[ฟิคแปล] Basilisk-Born แฮร์รี่ พอตเตอร์ HP Harry Potter by Ebendbild

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 25,956 Views

  • 497 Comments

  • 1,002 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    545

    Overall
    25,956

ตอนที่ 32 : Chapter 29: 900-1000 AD Founding Haugh's Wards - ก่อตั้งฮอกส์วาร์ด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1248
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 110 ครั้ง
    24 ต.ค. 61

Chapter 29

Somewhen between 900 and 1000 AD – บางช่วงเวลาระหว่างคริสตศักราช 900 ถึง 1000

Founding Haugh’s Wards – ก่อตั้งฮอกส์วาร์ด

 

Xxx

 

ซัลไม่ได้บอกพวกเขาว่าพวกเขากำลังเดินทางไปยังปราสาทแห่งใด เขารู้จักสหายของเขาดี จะไม่มีใครยอมใช้ปราสาทหลังนี้แน่หากพวกเขารู้ว่ามันคือปราสาทคาเมล็อตในตำนาน

 

“เราถึงแล้ว” และแล้วเขาก็เอ่ยออกมา เปิดม่านพลังเพื่อให้พวกเขาได้เห็น “ยินดีต้อนรับสู่บ้านในวัยเด็กของข้า” อ่า มันเป็นวัยเด็กครั้งที่สามของเขาเองในสภาของกษัตริย์อาเธอร์แต่ซัลคิดว่าถ้าบอกความจริงไปมันคงไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไร

 

“เจ้าโตที่นี่หรือ?!” ก็อดดริกถามอย่างอัศจรรย์ใจ

 

“อ่า ประมาณนั้น” ซัลตอบ “มันเป็นบ้านของบิดา ข้ามาที่นี่เมื่อข้าอายุได้สิบห้า ตอนนี้บิดาข้าล่วงลับไปแล้วมันจึงกลายเป็นของข้า”

 

“แล้วเจ้าไม่ได้กลับมาที่นี่นานเท่าใดแล้ว?” โรวีน่าถามด้วยความลังเล พวกเขายังคงไม่ได้พูดกันถึงข้อสงสัยของโรวีน่าที่ว่าบิดาที่แท้จริงของซัลคือใคร และตอนนี้ที่นางดูเหมือนจะลืมไปแล้ว – เป็นสิ่งที่ซัลหวังว่านางจะไม่ได้สนใจอะไรมาก แน่นอนว่าวันหนึ่งนางก็จะกลับมาจำได้ แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น เขาพอใจที่จะทำราวกับว่านางไม่เคยได้ยินคำที่เขาเกือบหลุดออกมาเกี่ยวกับมเยอดินตอนที่ได้พบกันไป

 

ซัลแค่ยักไหล่ง่ายๆ

 

“ข้าไม่รู้เหมือนกัน” เขาตอบตามความจริง “แต่อย่าได้กังวลไป มันอยู่ภายใต้คาถารักษาสภาพ ไม่ควรมีอะไรเสียหายหรอก”

 

ความรู้สึกชื่นชมบนใบหน้าของคนอื่นๆเมื่อได้ย่างเท้าเข้าไปนั้นบันเทิงสำหรับซัลจริงๆ

 

“เช่นนั้น...ปราสาทหลังนี้...มันร้างมาตลอดตั้งแต่ตอนที่เจ้าออกเดินทางเลยหรือ?” เพฟเวอเรลถามตะกุกตะกัก

 

ซัลวาซาฮาร์ยักไหล่

 

“อาจจะ” เขาตอบ “แต่มันก็อาจจะไม่”

 

“เหอ?” คำถามที่ไม่ออกมาเต็มปากเต็มคำนี้เป็นของก็อดดริก

 

“มันเป็นที่พักพิง“ ซัลอธิบาย “ถ้าใครต้องการมันจริงๆ มันจะเปิดขึ้นสำหรับพวกเขาจนกว่าพวกเขาจะพร้อมจากไปอีกครา มันเป็นอย่างนี้เรื่อยมา – แม้กระทั่งตอนที่บิดาข้ายังคงอาศัยอยู่ในปราสาทแห่งนี้”

 

“ที่พักพิงหรือ?” โรวีน่าถามอย่างสนใจ

 

ซัลแค่พยักหน้ารับ

 

“ม่านพลังจะให้ใครก็ตามที่ต้องการหลบจากการถูกไล่ล่าเข้ามา ปราสาทจะปกป้องผู้อาศัยจนกว่าพวกเขาจะพร้อมไปต่อ เงื่อนไขเช่นนี้ถูกผูกติดไว้กับม่านพลังและแม้ว่าเจ้าจะอยากแก้ไข ข้าก็จะไม่เปลี่ยนมัน ดังนั้น...แม้ว่าปราสาทหลังนี้จะกลายมาเป็นโรงเรียนของเรา จงเตรียมตัวที่จะรับเหล่าผู้ต้องการความช่วยเหลือไว้”

 

“เช่นนั้น...พวกเขาก็แค่จะเข้ามาได้อย่างนั้นเลยหรือ? นั่นจะไม่เป็นอันตรายกับเหล่าศิษย์ของเราหรือ?!” เฮลก้าร้องอย่างกังวล

 

“ไม่หรอก” ซัลตอบอย่างปลอบประโลม “ไม่มีใครที่มีอยากจะทำร้ายผู้อาศัยในปราสาทจะสามารถผ่านม่านพลังมาได้ – ไม่ว่าจะต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ แต่ข้าต้องบอกเอาไว้ก่อนว่าเราอาจมีผู้อาศัยที่เราไม่ได้เตรียมตัวต้อนรับเพิ่มถ้ามีคนที่อยู่ใกล้เคียงต้องการความช่วยเหลือทันที”

 

ชั่วขณะหนึ่งคนอื่นๆต่างลังเล แต่จากนั้นก็อดดริกก็ยักไหล่ไม่สนใจอีกต่อไป

 

“ตราบใดที่เหล่าศิษย์จะยังคงปลอดภัย” เขาเอ่ยตัดบท คนอื่นๆพากันพยักหน้ายินยอมทีละคน

 

ไม่กี่นาทีต่อมา พวกเขาก็เดินเข้ามายังตัวปราสาทและซัลก็ปล่อยให้พวกเขาเดินสำรวจห้องต่างๆและอาณาบริเวณรอบปราสาท ส่วนตัวเขาเองนั้นมาอยู่ที่ห้องโถงใหญ่และเงยหน้ามองไปยังเพดาน

 

“ข้ากลับมาบ้านแล้ว อาท” เขากระซิบและความรู้สึกอบอุ่นก็โอบล้อมเขาไว้ ความอบอุ่นที่เขาคิดถึงยิ่งนัก บิดายังคงอยู่ที่นี่ - กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับศิลาของปราสาท “ข้าตัดสินใจจะใช้ที่นี่สร้างเป็นโรงเรียน” เขาเอ่ยบอกกับเงาของบิดา “มันจะยิ่งใหญ่ ข้ามั่นใจ คาเมล็อตควรเป็นสถานที่เริ่มต้นของโลกใบใหม่ - คราวนี้มันจะได้เป็นดังนั้น มันจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ด้วยเหล่าเด็กๆที่จะถูกสอนอยู่เบื้องหลังรั้วกำแพงของมัน”

 

ความอบอุ่นไล้เส้นผมของเขาและจังหวะหนึ่งซัลมั่นใจว่าบิดานั้นยินดีกับการตัดสินใจของเขา ซัลไม่รู้ว่าเขานั่งเงียบอยู่และซึมซับสัมผัสของบิดามานานเท่าใดแล้ว เมื่อประตูของห้องโถงใหญ่ถูกเปิดออกและก็อดดริกก็เดินเข้ามา

 

“ปราสาทนี้เจ๋งไปเลย!” เขาประกาศก้อง “ข้าเจอหอคอยที่ศิษย์ข้าจะนอนได้แล้ว – มันจะเป็นที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับพวกเขา!

