[ฟิคแปล] Basilisk-Born แฮร์รี่ พอตเตอร์ HP Harry Potter by Ebendbild

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 25,916 Views

  • 497 Comments

  • 999 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    505

    Overall
    25,916

ตอนที่ 33 : Chapter 30: Harry - แฮร์รี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1312
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 130 ครั้ง
    6 ต.ค. 61

Chapter 30

Harry – แฮร์รี่

 

Xxx

 

เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์กำลังเป็นกังวล

 

ปกติในช่วงเวลานี้ของปีเธอจะวิตกเกี่ยวกับวิชาเรียนต่างๆ ศาสตราจารย์คนใหม่ บรรดาการบ้านและการเรียนรู้ ปกติเธอจะแค่ทำเหมือนกับที่เธอทำทุกปีเพื่อบรรเทาความวิตกกังวล คือเธอจะอ่านทุกสิ่งที่ต้องเรียนและทำตารางเวลาตามนั้นเพื่อที่เธอจะได้มีเวลาพอสำหรับทุกอย่าง

 

แต่ปีนี้ มันไม่เหมือนเดิม

แน่นอนว่าเธอก็ยังคงรู้สึกเป็นกังวลเกี่ยวกับวิชาเรียนต่างๆ ศาสตราจารย์คนใหม่ บรรดาการบ้านและการเรียนรู้อยู่เหมือนเดิม – แต่ทั้งหมดนั่นต้องกลายเป็นเรื่องรองที่นั่งเบาะหลังไปเลยเมื่อเทียบกับ...อา กับแฮร์รี่

 

มีบางอย่างผิดปกติกับแฮร์รี่ และเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ก็เป็นห่วงเขามากๆ

 

ตอนที่เธอเจอเขาครั้งแรก เธอไม่ได้สังเกตุ มันใช้เวลาเป็นอาทิตย์กว่าเธอจะรู้สึกตัวว่ามันมีบางอย่างต่างออกไป ต่างออกไป – ไม่ได้ผิดอะไร แค่ต่าง

 

สิ่งเล็กๆน้อยๆต่างๆยิ่งทำให้เธอเป็นกังวลมากขึ้น

 

จู่ๆแฮร์รี่ก็ลืมว่าเธอเกลียดกะหล่ำดาว  - ซึ่งเขาไม่เคยลืมเลยตั้งแต่เธอบอกเขาไปตอนปีหนึ่ง

 

แฮร์รี่ดูใจเย็นขึ้นมากแม้ว่าจดหมายของเขาช่วงหน้าร้อนนั้นเต็มไปด้วยความโกรธเกลียดชิงชัง

 

แฮร์รี่รอให้คุณนายวีสลีย์หรือกระทั่งซิเรียสพูดจบก่อนค่อยถามคำถาม – เฮอร์ไมโอนี่ไม่เคยเห็นเขารอก่อนที่จะแสดงความเห็นจากมุมมองของเขาออกมาก่อนเลย

 

และหลักฐานที่น่าทุกข์ใจที่สุด แฮร์รี่หยุดเรียกร้องหาคำตอบแล้ว โอ เขายังยืนยันที่จะต้องรู้เรื่องต่างๆอยู่ – แต่เขาหยุดเรียกร้องแล้ว เขาเลือกถามอย่างสุภาพแทนจนเขาทำให้เหยื่อของเขาทนไม่ไหวและต้องบอกเขาไปเพื่อที่จะได้กำจัดเขาไปเสียทีแทน

 

ใช่ มันมีอะไรต่างออกไปกับแฮร์รี่แน่ๆ – และเฮอร์ไมโอนี่ก็เป็นกังวลมาก โดยเฉพาะเมื่อเธอไม่สามารถหาคำอธิบายต่อเหตุการณ์ที่น่าหวาดกลัวนี้ได้

 

แน่นอนว่าเฮอร์ไมโอนี่มีข้อสันนิษฐานอยู่ว่าทำไมแฮร์รี่ถึงได้เปลี่ยนไป – สองถึงสามข้อเลยแหละ – แต่เธอไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่ามีข้อสันนิษฐานไหนของเธอถูกบ้างและนั่นทำให้เธอกังวล

 

เธอหวังว่ามันจะเป็นแค่เพราะแฮร์รี่ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่เธอกลัวว่ามันจะมีอะไรมากกว่านั้น เธอกลัวว่าที่แฮร์รี่เปลี่ยนไปจะเป็นเพราะว่าการที่ผู้คุมวิญญาณโจมตีเขาหรือเพราะว่าการตายที่ไม่สมควรเกิดขึ้นของเซดริก – และทั้งคู่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่ดีเลยที่จะทำให้แฮร์รี่เปลี่ยนไป

 

ถ้าหากว่ามันเป็นเพราะการโจมตีของผู้คุมวิญญาณแล้ว แฮร์รี่อาจจะรู้สึกว่ามันเป็นความผิดของเขาและโทษตัวเองที่ทำให้ลูกพี่ลูกน้องของเขาตกอยู่ในอันตราย เขาอาจจะโทษดัมเบิลดอร์และภาคีด้วยที่ไม่ปกป้องเขาอย่างที่ควรจะเป็น – ซึ่งทั้งคู่ไม่ใช่อะไรที่เฮอร์ไมโอนี่อยากให้แฮร์รี่กิดความรู้สึกขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย แฮร์รี่ต้องการผู้ใหญ่ที่เขาสามารถไว้ใจได้ ถ้าการโจมตีในครั้งนี้ทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจของเขาที่มีต่อดัมเบิลดอร์และภาคีแล้ว เฮอร์ไมโอนี่กลัวว่าเขาจะไม่สามารถเข้าใจสถานการณ์จริงได้อีกต่อไปและตกลงสู่เส้นทางของความมืด

 

ถ้าพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของเขานี้เกิดขึ้นเพราะว่าเซดริกแล้ว เฮอร์ไมโอนี่มั่นใจว่าแฮร์รี่ต้องโทษตัวเองแน่ นั่นอาจนำไปสู่การที่แฮร์รี่จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อชดใช้ความผิดในสถานการณ์เสี่ยงตายรอบถัดไป และอาจนำไปสู่ความตายของเขาเองได้ หรือมันอาจทำให้แฮร์รี่เหนื่อยล้าอย่างแสนสาหัสเพราะว่าตัวเขาไม่สามารถนอนได้และในขณะเดียวกันก็พยายามตั้งใจเรียนอย่างที่เต็ม – โดยเฉพาะวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด เฮอร์ไมโอนี่มั่นใจว่าถ้ามันเกิดขึ้นจริงแฮร์รี่จะต้องพังทลายลงก่อนถึงวันฮัลโลวีนแน่นอน

 

เหตุผลทั้งสองอย่างอาจเป็นสาเหตุของท่าทีที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาอย่างกะทันหันของแฮร์รี่ – และไม่ใช่สาเหตุที่เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกว่าดีกับแฮร์รี่เลยแม้แต่น้อย

 

และเพราะอย่างนั้น แทนที่เธอจะเป็นกังวลเรื่องวิชาเรียนต่างๆ ศาสตราจารย์คนใหม่ บรรดาการบ้านและการเรียนรู้อย่างที่ควรจะเป็น เฮอร์ไมโอนี่เลยมายุ่งวุ่นวายอยู่กับการจับตาดูแฮร์รี่ระหว่างที่คอยเป็นห่วงเขาไปด้วยแทน

 

กลับกันแฮร์รี่ดูเหมือนจะไม่สังเกตุว่าเขาถูกจับตาดูเลยสักนิด เขาดำเนินชีวิตประจำวันของเขาต่อไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

เขานั่งกับพวกเขาในห้องโถงใหญ่ – เหมือนกับเมื่อวานและทุกปีตั้งแต่ปีหนึ่งเป็นต้นมา - เขาไปเรียนด้วยกันกับพวกเขา – เขาไม่ได้ดีไปกว่าเดิมเลยด้วย เขายังคงนั่งวาดรูปเล่นในคาบประวัติศาสตร์เวทมนตร์ เขายังคงมองออกไปนอกหน้าต่างในวิชาแปลงร่างบ่อยอยู่เหมือนเดิม เขายังคงใช้เวลากว่าจะสามารถเสกคาถาใหม่ในวิชาคาถาเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็น เขายังคงคำรามในลำคอทุกครั้งเกี่ยวกับการบ้านที่ถูกสั่งให้ทำและก็ยังเกลียดวิชาพยากรณ์สุดขีดเหมือนเดิม

 

ถ้ามันมีแค่นี้แล้วล่ะก็ เฮอร์ไมโอนี่จะไม่กังวลอะไรนัก แน่นอนว่าเธอก็รู้สึกวิตกอยู่หน่อยๆที่เขาลืมว่าเธอชอบอะไรไม่ชอบอะไรไป – แต่สิ่งที่ทำให้เธอวิตกกังวลมากกว่าเดิมก็คือ วีรกรรมในคาบปรุงยาที่จู่ๆแฮร์รี่ พอตเตอร์ก็รู้วิธีปรุงยาขึ้นมา

 

และคำถามก็คือ ได้อย่างไรกัน?!

