฉันได้ทำไปในปีหนึ่งฉันไม่สามารถจะขออภัยได้โดยไม่ทำตัวเป็นทางการกับนาย”

 

ห้องโดยสารเงียบมากพอจะได้ยินเสียงเข็มตกพื้น เพื่อนๆของแฮร์รี่มองเขาเหมือนกับว่าเขาเสียสติไปแล้วและมัลฟอยก็ดูเหมือนจะไม่มั่นใจขึ้นมากะทันหันว่าควรทำตัวอย่างไร แน่นอนว่าก่อนช่วงฤดูร้อน แฮร์รี่คนเก่าไม่มีทางคุยกับทายาทของมัลฟอยดีๆได้แน่ แฮร์รี่คนใหม่นี้ในทางตรงกันข้ามถูกสั่งสอนมาด้วยวิถีของเลือดบริสุทธิ์และตัดสินใจจะแก้ไขมัน – อย่างไรการลดศัตรูลงก็ดีกว่าพยายามจะต่อสู้กับโลกใบนี้ทั้งใบด้วยตัวคนเดียว และมัลฟอยเองก็อาจมีประโยชน์ได้ในบางสถานการณ์...

 

“พอตเตอร์ นายคิดจะทำอะไร?” มัลฟอยทำหน้าดูหมิ่นดูแคลน แต่แฮร์รี่ไม่ได้เสียกิริยา เขารู้ว่าแฮร์รี่คนเดิมทำให้ทายาทมัลฟอยขุ่นเคืองใจและเสียหน้า แฮร์รี่ตัดสินใจจะสมานความสัมพันธ์กับตระกูลมัลฟอย เขาจำเป็นต้องสมานความแตกหักจากปีหนึ่งก่อนที่จะดำเนินการแผนต่อไป

 

ดังนั้นเขาเลยทำเมินน้ำเสียงของเดรโก มัลฟอยและค้อมหัวลงให้ทายาทตรงหน้า

 

“ฉันแค่ต้องการจะขออภัยสำหรับพฤติกรรมของฉันในปีที่ผ่านๆมา” เขาเอ่ย “ฉันไม่ได้อยากจะทำให้นายเคืองขุ่นในปีแรก – ตอนนั้นฉันเป็นแค่เด็กที่ไม่ได้รับการสั่งสอนว่าอะไรถูกอะไรควรในโลกเวทมนตร์นี้ ในฐานะลอร์ดของตระกูลกริมและลูกพี่ลูกน้องของนายโดยสายเลือดฉันต้องร้องขอให้นายอภัยให้ฉันด้วย ทายาทมัลฟอย”

 

“ลูกพี่ลูกน้อง?” มัลฟอยถามอย่างทึ่งๆ

 

แฮร์รี่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองระหว่างที่ตอบ

 

“ย่าของฉันคือดอเรีย แบล็ก”

 

เขารู้ว่าครอบครัวคือสิ่งสำคัญในการร้องขอการให้อภัย มัลฟอยไม่อาจให้อภัยแฮร์รี่ได้โดยง่ายถ้าหากว่าพวกเขาไม่ได้เป็นญาติกัน ในฐานะญาติโดยสายเลือดแล้วแฮร์รี่สามารถขออภัยได้ง่ายกว่าโดยที่ทายาทมัลฟอยจะไม่เสียหน้า อย่างไรครอบครัวเดียวกันก็ควรจะช่วยเหลือกัน

 

แน่นอนว่าแฮร์รี่มีวิธีอื่นที่จะทำให้มั่นใจว่ามัลฟอยจะไม่มาขวางทางเขา – แต่ทำไมต้องใช้ความรุนแรงกับสิ่งที่สามารถสมานได้โดยใช้วิธีอื่นเล่า? อย่างไร ทายาทมัลฟอยหนุ่มก็จะเสียหน้าแน่หากเขาบอกปัดคำขออภัยอย่างเป็นทางการจากสมาชิกในครอบครัว หากแฮร์รี่ได้สังหารคนในตระกูลมัลฟอย เช่นนั้นมัลฟอยจึงจะสามารถปฏิเสธได้ – แต่การแตกหักที่แฮร์รี่ได้กระทำนั้นไม่เพียงพอสำหรับความเป็นศัตรูระหว่างตระกูลเสียด้วยซ้ำ...อืม อย่างน้อยก็จนกว่าแฮร์รี่จะเข้าร่วมสภาวินเซ็นกาม็อตในฐานะสมาชิก...

 

มัลฟอยลังเลอยู่ชั่วครู่

 

“ฉันให้อภัยนาย ลอร์ดกริม” เขาเอ่ยในที่สุด ยึดถือตำแหน่งเป็นสำคัญ “แต่นายยังคงติดค้างในการติดตามฉัน”

 

“ความช่วยเหลือ ทายาทมัลฟอย” แฮร์รี่แก้ “ฉันเป็นลอร์ด ฉันไม่สามารถตามนายได้”

 

อีกครั้งที่มัลฟอยเงียบไปเป็นนาที จากนั้นเขาก็พยักหน้า

 

“ความช่วยเหลือ ตามนั้น” เขาเอ่ย “นายจะไม่ขัดขวางฉันหรือตระกูลของฉัน – แม้ว่าเราจะอยู่กันคนละฝั่งก็ตาม”

 

“ให้มันเป็นเช่นนั้น” แฮรืรี่ตอบและยืนตัวตรงอีกครั้ง

 

มัลฟอยจ้องเขาเขม็ง

 

“ฉันก็ยังไม่ชอบนายอยู่ดี ลอร์ดกริม” เขากล่าวและหันกลับไปแล้วปิดประตูลงเบื้องหลัง กลับกันแฮร์รี่ยิ้มกว้าง

 

“นายไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น” เขาตอบประตูที่ปิดลง

 

“แฮร์รี่ อะไร...? ทำไม?” จินนี่ถามด้วยดวงตาเบิกกว้าง

 

“เพราะว่าฉันต้องทำ” แฮร์รี่ตอบง่ายๆ “อัลบัส ดัมเบิลดอร์อาจคิดว่ามันไม่มีอะไรกับความขัดแย้งแต่ฉันจะไม่ยอมให้ความขัดแย้งเด็กๆแบบนี้กลายมาเป็นความเป็นศัตรูระหว่างสายตระกูลหรอก ในเมื่อฉันยังไม่กลายเป็นสมาชิกสภาวินเซ็นกาม็อตฉันยังแก้มันได้อยู่ ฉันจะทำอย่างนี้ไม่ได้ถ้าหากว่าได้กลายเป็นสมาชิกสภาไปแล้ว”

 

เนวิลล์พยักหน้า

 

“ฉันเข้าใจ ย่าบอกฉันบ่อยมากว่าพยายามอย่าทำให้ใครขุ่นข้องเพราะว่ามันจะไม่ดีถ้าหากมีศัตรูในวินเซ็นกาม็อต”

 

“และไม่ดีแน่ถ้าหากศัตรูที่ว่าเองก็เป็นครอบครัว” แฮร์รี่ยืนยัน

 

“แน่นอน” เนวิลล์เอ่ย คนที่เหลือแค่มองเขาอ้าปากค้าง

 

“แต่...แต่...นั่นน่ะมัลฟอยนะ!” รอนตะกุกตะกักออกมาในที่สุด “มัลฟอย แฮร์รี่!

 

แฮร์รี่พรูลมหายใจออกมาทางจมูก

 

“รู้แล้ว รอน” เขาว่า “แต่ฉันก็ไม่สามารถเดินไปเดินมาแล้วก็ดูถูกเขาได้แค่เพราะว่าฉันไม่ชอบเขา ฉันเป็นลอร์ด รอน ลอร์ด – นายเข้าใจไหมว่ามันหมายความว่าอะไร?!

 

รอนแค่ยังอ้าปากค้างใส่เขาอึ้งๆ

 

“แฮร์รี่” นั่นคือเฮอร์ไมโอนี่ “ฉันไม่เข้าใจ เธอหมายความว่าอย่างไรว่า ฉันเป็นลอร์ด?! เธอเป็นลอร์ดไม่ได้...ฉันหมายถึง...ได้อย่างไร... ?!

 

รอบนี้แฮร์รี่ถอนหายใจ และจากนั้นก็มุ่นคิ้ว

 

“ง่ายๆ เฮอร์ไมโอนี่ พ่อฉันเป็นลอร์ดมาก่อนและเพราะว่าเขาตายแล้วและฉันก็อายุสิบห้า ฉันก็เลยกลายเป็นลอร์ด”

 

“พ่อของเธอ..แต่เธอรู้ได้อย่างไร?! ฉันหมายถึง – ฉันคิดว่าเธอไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับครอบครัวของเธอ!

 

“ก่อนหน้านี้ก็ไม่รู้จริงๆ” แฮร์รี่ตอบตามจริง “แต่ฉันมารู้เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมานี้ – และฉันจะไม่ยอมทำตัวให้เป็นที่เสื่อมเสียของวงศ์ตระกูลอีกต่อไปแล้ว”

 

“แต่...เธอรู้ได้อย่างไร?! ฉันหมายถึงเธอไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจาก...”

 

“เราควรเปลี่ยนเสื้อผ้ากันได้แล้ว” แฮร์รี่บอก ขัดเธอกลางประโยค “เราจะถึงฮอกวอตส์ในอีกสิบนาทีข้างหน้า”

 

“เธอไม่สามารถแค่จบ...” เฮอร์ไมโอนี่เริ่มพูดอีกครั้ง รอบนี้ดูมุ่งมั่น

 

แฮร์รี่ถอนหายใจ

 

“ฉันรู้ เฮอร์ไมโอนี่ มันแค่เป็นเรื่องที่ไม่สามารถ...” เขาหยุด จากนั้นก็ส่ายหัว “สนัฟเฟิลบอกมาน่ะ” เขาเอ่ยออกมาในที่สุด

 

“โอ้” เฮอร์ไมโอนี่หน้าแดง “ฉันควรจะเดาได้เองสิ...”

 

แฮร์รี่แค่เดินออกจากห้องโดยสารไปเพื่อให้สาวๆได้เปลี่ยนชุด เขารู้สึกผิดนิดหน่อยที่ต้องโกหก - แต่ว่า มันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาโกหกใครบางคนและมันจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายอย่างแน่นอน เขาทำได้แค่หวังว่าเฮอร์ไมโอนี่จะไม่ถามซิเรียสว่าทำไมเขาถึงไม่ได้บอกแฮร์รี่เรื่องนี้จนหน้าร้อนที่ผ่านมา...

 

Xxx

 

เมื่อพวกเขาไปถึงฮอกมีดส์ในที่สุด แฮร์รี่ก็เงียบลงไป เพื่อนๆกำลังพูดคุยกันถึงวันหยุดที่ผ่านมา ปีการศึกษาใหม่นี้และเดาว่าศาสตราจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดปีนี้จะเป็นคนอย่างไร

 

กลับกันสายตาแฮร์รี่มองตรงไปยังความมืดมิด ในหัวของเขาสัมผัสได้ถึงพลังเวทมนตร์ที่หนักแน่นส่งเสียงครวญถึงเขา เขาปิดตาลง ฟังเสียงครวญของเวทมนตร์ที่ฟุ้งอยู่เต็มอากาศ

 

เขารู้สึกไม่สบายเป็นอย่างมากเพียงแค่ได้ฟังมัน!