 

“เจ้าไม่ได้หมายถึงหอคอยที่อยู่ไกลๆนั่นที่ข้าเห็นเจ้าเดินมาใช่ไหม ก็อดดริก?” โรวีน่าเอ่ยถามระหว่างที่เดินเข้ามาภายหลังสามีของนาง “เอาจริงหรือ ก็อดดริก! มันจะใช้เวลานานเกินไปกว่าพวกเขาจะมารวมตัวกันเมื่อตอนเริ่มต้นของวันจากที่นั่นนะ! แต่เจ้าพูดถูก หอคอยจะเป็นที่ที่ดีสำหรับลูกศิษย์ มันมีหอคอยหนึ่งใกล้ๆนี่ที่จะเป็นหอพักที่สมบูรณ์แบบ!

 

ก็อดดริกพรูลมหายใจออกทางจมูก

 

“อืม เพฟเวอเรลและข้าเจอห้องดีๆอยู่ตรงใจกลางปราสาท” เฮลก้าพูด เดินเข้ามาจากทางเข้าอีกทางที่เล็กกว่า “ข้าคิดว่ามันจะเป็นหอพักที่ดี - เจ้าคิดว่าอย่างไร ที่รัก?”

 

“เจ้าพูดถูก ภรรยาที่รักของข้า” เพฟเวอเรลตอบพร้อมพยักหน้า “ดีทีเดียว พื้นที่เยอะสำหรับศิษย์จำนวนมากมาย”

 

ซัลแค่แนบหน้าลงกับฝ่ามือของเขา

 

“เปลวไฟและสายลม พวกเจ้าไปมองหาหอพักกันแล้วได้อย่างไรนี่?!” เขาถาม ทอดถอนใจ “เรายังไม่ได้ตกลงกันเลยว่าเราจะเปลี่ยนที่สอนมายังปราสาทแห่งนี้!

 

“โอ้ แต่เราตัดสินใจกันแล้ว” ก็อดดริกว่า “ที่แห่งนี้สมบูรณ์แบบเป็นที่สุด!

 

อีกสามคนพยักหน้า

 

“ข้าเจอเขตห้องพักที่เราและอาจารย์คนอื่นในอนาคตจะสามารถอยู่อาศัยได้” โรวีน่าบอก “และมันก็มีหอคอยที่เราสามารถใช้จัดวาระการประชุมอย่างเป็นทางการได้”

 

“และเราก็สามารถรับเด็กๆทั้งหมดที่ส่งจดหมายมาขอรับการฝึกสอนได้แล้ว” เฮลก้าเอ่ย “มันมีที่มากพอสำหรับพวกเขา ณ ที่แห่งนี้”

 

“แต่อีกไม่นานเราจะมีจำนวนน้อยกันเกินกว่าจะสอนพวกเขาได้หมด” ซัลเอ่ย ทอดถอนใจ

 

“ไม่นาน แต่ไม่ใช่ยามนี้” โรวีน่าว่า “เมื่อถึงตอนนั้น เราจะต้องจ้างคนอื่นมาเพื่อช่วยเรา แต่สำหรับตอนนี้เราไม่ต้องทำเช่นนั้น พวกเรายังเพียงพออยู่ สำหรับตอนนี้”

 

“แต่บางทีเราควรจะแบ่งเหล่าลูกศิษย์กันไปนะ” ก็อดดริกเสนอ “เพื่อที่ทุกคนจะไม่ต้องดูแลเด็กทั้งหมดทุกคน มันจะง่ายกว่าสำหรับเหล่าศิษย์ถ้าพวกเขารู้ว่าจะต้องไปหาใครและเราเองก็ไม่ต้องดูแลพวกเขาทั้งหมดด้วย”

 

“และเจ้าวางแผนจะแบ่งพวกเขาอย่างไร?” เพฟเวอเรลถาม

 

“อา เราสามารถคัดเลือกพวกเขาได้จากลักษณะนิสัยนะ เพื่อที่นิสัยของพวกเขาจะได้เข้ากับพวกเรา” เฮลก้าเอ่ยอย่างกระตือรือร้น

 

“เราจำเป็นต้องทำอย่างนั้นจริงๆหรือ?” ซัลถามครานี้อย่างอ้อนวอน

 

“อืม ข้าคิดว่ามันยอดเยี่ยม!” โรวีน่าบอก “มันจะเป็นเรื่องง่ายกว่าในการหาเพื่อนถ้าพวกเขามีสิ่งที่เหมือนๆกันอยู่ และเราสามารถช่วยพวกเขาได้ดีกว่าด้วยถ้าพวกเขาคิดเหมือนเรา”

 

“แต่มันจะเหมาะสมสำหรับเด็กๆหรือที่จะไปขอคำปรึกษาจากเจ้า โรวีน่า? อย่างไรเจ้าก็เป็นสตรี – เจ้าไม่ควรอยู่กับชายอื่นโดยที่พี่ชายของเจ้าหรือก็อดดริกไม่อยู่ใกล้ๆ...” ซัลว่า

 

โรวีน่าแค่ยักไหล่ใส่ไม่ใส่ใจมากมาย

 

“ข้าไม่คิดว่าเหล่าลอร์ดจะสนใจอีกต่อไปแล้วเมื่อมันเป็นข้าที่แหกธรรมเนียมปฏิบัติ” นางตอบและซัลก็รู้ว่านางพูดถูก ช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้นางมีชื่อเสียงขึ้นมาในฐานะอาจารย์ – และฐานะอาจารย์ของนางได้เอาชนะน้ำหนักของฐานะสตรีของนางไปเรียบร้อย ปีที่แล้วก็อดดริกและเพฟเวอเรลเองก็หยุดเข้าไปอยู่ในห้องเดียวกันตอนที่เฮลก้าและโรวีน่าสอนแล้วหรือกระทั่งตอนที่สตรีทั้งสองนางอยู่กับซัลวาซาฮาร์เองก็ด้วย

 

ซัลรู้ว่าเหล่าลอร์ดรู้และก็ไม่ได้ทักท้วงอีกต่อไป ก็อดดริกนำความตั้งใจของเขาที่ว่าจะปล่อยให้โรวีน่าสอนโดยไม่ต้องมีชายมาคอยดูแลขึ้นมาในที่ประชุมของเหล่าลอร์ดรอบที่แล้วและเหล่าลอร์ดเองก็แค่ค้อมหัวให้ โรวีน่าและเฮลก้าได้ทิ้งสถานะสตรีของพวกนางไว้เบื้องหลังแล้วเรียบร้อยในสายตาของโลกเวทมนตร์ – แน่นอนว่าจะไม่มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นถ้าหากโรวีน่าและเฮลก้าไม่ได้แต่งงานแล้วเรียบร้อย...

 

“งั้นเจ้าไม่มีอะไรมาค้านอีกแล้วใช่ไหม?” เฮลก้าถามเมื่อซัลไม่พูดอะไร เขาแค่ถอนหายใจและส่ายศีรษะยอมแพ้

 

“เช่นนั้นเราก็จะคัดสรรพวกเขาด้วยลักษณะนิสัย” โรวีน่าเอ่ยอย่างผู้ชนะ

 

“อา เช่นนั้นเจ้าควรรับคนที่ไม่สามารถหยุดเรียนรู้ได้ไป” ก็อดดริกว่าหยอกๆ “เจ้าก็รู้ พวกรู้มากทั้งหลายและหนอนหนังสือ!