 

ตอนที่เธอถามเขานั้นเขาบอกว่าเขาจำหนังสือวิชาปรุงยาได้ เธอก็เลยเอาหนังสือของเขาไปเก็บและถามคำถามเขาดู แฮร์รี่พูดจริง เขาจำมันได้ – แต่มันมีสิ่งที่เขาไม่สามารถอธิบายได้ง่ายๆด้วยเหตุผลแค่ว่าเขาจำได้ เช่นวิธีการหั่นวัตถุดิบอย่างชำนิชำนาญของเขา อย่างสิ่งที่เขาอธิบายเพิ่มเติมที่ไม่มีอยู่ในหนังสือ

 

เฮอร์ไมโอนี่ไปลองหาข้อมูลเหล่านั้นดู มั่นใจว่าแฮร์รี่ต้องพูดผิดแน่ๆ - เพื่อที่จะได้รู้ว่าผลต่างๆที่แฮร์รี่บอกให้ใส่เพิ่มเข้าไปนั้นช่วยในการปรุงยาที่เขาอธิบายมา...

 

คำอธิบายเดียวที่เฮอร์ไมโอนี่มีก็คือแฮร์รี่ได้รับการสอนเพิ่มเติมตลอดหน้าร้อนที่ผ่านมา

 

“รอน?” เธอเอ่ยหลังจากแฮร์รี่ขอตัวไปห้องสมุดเพื่อเริ่มทำรายงานวิชาคาถาของเขา

 

“ว่า?”

 

“เธอไม่คิด...ว่าแฮร์รี่ทำตัว...ต่างออกไปบ้างหรือ?” เธอถามอย่างกระวนกระวาย

 

รอนขมวดคิ้วแน่น

 

“เธอหมายความว่ายังไง ต่างออกไปเฮอร์ไมโอนี่?” เขาถามเธอ

 

“อืม...เขาลืมว่าฉันไม่ชอบกะหล่ำดาว...เขาคุยกับมัลฟอยดีๆ...เขารู้วิธีปรุงยา...เขา –

 

“เอ่อ...คิดว่าเข้าใจแล้ว” รอนพูด แล้วก็ยักไหล่ “ใช่ ก็ถูก เขาต่างออกไป - แต่ไม่มีอะไรแย่นี่ ใช่ไหม? หมายถึงว่า...เขาก็ยังเหมือนเดิมอยู่นะ ไม่ใช่หรือ?”

 

“คิด...ว่านะ” เฮอร์ไมโอนี่ตอบอย่างลังเล

 

“ลองดูนะ” รอนพูดตอนที่เขาเห็นเธอลังเล “แฮร์รี่ก็ยังเหมือนเดิมในคาบเรียน – ยกเว้นวิชาปรุงยา นั่นแหละ – เขาก็ยังแพ้หมากรุกฉันอยู่ดีและฉันมั่นใจว่าเขายังจะทำทุกอย่างเพื่อความเป็นเพื่อนระหว่างเราแน่นอน”

 

“เธอพูดถูก” รอบนี้เฮอร์ไมโอนี่ถอนหายใจ “แต่ฉันก็ยังรู้สึกไม่ดีกับการเปลี่ยนแปลงนี้อยู่ดี เราจะรู้ได้อย่างไรว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะว่าเรื่องที่เกิดตอนหน้าร้อน? อย่างผู้คุมวิญญาณ การตายของเซดริก หรือที่ว่า ว – โวลเดอมอร์กลับมาแล้ว? เราจะรู้ได้อย่างไรว่าที่แฮร์รี่เปลี่ยนไปไม่ได้เกิดขึ้นเพราะว่าเขาทำใจไม่ได้และพยายามทำให้ตัวเองลืม? ฉันไม่อยากเสียเพื่อนของเราไปเพราะว่าเขาทำใจรับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้หรอกนะ!

 

“เขาไม่ได้ทำตัวเหมือนกับว่าเขามีปัญหาอะไรนี่” รอนโต้แย้ง

 

“และเธอคิดจริงๆหรือว่าเราจะเห็นตรงๆถ้าเขามีปัญหาน่ะ?”

 

“เอ่อ...คิดว่าไม่หรอก ไม่”

 

“ตอนปีสองเขาเริ่มเรียนมากขึ้นหลังจากถูกทั้งโรงเรียนหลบเลี่ยง ปีที่แล้วเองก็เหมือนกัน ฉันไม่รู้ว่าเขาฝึกคาถาเรียกของไปเองกี่รอบเพื่อที่จะได้ทำได้ แต่ฉันรู้ว่าเขาไม่ได้แค่ฝึกตอนที่ฉันอยู่กับเขาเท่านั้น และก็คาถาผู้พิทักษ์ตอนปีสามด้วย – เขากดดันตัวเองจนให้เรียนหลังจากที่ผู้คุมวิญญาณส่งผลกระทบต่อเขามากเกินไป!

 

“งั้นเธอกำลังคิดว่า...”

 

“...ว่าแฮร์รี่กำลังกดดันตัวเองอยู่ตอนนี้ที่โวลเดอมอร์กลับมาแล้ว บางทีเขาอาจจะรู้สึกผิดเพราะว่าเซดริกตาย บางทีอาจเพราะว่าผู้คุมวิญญาณ...ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ฉันมั่นใจว่ามันมีเหตุผลอยู่ว่าทำไมจู่ๆเขาถึงได้ตั้งใจเรียนนักแน่ๆ – และก็ค่อนข้างมั่นใจเลยด้วยว่ารอบนี้ไม่ยอมบอกเหตุผลกับเราแน่...และนั่นทำให้ฉันกังวลน่ะรอน”

 

“แล้ว...เราควรทำอะไร?”

 

เฮอร์ไมโอนี่ลังเลเมื่อถูกถามคำถามนี้

 

“เอ่อ...ฉันไม่รู้” เธอว่า “บางที...บางทีเราควรคุยกับผู้ใหญ่สักคน...อย่างมักกอนนากัล...หรือกระทั่งดัมเบิลดอร์...”

 

รอนกลอกตาใส่

 

“อย่าโง่น่า เฮอร์ไมโอนี่ มันไม่ได้ร้ายแรงขนาดต้องวิ่งแจ้นไปฟ้องผู้ใหญ่สักหน่อย”

 

“แล้วเธอคิดว่าเราควรทำอย่างไร?”

 

“บางที...ให้เวลาเขาสักหน่อยไหม? อย่างไร ถ้ามันเป็นเซดริกมันก็จะใช้เวลากว่าเขาจะทำใจได้ ฉันคิดไม่ออกเลยว่าจะรู้สึกอย่างไรหลังจากเห็นเพื่อนถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา...”

 

“แต่...แต่มันจะไม่ดีกว่าหรือถ้าเขามีคนให้คุยด้วยได้?”

 

รอนส่ายหัว

 

“ให้เวลาเขาหน่อยเถอะ...ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนเราก็ยังไปหาผู้ใหญ่ได้ แต่สำหรับตอนนี้ แฮร์รี่เป็นเพื่อนเรานะ เราควรพยายามให้เขาบอกเราว่าเกิดอะไรขึ้นก่อน และ เฮ้ บางทีแฮร์รี่อาจจะคิดว่ามันเป็นเวลาสมควรต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วก็ได้ เธอก็รู้ใช่ไหม?”

 

เฮอร์ไมโอนี่ทำแค่ถอนหายใจและแนบหน้าลงกับฝ่ามือ

 

“ได้” เธอพึมพำก่อนจะตัดสินใจทำตามคำแนะนำของรอนและรออีกสักหน่อย

 

“แต่ถ้าเราคิดว่ามันเอาไม่อยู่แล้วเราจะไปหาดัมเบิลดอร์” เธอตัดสินใจ รอนแค่ยักไหล่ให้และยืนขึ้นเพื่อไปหาคนเล่นหมากรุกด้วย

 

Xxx

 

ระหว่างนั้นเอง แฮร์รี่ พอตเตอร์กำลังเดินไปตามเขตปราสาทฮอกวอตส์ ถ้าเอาตามจริง แฮร์รี่ไม่ได้แค่เดินเล่นอย่างเดียว แต่เขาเดินไปตามขอบม่านพลังต่างหาก เขาเดินตามเส้นขอบม่านพลังไปจนมองเขาไม่เห็นจากปราสาทแล้วจึงหยุดเดิน

 

ที่นั่น ที่ริมขอบม่านพลัง แฮร์รี่ดึงไม้คทาของเขาออกมาและขยายส่วนมัน

 

แน่นอนว่าแฮร์รี่มั่นใจว่าเขาจะสามารถใช้หนึ่งในไม้กายสิทธิ์ของเขาทำสิ่งที่เขาอยากทำได้เช่นกัน แต่สำหรับเขาแล้วไม้คทานี้เป็นอะไรที่ต่างออกไป ระหว่างที่ไม้กายสิทธิ์นั้นคล้ายกับเป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือที่ดี ไม้คทานี้เป็นราวกับแขนขาของเขา – และแฮร์รี่ไว้ใจมันที่สุด

 

เขาเลยขยายส่วนไม้คทาของเขาและวาดรูนส์กับอักษรเฮียโรกลิฟบนพื้นดินอันอ่อนนุ่มตามขอบม่านพลัง

 

จากนั้นเขาก็กระตุ้นรูนส์เหล่านั้น

 