 

ยิ่งเขาฟังมากเท่าไร เขายิ่งรู้สึกคลื่นเหียนกับสิ่งที่เขาได้ยินมากขึ้นเท่านั้น

 

“แฮร์รี่? เธอสบายดีไหม?

 

แฮร์รี่สะดุ้งและมองไปยังเฮอร์ไมโอนี่ที่มองเขาด้วยสีหน้าเป็นกังวล

 

“เอ่อ...สบายดี เฮอร์ไมโอนี่” เขาตอบ

 

“แน่นะ?” รอนถาม “นายดูไม่ค่อยดีเท่าไร”

 

“แค่กังวลน่ะ” แฮร์รี่บอก “นายก็รู้...ฉันไม่มั่นใจว่าควรจะคิดอย่างไรกับปีนี้ดี”

 

“ทำไมล่ะ?” เฮอร์ไมโอนี่ถามอย่างประหลาดใจ

 

แฮร์รี่แค่ร้องหึออกมา


“สี่คำ เฮอร์ไมโอนี่ ควีเรลล์ บาซิลิสก์ ผู้คุมวิญญาณกับการประลองเวท”

 

“โอ้...ใช่...อืม...บางทีปีนี้อาจจะไม่มีอะไร…?” รอนพูด รอบนี้ความเข้าใจเจือมาในน้ำเสียง

 

ในจังหวะที่พวกเขาเดินผ่านม่านพลังของฮอกวอตส์แฮร์รี่ต้องกัดกระพุ้งแก้มตัวเองไว้เพื่อไม่ให้ร้องออกมาเสียงดังเพราะว่าความเจ็บปวดที่เขารู้สึกได้ทันทีที่ม่านพลังกดทับลงบนบ่าของเขา มันรู้สึกเหมือนกับก้อนหินร่วงลงบนบ่า เกือบจะกดทับเขาให้แตกสลายด้วยน้ำหนักของมัน ความรู้สึกคลื่นเหียนพุ่งขึ้นและหัวของเขาก็เริ่มจะปวดราวกับว่ามีใครเอาค้อนสงครามมาฟาดเขาอย่างไรอย่างนั้น

 

โลหิตเอ่อขึ้นในปากของแฮร์รี่เมื่อเขาปฏิเสธที่จะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เขาเบนศีรษะมองไปยังภายนอกเพื่อไม่ให้ใครในรถลากมองเห็นความทรมานที่แสดงออกมาทางสีหน้าและน้ำตาที่จวนเจียนจะหยดลง

 

“ฉันไม่คิดว่าปีนี้จะเป็นปีเงียบๆหรอก รอน” แฮร์รี่ว่า ภูมิใจในตัวเองที่เสียงของเขาเกือบจะไม่สั่นเลยขณะที่เขายังคงรู้สึกเหมือนหัวจะระเบิดด้วยความรวดร้าว

 

“ฉันรู้แน่ๆแล้วว่าต้องทำอะไรก่อน” เขาคิดกับตัวเอง “ฉันจะต้องบ้าตายแน่ๆถ้าเกิดว่าต้องรู้สึกถึงความผิดปกตินี้ไปตลอดทั้งปีที่อยู่ที่นี่!

 

ในจังหวะนั้นความรู้สึกปลอบโยนก็สัมผัสในห้วงความคิดของเขาแผ่วเบา และความขึงเครียดก็ลดลงไป

 

อีกครั้งหยาดน้ำตาจวนเจียนจะร่วงหล่น แต่เขาก็กลั้นเอาไว้ เขาร้องไห้ไม่ได้ - คนอื่นจะรู้ไม่ได้!

 

“อ่า อย่างน้อยนายก็หวังว่ามันจะเป็นปีที่เงียบๆได้นะ” รอนพูดขึ้นมาในจังหวะนั้น แฮร์รี่ยักไหล่ ยังคงปฏิเสธที่จะมองหน้าคนอื่นๆ

 

“ฉันจะคิดถึงมันก็ต่อเมื่อฉันรู้แน่ว่าศาสตราจารย์วิชาป้องกันตัวไม่ใช่ใครที่อยากให้ฉันตายก็แล้วกัน” เขาโต้

 

“ก็จริง” รอนร้องหึ “ถ้างั้นก็เลิกหวังไปจนกว่าหลังงานเลี้ยงเลย”

 

“ตามนั้น”

 

จบประโยคแฮร์รี่ก็หันไปและปิดตาลง ความรู้สึกปลอบประโลมยังคงอยู่ในหัวและช่วยบรรเทาความเจ็บปวด มันเป็นความรู้สึกที่สุดท้ายก็ย้ำเตือนกับแฮร์รี่ว่าเหตุใดเขาจึงรักฮอกวอตส์มากนัก เหตุใดเขาถึงคิดว่าฮอกวอตส์นั้นเป็นบ้านของเขา และเหตุใดเขาจึงตัดสินใจจะมายังสถานที่แห่งนี้ท่ามกลางรังสิงโตเพื่อทำลายความภาคภูมิใจที่กำลังไล่ล่าเขาอยู่

 

บางทีมันอาจจะเป็นก้าวที่ผิดพลาด – แต่เป็นก้าวที่เขาจะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงแม้ว่าเขาจะต้องกลับมาคิดอีกครั้ง แม้ว่าเขาจะต้องทำลายโรงเรียนแห่งนี้และทุกสิ่งที่มันยืนหยัดอยู่เพื่อเป็นสัญลักษณ์ - เขาก็จะมายังที่แห่งนี้เพื่อล้างแค้นอยู่ดีและเขาจะไม่มีวันเสียใจ...