 

“และเจ้าก็จะรับเอาพวกกล้าหาญอย่างโง่เง่าที่ทำก่อนคิดไป” เพฟเวอเรลร้องหึ

 

“อา ข้าจะรับผู้ที่ขยันขันแข็งไว้” เฮลก้าเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ “ตราบใดที่พวกเขาภักดีต่อสหายและครอบครัว นิสัยอื่นใดนั้นไม่สำคัญ”

 

“แล้วเจ้าเล่า เพฟเวอเรล?” ซัลถาม รู้อยู่แล้วว่าชายตรงหน้าไม่มีทางคิดก่อตั้งบ้านขึ้นมาแน่

 

“ข้าจะไม่รับใครทั้งนั้น” เพฟเวอเรลตอบเหมือนกับที่คาดไว้ “ข้าเป็นหน้าเป็นตาทางการของพวกเรา – ข้ามีเรื่องต้องทำเยอะอยู่แล้วโดยที่ไม่ต้องมีเด็กมาตามติดไปทุกที่ที่ข้าไป แต่เจ้า ซัลลาซาร์ ควรรับเหล่าผู้ที่เปี่ยมด้วยเล่ห์และเหลี่ยมจัดเข้าไป”

 

“และผู้ที่ทะเยอทะยาน” เฮลก้าเสริม

 

ซัลร้องหึ

 

“มนุษย์ทุกคนมีความทะเยอทะยาน เจ้าไม่มีทางทำอะไรได้ในโลกนี้โดยปราศจากความทะเยอทะยาน ข้าไม่คิดว่านั่นควรเป็นลักษณะที่ใช้กับบ้าน...” เขากล่าว

 

“ข้าคิดว่าควรใช้นะ!” เฮลก้าค้าน “มันแค่เข้ากับเจ้าเอามากๆ ซัลลาซาร์!

 

“แล้วทำไมเจ้าคิดเช่นนั้นเล่า?” ซัลวาซาฮาร์ถามขมวดคิ้วแน่น – ซัลไม่ชอบสิ่งที่มันกำลังจะนำไปสู่เลย เขายอมแพ้ไม่ทักท้วงแก้ไขชื่อของเขาตอนที่พวกเขาเรียกชื่อผิดแต่เขาจะไม่รับเด็กๆที่เปี่ยมด้วยเล่ห์ เหลี่ยมจัดและทะเยอทะยานเด็ดขาด! ไม่มีทาง!

 

“เพราะว่านั่นคือสิ่งที่เจ้าเป็น” โรวีน่าบอก

 

ซัลร้องหึ

 

“เสียที่ไหนเล่า” เขาเอ่ยนิ่งๆ

 

“คิดดูสิ” ก็อดดริกพูด “เจ้าช่วยข้ามาครั้งหนึ่ง - และเจ้าเองก็ฉลาดพอจะไม่พุ่งเข้ามา เจ้าใช้เล่ห์กลในการช่วยข้าและคนอื่นๆ เหลี่ยมจัดแน่นอน”

 

“และมากด้วยเล่ห์” เฮลก้าเสริม

 

“และเจ้านั้นก็ทะเยอทะยาน” โรวีน่าว่า “เจ้าไม่ยอมให้เราพุ่งออกไปพร้อมกับแผนกึ่งสุกกึ่งดิบ เจ้าทะเยอทะยานมากพอจะวางแผนล่วงหน้าไว้ และเจ้าไม่ยอมให้ศิษย์ของเจ้าเป็นอะไรอย่างอื่นนอกจากเก่งที่สุด และมันยังมีแผนที่เจ้าคิดจะสอนพวกเด็กหญิงอีก – อย่าบังอาจปฏิเสธเชียว! ข้ารู้ว่าเจ้ายังไม่ยอมแพ้ในเรื่องนี้และข้ารู้ว่าเจ้าจะทำสำเร็จในวันหนึ่ง! ถ้านั่นมิใช่ความทะเยอทะยาน เช่นนั้นมันคืออะไร?!

 

“รีน่าพูดถูก” เพฟเวอเรลกล่าว “เจ้าอยากให้ศิษย์ของเราออกมาดีที่สุด - และแม้กระทั่งตอนที่พวกเขาดีอยู่แล้วเจ้าก็ยังอยากให้พวกเขาดีกว่านี้!

 

“ใช่ แต่ –“ ซัลเอ่ย ยังคงประท้วงอยู่

 

“อา งั้นก็ตามนี้” ก็อดดริกขัดเขา “จุดหมายถัดไป หอพัก! กริฟฟินดอร์ผู้กล้าหาญของข้าจะใช้หอคอยที่ข้าตัดสินใจให้เป็นหอพัก!

 

“กริฟฟินดอร์หรือ?!” เฮลก้าถาม

 

“อา – เราต้องตั้งชื่อให้พวกเขาเป็นสักอย่างสิ” ก็อดดริกตอบอย่างไม่ยี่หระ “และข้าไม่อาจเรียกพวกเขาว่า เลอเฟย์ได้ ในเมื่อเลอเฟย์เป็นนามตระกูลและมันจะมีถึงสองเพระว่ารีน่าเองก็เป็น เลอเฟย์เช่นกัน และข้าไม่อยากเรียกพวกเขาด้วยนามของข้าเอง – มันแค่จะรู้สึกประหลาดไปน่ะสิ!

 

“เจ้าก็เลยจะใช้ชื่อเล่นสินะ” เพฟเวอเรลกล่าวพลางส่ายศีรษะ

 

“เจ้ามีความคิดที่ดีกว่านี้ไหมเล่า?” ก็อดดริกถามพลางเลิกคิ้วขึ้น

 

“ก็...ไม่หรอก” เพฟเวอเรลตอบ

 

“อืม ข้าชอบนะ!” โรวีน่าเอ่ย “ข้าจะใช้อะไรแบบนั้นด้วยแล้วกัน!

 

“เช่นนั้นเจ้าควรใช้คำว่า เรเวนส์คลอ (Raven’s Claw - กงเล็บของนกกา)” เฮลก้าพูด ชี้ไปที่มือของโรวีน่าที่มีรอยแผลเป็นคู่ขนาน “นกเรเวนเป็นนกที่ชาญฉลาดและกงเล็บนั้นจะชี้ถึงตัวเจ้า”

 

“หรือเจ้าก็รวมมันกลายเป็น เรเวนคลอ (Ravenclaw)ไปเลย” ก็อดดริกแนะ โรวีน่าคิดถึงมันอยู่เพียงไม่กี่วินาที จากนั้นนางก็แย้มยิ้ม

 

“เอาตามนั้น” นางประกาศ “ศิษย์ของข้าจะเป็นเรเวนคลอผู้รอบรู้!

 

“และข้าจะเรียกศิษย์ของข้าว่า ฮัฟ-เดอะ-พัฟ (Huff-the-puff)” เฮลก้าประกาศ คนอื่นๆจ้องมาที่นาง “อะไรเล่า?! ข้าชอบเสียงของมันนะ - และข้าชอบกินขนมด้วย - นั่นก็คือ พัฟ (Puff - ขนม)อย่างไรเล่า!

 

“แต่ทำไมต้อง ฮัฟ (Huff - สูดดม)เล่า?!” โรวีน่าถาม

 

เฮลก้ายักไหล่ใส่

 

“เพราะว่านางคิดว่าขนมเหล่านั้นส่งกลิ่นหอมหวนที่นางอยากได้กลิ่นของมันในทุกที่...” เพฟเวอเรลตอบพลางพรูลมหายใจออกมาทางจมูก

 

เฮลก้าแลบลิ้นใส่เพฟเวอเรล สามีของนางแค่ยิ้มกว้างตอบกลับมา

 

“ข้าพูดถูกล่ะสิ ไม่ใช่หรือ?” เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มแสยะ

 

“ถึงจะถูก – ข้าก็จะเรียกบ้านของข้าว่า ฮัฟ-เดอะ-พัฟ อยู่ดี!