จังหวะหนึ่งเขามองอะไรไม่เห็นเลยนอกจากป่าที่อยู่เบื้องหลังม่านพลัง แต่จังหวะต่อมาเขาก็เห็นม่านพลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา โดมที่ถูกสร้างขึ้นนั้นถูกห้อมล้อมด้วยฟองสีรุ้งสดใสหลากสี สว่างไสวและประกอบไปด้วยอักษรภาษาจีน เฮียโรกลิฟ รูนส์และรูนส์พาร์เซล แล้วโครงสร้างที่กำลังเรืองแสงนั้นก็กลืนเข้าไปในม่านพลังและทำให้สามารถมองเห็นพวกมันด้วยตาเปล่าได้

 

แต่แทนที่จะเป็นฟองสีสันสดใสที่หมุนวนไปมานั้น ม่านพลังกลับกลายเป็นสีเทาซีด ผสมปนเปไปกับจุดสีเล็กๆน้อยๆประปราย และมันก็มีรูนส์ง่อยๆลอยไปลอยมาบ้างและม่านพลังบางส่วนเองก็เกือบจะโปร่งใสหรือดำมืดลงไปเลย

 

แฮร์รี่ขมวดคิ้วแน่น

 

ม่านพลังนี้ควรส่องสว่างด้วยพลังอำนาจและเต็มไปด้วยสีสันสดใส แต่ตอนนี้มันดูเหมือนใกล้พังทลายและซีดเซียวเป็นอย่างมาก

 

“ม่านพลังจิตวิญญาณหายไปไหน?” แฮร์รี่กระซิบ “ม่านพลังของผู้ก่อตั้งหายไปไหน?! มันไม่สามารถสูญสลายไปได้นี่!

 

และมันก็ไม่ควรจะสูญสลายไป

 

ม่านพลังจิตวิญญาณที่อยู่กับปราสาทถูกสร้างขึ้นเพื่อให้คงอยู่ตลอดกาลและม่านพลังโลหิตที่เหล่าผู้ก่อตั้งเพิ่มเข้าไปเองก็ไม่ต่างกันมากนัก นั่นทำให้เกิดคำถามว่า มันหายไปไหน?

 

เขาพบกับคำตอบของคำถามนั้นเมื่อเขามองดูม่านพลังที่เหลือ ม่านพลังของเหล่าผู้ก่อตั้งนั้นสิ้นพลังไปเพราะว่าม่านพลังอื่นๆที่ถูกติดตั้งอย่างโง่ๆดูดพลังไป ใครก็ตามที่สร้างมันนั้นไม่รู้วิธีสร้างม่านพลังเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นแทนที่จะสร้างมันบนฐานของรูนส์หรือโลหิตมันแค่ถูกเติมเข้าไปในม่านพลังที่เคยมีอยู่แล้ว – และนั่นทำให้ม่านพลังเก่าที่ถูกใช้เป็นที่ยึดเกาะหมดพลังไป

 

ไม่มีม่านพลังใดจะคงอยู่ได้โดยปราศจากฐาน ปกติฐานของม่านพลังนั้นเป็นรูนส์ โลหิต หรือกระทั่งความตายของคนๆหนึ่ง – ซึ่งเป็นฐานโดยทั่วไปของม่านพลังจิตวิญญาณ

 

ม่านพลังที่ถูกสร้างโดยปราศจากฐานนั้นจะมองหาฐานมารองรับ ปกติผลลัพธ์จะเป็นความตายของผู้สร้างม่านพลังเพราะว่าเขาหรือเธอเป็นฐานที่เหมาะสมที่สุดถัดไป แต่ฮอกวอตส์นั้นมีม่านพลังที่แข็งแกร่งมาก่อน ดังนั้นแทนที่จะสังหารผู้สร้างม่านพลังใหม่มันจึงได้ใช้ม่านพลังโลหิตเก่าเป็นฐานแทนและดูดพลังของม่านพลังเก่าไปใช้จนหมด

 

“ต้องมาจัดการเรื่องนี้แล้ว และก็อาจจะต้องทำลายม่านพลังนี่ทิ้ง” แฮร์รี่พึมพำกับตัวเอง เขาแค่ต้องรู้ว่าการทำลายม่านพลังส่งผลเสียอะไรหรือไม่ – เช่นการสะท้อนกลับของพลัง – หรือว่ามันปลอดภัยที่จะทำอย่างนั้นหรือเปล่า...

 

“และก็ต้องกระตุ้นม่านพลังจากจิตวิญญาณอีกครั้งด้วย” รอบนี้เขาถอนหายใจ แฮร์รี่ไม่มั่นใจว่าทำไมม่านพลังจิตวิญญาณถึงได้หยุดทำงานไป แต่เขาเดาว่ามันเกิดขึ้นตอนที่ม่านพลังใหม่ถูกเพิ่มเข้ามา ม่านพลังจิตวิญญาณนั้นนับได้ว่ามีชีวิตถึงจุดหนึ่ง - โดยเฉพาะของฮอกวอตส์ – และมันก็คงหยุดทำงานไปก่อนจะถูกเกาะกินพลังจริงๆนั่นแหละ

 

แฮร์รี่โอดครวญ

 

“ดูเหมือนจะต้องอดนอนหลายวันและงานเยอะมากด้วย...”

 

แต่ก่อนอื่น เขาตัดสินใจ เขาต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับม่านพลังอื่นๆที่ถูกเพิ่มเข้ามาตามกาลเวลา – โดยเฉพาะอันที่ผิดพลาดที่ไปอยู่ด้านบนสุด

 

“งานเยอะจริงๆนั่นแหละ” เขางึมงำอย่างหงุดหงิดและก็ปล่อยรูนส์ที่วาดไป ม่านพลังจึงหายไปจากสายตาอีกรอบ แน่นอนว่าเขาเป็นคนเดียวที่เห็นม่านพลัง – มันคงไม่ดีถ้าหากมีคนมาเห็นเขาตรวจสอบม่านพลังดูแน่นอน สำหรับคนอื่นๆแล้วก็ยังคงมองไม่เห็นมันเหมือนกับที่ตอนนี้เขามองไม่เห็นอีกครั้งแล้ว...

 

“ห้องสมุด” เขาตัดสินใจหลังจากย่อส่วนไม้คทาและเก็บมันไปเรียบร้อย “หนังสือเกี่ยวกับม่านพลังควรจะยังอยู่ที่นั่น – และถ้าคาถามันยังคงอยู่ล่ะก็ มันควรมีรายชื่อม่านพลังทั้งหมดที่ถูกเพิ่มเข้าไปด้วย”

 

เขากลับเข้าไปในปราสาทโดยไม่ได้พบใครและ “กลับไป” ที่ห้องสมุด... ใช่ว่าเขาได้เข้าไปจนกระทั่งตอนนี้หรอก เขาบอกเฮอร์ไมโอนี่และรอนว่าเขาจะมาที่นี่สักพักหนึ่งแล้ว  เขานั่งลงและเริ่มทำการบ้านราวกับว่าเขาไม่เคยออกจากที่นี่ไปตั้งแต่แรก

 

ไม่มีใครมามองหาเขา – มันมีข้อได้เปรียบอยู่ตอนที่เขาบอกเพื่อน สนิทสองคนของเขาว่าเขาจะไปห้องสมุดเพื่อทบทวนและทำการบ้าน เฮอร์ไมโอนี่จะไม่มากวนเขาเพราะว่าเธอยินดีมากที่เขาจะใช้เวลาอ่านหนังสือ และรอนจะไม่มาใกล้เขาเพราะว่าเขานั้นกำลังอ่านหนังสือ ดังนั้นจะไม่มีใครสังเกตุตอนที่แฮร์รี่ พอตเตอร์หายไปสามชั่วโมงก่อนจะกลับมาที่ปราสาทดีๆเหมือนเดิม

 

อย่างแรก แฮร์รี่ใช้เวลาเขียนร่างคร่าวๆของการบ้านวิชาปรุงยา – เขาไม่ได้เปิดหนังสือดูด้วยซ้ำเพราะว่าเขาไม่จำเป็นต้องใช้หนังสือใดๆเพื่อที่จะทำได้ดีมากในวิชาปรุงยา เมื่อเขาร่างมันเสร็จเรียบร้อยในสิบนาทีต่อมา เขาตัดสินใจว่ามันคงพอแล้วที่จะทำให้ทุกคนคิดว่าเขาตั้งใจทำงานมากอยู่ในห้องสมุด เขาก็เลยหันไปสนใจสิ่งที่เขาต้องดูจริงๆ

 

“อืม – คราวนี้ก็ม่านพลัง” แฮร์รี่เอ่ยกับตัวเอง เขายืนขึ้นและออกตามหาหนังสือที่เขาต้องการในห้องสมุด ปกติมันจะถูกเก็บไว้ในเขตหวงห้าม – เขาเดินเข้าไปทั้งอย่างนั้นราวกับว่ามันไม่มีเขตแดนป้องกันไม่ให้ใครเข้าไปอยู่ – แต่น่าเศร้าใจ มีคนยืมมันไปอยู่ เขาถอนหายใจ เขารู้ว่าใครก็ตามที่ยืมหนังสือเล่มนั้นไปจะไม่สามารถอ่านมันออก แต่เขารู้สึกไม่สบายใจเลยสักนิดที่มีคนอื่นถือมันเอาไว้

 