 

จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัว

 

“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน” มันกล่าว “ยินดีต้อนรับกลับบ้าน บุตรข้า ยินดีต้อนรับกลับบ้าน บุตรของบุตรข้า”

 

“แฮร์รี่? เธอไม่เป็นอะไรจริงๆใช่ไหม?” เฮอร์ไมโอนี่ถามเขาในจังหวะนั้นอีกครั้ง รอนเองก็มองเขาด้วยสีหน้าตลกๆ

 

“โอ้ สบายดี เฮอร์ไมโอนี่ ไม่เป็นอะไร” เขาตอบ ตกอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นที่ช่วยปัดเป่าความเจ็บปวดที่เขารู้สึก “ทำไมฉันถึงจะไม่สบายล่ะ?

 

“ไม่แน่ใจสิ – อยู่ๆเธอก็ดูเหมือนอยู่ไกลออกไปน่ะ เธอก็รู้...” เฮอร์ไมโอนี่ตอบ แฮร์รี่ทำเพียงแค่ยกยิ้ม

 

“อย่าห่วงเลย เฮอร์ไมโอนี่” เขาว่า “ฉันสบายดีจริงๆ แค่ดีใจที่ได้กลับมาน่ะ เธอก็รู้”

 

“และฉันนึกว่านายกังวล...” รอนกล่าว

 

แฮร์รี่ยักไหล่ใส่

 

“ก็ยังกังวลอยู่ แต่ฉันกลับมาที่ฮอกวอตส์แล้ว - และอะไรจะมาก็มาเถอะ...กระทั่งโวลเดอมอร์...ฉันเปลี่ยนมันไม่ได้หรอกถึงจะอยากทำก็เถอะ...”

 

รอนพรูลมหายใจออกมาทางจมูก

 

“และนาทีก่อนหน้านี้นายก็ดูเหมือนไม่อยากจะยอมรับมันเลยนะ...”

 

แฮร์รี่ยักไหล่


“ไม่หรอก” แฮร์รี่ตอบตามจริง “ฉันอาจจะคิดมากว่าอะไรจะเกิดขึ้นในปีนี้แต่ฮอกวอตส์...ฮอกวอตส์เป็นบ้านน่ะ นายก็รู้นี่เพื่อน?

 

รอนกะพริบตา จากนั้นเขาก็ยักไหล่ใส่

 

“ถ้านายคิดอย่างนั้นนะเพื่อน” เขาว่าและแฮร์รี่ก็ปล่อยไป เขารู้ว่ารอนไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของเขาหรอก แฮร์รี่ไม่มั่นใจว่าจะมีใครเข้าใจด้วยซ้ำ ฮอกวอตส์คือบ้าน แต่ไม่เหมือนกับที่มันเป็นบ้านให้กับเด็กกำพร้าและเหล่าคนผู้โชคร้ายนับพัน ไม่ สำหรับแฮร์รี่ฮอกวอตส์เป็นมากกว่านั้น – มากกว่าที่มันเคยเป็นสำหรับแฮร์รี่คนเก่าที่เคยเป็นเด็กกำพร้าผู้โชคร้าย

 

แต่นั่นเป็นสิ่งที่แฮร์รี่จะไม่มีทางคุยกับเพื่อนคนไหน ของเขาแน่นอน

 

Xxx

 

เมื่อหมวกคัดสรรเริ่มร้องเพลง แฮร์รี่ก็ตกใจ เขารู้ว่าบทความล่าสุดของโอลิเวอร์ ทวิสต์ในเดอะ ควิบเบลอร์นั้นเกี่ยวข้องกับผู้ก่อตั้ง – แต่เขาก็ยังรู้สึกประหลาดใจที่หมวกคัดสรรตัดสินใจร้องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของพวกเขาในปีนี้

 

แม้ว่าประวัติที่หมวกมันร้องอยู่จะผิดนิดหนึ่งก็ตาม...

 

แฮร์รี่ถอนหานใจเมื่อหมวกระบุว่าสลิธีรินกล่าวว่า เราจะสอนแค่เพียงผู้ที่มีเชื้อสายบริสุทธิ์ที่สุดเขารู้ว่าประวัติอันนี้มันผิดไป มันไม่เคยมีคำพูดเกี่ยวกับความบริสุทธิ์เหมือนกับที่รู้ๆกันในปัจจุบันจากชายผู้เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในตนเองที่ชื่อสลิธีรินเลย – แต่นั่นเป็นสิ่งที่สูญหายไปตามกาลเวลาอันยาวนาน...

 

ดังนั้นแฮร์รี่จึงกัดริมฝีปากและเงียบเอาไว้ เขาใช้เวลาไปพินิจพิเคราะห์ผู้หญิงที่จะมาเป็นศาสตราจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่แทน เขามั่นใจว่าพวกเขาจะไม่ได้เรียนอะไรเลยจากคาบเรียนของผู้หญิงคนนี้ - และหลังจากที่เธอเริ่มพูดเขาก็มั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าการคาดการณ์ของเขาจะเป็นจริง

 

เขาถอนหายใจอยู่ภายในใจ

 

“ฉันจะตรวจสอบม่านพลังดู” เขาคิดกับตัวเอง “ไม่แค่มันรู้สึกราวกับว่ามันอยากจะฆ่าฉันโดยที่แค่อยู่เฉยๆของมันเท่านั้น แต่ตัวเลือกของศาสตราจารย์วิชาป้องกันตัวเองก็ไม่น่าเชื่อเลย! มันต้องมีคำสาปตรงตำแหน่งนั้นแน่ๆ ไม่มีใครจะโชคร้ายไปมากกว่านี้ได้อีกแล้วในการเลือกศาสตราจารย์เนี่ย...” อืม ยกเว้นแต่ว่ามันจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนอยู่แล้ว – แฮร์รี่คิดว่าดัมเบิลดอร์จะไม่ลังเลที่จะเลือกจ้างศาสตราจารย์ห่วยๆมาตรงๆอย่างนี้แน่นอนถ้าหากมันช่วยในแผนของเขาได้...