 

“อย่างน้อยทำให้มันเป็น ฮัฟเฟิลพัฟ (Hufflepuff)หน่อยเถอะ! อย่างนี้จะได้ไม่มีใครรู้ว่าทำไมมันถึงได้ถูกเรียกเช่นนั้น - หรือเจ้าอยากให้ศิษย์ของเจ้ารู้สึกอับอายถ้าพวกเขาต้องบอกชื่อบ้านของพวกเขาให้คนอื่นรู้?” โรวีน่าเอ่ย กลอกตาไปมา

 

เฮลก้ายักไหล่

 

“ก็ได้ ถ้าข้าต้องทำ” นางยอมลงให้ “ฮัฟเฟิลพัฟแล้วกัน มันเป็นชื่อที่น่ารักดีนี่ ไม่ใช่หรือ?”

 

“อืม...ถ้าเจ้าต้องเรียกพวกเขาเช่นนั้น” เพฟเวอเรลถอนหายใจ “พวกเขาเป็นศิษย์เจ้า ถ้าเจ้าอยากเรียกพวกเขาว่าฮัฟเฟิลพัฟก็ตามนั้น”

 

“เช่นนั้น...ก็เหลือซัลลาซาร์” โรวีน่าเอ่ย “เราจะเรียกเด็กๆของเจ้าว่าอย่างไรดี?”

 

ซัลขมวดคิ้ว เขาไม่ชอบสิ่งที่บทสนทนานี้กำลังนำไปสู่เลยแม้แต่น้อย

 

เด็กๆของซัล (Sal’s)’ เป็นอย่างไร?” เขาถาม

 

“ไม่ ไม่ยอมรับ เราใช้ชื่อเล่นกันทั้งหมด เจ้าก็ต้องทำด้วย”

 

“ซัลเป็นชื่อเล่น” ซัลโต้

 

“แต่ไม่ดีสำหรับเป็นชื่อหอ” โรวีน่าว่า

 

“อา – ลูกศิษย์ข้าไม่ต้องมีหอพัก แล้วทำไมต้องมาตั้งชื่อด้วย?” ซัลโต้ตอบอีกครั้ง

 

“เจ้าไม่มีที่สำหรับใช้เป็นหอพักหรือ?” เฮลก้าถามอย่างประหลาดใจ

 

ซัลส่ายศีรษะปฏิเสธ

 

“ไม่มี” เขาตอบ “ที่ข้ารู้ก็คือห้องเรียนของข้าจะอยู่ในห้องใต้ดิน ข้าต้องใช้อุณหภูมิที่คงที่สำหรับเก็บวัตถุดิบปรุงยา”

 

“อืม – เช่นนั้นหอพักของเจ้าก็ควรอยู่ใกล้ๆ” ก็อดดริกตัดสินใจ “ข้ามั่นใจว่ามันมีห้องจำนวนมากพอในห้องใต้ดินสำหรับเป็นหอพัก”

 

ซัลทำได้แค่ทอดถอนใจ พวกเขาอยากจะทำมันจริงๆเลยใช่ไหมนี่?! อย่างน้อยมันก็ไม่มีทางที่พวกเขาจะคิดชื่อเล่นนั่น...ออกมาได้หรอก ใช่ไหม? ไม่ ซัลรู้สึกพอใจเพราะว่าไม่ว่าอะไรก็ตามที่พวกเขาตัดสินใจไป - ประวัติศาสตร์ยังไม่ได้ถูกเขียน!

 

“เช่นนั้นก็เหลือแค่ชื่อเล่นแล้ว” เฮลก้าเอ่ยในจังหวะนั้นพร้อมรอยยิ้มกว้าง

 

“นั่นควรจะเป็นเรื่องง่ายๆ” โรวีน่าต่อ

 

“และเราควรตั้งชื่อให้เขาด้วย” เพฟเวอเรลว่า ยิ้มกว้างอย่างชั่วร้ายพอๆกับภรรยาของเขา “ถ้าเป็นอะไรที่มีคำว่า สะลาย (Sly - มากเล่ห์)เล่า?”

 

ซัลรู้สึกไม่ดีขึ้นมาในทันที พวกเขาไม่สามารถ...พวกเขาจะไม่...

 

“อืม...ควรจะเป็นเกี่ยวกับงูด้วย ดูเสื้อผ้าเขาสิ งูดูเหมือนจะสำคัญกับเขานะ” ก็อดดริกเพิ่มเติม

 

“แล้วคำว่า สลิเธอริ่ง (Slithering – เลื้อย) ล่ะ?” โรวีน่าถาม “เหมือนกับงูเลื้อย มันเหมาะนะ เขาทำให้ข้าตกใจตลอดเพราะข้าไม่ได้ยินเขาเดินมา!

 

“ข้าคิดว่า สะลาย (Sly) เหมาะกว่า”

 

“แล้วถ้าไม่เอาอะไรเลยเล่า?” ซัลแทรก หวาดหวั่นกับสิ่งที่บทสนทนานี้กำลังนำไปสู่

 

ประวัติศาสตร์ยังไม่ถูกเขียนขึ้นเลย! นามนั้นไม่ควร...ไม่ควรถูกกำหนดเอาไว้แล้ว!

 

“เงียบไปเลย!” เป็นคำตอบที่เขาได้รับ และซัลก็ทำได้แค่เพียงตามฟังบทสนทนาด้วยดวงตาเบิกกว้าง

 

พวกเขาไม่สามารถ...พวกเขาจะไม่...

 

“ขอข้าพูดอะไร – “ เขาเริ่มพูดอีกครั้ง แต่ก็โดนคนอื่นๆดุ - อีกครั้ง

 

“ไม่! เราจะเลือกชื่อเล่นให้เจ้า!” ก็อดดริกว่า

 

“เจ้าไม่ยอมตั้งเองตอนที่มีโอกาส” เฮลก้าแทรกขึ้นมา

 

“แค่รอไป ซัลลาซาร์ เราคิดได้ไวพอน่า” เพฟเวอเรลสัญญาอย่างชั่วร้าย “เราก็คิดอันอื่นได้ไวเหมือนกัน”

 

“เฮ้ ถ้าเป็น สลิธีริน (Slytherin) เล่า?” โรวีน่าเอ่ยในจังหวะนั้นพร้อมรอยยิ้มกว้างง “มันจะรวมทั้งคำว่าเลื้อย (Slithering) และมากเล่ห์ (Sly) เลยนะ!

 

นี่พวกเขา...

 

“ความคิดดี เรเวนคลอ!” ก็อดดริกเอ่ย ยามนี้ยิ้มแสยะอย่างชั่วร้าย คนอื่นๆเองก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

 

“อา - สลิธีรินสินะ” เพฟเวอเรลกล่าว ยังคงยิ้มกว้างอยู่

 

“แล้วถ้าข้าไม่ชอบมัน?” ซัลถามดูอีกครั้ง พยายามจะหลีกเลี่ยงโชคชะตาของเขาเอง

 

“เจ้าไม่มีสิทธิ์พูดอะไรแล้ว สลิธีริน” ก็อดดริกพูด หัวเราะลั่น “ข้าไม่มีสิทธิ์เลือกของข้า เจ้าไม่มีสิทธิ์เลือกของเจ้า – ง่ายใช่ไหม”

 

“แต่คนอื่นๆ...”