มันมีสาเหตุอยู่ว่าทำไมมันถึงมาอยู่ในเขตหวงห้าม แน่นอนว่ามันยังมีเหตุผลว่าทำไมมันถึงมาอยู่ในห้องสมุดอีกด้วย มันต้องสามารถเข้าถึงได้ง่ายสำหรับอาจารย์และอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน ในกรณีใดๆก็ตาม และถ้าหากว่ามันมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแปลงม่านพลังจริงๆแล้ว ใครก็ตามที่จำเป็นต้องใช้มันจะสามารถอ่านออกได้เพราะว่ามันจะไม่ถูกเขียนด้วยภาษาที่ไม่คุ้นเคยอีกต่อไป – และตราบใดที่ฮอกวอตส์ไม่คิดว่ามันถึงเวลาต้องเพิ่มการป้องกันแล้วปกติเธอก็จะซ่อนหนังสือเล่มนี้เอาไว้

 

การที่มีคนพบมัน – และไม่ใช่เพราะว่ามองหาความช่วยเหลือในเรื่องม่านพลังของโรงเรียนแต่แค่เจอมันเลยทั้งอย่างนั้น – นั้นช่างน่ากังวลใจเพราะว่ามันแสดงให้แฮร์รี่เห็นว่าม่านพลังที่ถูกเติมเข้าไปผิดๆนั้นส่งผลอย่างไรต่อโรงเรียน

 

“ไม่ดีแน่” แฮร์รี่สรุป “ต้องทำอะไรเกี่ยวกับม่านพลังแล้ว เร็วนี้ๆด้วย”

 

มันมีปัญหาเดียว แฮร์รี่เดาว่าชิ้นส่วนหนึ่งของริดเดิ้ลถูกซ่อนไว้ภายใต้ม่านพลังนี้ – ภายในตัวโรงเรียนนี่แหละถ้าจะพูดให้ชัด

 

“ไม่มั่นใจเลยว่าควรจะกล้าเปลี่ยนอะไรเกี่ยวกับเจ้าม่านพลังมหาภัยนี่ไหมระหว่างที่มีฮอร์ครักซ์อยู่ภายใต้มันด้วย” แฮร์รี่คิดเงียบๆ ถ้าหากแค่ต้องเสริมพลังให้ม่านพลังมันก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย – แต่การจะต้องพังมันลงมาก่อนระหว่างที่มีสิ่งน่ารังเกียจอย่างฮอร์ครักซ์อยู่ใกล้ๆด้วยนั้น

 

“บางทีเราควรเริ่มด้วยการตามหาชิ้นส่วนวิญญาณนั่น” แฮร์รี่ขมวดคิ้ว “ถ้าแค่รู้ล่ะก็ว่าม่านพลังอะไรที่เรากำลังจะจัดการ...”

 

แต่เขาไม่รู้ อย่างน้อย เขาก็ไม่ได้มั่นใจเต็มที่ขนาดนั้นจนกว่าจะเจอหนังสือเล่มนั้น...

 

ข้อสรุปนี้ทำให้เขาเหลือเพียงแค่ตัวเลือกเดียวเท่านั้น “ต้องหามันทุกที่ในโรงเรียน” เขาบอกกับตัวเอง ระหว่างนั้นเขาก็ต้องดำเนินแผนการอื่นไปด้วยและภาวนาให้เขาหาหนังสือเล่มนั้นเจอให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้...

 

“ต้องเปิดม่านพลังให้เร็กเข้ามาด้วย” เขาคิดกับตัวเอง แต่เขาต้องใช้หนังสือเล่มนั้นก่อนที่จะสามารถทำได้ เขามีความทรงจำที่ดีมากก็จริง แต่เขาก็ยังอยากจะเช็กข้อเท็จจริงบางอย่างก่อนจะเล่นกับม่านพลังของฮอกวอตส์ ใครจะรู้ว่ามีม่านพลังใดบ้างที่เหล่าอาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์เพิ่มเข้ามา? แฮร์รี่มั่นใจว่าเขาจะรู้ได้โดยปราศจากหนังสือ แต่เขาก็รู้ว่ามันง่ายกว่าที่จะใช้หนังสือเล่มนั้น

 

และมันยังมีเรื่องอื่นให้คิดด้วย แฮร์รี่ได้รับจดหมายตอบที่เขาเขียนไปหา สหายเก่าแก่แล้ว

 

มันอ่านได้ว่า

 

สหายที่รัก

 

ฉันรู้ว่าเธอไม่อยากจะเลิกการล้างแค้น และเข้าใจว่าเขาทำร้ายเธอด้วยการกระทำของเขายิ่งกว่าที่เขาทำร้ายฉัน ฉันจะไม่หยุดเธอหรอก ฉันแค่จะขอให้เธอระมัดระวัง มันมีคนที่จะไม่ยอมให้อภัยเธอแน่ถ้าเธอทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายอยู่

 

ถ้าหากต้องการความช่วยเหลือจากฉัน ให้บอกเถอะ แม้ว่าฉันจะใกล้ตาย – แต่ก็มีบทสุดท้ายที่ต้องเล่นในเกมนี้ แค่บอกมาว่าเมื่อไรแล้วฉันจะไป

 

สหายเก่าแก่ของเธอ

 

ฉันเอง

 

แฮร์รี่อ่านมันครั้งหนึ่ง แล้วก็พรูลมหายใจออกมาทางจมูก บทสุดท้ายที่ต้องเล่น! องเคล่อ[1]ของแฮร์รี่ตัดสินใจช่วยแฮร์รี่ในการล้างแค้นแม้ว่าเขาจะคิดว่าแฮร์รี่ไม่ควรทำแล้วสินะ อา แฮร์รี่ไม่มีปัญหาหรอก เขาแค่ยินดีที่องเคล่อของเขาไม่ได้พยายามห้ามเขาอีกต่อไปแล้ว ถ้าหากว่าลุงเฒ่าต้องการจะทำให้ตาแพะแก่ช็อกก่อนตายแล้วล่ะก็...

 

แฮร์รี่ไม่สามารถแย้งองเคล่อของเขาได้ด้วยซ้ำถ้าหากเขาวางแผนจะทำอย่างนั้น ลุงเฒ่ามีสิทธิทุกอย่างในโลกใบนี้ที่จะเป็นคนลงดาบใส่ดัมเบิลดอร์เป็นคนสุดท้าย

 

อืม แฮร์รี่จะไม่ห้ามเขา

 

เขาเขียนคำตอบลงไปและเขียนจดหมายอีกฉบับในกระดาษอีกแผ่นหนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็รอจนวิงกี้หายตัวมารับจดหมายไป และก็กลับไปทำสิ่งที่ทำอยู่ก่อนหน้านี้

 

“กลับมาที่การหาหนังสือของฉัน” เขาคิด “อา – มันไม่มีคนในปราสาทที่จะสนใจมันเยอะขนาดนั้นหรอก มันถูกเขียนในภาษารูนส์นี่นะ...วิธีหาที่ดีที่สุดคงเป็นการใช้เหยื่อล่อและปล่อยให้มันมาหา” และแฮร์รี่รู้วิธีทำอย่างที่ว่าดีมากเลยทีเดียว...

 

แฮร์รี่กลับไปที่หอคอยกริฟฟินดอร์ในครึ่งชั่วโมงต่อมา เวลาครึ่งชั่วโมงก่อนหน้าเขาเขียนร่างรายงานคร่าวๆอีกหนึ่งร่าง – รอบนี้เป็นของรายงานวิชาคาถา – แล้วก็เก็บหนังสือไปก่อนที่เขาจะออกจากห้องสมุด

 

เย็นนั้นเขาเล่นหมากรุกกับรอนและก็พ่ายแพ้อย่างย่อยยับ – แฮร์รี่ไม่มั่นใจว่ามันเป็นเพราะเขาวอกแวกด้วยความคิดของเขาอยู่บ่อยๆหรือเป็นเพราะว่าฝีมือหมากรุกของเขามันแย่เกินเยียวยาแล้วกันแน่

 

มันน่าตกใจมาก เขาสามารถนำกองทัพไปสู่ชัยชนะเหนือศัตรูที่มีมากกว่าถึงสามเท่าได้แต่ถ้าให้เขามาแข่งหมากรุกแล้วละก็เขาแพ้ยับเลย...

 

“อา อย่างน้อยก็จะไม่มีใครสงสัยว่าจู่ๆทำไมฉันเล่นหมากรุกเก่งได้” แฮร์รี่คิด ร้องหึหลังจากเขาแพ้ไปสามตาติด “ฉันเล่นหมากรุกไม่ได้ด้วยซ้ำถึงชีวิตฉันจะขึ้นอยู่กับมัน...”