 

อย่างไร – มันก็ยังดีกว่าที่จะตรวจสอบม่านพลังของปราสาทตอนนี้ก่อนที่จะต้องอยู่กับศาสตราจารย์วิชาป้องกันตัวที่สอนไม่ได้ไปอีกปี

 

“ฉันควรจะตรวจมันตั้งแต่ปีที่แล้ว” แฮร์รี่คิด แต่ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้แล้ว – และปีที่แล้วเขาเองก็ยุ่งวุ่นวายกับการเตรียมตัวสำหรับปีนี้ และการเตรียมตัวเหล่านั้นก็สำคัญกว่าคำสาปตรงตำแหน่งศาสตราจารย์วิชาป้องกันตัวในตอนนั้นด้วย...

 

“โอ้ เกลียดจริงๆเลยการเป็นตัวฉันเองเนี่ย” แฮร์รี่คิดอย่างอารมณ์เสีย “บางทีฉันแค่หวังว่าฉันจะไม่ได้เริ่มแผนแก้แค้นนี่ มีอย่างอื่นให้ทำตั้งเยอะแยะและเวลาน้อยนัก...”

 

และช่วงเวลาเช่นนี้แหละที่เขาหวังว่าก่อนหน้านี้เขาจะหาคนมาช่วยในแผนของเขา...

 

แต่ก็ไม่มีใคร - อืม ยกเว้นเรกูลัส และออกัสต้าที่ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรกันแน่ ใช่ว่าเขาจะไม่ไว้ใจหล่อน... แต่เขายังไม่ได้คิดว่าจะบอกอะไรและไม่บอกอะไรหล่อนดี...และกระทั่งก่อนหน้านี้เขาก็ไม่มีใครนอกจากเรกูลัส พวกเอล์ฟประจำบ้านและความคิดบ้าๆของเขาเองคอยช่วยเหลือเขาเลย แต่ความช่วยเหลือจากแค่คนๆเดียวบวกกับเอล์ฟประจำบ้านอีกสองไม่นับเป็นอะไรเลยเมื่อเทียบกับกองกำลังที่อัลบัส ดัมเบิลดอร์มีหรือทอม ริดเดิ้ล ที่เป็นที่รู้จักกันในฐานะโวลเดอมอร์มากกว่ามี

 

“อืม แต่ฉันก็ไม่ได้วางแผนจะไปยันกับพวกนั้นตัวต่อตัวอยู่แล้ว” แฮร์รี่คิดอย่างเคืองขุ่นอีกครั้ง “คงได้ตายกันก่อนที่คาถาจะโถมเข้าใส่เสียอีก...”

 

ริดเดิ้ลและดัมเบิลดอร์จะบีบคอพวกเขาด้วยมือเปล่าแน่ถ้ากล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับแผนของสองคนนั้น...

 

แฮร์รี่ยิ้มเมื่อความคิดนี้เข้ามาในหัว จากนั้นเขาก็ฝังมันเอาไว้ใต้เกราะการสกัดใจและหันไปหาเพื่อน ของเขาและร่วมบทสนทนาราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

ปีนี้แหละจะเป็นจุดเปลี่ยน

 

ปีนี้เขาวางแผนจะทำให้พวกนั้นต้องเป็นบ้ากันให้หมด และเขาจะเริ่มด้วยชายที่ควรรู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรมากว่าสิบสี่ปีแล้ว...

 

แฮร์รี่พยายามสะกดกลั้นไม่ให้ตัวเองยิ้มอย่างเสียสติเมื่อดวงตาของเขาสบเข้ากับเป้าหมายแรกในปีนี้

 

ชั่วขณะหนึ่งเซเวอรัส สเนปรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบตรงบริเวณไขสันหลัง มันจะใช้เวลาอีกนานกว่าเขาจะเข้าใจว่าเขารู้สึกถึงอะไรในช่วงนั้นของปี...

 

Xxx

 

และระหว่างที่นักเรียนพากันกลับไปยังหอพัก ศาสตราจารย์ตัวเล็กที่ดูกระตือรือร้นเร่งเดินไปยังห้องสมุดเพื่อค้นหาสิ่งที่ต้องการ มันใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าเขาจะเจอในสิ่งที่เขาตามหา แต่ในที่สุดเขาก็เจอมันจนได้

 

ในห้องเล็กๆที่ซ่อนอยู่ในมุมที่ไกลที่สุดของห้องสมุด คือหนังสือที่เขาตามหา มันถูกวางไว้บนแท่น ชื่อของมันคือ เหล่าอาจารย์แห่งฮอกวอตส์

 

ศาสตราจารย์ตัวจิ๋วยิ้ม จากนั้นเขาก็ทาบมือลงบนหนังสือก่อนจะกระซิบว่า “ซัลลาซาร์ สลิธีริน”

 

หนังสือเล่มนั้นเรืองแสง จากนั้นมันก็เปิดไปยังหน้าที่อยู่ต้นๆ สิ่งแรกที่ศาสตราจารย์ตัวจิ๋วเห็นคือรูปของชายที่ดูสง่าผ่าเผยในชุดสีดำเรียบง่าย ชายคนนี้มีดวงตาสีเขียวอย่างน่าตกใจและเขามองมายังคนที่เปิดหน้าหนังสือนี้ของเขาอย่างเยือกเย็น

 