 

“เจ้าไม่ได้คว้าโอกาสเอาไว้เอง – และตอนนี้เจ้าก็จะต้องอยู่กับชื่อที่เราเลือกให้ศิษย์ของเจ้าแล้วล่ะ” โรวีน่าเตือนเขา

 

“ถูก” ก็อดดริกว่า “และมันก็เข้ากับชื่อของเรากัน มองมันเป็นแบบนั้น ดีไหม?”

 

“เจ้าหมายความเช่นไร พี่ชายข้า?” เฮลก้าถาม

 

เพฟเวอเรลหัวเราะออกมาทันใด

 

“เจ้าพูดถูกก็อดดริก มันเข้ากันดีจริง! ก็อดดริก กริฟฟินดอร์ โรวีน่า เรเวนคลอ เฮลก้า ฮัฟเฟิลพัฟ – ซัลลาซาร์ต้องใช้อะไรที่เริ่มด้วยตัวเอส! ซัลลาซาร์ สลิธีรินเข้ากันอย่างสมบูรณ์แบบเลย!

 

ซัลทำได้แค่ลอบถอนหายใจอยู่ภายใน

 

คนอื่นๆค่อยๆวางแผนผังห้องเรียนใหม่ในปราสาทอย่างเรื่อยๆเปื่อยๆ พวกเขาต่างพอใจกับชื่อที่เลือก – ทุกคนยกเว้นซัล แต่คนอื่นๆก็ไม่ได้ถูกตั้งชื่อตามตัวร้าย – และคนอื่นๆเองก็ไม่รู้เกี่ยวกับอนาคตกัน...

 

“คราวนี้ข้าแค่ต้องหาบาซิลิสก์สักตัวแล้วขอให้มันมาอยู่ที่นี่...” เขาคิดอย่างประชดประชัน

 

“เอาน่า ซัลลาซาร์! เจ้าจะเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันเอง ซัลลาซาร์ สลิธีรินฟังดูดีมากรู้ไหม? เราน่าจะโด่งดังกันด้วยนามเหล่านี้แหละ!” ก็อดดริกกล่าว “และมันจะแยกพวกเราออกจากกันอย่างชัดเจนด้วย มันจะมีปัญหาน้อยลงถ้าเราใช้ชื่อที่เราเลือกกัน คิดว่าอย่างไร ศาสตราจารย์สลิธีริน? เจ้าไม่รู้หรอกว่ามันตลกขนาดไหน!

 

“และเจ้าเองก็ไม่รู้ว่าเจ้าเพิ่งตั้งชื่อให้ข้าเป็นผู้ก่อตั้งคนที่สี่ของโรงเรียนเวทมนตร์แห่งแรกของโลก” ซัลคิดพลางทอดถอนใจอีกครั้งภายใน “และไม่ใช่แค่ผู้ก่อตั้งคนที่สี่ แต่เป็นผู้ก่อตั้งที่ ชั่วร้ายเสียด้วย”

 

ดังนั้นมันก็เลยเหลือเพียงคำถามเดียวเท่านั้น ซัลทำอะไรลงไปถึงได้มีภาพลักษณ์ชั่วร้ายเช่นนั้นในอนาคต – เพราะว่าเขามั่นใจว่าเขาจะไม่เลือกเส้นทางของความชั่วร้ายในอีกไม่กี่ทศวรรษต่อจากนี้แน่...

 

“มาเถอะ ซัลลาซาร์!

 

รอบนี้ซัลส่ายศีรษะและก็เลิกคิด เขาต้องทำอย่างอื่น เช่นวางแผนหอพักสำหรับสลิธีรินของเขาและก็การเปลี่ยนแปลงของปราสาทหลังนี้...

 

Xxx

 

และ ปราสาทก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจริงๆ ระหว่างที่เด็กๆกลับบ้านกันไปในฤดูเก็บเกี่ยว เหล่าอาจารย์ทั้งหลายตัดสินใจที่จะตกแต่งตระเตรียมปราสาทสำหรับเหล่าศิษย์ - อืม พวกเขาก็เตรียมพร้อมกัน และซัลก็สงสัยว่ามันสำหรับเหล่าศิษย์อย่างเดียวแน่หรือ...หรือสำหรับเหล่าศิษย์จริงๆหรือ...

 

วันหนึ่งซัลตื่นขึ้นและเดินเข้ามาให้ห้องโถงใหญ่ – เพื่อที่จะได้เห็นเพดานกลายเป็นเหมือนกับอากาศด้านนอก

 

“เจ้าชอบไหม ซัลลาซาร์?” โรวีน่าถามพร้อมรอยยิ้ม “เฮลก้าและข้าฝึกคาถาแบบนี้มาเป็นปี เราคิดว่าใช้มันที่นี่คงจะเยี่ยมไปเลย”

 

“ดีจริงๆนั่นแหละ” ซัลตอบ จ้องไปยังเพดานที่เขาเคยรักนักหนา เพดานของบ้านหลังแรกของเขา

 

ในจังหวะนั้นเองก็อดดริกก็เดินเข้ามา

 

“ใครเสกให้บันไดมันเลื่อนน่ะฮะ?!” เขาถามอย่างอัศจรรย์ใจและก็เคืองๆหน่อย “พวกมันเลื่อนหนีข้าหมดเลยตอนที่ข้าเข้าไปใกล้มัน!

 

“อา มันคงต้องปรับเพิ่มอยู่” โรวีน่าตอบ “แต่มันจะยอดเยี่ยมเมื่อข้าพร้อม และอย่างห่วง – ข้าจะลงมนตร์ให้มันเลื่อนไปตามที่เราต้องการ”

 

“ดีจริง” เฮลก้าแสดงความเห็นเมื่อนางเดินเข้ามาพร้อมกับสามีของนาง “ใครลงมนตร์ใส่บันไดน่ะ? ข้าชอบมันจริง!

 

ก็อดดริกทำได้แค่เพียงถอนหายใจและมองมาที่ซัลอย่างร้องขอ ซัลยักไหล่

 

“ข้าอยู่ในห้องใต้ดิน บันไดไม่รบกวนข้าแน่นอน” เขาเอ่ย ยิ้มกว้างอยู่ภายในใจ

 

“เจ้ามันชั่วร้าย ซัลลาซาร์” ก็อดดริกว่า “ชั่วร้ายมากๆ”

 

ซัลแค่ยักไหล่ใส่และตัดสินใจจะปิดบันไดสำหรับบริวารและทางลับต่างๆในกำแพงด้วยภาษาพาร์เซล – นั่นจะป้องกันไม่ให้โรวีน่าหามันเจอและสาปมัน – และมันคือ การสาป แน่ๆแม้ว่านางจะปฏิเสธและเรียกมันว่า การลงคาถา – และของแถมก็คือการที่มันจะป้องกันไม่ให้ก็อดดริกไปใช้บันไดอื่นนอกจากบันไดหลักด้วย...

 

และก็อดดริกก็สมควรได้รับมันแล้ว ซัลยังไม่ยกโทษให้เขาเรื่องตั้งชื่อเล่นให้หอพักและพวกเขา...