 

ตอนสี่ทุ่มเขาก็ยอมแพ้และก็หายขึ้นไปในหอพักชาย เขาเอนตัวลงนอนเพื่อที่อย่างน้อยจะได้พักสักหน่อย

 

Xxx

 

ทอม มาร์โวโล ริดเดิ้ล เป็นที่รู้จักกันกว้างขวางกว่าในนาม ลอร์ดโวลเดอมอร์สำหรับพลเรือน และ จ้าวแห่งศาสตร์มืดสำหรับผู้ติดตามของเขา ไม่ยินดีเอาเสียเลย

 

มีบางอย่างเปลี่ยนไป

 

บางอย่างที่สำคัญมากเปลี่ยนไปแล้ว

 

แต่เขาคิดไม่ออกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

ก่อนหน้านี้ตอนหน้าร้อน ลูเซียส มัลฟอยก็เป็นอย่างที่เขาเคยจำได้ คือสนับสนุนแนวคิดของโวลเดอมอร์เต็มที่และก็ได้ในสิ่งทุกสิ่งที่เขาต้องการกับทุกคนยกเว้นนายท่านของเขา อา อย่างน้อยก็สนับสนุนแนวคิดทางการเมืองของโวลเดอมอร์เท่าที่คนอย่างลูเซียส มัลฟอยจะทำได้นั่นแหละนะ

 

อย่างไรก็ดี โวลเดอมอร์ไม่ใช่คนโง่ เขารู้ว่าชายคนนี้บิดเบือดความจริงหลังจากโวลเดอมอร์สูญเสียร่างของเขาไปด้วยเงื้อมมือของเด็กอายุสิบห้าเดือน ชายหนุ่มโกหก ติดสินบนและกดดันใส่ทุกคนที่เขาไม่สามารถหลอกลวงได้ – และทั้งหมดนั้นก็เพื่อจะได้ไม่ถูกจับไปขังคุกและเพื่อไม่ให้ชื่อของเขาแปดเปื้อนจากการเป็นผู้เสพความตาย แน่นอนว่าลูเซียส มัลฟอยนั้นเป็นคนที่ไม่มีกระดูกสันหลังอยู่แล้ว ดังนั้นโวลเดอมอร์จึงไม่แปลกใจเลยที่เห็นลูเซียสไม่ได้ออกตามหา...หรือว่าได้ทอดทิ้งเขาไปเลยตอนที่นายท่านนั้นหายไป

 

เมื่อโวลเดอมอร์กลับมาอีกครั้งตอนต้นหน้าร้อน ลูเซียส มัลฟอยเองก็กลับมาเช่นกัน หมอนี่ก็ยังเป็นเหมือนเดิม ติดสินบนรัฐมนตรีกับคนอื่นๆเขาไปทั่ว โกหกและกดดันคนที่ไม่ยอมทำตามที่เขาต้องการ

 

และโวลเดอมอร์ก็รับเขากลับเข้ามาเพราะว่าถึงแม้หมอนี่จะไม่ได้จงรักภักดีกับโวลเดอมอร์จริงๆ เขาก็ยังจงรักภักดีกับแนวคิดอยู่ – อย่างน้อยก็จนกว่าเขาจะคิดว่าข้างที่เขาอยู่กำลังจะพ่ายแพ้ แต่ถ้าหากมันถึงจุดนั้นจริงๆล่ะก็ โวลเดอมอร์จะหาทางเอาชนะมันให้ได้...

 

เขาเคยคิดว่ามันจะเป็นอย่างนั้น

 

แต่ตอนนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปแล้ว

 

เงินทองที่ลูเซียสปาซ้ายโยนขวาราวกับว่าไม่มีที่สิ้นสุดนั้นหยุดออกมากจากห้องนิรภัยของเขาแล้ว คนผมบลอนด์ยังคงทำงานใกล้ชิดกับรัฐมนตรีอยู่ – แต่เขาเลิกใช้นามสกุลของเขาเพื่อให้ได้ในสิ่งที่เขามุ่งหวังแล้ว

 

และมันก็มีวินเซ็นกาม็อต...

 

สภาวินเซ็นกาม็อตเพิ่งมีวาระการประชุมไปเมื่อวานนี้และแทนที่จะลงคะแนนให้กฎหมายควบคุมสัตว์วิเศษผ่านในทันทีนั้น ลูเซียส มัลฟอยกลับขอเวลาพิจารณามันดูสักหน่อย – การพิจารณาข้อกฎหมายก่อนลงคะแนนให้ผ่านนั้นไม่ใช่อะไรที่ใหม่สำหรับสมาชิกสภาวินเซ็นกาม็อตหรอก...แต่ลูเซียส มัลฟอยมานั่งพิจารณาข้อกฎหมายที่เขาจะให้ผ่านอย่างสุขีถ้าเป็นเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนเนี่ยนะ...?!

 

มีบางอย่างผิดปกติอย่างมากกับลูเซียส มัลฟอย...

 

ในตอนนั้นเองลูเซียส มัลฟอยก็เดินเข้ามาในห้อง ในมือของเขาถือจดหมายฉบับหนึ่ง

 

ลูเซียสหยุดเมื่อเขาเห็นชายหน้างูและก็โค้งตัวลงให้เขา

 

“นายท่าน” เขาเอ่ย

 

“ลูเซียส” โวลเดอมอร์ตอบ พินิจพิเคราะห์มองชายหนุ่ม “กำลังทำอะไรอยู่หรือ?”

 

“ผมต้องส่งจดหมาย นายท่าน” ชายหนุ่มผู้ดีตอบ

 

“จดหมาย?”

 

“เกี่ยวกับวินเซ็นกาม็อตครับ กระผมต้องปรึกษา...คนรู้จักเรื่องข้อกฎหมายใหม่”

 

โวลเดอมอร์เลิกคิ้วที่ไม่มีอยู่จริงของเขาขึ้น

 

“แล้วทำไมลอร์ดมัลฟอยถึงต้องปรึกษาใครเกี่ยวกับกฎหมายที่เขาคงจะให้ผ่านโดยไม่คิดเมื่อสองสัปดาห์ก่อนเล่า?” เขาถามชายหนุ่มผู้ดี

 

ถ้าโวลเดอมอร์ไม่ได้จับตาดูลูเซียสใกล้ๆเขาคงไม่เห็นอาการสะดุ้งเมื่อโวลเดอมอร์เรียกเขาว่า ลอร์ดมัลฟอย

 

โวลเดอมอร์ลอบขมวดคิ้วอยู่ภายใน

 

ทำไมลูเซียสต้องสะดุ้งตอนที่ถูกเรียกอย่างที่เขาเป็นมาตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้?!

 

อะไรเปลี่ยนไป?!

 

“นายท่าน” ลอร์ดโวลเดอมอร์เงยหน้าขึ้นอีกทีเพื่อมองลูเซียส ชายหนุ่มกลืนน้ำลายแต่ก็พูดต่อ “กระผมขอตัวได้หรือไม่?”

 

โวลเดอมอร์จ้องเขาอีกรอบ

 

“แน่นอนนสสสสิ” เขาเอ่ยในที่สุด รู้สึกพองขนอยู่ในใจเมื่อเห็นลูเซียสสะดุ้งอีกครั้งหลังจากได้ยินส่วนของภาษาพาร์เซลเจือมาในน้ำเสียงของโวลเดอมอร์

 

ใช่ มีบางอย่างแปลกไปกับลูเซียส ในหลายๆอย่างชายหนุ่มก็ยังดูเหมือนเดิม - แต่ในบางอย่างนั้น...

 

โวลเดอมอร์ต้องจับตาดูเขาไม่ให้คลาดสายตา...

 

Xxx

 

แม้ดอาย มูดดี้กำลังเดินอยู่ในโรงเรียน เขาตามเด็กพอตเตอร์นั่นมาตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา – ไม่ได้ตลอดเวลา แต่ก็ทุกครั้งที่เขาหาเวลาว่างได้

 

และบางอย่างมัน...ประหลาด...

 

อย่างการที่เจ้าหนุ่มคุยกับซิเรียส แบล็กและเรียกเขาว่า กริฟฟินดอร์โง่เง่าหรือพฤติกรรมเขาที่มีต่อทายาทมัลฟอยและสเนป...

 

มีบางอย่างประหลาดๆกำลังเกิดขึ้น

 

“อลาสเตอร์” แม้ดอายหยุดเดินกลางคันเมื่อเขาได้ยินเสียงของอัลบัส ดัมเบิลดอร์

 

“อัลบัส” เขาทักทาย

 

“อลาสเตอร์ เป็นอย่างไรบ้าง สหาย?”

 

“สบายดี” แม้ดอายตอบ ในใจลอบกลอกตา เขาไม่ใช่คนที่จะมาเสียเวลากับการคุยเล่นเล็กๆน้อยๆเลย

 

อาจารย์ใหญ่ทำเพียงแค่ยิ้มให้ และเชิญให้แม้ดอายเข้ามาให้ห้องทำงานของเขา

 

การสนทนาเริ่มขึ้นทันทีที่ประตูห้องทำงานปิดลงและพวกเขาได้ทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครมาลอบฟังแล้ว

 

“คุณได้ตามดูแฮร์รี่ในช่วงที่ผ่านมาหรือเปล่า อลาสเตอร์?” อัลบัสถามออกมาในที่สุด

 

แม้ดอายแค่ส่งเสียงฮึดฮัด

 

“ฉันตามดูอยู่” เขาว่า “แต่ฉันไม่รู้จักเด็กนั่นมาก่อนหน้าร้อนนี้ ฉันไม่ใช่คนที่จะสามารถตัดสินได้น่ถ้าหากเขาเปลี่ยนไปจากเดิม”

 

“ฉันรู้ สหาย” แม้ดอายสงสัยมาตลอดว่าเขาถูกเรียกว่า สหาย (my friend) เพราะว่าอัลบัสหลุดปากตลอดและต้องเปลี่ยนคำว่า หนุ่มน้อย (my boy) เป็นอย่างอื่นที่เป็นการดูถูกน้อยกว่านี้...