เขาค่อนข้างหล่อเหลาเลยทีเดียวแต่ศาสตราจารย์ตัวเล็กก็สามารถบอกได้ว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนที่ควรเป็นศัตรูด้วย ในอีกหน้าหนึ่งเป็นรายการสิ่งที่ซัลลาซาร์ได้ทำและเคยได้สอน ศาสตราจารย์ตัวจิ๋วยังค้นพบวันที่ที่ซัลลาซาร์ สลิธีรินจากฮอกวอตส์ไปอีกด้วย มันไม่ระบุวันที่ที่เขาตาย รวมถึงวันเกิดด้วยเช่นกัน แต่มันมีข้อมูลอื่นๆที่น่าสนใจมากมาย ศาสตราจารย์ตัวเล็กจมอยู่กับหนังสือเล่มดังกล่าว ตอนแรกก็อ่านหน้าของสลิธีริน จากนั้นก็หน้าของผู้ก่อตั้งอื่นๆ สุดท้ายเขาก็เริ่มตรวจดูตัวหนังสือเอง

 

ชั่วโมงถัดมาศาสตราจารย์คนดังกล่าวมองนาฬิกาแล้วก็สบถออกมาลั่น เขาเก็บหนังสือไปและวิ่งออกจากห้องสมุด บางทีเขาอาจจะไปทันการประชุมอาจารย์วาระแรกของปีก็ได้...

                                                      

Xxx

 

“ยินดีต้อนรับสู่การประชุมอาจารย์วาระแรกในปีการศึกษาใหม่นี้” อัลบัส ดัมเบิลดอร์กล่าว มองใบหน้าของเหล่าอาจารย์รอบๆตัวเขา “มันมีประเด็นบางอย่างที่ฉันอยากจะคุยกับทุกๆคน...”

 

“อย่างเรื่องที่เดอะ ควิบเบลอร์ตีพิมพ์อยู่น่ะหรือ?” มิเนอร์ว่า มักกอนนากัลถามอย่างเฉียบคม “ฉันไม่เข้าใจว่าเซโนฟิเลียสตีพิมพ์เรื่องไร้สาระอย่างนั้นได้อย่างไร! ฉันรู้ว่าเขา...แปลกๆ...หน่อยแต่เขาไม่เคยตีพิมพ์อะไรที่เป็นเท็จขนาดนั้นมาก่อน! เขาเป็นเรเวนคลอนะให้ตายเถอะ เมอร์ลิน!

 

“แต่เรื่องที่เขาตีพิมพ์ไม่ใช่เรื่องไร้สาระเลยนะ มิเนอร์ว่าที่รัก” ฟิลิอัส ฟลิตวิกเอ่ยเสียงแหลม “ฉันไปตรวจดูข้อเท็จจริงพวกนั้นมาแล้ว – มันเป็นเรื่องจริงล่ะ มีหนังสือเกี่ยวกับอาจารย์ของฮอกวอตส์อยู่ในห้องสมุดจริงๆและมันก็มีเรื่องราวที่โอลิเวอร์ ทวิสต์เขียนลงไปจริงๆ”

 

“งั้นเขาก็ไม่ได้แต่งเรื่องขึ้นมาหรือ?” โพโมน่า สเปราต์ถามอย่างประหลาดใจ

 

ฟลิตวิกส่ายศีรษะ

 

“ฉันไปดูมาหมดแล้ว” เขาว่า “ฉันยังไปพิสูจน์มาด้วยว่าวันเวลาของหนังสือ เหล่าอาจารย์แห่งฮอกวอตส์ นั้นเชื่อมต่อกับฮอกวอตส์โดยตรง เป็นงานคาถาที่สุดยอดมาก ฉันคงไม่สามารถทำอย่างนั้นได้แม้ว่าจะรู้ว่าต้องใช้คาถาอะไรบ้างก็ตาม”

 

“แต่คุณก็สามารถยืนยันข้อมูลบางอย่างมาได้?” สเนปถามพร้อมคิ้วที่เลิกขึ้น ฟลิตวิกพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น

 

“ใช่! ใช่แล้ว!” เขาพูดด้วยดวงตาสดใส “และสิ่งที่ฉันเจอไม่น่าเชื่อเลย! หนังสือนั่นอายุพันปีได้แหนะ! ฉันเดาว่าโรวีน่า เรเวนคลอเป็นคนเสกคาถาให้หนังสือเล่มนั้นเชื่อมกับตัวปราสาทด้วยตัวเองเลยล่ะ!

 

“อย่างนั้นข้อเท็จจริงในบทความ...”

 

“เป็นเรื่องจริง! มันต้องเป็นจริงแน่นอน – ยกเว้นว่าสลิธีรินจะทำบางอย่างเพื่อทำให้หนังสือมันงุนงง ซึ่งฉันสงสัยว่าเขาทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก!

 

“น่าสนใจมาก” อัลบัสเอ่ย

 

“ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าฮอกวอตส์จะมีความลับอะไรแบบนี้ซ่อนอยู่!” ฟิลิอัส ฟลิตวิกพูดอย่างกระตือรือร้น “และความจริงเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งเดียวที่บิดเบือนไปตามกาลเวลา! รู้หรือเปล่าว่าชื่อของบ้านต่างๆนั้นไม่ได้ถูกตั้งตามนามสกุลของเหล่าผู้ก่อตั้งน่ะ?! พวกเขาคงจะมีปัญหาแน่ถ้าเกิดว่าเลือกตั้งชื่อบ้านตามนามสกุลเพราะว่าที่จริงเฮลก้า ฮัฟเฟิลพัฟเป็นน้องสาวของก็อดดริก กริฟฟินดอร์! และโรวีน่า เรเวนคลอเป็นภรรยาของเขาเอง! และมันยังมีข้อเท็จจริงที่ว่าสลิธีรินเป็นผู้รัก...”