 

ดังนั้นซัลเลยหนีจากห้องโถงใหญ่ไปปิดบันไดสำหรับบริวารและทางลับต่างๆเสียก่อนที่โรวีน่าจะไปหามันเจอ สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ในตอนท้าย คืองูศิลาเล็กๆอยู่ที่ที่เคยเป็นทางเข้าไปยังบันไดสำหรับบริวาร

 

“น่าจะพอแล้ว” ซัลตัดสินใจ ยังคงยิ้มกว้างอยู่

 

เพฟเวอเรลตัดสินใจจะไปปิดป้องกันห้องของเขา – ห้องที่ว่าเป็นห้องสาธารณะ – จากน้องสาวของเขา เขาลงมนตร์ใส่การ์กอยล์และบันไดเพื่อที่พวกมันจะเลื่อนขึ้นด้านบน รูปปั้นการ์กอยล์กลายเป็นยามปกป้องห้องของเขาแทน – ห้องทำงานที่ภายหลังเหล่าอาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์จะได้ใช้เป็นห้องทำงานกัน

 

เฮลก้า ก็อดดริกและโรวีน่านำความคิดของเขาไปใช้และเปลี่ยนประตูที่เข้าไปยังหอพักของพวกเขาเพื่อที่มันจะเปิดก็ต่อเมื่อมีรหัสผ่านเท่านั้น ก็อดดริกแขวนรูปมารดาของเขาไว้หน้าทางเข้าหอพักของเขา

 

“แบบนี้ นางจะได้ไม่ตามข้าไปทุกแห่งหนในบ้าน” เขาบอกคนอื่นตอนที่เขาถูกถามว่าทำไมทำแบบนั้น

 

โรวีน่าเสกให้กลอนประตูของนางถามปัญหาเชาว์ก่อนจะให้เข้าไปได้

 

“พวกเขาจะได้คุ้นชินกับการแก้ปัญหาเชาว์” นางบอก

 

เฮลก้าเองก็ใช้รูปภาพแขวนไว้หน้าประตูเช่นกันและใช้ทำนองของชื่อเล่นเป็นรหัสผ่านสำหรับเข้าไป

 

ซัลเฝ้ามองพวกเขาทั้งหมดจนกระทั่งเขารู้มาตรการรักษาความปลอดภัยทุกอย่าง จากนั้นเขาก็แค่เสกให้ทางเข้าหอพักของเขาหายไปเหลือเพียงกำแพงศิลา เขาปิดมันไว้ด้วยรหัสผ่านธรรมดาและรหัสรักษาความปลอดภัยเป็นภาษาพาร์เซลสำหรับเขาเองโดยเฉพาะ

 

“ก็อดดริก” ซัลพูดขึ้นในวันหนึ่ง

 

“เหอ?”

 

“ข้าต้องการแรงบันดาลใจสำหรับตกแต่งหอพักข้าสักหน่อย...”

 

ก็อดดริกมองเขาแบบว่างเปล่าไปสักพัก จากนั้นดวงตาของเขาก็วาววับขึ้น

 

“โอ้! ได้สิ! เจ้าอยากเห็นหอของข้าหรือไม่?”

 

“เอ่อ...ขอข้าดูได้หรือไม่?”

 

“แน่นอน! มาเร็ว ไปหอคอยกริฟฟินดอร์ดูกันเถอะ!

 

เมื่อพวกเขาไปถึงยังรูปภาพ ก็อดดริกก็เอ่ยรหัสผ่านและพวกเขาก็เดินเข้าไป

 

หัองมันเป็นสีแดง

 

แดงแบบแดงมาก

 

แดงเต็มไปหมดเลย

 

และอะไรก็ตามที่ไม่ใช่สีแดงก็ทอง

 

“เจ๋งใช่ไหมเล่า?” ก็อดดริกถาม “ข้าลงคาถาเองเลยนะ”

 

ซัลคิดได้แค่ว่าในอนาคตต้องมีคนปรับให้โทนมันหม่นลงแน่ๆ

 

“เอ่อ...ใช่ เจ๋งดี....ตอนนี้ข้ามีแรงบันดาลใจแล้ว...” ซัลกล่าว

 

“เยี่ยมเลย”

 

ซัลยินดีที่จะออกมาด้านนอกอีกครั้งหลังจากเขาถูกพาไปชมหอพักสำหรับเด็กผู้ชายและห้องซักล้างที่ถูกเพิ่มเข้ามา – ใช่ว่ามันต้องมีประปาอะไร ห้องซักล้างนั้นถูกเชื่อมเข้ากับท่อที่ถูกลงคาถาไว้จบลงที่อ่างให้นำน้ำสะอาดเข้ามาและท่อน้ำทิ้งที่นำน้ำที่ถูกใช้แล้วออกไป มันเป็นสิ่งที่เฮลก้าคิดขึ้นและผู้ก่อตั้งคนอื่นๆก็นำความคิดไปใช้

 

ซัลเดาว่าวิธีเดิมคงไม่ได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงในเวลาดั้งเดิมของเขา – ใช่ว่าเขาจะสามารถพิสูจน์ได้ ในเมื่อเขาติดอยู่ในอดีตอย่างนี้

 

ดังนั้นเมื่อซัลหนีจากก็อดดริกมาได้ในที่สุดซัลก็ดิ่งไปหาเฮลก้าทันที

 

“เฮลก้า” เขาว่า “ข้าขอเข้าไปดูหอพักของเจ้าได้หรือไม่? ข้าต้องการบางอย่างมาล้างตาจากสีแสบๆที่ข้าเจอเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา”

 

เฮลก้าแค่เลิกคิ้วใส่เขา

 

“เจ้าไปทำอะไรมา ซัลลาซาร์?” นางถาม

 

“ข้าคิดว่ามันเป็นความคิดที่ดีที่จะไปถามก็อดดริกสำหรับแรงบันดาลใจในการตกแต่งหอพัก...”

 

“โอ๊ย” เฮลก้าว่า “ข้าเดาว่าเราควรหวังว่าศิษย์ของก็อดดริกจะตาบอดสี...อา มาสิ ข้าจะพาไปดู”

 

ไม่กี่นาทีถัดมาซัลก็เข้ามายังหอพักที่สองของวันนี้

 

หอพักของเฮลก้านั้นถูกตกแต่งด้วยสีดำและเหลือง

 

“ข้าตัดสินใจจะใช้สองสีนี้เป็นตราประจำบ้าน” นางอธิบาย

 

“ตรา?!” ซัลกล่าว “ทำไมจู่ๆทุกคนถึงได้พูดถึงตรากันวันนี้นี่!

 

เฮลก้าจ้องเขาอย่างว่างเปล่า

 

“เพราะว่าเรากำลังจะก่อตั้งบ้าน ซัลลาซาร์” นางเอ่ย “บ้านทั่วไปทุกบ้านมีตราประจำบ้าน – ดังนั้นแน่นอนว่าเราถึงได้พูดถึงตรากัน รีน่าและก็อดดริกบอกว่าเราควรใช้สัตว์เป็นส่วนหนึ่งของตรา ข้าเลยตัดสินใจจะใช้แบดเจอร์สำหรับฮัฟเฟิลพัฟ ก็อดดริกบอกว่าเจ้าจะใช้งูแน่ เขาจะใช้สิงโตและรีน่าพูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับนกอินทรีย์...”

 

“เอ่อ...อาฮะ” ซัลกล่าวและออกจากห้องไปในที่สุดหลังจากกล่าวชมตามมารยาทไป ห้องของเฮลก้าไม่ได้แย่เท่าก็อดดริกแต่ก็ยัง...

 

ซัลเข้ามาที่ห้องใต้ดินของเขาและสิ่งแรกที่เขาทำคือทำให้ห้องสว่างขึ้นโดยเสกให้ผนังห้องด้านนอกล่องหนด้วยรูนส์เพื่อที่จะได้มองเห็นใต้ทะเลสาบ จากนั้นเขาก็ใช้สีเขียวหม่นและสีเงินในการเน้นบางส่วนสำหรับห้องนั่งเล่นรวม

 

เขาอาจจะไม่พอใจในชื่อบ้านของเขา แต่เขาดีใจขึ้นมาทันทีที่เขาได้บ้านสลิธีริน อย่างน้อยสีเขียวก็ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ที่บ้าน - และมันไม่ได้ฆ่าเขาได้ทันทีเพียงแค่มองเหมือนกับสีแดงของก็อดดริก!