แต่ฉันก็รู้ด้วยเช่นกันว่าคุณเป็นมือปราบมารที่เก่งกาจ คุณคงเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติจริงๆกับแฮร์รี่ การครอบงำ เป็นต้น”

 

“ฉันไม่เห็นอะไรที่บ่งบอกว่ามันเป็นการครอบงำนะ อัลบัส” แม้ดอายตอบตามจริง แต่แล้วเขาก็หยุด เขาไม่มั่นใจว่าควรบอกอะไรกับอัลบัสบ้าง

 

อาจารย์ใหญ่พูดถูก เด็กหนุ่มนั้นต่างออกไปจากวัยรุ่นคนอื่นๆที่เขาเคยเจอมาจนกระทั่งตอนนี้…

 

“แต่...” อัลบัสถามผลักดัน

 

“แต่...มันมีบางอย่าง...แปลก...เกี่ยวกับเด็กหนุ่ม” แม้ดอายตอบในที่สุด ลังเลใจ

 

อัลบัสขมวดคิ้ว

 

“แปลก?” เขาทวนถาม “อธิบายเพิ่มหน่อยได้หรือไม่ สหาย?”

 

เออ...เวอร์ชั่นที่เปลี่ยนไปของ หนุ่มน้อยจริงๆนั่นแหละ...

 

“ไม่มั่นใจหรอกว่าเจอกับอะไรกันแน่” อลาสเตอร์พูดพลางถอนใจ “มันแค่ว่าเขาไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆแบบที่คิดว่าเขาจะทำหลังจากได้ยินคำอธิบายของคุณที่มีต่อเขา อัลบัส”

 

“ฉันไม่คิดว่าฉันเข้าใจ...”

 

แม้ดอายถอนหายใจเฮือกอีกครั้ง

 

“คุณอธิบายถึงกริฟฟินดอร์ตามแบบฉบับ ใจร้อน หุนหัน บ้าบิ่นและก็ไม่มีมารยาท เด็กหนุ่มที่ฉันพบไม่ใช่คนอย่างนั้น” เขาตอบระหว่างที่เอามือถูหน้าผาก

 

อัลบัสขมวดคิ้ว

 

“คุณหมายความว่าอย่างไร เขาไม่ใช่คนอย่างนั้น?”

 

แม้ดอายพรูลมหายใจออกมาทางจมูก

 

“เด็กหนุ่มที่คุณอธิบายให้ฟังเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป - อืม เด็กกริฟฟินดอร์วัยรุ่นทั่วไป เด็กหนุ่ม...ไม่สิ ชายหนุ่มที่ฉันเจอเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ...เป็นผู้ใหญ่ที่เป็นสลิธีรินด้วยซ้ำ”

 

“งั้นโวลเดอมอร์ก็ควบคุมเขาอยู่สินะ”

 

“มันไม่มีสัญญาณบ่งบอกว่าเขาโดนครอบงำ อัลบัส!” แม้ดอายตอบอย่างเผ็ดร้อน “ถ้ามันมีฉันคงไม่กังวลมากเท่านี้หรอก มันมีบางอย่างต่างออกไปสำหรับเด็กคนนั้น – บางอย่างที่คุณควรเห็นมันแต่ก็ไม่เห็นจนกระทั่งตอนนี้ ดังนั้นคำถามคือมันเป็นอย่างนั้นมาตลอดและคุณไม่เคยเห็นความประหลาดนี้ หรือว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นตอนหน้าร้อนแล้วเปลี่ยนเด็กหนุ่มให้เป็นเหมือนกับที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้ต่างหาก!

 

“แฮร์รี่จะไม่เปลี่ยนไปอย่างนั้น ฉันรู้จักเขา เขาเป็นเด็กที่น่ารัก เป็นห่วงเป็นใย...”

 

“อัลบัส!” แม้ดอายขัด “เด็กนั่นยังเป็นห่วงเป็นใยคนอื่นอยู่! นั่นไม่ใช่ปัญหา! ปัญหาคือ-“

 

“เช่นนั้นถ้าเราเริ่มทำบางอย่างตอนนี้เราจะยังสามารถหยุดอิทธิพลของโวลเดอมอร์ได้สินะ” อัลบัสสรุป

 

“อัลบัส! ฉันบอกคุณแล้วว่าเขาไม่ได้ถูกครอบง –

 

“ฉันจะคุยกับเพื่อนของเขา พวกเขาจะรู้ว่าเขาไปไกลขนาดไหนแล้ว บางทีมันอาจยังมีเวลาที่จะสามารถช่วยเหลือเด็กที่น่าสงสารคนนั้นได้...” อัลบัสพูดโดยไม่แม้กระทั่งจะรับฟังแม้ดอาย

 

แม้ดอายโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง เขารู้ว่าอัลบัสนั้นสามารถเป็นไอ้แก่โง่เง่าได้ แต่นี่...

 

“เขา ไม่ ได้ ถูก ครอบงำ อัลบัส!

 

“ฉันจะจัดการปัญหานี้เอง ขอบคุณมาก อลาสเตอร์” อัลบัสเอ่ย

 

แม้ดอายทำได้แค่จ้องชายชราตรงหน้าเขา จากนั้นเขาก็หันหลังแล้วเดินออกจากห้องไป อัลบัสอาจเชื่อว่าเขาพบปัญหาแล้ว แต่อลาสเตอร์ แม้ดอายมู้ดดี้รู้ว่ามันไม่ใช่ และแม้ดอายจะไม่ปล่อยเอาไว้จนกว่าเขาจะเจอคำตอบที่ทำให้เขาพึงพอใจ!

 

“ตัวปลอม น่าจะ...” เขาพึมพำระหว่างที่เดินออกจากห้องทำงานของอัลบัส

 

มันเป็นความคิดที่คุ้มค่าในการไปตรวจสอบดู...

 

Xxx

 

มันเป็นตอนกลางดึกตอนที่ทอม มาร์โวโล ริดเดิ้ล หรือลอร์ดโวลเดอมอร์ ตื่นขึ้น

 

เขาฝันอีกแล้ว

 

ระเบียงตรงกองปริศนา

 

คำพยากรณ์

 

และความรู้สึกเร่งเร้าที่จะต้องได้มันมา

 

ความรู้สึกนั้นกำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ บางอย่างกำลังผลักดันให้เขาไล่ล่าคำพยากรณ์เพื่อให้ได้มันมาครอบครอง บางอย่างกำลังทำให้เขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นว่าใครจะมาเอามันไปก่อนถ้าหากว่าเขารอนานกว่านี้

 

ถ้าโวลเดอมอร์ไม่ได้รู้ดีกว่านั้น เขาคงเดาว่าใครบางคนกำลังเพิ่มความหวาดกลัวเหล่านั้นในความฝันของเขา ว่ามีคนบางคนพยายามจะชักใยเขาราวกับหุ่นเชิด

 

แต่โวลเดอมอร์นั้นเชี่ยวชาญด้านการสกัดใจเป็นที่สุดและไม่มีทางที่จะมีใครแทรกแซงเกราะของเขาได้

 

แต่ไม่ว่าอย่างไร...หลังจากโวลเดอมอร์สงบลงแล้วเขาก็สำรวจความคิดของเขาอีกครั้งและมองหาร่องรอยของผู้บุกรุก

 

ไม่มีวี่แววใดๆ

 

ความนึกคิดก็ยังคงเป็นของเขาอยู่เหมือนเดิม เหมือนกับที่มันเคยเป็น...

 

“แค่ฝัน” เขาเอ่ยกับตัวเอง “แค่ฝันไป”

 

แต่เขาจะเปลี่ยนแผนเอาไว้ เป็นการเผื่อ...

 

“บางทีควรจะแหกคุกอัซคาบันพาผู้ที่จงรักภักดีออกมาเร็วกว่าที่เคยวางแผนไว้ตอนแรก...” เขาคิด “เผื่อว่าจะมีใครลอบเข้ามาในความนึกคิดแล้วรู้ว่ามีแผนอะไรบ้าง...”

 

และเขาก็จะเสริมพลังเกราะการสกัดใจของเขาด้วย อย่างไรเขาก็ต้องรู้สึกปลอดภัยในความนึกคิดของเขาเอง...