 

“ฟิลิอัส ได้โปรดเถอะ!” อัลบัสขัด “ฉันมั่นใจว่าเราจะมาคุยเรื่องนี้กันภายหลังได้ ตอนนี้เราควรจะมาคุยกันเรื่องปัญหาปัจจุบันมากกว่า”

 

“โอลิเวอร์ ทวิสต์” มักกอนนากัลเดา

 

“ใช่” อัลบัสตอบพลางถอนหายใจ “เขาด้วย”

 

“อะไรอีกหรือ?

 

“แฮร์รี่” อัลบัสบอก “ฉันกลัวว่าเขากำลังค่อยๆโดนโวลเดอมอร์ชักนำ เขาไม่ควรรู้สิ่งที่เขารู้ในการพิจารณาคดีนั้น...ฉันต้องการให้พวกคุณลองสอดส่องเขาดูหน่อย ถ้าหากเขาเริ่มถูกชักนำจริงๆแล้วล่ะก็เราต้องรู้ให้เร็วที่สุดเพื่อหยุดอิทธิพลที่ว่า”

 

“ถูกชักนำได้อย่างไร?

 

“ขอโทษจริงๆ มิเนอร์ว่า” อัลบัสพูดพร้อมถอนใจ “ฉันไม่มั่นใจ สิ่งที่ฉันรู้คือแฮร์รี่มีความเชื่อมต่อกับโวลเดอมอร์และฉันเดาว่าตอนนี้ที่โวลเดอมอร์ได้ร่างกายกลับคืนมาแล้วเขาอาจมีวิธีการในการชักนำแฮร์รี่”

 

มิเนอร์ว่า มักกอนนากัลมองเขาด้วยความหวาดกลัว

 

“เราควรทำอย่างไรดี?

 

“จับตาดูเขาไว้ ถ้าเขาแสดงอาการอาการตามแบบฉบับนั้นให้มาหาฉันทันที นั่นอาจช่วยชีวิตของแฮร์รี่ได้ถ้าทำอย่างนั้น”

 

“เราเข้าใจแล้ว” มิเนอร์ว่าเอ่ย พยักหน้า อาจารย์คนอื่นๆเองก็พยักหน้ารับ

 

“ขอบคุณ ตอนนี้...”

 

“และเราจะทำอย่างไรกับเจ้าหนุ่มทวิสต์นี้ล่ะ?” มิเนอร์ว่า มักกอนนากัลขัดอัลบัส

 

อัลบัสดูไม่ใส่ใจนัก

 

“จนกระทั่งตอนนี้เขายังไม่ได้ทำอะไรที่น่าเป็นห่วง เราควรอ่านบทความของเขาต่อไปและค่อยลงมือเมื่อมันเปลี่ยนไปแต่ฉันจะปล่อยเขาไปก่อนจนกว่าเขาจะทำอะไรที่มากกว่าตั้งคำถามกับกระทรวงและเดลี่ พรอเฟ็ต

 

“แต่บทความล่าสุดของเขาเกี่ยวกับฮอกวอตส์นะ!” มิเนอร์ว่า มักกอนนากัลพูดอย่างกังวลใจ “ถ้าเขาเริ่มวิจารย์เราล่ะ? อย่างไรเขาก็เป็นนักเรียนของฮอกวอตส์ - และเซโนฟิเลียส เลิฟกู้ดเองก็ทำให้เขาได้เห็นว่าเขาสามารถเขียนอะไรก็ได้ตามที่อยากเขียนและจะไม่มีใครว่าเขาทั้งนั้น”

 

“ฉันไม่เชื่อว่าเขาจะเริ่มวิจารย์เราแย่ๆหรอก” อัลบัสตอบอย่างมั่นใจ “เขาอาจเขียนบทความเกี่ยวกับฮอกวอตส์แต่มันไม่มีอะไรแย่ในนั้น...”

 

“และมันอิงตามความจริงอย่างแน่นอน” ฟิลิอัส ฟลิตวิกเสริม

 

“ฉันมั่นใจว่าหนุ่มน้อยคนนี้จะเลิกเขียนในอีกไม่นาน – อย่างไรเขาก็จะต้องเข้าเรียนและทำการบ้านและยังเพื่อนๆของเขาอีก ฉันมั่นใจว่าไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตามเขาจะไม่มีเวลาเขียนอีกหรอก...”

 

มิเนอร์ว่า มักกอนนากัลเม้มปากแต่ก็ไม่พูดอะไรอีก มันไม่มีทางจะเถียงกับอัลบัสได้ ถ้าเขาอยากจะมองไม่เห็นมันเขาก็จะไม่เห็นไปจนกว่ามันจะสายเกินไป ทวิสต์นั่นเริ่มยุ่งกับฮอกวอตส์แล้วในบทความล่าสุดของเขา อัลบัสจะไม่เห็นว่าอะไรเป็นอะไรจนกว่ามันจะฟาดเข้าใส่หน้าเขาเต็มๆ

 

ดังนั้นพวกเขาเลยเปลี่ยนหัวข้อไปยังงานสำคัญต่างๆสำหรับโรงเรียนในปีนี้

 

อัลบัสลืมเรื่องบทความที่โอลิเวอร์ ทวิสต์เขียนไปหมดแล้วตอนที่การประชุมจบลงในที่สุด เขามีอย่างอื่นในหัวของเขา เช่นอาวุธที่อาจจะกลายเป็นอาวุธสำหรับโวลเดอมอร์ อัลบัสจะต้องจับตาดูเด็กหนุ่มอย่างใกล้ชิด – และเขาต้องตัดสินใจว่าจะต้องทำอะไรต่อไป...