 

“งั้น...สีตราประจำบ้านของข้าคือสีเขียวและเงิน” เขาสรุป – ใช่ว่าเขาจะไม่รู้มาก่อน “โน้ตถึงตัวเอง ถ้ารู้ว่าใครปรับโทนสีแดงกับทองในหอคอยกริฟฟินดอร์ให้หม่นลงแล้วล่ะก็ต้องให้รางวัลแล้ว!

 

ในคืนนั้นเขาใช้ความรู้ที่เขามีจากวันก่อนหน้าและลอบเข้าไปในหอพักกริฟฟินดอร์และฮัฟเฟิลพัฟ เขาลงคาถาให้ส่วนหนึ่งของหอพักและเพิ่มคาถาให้คนอื่นๆลืมเกี่ยวกับหอพักที่เขาซ่อนไว้ไป คาถาที่เขาใช้นั้นเป็นศาสตร์มืดอย่างแน่นอน – มันเป็นคาถาที่เขาเรียนมาจากมอร์กาน่า – แต่ซัลไม่ได้สนใจอะไร เขาเป็นพ่อมดมืดอยู่แล้ว ไม่ว่าเขาจะใช้คาถานั่นหรือไม่ก็ตาม อย่งไร ทุกอย่างที่เขาได้เรียนมาจากบิดาเขา มเยอดินเองก็ถูกระบุว่าเป็นศาสตร์มืดไปหมดแล้วตั้งแต่เกือบสองร้อยปีที่แล้ว

 

ซัลแค่ไม่สนใจอีกต่อไปตราบใดที่คาถาที่เขาใช้จะไม่ทำร้ายใคร...

 

หลังจากเขาซ่อนหอฮัฟเฟิลพัฟและกริฟฟินดอร์ไปแล้วเขาก็เข้าไปยังหอคอยเรเวนคลอ – การตอบปัญหาเชาว์นั้นทำให้เขาเข้าไปได้ง่ายกว่า - และทำแบบเดียวกัน หอที่ถูกซ่อนเหล่านี้จะกลายมาเป็นหอพักของเด็กผู้หญิง ซัลแค่ต้องคิดคาถาทั้งหมดที่เขาตั้งใจจะเพิ่มและชักจูงให้คนอื่นๆยอมรับเด็กหญิงมาสอนในโรงเรียนด้วย – ใช่ว่าตอนนี้พวกเขาจะเรียกมันว่า โรงเรียนกัน

 

หลังจากนั้นเขาก็กลับไปยังหนึ่งในโครงการใหญ่ของเขา ห้องแห่งความลับ เขาสร้างห้องนั้นลึกลงไปในโรงเรียน ให้มันใหญ่มากพอที่ศิษย์ทั้งหมดจะเข้าไปอยู่ในนั้นได้ ในกรณีฉุกเฉิน เขารวมทางออกเอาไว้ด้วย – ไปจบที่หลังหมู่บ้านฮอกมีดส์ในภูเขาที่ยังคงอยู่ตรงนั้นตั้งแต่ยุคของอาเธอร์ เขาปิดมันด้วยม่านพลังที่ขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้เข้ามาและก็รหัสผ่านภาษาพาร์เซล จากด้านในมันจะเปิดขึ้นง่ายๆเมื่อทาบมือไปบนกำแพง

 

จากนั้นเขาก็เชื่อมบันไดสำหรับบริวารเข้ากับห้องแห่งความลับ บันไดนี้จะเชื่อมกับหอพักของผู้ก่อตั้งคนอื่นๆด้วย - แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ก็ตาม เขาเปลี่ยนทางเข้าให้เปิดออกในกรณีฉุกเฉินและลงมนตร์ให้บันไดบริวารนั้นนำเหล่าศิษย์มาที่แห่งนี้โดยอัตโนมัติ

 

“เจ้ากำลังทำอะไรอยู่หรือ?” โรวีน่าถามเขาในที่สุดหลังจากเห็นเขาหายตัวไปทุกวันมาเป็นเวลากว่าสามอาทิตย์แล้ว คนอื่นๆเองก็จ้องเขาด้วยความสนอกสนใจในดวงตาเช่นกัน ซัลถอนหายใจ แต่เขาก็ยอมแพ้ อย่างไร – ทำไมจะไม่ให้คนอื่นๆดูผลงานของเขากันเล่า? มันก็แค่มาตรการป้องกันหนึ่งเท่านั้นเอง

 

“ไม่ให้เปลี่ยนงานข้านะ” เขาเตือนก่อนจะเปิดประตูบริวารหนึ่งและนำพวกเขาลงไปยังห้องแห่งความลับ

 

“อะไรกันนี่?” โรวีน่าถามอย่างอัศจรรย์ใจ จ้องมองห้องแห่งความลับ

 

“ที่หลบภัย” ซัลตอบตามความจริง “ถ้าหากมีคนฝ่าม่านพลังมาประตูในปราสาทจะเปิดออกและนำเหล่าศิษย์มายังที่แห่งนี้ มันมีอุโมงค์นำไปยังภูเขาเพื่อที่เหล่าศิษย์จะได้หนีไปได้หากเราต้องยอมทิ้งปราสาท”

 

“และเจ้าทำทั้งหมดนี่ด้วยตัวเองหรือ?!” โรวีน่าถามอย่างอัศจรรย์ใจ ซัลแค่ยักไหล่

 

“ข้าไม่มั่นใจว่าพวกเจ้าจะเห็นด้วย” เขาตอบตามจริงอีกครั้ง

 

“แน่นอนว่าเราต้องเห็นด้วยสิ!” ก็อดดริกว่า ส่ายศีรษะ “พวกเราไม่มีใครคิดถึงเรื่องนี้ด้วยซ้ำ!

 

“อา พวกเจ้าไม่มีใครเคยสู้ในสงครามนี่” ซัลตอบอย่างจริงจัง “ข้าเคย ข้าเลยคิดเรื่องอย่างนี้ออกมา”

 

เมื่อเขาพูดเช่นนั้น โรวีน่าก็มองเขาแปลกๆ นางจำข้อสงสัยของนางได้หรือ?

 

ซัลจ้องกลับแต่ก็ไม่สนใจเมื่อเฮลก้าพูดความเห็นของนางออกมา

 

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...ว้าว ซัล” เฮลก้าว่า

 

“ใช่แล้ว ว้าว” ก็อดดริกเอ่ย “สร้างห้องแห่งความลับขึ้นมาเองใต้โรงเรียน ข้าประทับใจจริงๆ”

 

“เจ้ารู้แล้วนี่ – ดังนั้นแล้วมันก็ไม่ใช่ห้องแห่งความลับหรอก” ซัลโต้

 

“อา แต่มันก็เคยเป็นนะ” ก็อดดริกเอ่ยพลางยักไหล่

 

“ใช่ แต่มันไม่ได้เป็นแล้วไง”

 

“เจ้าควรตกแต่งมันเพิ่มนะ” เฮลก้าพูดขึ้นในจังหวะนั้น

 

“ใช่...อะไรแบบนี้!” โรวีน่ากล่าวและทันใดนั้นงูศิลานับสิบก็ตกแต่งติดกับผนังห้อง

 

“โรวีน่า! เจ้าอยากให้ลูกศิษย์กลัวหรืออย่างไร?!ซัลเอ่ยลอดไรฟัน

 

“ไม่หรอก” โรวีน่าเอ่ย “แต่เจ้าต้องเพิ่มมันนะ – เจ้าก็รู้ เหมือนสัญลักษณ์ประจำตัวของเจ้าน่ะ”

 

ซัลทำได้แค่ถอนหายใจและส่ายศีรษะ

 

“ข้าจะเพิ่มห้องพักใต้ตัวงูเสียหน่อย” เขาบอก “มันอาจจะมีประโยชน์ และตอนนี้เงียบเสีย! กลับไปที่เดิมก่อนเข้ามาเลย!