 

และด้วยความคิดนั้นเขาก็ออกมาจากห้วงความนึกคิดของตัวเอง โดยมองไม่เห็นรูนส์ที่กำลังเรืองแสงน้อยๆในเงามืดของจิตใต้สำนึกของเขา รูนส์ที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของความนึกคิดของเขาอย่างแน่นอน รูนส์ที่มีเพียงแค่ผู้เชี่ยวชาญด้านอักษรรูนส์เท่านั้นที่อาจมองเห็นและเข้าใจได้ แต่แม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญด้านรูนส์เองก็คงถึงขีดจำกัดเหมือนกันกับรูนส์เช่นนั้น

 

รูนส์หนึ่ง ที่ถูกผูกเข้ากับวงแหวนรูนส์อันซับซ้อนที่ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

รูนส์ที่โวลเดอมอร์มีมันในห้วงความคิดของเขาตั้งแต่ที่เหล่าพอตเตอร์รอดจากเงื้อมมือของเขาเป็นครั้งแรก

 

โวลเดอมอร์ไม่เคยสังเกตุเห็นมัน

 

แต่นั่นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยสักนิด โวลเดอมอร์นั้นเป็นหลายอย่าง – แต่เขาไม่เคยเรียนรู้อักษรรูนส์มากพอจะสามารถเรียกตัวเองว่าผู้เชี่ยวชาญด้านรูนส์ได้

 

Xxx

 

ด้านนอกมืดแล้ว และกระทั่งนักเรียนที่ใจกล้าที่สุดยังกลับไปยังเตียงนอนของพวกเขาในเวลาดึกๆเช่นนี้ – มันเป็นเวลาตีสาม และแม้กระทั่งเหล่าอาจารย์เองก็เลิกเดินตรวจตรากันไปแล้วด้วย

 

แฮร์รี่ไม่ได้สนใจเรื่องนอน เขาเพิ่งตื่นขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาจากความง่วงงุนที่เกิดขึ้นหลังจากเขาเข้านอนและก็ออกมาจากหอพักเมื่อไม่กี่นาทีหลังจากตื่น เขามีสิ่งที่ต้องทำในคืนนี้ – และเขาจะไม่ลังเลที่จะทำด้วย

 

แฮร์รี่ไม่ได้นำผ้าคลุมล่องหนมา และแผนที่ตัวกวนเองก็ยังคงนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าเก็บของ เขาไม่จำเป็นต้องใช้ทั้งคู่ในการทำสิ่งที่เขากำลังจะทำ

 

เมื่อแฮร์รี่ออกมาจากหอคอยกริฟฟินดอร์แล้ว เขาก็หันซ้ายจนเขาเดินถึงกำแพงที่ห่างออกไปไม่กี่เมตร รอยสลักรูปงูตัวเล็กสามารถมองเห็นจากตรงนี้ – สิ่งที่นักเรียนทั่วไปหรือกระทั่งอาจารย์จะมองข้ามไปอย่างง่ายดายเพราะว่ามันมีเรื่องประหลาดมากมายในปราสาทแห่งนี้ และรอยสลักรูปงูเองก็ไม่ใช่อะไรที่ประหลาดมากนัก

 

แฮร์รี่ยิ้มให้กับรูปงูนั้น จากนั้นก็ส่งเสียง “ในนามของซัลลาซาร์ สลิธีริน จงเปิด!

 

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่แฮร์รี่แค่ยื่นมือออกไป มือของเขาเอื้อมผ่านกำแพงราวกับว่าไม่มีสิ่งใดขวางอยู่เลย แฮร์รี่ยิ้มและก็เดินเข้าไป

 

ระเบียงทางเดินเบื้องหลังนั้นแคบและสกปรก มันแนบชิดกับกำแพงและครั้งหนึ่งอาจเคยเป็นระเบียงสำหรับเหล่าบริวาร ตอนนี้มันกลายเป็นทางลับไปยังอีกส่วนหนึ่งของปราสาท

 

แฮร์รี่เดินตามทางเดินนั้นไป บางครั้งเขาต้องเลี้ยว บางครั้งมีระเบียงอื่นๆพาดผ่านทับเส้นทางปัจจุบันของเขาแต่ในที่สุด หลังจากกระโดดลงบันไดหลายขั้นเขาก็มาถึงกำแพงอีกหนึ่งแห่ง ตรงนั้นเองเขาทำแค่เพียงวางมือทาบลงไปบนกำแพงตรงหน้าเขาและดันมันออก กำแพงนั้นเปิดออกในทันที เผยให้เห็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีรูปปั้นอสรพิษเรียงราย

 

ห้องแห่งความลับ

 

แฮร์รี่มองห้องแห่งนี้อย่างพินิจพิเคราะห์ ศพของบาซิลิสก์ยังคงถูกทิ้งเน่าอยู่บนพื้น “ต้องทำอะไรสักอย่างกับนี่แล้ว” แฮร์รี่คิด ตัดสินใจจะเสกคาถาคงสภาพเอาไว้ก่อนจะหันไปอีกด้านของโถง

 

ที่ตรงนั้นเขาเปิดทางลับอีกทางที่เท้าข้างหนึ่งของรูปปั้นอสรพิษตัวหนึ่ง* และก็เดินผ่านเข้าไปสู่อุโมงค์อีกแห่ง เขาเดินเลียบไปตามอุโมงค์และในที่สุดก็มาถึงยังถ้ำแห่งหนึ่งใกล้ๆกับฮอกมีดส์ ตัวถ้ำนั้นถูกปิดไว้ด้วยประตูสีเงิน แฮร์รี่เปิดประตูนั้นออกและรอจนกระทั่งแมวดำตัวหนึ่งย่องเข้ามาในถ้ำอย่างว่องไว จากนั้นเขาก็หันหลังและเดินกลับไปยังห้องแห่งความลับ แมวตัวนั้นเดินตามเขาไปเงียบๆ

 

เมื่อพวกเขาไปถึงห้องแห่งความลับ แฮร์รี่ก็ปิดเส้นทางลับลงอีกครั้งและหันไปหาแมวตัวนั้น

 

“นายต้องช่วยฉันแล้วล่ะ เร็ก” แฮร์รี่พูดและแมวดำตรงหน้าเขาก็กลายร่างเป็นมนุษย์ - เรกูลัส แบล็ก น้องชายของซิเรียส แบล็ก

 

“ผมช่วยคุณมาตั้งหลายปีแล้ว ซัล” เขาพูด

 

“แฮร์รี่” แฮร์รี่แก้

 

เรกูลัสค้อมหัวลง “แฮร์รี่”

 

ชั่วขณะหนึ่ง มันมีเพียงความเงียบระหว่างพวกเขา แต่แล้วเรกูลัสก็พูดขึ้นอีกครั้ง

 

“แล้ว คุณวางแผนไว้ว่าอย่างไร แฮร์รี่?”

 

“ฉันต้องดูพวกม่านพลังอีกครั้งหลังจากหาหนังสือที่ระบุพวกมันเจอแล้ว และฉันต้องการให้นายไปหาสิ่งที่เรากำลังตามหาอยู่” แฮร์รี่ตอบ เรกูลัสเลิกคิ้วขึ้น

 

“คุณวางแผนจะปรับเปลี่ยนม่านพลังหรือ?” เขาถาม

 

“ใช่” แฮร์รี่ตอบรับ “แต่มีสิ่งที่ต้องทำก่อน”

 

เร็กขมวดคิ้ว

 

“ผมคิดว่ามันจะช่วยเราเสียอีกถ้าคุณจัดการม่านพลังก่อน...” เขาว่า

 

แฮร์รี่ยักไหล่ “ฉันจะไม่เสี่ยงโดยไม่รู้ว่าพวกมันคืออะไรเป็นอันขาด” เขาตอบ “และฉันก็ไม่มั่นใจว่าฉันจะเสี่ยงหรือเปล่าด้วยถึงจะรู้แล้วก็เถอะ ฉันลองดูพวกม่านพลังพวกนั้นแล้ว และก็ไม่มั่นใจเลยว่าฉันอยากให้มีชิ้นส่วนของจอมมารอยู่ในโรงเรียนตอนที่ฉันจัดการมันด้วยหรือเปล่า กลัวว่าวิญญาณนั่นมันจะมาแทรกแซงสิ่งที่ฉันจะทำได้”

 

เร็กขมวดคิ้วอีกครั้ง

 

“แล้วคุณวางแผนจะหาชิ้นส่วนวิญญาณนั่นอย่างไร?”

 

“ด้วยการมองหามัน” แฮร์รี่ตอบ “เราจะเริ่มจากห้องแห่งความลับคืนนี้”

 

“ทำไม?”

 

“เพราะว่าริดเดิ้ลเป็นลูกหลานของซัลลาซาร์ สลิธีริน” แฮร์รี่ตอบ “และเขาสามารถเข้าถึงห้องหลักได้”

 

“โอ้” เร็กว่า “แล้วเราจะเข้าไปในห้องนั้นได้อย่างไร?”

 

“เราอยู่ในห้องแห่งความลับแล้ว” แฮร์รี่ตอบพร้อมเสียงหัวเราะ “และตอนนี้ก็เริ่มหาได้แล้ว”

 

เร็กตาเหลือกอย่างน่าขบขัน

 

“แต่...ได้อย่างไร?!