 

“บางทีมันอาจถึงเวลาที่ต้องสอนแฮร์รี่ในสิ่งที่เขาอาจต้องใช้สู้กับโวลเดอมอร์แล้ว...และบางทีฉันควรจะขอให้เซเวอรัสสอนการสกัดใจให้เขาสักหน่อย...” อัลบัสคิดและกลับไปยังห้องทำงานของเขา ไม่เห็นเงาเล็กๆของเอล์ฟประจำบ้านที่โผล่ออกมาจากอากาศธาตุหลังจากได้ยินทุกสิ่งที่เหล่าอาจารย์คุยกันในที่ประชุมวันนี้ ไม่ได้รู้เลยว่าในสถานที่บางแห่งในปราสาทแห่งนี้เด็กหนุ่มที่เขานึกถึงจะรู้เรื่องทั้งหมดในที่ประชุมนั้นแล้ว

 

“เข้าใจแล้ว” เด็กหนุ่มคนดังกล่าวพูดหลังจากได้ยินทุกอย่างแล้ว “เอาล่ะ มาแสดงให้อัลบัส ดัมเบิลดอร์ผู้ยิ่งใหญ่เห็นกันเถอะว่าเขาไม่ควรประมาททวิสต์เลย สงครามได้เริ่มขึ้นแล้ว” เด็กหนุ่มรู้ว่าใครก็ตามที่หายใจอยู่ได้นานกว่าจะชนะในที่สุด แต่นั่นไม่สำคัญเลยสักนิด เด็กหนุ่มสามารถชักใยบางสิ่งเพื่อควบคุมได้ โดยที่ตาแก่ไม่รู้ว่าเขาทำอย่างนั้นได้

 

แฮร์รี่มั่นใจ ว่าในท้ายที่สุดเขาจะชนะสงครามเล็กๆนี่ที่เขาได้เริ่มต่ออาจารย์ใหญ่แห่งโรงเรียนเวทมนตร์ที่เป็นที่รู้จักกันแห่งนี้ – แม้ว่ามันจะต้องใช้ทุกอย่างที่แฮร์รี่มีในการนำตาแก่นั่นมากองอยู่แทบเท้าเขาก็ตาม...

 

 

To Be Continue

 

Upcoming Chapter: Take Down Target Number 1 – เล่นงานเป้าหมายอันดับหนึ่ง

 

 

[1] Founding Facts เป็นการเล่นคำในส่วนนี้ค่ะ แปลได้สองอย่างคือ เรื่องจริงเกี่ยวกับการก่อตั้ง อย่างที่ใช้ไปข้างต้น กับอีกความหมายหนึ่งคือ การค้นพบความจริง เพราะคำว่า founding มันแปลได้สองอย่างถูกไหมคะ แปลว่าเจอหรือค้นพบ กับก่อตั้งค่ะ


ม่านพลังที่แฮร์รี่ถือตอนนี้ผิดปกติมากเลยค่ะหลังจากเวลาผ่านมายาวนาน ในฐานะผู้ถือม่านพลังแล้วเขารู้สึกถึงความผิดปกติได้ชัดเจนมากทีเดียว สังเกตุได้จากการที่มันรู้สึกไม่ดีไปหมดเลย โอ๊ย รีบแก้เข้านะ

 

ตอนนี้แอบยาวเหมือนกันนะคะเนี่ย //ปาดเหงื่อ

 

ตอนหน้า เตรียมพบกับคาบวิชาปรุงยาที่บันเทิงที่สุด— บันเทิงสำหรับเราๆนี่ล่ะค่ะ ส่วนคนในคาบก็เป็นอีกเรื่องอ่ะนะ--


แล้วเจอกันตอนถัดไปค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 124 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #453 fai22149 (@fai22149) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:41
    อัลบัสคือตัวอย่างของคำว่า"แก่กะโหลกกะลา"
    #453
    0
  2. #433 DaisySelvin (@DaisySelvin) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 11:56
    สลิธีรินผู้ที่รัก? แฮร์รี่รักใครกันนะ? ตื่นเต้นนนน
    #433
    0
  3. #307 Wichnaree Nuch Aim (@-wichnaree17-) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 21:36
    อัสบัสนี่จริงๆก็อายุมากแล้วนะ ควรคิดอะไรดีๆได้แล้ว
    #307
    0
  4. #241 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 00:08
    อัลบัสนี่เพ้อเจ้อจริงๆ55555
    #241
    0
  5. #161 Linfa191 (@Linfa191) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 20:45
    เยี่ยมยอด!!!!
    #161
    0
  6. #159 PATPAT69 (@s-1-a-8-i-7) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 08:11
    ซัลๆกับการปรุงยา ว๊าวววว
    #159
    0
  7. #158 เหมียวขนฟู (@bloodytea) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 00:33
    ซัลในคาบปรุงยา โอ้สายลมและแสงแดด
    #158
    0
  8. #157 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 22:55

    รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    #157
    0
  9. #156 Alice12 (@paploy61244) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 22:46
    รอออ มันดีมาก
    #156
    0
  10. #155 -Cintear- (@jenny-boboo) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 22:03
    เอาเลยซัล! ให้ตาแก่นั้นโดนฟาดหน้าเข้าสักป๊าบ!
    #155
    0
  11. #154 nattha_thari (@natthasata) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 21:51
    เย้!!!!! ขอบคุณค่าาาาาาาา

    จริงๆ แอบไปอ่านต้นฉบับภาษาปะกิดแล้วรู้สึกว่ามาตามอ่านแปลไทยของคุณดีกว่าค่ะ

    แงงงงง ความรู้ภาษาปะกิดน้อยนิด 5555 ตอนหน้าสเนปปี้จะออกโรงแล้วสินะคะ!!!!!!!
    #154
    0
  12. #153 iemmei25 (@iemmei25) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 21:48

    ขอบคุณค่าา
    #153
    0
  13. #152 Minikolato (@linlin987) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 21:33

    รอค่ะะะ
    #152
    0