 

และจากนั้นพวกเขาก็จากไปอีกครั้ง

 

ซัลเพิ่มห้องพักเข้าไปจริงๆ เขาเพิ่มห้องพิธีกรรมและห้องอื่นๆใกล้ที่ๆต่อมาจะมีรูปปั้นยักษ์ของ...เขาตั้งอยู่?!

 

อา – ซัลตัดสินใจว่าเขาะไม่เพิ่มรูปปั้นนั่นเข้าไปในห้องเองโดยเด็ดขาด – งูทั้งหลายก็แย่พอแล้ว กลับกันเขาเพิ่มงูตัวใหญ่กว่าตัวหนึ่งเพื่อซ่อนห้องพิธีกรรม ห้องสมุด ห้องปรุงยาและห้องพยาบาลที่ถูกเชื่อมเข้าไว้กับห้องนอนไว้ด้วย

 

หลังจากนั้นเขาก็พร้อมแล้ว

 

ฤดูเก็บเกี่ยวกำลังจบลงและมันถึงเวลาที่จะต้อนรับเหล่าศิษย์กลับมายังบ้านสำหรับปีแรกที่ฮอกส์วาร์ด (Haugh's Wards) แล้ว

 

 

To Be Continue

 

Upcoming Chapter: Harry - แฮร์รี่

 

 

โถ่ ซัล ไม่เคยรอดเลยจริงๆ สุดท้ายแล้วก็ทำทุกอย่างเพื่อให้ฮอกวอตส์ปลอดภัยที่สุดเท่าที่ทำได้ด้วย ห้องแห่งความลับนี่ที่จริงก็มีประโยชน์มากด้วย น่าเศร้าตรงที่ต่อมาโวลเดอมอร์เอาไปใช้ทำอะไรที่ตรงข้ามกับวัตถุประสงค์แรกของการสร้าง แต่ซัลเองก็ทำอะไรไม่ได้ แล้วที่สงสัย ซัลดีขนาดนี้ หมวกกกกก แกเอาอะไรมาใส่ร้ายซัลห๊า?!

 

สำหรับอาทิตย์หน้าขอแจ้งไว้ล่วงหน้าเลยค่ะว่าอาจจะไม่ได้มาตามนัดวันจันทร์เพราะว่าเรามีสอบมิดเทอมสัปดาห์หน้าค่ะ แต่เราจะพยายามมาให้ได้ค่ะ ถ้าไม่ทันวันจันทร์ก็อาจจะลงช้าไปวันสองวันค่ะ ต้องขอโทษไว้ล่วงหน้าเผื่อจริงๆ แต่เราอาจจะไปโผล่ที่เรื่อง Family Secrets แทนตอนวันจันทร์เพราะมันสั้นกว่านะคะ

 

ตอนหน้าไปเจอกับแฮร์รี่ค่ะ และตอนหน้าตัวร้ายหลักของเรื่องจะโผล่หน้ามาให้เราเห็นเป็นครั้งแรกกันด้วยค่า ทอมมี่ทอมของเรานั่นเอง

 

แล้วเจอกันตอนถัดไปค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 110 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #272 ppp (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 14:19

    พออ่านถึงตรงนี้


    คุณซัลวาซาฮาร์ ที่น่าสงสาร ปกติต้องแกล้งเขาไปทั่วแน่ เวลาเจอเอาคืนเลยเจอแบบให้ย้อนไม่ได้กันเลย


    กลายเป็นท่านผู้ก่อตั้งไปแล้ว


    แต่ก็นั่นแหละ ถ้าเอาชื่อที่ซัลได้มาตั้งแต่ต้นเรื่องต่อกัน แค่พิมพ์ก็น่าจะเป็นลม เหลือแค่ซัลลาซาร์ สลิธีรินแหละดีแล้ว สงสารเด็กถ้าต้องเขียนชื่อครู


    พอคิดถึงสิ่งที่ซัลเรียนรู้มา แล้วมันบิดเบี้ยวกลายเป็นศาสตร์มืด บางทีก็เข้าใจประวัติศาสตร์ได้ยาก


    ช่วงชีวิตจากนี้ ต้องเป็นโรงเรียนที่บันเทิงทีเดียว มีอาจารย์บ้าๆ อาจารย์โคตรฉลาด อาจารย์ผู้ร่าเริง อาจารย์ที่รวมทุกศาสตร์ไว้


    เป็นกำลังใจให้ทั้งคนแต่ง และคนแปลค่ะ ภาษาน่าจะสุดยอดเลยทีเดียว

    #272
    0
  2. #250 Tsol_F13 (@Flost00) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 00:59
    ซัลลลลล ค่ดดีเลย
    #250
    0
  3. #246 ภาพพิมพ์-พิมพ์ (@pipimins) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 15:50
    เราเพิ่งมาอ่านรวดเดียวเลย เรื่องนี้สุดยอดมาก สู้ๆน่ะ เราเป็นกำลังใจให้
    #246
    0
  4. #245 dracarys (@renessime) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 10:20

    อ่านสนุกจบรวดเดียวเลยย สัปดาห์เราก็มีมิดเทอมเหมือนกัน สู้สู้นะคะะ

    #245
    0
  5. #244 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 00:42
    นั่นสิคะ ;_; ซัลดีขนาดนี้ ใครใส่ร้ายน้อง ฮืออ (ถ้าเป็นน้องอายุเท่าไหร่ก็น้องนะคะ *0* แล้วซัลก็น้องงงงงงงืออออ)
    #244
    0
  6. #208 PINK PK (@pichamon282548) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 10:07
    สนุกมากกก รอต่อเรื่อยๆเลยจ้าาา ชอบๆๆ
    #208
    0
  7. #207 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 07:55
    คุณเขาดีขนาดนี้ใครหนอใครว่าคุณเขาได้ลงคอ ฮือๆไๆ ลองจินตนาการหอคอยคุณก็อดดริกคืออู้วหวาวมาก แสบตาเว่อ เด็กๆมาเรียนอาจจะต้องพกแว่นกันแดดงี้55555
    #207
    0
  8. #206 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 23:37
    รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    #206
    0
  9. #205 -Cintear- (@jenny-boboo) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 22:25
    โถ่ ซัลน้อยๆที่น่าสงสาร....ไม่มีทางหนีพ้นเลยจริงๆ
    #205
    0
  10. วันที่ 24 กันยายน 2561 / 22:25
    ดีขนาดนี้แต่ผ่านการสาดสีปรุงแต่งเรื่องมานาน จากพ่อพระกลายเป็นมารร้ายสะงั้น ถถถ
    #204
    0
  11. #203 oocc (@onpilin55) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 22:10
    โอ้...ซัลดีมากจริงๆ ห่วงเด็กทุกคนเลย แต่ก็ไม่พ้นจนได้กับโชคชะตา หอของก็อดดริกนั้นต้องแสบตามากเป็นแน่แท้ ไม่อยากจะคิดว่าถ้าในอนาคตเป็นดังเดิม หอกริฟฟินดอร์อาจะเป็นหอที่สีสันฉูดฉาดที่สุดแบบยิ่งกว่าเดิมแน่ 555555
    #203
    0
  12. #202 Minikolato (@linlin987) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 22:00

    กี่ตอนก็ไม่เคยพอออ
    #202
    0