 

แฮร์รี่ยิ้มกว้างแล้วก็ยักไหล่ใส่

 

“ฉันเป็นมัลฟัวร์ ฉันหาทางได้เสมอแหละ” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มกว้าง “และตอนนี้ เริ่มหาเสียที”

 

 

To Be Continue

 

Upcoming Chapter: A cat, a toad – แมวหนึ่ง คางคกหนึ่ง

 

 

[1] Oncle องเคล่อ คุณลุงในภาษาฝรั่งเศสนี่เอง เขามาอีกแล้ว เขาเป็นใครกันแน่จะมีบทของเขาแน่นอนค่ะ จริงๆคนๆนี้เป็นคนที่ถ้าเกิดว่าคุ้นเคยกับประวัติของเขาสักหน่อยว่าเขามาจากฝรั่งเศสแล้ว บวกกับชื่อนิคที่เคยพูดถึงไว้นี่ จะนึกออกได้ทันทีเลยค่ะ ตื่นเต้นมากเว่อร์ แฮร์รี่นี่มัน ชีวิตนี้อะไรคือความธรรมดาจริงๆค่ะ

 

*อาจจะงงกัน เอ๊ะ งูมันไม่มีเท้า ถูกแล้วค่ะ ตัวที่มีเท้าใช้เปิดทางลับ ดังนั้นมันก็จะมีตัวเดียวนั่นแหละค่ะ

 

สวัสดีค่ะ เรากลับมาแล้ว เราบอกจะหายไปสองสามวันล่อไปหลายวันอยู่เหมือนกัน ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะ ^ ^; พอดีเพิ่งสอบมิดเทอมเสร็จไปเมื่อวันพฤหัสและก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้แปลไว้เลย และเมื่อวานเองก็รู้สึกหัวตื้อและแปลไม่ค่อยออก เลยได้มาลงวันนี้แทนค่ะ

 

ตอนนี้ก็ ยังยาวอีกเหมือนเคย มีหลายเรื่องกำลังเกิดขึ้น ถามว่ากับมู้ดดี้เรากังวลไหม ไม่ค่ะ มู้ดดี้จะเป็นอีกตัวแปรสำคัญ เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของมัลฟอยกันแล้ว ไม่รู้จะสะใจดีไหม ถถถถ แต่ที่ห่วงที่สุดของตอนนี้คงเป็นสองคนต้นบทค่ะ เฮอร์ไมโอนี่กับรอนนั่นเอง จริงๆถามว่าเฮอร์ไมโอนี่คิดมากนี่ถูกไหม ถูกแล้วค่ะ แต่ยังไงเฮอร์ไมโอนี่เองก็ยังเป็นเด็ก ถึงจะพยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่ยังไงก็ยังเป็นเด็กที่หวังจะพึ่งผู้ใหญ่อยู่ดี มากกว่ารอนด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เฮอร์ไมโอนี่ยังไม่ได้รับบทเรียนคือ เรื่องบางเรื่องนั้นผู้ใหญ่เองก็พลาดเหมือนกัน รู้สึกแอบเสียดายสองคนนี้อยู่เหมือนกันค่ะ ไม่ใช่ว่าจะเกิดอะไรไม่ดีกับสองคนนี้หรอกนะคะ แต่ว่า...โอ๊ยยยยย

 

ตอนต่อไปเราอาจจะแปลเลยวันจันทร์ไปนะคะ เพราะว่าตอนนี้เพิ่งลงไป คงต้องใช้เวลาอยู่นิดหน่อย ขอโทษด้วยอีกทีค่ะ แต่สำหรับตอนสำหรับวันจันทร์หน้าก็ตารางเดิมเลยค่า

 

สำหรับคนที่กำลังมิดเทอมอยู่ก็สู้ๆนะคะ ใครสอบเสร็จแล้วก็ขอให้โชคดีนะคะ

 

                    แล้วเจอกันตอนถัดไปค่า 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 130 ครั้ง

16 ความคิดเห็น

  1. #270 jjjj77127 (@jjjj77127) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 14:05
    ไล่อ่านมาชอบมากๆเลยค่ะ แปลได้ไหลลื่นมาก และชอบการอธิบายตอนท้ายด้วย เป็นนิยายที่สุดยอดมากจริงๆ โยงเรื่องต่างๆเข้ามาได้ดีสุดๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #270
    0
  2. #267 Akatsuki Alice (@petchjeed) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 14:34

    รำคาญตาแก่ขี้มโนมากกกกกกกก จะให้โดนครอบงำอะไรนักหนา ไม่ดูตัวเองเลยว่าเหมือนโดนครอบงำเองขนาดไหน ประสาทหลอนห่าหมดล่ะ

    #267
    0
  3. #266 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 11:49
    นิโคลัส แฟลมเมล แน่เลยย
    หนังสือหายไปไหน มันรู้สึกไม่ปลอดภัยเลยค่ะเวลาม่านพลังไม่เข้าที่เข้าทาง ขอให้ซัลแก้ได้เร็วๆนะ ;_;
    #266
    0
  4. #265 **Music** (@fhcy) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 11:12
    นิคโคลัส แฟลมเมล?
    #265
    0
  5. #264 MIN&FRONG (@fern55-helen66) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 10:56
    ลูกหลานซัล เอ๊ะ แอบไปมีครอบครัวตอนไหน หรือ ลูกหลานของเด็กที่เป็นแวมไพร์

    เป็นเรื่องที่ตื่นเต้นมากกกก ชอบทุกช็อต ทุกสถานการณ์ อะไรจะเกิดก็มาเลยยยย //รู้สึกว่าคนที่โดนครอบงำจะเป็นทอมมากกว่านะ 5555
    #264
    0
  6. #263 KUHAKU-01 (@QEENwhite) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 10:35

    รู้สึกพูดอะไรไม่ออกกับดัมเบิลดอร์ เฮ้อ
    ปล.อย่าให้รู้นะว่าใครมาเพิ่มม่านพลัง
    #263
    0
  7. #262 PATPAT69 (@s-1-a-8-i-7) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 08:21
    ลูกหลานของซัล? หรือจะเป็นลูกของเด็กคนนั้น? รอจ้า
    #262
    0
  8. #261 -Cintear- (@jenny-boboo) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 04:03
    แหม ณ จุดจุดนี้ อะไรโผล่มาเราก็เริ่มไม่ตกใจล่ะ ตื่นเต้นแทน คือ อยากรู้เลยผอ.รุ่นไหนเพิ่มม่านพลังเข้ามา เพิ่มเข้ามาทำไม อยากรู้ๆ
    ปล.ดัมเบิลดอร์ในเรื่องนี้ดูเป็นคนที่....เข้าข้างตัวเองมากๆ(ใช้คำนี้ได้มั้ยนะ?) ขอแค่มีอะไรสักอย่างที่เข้าเค้าก็ตัดสินใจทันที มันจะไม่อะไรถ้าพี่แกไม่ได้มีอิทธิพลต่อหลายๆคนไง
    #261
    0
  9. #260 Alecxia Drew (Adriene) (@war-1980) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 01:28
    ถูกใจรอนตอนนี้แหะ เอื่อยๆสมเป็นนางดี
    ส่วนอัลบัสนั้น...เฮ้ออออออ
    #260
    0
  10. #259 J'name Rbt (@pawidporn-name) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 23:33
    ดัมเบิลดอร์เป็นอะไรกับการโดนครอบงำมากนักหนาเนี่ย ครอบงำอะไรนักหนาาาา55555555
    #259
    0
  11. #258 wal_5678 (@wal_5678) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 23:19

    คือขำฉากเถียงกันเบาๆ คนนึงก็พยายามอธิบาย อีกคนก็ไม่ฟังอะไรเลย5555


    แฮรี่วิ่งงานหนักหน้าดูเลยนะนั่น ไหนจะม่านไหนจะฮอร์ครัช



    เป็นกำลังใจให้นะครับ >w<๐

    #258
    0
  12. #257 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 23:12
    คุณนิโคลัส??? ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ55555 คุณทอมพลาดแล้วอ่ะ จอมมารก็พลาดได้อ่ะคุณ ดัมเบิลดอร์ก็พลาด น่าสงสารเฮิร์มกับรอนจริงๆค่ะ เห้อออออ เนี่ย ดัมเบิลดอร์ทำเรารำคาญอ่ะ โอ้ย พูดอยู่ได้โดนครอบงำ หงุดหงิด แฮร์รี่ก็คือแฮร์รี่อ่ะคุณ!!! แต่แค่เป็นแฮร์รี่ที่มีอะไรมากขึ้น โอเค๊นะคะคุณ

    ปล.ตอนที่เฮิร์มพูดถึงการสังเกตแฮร์รี่ คุณผู้แปลพิมพ์ &#8216;สังเกต&#8217;เป็น&#8217;สังเกตุ&#8217;นะคะ สู้ๆค่า เดี๋ยวแว๊บไปอ่านต้นฉบับต่อ กำลังเข้มข้นเลย ฮ่าๆXD
    #257
    0
  13. #256 oocc (@onpilin55) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 23:02

    นิโคลัสหรือเปล่าคะ ? ฮือ เนื้อเรื่องว่าบีบใจแล้ว มาอ่านทอล์คข้างล่างคือจะเกิดอะไรขึ้นกับเฮิร์มและรอนกันนะ ;-; แต่ไม่พอใจอัลบัสมาก เอะอะก็โยนเข้าโดนครอบงำ ไม่ฟังมู้ดดี้เลย ฮือ แต่ยังคงสงสัยหลายๆเรื่องอยู่เลยค่ะ สงสัยต้องอ่านใหม่แล้ว 55555 ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ
    #256
    0
  14. #255 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 22:59

    เฟรมเมลสินะคะ เจ้าของศิลา ถ้ามาจากฝรั่งเศษ มีอายุหน่อย ก็คนนี้นี่แหละที่นึกออก
    รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    #255
    0
  15. #254 I Ange I (@Kettipa) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 22:55

    หึหึหนูทอม หนูพลาดแล้วลูก!!
    #254
    0
  16. #253 hyun_park22 (@hyun_park22) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 22:52
    อยากให้เจอกับทอมจังงง //สู้ๆนะไรท์
    #253
    0